[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 55 : PART 3 of HP --- Semester

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    19 เม.ย. 61


Semester

********


               เฟริน่าเดินตามเซเวอร์รัสออกจากห้องพิจารณาจนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าลิฟต์ที่นำไปสู่ห้องโถงกลาง   น่าแปลกที่ชายจมูกงุ้มดูจะเร่งรีบผิดปกติ   เฟริน่าไม่ได้สนใจที่จะถามเขา  แต่แล้วคำตอบก็มาไวกว่าที่คิด  เมื่อมีเสียงคำรามห้าวดังขึ้นเรียกชื่อเธอเอาไว้

                “โพสัน!  ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอด้วยหน่อย” 

                เสียงกึกกังแปลกหูดังขึ้นที่ด้านหลัง  เฟริน่าหันไปเห็นมู้ดดี้เดินโขยกเขยกโดยใช้ไม้ยาวๆพยุงร่างไว้  เขาตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว  ดวงตาข้างปกติจับจ้องมาที่ใบหน้าของเด็กหญิงอย่างพินิจพิจารณา  ในขณะที่ตาวิเศษกลอกไปมาอย่างน่ากลัว  เด็กหญิงมั่นใจว่าเธอได้ยินเสียงพึมพำอย่างไม่ชอบใจนักจากสเนป  ใกล้ๆกันนั้นเธอเห็นสคริมเจอร์เดินตามหลังมู้ดดี้มาติดๆ

                “สวัสดีค่ะ  คุณ  --    เฟริน่าไม่แน่ใจว่าเธอควรแสดงตัวไปว่ารู้จักมู้ดดี้ดีหรือไม่

                “ฉันอลาสเตอร์  มู้ดดี้  อดีตมือปราบมาร”  มู้ดดี้พูดห้วนๆ  พลางยื่นมือมาเขย่ามือเธอเร็วๆและรีบปล่อย  ดวงตาข้างวิเศษกลิ้งไปจ้องที่สเนปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะกลิ้งต่อไปอย่างรวดเร็ว

                “สวัสดีค่ะ  หนู  เฟริน่า  โพ  -- 

                “ฉันรู้ชื่อเธออยู่แล้ว  แต่ฉันมีเรื่องที่อยากจะคุยกับเธอสักหน่อย  ถ้าเธอไม่รีบนะ”  มู้ดดี้พูด  ก่อนที่จะหันไปหาเซเวอร์รัสราวกับเพิ่งเห็นเขา  “สวัสดี  สเนปเพื่อนเก่า

                “สวัสดีมู้ดดี้  สวัสดีสคริมเจอร์”  เซเวอร์รัสเอ่ยเสียงเรียบ  เฟริน่าสังเกตว่าชายจมูกตะขอพยายามที่จะไม่สบตากับมู้ดดี้เป็นพิเศษ   และเด็กหญิงรู้ว่าทำไม

                มู้ดดี้ยิ้มที่ทำให้ใบหน้ายิ่งดูบิดเบี้ยวน่ากลัวมากขึ้น  เขาเอ่ยเสียงกระชากว่า  “ไม่เจอกันนาน  หลังจากที่หนีไปขอร้องให้ดัมเบิลดอร์ช่วย  รู้สึกอย่างไรบ้างที่กลับมาสถานการณ์ที่เก่าๆ

                สีหน้าของสเนปดูอึดอัดและขึ้งเครียด  เฟริน่าคิดว่าเธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน

                “คุณมีอะไรจะคุยกับหนูหรือคะ”  เฟริน่าดึงความสนใจมู้ดดี้มาที่เธอแทน  ตาข้างปกติเลื่อนมายังเธอ   แต่ดวงตาวิเศษยังจ้องหน้าสเนปอย่างไม่ลดละ

                “ที่ฉันจะพูดก็คือ  ที่เธอทำมันวิเศษมาก  ว่าแต่เธอจับเพ็ตติกรูว์ด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร”

                แม้เฟริน่าจะนึกสงสัยว่ามู้ดดี้ต้องการรู้ไปทำไม  แต่เธอก็ตอบเขา  “หนูใช้คาถาง่ายๆค่ะ  โชคดีนิดหน่อยที่เพ็ตติกรูว์ไม่มีไม้กายสิทธิ์อยู่กับตัว  ทุกอย่างในวันนั้นจึงง่ายมากที่จะจับตัวเขาไว้”

                “แต่ก็น่าประทับใจมากที่เด็กอายุน้อยๆอย่างเธอนึกสงสัยและกล้าหาญที่จะจับตัวเพ็ตติกรูว์ไว้”  สคริมเจอร์เอ่ยชม

                “ใช่!  ถ้าเธอไม่ว่าอะไรที่ฉันจะแนะนำ  พยายามเก็บ  ว.พ.ร.ส.  ให้ได้มากที่สุดสำหรับอาชีพมือปราบมาร  ถ้าเธอสนใจนะ  ฉันยินดีให้คำแนะนำ  เราต้องการเด็กที่กล้าหาญแบบเธอ”  มู้ดดี้บอกเสียงห้าว

                เฟริน่าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขัดเขินกับคำชมจากมือปราบมารทั้งสอง  เธอไม่เคยนึกถึงอาชีพมือปราบมารมาก่อนเลย

                “ขอบคุณค่ะ  นั่นเป็นอาชีพที่น่าสนใจมาก  หนูจะลองเก็บไปคิดดูนะคะ”  เธอตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง

                “ดีมาก!  เอาล่ะ  ฉันกับสคริมเจอร์มีธุระนิดหน่อย  หวังว่าเราคงได้เจอกันอีก”  มู้ดดี้พูด  แต่ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินไปอีกทาง   มู้ดดี้ก็เอ่ยเตือนเด็กหญิง  พร้อมกับที่ดวงตาทั้งสองจ้องไปที่ใบหน้าของเซเวอร์รัส  “และอีกเรื่อง...  สิ่งที่สำคัญที่สุดของมือปราบมาร  อย่าเชื่อใจพวกที่คดีหลุดไปได้ด้วยวิธีขี้ขลาด” 

                เซเวอร์รัสไม่พูดอะไร  แต่ถึงอย่างนั้นเฟริน่าก็เห็นเขากำมือแน่นด้วยความโกรธจัด  และขณะที่มู้ดดี้และสคริมเจอร์กำลังจะหมุนตัวกลับไป  เด็กหญิงก็โพล่งขึ้นว่า

                “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ  แต่หนูแน่ใจว่าเซเวอร์รัสเป็นคนที่หนูเชื่อใจมากที่สุด  ถ้าคุณได้รู้จักเขาจริงๆ  เซเวอร์รัสเป็นคนดีและกล้าหาญมากเลยค่ะ  ได้โปรดอย่ามองเขาในแง่ร้ายเลยนะคะ  และหวังว่าครั้งหน้าเราคงได้พบกันอีกเช่นกันค่ะ  คุณมู้ดดี้  คุณสคริมเจอร์”

                เฟริน่าไม่ได้มองว่ามือปราบมารทั้งสองมีปฏิกิริยาอย่างไร  เพราะประตูลูกกรงเลื่อนเปิดออก  เด็กหญิงรีบดึงมือเซเวอร์รัสที่ยังคงยืนอึ้งกับคำพูดของเธอเข้าไปในลิฟต์  และเมื่อประตูลิฟต์เลื่อนปิดลง  และมีเพียงเธอกับชายจมูกตะขอสองคน  เด็กหญิงก็หันไปจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเซเวอร์รัสที่บัดนี้แก้มขึ้นสีแดงปลั่ง 

“ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ  เซเวอร์รัส  หนูอยากปกป้องคุณจริงๆ”   เด็กหญิงบอก  พลางหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นชายเจ้าของชื่อยิ่งหน้าแดงขึ้นไปอีก  ก่อนที่เสียงพึมพำแบบรำคาญจะดังออกมาจากปากของเขาเบาๆว่า

                “จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง”

                “ห้องโถงกลาง”  เสียงจืดชืดดังขึ้น  และเมื่อประตูลิฟต์เลื่อนเปิดออก  เฟริน่าก็รีบสาวเท้าตามเซเวอร์รัสออกมา  ทั้งสองเดินห่างออกไปได้ไม่ไกลนัก  ริต้า  สกีตเตอร์ก็รีบก้าวมาขวางหน้าราวกับรอเวลานี้อยู่แล้ว  ครั้งนี้มีพ่อมดร่างเตี้ยม่อต้อถือกล้องติดมาด้วย  และโดยที่เฟริน่าไม่ทันตั้งตัว  พ่อมดคนนั้นก็ถ่ายรูปเธอไป  เด็กหญิงไอสำลักควันสีม่วง

                “ทำบ้าอะไรของคุณ!  เซเวอร์รัสถามอย่างเกรี้ยวกราด  แต่ริต้าไม่สนใจ  เธอฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับคว้าเข้าที่ข้อมือของเด็กหญิง

                “ดิฉันริต้า  สกีตเตอร์ค่ะ  เราต้องการสกู๊ปพิเศษสำหรับอีฟนิ่งพรอเฟ็ตฉบับวันนี้”  หล่อนบอกก่อนจะดึงเฟริน่าออกห่างจากสเนป  แต่เขาคงรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้ต้องเกิดขึ้นแน่  เซเวอร์รัสคว้าข้อมืออีกข้างของเฟริน่าเอาไว้และดึงกลับมา

                “คงจะไม่ได้  ผมมีหน้าที่พาเด็กคนนี้กลับไปส่งอย่างปลอดภัย”  สเนปบอกเสียงเย็นชาและดุดัน  แต่สกีตเตอร์ไม่สะทกสะท้าน  หล่อนยังคงไม่ยอมปล่อยมือเฟริน่า

                “เรายินดีที่จะไปส่งเธอที่บ้านอย่างปลอดภัยเอง  ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะคะศาสตราจารย์สเนป”

                “เสียใจด้วยจริงๆที่ผมต้องบอกว่าไม่”  เซเวอร์รัสบอกห้วนๆและก้าวเข้ามากระชากมือของสกีตเตอร์ออก  เฟริน่าเป็นอิสระอีกครั้ง  ก่อนที่เซเวอร์รัสจะดึงตัวเธอกลืนเข้าไปในฝูงชน 

                “ยอดมากเลยค่ะ  เซเวอร์รัส”  เด็กหญิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม

                “เธอยังมีธุระที่อื่นอีกในบ่ายวันนี้” 

                คำพูดของชายจมูกตะขอทำให้เฟริน่าขมวดคิ้วด้วยความสงสัย  ก่อนที่เขาจะพาเธอหายตัวกลับมาที่ฮอกส์มี้ดอีกครั้ง

                “ธุระอะไรหรือคะ”  เฟริน่าถาม  เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังอาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินให้ทัน  เมื่อเขาเอาแต่ก้าวเร็วๆตรงไปยังฮอกวอตส์

                “ถึงห้องอาจารย์ใหญ่  เธอก็จะได้คำตอบเอง  อย่าถามมาก”  เขาตอบห้วนๆอย่างไม่สบอารมณ์

                ทันทีที่เฟริน่าไปถึงห้องทำงานอาจารย์ใหญ่  เธอก็พบว่าดัมเบิลดอร์ล่วงหน้ามาถึงก่อนแล้ว  พ่อมดชราเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นสีฟ้าและกำลังยุ่งอยู่กับหนังสือเล่มหนาสี่เล่ม  และเมื่อเขาเห็นว่าเธอกับเซเวอร์รัสมาถึง  ดัมเบิลดอร์ก็เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือเหล่านั้น

                “ฉันนึกว่าพวกเธอจะมาสายกว่านี้เสียอีก  เพราะต้องเจอกับริต้า  สกีตเตอร์  นักข่าวที่น่ารัก”  ดัมเบิลดอร์พูดยิ้มๆ

                สเนปทำเสียงในลำคออย่างดูถูก  “อย่างสกีตเตอร์ไม่มีวันทำให้ผมต้องเสียเวลาหรอกครับ”

                “ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่ส่งให้เธอไปดูแลเฟริน่าแทนฉัน”  ดัมเบิลดอร์พูดและหัวเราะเมื่อเห็นเฟริน่าฉีกยิ้มให้เซเวอร์รัส  ในขณะที่อาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินขมวดคิ้วอย่างรำคาญ

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว  งั้นผมขอตัวกลับไปปรุงยาที่คุกใต้ดินต่อนะครับ”  สเนปบอก  และก้มศีรษะเล็กน้อย  ก่อนจะเดินออกจากห้องไป  เฟริน่าเดินไปทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามดัมเบิลดอร์  ชายชราเริ่มเก็บหนังสือเหล่านั้น  จึงทำให้เฟริน่าเพิ่งเห็นว่ามีจานใส่พายไส้ต่างๆวางอยู่หลังหนังสือ

                “กินให้หมด  เพราะอีกเดี๋ยวเราจะต้องเดินทางไปที่เวลส์กัน” 

                “ไปทำไมหรือคะ”  เฟริน่าถาม  พลางเริ่มจัดการกับพายตรงหน้าด้วยความหิว

                “เราจะไปเกลี้ยกล่อมรีมัส  ลูปิน  ให้มารับตำแหน่งศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด” 

                คำตอบของเขาทำให้เฟริน่าเบิกตาโตด้วยความตื่นเต้น

                “หนูจะได้เจอรีมัส  ลูปินเหรอคะ! 

                ดัมเบิลดอร์หัวเราะชอบใจ  “ใช่แล้ว  และฉันคิดว่ารีมัสคงอยากจะเจอคนที่จับตัวปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์ได้”   ชายชราหลิ่วตาให้เธอ  เฟริน่าที่เผลออ้าปากค้างรีบหุบปากตัวเองลง  พลางกลืนพายลงคอไป  เด็กหญิงจัดการพายจนหมดและรีบกระโดดลุกขึ้นยืนเพื่อบอกว่าเธอพร้อมแล้ว

 



                เฟริน่าไม่เคยมาเวลส์มาก่อน  เธอเคยได้ยินว่าที่นี่มักมีฝนตกและเฉอะแฉะ  และบ่ายวันนี้เด็กหญิงเห็นท้องฟ้าเป็นสีเทาอึมครึ้ม  พร้อมกับความชื้นในอากาศ  พื้นดินเฉอะแฉะเป็นโคลนหนืดๆที่เด็กหญิงเดินย่ำอย่างยากลำบาก

                พ่อมดชราพาเธอหายตัวมายังหมู่บ้านที่เงียบสงบ  ร้านรวงต่างๆเปิดให้บริการไว้  แต่มีลูกค้าที่อยู่ในร้านไม่มากนัก   ดัมเบิลดอร์เดินนำเธอไปตามถนนสายแคบๆที่มีแอ่งน้ำขังสกปรก  ทั้งสองเดินผ่านบ้านโทรมๆหลายหลัง  แม้จะเป็นช่วงเวลากลางวัน  แต่บ้านแต่ละหลังที่เธอเดินผ่านกลับจุดตะเกียงกันแล้ว  คงเป็นเพราะเมฆบนท้องฟ้าที่เริ่มตั้งเค้าบ่งบอกว่าอีกไม่นานฝนก็จะตกลงมาอีกครั้ง  เฟริน่ากระชับเสื้อคลุมของตัวเอง  เมื่อความชื้นในอากาศทำให้เธออดหนาวสั่นไม่ได้  เด็กหญิงนึกไม่ออกว่าทำไมรีมัส  ลูปินถึงย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่  แน่ล่ะ  เธอรู้ว่าเขาเป็นมนุษย์หมาป่า  ซึ่งเป็นความลับที่เขาต้องการปกปิดไว้  แต่สถานที่นี้ดูไม่น่าใช่ที่เหมาะแก่การลงหลักปักฐานเลยสักนิด 

                เด็กหญิงยังคงเดินตามพ่อมดชราไปเรื่อยๆ  มีมักเกิ้ลสองสามคนชะโงกหน้าออกมามองด้วยความสงสัยใคร่รู้  แต่ก็ไม่มีใครคิดที่จะเข้ามาถามว่าเธอกับดัมเบิลดอร์  (ในชุดเสื้อคลุมตัวยาวประหลาดที่ไม่เหมือนใครเลยสักนิด)  มาที่นี่ทำไม  ใช้เวลาไม่นานนักชายชราก็พาเธอเดินไปยังบ้านโกโรโกโสเก่าๆ  มีแผ่นไม้ผุๆที่แขวนอยู่หน้าประตูว่า  มีห้องว่างให้เช่า  ใกล้ๆกันนั้นเฟริน่าเห็นนกฮูกแก่ที่ยืนหลับซุกปีกอยู่บนเสาไม้  มันขยับตัวและตื่นขึ้นเมื่อดัมเบิลดอร์ผลักประตูให้เปิดออก 

                ภายในบ้านหลังนี้ที่ชั้นล่างมีบาร์ขนาดเล็กและเตาผิงแคบๆที่ไฟเริ่มมอด  อากาศภายในเย็นชื้น  มีกลิ่นเหล้าแรงๆลอยอยู่ในบรรยากาศ  ที่หลังบาร์มีผู้ชายแก่คนหนึ่งกำลังเช็ดถ้วยอยู่  เขาเงยหน้าขึ้นมาแวบหนึ่ง  ก่อนจะหันไปเช็ดถ้วยต่อไม่สนใจใครอีก  ดัมเบิลดอร์เดินขึ้นบันไดแคบๆทางขวามือที่จวนจะพังอยู่รอมร่อ  เฟริน่าค่อยๆก้าวขึ้นตามไปอย่างระมัดระวัง  ในความเห็นของเธอที่นี่ดูโทรมมากและสมควรได้รับการซ่อมแซมครั้งใหญ่  ดัมเบิลดอร์เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง  เขาเดินผ่านห้องแรกที่ประตูเปิดอ้าออก  เฟริน่าได้กลิ่นเหม็นไหม้มาจากห้องนี้  และเธอเห็นชายหลังค่อมคนหนึ่งกำลังเผากระดาษบางอย่างที่พื้นห้อง  เฟริน่าไม่ได้สนใจมากนัก  เด็กหญิงรีบเดินตามดัมเบิลดอร์ไปยังห้องถัดไปที่ประตูปิดอยู่ 

                เฟริน่าก้าวมายืนข้างๆพ่อมดชราในขณะที่เขาเคาะประตูห้อง  มีเสียงกุกกักและเสียงของแตกดังขึ้น  ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเร่งร้อน  จากนั้นประตูก็ถูกเหวี่ยงเปิดออก

                ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีผมสีน้ำตาลอ่อนและแซมไปด้วยสีเทา  ดวงตาสีเขียวดูตื่นตัวและระแวดระวัง  ใบหน้าซีดเซียวซูบตอบเหมือนคนป่วย  รีมัส  ลูปินดูอิดโรยกว่าที่เธอจินตนาการไว้มากนัก  เขาเป็นชายหนุ่มร่างผอมสูงที่ดูแก่กว่าอายุจริง 

                “สวัสดีรีมัส”  ดัมเบิลดอร์ทักทาย

                ชายหนุ่มเจ้าของชื่อพยักหน้าน้อยๆและเอ่ยด้วยท่าทางเป็นงานเป็นการว่า  “สวัสดีดัมเบิลดอร์  และ  --    คำพูดของเขาหยุดไปเมื่อสายตาเลื่อนมาที่เด็กหญิงตัวเล็กๆอีกคน  สีหน้าของรีมัสดูงุนงงระคนประหลาดใจ  เฟริน่านึกไม่ออกว่าดัมเบิลดอร์เล่าอะไรเกี่ยวกับเธอให้ชายหนุ่มตรงหน้าฟังบ้าง  แต่เด็กหญิงเดาเอาว่าพ่อมดชราคงพูดยกยอเธอเกินจริงเป็นแน่  ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงดูประหลาดใจนักที่เห็นเธอเป็นแค่เด็ก

                “นี่คุณโพสัน  เฟริน่า  โพสันที่ฉันเคยเล่าให้เธอฟัง”  ดัมเบิลดอร์แนะนำ  รีมัสเหมือนเพิ่งได้สติกลับมา  เขากะพริบตาสองสามที  ก่อนจะถอยไปด้านข้างพร้อมกับเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อเชิญพ่อมดชราและเด็กหญิงเข้ามาในห้อง 

                ดัมเบิลดอร์เดินไปหยุดยืนที่โต๊ะไม้เล็กๆที่มีกาน้ำชาและถ้วยชาสามใบ  กลิ่นชาอ่อนๆลอยอยู่ในบรรยากาศ  เฟริน่าไม่ได้สนใจชาและคุกกี้ที่วางอยู่  เธอกำลังมองสำรวจรอบๆห้องด้วยความสนใจ 

                ภายในห้องเช่าเล็กๆนี้แทบจะไม่มีที่เดิน  เมื่อมันมีของวางระเกะระกะไปหมด  มีหน้าต่างเล็กๆหนึ่งบาน   เตาผิงแคบๆ  เตียงนอนที่มุมหนึ่ง  และโต๊ะทำงานกับโต๊ะดื่มชา  แต่ที่น่าสนใจคือบนผนังมีกระดาษแปะไว้เต็มทุกตารางนิ้ว  และบนกระดาษเหล่านั้นเธอเห็นตัวหนังสือหวัดๆที่มีรูปกัปปะหรือผีแบนชี  ผีดิบ  และสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่ดูเป็นอันตรายอยู่บนหน้ากระดาษแต่ละแผ่น  พวกมันกำลังเคลื่อนไหวไปมาและทำท่าทางดุร้าย  เด็กหญิงเดินเข้าไปจ้องมองรูปกัปปะใกล้ๆ  มันเป็นภาพวาดดินสอง่ายๆ  และมันกำลังแยกเขี้ยวขู่เธอ  ก่อนจะพุ่งลงน้ำและแอบมองเธอจากใต้น้ำ  เด็กหญิงอดทึ่งไม่ได้ที่รีมัสสามารถวาดภาพและจดคาถาพร้อมวิธีรับมือกับสิ่งมีชีวิตที่อันตรายเหล่านั้นด้วยตนเอง  แล้วเสียงของพ่อมดชราก็ทำให้เธอละสายตาจากกระดาษเหล่านั้น  เธอเห็นรีมัสริมน้ำชาให้ดัมเบิลดอร์  แต่ดวงตาของเขากลับจ้องมองมาที่เธออย่างกังวลและดูประหม่า

                เฟริน่ารีบเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบ้าง  เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเสียมารยาทที่เอาแต่จ้องมองของส่วนตัวของเจ้าของห้องจนไม่สนใจที่จะเอ่ยทักทายเขา

                “สวัสดีค่ะ  คุณลูปิน  เอ่อ  --  ต้องขอโทษด้วยนะคะ  คืองานบนผนังเหล่านั้นน่าสนใจมากจริงๆค่ะ”  เธอบอกเสียงแผ่ว

                “โอ้!  ไม่เป็นไรเลย  ฉัน  --  เรื่องเล็กน้อยมาก  ฉันค่อนข้างกังวลมากกว่าว่าเธอจะคิดว่ามันสกปรกที่ฉันเอาแต่วาดอะไรและแปะไปทั่วผนังห้องแบบนั้นน่ะ”   ลูปินบอกด้วยสีหน้าผ่อนคลายลง

                “สกปรกหรือคะ”  เธอเลิกคิ้วพลางมองไปยังกระดาษอีกแผ่นที่มีรูปผีดิบเดินโซเซอยู่บนนั้น  “หนูว่ามันคือศิลปะเลยค่ะ  ศิลปะทางวิชาการ  หนูชอบนะคะ  ทั้งหมดนั่นเลย” 

                ลูปินหัวเราะเสียงค่อย  เขาดูดีขึ้นเมื่อมีรอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้า  “ขอบคุณ  เธอเป็นคนที่สองเลยที่พูดกับฉันแบบนี้”

                “ใครคือคนแรกหรือคะ”   เฟริน่าถาม  แล้วดัมเบิลดอร์ก็หัวเราะ

                “ฉันเอง”  ชายชราตอบ   ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าอ่อนจะหันไปมองใบหน้าของรีมัส  “ฉันคิดว่าความรู้ความเชี่ยวชาญที่เขามีสามารถรับตำแหน่งศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดได้สบายๆเลยทีเดียว”

                “ผมไม่กล้าหรอกครับ  คุณก็รู้”  ลูปินก้มหน้าพูดเสียงแผ่ว  ดวงตาสีเขียวดูหม่นหมองขึ้นมาในทันที

                “ทำไมล่ะคะ  หนูคิดว่าคุณเหมาะกับตำแหน่งนี้ที่สุดเลยนะคะ  หนูคงสนุกมากถ้าได้เรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดกับคุณ”  เฟริน่ารีบพูด 

                ลูปินถอนหายใจเบาๆ  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยชาในมือ   “เด็กน้อย  ฉันคิดว่าฉันไม่เหมาะหรอก  ฉันไม่ใช่คนที่สามารถ  -- 

                “ถ้าเรื่องที่คุณเป็นมนุษย์หมาป่า  นั่นไม่ใช่ปัญหาเลยนะคะ”  เฟริน่าพูดออกไปก่อนที่จะหยุดตัวเองไว้ได้ทัน   และเมื่อเธอเห็นสีหน้าที่ดูตกใจและตื่นกลัวของลูปิน  เด็กหญิงก็รู้สึกเสียใจว่าเธอไม่น่าปากไวเลย  เด็กหญิงกัดริมฝีปากด้วยความกังวล  นี่เธอกำลังจะมาเกลี้ยกล่อมลูปินให้รับตำแหน่งนี้  หรือมาทำพังกันแน่นะ

                “เฟริน่าพูดถูก”  ดัมเบิลดอร์พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัด 

                “คุณบอกเธอหรือครับ”  ลูปินถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ

                “อย่าโกรธศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เลยนะคะ”  เฟริน่ารีบพูด  เธอไม่อยากเป็นสาเหตุให้ลูปินมองอาจารย์ใหญ่ไม่ดี  เพราะสิ่งที่เธอรู้นั้น   ไม่ได้มาจากดัมเบิลดอร์เลย

                “เด็กน้อย  ในเมื่อเธอรู้แล้วว่าฉันเป็นอะไร  เธอก็ควรที่จะเปลี่ยนใจเสียตั้งแต่ตอนนี้  ไม่มีใครอยากจ้างมนุษย์หมาป่าทำงานหรอก  ใครๆต่างก็กลัวกันทั้งนั้น  -- 

                “แต่คุณสมบัติที่ระบุไว้ในตำแหน่งศาตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดนั้น  เขาไม่ได้เขียนว่าห้ามจ้างมนุษย์หมาป่านี่คะ  จริงไหมคะ  ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์”  เฟริน่าหันไปถามอาจารย์ใหญ่

                พ่อมดชราหัวเราะหึหึชอบใจ  “เท่าที่ฉันพลิกอ่านคุณสมบัติมา  ไม่มีข้อไหนที่ห้ามฮอกวอตส์จ้างมนุษย์หมาป่ามาทำงานนะ  แม้แต่สควิปเราก็ไม่ได้เขียนห้ามไว้”

                “สควิปเทียบกับมนุษย์หมาป่าไม่ได้หรอกครับ  ผมอันตราย  -- 

“อันตรายหรือคะ”  เฟริน่าพูดแทรกขึ้น  “แต่ตอนนี้คุณก็ยังไม่ได้ทำร้ายใครนี่คะ  คุณเหมือนคนอื่นทั่วๆไป  คุณลูปินคะ  อย่าเอาความคิดของคนอื่นมาตัดสินว่าคุณเป็นอันตรายสิคะ  เรามีทางเยียวยาช่วงพระจันทร์เต็มดวงมิใช่หรือคะ  ถ้าหนูจำไม่ผิด  มียาขนานหนึ่งที่สามารถช่วยคุณได้”

“ฉันไม่อยากให้นักเรียนทุกคนที่ฮอกวอตส์ต้องมาเสี่ยง  รวมทั้งชื่อเสียงของดัมเบิลดอร์ด้วย”  ลูปินยังพยายามดื้อรั้นต่อไป  “และยาที่เธอพูดนั้นมันก็ราคาสูงมาก  ฉันไม่มีเงินมากพอที่จะหามาหรอก”

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหารีมัส  เซเวอร์รัสตกลงที่จะช่วยปรุงยาให้โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย  ถ้าเธอเพียงตอบตกลงรับตำแหน่งนี้  เธอจะไม่ต้องกังวลในคืนพระจันทร์เต็มดวงอีก”  ดัมเบิลดอร์บอก

คิ้วสีน้ำตาลอ่อนขมวดเข้าหากัน  “ผมเคยตอบปฏิเสธไม่รับตำแหน่งนี้ในจดหมายไปแล้ว  และตอนนี้ก็ยังขอปฏิเสธอยู่  คุณควรไปหาคนอื่นที่เขาเหมาะสมกับตำแหน่งนี้  อย่าเสียเวลากับผมเลย  ดัมเบิลดอร์  และเธอ...”  รีมัสหันมายังเฟริน่า  “เธอยังไม่เคยเจอมนุษย์หมาป่าตัวเป็นๆ  ตอนนี้เธออาจจะยังไม่กลัว  แต่ถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น  ฉันไม่อยากให้เธอต้องเป็นเหมือนกับฉัน  หรือที่แย่ไปกว่านั้น  ฉันอาจพลั้งฆ่าเธอก็ได้  ช่วงเป็นมนุษย์หมาป่าฉันจะควบคุมตัวเองไม่ได้  สติสัมปชัญญะหายหมด  ฉันพูดจริงๆนะ  มันไม่ใช่เรื่องดีเลย”

เฟริน่าพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดในความหัวแข็งของชายหนุ่มตรงหน้า 

“แต่ถ้าเพียงคุณดื่มยาตามกำหนด  ก็ไม่มีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้นแล้วนี่คะ  คุณลูปิน”

“แล้วถ้าวันใดฉันลืมขึ้นมาล่ะ”  รีมัสย้อนถามอย่างไม่สบายใจนัก  ซึ่งเขาไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย  เพราะมันมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นตามในหนังสือจริงๆ  แต่เฟริน่าคิดว่าเธอพร้อมที่จะรับมือและหาทางไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น

“คุณต้องมีความมั่นใจในตัวเองค่ะ  หนูคิดว่าหนูอาจช่วยคุณเตือนเรื่องดื่มยาตามกำหนดได้  จริงๆนะคะ  หนูเห็นงานบนผนังห้องของคุณแล้ว  ไม่มีใครเหมาะกับตำแหน่งนี้เท่ากับคุณ  คุณได้ยินเรื่องล็อกฮาร์ตมาบ้างหรือเปล่าคะ”  รีมัสพยักหน้าน้อยๆ  เฟริน่าจึงพูดต่อไปว่า 

“ฮอกวอตส์และนักเรียนทุกคนต้องการศาสตราจารย์ที่มีความรู้  มีใจรักที่จะสอนและถ่ายทอด  ไม่ใช่คนที่ขี้โม้โอ้อวด  หัวใจสำคัญของการเป็นครูอยู่ตรงไหนคะ  คุณลูปิน  ใช่การเป็นมนุษย์หมาป่าหรือเปล่า  ถึงคุณจะบอกว่าไม่มีใครอยากจ้างมนุษย์หมาป่าไปทำงาน  แต่หนูขอพูดไว้ตรงนี้เลยค่ะ  คนเหล่านั้นจิตใจคับแคบจนมองไม่เห็นว่าคุณมีอะไรดีๆที่ซ่อนอยู่  และนั่นจึงทำให้พวกเขาพลาดสิ่งดีๆไป  แต่ที่ฮอกวอตส์ไม่ใช่  ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ใจกว้างพอที่จะมองเห็นว่าแท้จริงแล้วคุณเป็นพ่อมดที่มีความสามารถ  แต่ถ้าคุณยังดึงดันที่จะปฏิเสธตำแหน่งนี้อยู่อีก  คุณเองก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆที่มองอะไรแคบๆหรอกค่ะ  ทั้งๆที่ความรู้ของคุณสามารถช่วยนักเรียนหลายคนเอาตัวรอดจากศาสตร์มืดได้  แต่คุณกลับปิดกั้นตัวเอง 

“ตอนนี้คุณต้องถามตัวเองแล้วค่ะว่าคุณเป็นคนแบบไหน  ใช่จิตใจคับแคบเหมือนคนอื่นๆที่ไม่จ้างคุณ  เพียงเพราะคุณเป็นมนุษย์หมาป่าหรือเปล่า”

เฟริน่าไม่รู้ว่าตัวเองพูดแรงไปหรือไม่  แต่สีหน้าของลูปินดูนิ่งอึ้งไป  ก่อนที่เขาจะก้มหน้ามองถ้วยชาในมือ  คิ้วขมวดกันเป็นปมที่เธอนึกไม่ออกว่าเขากำลังไม่พอใจเธอหรือเปล่า  แต่เธอไม่คิดเสียใจกับสิ่งที่เธอพูดออกไป 

“ขอบคุณสำหรับชายามบ่ายนะ  รีมัส  ฉันกับเฟริน่าคงไม่ขอรบกวนเธอมากกว่านี้”  ดัมเบิลดอร์ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้  เฟริน่าขยับลุกไปยืนที่หน้าประตูห้อง 

“ลาก่อนค่ะ  คุณลูปิน”  เธอเอ่ย  รีมัสไม่ตอบ  เขายังคงจ้องมองถ้วยชาในมือต่อไป  เฟริน่าหมุนลูกบิดและก้าวออกไปจากห้อง  โดยมีดัมเบิลดอร์เดินตามออกมา  และขณะที่ชายชราจะปิดประตูลง  เสียงเก้าอี้เลื่อนก็ดังขึ้น  พร้อมๆกับที่ลูปินยืนอยู่หน้าประตู

“เดี๋ยวก่อน”  เขาเรียกไว้  ทั้งเฟริน่าและดัมเบิลดอร์หันกลับมายังชายหนุ่มเจ้าของห้อง

“มีอะไรหรือ”  ดัมเบิลดอร์ถาม  เฟริน่าเห็นดวงตาสีฟ้าอ่อนของชายชราเป็นประกายภายใต้แว่นของเขา

“เด็กคนนี้  --  เธอใช่คนที่จับตัวปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์ได้ใช่หรือเปล่า”   ลูปินถาม

“ใช่ค่ะ  หนูเอง”  เฟริน่าตอบ  เธอเห็นสีหน้าของลูปินเปลี่ยนมาครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว  ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นว่า

“ตกลง”

“เธอว่าอย่างไรนะ”  ดัมเบิลดอร์ถาม

“ผมตกลงรับตำแหน่งศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดครับ”  ลูปินตอบ

ชายชรายิ้มน้อยๆ  “ขอบคุณมากรีมัสที่ยอมช่วย  แล้วเจอกันวันเปิดเรียน”

“ครับ”

“แล้วเจอกันค่ะ  คุณ  --  ศาสตราจารย์ลูปิน”  เฟริน่าส่งยิ้มกว้างให้ศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่  รีมัสส่งยิ้มให้เธอและพยักหน้า

ทันทีที่ดัมเบิลดอร์พาเด็กหญิงกลับมายังฮอกส์มี้ดอีกครั้ง  เฟริน่าก็เริ่มถามสิ่งที่กวนใจเธอมาตลอดทาง

“ศาสตราจารย์คะ  หนูมีเรื่องอยากจะถามค่ะ”

พ่อมดชราหยุดเดินและหมุนตัวมายังเธอ  คิ้วสีเงินเลิกขึ้นสูง  แต่เฟริน่าดูออกว่าชายชรารู้ว่าอะไรกวนใจเธอยู่

“ทำไมศาสตราจารย์ลูปินถึงยอมตกลงในที่สุดคะ”

ดวงตาสีฟ้าอ่อนเป็นประกายระยิบระยับ  ชายชราหัวเราะเบาๆอย่างชอบใจ  ที่ทำให้เฟริน่าอดไม่ได้ที่จะต้องขมวดคิ้ว

“ฉันคิดว่ารีมัสคงไม่อยากถูกเด็กที่มีความกล้าหาญที่จะยืนหยัดเพื่อซิเรียส  แถมยังสามารถเปิดโปงเพ็ตติกรูว์ได้...  ตราหน้าว่าจิตใจคับแคบหรอกนะ  มันคงน่าอายสิ้นดี  นั่นแหละ  เขาถึงยอมตอบตกลง”

“ทำไมเขาถึงคิดว่าหนูจะตราหน้าเขาแบบนั้นล่ะคะ  หนูแค่กำลังเปรียบเทียบให้เขาเห็นว่าถ้าเขาคิดแบบนั้น  ความคิดเขาก็ไม่ต่างจากคนที่ตั้งแง่รังเกียจต่างหาก”  เด็กหญิงพูด

“เฟริน่า  คำพูดเธอน่ะ  เหมือนตราหน้ารีมัสชัดๆ  ฉันเองยังไม่นึกไม่ถึงว่าเธอจะกล้าพูดไปแบบนั้น  ตอนแรกฉันคิดว่าเราคงต้องร่างประกาศหาคนที่จะมารับตำแหน่งนี้ลงเดลี่พรอเฟ็ตเสียแล้ว”  ดัมเบิลดอร์หัวเราะเมื่อเห็นเด็กหญิงทำหน้านิ่ว

“หนูเปล่าสักหน่อยค่ะ  ศาสตราจารย์ลูปินเข้าใจไปแบบนั้นได้อย่างไรกัน”

“โอ้  ถ้าเป็นฉัน  ฉันก็เข้าใจว่ากำลังถูกเด็กอย่างเธอตราหน้านะ  แถมเป็นเด็กที่บังเอิญกล้าขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับซิเรียสโดยไม่กลัวรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ด้วยนี่สิ  อ้า...  ถ้าฉันเป็นรีมัสและไม่ตอบตกลง  คงอับอายจริงๆนั่นแหละ  แล้วยังจะเรื่องที่เธอสามารถจับตัวเพ็ตติกรูว์ได้อีก  การที่ผู้ใหญ่ถูกเด็กเช่นเธอกล่าวหาแบบนั้น  คงทำให้ไม่มีความสุขไปเลยล่ะ”  พ่อมดชราหัวเราะชอบใจ  และยิ่งหัวเราะหนักขึ้นเมื่อเฟริน่าเอาแต่บ่นอุบอิบว่าเธอไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นสักหน่อย



 

เฟริน่ากลับมาหาแฮร์รี่อีกครั้ง  ทันทีที่เด็กชายผมยุ่งเห็นเธอที่เตาผิงร้านหม้อใหญ่รั่ว  เขาก็รีบสาวเท้ามาหาเธอทันที  เด็กทั้งสองรีบตรงดิ่งขึ้นไปบนห้องของเด็กชายแว่นกลม  และเฟริน่าก็เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในห้องพิจารณาคดีเช้าวันนี้  แฮร์รี่ดูผิดหวังที่ซิเรียสยังต้องถูกคุมขังที่อัซคาบันต่อไปจนกว่าจะถึงนัดพิจารณาคดีที่จะเริ่มขึ้นในครั้งต่อไป   เฟริน่าได้แต่ปลอบใจเขา  ก่อนที่เด็กชายจะนึกอะไรได้พลางรีบพาเธอไปดูไม้กวาดไฟร์โบลต์ 

ระหว่างที่แฮร์รี่และเฟริน่าทานอาหารมื้อเย็นที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว  เด็กหญิงก็รู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เธอ  เฟริน่าอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง  แล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อพ่อมดแม่มดแต่ละคนต่างจ้องมองมาที่เธอด้วยสีหน้าที่หลากหลาย  แต่เด็กหญิงสงสัยไม่นานเธอก็ได้คำตอบเมื่ออีฟนิ่งพรอเฟ็ตฉบับวันนี้บนหน้าหนึ่งมีรูปเธออยู่  ใกล้ๆกันมีรูปของฟัดจ์และอัมบริดจ์ที่เอามือปิดหน้าปิดตาดูร้อนรน

เฟริน่าจ้องมองภาพตัวเองไอสำลักควันที่มองดูตลกสิ้นดี 

“เธอใช่เด็กผู้หญิงคนเดียวกันกับในรูปหรือเปล่า”  แม่มดคนหนึ่งร้องถาม  เฟริน่ารีบรวบช้อมส้อมและเดินขึ้นบันไดไป  เธอไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาใคร  แฮร์รี่รีบเดินตามเธอมาติดๆ  และทันทีที่เด็กทั้งสองเข้ามาในห้องของเด็กชายผมยุ่งแล้ว  เฟริน่าก็เพิ่งเห็นว่าเขาถือหนังสือพิมพ์ติดมือมาด้วย

“นายเอามันมาจากไหนน่ะ”  เฟริน่าถามเมื่อแฮร์รี่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอที่ขอบเตียง  เด็กชายแว่นกลมกางหนังสือพิพม์ออก

“ฉันเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆพอดี”  เขาตอบ 


 


            เช้าวันนี้ในการไต่สวนว่าจะรับฎีการื้อคดีของซิเรียส  แบล็กขึ้นมาพิจารณาใหม่หรือไม่  โลกผู้วิเศษก็ต้องตกตะลึง  เมื่อเด็กหญิงผู้ยื่นฎีกา  เฟริน่า  โพสัน  ได้นำพยานหลักฐานชิ้นสำคัญมาด้วย  และในห้องพิจารณาคดีที่เก้านั้น  เหล่าสมาชิกแห่งศาลสูงวิเซนกาม็อตและใครต่อใครก็ต้องผวา  เมื่อปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์  พ่อมดที่เชื่อว่าถูกแบล็กฆาตกรรมเมื่อสิบสองปีก่อน  แท้จริงแล้วยังมีชีวิตอยู่  โดยเฟริน่า  โพสันได้ให้การว่า  เธอบังเอิญทราบว่าสัตว์ของเพื่อนเป็นร่างแอนิเมจัสของเพ็ตติกรูว์โดยบังเอิญ  ขณะที่เธอทดลองร่ายคาถาคืนร่างตามหนังสือ  นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตัดสินใจยื่นฎีกาครั้งนี้  เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับซิเรียส  แบล็ก  และจากข่าววงใน  แบล็กได้ให้การปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ร่ายคาถาฆาตกกรมมักเกิ้ลสิบสองคนอย่างที่ใครๆเข้าใจ  แต่เหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวนั้นเกิดจากปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์ทั้งหมด 

            ทั้งนี้  เฟริน่า  โพสันได้ถูกกีดกันไม่ให้สัมภาษณ์โดยศาสตราจารย์เซเวอร์รัส  สเนป  เขาอ้างว่าจำเป็นต้องรีบพาเด็กหญิงกลับ  และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น  แต่ถึงอย่างนั้น  ด้วยความเชี่ยวชาญและทรงเสน่ห์  ริต้า  สกีตเตอร์ได้ขุดคุ้ยความจริงได้จากพ่อมดที่มาร่วมฟังการพิจารณาคดีที่ประสงค์จะไม่เอ่ยนาม

            “ตอนที่ผมเห็นว่าหนูอ้วนสกปรกตัวนั้นแท้จริงคือร่างแอนิเมจัสของปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์  ผมนี่ตกใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น  ใครจะไปนึกว่าเขายังไม่มีชีวิตอยู่”

            “แล้วเฟริน่า  โพสันได้ให้การว่าอย่างไรบ้างคะ”  ริต้าถามเสียงหวาน

            “เธอก็ให้การว่าเธอบังเอิญพบว่าหนูตัวนั้นเป็นแอนิเมจัสของเพ็ตติกรูว์โดยบังเอิญน่ะสิ  ผมว่าเธอเป็นเด็กที่น่าทึ่งมาก  แถมยังสามารถจับตัวเพ็ตติกรูว์ไว้ได้อีก  แต่ก็อีกนั่นแหละ  รัฐมนตรีฟัดจ์กับปลัดกระทรวงฯต้องการสอบสวนว่าทำไมดัมเบิลดอร์ถึงปล่อยให้นักเรียนแอบใช้คาถาขั้นสูงได้  แต่ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่เสียหายนะ  ในความรู้สึกของผม  ถ้าเด็กคนนั้นไม่บังเอิญทดลองคาถา  พวกเราผู้วิเศษก็ยังคงเข้าใจว่าเพ็ตติกรูว์ตายไปแล้ว”

            “ได้ยินว่าซิเรียส  แบล็กถูกเบิกตัวมาด้วย  เป็นอย่างไรบ้างคะ”  ริต้าถามต่อ  ปากกาจดทันใจรีบจดข้อมูลเร็วจี๋อย่างเที่ยงตรงที่สุด

            “เขาโกรธมาก  ร้องอยากจะฆ่าเพ็ตติกรูว์  ผมว่าเขาน่ากลัวนะ  แต่ให้ตายเถอะ  ใครที่ติดคุกอัซคาบันสิบสองปีไม่บ้า  ผมก็ว่าคนๆนั้นแปลกแล้ว”

            “งั้นก็แปลว่าซิเรียส  แบล็กเป็นบ้าจริงๆใช่ไหมคะ”

            “เปล่า  ผมว่าเขาคลุ้มคลั่งมากกว่าที่เห็นศัตรูเก่าที่ทำให้เขาต้องติดคุกนานขนาดนั้น  เรื่องนี้กระทรวงเวทมนตร์อาจต้องรับผิดชอบ”

            อย่างไรก็ตามริต้า  สกีตเตอร์ได้ทันเห็นรัฐมนตรีฟัดจ์และปลัดกระทรวงฯก้าวออกมาจากลิฟต์จึงรีบเดินไปสอบถามความจริงที่เกิดขึ้น

            “ผมไม่ขอให้สัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น”  ฟัดจ์ร้องพลางรีบดึงหมวกมาปิดใบหน้า  ในขณะที่อัมบริดจ์ใช้มือปิดบังใบหน้าเช่นกัน

            “ไว้เราจะให้สัมภาษณ์ทีหลัง  แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”  อัมบริดจ์บอกเสียงห้วนและเดินเข้าไปในกลุ่มฝูงชน 

            “ผมไม่ว่าง!  ขอล่ะ  ผมมีงานอื่นเยอะแยะที่ต้องทำ  ไว้สัมภาษณ์วันหลัง  สวัสดี”  ฟัดจ์บอกอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก

            แม้ว่ารัฐมนตรีและปลัดกระทรวงจะไม่อาจให้สัมภาษณ์ได้ในเวลานี้  แต่ริต้า  สกีตเตอร์จะขุดคุ้ยความจริงต่อไปเพื่อผู้อ่านอย่างแน่นอน  แต่ที่แน่ๆ  ศาลสูงฯได้ตัดสินว่าให้ฎีกานี้ผ่านและรื้อคดีซิเรียส  แบล็กขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  และกำหนดวันนัดจะมีต่อไปตามหมายเรียกที่แจ้งในภายหลัง  ซึ่งนักข่าวสาวของเราก็จะเกาะติดสถานการณ์ที่น่าสนใจนี้ต่อไป

ริต้า  สกีตเตอร์

รายงาน 

 


เฟริน่านึกโล่งใจระคนสะใจที่ฟัดจ์และอัมบริดจ์ไม่กล้าให้สัมภาษณ์อะไรอีก  จริงอย่างที่ดัมเบิลดอร์เคยพูดไว้  ทั้งคู่ต้องถูกคำพูดที่เคยว่าร้ายก่อนไต่สวนเล่นงานกลับแน่นอน  และเฟริน่าก็ได้เห็นแล้วว่าทั้งฟัดจ์และอัมบริดจ์เสียหน้ามากแค่ไหนกับคำสัมภาษณ์ในครั้งก่อนของพวกเขา  หลายวันมานี้เดลี่พรอเฟ็ตและอีฟนิ่งพรอเฟ็ตเอาแต่ประโคมข่าวเรื่องปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์ยังไม่ตาย  กระทรวงทำงานผิดพลาด  และซิเรียสเป็นผู้บริสุทธิ์จริงหรือไม่  แฟัดจ์กับอัมบริดจ์พยายามเลี่ยงการให้สัมภาษณ์และถ่ายรูป  ดังนั้นหนังสือพิมพ์ทุกๆฉบับจึงมีรูปรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์เอาหมมวกปิดหน้าเดินหนีไปพร้อมๆกับอัมบริดจ์ที่เอามือไม่ก็กระเป๋าปิดหน้าย่องออกจากกระทรวงเวทมนตร์  เฟริน่าเห็นในหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าทั้งสองได้รับจดหมายตำหนิจากชุมชนผู้วิเศษไม่น้อยเลยทีเดียว  ซึ่งเด็กหญิงค่อนข้างพอใจมากที่ทั้งสองโดนเล่นงานบ้างโดยที่ทั้งเธอและดัมเบิลดอร์ไม่จำเป็นต้องให้สัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น 

เฟริน่ากลับมาใช้ชีวิตที่ตรอกไดแอกอนอีกครั้ง  แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป  มีพ่อมดแม่มดหลายคนต่างเข้ามาคุยกับเธอ  เฟริน่าต้องเล่าเหตุการณ์ซ้ำๆทุกครั้งที่มีคนถามเหตุการณ์ที่เธอจับตัวปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์ได้  จนกระทั่งเด็กหญิงต้องเอาผ้าพันคอผืนเดิมมาพัน  เพื่อปิดบังใบหน้าไว้  ยามที่เธอกับแฮร์รี่ออกไปสำรวจตรอกไดแอกอน  

หลังจากที่การไต่สวนผ่านไป  เฟริน่าก็ไม่เห็นทอม  ริดเดิ้ลอีก  เด็กหญิงไม่รู้ว่าเขาหายตัวไปไหนหรือทำอะไรอยู่  เธอคอยมองหาร่างสูงของจอมมารหนุ่มทุกครั้ง  แต่ก็ไร้เงา  เฟริน่ารู้สึกโล่งใจที่ไม่เห็นเขาเฝ้าติดตามเธออยู่ใกล้ๆอีก  แต่ในขณะเดียวกันเด็กหญิงก็อดกังวลไม่ได้ว่าเขากำลังวางแผนร้ายอะไรที่ไม่ต้องการให้เธอรู้หรือไม่  และเฟริน่าตั้งใจว่าเมื่อฮอกวอตส์เปิดเทอม  เธอจะเล่าเรื่องทอม  ริดเดิ้ลให้ดัมเบิลดอร์ฟัง

ช่วงเวลาเปิดเทอมใกล้เข้าไปทุกที  แฮร์รี่เริ่มมองหารอนและเฮอร์ไมโอนี่  ในขณะที่เฟริน่ารู้อยู่แล้วว่าเธอกับเขาจะเจอเพื่อนอีกสองคนในวันสุดท้ายของการปิดเทอม  ทั้งสองเจอเชมัสกับดีนที่ร้านอุปกรณ์ควิดดิชชั้นเยี่ยม  เด็กชายทั้งคู่เองก็จ้องไฟร์โบลต์ตาถลนเช่นกัน  และทันทีที่ทั้งสองเห็นแฮร์รี่และเฟริน่า  เชมัสและดีนก็ถามเธอถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันไต่สวนฯ  เด็กชายทั้งสองทั้งชมและตำหนิที่เธอไม่ยอมเขียนเล่าเรื่องทั้งหมดในจดหมาย  ก่อนที่เด็กๆทั้งสี่จะกลับมาคุยเรื่องไฟร์โบลต์อีกครั้ง

“ชาตินี้เราคงไม่ได้เป็นเจ้าของมันหรอก  ราคามันคงแพงน่าดู”  เชมัสพูดเมื่อพวกเขาเดินออกห่างจากร้านแล้ว

“คิดว่ามันราคาเท่าไหร่”  ดีนถาม  เฟริน่าไหวไหล่  ในขณะที่แฮร์รี่เดาเอาว่ามันคงราคาสักพันเกลเลียนได้

“ถ้าได้ลองขี่มันสักครั้งก็คงจะดี”  เชมัสพึมพำแบบเพ้อๆ  ในขณะที่แฮร์รี่เองก็คล้อยตามและเด็กชายทั้งสามก็เริ่มเดาเอาว่าหากได้ลองขี่ไฟร์โบลต์มันจะเร็วมากแค่ไหน  เฟริน่าได้แต่ยืนฟัง  ในใจลึกๆเธอรู้อยู่แล้วว่าแฮร์รี่จะได้เป็นเจ้าของไม้กวาดด้ามงามราคาแพงนั่น  และมันช่วยไม่ได้เลยที่เด็กหญิงอดที่จะอิจฉาแฮร์รี่ไม่ได้  ความรู้สึกอิจฉาผสมปนเปไปกับความห่อเหี่ยวใจ  แค่ไม้กวาดนิมบัสสองพัน  เธอยังนึกไม่ออกเลยว่าเธอจะได้เป็นเจ้าของมันหรือไม่  ไฟร์โบลต์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย 

เชมัสกับดีนแยกตัวไปเติมเสบียงปรุงยา  แฮร์รี่และเธอจึงเดินต่อไปยังร้านตัวบรรจงและหยดหมึก

“ฉันล่ะเชื่อแกจริงๆเลย  เนวิลล์!  เสียงแหบเอ็ดตะโรดังขึ้นที่นอกร้านตัวบรรจงและหยดหมึก  แฮร์รี่และเฟริน่าเห็นหญิงชราที่หน้าดุกำลังยืนเอ็ดเด็กชายหน้ากลมอยู่  เนวิลล์  ลองบัตท่อมกำลังล้วงหารายชื่อหนังสือออกมาจากกระเป๋าของเขา  ใบหน้าดูตกใจกลัวและสะดุ้งทุกครั้งที่คุณย่าของเขาขึ้นเสียงใส่  เฟริน่ารีบเดินเข้าไปหาทั้งสองก่อนที่แฮร์รี่จะห้ามทัน  เด็กหญิงยื่นรายชื่อหนังสือของตัวเองที่เธอเตรียมไว้อยู่แล้วให้เด็กชายหน้ากลมที่จวนจะร้องไห้อยู่รอมร่อเมื่อคุณย่าเอาแต่ดุเสียงดังอย่างน่ากลัว  หลังจากนั้นคุณย่าของเนวิลล์ก็ขอบคุณเธอ  หล่อนดูจะตื่นเต้นเมื่อจำเฟริน่าจากเดลี่พรอเฟ็ตได้  คุณย่าของเนวิลล์ชวนเธอคุยนานร่วมครึ่งชั่วโมง  ก่อนจะหันไปเอ็ดเนวิลล์ต่อและเดินเข้าไปยังร้านตัวบรรจงและหยดหมึก

และในเช้าวันสุดท้าของการปิดภาคเรียน  ทั้งแฮร์รี่และเฟริน่าก็เจอรอนกับเฮอร์ไมโอนี่  ทั้งสองนั่งอยู่นอกร้านไอศกรีมของฟลอเรียนฟอร์เตสคิว  เด็กชายผมแดงมีกระขึ้นเต็มหน้า  ในขณะที่เด็กหญิงผมฟูผิวคล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ได้เจอเสียที”  รอนเอ่ยขึ้น  เขายิ้มยิงฟันให้แฮร์รี่  ก่อนจะหันมามองเฟริน่าอย่างตำหนิเมื่อเธอกับแฮร์รี่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้แล้ว

“อะไร”  เฟริน่าเลิกคิ้ว  เธอเห็นเฮอร์ไมโอนี่กลอกตาใส่รอน

“เธอยังมาถาม  เธอเอาสแคบเบอร์ไป  แต่กลับโกหกว่าเธอไม่เห็นมัน  เฟริน่า”  รอนว่า

“ไม่เอาน่ารอน  นายก็รู้ว่านั่นใช่หนูจริงๆเสียเมื่อไหร่  นั่นมันปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์นะ”  เฮอร์ไมโอนี่พูด

“เฉยเถอะน่า  เฮอร์ไมโอนี่  ฉันก็ต้องว่าเฟริน่าอยู่ดีที่เธอโกหก”  รอนกอดอก  เฟริน่ากำลังจะแย้ง  แต่เด็กชายผมแดงกลับยิงฟันและพูดว่า  “ถ้าเธอบอกฉันสักคำว่านั่นคือพ่อมดที่หนีคดีมา  ฉันจะยินดีให้เธอจับเขาไปในทันทีเลย”

แฮร์รี่หัวเราะชอบใจที่เห็นเด็กหญิงทั้งสองอ้าปากแบบเหวอๆ  เมื่อนึกไม่ถึงว่ารอนจะไม่โกรธ 

“โอ้  เอ่อ  ฉันแค่คิดว่านายจะไม่ยอมเชื่อฉันในตอนแรกน่ะสิ  รอน”  เฟริน่าบอกเมื่อหาเสียงตัวเองเจอแล้ว

“แต่ฉันขอบอกเลยว่าที่เธอทำมันกล้าหาญมาก  ยอดไปเลยที่เธอกล้ายื่นฎีกานั่น  พ่อฉันบอกว่าไม่เคยมีฎีกาขอรื้อฟื้นคดีผ่านเลย  แต่เธอทำได้”  รอนชม

“เธอน่าจะบอกพวกเราบ้างนะ  เฟริน่า  ตอนฉันเพิ่งรู้จากอีฟนิ่งพรอเฟ็ตและเห็นรูปเธอ  ฉันตกใจมาก  ไม่นึกว่าเธอจะเป็นเด็กผู้หญิงคนที่ใครๆก็พูดถึงกัน”  เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างเคืองๆ  “แล้วตกลงเรื่องทั้งหมดเป็นยังไง”

เฟริน่าเกาแก้มตัวเอง  เธอลืมไปเสียสนิทเลยว่าถ้าทุกคนรู้ความจริงว่าเธอคือคนที่ยื่นฎีกา  เธอจะแก้ตัวกับเพื่อนๆว่าอย่างไร  แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดคร่าวๆให้รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ฟัง  รวมทั้งเรื่องที่ปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์หักหลังพ่อแม่ของแฮร์รี่ด้วย  รอนและเฮอร์ไมโอนี่ดูเห็นใจแฮร์รี่และสงสารซิเรียส  ก่อนจะพากันตำหนิกระทรวงเวทมนตร์  “เอ้อ  ฉันกลัวเสียรูปคดีนะ  เรื่องนี้มีแค่ฉันกับศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ที่รู้เพียงสองคน  ต่อมาแฮร์รี่ก็เพิ่งรู้ไม่นานมานี้เอง”

“ช่าย  ตอนฉันรู้ก็ทึ่งเหมือนกัน”  แฮร์รี่บอก  ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง  เมื่อเห็นสีหน้าเฮอร์ไมโอนี่จ้องมองเฟริน่าแบบตำหนิที่ไม่ยอมเล่าให้ฟังตั้งแต่แรก   “ว่าแต่  พวกนายสองคนซื้อของกันหรือยัง”

“เราไปที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว  แต่เขาบอกว่านายกับเฟริน่าออกมาก่อนแล้ว  เราไปที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึกกับร้านเสื้อของมาดามมัลกิ้น  แล้วก็  -- 

“ฉันกับเฟริน่าซื้อข้าวของเครื่องใช้ไปโรงเรียนแล้ว”  แฮร์รี่อธิบาย  “ว่าแต่พวกนายรู้ได้ไงว่าฉันกับเฟริน่าพักที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว”

“พ่อบอก”  รอนตอบง่ายๆ  จากนั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็เริ่มถามว่าแฮร์รี่เป่าลมป้าจนตัวพองจริงหรือไม่  ซึ่งแฮร์รี่ก็อธิบายว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ  ในขณะที่รอนหัวเราะเสียงดังลั่นจนโดนเด็กหญิงผมฟูดุว่านี่ไม่ใช่เรื่องตลก  และแปลกใจที่แฮร์รี่ไม่ถูกไล่ออก  เด็กชายแว่นกลมเองก็แปลกใจอยู่ที่เขาไม่ถูกจับด้วยซ้ำ  ซึ่งเฟริน่ารู้ว่าทำไม  ก่อนที่รอนและเฮอร์ไมโอนี่จะบอกว่าคืนนี้พวกเขาค้างที่ร้านหม้อใหญ่รั่วและไปสถานีคิงส์ครอสพรุ่งนี้พร้อมกับเธอและแฮร์รี่

ระหว่างที่รอนอวดไม้กายสิทธิ์อันใหม่  และเฮอร์ไมโอนี่พูดถึงหนังสือ  เฟริน่าก็เริ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย  เธอไม่เข้าใจว่าในเมื่อซิเรียสไม่ได้แหกคุกออกมา  ฟัดจ์ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องส่งอาเธอร์  วีสลีย์มาดูแลแฮร์รี่ให้ขึ้นรถไฟอย่างปลอดภัยสิ  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างไม่เข้าใจว่า  รัฐมนตรีกำลังมีแผนการอะไรอีก  และดูท่าเธอต้องรู้ให้ได้ว่าเขาส่งพ่อของรอนมาทำไม

“ฉันยังเหลือเงินอีกสิบเกลเลียน”  เสียงเฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นดึงเฟริน่าออกจากความคิด  “เดือนกันยานี่เป็นวันเกิดของฉัน  แม่กับพ่อก็เลยให้เงินฉันมาเลือกซื้อของขวัญให้ตัวเองล่วงหน้าก่อน  เฟริน่าเธอมีความคิดดีๆบ้างไหมว่าฉันควรซื้ออะไรดี”  เด็กหญิงผมฟูหันมาถาม

หนังสือดีๆสักเล่มเป็นไง”  รอนชิงถามตีหน้าซื่อ  เฟริน่ากลอกตาใส่เด็กชายผมแดง

“ไม่เอาหรอก”  เฮอร์ไมโอนี่ตอบเรื่อยๆ  “ใจจริงฉันอยากได้นกฮูกสักตัว  ก็แหม  แฮร์รี่มีเฮ็ดวิก  เฟริน่ามีอันโดรส  ส่วนเธอก็มีแอรัล  -- 

“ไม่ใช่ของฉัน”  ทั้งรอนและเฟริน่าบอกพร้อมกัน

“อันโดรสเป็นนกฮูกของคนรู้จัก”  เฟริน่าพูด

“แอรัลเป็นนกฮูกที่บ้าน  ส่วนสแคบเบอร์  ดีใจที่กำจัดมันไปได้  ฉันคงประหยัดค่าอาหารมันไปเยอะ”  รอนว่า

“นายก็น่าจะลองซื้อสัตว์เลี้ยงตัวใหม่พร้อมกับเฮอร์ไมโอนี่เป็นไง”  แฮร์รี่เสนอ  “มีร้านสัตว์วิเศษอยู่ตรงนั้นน่ะ”

ดังนั้น  เด็กๆจึงจ่ายค่าไอศกรีม  แล้วข้ามถนนไปยังร้านสัตว์วิเศษ  แฮร์รี่เตือนรอนและเฮอร์ไมโอนี่ให้ระวังสัตว์ที่อยู่ในกรงข้างบนเขวี้ยงอะไรบางอย่างใส่หัว  รอนจึงเฝ้ามองไปยังด้านบนอย่างระแวดระวังระหว่างที่มองหาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ไปด้วย

เฟริน่าเห็นแฮร์รี่และรอนหยุดยืนอยู่หน้าคางคกสีม่วงขนาดมหึมาคู่หนึ่งนั่งนำลายยืดงับซากแมลงวันเป็นอาหาร  ใกล้ๆกันนั้นมีเต่ายักษ์ที่กระดองฝังอัญมณีกำลังขยับตัวไปมาส่องประกายวาววาบอยู่ใกล้หน้าต่าง  หอยทากพิษสีส้ม  กระต่ายตัวอ้วนขาวที่เฝ้าแปรงร่างไปมาเป็นหมวกผ้าไหมทรงสูงปีกแคบที่มีเสียงดังป๊อปๆต่อเนื่อง  เฮอร์ไมโอนี่และเธอเดินผ่านแมวทุกสี  กรงอีกาส่งเสียงจ้อกแจ้ก  ตะกร้าใส่ลูกเจี๊ยบสีเหลืองนวลแปลกตาส่งเสียงร้องระงม  ที่เคารน์เตอร์มีกรงขนาดใหญ่ใส่หนูสีดำตัวลื่นเป็นมัน  พวกมันกำลังกระโดดเชือกโดยใช้หางยาวโล้นเลี่ยนแทนเชือก

“นายน่าจะลองดูหนูพวกนั้นนะ”  เฟริน่าได้ยินแฮร์รี่บอกกับรอน  แต่เด็กชายผมแดงสั่นหัวแรงๆ  พลางพึมพำว่าเขาไม่อยากได้แอนิเมจัสมาอีก  แต่เขาก็เดินไปดูหนูพวกนั้น  และขณะที่รอนกำลังถามเรื่องหนูในกรงเหล่านั้น  เขาก็ร้องเสียงหลง  พลางย่อตัวลงขณะที่เฟริน่าเห็นแมวสีส้มตัวมหึมาพุ่งลงมาจากกรงข้างบนสุดและเกาะลงบนศีรษะของเขา  ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเฮอร์ไมโอนี่  เด็กหญิงผมฟูตกใจและอุ้มมันไว้ได้ทันก่อนที่มันจะร่วงลงพื้น

ครุกแชงก์!  แม่มดเจ้าของร้านร้อง

“นั่นมันตัวอะไรน่ะ” รอนถามพลางนวดศีรษะตัวเอง  เด็กชายผมแดงนิ่วหน้าพลางจ้องมองไปยังแมวสีส้มที่อยู่ในอ้อมแขนเด็กหญิงผมฟูอย่างขุ่นเคืองใจ  เฮอร์ไมโอนี่กำลังลูบขนหนาและนุ่มฟูของมัน  และครุกแชงก์ก็ครางอย่างพึงพอใจ  หน้าเจ้าแมวสีส้มดูบึ้งตึงและแบนแป้นพิกล  เฟริน่าพยายามกลั้นเสียงหัวเราะ  เมื่อเห็นสีหน้าของรอนกับเจ้าแมวสีส้มแสนรู้ตัวนี้

“มันหล่อดีนะ”  เฮอร์ไมโอนี่บอกพลางยิ้มแป้นไม่หุบเมื่อครุกแชงก์ถูหัวของมันเข้ากับแขนของเธอ

“ถ้าเธอสนใจครุกแชงก์ฉันจะขายให้  มันอยู่ที่ร้านมาตั้งชาติหนึ่งแล้ว  ไม่มีใครอยากได้มันเลย”  แม่มดอธิบาย

“ฉันล่ะสงสัยนักว่าเพราะอะไรกัน”  รอนพึมพำประชดประชัน  และเมื่อเขาเห็นเฮอร์ไมโอนี่หมุนตัวไปจ่ายเงิน  เด็กชายผมแดงก็ครางเสียงดัง  “เธอซื้อเจ้าปีศาจนั่นมาหรือ  เฮอร์ไมโอนี่  มันหวิดจะถลกหนังหัวฉันอยู่แล้วนะ!

“มันไม่ได้ตั้งใจหรอก  ใช่ไหมจ๊ะ  ครุกแชงก์”  เฮอร์ไมโอนี่ถามมัน  “ถ้านายไม่ซื้ออะไร  ฉันจะออกจากร้านแล้วนะ  รอน“  เด็กหญิงผมฟูบอก  พลางก้าวออกจากร้าน  และรอนก็บ่นเรื่องแมวสีส้มไปตลอดทางที่เดินกลับร้านหม้อใหญ่รั่ว

เด็กๆทั้งสี่พบนายวีสลีย์ที่บาร์หม้อใหญ่รั่ว  เขากำลังอ่านเดลี่พรอเฟ็ตอยู่  เฟริน่าพยายามลอบสังเกตสีหน้าของนายวีสลีย์  เขาดูอึดอัดพิกลที่เธอบอกไม่ถูกว่าทำไม

“แฮร์รี่!  เฟริน่า!  นายวีสลีย์ยิ้ม  “พวกเธอสบายดีหรือ”

“สบายดีฮะ  ขอบคุณ”

“หนูสบายดีค่ะ  ขอบคุณ” 

นายวีสลีย์วางหนังสือพิมพ์ลง  เฟริน่าเห็นภาพรัฐมนตรีฟัดจ์และอัมบริดจ์พยายามหลบออกจากรูปบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ดูน่าขัน

“ที่กระทรวงเป็นอย่างไรบ้างคะ”  เฟริน่าถาม  เพราะเดลี่พรอเฟ็ตลงข่าวโจมตีและขุดคุ้ยการทำงานที่ผิดพลาดของกระทรวงแทบทุกวันอย่างสนุกสนาน  ซึ่งเธอก็ไม่ได้ต้องการให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้

“เอ่อ  --  ก็วุ่นวายนิดหน่อย  แต่โดยรวมก็ดี”  นายวีสลีย์บอกอย่างเคร่งขรึมที่สุด  แต่ก็ดูอึดอัดใจในเวลาเดียวกัน  เฟริน่าเดาเอาว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเวทมนตร์ก็คงจะโดนหนักไม่ต่างกันจากข่าวในหนังสือพิมพ์  เด็กหญิงรู้สึกเห็นใจเขาขึ้นมาในทันที

“หนูไม่รู้จะพูดอะไร  คงพูดได้แค่ว่าเดี๋ยวมันก็คงผ่านพ้นไปค่ะ  ถ้าเราให้ความยุติธรรมกับซิเรียส  แบล็ก”  คำพูดของเธอทำให้นายวีสลีย์มีท่าทางเคร่งเครียดมากเมื่อดูใกล้ๆ

ขณะนั้นเอง  นางวีสลีย์ก็เดินเข้ามาพร้อมหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง  ที่เดินตามมาด้วยคู่ฝาแฝดวีสลีย์ที่กำลังจะขึ้นชั้นปีที่ห้า  และเพอร์ซี่ประธานนักเรียนคนใหม่  รวมทั้งจินนี่ที่พอเห็นเฟริน่า  เด็กหญิงผมแดงก็ยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจ  แต่เมื่อเธอกำลังจะเดินเข้ามาทักทาย  จินนี่ก็ต้องหยุดลงเมื่อเห็นแฮร์รี่ยืนอยู่ใกล้ๆ  เด็กหญิงผมแดงดูเขินอายเกินกว่าปกติ  ซึ่งเฟริน่ารู้สึกโหวงๆในท้องและไม่สบายใจเลย 

“สวัสดี”  จินนี่กล่าวอุบอิบโดยพยายามไม่มองหน้าแฮร์รี่  ก่อนจะหันมาชำเลืองมองเฟริน่าและยิ้มให้เธอ  เฟริน่าฝืนยิ้มออกไป  ทั้งที่ในใจรู้สึกผิด  แต่แล้วเพอร์ซี่ก็ก้าวเข้ามาพลางยื่นมืออย่างสำรวม  ราวกับแฮร์รี่และเฟริน่ากับเขาไม่เคยพบกันมาก่อน

“แฮร์รี่  ยินดีที่ได้พบคุณ”  แฮร์รี่พยายามกลั้นหัวเราะ

“หวัดดีเพอร์ซี่”  เด็กชายแว่นกลมพูด

“เฟริน่า  ยินดีที่ได้พบคุณ”  เพอร์ซี่หันมาพูดกับเธอด้วยท่าทีเฉยเมยผิดกับแฮร์รี่  เฟริน่าขมวดคิ้ว  เธอแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็พอจะรู้ว่าเพอร์ซี่ทะเยอทะยานอยากทำงานที่กระทรวงเวทมนตร์มาก  ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะเย็นชากับเธอ  ก็ในเมื่อเธอเป็นสาเหตุที่ทำให้กระทรวงเวทมนตร์โดนโจมตีอยู่ตอนนี้

“หวังว่าเธอกับแฮร์รี่สบายดีนะครับ”  เพอร์ซี่วางโก้  เขาหันไปเขย่ามือกับแฮร์รี่ราวกับแนะนำตัวกับท่านนายกเทศมนตรีก็ไม่ปาน  และทำเฉยเมยใส่เฟริน่าอีกครั้ง

“เฟริน่า!

“แฮร์รี่! 

เฟร็ดและจอร์จกระโดดเข้ามาและใช้ข้อศอกกระทุ้งเพอร์ซี่ให้ถอยออกไป  ฝาแฝดก้มตัวโค้งอย่างนอบน้อม  เป็นเกียรติเหลือเกินที่ได้พบคุณ  น้องแฮร์รี่เอ๋ย  --    เฟร็ดกล่าวอย่างนบน้อม 

ในขณะที่จอร์จโค้งคำนับให้เฟริน่าและพูดขึ้นว่า  “เหลือจะสุดพิเศษ  การเรียกร้องความยุติธรรมของวีรสตรีที่กล้าหาญ เป็นเกียรติอย่างล้นเหลือที่ได้พบคุณ  ทำให้กระทรวงเวทมนตร์แสนจะหฤหรรษ์อะไรปานนั้น“

เพอร์ซี่ทำหน้าบึ้งตึง

“เอาล่ะ  พอทีจ้ะ”  นางวีสลีย์พูดขึ้น

“คุณแม่!  เฟร็ดทำท่าราวกับเพิ่งมองเห็น  เขาคว้ามือนางวีสลีย์มาบีบไว้แน่นเช่นกัน  “ช่างแสนประเสริฐเลิศล้ำที่ได้พบคุณแม่  --    เฟริน่ากับแฮร์รี่ต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างดุเดือดที่จะไม่หัวเราะลั่นออกมา

“แม่บอกว่า  พอแล้ว”  นางวีสลีย์บอก  พลางกองถุงใส่ของลงบนเก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง  “สวัสดีจ้ะ  แฮร์รี่  เฟริน่า  ฉันว่าพวกเธอคงได้ข่าวน่าตื่นเต้นของเราแล้วใช่ไหมจ๊ะ”  นางวีสลีย์ชี้ไปที่เข็มสีเงินใหม่เอี่ยมบนหน้าอกเพอร์ซี่  “ประธานนักเรียนคนที่สองของครอบครัวไงจ๊ะ!  นางวีสลีย์ยิ้มหน้าบานอย่างภูมิใจ

“และคนสุดท้าย”  เฟร็ดพึมพำค่อยๆ

“แม่ไม่สงสัยข้อนั้นหรอก”  นางวีสลีย์พูดแล้วก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที  “เอ๊ะ  แม่เพิ่งสังเกตว่าโรงเรียนยังไม่ได้ตั้งให้ลูกสองคนเป็นพรีเฟ็คเลย”

“เราจะอยากเป็นพรีเฟ็คไปทำไมล่ะครับ”  จอร์จมีทีท่าคัดค้านความคิดนั้น  “ชีวิตก็หมดสนุกกันพอดี”

จินนี่หัวเราะคิก  ก่อนจะเดินมาดึงมือเฟริน่าให้เดินออกห่างจากวงสนทนา  หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือนางวีสลีย์บ่นฝาแฝดทั้งสอง  เด็กหญิงผมแดงขอให้เธอเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา  และการไต่สวน  รวมทั้งการจับกุมปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์ตามข่าวนั่น  ซึ่งเฟริน่าก็ไม่รังเกียจเลยที่จะเล่าให้จินนี่ฟัง 

อาหารค่ำในวันนี้เกือบจะเป็นมื้อที่สนุกสนานสำหรับเฟริน่า  แต่พอนายวีสลีย์ตอบเฟร็ดว่าฟัดจ์จะจัดรถมาให้สองคันเพื่อเดินทางไปสถานีคิงส์ครอส  เฟริน่าก็ต้องสงสัย  ไม่มีความจำเป็นอะไรสักนิดที่ฟัดจ์ต้องทำแบบนี้  รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์คิดจะเล่นเกมส์อะไรกับเธออีก  บางทีเธอน่าจะถามดัมเบิลดอร์และเล่าเรื่องนี้ให้ชายชราฟัง  เผื่อเขาจะมองเกมส์ออกว่าเธอต้องรับมืออย่างไร

“ทำไมท่านรัฐมนตรีถึงจัดรถมาให้ครับ  พ่อ”  คำถามของเพอร์ซี่ทำให้เฟริน่าต้องเงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหาร

“ก็เพราะว่าตอนนี้เราไม่มีรถซักคันแล้วน่ะสิ”  นายวีสลีย์ตอบ  “อีกอย่าง  เพราะพ่อทำงานที่นั่น  เขาก็เลยช่วยจัดมาให้...”

เฟริน่าสังเกตเห็นใบหูของนายวีสลีย์กลายเป็นสีแดง เหมือนกันกับรอนเวลาที่เขาถูกกดดัน  เด็กหญิงพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่พอเป็นไปได้  แต่เธอก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นเรื่องไหน

“พ่อทำงานดีด้วยจ้ะ”  นางวีสลีย์ตัดบท  “ลูกๆรู้หรือเปล่าว่าเราทั้งหมดมีสัมภาระมากขนาดไหน  แม่ว่าพวกลูกคงดูไม่จืดหรอกถ้าลงสถานีรถไฟใต้ดินของพวกมักเกิ้ล...  ว่าแต่จัดของกันเสร็จหมดหรือยังจ้ะ”

แล้วเพอร์ซี่ก็เริ่มบ่นว่ารอนยังไม่จัดของที่วางกองบนเตียงของประธานนักเรียน  เด็กชายผมแดงจึงแอบตีหน้ายักษ์ใส่พี่ชายของตนเมื่อโดนนางวีสลีย์เอ็ด

หลังอาหารเย็น  ทุกคนทยอยขึ้นห้องทีละคนเพื่อตวรดูข้าวของสำหรับวันพรุ่งนี้  เฟริน่าที่ยังสงสัยนายวีสลีย์อยู่แกล้งบอกลาแฮร์รี่และเข้าไปยังห้องหมายเขสิบสองของเธอ  ในขณะที่ห้องหมายเลขสิบของแฮร์รี่ที่อยู่ติดกับห้องของรอนและเพอร์ซี่  มีเสียงโต้เถียงเล็กๆเมื่อเพอร์ซี่หาว่ารอนทำตราประธานนักเรียนของเขาหายไป  เด็กหญิงได้ยินแฮร์รี่อาสาช่วยทั้งสองหาตราในห้อง  

เฟริน่าค่อยๆเปิดประตูออกมาและย่องอย่างเงียบกริบที่สุดเท่าที่จะทำได้  เสียงเพอร์ซี่บ่น  สลับกับเสียงรอนเถียง  โดยมีเสียงแฮร์รี่พยายามปรามดังลอดออกมาให้ได้ยิน  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างย่องไปตามทางเดินมืดสลัวของบาร์ข้างล่าง  และเมื่อเดินไปสู่บาร์ได้ครึ่งทางแล้ว  เธอก็ได้ยินเสียงนายและนางวีสลีย์โต้เถียงกันอยู่ในห้องนั่งเล่น  เฟริน่าไม่รอช้าที่จะเขยิบไปใกล้ประตูอย่างเงียบเชียบและเริ่มเงี่ยหูฟัง

“...ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่จะไม่บอกให้แกรู้”  นายวีสลีย์กำลังพูดอย่างมีอารมณ์  “แฮร์รี่มีสิทธิ์ที่จะรู้  ซึ่งฟัดจ์เองก็เห็นด้วย  และกำชับให้ผมบอกกับแฮร์รี่  แต่เขากำชับ  -- 

“อาเธอร์  ความจริงจะทำให้แกตกใจกลัวและผิดหวัง  คำว่าผิดหวังของนางวีสลีย์ทำให้เฟริน่ายิ่งขมวดคิ้วมากขึ้นไปอีก  เด็กหญิงขยับเข้าไปใกล้ประตูมากกว่าเดิม  “คุณอยากส่งแฮร์รี่กลับเข้าโรงเรียนโดยมีเรื่องนี้ตามหลอกหลอนแกอย่างนั้นหรือ  พูดจริงๆนะ  แกมีความสุขดีอยู่แล้วที่ไม่รู้  อย่าทำให้แกต้องเสียใจและผิดหวัง

“ผมก็ไม่อยากให้แกต้องเป็นทุกข์หรอก  แต่ผมอยากให้แกระวังตัว!  นายวีสลีย์บอก “คุณก็รู้  แฮร์รี่กับเฟริน่าสนิทกันมากแค่ไหน  ฟัดจ์บอกกับผมเรื่องนี้ว่าผมต้องบอกแฮร์รี่  ต้องเตือนเขาเรื่องเฟริน่า  -- 

“แต่คุณก็เห็น  เฟริน่าเป็นเด็กที่น่ารัก  ถ้าคุณพูดกับแฮรี่ไปแบบนั้น  คุณคิดหรือว่าแฮร์รี่จะมีความสุข”   นางวีสลีย์ถามเสียงแหลม  เฟริน่าแทบกลั้นหายใจ  นี่มันเรื่องอะไรกัน  ทำไมฟัดจ์ต้องให้นายวีสลีย์มาเตือนแฮร์รี่เกี่ยวกับเธอด้วย เด็กหญิงแน่ใจว่าตัวเองเล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับซิเรียสไปหมดแล้ว  แล้วจะมีเรื่องอะไรที่ฟัดจ์ต้องให้นายวีสลีย์มาเตือนแฮร์รี่ให้ระวังเธอด้วย  เฟริน่ารู้สึกถึงความงุนงงระคนโกรธ

“ผมรู้น่า  มอลลี่  แต่ทุกครั้งที่ฟัดจ์ย้ำกับผมเรื่องคืนนั้น  ถ้ารถเมล์อัศวินราตรีไม่บังเอิญผ่านมาและรับแฮร์รี่กับเฟริน่าขึ้นรถมาพร้อมกัน  อะไรจะเกิดขึ้นบ้างในคืนนั้น  แฮร์รี่หนีออกจากบ้านนะ  แล้วเฟริน่าก็ปรากฏตัวขึ้น  ฟัดจ์เตือนผมว่าถ้าไม่เพราะรถเมล์อัศวินราตรี  เขากล้าพนันได้เลยว่าแฮร์รี่คงจะตายไปแล้วก่อนที่ท่านรัฐมนตรีกับปลัดกระทรวงจะเจอตัว”

“แต่แฮร์รี่ก็ไม่ตาย  ยังอยู่ดี  เรื่องมันอยู่ตรงนี้  ดัมเบิลดอร์เองยัง  -- 

“มอลลี่  เขาพูดกันว่าซิเรียส  แบล็กละเมอและตามหาอะไรอยู่  คุณคิดว่าเราไว้ใจซิเรียส  แบล็กได้อย่างนั้นหรือ  ฟัดจ์บอกว่าดัมเบิลดอร์อาจไว้ใจคนผิด  เหมือนกับที่เขาไว้ใจสเนปและช่วยให้เขาพ้นมลทิน  มู้ดดี้เพิ่งพูดกับผมเรื่องที่เฟริน่าเชื่อใจสเนป  เฟริน่าบอกว่าสเนปเป็นคนดีและกล้าหาญ  แต่มือปราบมารทุกคนที่ผมเจอ  ไม่มีใครเชื่อว่าจริงๆแล้วสเนปกลับใจ  ทุกคนต่างสงสัยในตัวสเนปกันทั้งนั้น  มีแต่ดัมเบิลดอร์ที่เชื่อใจ  และฟัดจ์ก็บอกกับผม  คอยย้ำว่าดัมเบิลดอร์มองคนผิด  ผมไม่เถียงคุณว่าเฟริน่าเป็นเด็กน่ารัก  แต่บางทีแกอาจมองคนผิดไปเหมือนที่ดัมเบิลดอร์เป็นก็ได้” 

“แล้วคุณจะเตือนแฮร์รี่  คุณจะพูดกับแฮร์รี่เรื่องเฟริน่ายังไง  แล้วเรื่องปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์อีก  การที่จับตัวเขาได้  บางที  ซิเรียส  แบล็กอาจจะ  -- 

“ไม่รู้สิ  ตอนนี้ผมเองก็สับสนมาก”  นายวีสลีย์บอกด้วยเสียงเหนื่อยใจ  “แต่ผมคงต้องหาทางเตือนแกเรื่องเฟริน่า  เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญ  และผมคิดว่าแฮร์รี่คงไม่รู้  ถึงเขาจะต้องผิดหวังและเสียใจ  แต่แกจะเข้าใจในที่สุดว่านั่นคือความหวังดีที่ต้องการให้แกปลอดภัย”

“แต่แฮร์รี่จะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่ออยู่ที่ฮอกวอตส์”

“ผมก็ภาวนาให้เป็นแบบนั้น”

“นี่แน่ะ  อาเธอร์  แต่คุณลืมอัสบัส  ดัมเบิลดอร์ไป  ฉันไม่คิดว่าจะมีอะไรมาทำร้ายแฮร์รี่ที่ฮอกวอตส์ได้ ระหว่างที่ดัมเบิลดอร์เป็นอาจารย์ใหญ่อยู่  ฉันว่าเขารู้เรื่องนี้หมดแล้วนะ  เขาต้องรู้เกี่ยวกับแบล็กอยู่แล้ว  เหมือนที่ใครๆก็รู้  ฉันไม่คิดว่าการที่เขาพยายามจะช่วยทวงความยุติธรรมให้แบล็กเป็นสิ่งที่เขามองผิดไป  ฉันเชื่อว่าเขาคงมองคนไม่ผิด  และเฟริน่าก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายแบบที่ฟัดจ์พยายามบอกกับคุณ”

“คุณรู้อะไรไหม  ตอนนี้บรรยากาศระหว่างดัมเบิลดอร์กับฟัดจ์ตึงเครียดแค่ไหน  หลังจากการไต่สวนจบไป  ฟัดจ์กับดัมเบิลดอร์ก็ยิ่ง  -- 

เพล้ง!

มีเสียงแก้วแตก  แล้วเงาของสิ่งมีชีวิตก็วิ่งผ่านเฟริน่าไป  เด็กหญิงสัมผัสได้ว่านั่นน่าจะเป็นครุกแชงก์

“ผมว่าเราน่าจะขึ้นข้างบน...”  นายวีสลีย์กระซิบ  มีเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาที่ประตู  เฟริน่ารีบย่องอย่างเร็วออกจากบาร์อย่างเงียบกริบที่สุดและหลบซ่อนตัวอยู่  เด็กหญิงเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของนายและนางวีสลีย์เดินขึ้นบันไดไป  เธอรอจนกระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องนอนของสองสามีภรรยาปิดลง  เฟริน่าค่อยๆออกมาจากที่ซ่อน  เสียงโต้เถียงระหว่างรอนและเพอร์ซี่ยังดังมาให้ได้ยิน  เฟริน่าเห็นเฟร็ดและจอร์จนั่งยองๆอยู่ในเงามืดบนชานบันได  ทั้งคู่อวดตราประธานนักเรียนที่เอามาแต่งใหม่  อ่านได้ว่า  นักเรียนหัวโต  ให้เธอดู  เด็กหญิงฝืนหัวเราะแห้งๆและรีบพาตัวเองกลับเข้าห้อง

เฟริน่าทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นข้างเตียง  เธอนั่งกอดเข่าตัวเอง  ในใจนึกพะวงว่าระหว่างฟัดจ์และดัมเบิลดอร์เกิดอะไรขึ้น  ทำไมนายวีสลีย์ถึงบอกว่ามีบรรยากาศตึงเครียด  ฟัดจ์ทำอะไรอีก  รวมทั้งอะไรคือสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับซิเรียส  เฟริน่าแน่ใจว่าเธอรู้เกี่ยวกับซิเรียสทั้งหมด  เรื่องการหักหลังนั่นเธอก็เล่าให้แฮร์รี่ฟังหมดแล้ว  แล้วอะไรกันที่นายวีสลีย์บอกว่าดัมเบิลดอร์รู้เรื่องเกี่ยวกับซิเรียสหมดแล้ว  แล้วเรื่องฟัดจ์ต้องการเตือนแฮร์รี่เกี่ยวกับเธอ  เฟริน่ามั่นใจว่าสิ่งที่เธอทำลงไปตลอดช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา  ไม่มีอะไรที่เป็นอันตรายต่อแฮร์รี่เลยสักนิด  ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งสับสนและงุนงง  แต่ที่แน่ๆ  เธอเชื่อว่าอะไรก็ตามที่ฟัดจ์กำชับนายวีสลีย์ให้มาเตือนแฮร์รี่ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่  และแม้ว่าเธอจะอยากรู้ใจแทบขาด  แต่เธอคงปล่อยให้นายวีสลีย์เตือนอะไรแฮร์รี่ไม่ได้เป็นอันขาด

 

เฟริน่าตื่นแต่เช้า  เมื่อคืนนี้เธอนอนไม่ค่อยหลับ  เฝ้าแต่ฝันร้ายเห็นเงาดำๆซ้ำไปซ้ำมา  เด็กหญิงตรวจดูของอีกครั้ง  และเดินลงไปข้างล่าง  ที่นั่นเธอเห็นนางวีสลีย์และจินนี่นั่งอยู่ที่บาร์แล้ว  เธอเข้าไปทักทายทั้งสองและทิ้งตัวลงนั่งข้างจินนี่  และไม่กี่นาทีต่อมาเฮอร์ไมโอนี่ก็ลงมาสมทบ  ระหว่างที่นางวีสลีย์กำลังเล่าเรื่องสมัยที่หล่อนยังเรียนอยู่ที่ฮอกวอตส์  นายวีสลีย์ก็เดินเข้ามาในบาร์  ใบหน้าของเขาดูอิดโรย  เขาเริ่มจัดการอาหารเช้าและหยิบเดลี่พรอเฟ็ตมาอ่าน  คิ้วขมวดมุ่น  และอยู่ๆเขาก็เงยหน้าขึ้นมาและมองมายังเธอ  เฟริน่ารีบเลื่อนสายตาไปทางอื่นพยายามไม่ให้มีพิรุธมากนัก  พลางนึกต่อว่าตัวเองในใจที่ไม่น่าเผลอจ้องมองเขามากจนเกินไปเลย 

เฟริน่าไม่ได้สนใจฟังเรื่องเล่ายาเสน่ห์ที่นางวีสลีย์เคยปรุงขึ้นสมัยยังสาวมากนัก  ในใจของเธอกำลังเฝ้าว้าวุ่นว่าเรื่องอะไรที่ฟัดจ์ต้องการเตือนแฮร์รี่เกี่ยวกับเธอ  แต่แล้วความคิดของเธอก็ล่องลอยไปไกลและเปลี่ยนมาฟุ้งซ่านเรื่องแฮร์รี่แทน  เมื่ออยู่ๆเขาก็เดินมานั่งข้างเธอ  แฮร์รี่กระซิบทักทายจนเธอที่กำลังคิดอะไรอยู่สะดุ้งตกใจจนเกือบตกเก้าอี้  แต่เขาก็คว้าเอวเธอไว้ได้และดึงกลับมานั่งตามเดิม  เพียงแค่เธอได้อยู่ใกล้เขา  หัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็นจังหวะ  รู้สึกหน้าร้อนผ่าว  เฟริน่าเอ่ยขอบคุณเขาเสียงเบาหวิว  ในขณะที่แฮร์รี่หัวเราะและลูบหัวเธอเบาๆอย่างเอ็นดู

เฟริน่าพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษาระยะห่างระหว่างแฮร์รี่กับเธอ  แต่ความคิดนั้นก็เป็นอันต้องพับไปเมื่อเธอเห็นนายวีสลีย์วนเวียนอยู่ใกล้แฮร์รี่  เฟริน่าจึงต้องเปลี่ยนมาอยู่ใกล้เด็กชายหัวแผลเป็นแทน  พลางตั้งใจว่าเมื่อขึ้นรถไฟเมื่อไหร่  เธอค่อยรักษาระยะห่างระหว่างเขากับเธออีกที 

ท่ามกลางความโกลาหลของการออกเดินทาง  แฮร์รี่ช่วยเธอลากหีบหนักๆใส่ของลงมาตามบันไดแคบๆของร้านหม้อใหญ่รั่ว  ทั้งที่เธอยืนยันกับเขาแล้วว่าเธอทำเองได้  แต่เขาก็ปฏิเสธและพยายามช่วยเธอจัดการขนสัมภาระไปกองใกล้ประตู  อันโดรสส่งเสียงและตีปีกด้วยความตื่นเต้น  ดวงตาสุกใสมองไปมา  ดูท่าทางมันจะชอบความสับสนวุ่นวายนี้  เฟริน่าได้ยินเฮอร์ไมโอนี่ปลอบครุกแชงก์และสัญญาว่าจะปล่อยมันออกมาเมื่อขึ้นรถไฟ  แต่รอนที่ยังตั้งแง่กับแมวสีส้มไม่หายก็รีบขัดคอพลางบอกว่าเขาไม่อยากถูกแมวถลกหนังหัวอีก

ในที่สุดรถของกระทรวงเวทมนตร์ก็มาถึง  รถที่กระทรวงจัดมาให้เป็นรถรูปทรงเชยๆสีเขียวเข้มทั้งสองคัน  แต่ละคันมีพ่อมดท่าทางมีลับลมคมในสวมชุดกำมะหยี่สีเขียวมรกตเป็นคนขับ  แฮร์รี่เข้าไปนั่งในรถคนแรก  ถัดมาเป็นเฟริน่า  เฮอร์ไมโอนี่  รอน  และเพอร์ซี่  ซึ่งรอนดูไม่ชอบใจเอาเสียเลยกับการจัดที่นั่งแบบนี้  การเดินทางเป็นไปอย่างเรียบง่าย  แต่สำหรับเฟริน่า  เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องตลอดเวลาที่นั่งอยู่ใกล้แฮร์รี่  ตอนนี้เธอกลับมาฟุ้งซ่านเรื่องของเด็กชายผมยุ่งอีกครั้ง  เมื่อเขาเอาแต่กระซิบคุยกับเธอ  เรื่องที่เขาคุยไหลผ่านหู  เฟริน่าจับใจความไม่ได้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร  เพราะเธอเอาแต่ก้มหน้าหลบดวงตาสีเขียว  หัวใจในอกเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ  เธอพยายามนึกถึงเรื่องอะไรก็ได้เพื่อดึงสติกลับมา  แต่ภายในรถที่ต้องนั่งชิดกัน  เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะเขยิบให้ห่างออกจากเขา  หรือคิดเรื่องอื่น  โชคดีที่รถของกระทรวงสามารถแล่นผ่านช่องว่างได้  จึงทำให้ทั้งหมดมาถึงสถานีคิงส์ครอสก่อนเวลายี่สิบนาที

เฟริน่ารีบก้าวลงจากรถ  แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังต้องอยู่ใกล้แฮร์รี่ต่อไป  เมื่อนายวีสลีย์ตามประกบแฮร์รี่ตลอดทางเข้าไปยังสถานี

“เอาล่ะ”  นายวีสลีย์เหลือบมองไปรอบๆ  “เดินกันไปเป็นคู่นะ  เพราะเรามากันหลายคน  พ่อจะเข้าไปกับแฮร์รี่ก่อน”

“เอ่อ  ให้หนูเข้าไปพร้อมกับแฮร์รี่ก็ได้ค่ะ”  เฟริน่ารีบพูดขึ้น  นายวีสลีย์มีสีหน้าอึดอัดใจ  ใบหูของเขากลายเป็นสีแดง  เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง  แต่แฮร์รี่ก็รีบเอ่ยขึ้นว่า

“ผมเข้าไปพร้อมกับเฟริน่าก็ได้ครับ” 

“แต่  -- 

“มาเถอะ  แฮร์รี่” 

เฟริน่าเข็นรถเข็นไปข้างๆรถเข็นของแฮร์รี่  เด็กทั้งสองก้าวยาวๆตรงไปยังแผงกั้นระหว่างชานชาลาที่เก้ากับสิบ  ทั้งสองเดินไปยืนพิงแผงกั้น และเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีมักเกิ้ลคนใดสังเกตเห็น  ทั้งสองก็ดึงรถเข็นผ่านแผงโลหะมาโผล่ที่ชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่  รถด่วนสายฮอกวอตส์สีแดงสดปรากฏอยู่เบื้องหน้า  มันกำลังพ่นควันอยู่บนชานชาลาที่ตอนนี้แน่นขนัดไปด้วยบรรดาแม่มดพ่อมดที่มาส่งลูกๆ  ระหว่างที่เฟริน่ากำลังจะเข็นรถต่อไป  แฮร์รี่ก็เอื้อมมือมาขยี้ผมเธอจนต้องร้องเสียงหลง

“แฮร์รี่!  เด็กชายแว่นกลมหัวเราะคิกคัก  เฟริน่าส่งสายตาเขียวปั๊ดให้เขา

“เพิ่งรู้นะว่าเธอติดฉันน่ะ”  เด็กชายแว่นกลมพูดยิ้มๆ

เฟริน่าขมวดคิ้ว  “อะไร”

“ก็เธอเพิ่งบอกคุณวีสลีย์ว่าอยากผ่านแผงกั้นมาพร้อมกับฉันไม่ใช่หรือไง”  เขาเลิกคิ้ว  เฟริน่าอดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด

“หลงตัวเอง”  เธอพึมพำและไม่ลืมที่จะแลบลิ้นใส่เขา  พลางเข็นรถเข็นออกมาให้ห่าง

“เฮ้!  เดี๋ยวสิ”  แฮร์รี่ร้อง  และรีบเข็นตามเธอมา  ทันใดนั้นเสียงของเพอร์ซี่ก็ดังขึ้น  เมื่อเขากับจินนี่เพิ่งทะลุแผงกั้นเข้ามา

“เอ๊ะ  นั่นเพเนโลพี!  เฟริน่าและแฮร์รี่เห็นเพอร์ซี่ลูบผมตัวเองให้เรียบ  ใบหน้าเป็นสีชมพู  จินนี่สบตากับเธอ  ก่อนที่ทั้งสามจะเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อแอบหัวเราะ  เพอร์ซี่ก้าวยาวๆตรงไปหาเด็กสาวผมหยิกยาวเป็นลอน  เขายืดอกผึ่งผายเพื่อให้สาวน้อยได้เห็นตราประธานนักเรียนที่เป็นเงาวับ 

เมื่อทั้งหมดมากันครบแล้ว  นายวีสลีย์ก็เดินนำเด็กๆไปยังท้ายขบวน  ผ่านตู้โดยสารที่มีคนเต็มไปจนถึงตู้ที่ว่างพอควร  พวกเขายกหีบใส่ของขึ้นไป  วางกรงเฮ็ดวิก  อันโดรสกับตะกร้าครุกแชงก์ในช่องเก็บสัมภาระ  แล้วจึงกลับออกมาล่ำลานายและนางวีสลีย์

นางวีสลีย์จูบทุกคน  ไม่เว้นแม้แต่เฟริน่าที่เธออดแปลกใจและขัดเขินไม่ได้  เธอนึกว่าหล่อนจะเกลียดเธอเสียอีก  แต่เปล่าเลย

“รักษาตัวด้วยนะจ๊ะ  แฮร์รี่”  นางวีสลีย์บอก  ก่อนจะหันมาลูบผมเฟริน่า  “เธอเป็นเด็กที่น่ารักมาก  ฉันรู้”  จากนั้นหล่อนก็เริ่มแจกแซนวิชที่ทำมาให้ทุกคน 

เฟริน่ารีบไปยืนใกล้กับแฮร์รี่ทันทีเมื่อเห็นนายวีสลีย์เดินมาทางนี้

“แฮร์รี่”  นายวีสลีย์พูดค่อยๆ  “มาทางนี้หน่อยซิ”

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”  เฟริน่าถาม  เมื่อเห็นนายวีสลีย์พยักเพยิดไปทางเสาต้นหนึ่งเพื่อให้แฮร์รี่เดินตามเขาไปตรงนั้น

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับแฮร์รี่นิดหน่อย  ไม่นานหรอก”  นายวีสลีย์บอกด้วยท่าทางไม่สบายใจนัก  แต่เฟริน่าไม่คิดว่าเธอจะปล่อยให้แผนการของฟัดจ์สำเร็จ  เธอต้องถ่วงเวลาหรือทำอะไรสักอย่าง

“เดี๋ยวฉันมานะ  เฟริน่า”  แฮร์รี่บอก  เขากำลังจะเดินตามนายวีสลีย์ไป  ชั่ววินาทีนั้นเฟริน่าคิดว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจาก...

“โอ๊ย!  แฮร์รี่  ฉันปวดท้องจังเลย”  เฟริน่ากุมท้อง  พลางงอตัว  เธอทำหน้านิ่วด้วยความเจ็บ  แฮร์รี่รีบหันกลับมายังเธออย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ

“เธอไหวไหม  ทำไมถึงปวดท้องได้ล่ะ”  แฮร์รี่ถาม  นายวีสลีย์เองก็ดูตกใจไม่แพ้กัน  จากนั้นก็เกิดความชุลมุนขึ้นเมื่อนางวีสลีย์รีบกระวีกระวาดพาเธอไปนั่งบนตู้รถไฟ  หล่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนยักษ์ออกมาซับใบหน้าของเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างด้วยความเป็นห่วงที่ทำให้เฟริน่ารู้สึกผิดที่ต้องโกหก  แฮร์รี่คอยยืนใกล้เธอไม่ห่าง

“หนูคงกินมากเกินไปค่ะเมื่อเช้านี้”  เธอพึมพำตอบเมื่อนางวีสลีย์ถามว่าเธอกินอะไรมา  และกำลังจะถามต่อ  แต่เสียงไอน้ำพุ่งขึ้นทางหัวจักรและรถไฟเริ่มเคลื่อนที่ก็ช่วยชีวิตเธอไว้  นายและนางวีสลีย์จึงรีบลงจากรถไฟ 

“รอน  ไปถึงฮอกวอตส์แล้วอย่าลืมพาเฟริน่าไปห้องพยาบาลนะ”  เสียงนางวีสลีย์ตะโกนเข้ามาทางหน้าต่าง  รอนที่ยื่นหน้าโบกมืออยู่ตะโกนรับคำออกไป

“เธอเป็นยังไงบ้าง  ดีขึ้นหรือยัง”  แฮร์รี่ถามอย่างกังวล 

“ได้นั่งพักก็เลยดีขึ้นแล้วน่ะ”  เฟริน่าตอบ 

หลังจากนั้นจินนี่ก็เดินไปหาเพื่อนชั้นปีเดียวกันที่ตู้อื่น  ในขณะที่รอนเริ่มพูดถึงฮอกส์มี้ด  แล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็เริ่มถามรอนด้วยความสนใจ

“ฉันเคยอ่านเจอว่าที่นั่นเป็นแห่งเดียวในอังกฏษที่ไม่มีพวกมักเกิ้ลอยู่เลยสักคน  -- 

“ฮื่อ  ฉันก็ว่างั้น”  รอนพูดแบบไม่ใส่ใจ  “แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ฉันอยากไปฮอกส์มี้ดหรอกนะ  ฉันแค่อยากจะเข้าไปที่ร้านฮันนี่ดุกส์น่ะ!

“เป็นยังไงเหรอ”  เฮอร์ไมโอนี่ถาม

“เป็นร้านขายขนมหวาน”  รอนพูด  แววตาเคลิ้มฝันปรากฏบนใบหน้า  เฟริน่าพยายามไม่หลุดหัวเราะออกมา  “ร้านนี้ขายทุกอย่าง...  เปปเปอร์อิมพ์-เผ็ดจนควันโชยออกมาจากปากเลยล่ะ  แล้วก็ลูกอมช็อกโกบอลก้อนเบ้อเร่อไส้มูสสตรอเบอรี่กับครีมก้อน  แล้วก็ปากกาขนนกทำจากน้ำตาลเหมือนของจริงเปี๊ยบ  เธอแอบดูดในห้องเรียนก็จะดูเหมือนว่าเธอกำลังคิดว่าจะเขียนอะไรดี  -- 

“แต่ว่าฮอกส์มี้ดเป็นสถานที่ที่น่าสนใจมากเลยใช่ไหม”  เฮอร์ไมโอนี่พูดต่ออย่างกระตือรือร้น  “ในหนังสือ  สถานที่สำคัญของชุมขนพ่อมดในประวัติศาสตร์  บอกว่าโรงแรมเล็กๆที่นั่นเป็นศูนย์บัญชาการการปฏิวัติของพวกก๊อบลินในปี  1612  แล้วเพิงโหยหวนก็ถือว่าเป็นสถานที่ที่มีผีดุที่สุดในอังกฤษ  -- 

  --  แล้วยังมีอมยิ้มรสเชอร์เบ็ดก้อนมหึมาที่เวลาดูดตัวเราจะลอยขึ้นๆลงๆจากพื้นตั้งหลายนิ้วแน่ะ”  รอนพูดเพ้อต่อไป  เห็นได้ขัดว่าไม่ใส่ใจฟังเรื่องที่เด็กหญิงผมฟูกำลังพูดอยู่แม้แต่น้อย

“คงจะดีนะที่เราจะได้ออกนอกโรงเรียนกันเสียบ้างแล้วก็ไปสำรวจฮอกส์มี้ด”  เฮอร์ไมโอนี่บอก  ก่อนจะหัวเราะคิกคักที่เฟริน่าต้องแอบเตะเท้าเธอเบาๆ

“ก็น่าจะดีอยู่หรอก”  แฮร์รี่เน้นเสียง  “เธอไปเที่ยวแล้วกลับมาเล่าให้ฉันฟังด้วยก็แล้วกัน”

“หมายความว่าไง”  รอนถาม 

แฮร์รี่กำลังจะเอ่ยตอบรอน  แต่เสียงประตูเลื่อนเปิดออกก็ทำให้เด็กๆทั้งสี่หันไปมองผู้ที่มาใหม่

เซดริก  ดิกกอรี่ยืนอยู่ที่หน้าประตู  ใบหน้าของเขาคมชัดดูเป็นหนุ่มและหล่อชวนฝันมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว  เขากำลังส่งยิ้มกว้างให้เฟริน่า  ก่อนจะเอ่ยทักทายเด็กๆทั้งสี่

“เข้ามานั่งด้วยกันสิ”  เฮอร์ไมโอนี่รีบพูด  “นั่นไง  ข้างๆเฟริน่ามีที่ว่างอยู่น่ะ”

เฟริน่าแอบถลึงตาใส่เด็กหญิงผมฟู  แต่เฮอร์ไมโอนี่แกล้งทำเป็นไม่เห็น 

“คือ  --  จริงๆแล้วที่ฉันมา”  เซดริกดูประหม่า  ใบหูของเขาขึ้นสีแดง  “ฉันจะมาชวนเฟริน่าไปนั่งที่ตู้ฉันน่ะ  ถ้าพวกเธอไม่ว่าอะไรที่ฉันจะขอยืมตัว  -- 

“ได้เลย”  เฮอร์ไมโอนี่ตอบเสียงใส  เฟริน่าหันไปจ้องหน้าเพื่อนของเธอ

“ทำไมเฟริน่าต้องไปนั่งที่ตู้นายล่ะ”  แฮร์รี่ถามอย่างไม่สบอารมณ์  คิ้วเข้มขมวดพันกัน  พลางจ้องหน้าเซดริก

เด็กหนุ่มบ้านฮัฟเฟิลพัฟลูบต้นคอตัวเองอย่างขัดเขิน  ก่อนที่เขาจะตอบเสียงค่อยว่า  “พอดีเพื่อนๆของฉันอยากคุยกับเฟริน่าน่ะ”

เฟริน่าคิดว่าถึงเวลาที่เธอควรจะรักษาระยะห่างกับแฮร์รี่ได้แล้ว  สถานการณ์บนรถไฟไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีกต่อไป  จะไม่มีผู้คุมวิญญาณขึ้นมาตามหาซิเรียส  แบล็กอย่างในหนังสืออีก  เด็กหญิงลุกขึ้นยืน

“ได้สิ  เดี๋ยวฉันมานะ”  เฟริน่าหันมาบอกเพื่อนๆของเธอ  เฮอร์ไมโอนี่แอบหลิ่วตาให้  ในขณะที่รอนดูไม่ใส่ใจ  แต่แฮร์รี่นั่งหน้าบึ้งตึง 

เซดริกเลื่อนประตูปิดลง  ก่อนจะเดินแบบเก้ๆกังๆ  เขาดูประหม่านิดหน่อย  แต่ก็เริ่มชวนเธอคุย

“ขอโทษนะ  ฉันไม่รู้ว่าตัวเองมาขัดจังหวะหรือเปล่า” 

“ไม่เลย  พวกเรากำลังพูดถึงฮอกส์มี้ดกันอยู่น่ะ  ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก”  เฟริน่าตอบ

“ใช่  ฮอกส์มี้ด”  เด็กหนุ่มพึมพำพลางอมยิ้ม  ก่อนที่เขาจะมองหน้าเธอด้วยดวงตาเป็นประกาย  แก้มของเขาเป็นสีแดงปลั่ง  “ฉันจะพาเธอเดินเที่ยวเอง  มีอะไรสนุกๆให้ทำและขนมก็อร่อยมากด้วย   เธอต้องชอบร้านฮันนี่ดุกส์แน่ๆ”

“นายพูดอย่างกับฉันเป็นเด็ก”  เฟริน่าหัวเราะคิกคัก  เธออดไม่ได้จริงๆเมื่อได้ฟังว่าเขาจะพาเธอไปไหนและทำอะรบ้าง 

“เปล่านะ”  เซดริกดูตกใจ  “ของที่ขึ้นชื่อก็มีแต่ขนมนี่แหละ”

“ฉันล้อเล่นหรอกน่า”  เฟริน่าพูดยิ้มๆ  แล้วเซดริกก็รีบเสมองไปทางอื่น  ใบหน้าเริ่มขึ้นสีมากยิ่งขึ้น

“เอ้อ  ฉันเห็นในข่าวแล้วนะ  เธอกล้าหาญมากเลยที่ช่วยซิเรียส  แบล็กน่ะ  แถมแบบ  --  ว้าว!  เธอยังจับปีเตอร์  เพ็ตติกรูว์ได้  ทั้งๆที่ทุกคนต่างคิดว่าเขาตายไปสิบสองปีแล้ว”  เซดริกเอ่ยอย่างชื่นชม

เฟริน่ายิ้มด้วยความขัดเขิน  “ไม่หรอก  ฉันทำไปเพราะสงสารแบล็กน่ะ  ไม่ได้กล้าหาญอะไรสักหน่อย  จริงๆนะ”

“แต่สำหรับฉัน  เธอกล้าหาญนะ  ฉันชอบ  --  เอ้อ  ฉันหมายถึงว่า  --  “เซดริกรีบก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง  เขาดูตกใจที่ตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป 

เฟริน่ารู้สึกหน้าผ่าว  เธอไม่นึกว่าจะได้ยินคำนี้  เด็กหญิงก็ไม่กล้าสบตาเขาเช่นกัน 

  --  ฉันหมายถึงว่า  --  เอ่อ  เพื่อนฉันชื่นชอบเธอมากเลยน่ะ  หลังจากที่เห็นข่าว  พวกเขาเลยขอให้ฉันมาชวนเธอไปนั่งที่ตู้ด้วย”  เซดริกพยายามอธิบาย

“อ้อ  งั้นหรือ”  เฟริน่าหัวเราะ 

“ถึงแล้วล่ะ”  เซดริกบอก  พลางเลื่อนเปิดประตู 

ภายในตู้รถไฟมีเด็กหนุ่มบ้านฮัฟเฟิลพัฟสามคน  ทันทีที่ทั้งสามเห็นเธอและเซดริก  พวกเขาก็ยิ้มแบบมีเลสนัย  เฟริน่านั่งลงตรงข้ามกับเซดริก  ข้างๆเธอเป็นเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน  ตาสีฟ้า

“สวัสดี  ฉันทิโมธิ  วิงสเล็ต”  เขาแนะนำตัว  ก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปทางเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม  ดวงตาสีดำ  และอีกคนที่ผมสีดำ  ดวงตาสีน้ำตาล  “ส่วนนั่นเจมี่  พาเทล  และนั่นฌอน  ไบรท์”

“สวัสดี  ฉันเฟริน่า  โพสัน”  เด็กหญิงแนะนำตัวบ้าง  แล้วทิโมธีก็เริ่มหันไปยักคิ้วกับเจมี่และฌอน

“พวกเราเห็นข่าวในเดลี่พรอเฟ็ตแล้วนะ  เธอสุดยอดมากเลย  พวกเราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเซดริกถึงได้ชอบเธอนัก”

คำพูดของทิโมธีทำให้เซดริกหน้าแดงก่ำ  เด็กหนุ่มหันไปถลึงตาใส่เพื่อนๆของเขาเพื่อบอกให้หยุด  แต่เพื่อนๆทั้งสามแกล้งทำเป็นไม่เห็น

“เอ่อ  --  ฉันไม่ได้ทำอะไรมากเลยจริงๆนะ”  เฟริน่าบอกออย่าประหม่า

“เธอรู้ไหม  เซดริกพูดถึงเธอไม่หยุดเลย”  ฌอนพูดขึ้นบ้าง  พลางตบบ่าเซดริก  เฟริน่าเห็นพรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟแอบเตะขาของฌอน

“ช่าย  ในจดหมายที่เขาเขียนมาตอนปิดเทอมหน้าร้อน  มีชื่อเธอเต็มไปหมด  แทบจะทุกบรรทัด”  เจมี่หัวเราะชอบใจ

“หยุดน่า”  เซดริกพยายามปรามเพื่อนของเขา  ตอนนี้ใบหูของเขากลายเป็นสีแดงเช่นเดียวกับใบหน้า 

“รู้ไหม  เมื่อเทอมที่แล้วน่ะ  เขานอนละเมอถึงเธอด้วยนะ”  ทิโมธีพูด  ก่อนจะหันไปถามเจมี่และฌอน  “พวกนายจำได้ไหมว่าเซดริกละเมอว่าอะไร”

“อ้อ  เค้าละเมอว่า  --    เจมี่กำลังจะตอบ  แต่เขาถูกเซดริกเอื้อมมือไปปิดปากไว้

“เฟริน่า  อย่าไปสนใจพวกนี้เลยนะ”  พรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟรีบบอกเธอ  เจมี่พยายามแกะมือเซดริกออกแต่ไม่สำเร็จ  ในขณะที่เด็กหนุ่มอีกสองคนหัวเราะชอบใจที่เห็นเซดริกหน้าแดงก่ำที่บอกไม่ได้ว่าโกรธหรือเขินอายกันแน่ 

“โอ้  เซดริก  มาถึงขั้นนี้แล้ว  นายไม่ต้องอายหรอก”  ทิโมธีเอ่ยพลางหลิ่วตา

“เธออยากรู้หรือเปล่าว่าเซดริกละเมอว่าอะไร”  ฌอนถาม  “เขาละเมอว่า  -- 

“อย่านะ!  เซดริกร้อง  ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนและคว้าแขนเฟริน่า   พรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟรีบดึงเธอออกจากตู้อย่างรวดเร็ว

เฟริน่ายังคงหัวเราะคิกคักไม่หยุด  มีเสียงผิวปากอย่างจงใจดังไล่หลัง  ในขณะที่เซดริกยังคงเดินตรงไปข้างหน้า  เขาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงล้อเลียนจากเพื่อนของเขา  และเมื่อเดินผ่านตู้รถไฟไปได้สามตู้  พรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟจึงหมุนตัวมาหาเฟริน่าอีกครั้ง  ใบหน้าหล่อเหลายังคงแดงก่ำ 

“เธออย่าไปสนใจสิ่งที่เพื่อนๆของฉันพูดเลยนะ  --  เอ่อ  --  พวกนั้นก็พูดไปแบบนั้นแหละ  --  ฮะๆๆ  ไม่มีอะไรหรอก”  เซดริกพยายามอธิบาย  “โอ้!  โทษที”  เขารีบปล่อยแขนเธอราวกับของร้อนเมื่อเห็นว่าตัวเองยังจับแขนเฟริน่าไว้  เด็กหนุ่มลูบต้นคอตัวเองอย่างเก้อเขิน

“ฉันคิดว่าเพื่อนนายน่ารักดี”  เฟริน่าบอก

เซดริกอมยิ้ม  “อ้อ  งั้นหรือ  ดีจังที่เธอไม่โกรธที่เพื่อนฉันพูดอะไรแปลกๆ”

“จริงหรือเปล่าที่นายเขียนจดหมายเล่าให้เพื่อนๆของนายฟังเรื่องของฉัน”  เฟริน่าถามด้วยความอยากรู้  เซดริกรีบเสมองไปทางอื่น  ก่อนจะพึมพำเสียงค่อย

“ก็จริง  --  อืม  อาจจะไม่ก็ได้  --  ฉันจำไม่ค่อยได้แล้วสิ  --  เอ่อ  ฮะๆๆ  --  จะว่ายังไงดีล่ะ”

เฟริน่าจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่ม  เธอรู้สึกว่าเซดริกช่างอ่อนไหวและขี้อายกว่าที่เธอคิดไว้มากนัก  และเมื่อเซดริกเลื่อนสายตามาและเห็นว่าเธอจ้องมองเขาอยู่  เด็กหนุ่มก็กระแอมให้คอโล่ง

“ฉันเขียนเรื่องเธอนิดหน่อยเอง  เธอ  --  เธออย่าได้ไปเชื่อเจ้าพวกนั้นมากเลย  --  ฉันแค่เขียนเล่าเรื่องเธอนิดเดียวจริงๆ”  เซดริกพยายามบอก  เขาเลื่อนสายตาไปบนเพดานพยายามมองไปที่อื่นนอกจากใบหน้าของเด็กหญิงตรงหน้า 

ขณะที่เฟริน่าจะพูดอะไร   แม่มดร่างเจ้าเนื้อก็เข็นรถที่เต็มไปด้วยอาหารมา

“เธออยากกินอะไรมั้ย”  เซดริกถาม 

“ฉันขอกบช็อกโกแลตกับน้ำฟักทองแช่แข็งก็พอ”  เฟริน่าตอบ  เธอซื้อกบช็อกโกแลตมาสามกล่องและน้ำฟักทองแช่แข็งอีกหนึ่งแก้ว  ในขณะที่เซดริกหอบขนมมาเต็มแขน  ทั้งสองเดินหาตู้ที่ยังว่างอยู่  โชคดีที่กลางขบวนมีตู้หนึ่งไม่มีใครอยู่  ทั้งสองจึงเข้าไปนั่งในนั้นและเริ่มจัดการกับขนม  เซดริกแบ่งเค้กหม้อใหญ่ให้เธอสองชิ้นกับไม้กายสิทธิ์รสชะเอม

“ฉันสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมช่วงปิดเทอม  เธอถึงได้มีเวลาตอบจดหมายน้อย  ที่แท้เธอก็กำลังวุ่นอยู่กับฎีกานี่เอง”  เซดริกพูดขึ้น

“นายก็รู้ว่าที่ผ่านมาฎีกาขอรื้อคดีไม่เคยผ่านเลย  ฉันเลยต้องทุ่มเวลาส่วนใหญ่ไปกับการหาทางทำให้คดีของซิเรียส  แบล็กได้รับความเป็นธรรมอีกครั้ง”  เฟริน่าบอก  พลางกัดหัวกบช็อกโกแลต  มันดิ้นไปมาในมือของเธอ  เฟริน่าไม่ได้สะสมการ์ด  เธอจึงให้เซดริกไป  ตอนนี้ที่นอกหน้าต่างเริ่มกลายเป็นป่าทึบมากขึ้น  ก้อนเมฆเบื้องบนต่างเริ่มจับตัวหนาขึ้นที่บ่งบอกว่าอีกไม่นานฝนจะตก

“แต่ฉันประทับใจสิ่งที่เธอทำจริงๆนะ”  เซดริกพูด

“ขอเถอะน่า   เซดริก  ฉันได้ยินนายพูดประโยคนี้มาสามครั้งแล้วนะ”  เฟริน่าแกล้งกลอกตาใส่เขา  เซดริกหัวเราะชอบใจ

หลังจากนั้นเซดริกก็เริ่มเล่าว่าเขาทำอะไรบ้างช่วงปิดเทอม  และเฟริน่าก็เล่าของตัวเองบ้าง  ตอนนี้ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา  ที่หน้าต่างมีเสียงฝนเม็ดหนาตกกระทบ  อากาศเริ่มหนาวเย็น  บรรกายาศเริ่มทึมทึบ  ในขณะที่รถไฟเร่งความเร็วมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ  จนตอนนี้นอกหน้าต่างดำมืดจนตะเกียงตามทางเดินและเหนือที่เก็บสัมภาระกะพริบติดสว่างขึ้น  เฟริน่ากระชับเสื้อคลุมตัวเองเมื่ออยู่ๆเธอก็เริ่มรู้สึกหนาวสั่น  เซดริกที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขยิบมานั่งข้างเธอ

“แย่ชะมัดที่ฝนมาตกเอาตอนนี้”  เด็กหนุ่มบอกพลางถอดเสื้อคลุมและคลุมไหล่เธอไว้  “ฉันไม่หนาวหรอก  ฉันชอบอากาศเย็นๆ”  เขารีบเสริมเมื่อเห็นเธอกำลังจะปฏิเสธ

“ขอบคุณนะ”  เฟริน่าบอก

เสียงลมคำรามอื้ออึงผสมปนเปไปกับเสียงสายฝนตกกระหน่ำ  รถไฟแล่นชึ่กชั่กไปบนรางดังอยู่ในความมืดที่มีเพียงแสงตะเกียงสลัวๆ  เฟริน่าเห็นใบหน้าของเซดริกอาบไล้ด้วยแสงสีทองนวลตา  เขายังคงนั่งอยู่ใกล้เธอไม่ขยับไปไหน  แล้วอยู่ๆเขาก็เขยิบเข้ามานั่งชิดกับเธอมากยิ่งขึ้น  เด็กหนุ่มจ้องมองใบหน้าของเธออย่างไม่หลบสายตา

“เฟริน่า  เธอยังหนาวอยู่ไหม”  เขากระซิบถาม  เฟริน่ารู้สึกหัวใจเต้นโครมครามเมื่อใบหน้าของเด็กหนุ่มบ้านฮัฟเฟิลพัฟใกล้เข้ามาทุกที  เด็กหญิงรู้สึกตกใจจนตัวเกร็งเมื่อเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดอยู่บนผิวหน้าเมื่อใบหน้าของเซดริกอยู่ห่างจากเธอไม่มากนัก 

ขณะที่เธอกำลังจะตอบปฏิเสธว่าเธอไม่ได้หนาวอีกต่อไปแล้ว  อยู่ๆทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก  เมื่อใครบางคนกระชากตัวเซดริกออกไปอย่างแรง  จนเด็กหนุ่มลงไปกองที่พื้น  เด็กหญิงร้องด้วยความตกใจ 

“ไอ้ทึ่ม!  นี่แกกำลังจะทำอะไร”  เสียงยานคางที่เป็นเอกลักษณ์ร้องอย่างโกรธเกรี้ยว  เดรโก  มัลฟอยยืนอยู่ที่ประตู  ใบหน้าสีซีดตอนนี้กลายเป็นสีแดง  เด็กชายมัลฟอยเดินตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อเซดริกขึ้นมา  แต่ก่อนที่เขาจะทำร้ายฟรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟที่ยังมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า  เฟริน่าก็รีบดึงเดรโกออกมา

“มัลฟอย  หยุดนะ!  เด็กหญิงร้องบอก  เดรโกสะบัดมือเธอออก

“เธอไม่เกี่ยว!  ไม่ต้องมายุ่ง”  เด็กชายบ้านสลิธีรินบอก  แครบกับกอยล์รีบขยับเข้ามาพร้อมกับหักข้อนิ้วตัวเอง

“หยุดนะ  ไม่งั้นฉันจะฟ้องศาสตราจารย์สเนปจริงๆด้วย”  เฟริน่าเตือน  แครบกับกอยล์รีบถอยออกไป  ในขณะที่เดรโกหันมาจ้องหน้าเธอด้วยสีหน้าโกรธจัด

“ทำไม  เธออยากจูบกับเจ้าทึ่มนี่หรือไง!  เดรโกตวาด

“มันไม่ใช่แบบนั้นนะ  เดรโก  แล้วนี่ก็ไม่ใช่เรื่องของนายด้วย”  เฟริน่าพูด  เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเด็กชายผมบลอนด์ถึงได้ทำตัวเป็นอันธพาลขนาดนี้  ทั้งที่เธอนึกว่าเขาจะดีขึ้นแล้ว  หลังจากที่เขาลงไปช่วยเธอที่ห้องแห่งความลับ

“นายไม่ควรทำแบบนี้นะ  มัลฟอย  การทำร้ายคนอื่นมันผิดกฎของโรงเรียน”  เซดริกเตือน  เขาจ้องมองเด็กชายมัลฟอยอย่างไม่พอใจ

“เฮอะ  คิดว่าฉันอยากเข้ามาขัดจังหวะเวลาพลอดรักหรือไง”  เดรโกพูดอย่างดูแคลน  “โพสัน  เธอนี่มันแก่แดดจริงๆ”

“พูดอะไรของนายน่ะ  มัลฟอย  ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย”  เฟริน่าว่า  แต่เดรโกกลับใช้ดวงตาสีซีดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูถูก

“เธอแน่ใจนะว่าตัวเองไม่ได้เป็นแบบนั้น  ก็เห็นๆอยู่ว่าไอ้ทึ่มนี่กำลังจะจูบเธอชัดๆ  แล้วเธอก็ยอมมัน!  เด็กชายบ้านสลิธีรินตวาด  เขาหายใจหอบตามอารมณ์  

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย!  เฟริน่าร้อง 

“เธอมันแก่แดด!  เดรโกยังคงต่อว่าเธอต่อไป  เฟริน่าพยายามข่มอารมณ์โกรธของตัวเองไว้  เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องหาเรื่องทะเลาะกับเธอด้วย  เด็กหญิงคิดว่าเธอควรกลับไปหาเพื่อนๆของเธอเสียที  ก่อนที่เธอจะอดใจไม่อยู่สาปเด็กชายผมบลอนด์

“เซดริก  ฉันกลับไปที่ตู้ของฉันก่อนนะ”  เฟริน่าบอก  เธอหอบกบช็อกโกแลตที่ยังไม่ได้แกะไปด้วย  เด็กหญิงเดินกระแทกไหล่เดรโกออกมา 

“ทำไม  เธอฟังเรื่องจริงไม่ได้ล่ะสิ”  เสียงยานคานดังไล่หลัง  เดรโกเดินตามเธอมาไม่หยุด  เฟริน่าพยามนับหนึ่งถึงสืบในใจ  และพยายามไม่สนใจว่าเขาเดินตามเธออยู่  “ฉันไม่นึกเลยว่าเธอจะเป็นเด็กที่แก่แดดแบบนี้”

“มัลฟอย  หยุดเดี๋ยวนี้นะ  พอได้แล้ว! เฟริน่าหันไปตวาดใส่เขา  เดรโกดูตกใจ  แต่แล้วสีหน้าของเขาก็กลับมาบึ้งตึงอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ

“ทำไมฉันต้องหยุดด้วย”  เขาถามอย่างยียวน

“ก็เพราะว่านี่ไม่ใช่เรื่องของนาย”  เฟริน่าตอบ  พลางหมุนตัวก้าวเร็วๆเพื่อให้ห่างจากเด็กชายบ้านสลิธีรินให้มากที่สุด  แต่ขาของเดรโกยาวกว่าเธอ  เขาก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงตัวเธอ  มือสีซีดคว้าแขนเธอเอาไว้  เฟริน่าหันไปจ้องหน้าเขาอย่างหงุดหงิด

“ห้ามทำแบบนั้นอีก”  เขาสั่งห้วนๆ

ก่อนที่เฟริน่าจะได้โต้กลับไป  รถไฟก็ค่อยๆชะลอลง  มันแล่นช้าลงเรื่อยๆ  เสียงลูกสูบแผ่วลง  ทำให้เสียงลมและฝนที่ซัดสาดอยู่นอกรถไฟดังขึ้นกว่าเก่า  ทุกคนในตู้ต่างยื่นหน้าออกมาทางเดินอย่างสงสัยใคร่รู้  และทันใดนั้นรถไฟก็กระตุกหยุดลงกะทันหัน  จนเธอเซไปชนเข้ากับเดรโก   เด็กชายผมบลอนด์รีบกอดเธอไว้แน่น

“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”  เขาก้มหน้าลงมาถามใกล้ๆ 

“เปล่า”  เฟริน่าตอบ  พร้อมกันนั้นเธอได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากที่ไกลๆ  เมื่อสัมภาระร่วงหล่นลงมาจากชั้นวาง  เฟริน่ากำลังจะดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของเด็กชายมัลฟอย  แต่แล้วตะเกียงทุกดวงก็ดับพรึ่บ  ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดสนิท

“เป็นไปไม่ได้...”  เฟริน่าพึมพำ  เธอรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้คุ้นเคยราวกับถอดแบบมาจากในหนังสืออย่างน่าประหลาด

“นี่เราถึงโรงเรียนแล้วหรือ”  เสียงเดรโกถามในความมืด  เขายังคงไม่ปล่อยตัวเธอ  เฟริน่าจ้องมองออกไปยังนอกหน้าต่าง  มีเงาดำเพิ่งผ่านไปพร้อมกับมีเสียงหวีดแหลม  เด็กหญิงกลืนน้ำลายที่เหนียวข้นลงคออย่างยากลำบาก

“นี่มันเป็นไม่ได้...   มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ”  เด็กหญิงพึมพำ

“เธอว่าอะไรนะ”  เสียงเดรโกถามเธอ  และก่อนที่เฟริน่าจะตอบเขา  เสียงผู้หญิงที่ร้องไห้เจียนขาดใจก็ดังขึ้นมาจนเฟริน่ารู้สึกแก้วหูจะแตก  มีเสียงคำรามต่ำๆของผู้ชายด่าทอตามมาด้วย 

“ไม่!  พอที  หยุดเดี๋ยวนี้!  ฉันไม่อยากได้ยิน!  เฟริน่าปิดหูตัวเองไว้  แต่เสียงร้องไห้และเสียงตะคอกกลับดังเสียดแทงเข้ามาในหูราวกับมีใครสักคนเปิดลำโพงไว้และเร่งระดับความดังขึ้น  เฟริน่ารู้สึกหายใจไม่ออกเหมือนเธอกำลังจะจมน้ำตาย  น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด  เธอได้ยินเสียงเดรโกร้องเรียกชื่อเธอมาจากที่ไกลๆ  และนาทีต่อมาความหนาวเยียบเย็นก็แผ่มาอย่างรวดเร็ว... 



_________________________________________________________

มาต่อแบบมึนๆงงๆอีกแล้ว   55555  ใครที่คิดถึงเซดริกก็ได้เจอเซดริกแล้วนะคะ  แต่อีดนิดเดียวเองงงง  โธ่  หนูเดรไม่น่าโผล่มาขัดจังหวะเลย  ฮึ่ยๆๆๆ   

ว่าแต่นายวีสลีย์จะมาเตือนแฮร์รี่ให้ระวังเฟริน่าเรื่องอะไรนะ  มนุดลุงฟัดจ์นี่ช่างมีความพยายามอย่างล้นเหลือจริงๆ   อย่างนี้มันน่าสาปซะ!!!

สำหรับรีมัส  ลูปิน  ไรท์จินตนาการมาตลอดว่าเขาน่าจะไปซ่อนตัวอยู่แถบเวลส์นั่นแหละค่ะ  ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน  คิดว่าน่าจะกันดารกว่าในเมืองเยอะเลย  55555

สำหรับหนูเดร  หึงแรงจังเลยค่ะ  คุณชายเอาแต่ใจจริงๆ  จะรุมเซดริกเลยเหรออออ  ไม่ดีม้างงง  ดีนะหนูเฟห้ามทัน  ไม่งั้นสงสารเซดริกล่ะงานนี้  แครบกับกอยล์ตัวเล็กซะที่ไหน  แต่ตอนท้ายๆหนูเดรมีกอดหนูเฟแล้วเนียนไม่ยอมปล่อยด้วย  คนอะไรเปลี่ยนอารมณ์ไวจริงๆ  ทั้งๆที่เพิ่งโมโหทะเลาะหนูเฟผ่านมาไม่ถึงนาที

ส่วนพี่ทอมคนโฉด  ฮอกวอตส์เปิดเทอมก็จริง  แต่ผู้โดยสารเรือิพี่ทอมไม่ต้องกังวลว่าพี่ทอมคนโฉดจะหายนะคะ  มีบทแน่นอนค่ะ  พี่ทอมยังเป็นสโตกเกอร์หนุ่มโรคจิตอยู่  ฮาาาาาาา

ปล.  จริงๆบทนี้แต่งเสร็จไปประมาณ  65%  ตอนช่วงสงกรานต์ค่ะ  ตอนแรกว่าจะลงไปทั้งแบบนั้น  แต่คิดไปคิดมา  แต่งให้ครบ 100%  ดีกว่า  เดี๋ยวรีดงอลว่าทำไมไรท์แต่งมาแค่นี้    นี่เพิ่งตรวจคำผิดเสร็จ  ง่วงมากตอนนี้  5555  แถมมีเกลาและเพิ่มเนื้อเรื่องบางอย่างให้สมบูรณ์เข้าไปอีก  ไปๆมาๆเลยยาว  ตอนนี้ในเวิร์ด  31  หน้าพอดีเป๊ะเลยค่ะ  เท่ากับสองบทแน่ะ  เพราะปกติไรท์จะแต่งบทละ  15  หน้า  ขอให้สนุกนะคะ  ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ปล. 2  ต่อไปนี้ไรท์ขอตอบเม้นในช่องตอบนะคะ  เพราะเพิ่งสังเกตว่ามีรีดบางคนที่เพิ่งเข้ามาอ่านแล้วเม้นตอนแรกๆ  ถ้าไรท์มาพิมพ์ตอบตอนท้ายของบทล่าสุด  รีดคนนั้นอาจจะไม่เห็นค่ะ  แฮะๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2241 เเบะเเบะ (@chiellxRadsans) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 16:17
    ร้องเดรกมีความหึงงง><55
    #2241
    1
    • #2241-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      25 มีนาคม 2562 / 13:33
      พอหึงแล้วเกรี้ยวกราดดดด
      #2241-1
  2. #1565 ~@Min...฿$*.* (@arisra-min) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 11:50
    ฉันจะสิงหนูเฟไปเลย จบๆไป ฟินเกินนนนนน
    #1565
    1
    • #1565-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      31 กรกฎาคม 2561 / 23:07
      เห็นด้วยว่าควรสิงหนูเฟค่ะ ยิ่งกับตอบเซดริก เราควรสิงหนูเฟเป็นอย่างยิ่ง!
      #1565-1
  3. #1476 BlackyC (@poonyaweepengjan) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 16:16
    เซดโดนขัดเฉย555
    #1476
    1
    • #1476-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      26 มิถุนายน 2561 / 20:45
      วงวารเซดเลย เดรรรรร
      #1476-1
  4. #1407 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 16:36
    เซดคงหัวเสียน่าดู 555555 แล้วไมยังมีผู้คุมวิญญาณอยู่ละนี่
    #1407
    1
    • #1407-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 มิถุนายน 2561 / 10:37
      ก็ควรหัวเสียยยย เดรหนอเดรรรร เรื่องผู้คุมวิญญาณนี่ ต้องถามมนุดลุงกับมนุดป้าค่ะ 555
      #1407-1
  5. #1278 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 18:21
    โอ้ยเกือบแล้ววว เกือบแล้วเซด เซดน่ารักจริงๆ ค่ะ ฮือออยู่ทุกเรือ น้องเดรหึงแรงไปอีก 555555555 ว่าแฮร์รี่มีผลกับผู้คุมวิญญาณ หนูเฟน่าจะมีมากกว่าซะอีกนะเราว่า
    #1278
    1
    • #1278-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:42
      คือหนูเดรไม่ควรหึงผิดเวลานะ 5555 ให้เซดได้จูบหนูเฟก่อนเซ่!!! 555555 หนูเฟมีผลมากกว่า เพราะมีอดีตที่มืดมนค่ะ
      #1278-1
  6. #1225 Atomskl (@Atomskl) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 18:50
    ยังอยู่เรือท่านทอมค่ะ เกาะเรือแน่วแน่พร้อมกับทำฮอร์ครักซ์อีกหลายๆชิ้น...
    #1225
    1
    • #1225-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      4 มิถุนายน 2561 / 14:36
      55555555555 ตอนนี้ไรท์มีหลายชิ้นเหมือนกันเลยค่ะ แต่ใครเรือพี่ทอมคนโฉด จะฟินจริงๆตั้งแต่เล่ม 4 เป็นต้นไปค่ะ >///<
      #1225-1
  7. #1202 JeenBF (@JeenBF) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 14:35
    โอเคค่ะ จากที่ไรท์บอกให้หาเรือสำรอง งั้นเราจะอยู่เรือทุกคน ใครได้กับเฟริน่าก็โอเคหมดแล้วตอนนี้ 55555 ชอบมาก เพิ่งมาอ่าน จะรอต่อไปนะคะ
    #1202
    1
    • #1202-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      9 พฤษภาคม 2561 / 13:50
      ตอนนี้ไรท์ก็ลงเรือทุกลำค่ะ 5555 ขอบคุณที่ชอบและรออ่านนะคะ
      #1202-1
  8. #1174 wissturn (@OTAkuuu) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 18:48
    ยังคงเชียร์ทุกคนเหมือเดิม อิอิ
    #1174
    1
    • #1174-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 19:34
      เหมือนไรท์เลยยย เชียร์ทุกคนนน
      #1174-1
  9. #1173 20116chotikan (@20116chotikan) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 16:35
    ชอบมาก รอเด้อออ
    #1173
    1
    • #1173-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 19:34
      ขอบคุณที่ชอบและรอค่าาาา
      #1173-1
  10. #1172 Index-me (@Index-me) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 15:07
    น่าจับเดรมาตีก้นซักสองที หึ้ยยยย
    #1172
    1
    • #1172-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 19:34
      ตีสองทีไม่พอค่ะ ต้องตีหลายๆที
      #1172-1
  11. #1171 Kawakai Eclair (@tang-mo_za) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 11:19
    เรือเซดอย่างเหนียวแน่นค่ะ! อย่าล่มเลยนะฮรืออ เดรน่าจับตีจังค่ะ(?) มาขัดจังหวะได้ไงบูๆ =3=
    #1171
    3
    • #1171-2 Kawakai Eclair (@tang-mo_za) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 20:02
      หูยย สปอยมาขนาดนี้ต้องเตรียมหมอนไว้เยอะๆแล้วค่ะ!
      #1171-2
    • #1171-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 20:08
      เล่มสามนี้ ต้องยกให้เซดริกเขาเลยล่ะค่ะ อย่างที่ไรท์เคยบอกค่ะ บทเซดริดจะเยอะมากๆ
      #1171-3
  12. #1170 ตุ๊กตาหน้าตาย (@NannapathJira) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 10:25
    เรื่องพี่ทอมเลี้ยงต้อย เอ้ยย สตอกเกอร์ป่ะ เปื่อมีคนรู้, 55555
    #1170
    1
    • #1170-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 19:32
      ม่ายช่ายยยยยย 5555
      #1170-1
  13. #1169 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 09:34
    ขอบคุณค่ะ&#8203; เดรมาผิดจังหวะนะ
    #1169
    1
    • #1169-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 19:32
      หนูเดรไม่ควรโผล่มาตอนนี้จริงๆนั่นแหละ
      #1169-1
  14. #1168 ดอกไม้กวน (@soonchannamfa) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 21:23
    หนูเซด กำลังแล่นแล้วเชียว เดรโกก็&#128529;
    #1168
    1
    • #1168-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 01:08
      เดรน่ะ! ไม่น่ามาขัดจังหวะเลยยยยยยยยยยยย
      #1168-1
  15. #1163 Rilamiru (@Okido) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 17:39
    พี่เซดน่าสงสารอ่าาาาาาาา แต่ยังไงเราก็เรือเซดนะ!
    #1163
    1
    • #1163-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 01:03
      เดี๋ยวไปเที่ยวฮอกส์มี้ดก็ไม่น่าสงสารแล้ว เชื่อสิๆ //บิดหมอน
      #1163-1
  16. #1162 ํYukari-chan (@Asusachan) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 14:17
    เรือเดรโกค่าาา ว่าหนูเฟยังงู้นยังงี้แต่สุดท้ายก้กอดไม่ปล่อย(ต้องกัดไม่ใช่หรอ?)
    #1162
    1
    • #1162-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 01:02
      จะให้เดรทั้งกอดทั้งกัดเลยหรือคะ 55555 เดร! เด็กแก่แดด
      #1162-1
  17. #1161 Carecare975 (@Carecare975) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 14:09
    ต่อๆๆๆๆๆๆ
    #1161
    1
    • #1161-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 01:01
      อยากมาต่อมากกกก แต่งานเยอะจริงๆ TT
      #1161-1
  18. #1160 hikakichi (@hikakichi) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 13:25
    <p>มนุษย์ป้ามนุษย์ลุงกรรมตามสนอง</p><p><br></p><p>หนูเฟกลายเป็นคนดึงรีมัสมาเป็นศ.ได้</p><p><br></p><p>น่าสงสารนานวีสลีย์โดนเป่าหูมา แต่เฟริน่ายิ่งเกาแฮรี่แบบนั้นจะยิ่งโดนสงสัยไหมเนี่ย</p><p><br></p><p>ฟัดจ์ส่งผู้คุมวิญญาณมาเพราะเรื่องเฟริน่าแน่ๆ แต่จะหาเหตุผลอะไรมาอ้างหว่า</p>
    #1160
    1
    • #1160-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 01:01
      จริงๆมนุดป้าและลุงควรโดนหนักกว่านะ ฮาาาา

      ส่วนหนึ่งรีมัสคงอยากรู้เรื่องหนูเฟด้วยค่ะ ถึงยอมตอบตกลง

      นายวีสลีย์น่าสงสารไม่พอ มักกอนนากัลก็น่าสงสารด้วย แต่เรื่องอะไรที่ทำให้แฮร์รี่รู้แล้วมาทะเลาะกับหนูเฟ? เฟริน่าคอยระวังไม่ได้ตลอดหรอกค่ะ เชื่อสิ กลิ่นมาม่าลอยมาไกล

      เหตุผลขอลฟัดจ์งี่เง่ามาก นี่แหละ บรรกากาศตึงเครียดระหว่างดัมเบิลดอร์กับฟัดจ์
      #1160-1
  19. #1159 meyoka (@meyoka) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 12:10
    หนูเดรกอารมณ์แปรปวนง่ายจังงงงง!
    #1159
    20
    • #1159-17 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 01:32
      ง่ะ เผลอสปอยอีกแล้วววว ;_;
      #1159-17
    • #1159-19 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 01:34
      นั่นสิ ดึกอีกแว้ววว 5555 นอนๆๆๆ ฝันดีค่าาาา
      #1159-19
  20. #1158 NewKanokwan (@NewKanokwan) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 10:31
    พี่เดรอารมแปรปรวนง่ายเพราะใครที่ไหนกันนนนะะะ///จะมีใครหละะะะหนูเฟนั่นแหละไรท์
    #1158
    1
    • #1158-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 00:56
      เนอะๆๆ พอได้กอด ก็หายโกรธซะงั้น เดรรรรร เด็กแก่แดดด
      #1158-1
  21. #1157 หญิงปริศนา (@-rity-) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 10:26
    เนียนเลยนะเดร เพิ่งว่าเขาไปแต่มือนี่กอดไม่ปล่อยเลยน้าาา
    #1157
    2
    • #1157-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 00:50
      เดรไม่ควรว่าหนูเฟว่าแก่แดด เพราะจริงๆแล้วคนที่แก่แดดคือเดร 55555
      #1157-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #1156 lnlning (@lnlning) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 09:29
    ตอนนี้ช่างดีงามมม ได้โมเม้นต์ทุกคนเลย//ล่องลอยอย่างมีความสุข
    ถึงแม้พี่ทอมคนโฉดจะยังไม่มา แต่ไม่เป็นไร รีดรอได้ อิอิ แต่ว่าตอนนี้นายน้อยมัลฟอยช่างดีต่อใจ ถึงจะสงสารเซดริกเบาๆ ก็เถอะ
    #1156
    1
    • #1156-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 00:49
      ดีงามจริงๆ ขาดพี่ทอมกับซิเรียสไม่งั้นครบแล้ว 5555555 // กลับมาก่อนอย่าเพิ่งลอยไปไกลค่ะ!
      อย่างพี่ทอม ถ้ามีบททั้งที มาแบบไม่ธรรมดาแน่นอนค่ะ แอร๊ยยย ส่วนหนูเดร มีกอดไม่ยอมปล่อยด้วย ใครแก่แดดกันแน่! เซดริกน่าสงสาร อีกนิดเดียว ถ้าเดรไม่โผล่มาซะก่อนนนนน
      #1156-1
  23. วันที่ 19 เมษายน 2561 / 09:17
    เชียร์ป๋าเนปเฮียทอมหนูเดรกกับพี่เซด.... ส่วนรี่หลบไป~ 555555+
    #1155
    1
    • #1155-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 00:46
      เดี๋ยวๆ ไหนตอนแรกเรือป๋าเนปไม่ใช่หรือคะ ไปๆมาๆทำไมมีเฮียทอม หนูเดรกกับพี่เซดโผล่มาได้ล่ะนั่น แถมโผล่มาทีหลายลำด้วยนะ (แถมยังสั่งให้รี่หลบไปอีกแน่ะ!)
      #1155-1
  24. #1154 baifurn27 (@baifurn27) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 09:10
    เเอบกังวลว่าถ้าหนูเฟชอบนุ้งรี่เเล้วคิดถึงจินนี่กลัวจินนี่จะเสียใจเลยตัดใจจากนุ้งรี่ คู่นี้จะลงเอยยังไง
    #1154
    1
    • #1154-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 00:45
      คู่นี้ ไรท์มีทางออกไว้ให้แล้วค่ะ อย่าลืมสิคะว่าหนูจินนี่มีคู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าแฮร์รี่เป็นพระเอกนะคะ ฟิคนี้ เดาเนื้อเรื่องไม่ได้ค่ะ อิอิ (ไรท์โรคจิต)
      #1154-1
  25. #1153 Milkhommy (@Milkhommy) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 08:58
    ฮาเร็มเลยเหอะ หรือไม่ก็แฮร์รี่เราว่าจากที่ดูโครงแฮร์รี่เหมาะสมสุดละ ลุยด้วยกัน ผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แถมเฟริน่ายังเขินอายแฮร์รี่บ๊อยบ่อย ถ้าไม่ฮาเร็มก็แฮร์รี่เถอะ ปกติเอฟซีเดรโกเชียร์เดรโกตลอดแต่เรื่องนี้คงต้องยอมให้พี่แฮร์รี่เขาจริงๆ
    #1153
    1
    • #1153-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      20 เมษายน 2561 / 00:44
      ฮาเร็มเลยเรอะ!? เดี๋ยวๆ ตอนนี้เฟริน่าเขินแฮร์รี่ แต่ฟิคนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นค่ะ และมันมีที่มาที่ไปอยู่ว่า แม้เราจะเดาว่ามันต้องเป็นแบบนี้ แต่จริงๆแล้วอาจจะไม่ใช่ก็ได้นะค้าาาาาา
      #1153-1
  26. #1145 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 01:47
    กริ๊ดดดดดดดดดดด
    ป๋าน่ารัก เดรกงี่เง่าอีกแล้วอ่ะ พอหนูพยายามทำใจชอบก็เป็นงี้ทุกที และ เห็นด้วยกับ rearea สุดๆเลย เราพวกเดียวกัน
    อีกเรื่องๆ รักไรท์ที่ซู้ดดดดดดดดดดด ไรท์ว่าจะอัพปีหน้า หนูทำใจแล้วว่าคงค้างแน่ แต่ไรท์ก็ยังมาอัพ รักไรท์จริงๆ
    #1145
    8
    • #1145-7 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 55)
      22 เมษายน 2561 / 16:19
      ไรท์ก็พูดด้ายยยย แต่เรื่องของเรื่องคือ ความขี้เกียจที่อยู่เคียงข้างทุกคนน่ะ หนูมีเยอะ เยอะจนขนาดการบ้่านที่หนูก็ทำได้ บางทียังไปลอกเพื่อนเลยไรท์
      #1145-7
    • #1145-8 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 55)
      9 พฤษภาคม 2561 / 13:19
      โง้ยยยยยย ต้องแบ่งเวลาค่ะ 5555
      #1145-8