[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 56 : [Special] Cedric Diggory (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 307 ครั้ง
    9 มิ.ย. 61



[Special] Cedric Diggory

*******************


                ภายในหอนอนของบ้านฮัฟเฟิลพัฟ  ที่เตียงหลังหนึ่งของเด็กชั้นปีที่สี่  เด็กชายผมสีเข้มกำลังแต่งตัวโดยไม่ลืมที่จะเก็บเตียงก่อนออกไป  เขามองไปยังเตียงอีกสามหลังที่มีเด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันที่ยังคงหลับอยู่  เด็กชายที่ตื่นนอนก่อนส่ายหน้ายิ้มๆ  พลางเดินไปยังเตียงที่ใกล้ที่สุด  เขาห่มผ้าให้เพื่อนที่เมื่อคืนนี้น่าจะนอนดิ้นจนถีบผ้าห่มตกเตียง 

                “อะไรของนาย  เซดริก  ฉันร้อน”  เด็กชายที่ถูกห่มผ้าจนถึงคอบอกเสียงงัวเงีย  เมื่อรู้สึกถึงผ้าห่มหนักๆบนตัว

                “ฉันเห็นนายนอนขดตัว  นายแน่ใจนะว่านายร้อนน่ะ  ทิโมธี”  เซดริกเลิกคิ้วถามยิ้มๆ  เด็กชายเจ้าของชื่อพึมพำเสียงงัวเงียและหลับต่อ  เซดริกหัวเราะเบาๆก่อนจะหันไปหยิบหนังสือที่หัวเตียง  เขาเดินออกจากหอฮัฟเฟิลพัฟ

                อากาศฮอกวอตส์ในยามเช้า  ทำให้เด็กชายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า  เขาเดินช้าๆ  และในที่สุดประตูห้องสมุดก็ปรากฏสู่สายตา  เวลาเช้าเช่นนี้ไม่มีนักเรียนคนใดสักคน  เซดริกชอบมาก  เพราะนั่นแปลว่าเขาจะได้อ่านหนังสืออย่างสงบๆ  โดยไม่มีใครมารบกวน  เด็กชายเดินไปทิ้งตัวลงนั่งยังโต๊ะตัวหนึ่ง  ก่อนจะเปิดหนังสือที่หยิบติดมือมาด้วย 

                ระหว่างที่เด็กชายอ่านตำราอย่างคร่ำเคร่ง  เสียงเลื่อนเก้าอี้ก็ดังขึ้น  เซดริกเงยหน้าจากหนังสือตรงหน้าขึ้นมา  เขาเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจากบ้านกริฟฟินดอร์  เธอนั่งฝั่งตรงข้ามกับเขาเยื้องถัดไปทางซ้ายมือ  เธอมีผมสีน้ำตาลสว่าง  ใบหน้าเกินครึ่งอยู่ใต้ผ้าพันคอผืนโตสีดำ  เหลือไว้เพียงดวงตาสีฟ้าอมเขียว  เด็กผู้หญิงคนนั้นมองเขาแวบหนึ่ง  ก่อนที่เธอจะไม่สนใจและหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านบ้าง

                คิ้วเข้มของเซดริกขมวดกัน  ดูๆไปแล้วเด็กหญิงคนนี้น่าจะเป็นเด็กปีหนึ่งที่ทำให้หมวกคัดสรรชะงักในวันงานเลี้ยงต้อนรับเปิดเทอม   เด็กชายเลิกสนใจเธอและกลับมาตั้งใจอ่านหนังสือต่อ  เขาต้องตั้งใจเรียนกว่านี้  เพื่อเก็บ  ว.พ.ร.ส.  ให้ได้ตามที่พ่อกับแม่คาดหวังเอาไว้ 

                ภายในห้องสมุดที่กว้างใหญ่มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษระหว่างเขากับเธอ  เซดริกอดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กปีหนึ่งคนนั้นอ่านอะไร  ทำไมเธอเอาแต่ขมวดคิ้วบ่อยครั้งราวกับหงุดหงิด  แต่นาทีต่อมาคิ้วของเธอก็คลายตัว  ก่อนที่จะขมวดกันใหม่  เด็กชายไม่ได้ตั้งใจจะแอบมองเธอ  แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษจากเธอ  เด็กชายก็อดไม่ได้ที่จะต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง 

เซดริกพยายามบอกตัวเองให้ตั้งสมาธิอยู่กับหนังสือ  เขาก้มหน้าอ่านหนังสืออีกครั้ง  แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปสักพักเขาก็ไม่ได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษอีก  แล้วเด็กชายก็อดไม่ได้ที่จะต้องเงยหน้าขึ้นไป

เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างคนนั้นกำลังนั่งสัปหงกอยู่  ระหว่างที่เธอเผลอหลับและหน้าผากกำลังจะกระแทกเข้ากับหน้าหนังสืออย่างหวาดเสียว  และเซดริกกำลังจะร้องบอกให้เธอระวัง  เด็กหญิงก็ลืมตาขึ้นมา  เธอกลับมานั่งตัวตรงอย่างรวดเร็ว  และก่อนที่เธอจะหันมาทางเขา  เซดริกก็รีบก้มหน้าก้มตาแสร้งอ่านหนังสือต่อไป  เด็กชายแอบอมยิ้ม  เขาคิดว่าเด็กหญิงคนนี้ตลกดี  ทั้งๆที่เธอน่าจะนอนหลับอยู่บนเตียง  แต่ทำไมเธอต้องฝืนตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาอ่านหนังสือด้วย  เด็กปีหนึ่งที่เซดริกรู้จักรวมทั้งตัวเขาเมื่อตอนยังปีหนึ่งเอง  ไม่มีใครคร่ำเคร่งอ่านหนังสือเท่าเด็กหญิงคนนี้   ไหนจะยังผ้าพันคอผืนโตนั่นอีก  ทำไมเธอต้องใช้มันปกปิดใบหน้า  

เมื่อชั่วโมงเรียนวิชาแรกมาถึง  เด็กหญิงคนนั้นก็ลุกออกจากเก้าอี้  เซดริกแอบมองเธอเดินออกไปจากห้องสมุด  และเมื่อเขาเลื่อนสายตามายังหนังสือของตัวเอง  เด็กชายก็พบว่าตัวเองอ่านไปได้เพียงแค่หกหน้าเท่านั้น

“นี่มันอะไรกันเนี่ย”  เขาพึมพำกับตัวเอง  บางทีครั้งหน้าที่เขามาอ่านหนังสืออีก  เขาควรตั้งสมาธิมากกว่านี้

แต่ในเช้าวันถัดมา  เซดริกก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองเด็กผู้หญิงคนนั้นอีก  เธอเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งไม่ห่างจากเขา  และเปิดหนังสือ  สักพักเมื่อเสียงพลิกหน้ากระดาษของเธอเงียบลง  เซดริกก็เห็นเธอสัปหงกอีกครั้ง  แล้วมันช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะต้องแอบอมยิ้มออกมา  ในระหว่างที่เฝ้ามองดูและลุ้นไม่ให้หน้าผากเธอกระแทกหนังสือ  เซดริกก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ  แล้วเสียงหัวเราะของเขาก็ทำให้เด็กหญิงลืมตาตื่นขึ้นมา  เด็กชายรีบแสร้งก้มหน้าอ่านหนังสือของตัวเองอีกครั้ง  เขารู้สึกได้ว่าเธอมองตรงมายังเขา  แต่เซดริกก็รีบปรับสีหน้าคร่ำเคร่งกับตำราตรงหน้า  เพื่อให้เธอไม่รู้ว่าเขาแอบมองเธออยู่

เซดริกแอบมองเธอทุกๆวันโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลย  จนตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าทำไมเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์คนนั้นถึงต้องตื่นเต่เช้ามานั่งอ่านหนังสือ  (แต่จริงๆแล้ว  เขาคิดว่าเธอตื่นมาแอบนั่งสัปหงกมากกว่า )   แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเขานึกถึงตอนเธอสัปหงก  เซดริกก็อดอมยิ้มไม่ได้  เขานั่งเท้าคางขณะฟังศาสตราจารย์ควีเรลล์พูดติดอ่างเรื่องผีดิบดูดเลือด  เสียงของศาสตราจารย์ดูจะไหลผ่านหูไป  เขาแทบไม่มีสมาธิ  เมื่อภาพเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างสัปหงกปรากฏอยู่ในหัว  แต่แล้ว  ขณะที่เขากำลังนึกถึงภาพเธอ  เซดริกก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่สีข้างของเขาอย่างแรง  เด็กชายงอตัวและกุมสีข้างตัวเอง  เขาหันไปมองข้างๆและเห็นเจมี่กำลังยิ้มแบบมีเลสนัยมาให้

“อะไร”  เขาขมวดคิ้ว  นึกสงสัยเมื่อเห็นทิโมธีกับฌอนก็ยิ้มแบบเดียวกับเจมี่

“นายยิ้มอะไรน่ะ  เซดริก”  ทิโมธีกระซิบถาม

เซดริกรู้สึกหน้าร้อนผ่าว  นี่เขาเผลอยิ้มออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่  เขาแทบไม่รู้ตัวเลยสักนิด

“เปล่านี่   ไม่มีอะไร”  เขาพูดปด  และดูเหมือนว่าเพื่อนๆทั้งสามจะจับได้ว่าเขาโกหก  เซดริกต้องยอมรับว่าเขาไม่เคยโกหกใครได้เลย  เพื่อนๆของเขาจับพิรุธเขาได้เสมอ 

“ไม่มีอะไรแล้วยิ้มทำไม”  ฌอนถาม

“แชงมาชวนนายเดทหรือไง”  เจมี่ถาม  พลางหัวเราะแบบล้อเลียนใส่เขา  เซดริกอดไม่ได้ที่จะถลึงตาใส่เพื่อนทั้งสามที่ดูสนุกสนานเหลือเกินที่ได้แกล้งเขา

“ไม่ใช่สักหน่อย”  เขาตอบเรื่อยๆ

“อู้ฮู!  งั้นใครล่ะ”  ทิโมธีตาวาววับที่เซดริกรู้สึกถึงลางไม่ดี  

“ไม่มี”  เขาตอบด้วยท่าทางจริงจัง  เพื่อให้เพื่อนเลิกถามเขาสักที  แต่ทั้งสามกลับสบตากันอย่างไม่อยากจะเชื่อในคำพูดของเขา  บางทีเซดริกก็รู้สึกว่าเพื่อนๆของเขามีเวทมนตร์อ่านใจหรืออย่างไร  ทำไมเขาไม่เคยโกหกทั้งสามสำเร็จเลย

“บอกมาเถอะน่า  ไม่ใช่  แชง  แล้วใครล่ะ  แชงน่ะสวยน่ารักซะขนาดนั้น  แถมเหมือนเธอจะมีใจให้นายด้วย  ไม่ใช่แชง  งั้นเป็นใครล่ะ”  ฌอนถาม

เซดริกถอนหายใจ  ก่อนจะพูดเสียงเด็ดขาดว่า  “ถ้าพวกนายยังเซ้าซี้ไม่เลิก  ฉันจะไม่ให้ลอกสมุดบันทึกของฉันอีก” 

เหมือนจะได้ผล  เพื่อนทั้งสามหันขวับจนคอแทบเคล็ดไปยังหน้าชั้นเรียน  ทั้งสามทำสีหน้าเคร่งขรึมและเริ่มถกเถียงเรื่องผีดิบที่ศาสตราจารย์ควีเรลล์เพิ่งเล่าไปเมื่อต้นชั่วโมงราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้พยายามสอบสวนเขา  เซดริกอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและหัวเราะเบาๆ

แล้วในเย็นวันนั้น  เซดริกก็ไปที่ห้องสมุดอีกครั้ง  เขาอดไม่ได้ที่จะเลือกที่นั่งใกล้กับเธอมากขึ้น  เพื่อลอบมองเธอบ่อยๆ  เด็กหญิงมาคนเดียวอีกแล้ว  เธอมีสีหน้ารำคาญใจเล็กน้อย  ก่อนจะเริ่มเปิดหนังสือไปยังหน้าที่อ่านค้างจากเมื่อเช้า

ระหว่างที่เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างกำลังตั้งใจอ่านหนังสือ  เซดริกก็เห็นเด็กชายหน้ากลมที่อยู่บ้านกริฟฟินดอร์เดินตรงมาทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับเธอ

“เฮอร์ไมโอนี่ล่ะ”  เซดริกได้ยินเสียงเธอถามเด็กชายหน้ากลมคนนั้น  เขาอดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองขึ้นไป  เด็กชายคนนั้นมีสีหน้าอมทุกข์และเป็นสีชมพู

“เธอไปขอพบศาสตราจารย์มักกอนนากัลเรื่องวิชาแปลงร่างน่ะ”   เด็กชายหน้ากลมตอบด้วยท่าทางอึดอัด  ขอบตาแดงก่ำ  เซดริกแอบเห็นเด็กหญิงขมวดคิ้วอีกแล้ว

“นายเป็นอะไร  มีอะไรอยากพูดหรือเปล่า”   เธอถาม  เซดริกเห็นเด็กชายหน้ากลมคนนั้นสะดุ้ง   ใบหน้าดูตื่นๆ  ริมฝีปากเม้มแน่น

“เออ  เออ”  เด็กชายคนนั้นอ้ำอึ้ง  มือบีบกันแน่น

“มีอะไรก็พูดมาสิเนวิลล์   พวกมัลฟอยแกล้งอะไรนายหรือ”   เธอเร่ง  แต่เซดริกเห็นเด็กชายที่ชื่อเนวิลล์สั่นหัวแรงๆ  เขาเลื่อนสายตาจากเด็กชายหน้ากลมมายังเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง  และเซดริกก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเธอมองเขาอยู่  เขาแกล้งสนใจตำราเรียนต่อ  พยายามไม่แสดงพิรุธออกมา

“ถ้านายไม่พูด   งั้นก็ไม่ต้องพูด”   เซดริกได้ยินเธอกระซิบบอกอย่างหัวเสีย  เขาไม่แน่ใจว่าเธอหัวเสียเพราะรู้ว่าเขาแอบมองเธอหรือเปล่า

“ไม่ๆ  ฉันต้องพูด   ฉันพูดแล้ว”   เขาได้ยินเนวิลล์รีบบอกอย่างกลัวๆ   “ที่จริงฉันไม่อยากจะทำแบบนี้หรอกนะ  แต่เฟริน่า  เธอต้องเข้าใจฉัน”  ในที่สุดเซดริกก็ได้รู้ว่าเธอชื่อ  เฟริน่า   แต่คำพูดของเด็กชายหน้ากลมก็ทำให้เขาอดขมวดคิ้วไม่ได้  เด็กชายเนวิลล์หมายความว่าอย่างไร  เขาชักอยากรู้แล้วสิว่ามันเรื่องอะไร

“อะไรล่ะ”    เสียงเด็กหญิงถาม  เซดริกเห็นว่าเธอกำลังสนใจเนวิลล์อยู่  เขาตัดสินใจขยับตัวเข้ามาใกล้เนวิลล์มากขึ้น  เพื่อฟังให้ถนัด

“รอน..  ใช่..  รอนบอกฉัน..   แล้วก็ยังมีแฮร์รี่กับ..   กับ..   เชมัสและดีน”   เสียงเนวิลล์ดูกังวล  เซดริกขยับตัวอีกครั้ง  เขาอดสงสัยไม่ได้ที่ได้ยินชื่อเด็กชายสี่คน  และหนึ่งในนั้น  แฮร์รี่  ถ้าให้เขาเดา  ต้องเป็นแฮร์รี่  พอตเตอร์  เด็กชายผู้รอดชีวิตอย่างแน่นอน  เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเด็กชายหัวแผลเป็นเกี่ยวข้องอะไรกับเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง  เพราะเขาแอบเห็นแฮร์รี่แอบมองเธอจนเขารู้สึกร้อนๆในอกอยู่บ่อยครั้ง

แล้วเธอก็ถามขึ้นว่า  “พวกเขาพูดอะไรกับนาย”

“พวกเขาบอกกับฉัน..  บอกกับฉันว่า..  โธ่  เฟริน่าเธอต้องเข้าใจฉัน   ฉันไม่อยากจะทำแบบนี้เลย”   เนวิลล์โอดครวญ

“ถ้านายมัวแต่อ้ำๆอึ้งๆอยู่แบบนี้   ก็ไม่ต้องพูดแล้ว  ฉันขี้เกียจฟัง”   เสียงเฟริน่าบอกอย่างรำคาญ  

แล้ววินาทีต่อเนวิลล์ก็พูดดังขึ้นกว่ากระซิบว่า 

“รู้มั้ย  พวกเขาบอกว่าฉันไม่ควรมาเป็นเพื่อนกับเธอ”  เนวิลล์บอกและพูดต่อไปทันทีว่า  “พวกเขาบอกว่าเด็กผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับเด็กผู้หญิงหรอก”  

คำพูดที่หลุดออกจากปากเด็กชายหน้ากลมทำให้เซดริกหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ  นี่มันงี่เง่าสิ้นดี  แล้วเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา  เซดริกก็เห็นเด็กหญิงกำลังหรี่ตามองเขาอยู่  เซดริกรู้สึกหน้าร้อนผ่าวและรีบแกล้งทำเป็นพลิกหน้าหนังสือต่อไป

แล้วเขาก็ได้ยินเสียงเธอพูดต่อไปว่า  “แล้วยังไงต่อ”

“นั่นแหละ  ฉันเลยจะมาบอกเธอว่า  ต่อไปฉันจะไม่เป็นเพื่อนกับเธอและเฮอร์ไมโอนี่แล้ว   พวกเขาบอกว่าที่ฉันขี้ขลาด  เพราะฉันคบกับเด็กผู้หญิงมากเกินไป”   เนวิลล์บอกด้วยเสียงโล่งอก

“แล้วนายก็คิดอย่างนั้นด้วยหรือ”   เซดริกได้ยินเธอพูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่   ก็พวกเขาเป็นผู้ชายเหมือนกับฉันนี่”  เด็กชายหน้ากลมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง  เซดริกอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง  และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาและเห็นเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างจ้องเขาอีกครั้ง  เซดริกก็ก้มหน้าให้ชิดหนังสือมากกว่าเดิม  และต้องเอามือปิดปากตัวเองไว้เมื่อเขาหยุดหัวเราะไม่ได้  จนตอนนี้เขาเชื่อว่าตัวเองพยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนหน้าแดงก่ำแล้วแน่ๆ

“พวกผู้ชาย!”   เซดริกได้ยินเธอบอกอย่างหงุดหงิดและรำคาญใจ  “เออ!   เอาเลย!   ถ้านายอยากเชื่อพวกนั้นก็ตามใจ   ไปเลย   ไม่ต้องมาคบกับเด็กผู้หญิงอีก  ตรรกะอะไร   เด็กผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับเด็กผู้หญิง  ฝากไปบอกพวกนั้นด้วยนะ  ว่าพวกเขามันยอดยี้งี่เง่า!

“ก็รอนบอกว่าเธอประหลาด   เธอเอาแต่ปิดหน้าด้วยผ้าพันคอนี่  เฟริน่า  ฉันก็เคยเตือนเธอเรื่องนี้แล้วนะ   ว่าใครๆต่างก็พูดลับหลังถึงเธอแบบนั้น   และฉันก็ไม่เข้าใจเลยเหมือนที่พวกเขาไม่เข้าใจ  ว่าทำไมเธอต้องเอาผ้าพันคอนั่นปิดหน้าด้วย”   เนวิลล์บอก  ซึ่งตรงนี้เซดริกอดไม่ได้ที่จะเห็นด้วยกับรอนและเนวิลล์  เขาอยากรู้เหลือเกินว่าทำไมเธอต้องเอาผ้าพันคอปิดหน้าด้วย  เขาอยากรู้เหลือเกินว่าจริงๆแล้วใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าผืนโตนั่นเป็นอย่างไร  เซดริกมักเก็บไปจินตนาการใบหน้าของเธอบ่อยๆ  และเขาเคยได้ยินจากเด็กบ้านสลิธีรินซุบซิบกันว่าเธอมีแผลเป็นน่าเกลียดขนาดใหญ่บนใบหน้า  ซึ่งเซดริกเชื่อเพียงครึ่งเดียว

“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉัน   และฉันก็ไม่ได้ประหลาดด้วย   ขอบคุณเจ้าวีสลีย์ที่ช่วยวิจารณ์”   เธอพูดด้วยเสียงโกรธๆ 

“เอาจริงๆนะเฟริน่า   ฉันเคยเห็นตอนเธอถอดผ้าพันคอออก  เธอก็น่ารักดี   ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะปิดหน้าตัวเองทำไม”   เนวิลล์บอก   ข้อมูลที่เขาได้ยินจากเด็กชายหน้ากลมทำให้เซดริกยิ่งตั้งใจเงี่ยหูฟังมากยิ่งขึ้น  ถ้าเป็นอย่างที่เด็กชายหน้ากลมพูด  งั้นก็แสดงว่าเธอไม่ได้มีแผลเป็นน่าเกลียดอย่างที่ใครๆซุบซิบกัน  แล้วเสียงของเนวิลล์ก็พูดต่อไปว่า  “ฉันรู้ว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ   แต่ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ”  

“นายไม่ต้องมาบอกหรอก   ตอนนี้เราไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว   และเรื่องที่ฉันจะพันผ้าพันคอหรือไม่   มันก็ไม่ทำให้ฉันเปลี่ยนจากเด็กผู้หญิงไปเป็นเด็กผู้ชายได้หรอก   ไปซะ   เด็กผู้หญิงก็ไม่เป็นเพื่อนกับเด็กผู้ชายเหมือนกัน”   เธอพูด   เซดริกเห็นเนวิลล์ดูเสียใจ   เด็กชายหน้ากลมสูดจมูกที่เริ่มแดง   และเดินออกไปจากห้องสมุด   เซดริกมองตามจนเนวิลล์หายลับไปจากห้องสมุด  และเขาก็เห็นเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างขมวดคิ้วอย่างหัวเสีย   และเมื่อเธอหันมายังเขา   เธอก็เชิดหน้าใส่ 

เซดริกรู้สึกหน้าร้อนด้วยความอายที่ตัวเองเสียมารยาท  เขายังไม่ทันได้พูดคุยทำความรู้จัก  แต่ดูเหมือนเขาจะเผลอทำให้เธอเกลียดเข้าเสียแล้ว  เซดริกรีบแกล้งทำเป็นสนใจตำราเรียนอีกครั้ง  หวังอย่างสุดหัวใจว่าเธอจะคิดว่าเขาไม่ได้พยายามแอบฟังบทสนทนาระหว่างเธอกับเนวิลล์

แล้วคำพูดของเธอก็ทำให้เซดริกสะดุ้ง  “รู้มั้ย  แอบฟังเรื่องคนอื่นมันเสียมารยาท...  แต่ที่เสียมารยาทยิ่งกว่าคือแอบฟังแล้วยังหัวเราะด้วย”

เซดริกเงยหน้าขึ้นมา  คำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเลยสักนิด  เธอโกรธเขา  เด็กชายอึกอัก  เขาเสียมารยาทจริงๆอย่างที่เธอว่า  เซดริกรู้สึกหน้าร้อนผ่าว  เขายังไม่ทันได้ทำความรู้จักเธอจริงๆก็ทำให้เธอโกรธเสียแล้ว  

“ฉัน   ฉันขอโทษ”   เขาพูดและมองเธอด้วยสายตาขอโทษ  พลางหวังว่าเธอจะไม่โกรธหรือเกลียดเขา  เซดริกอยากเตะปากตัวเองเสียเหลือเกินที่หลุดหัวเราะออกมา  เขาควรทำอย่างไรดี  เธอถึงจะหายโกรธ

เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ไม่ได้จ้องมองเขาอีก  สีหน้าของเธอดูโมโหมาก  เซดริกไม่รู้ว่าเธอจะโกรธเขามากขนาดนี้  และเมื่อเขาได้ยินเสียงเธอร้องอย่างขัดใจในลำคอ  เซดริกก็คิดว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง  อะไรก็ได้ที่เขาจะได้คุยกับเธอจริงๆจังๆ  ไม่ใช่แค่เฝ้าแอบมองไปวันๆอย่างที่ผ่านมา  เขาได้หวังว่าเธอจะหายโกรธ

“รู้มั้ย   เอ่อ   ไม่ใช่เด็กผู้ชายทุกคนหรอกนะที่คิดตื้นๆแบบนั้นน่ะ”   เซดริกพยายามอธิบาย

“แล้วยังไง”  เธอย้อนถามที่เขารู้ว่าเธอยังไม่หายโมโห

“ฉันหมายถึงว่า  ฉันไม่คิดว่าเด็กผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับเด็กผู้หญิงหรอกนะ”   เขาพยายามขยายความเพิ่มให้เธอเข้าใจ   “แล้วอันที่จริง   ฉันเห็นเธอเข้ามาอ่านหนังสือที่นี่ทุกวันเลย   ถ้ายังไงเราน่าจะมาเป็นเพื่อนกันมั้ย”  เด็กชายฮัฟเฟิลพัฟกลั้นใจถามออกไป  ถึงไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร  แต่เขาควรเริ่มต้นเสียที

“นายอยู่ชั้นปีอะไร”   เธอถาม  เซดริกรู้สึกโล่งอกที่ดูแล้วเธอไม่น่าจะเกลียดเขา

“ฉันอยู่ปีสี่   และเธอปีหนึ่งใช่มั้ย”   เขาถาม  เธอพยักหน้า  แต่แล้วเสียงแหลมเล็กของเด็กหญิงผมฟูคนหนึ่งก็ดังขึ้น

“ฉันไปก่อนนะ  ไว้เจอกันในห้องสมุด”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างบอกพลางเก็บของอย่างหัวเสีย  เซดริกมองตาม  และอดไม่ได้ที่จะยิ้มขำๆเมื่อถึงบทสนทนาระหว่างเธอกับเนวิลล์  อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ไม่ได้โกรธเขาแล้ว  และนี่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เขาจะได้ทำความรู้จักเธอ  เซดริกคิดอย่างมีความสุข



 

เซดริกไม่เคยรู้สึกว่าการเข้าห้องสมุดเป็นสิ่งที่เขาโหยหามากที่สุด  เมื่อในยามนี้ใจของเขาเฝ้าแต่ล่องลอยไปไกล  เมื่อนึกถึงช่วงเวลาถัดไปที่จะได้เจอเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์  ในชั่วโมงวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์  เขาก็นั่งเหม่อ  เสียงของศาสตราจารย์บินส์ที่ชวนง่วงนอน  ไม่ได้ทำให้เด็กชายฮัฟเฟิลพัฟอยากหลับซักนิด  กลับกัน  เขาเอาแต่บรรจงเขียนชื่อ  เฟริน่า  ลงในสมุด  โชคดีที่เพื่อนๆทั้งสามของเขาต่างฟุบหน้าหลับ  จึงไม่มีใครเห็นว่าเขาเอาแต่อมยิ้มเมื่อเห็นตัวหนังสือเป็นชื่อเธอ  เซดริกไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า  ทำไมเขาถึงเลิกนึกถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เลย  บางครั้งเขาก็สงสัยว่าเป็นเพราะเขาเอาแต่เฝ้ามองท่าทางสัปหงกที่ดูตลกของเธอหรือเปล่า  หรืออาจเป็นเพราะท่าทีจริงจังของเธอกับผ้าพันคอชวนให้เธอดูลึกลับน่าค้นหานั่น

“เฟริน่า  นั่นชื่อใครน่ะ”  เสียงเจมี่ดังขึ้นใกล้ๆกับใบหูของเซดริก  เด็กชายฮัฟเฟิลพัฟสะดุ้ง  เขารีบเอามือปิดชื่อบนหนังสือไว้  แต่ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว  เมื่อทิโมธีรีบแย่งสมุดเล่มนั้นไปจากเขา  แล้วฌอมก็รีบแย่งจากทิโมธีไปดูอีกที

“เอาคืนมานะ!”  เซดริกกระซิบอย่างฉุนๆ  พลางถลึงตาใส่เพื่อนๆทั้งสาม  แต่เด็กชายฮัฟเฟิลพัฟทั้งสามกำลังสบตากันอย่างมีเลศนัย

“โอ้  เซดริก  นายมีอะไรจะสารภาพกับพวกเรามั้ย”  เจมี่ถาม

“เฟริน่า  ชื่อผู้ชายหรือชื่อผู้หญิง”  ทิโมธีถามหน้าซื่อ

“เอาคืนมาน่า  พวกนาย”  เซดริกพยายามจะแย่งสมุดคืนมาแต่ไม่สำเร็จ

“เซดริกไม่ตอบ  สงสัยคงเป็นชื่อผู้ชาย”  ฌอมตอบให้

“ไม่ใช่!  นั่นชื่อผู้หญิง”  เซดริกบอกอย่างรำคาญ  แล้วเขาก็รู้ตัวว่าทำพลาดไปเมื่อเพื่อนๆทั้งสามต่างทำปากเป็นรูปตัวโออย่างยียวน  ดวงตาทั้งสามคู่เป็นประกายที่ทำให้เซดริกรู้สึกถึงลางไม่ดี

“เธอเป็นใครเหรอ”  เจมี่ถาม

“เป็นเด็กบ้านไหน”  ทิโมธีซักไซ้

“สวยมั้ย  น่ารักหรือเปล่า”  ฌอมกระซิบ

“ไม่ใช่เรื่องของพวกนายสักหน่อย  เอาสมุดฉันคืนมาได้แล้ว”  เซดริกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง  แต่ไม่มีใครฟังเขา  ทั้งเจมี่  ฌอน  และทิโมธีต่างหันไปจ้องมองชื่อบนสมุดและเริ่มถกเถียงกันราวกับเซดริกไม่ได้อยู่ตรงนั้น

“ฉันว่าต้องเป็นเด็กบ้านเรเวนคลอ”  ฌอนบอก 

ทิโมธีกอดอก  พลางสั่นหัวและพูดว่า  “ไม่ๆ  ฉันว่าบ้านกริฟฟินดอร์”

“พวกนายว่าปีไหน  ฉันว่าเราควรเริ่มแอบถามเด็กทั้งสองบ้านนั้นว่ามีใครรู้จักเด็กผู้หญิงที่ชื่อนี้บ้าง  หวังว่าคงไม่มีคนชื่อซ้ำกันนะ”  เจมี่พูดด้วยท่าทางเคร่งขรึม

“นี่  พวกนาย  พอทีน่า”  เซดริกพยายามบอก

“พวกเราควรถามเซดริกตรงๆดีไหม  ฉันไม่อยากเดา  เดี๋ยวเดาผิด”  ทิโมธีพูด

“เซดริกไม่บอกหรอก  นายก็รู้นิสัยเขา”  เจมี่ส่ายหน้าช้าๆ

“ถ้าเขาไม่บอก  งั้นเราก็สืบเองสิ  ไม่ก็ตะโกนถามในห้องโถงดังๆไปเลยว่ามีใครชื่อนี้บ้าง  เอาที่ห้องโถงเย็นนี้เลยดีไหม  ฉันร้อนใจ  อยากเห็นแฟนเซดริกเร็วๆ”  ฌอนเสนอ

“เธอไม่ใช่แฟนฉัน”   เซดริกบอก  พลางรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า  “แล้วฉันก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้และได้ยินที่พวกนายทั้งสามคนพูดนะ”

“อ้าว  เซดริก”  ทิโมธีหันมา  และทำท่าราวกับเพิ่งเห็นเซดริก

“นายนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  ทำไมเราไม่รู้เลย”  ฌอนว่า

“หวังว่านายคงไม่ได้ยินอะไรแปลกๆนะ ถ้าบังเอิญได้ยิน  นายก็ช่วยลืมๆมันไปซะว่าพวกเราสามคนพูดว่าอะไร”  เจมี่บอกพลางตบบ่าเซดริก

“ฉันเกลียดพวกนายชะมัด”  เซดริกบอกอย่างหงุดหงิด

“อะไรกัน  นายเกลียดพวกเราทำไม  เรายังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย  เมื่อกี้นายหูฝาดไปเอง”  ทิโมธีบอก

เซดริกหรี่ตามองเพื่อนๆทั้งสามที่ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์

“พวกเราไม่กล้าป่าวประกาศในห้องโถงหรอกน่า  นายรอดูเย็นนี้ก็ได้”  เจมี่ยืนยันด้วยท่าทางจริงจัง

“ช่าย  พวกเราจะพยายามไม่ทำอะไรแบบนั้น  ถ้ามันไม่จำเป็นนะ  เซดริก”  ฌอนเสริม

เซดริกถอนหายใจ  เขาไม่เคยปิดความลับได้เลย

“ก็ได้ๆ  ถ้าพวกนายอยากจะรู้มากนะ” 

“เธอเป็นใคร”

“นายรู้จักเธอได้ยังไง”

“เธอน่ารักไหม”

เซดริกพยายามไม่กลอกตาใส่เพื่อนๆ  “พวกนายต้องสาบานก่อนว่า  ถ้าฉันเล่า  พวกนายจะไม่เอามาล้อฉันน่ะ”  ทั้งสามรีบพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

 


“คนไหนๆ”  ทิโมธีถาม  ในขณะที่เจมี่กับฌอนชะเง้อคอไปยังโต๊ะกริฟฟินดอร์ 

“อย่าชะเง้อสิ  เดี๋ยวเธอก็รู้หรอก”  เซดริกกระซิบ

“ฉันไม่เห็นเลย  คนไหนน่ะ”  เจมี่ถาม

“นั่นไง  เธอกำลังเดินเข้ามาแล้ว  คนที่ผมสีน้ำตาลสว่างมีผ้าพันคอสีดำน่ะ”  เซดริกรีบบอก  เมื่อเห็นเฟริน่าเดินเข้ามาในห้องโถง  เด็กหญิงหอบอาหารบนโต๊ะออกไปนอกห้องโถง

“อย่าบอกนะว่าคือคนเดียวกันกับที่พวกเด็กบ้านสลิธีรินพูดว่ามีแผลเป็นบนหน้าจนต้องเอาผ้าพันคอมาปิดน่ะ”  ฌอนถาม 

“ฉันว่ามีอยู่คนเดียวนั่นแหละ”  เจมี่บอก  ในขณะที่ทิโมธีจ้องหน้าเซดริกพลางขมวดคิ้ว

“อะไร  จริงๆเธอไม่ได้มีแผลเป็นบ้าๆนั่นสักหน่อย”  เซดริกรีบบอก

“นายรู้ได้ไง”  ทิโมธีถาม

“ก็ฉันบังเอิญได้ยินเพื่อนเธอบอกน่ะสิ  เพื่อนเธอเคยเห็นตอนที่เธอไม่ได้พันผ้าพันคอ”  เซดริกตอบ

“แล้วตกลงนายได้คุยกับเธอแค่นิดเดียวเองเหรอ”  เจมี่ถาม

“เอ่อ  จะว่าอย่างนั้นก็ได้”  เซดริกบอก

ฌอนตบบ่าเขาเบา  พลางพูดว่า  “นายอยากให้พวกเราช่วยไหม” 

“ไม่ต้องหรอก  ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเธอสักหน่อย”  เซดริกพูดปด  แต่เพื่อนๆทั้งสามต่างสบตากันราวกับไม่เชื่อในคำพูดของเขา


 

เช้าวันต่อมาเซดริกรีบมานั่งที่ห้องสมุดแต่เช้า  เขาแทบไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ  เมื่อสายตาคอยแต่จ้องมองไปที่ประตูบ่อยๆ  เด็กชายฮัฟเฟิลพัฟนั่งรอจนกระทั่งเขาเกือบไปเข้าชั้นเรียนสาย  เซดริกถอนหายใจเบาๆ  บางทีเธออาจไม่อยากเป็นเพื่อนกับเขาก็ได้  เขาคิดอย่างห่อเหี่ยว

แต่แล้วในวันนั้น  เมื่อเซดริกมาที่ห้องสมุดอีกครั้ง  เขาก็เห็นเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างคนหนึ่งนั่งหลับตาอยู่ตรงที่นั่งมุมหนึ่ง  เด็กชายฮัฟเฟิลพัฟรู้สึกตื่นเต้นดีใจ  เขารีบเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างๆเธอ  แล้วเด็กหญิงก็ลืมตาขึ้น  เซดริกส่งยิ้มให้เธอ

“ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว   เมื่อเช้าเธอหายไปไหนมา  ฉันนั่งรอเธอตั้งนานจนเกือบไปเข้าชั้นเรียนสาย”  เขาบอกเธอ 

“เมื่อเช้าฉันตื่นสายน่ะ”   เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ตอบพลางหัวเราะ   “นายไม่ควรรอฉันนะ   ไม่เห็นต้องรอเลย”   เธอบอก   สายตาเหลือบไปเห็นตำราเรียนของเด็กปีสี่   “วิชาปีสี่มันยากนักหรือไง   ฉันถึงได้เห็นนายที่ห้องสมุดแทบทุกเช้า”

“ฉันเตรียมตัวสำหรับ  ว.พ.ร.ส. น่ะ  ฉันอยากได้คะแนนดีๆ”   เขาตอบและวางตำราลงบนโต๊ะ   “แล้วเธอล่ะ   เพิ่งเข้าปีหนึ่งเอง  แต่เธอขยันกว่าตอนที่ฉันอยู่ปีหนึ่งจนฉันชักรู้สึกอายไปเลย”   เขาหัวเราะ  เซดริกรู้สึกดีใจจริงๆที่เธอไม่ได้โกรธเขา  แต่เธอตื่นสายนั่นเอง

“เอาเข้าจริงๆ   ที่ฉันมาอยู่ห้องสมุดมันมีเหตุผลอื่นผสมอยู่ด้วยล่ะ”   เธอตอบ   คำตอบของเธอทำให้เซดริกอดขมวดคิ้วไม่ได้

“ทำไมล่ะ   คงไม่ได้หมายถึงเด็กผู้ชายคนนั้นหรอกนะ”   เขาถามเสียงค่อย   เพราะคิดว่าเธอคงไม่อยากให้ใครได้ยิน

“โอ๊ย  เรื่องนั้นทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า   แต่ฉันชอบที่สงบๆ   ไม่ชอบอะไรวุ่นวายก็เลยมาหลบอยู่ที่นี่บ่อยๆ   สำหรับเรื่องเรียนก็มีส่วนแค่นิดเดียวจริงๆ”   เด็กหญิงยักไหล่ 

“อ้อ   ฉันนึกว่าเพราะเรื่องนั้นซะอีก”  เซดริกลูบต้นคอเก้อๆ   เขาอยากให้เธอรู้ว่าเขาอยากเป็นเพื่อน  อยากรู้จักเธอ  “ฉันยังยืนยันคำเดิมกับเธอนะ   ไม่ใช่เด็กผู้ชายทุกคนหรอกที่คิดแบบนั้น   เด็กผู้ชายบางคนก็อยากเป็นเพื่อนกับเด็กผู้หญิงนะ”

“ดีจริงๆที่โลกนี้ยังมีเด็กผู้ชายที่ไม่งี่เง่าอยู่”   เธอกลอกตา

เซดริกคิดว่าเขาไม่ควรปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป  เขาอยากรู้จักเธอมากกว่านี้   “จริงสิ   เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย”  

“ไม่ต้องหรอก   ฉันว่าเราน่าจะลองเป็นเพื่อนกันโดยที่ไม่รู้จักชื่อ   มันคงสนุกดีพิลึก  นายคิดว่าไง”      

ข้อเสนอสุดประหลาดของเด็กหญิงทำให้เซดริกหัวเราะ  เขารีบตอบตกลง  อย่างน้อยเท่านี้ก็ดีมากแล้วสำหรับเขา

 


“อะไรนะ!  แล้วนายก็ตอบตกลงเนี่ยนะ”  เจมี่ร้อง  เขากระโดดลงจากเตียงทันทีที่ฟังเซดริกเล่าจบ

เซดริกไหวไหล่เบาๆ  “ไม่เห็นจะเป็นไรเลยนี่”

ฌอมกับทิโมธีตบหน้าผากตัวเอง  ในขณะที่เจมี่นวดขมับตัวเอง  ทั้งสามทำสีหน้าเอือมระอาใส่เซดริก

“ทำไม  มีอะไรไม่ดีอย่างนั้นหรือไง”  เซดริกงุนงง 

ทิโมธีปล่อยมือจากหน้าผากตัวเอง  “นี่มันแย่มากเลย  โธ่  เซดริก”

“เซดริกที่ใสซื่อของพวกเรา”  ฌอนส่ายหน้าช้าๆ

“นี่แน่ะ  ฟังพวกเราให้ดีๆนะ”  เจมี่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงเซดริก

“การที่นายยอมตอบตกลงกับเธอ  เรื่องที่เป็นเพื่อนกับเธอโดยไม่รู้จักชื่อน่ะ  นายทำพลาดอย่างมหันต์”  ฌอนว่า

“ใช่  ต่อไปนายก็จะเป็นได้แค่เพื่อนที่ไม่มีชื่อของเธอ  ความสัมพันธ์ของนายกับเธอก็จะไม่คืบหน้า  จะหยุดอยู่ที่จุดเริ่มต้น  --  ไม่สิ  ติดลบเลยล่ะ”  ทิโมธีอธิบาย 

เซดริกมองหน้าเพื่อนๆทั้งสาม  พลางอ้าปากค้าง

“โอย  ให้ตายเถอะ!  จริงด้วย  งั้นฉันควรทำอย่างไรดี”   เซดริกรู้สึกอยากเตะตัวเอง

“นายต้องไปบอกเธอใหม่”  เจมี่ตอบ

“ไม่ได้หรอก  ฉันตอบตกลงไปแล้ว”  เซดริกทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียง  มือสองข้างปิดหน้าตัวเองไว้  เขาพูดอะไรบางอย่างที่ฟังเป็นเสียงอู้อี้  เพื่อนทั้งสามสบตากันอย่างเห็นใจ




ตลอดหลายวันที่ผ่านมา  เซดริกได้แต่เฝ้ารอเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์  แต่เธอก็ไม่มา  เซดริกรู้สึกว่าเขาโง่เง่ามากที่ตอบตกลงเธอไปแบบนั้น  ตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ชื่อเขาอยู่ดี  มีหลายครั้งที่เซดริกคิดว่าเขาควรตัดใจ  และหันมาใส่ใจเรียนเหมือนเดิม  แต่พอเขามาที่ห้องสมุดทีไร  ใจของเขาก็นึกถึงแต่เด็กหญิงตลอดเวลา  เขาแทบไม่มีสมาธิที่จะอ่านหนังสือสักบรรทัด  เซดริกปฏิเสธเมื่อเพื่อนๆทั้งสามจะตามมาอยู่ห้องสมุดด้วย 

และเช่นเดียวกับหลายวันที่ผ่านมา  เซดริกนั่งถอนหายใจ  เขาอดทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่ได้  รู้สึกโกรธตัวเอง  และเอาแต่ใจลอยเสียทุกที  เพื่อนๆของเขาเคยเสนอให้เขาเดินไปหาเธอที่โต๊ะกริฟฟินดอร์  แต่เขาก็ไม่มีความกล้าพอ  เพียงแค่คิดว่าเขาต้องตกเป็นเป้าสายตาของเด็กกริฟฟินดอร์คนอื่นๆ  เซดริกก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว  และเขายังไม่กล้ามองหาเธอที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ด้วย  เพราะคิดว่า  บางทีเธอคงไม่ได้อยากรู้จักเขาจริงๆก็ได้  เธอถึงไม่อยากรู้จักชื่อเขา 

“สวัสดี”  เสียงแหลมเล็กที่เขาเฝ้าถวิลหาดังขึ้น  เซดริกหันไปด้านข้างด้วยสีหน้างุนงงระคนประหลาดใจ  เด็กหญิงแก้มอมชมพูน่ารักคนหนึ่งกำลังส่งยิ้มให้เขา  เธอมีผมยาวสีน้ำตาลสว่าง  และดวงตาสีฟ้าอมเขียว...   เขานึกไม่ถึงว่าเธอจะมาทักเขาก่อน  และเธอยังไม่มีผ้าพันคอผืนนั้นแล้ว

“เธอไม่มีผ้าพันคอผืนนั้นแล้ว!”  เซดริกพูด  และหัวเราะค่อยๆอย่างโล่งใจระคนดีใจ  “รู้มั้ย   ดูดีขึ้นเยอะเลย”

“ใครๆก็พูดแบบนั้น”   เธอกลอกตา

“ว่าแต่  เธอหายไปไหนมา  เธอไม่มาที่ห้องสมุดเสียหลายวันเลยนะ  ฉันรอเธออยู่ตลอด”  เซดริกบอกพลางปิดหนังสือลง  และหันมาสนใจเธอแทน  เขาไม่สามารถปล่อยให้เวลาเสียเปล่าไปได้เลย  เขาเพิ่งรู้ว่าคิดถึงการได้พูดคุยกับเธอมากแค่ไหน  บางทีหนังสือคงต้องเก็บไปก่อน

“เรียนหนักน่ะ  ฉันก็เลยเหนื่อยเกินกว่าที่จะมา”  เด็กหญิงตอบ  และถามต่อไปว่า  “แล้ววิชาเรียนปีสี่เป็นยังไงบ้าง”  เซดริกยักไหล่

“ก็ค่อนข้างไปได้สวย  ไม่มีปัญหา”  เขาพูดปด  ความจริงการเรียนของเขาไม่ได้ดีเท่าเดิม  ถ้าเขาไม่ขอลอกสมุดจดจากเพื่อนคนอื่น  แน่ล่ะว่าไม่ใช่จากเพื่อนๆทั้งสามของเขาแน่ๆ  “ พ่อกับแม่หวังให้ฉันได้ทำงานที่กระทรวงเวทมนต์  แล้วเธอล่ะ  คิดไว้บ้างหรือยังว่าอยากทำอะไร”

“ฉันยังไม่ได้เริ่มคิดเลย”  เด็กหญิงตอบ  แล้วสีหน้าของเธอก็เป็นกังวลขึ้นมา  เซดริกคิดว่าเขาไม่น่าพูดเรื่องเครียดๆให้เธอฟังเลย   เขารู้สึกเกลียดตัวเองจริงๆ 

ระหว่างที่เซดริกกำลังคิดทำลายบรรยากาศเครียดๆ  สายตาของเขาก็เห็นเด็กชายบ้านสลิธีริคนหนึ่ง  เด็กชายปีหนึ่งคนนั้นมีผมสีบลอนด์และดวงตาสีซีดจาง  เด็กชายคนนั้นซ่อนตัวอยู่ที่ชั้นหนังสือและจ้องมองมาที่เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร  เซดริกคิดว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่างให้เด็กชายสลิธีรินคนนั้นรู้ว่าเขากับเธอสนิทกัน  เขาเอื้อมมือไปขยี้ผมเด็กหญิงอย่างแรง 

“คิ้วเธอขมวด”  เขาบอก  เมื่อเห็นเธอเงยหน้าขึ้นมา

“เฮ้!  ผมฉันยุ่งหมด”  เธอร้อง  พลางปัดมือเขาออกไป  เด็กชายหัวเราะ  และเธอเองก็หัวเราะตาม 

แล้วเซดริกก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

                “จริงสิ  ใกล้ฤดูกาลแรกของควิดดิชแล้ว   เธอจะไปดูหรือเปล่า”  เขาถาม

                “แน่นอนอยู่แล้ว  ฉันไม่ยอมพลาดหรอก  มีอะไรหรือเปล่า”  เธอถาม 

                “เปล่า”   เขายิ้ม  ก่อนขยิบตาให้เธอ  “ฉันต้องไปแล้ว  เธอมาสาย  เราได้คุยกันนิดเดียวเอง”

                “โทษที”  เธอบอก  เซดริกเพียงแค่หัวเราะ   เขาขยี้ผมเธออีกรอบและแกล้งเดินออกจากห้องสมุดไป  ก่อนจะเดินเข้ามาอีกครั้ง

                เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟเดินไปยังชั้นหนังสือที่เด็กชายบ้านสลิธีรินซ่อนตัวอยู่  เซดริกกระแอม  เพื่อให้เด็กชายผมบลอนด์คนนั้นหันมา  ก่อนจะจ้องมองอีกฝ่ายอย่างจับผิด

“นายกำลังทำอะไร”  เขาถาม  เซดริกคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องปกป้องเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง  ถึงเขาจะไม่ได้มีอคติกับเด็กบ้านสลิธีรินเหมือนที่คนอื่นๆเป็น  แต่ถ้าเป็นเรื่องของเด็กหญิงคนนั้น...  เขาก็จำเป็นต้องมีอคติกับเด็กชายผมบลอนด์ตรงหน้า

“แล้วนายคิดว่าคนที่มาห้องสมุด  เขามาทำอะไร”  เด็กชายผมบลอนด์ถามอย่างเหยียดๆ

                “ฉันรู้ว่านายแอบตามเด็กผู้หญิงคนนั้น  นายคิดจะทำอะไรเธอ”  เซดริกถามอย่างไม่พอใจที่เด็กชายตรงหน้ากำลังโกหก

                “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟจอมทึ่มอย่างนายด้วย!”   เด็กชายคนนั้นกวาดตามองเซดริกอย่างดูแคลน  

                “เกี่ยวสิ   ถ้านายคิดจะทำอะไรเธอ  นายเจอดีแน่!”  เซดริกเตือน  เขาไม่ชอบท่าทางของเด็กบ้านสลิธีรินคนนี้เลย

“ทำไมฉันต้องกลัวนาย   อย่าเจ๋อไอ้ทึ่ม!”   เด็กชายผมบลอนด์ย้อน   เซดริกเห็นเด็กคนนั้นเดินอย่างหยิ่งยโสออกไป   เด็กชายฮัฟเฟิลพัฟไม่ได้รู้สึกวางใจเลย  เขาต้องคอยจับตาดูเรื่องนี้เสียแล้ว

 

________________________45%__________________________


หลังจากวันนั้นเซดริกก็คอยจับตาดูอยู่ห่างๆ  ถึงแม้ว่าเฟริน่าจะมาห้องสมุดน้อยครั้ง  แต่เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็แอบมองเธอในห้องโถงใหญ่อยู่บ่อยๆ  และมันช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะต้องเผลออมยิ้มเมื่อเห็นเธอคุยและหัวเราะกับเพื่อนๆของเธอ

“ไม่เอาน่าเซดริก  นายแอบมองอยู่แบบนี้มันจะไปคืบหน้าอะไร”  ฌอนถามหลังจากที่กลืนพายลงคอ

“ฉันขอเตือนนายนะ  ระวัง  พอตเตอร์ให้ดี”  เจมี่บอกด้วยท่าทางเคร่งขรึม 

คำพูดของเขาทำให้เซดริกเลิกคิ้วขึ้นสูง  “ทำไม”

“นายไม่สังเกตหรือไงว่าพอตเตอร์ชอบมองโพสันบ่อยๆ”  เจมี่ถาม

“นายกำลังหมายความว่ายังไง”  เซดริกถาม

“ก็หมายความว่า  พอตเตอร์น่าจะชอบโพสันน่ะสิ”  ทิโมธีตอบ

“ไม่น่า  ฉันเคยได้ยินมาว่า  พอตเตอร์กับเธอเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน  ไม่แปลกหรอกที่เขาจะมองเธอบ่อยๆ  ก็ในเมื่อเกรนเจอร์ตั้งป้อมวีสลีย์และพอตเตอร์ไม่ให้คุยกับเธอน่ะ”  เซดริกบอก  พลางเอื้อมมือไปหยิบน่องไก่ใส่จาน

“คอยดูเอาก็แล้วกัน”  เจมี่พูด

เซดริกจัดการอาหารตรงหน้าต่อ  เขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่พอตเตอร์จะชอบเธอ  เพราะทั้งคู่สนิทกันมาหลายปี  และเด็กชายยังรู้มาอีกว่า  ครอบครัวมักเกิ้ลที่พอตเตอร์อาศัยอยู่ด้วยไม่ได้ดีกับเขาสักเท่าไหร่  นั่นจึงน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พอตเตอร์ยิ่งสนิทกับเฟริน่ามากขึ้น  เด็กชายปัดคำพูดของเพื่อนๆทิ้งไป  และเมื่อเขามองไปยังโต๊ะบ้านสลิธีริน  เขาก็เห็นเด็กชายผมบลอนด์คนเดิมกำลังจ้องมองไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์  พลางหันไปคุยกับเพื่อนตัวใหญ่สองคน   ก่อนจะมองไปยังโต๊ะบ้านกริฟฟินดอร์ที่เซดริกรู้ว่าเด็กชายสลิธีรินคนนั้นกำลังจ้องเฟริน่าอย่างชั่วร้ายอยู่

เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟรู้สึกไม่สบายใจเลยสักนิด  เขายอมแลกให้เด็กชายคนนั้นจ้องมองเฟริน่าแบบที่พอตเตอร์ทำยังจะดีเสียกว่า



 

“เซดริก  ระวัง!  เสียงร้องเตือนดังขึ้น  พร้อมๆกับที่ลูกบลัดเจอร์พุ่งเข้ากระแทกที่ศีรษะของเซดริกเต็มแรง  แล้ววินาทีต่อมาร่างของซีกเกอร์ประจำบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็เสียหลักจนเกือบตกจากไม้กวาด 

“วันนี้นายดูไม่มีสมาธิเลย  เซดริก”  กัปตันพูดขึ้น  หลังจากที่ทั้งทีมร่อนไม้กวาดลงที่สนามหญ้า  เซดริกลูบหน้าผากที่โนเบาๆ

“โทษที  พอดีฉันเผลอไปหน่อย”  เซดริกบอก

“ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษนาย  พอดีฉันบินตามลูกบลัดเจอร์ไม่ทัน  ฉันนึกว่านายเห็นแล้วซะอีก”  บีตเตอร์ผมสีเข้มบอก 

“พ่อแม่นายน่ะเครียดเกินไป  ว.พ.ร.ส. ตั้งสิบสองตัว  เป็นฉัน  สมองฉันคงระเบิดซะก่อน”  กัปตันบอกพร้อมกับดันแผ่นหลังเซดริกเบาๆ  “นายควรไปห้องพยาบาล”

เซดริกไม่ปฎิเสธ  หลายวันมานี้เขาเครียดกับเรื่องเรียนมากจริงๆ  รวมทั้งเขายังคอยจับตาดูเด็กชายบ้านสลิธิรินแบบไมให้ฝ่ายนั้นรู้ตัว  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟเดินไปยังห้องเปลี่ยนชุด  และเมื่อเขาเดินออกมา  เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง

“เซดริก!  คอยเดี๋ยว” 

เด็กชายเจ้าของชื่อหันกลับไป  โช  แชงนั่นเองที่เรียกเขาไว้  เด็กชายค่อนข้างแปลกใจที่เห็นซีกเกอร์บ้านเรเวนคลอที่นี่

“มีอะไรหรือเปล่า  โช”  เซดริกถาม

เด็กหญิงจ้องมองเขาอย่างขัดเขิน  ก่อนจะตอบว่า  “ฉันบังเอิญเห็นนายเกือบตกจากไม้กวาดน่ะ  นาย  --  เอ่อ  --  ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม”

“โอ้  ไม่เลย  โช  ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”  เซดริกรีบบอก  เขาเลื่อนมือออกจากหน้าผากตัวเอง  โชจ้องมองรอยแดงช้ำบนหน้าผากของเขาอย่างกังวล  แต่เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็ยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ  พลางตอบว่า  “แค่หัวโนนิดหน่อย  แต่นั่นมันเรื่องเล็กน้อยมาก  เธอก็รู้”

“ฉันพานายไปห้องพยาบาลดีไหม  ฉันว่างอยู่พอดี”  เธอบอก

เซดริกหัวเราะ  พลางโบกมือไปมา  “ไม่ต้องหรอก  ฉันคิดว่าจะกลับไปนอนพักที่หอนอนแทนน่ะ”

“โอ้  งั้น  --  นั่นสินะ  ฉันน่าจะรู้”  โชพูดเสียงเบาหวิว  เด็กหญิงบ้านเรเวนคลอดูจะทำอะไรไม่ถูก  ใบหูของเธอเป็นสีชมพู 

เซดริกคิดว่าเขาควรไปสักที   เด็กชายบ้านฮัฟพัฟรู้สึกเหนื่อยล้าจนอยากปีนขึ้นเตียงไปนอน

“งั้นฉันไปก่อนนะ  แล้วเจอกัน”  เขาพูด 

โชส่งยิ้มให้เขา  “แล้วเจอกัน”

เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก้าวยาวๆเข้าไปในปราสาท  ระหว่างที่เขากำลังคิดว่าวันหยุดแบบนี้เขาจะทำอะไรดี  ดวงตาสีเทาของเขาก็เห็นแผ่นหลังของเด็กบ้านกริฟฟินดอร์สองคนที่แสนจะคุ้นเคย  เซดริกค่อยๆเดินติดตามทั้งสองไป  พลางเงี่ยหูฟังบทสนทนา

“  --  มันต้องแบบนี้แหละ  เฟริน่า  อย่างโรนัลด์  วีสลีย์ควรโดนแบบนี้  ในเมื่อเขาเป็นคนพูดเองว่าเด็กผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับเด็กผู้หญิง  เราก็ควรทำตามที่เขาบอก”  เสียงแหลมเล็กบอกอย่างเกรี้ยวกราดดังมาจากเด็กหญิงผมฟู

เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างอีกคนถอนหายใจ  “แต่คำพูดของเธอก็รุนแรงไปนะ  เฮอร์ไมโอนี่  บางทีเราแค่ไม่ตอบพวกเขาไม่ดีกว่าหรือ  เธอไม่เห็นสีหน้าวีสลีย์หรือไง  เขาโกรธเธอมากเลยนะ”

เด็กหญิงผมฟูเชิดคางขึ้น  ก่อนจะพูดปกป้องตัวเองว่า  “วีสลีย์เริ่มก่อน  ถ้าเธอสังเกตเห็นนะ”

“เอาเถอะ  ฉันแค่ไม่อยากเห็นเธอกับวีสลีย์หัวเสียก็เท่านั้นเอง  --  แล้วนั่นเธอจะเดินไปไหนน่ะ”

“ฉันว่าจะไปคืนหนังสือที่ห้องสมุดและยืมเล่มใหม่”  เด็กหญิงผมฟูตอบ  “เธอจะไปกับฉันด้วยไหม   หรือเธอจะกลับไปนอน”

“ฉันคงกลับไปนอนดีกว่า”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างตอบ 

เซดริกรีบกระโดดไปหลบหลังรูปปั้น  เมื่อเห็นเด็กหญิงผมฟูเดินเลี้ยวหายลับไป  ในขณะที่เด็กหญิงอีกคนหมุนตัวกลับมา

“อะแฮ่ม  บางทีฉันก็นึกสงสัยนะว่าทำไมนายถึงชอบแอบฟังฉันคุยกับเพื่อน”

คำพูดของเธอทำให้เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก้าวออกจากที่ซ่อน  เขารู้สึกหน้าร้อนผ่าวและเคอะเขินที่ถูกเธอจับได้อีกแล้ว  เด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์หรี่ตามองเขา  แต่ก่อนที่เซดริกจะแก้ตัว  เธอก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา  สีหน้าดูตกใจ

“หน้าผากนายเป็นอะไรน่ะ”  เธอถาม  พลางจ้องมองรอยแดงช้ำบนหน้าผากของเขา

“ฉันหกล้มนิดหน่อย”   เซดริกพูดปด  เขาไม่กล้าให้เธอรู้ว่าตัวเองใจลอยจนถูกลูกบลัดเจอร์เล่นงาน  เขาคงดูงี่เง่ามากในสายตาเธอแน่ๆ  และที่สำคัญเขาตั้งใจจะให้เธอตกใจเล่นๆว่าเขาเล่นในตำแหน่งซีกเกอร์ของบ้านฮัฟเฟิลพัฟ  เซดริกหวังว่าเธอจะปลาบปลื้มเขาอย่างที่เด็กผู้หญิงคนอื่นๆเป็น

“ฉันคิดว่านายควรไปห้องพยาบาลนะ”  เธอบอก  ก่อนจะรีบเสริมเมื่อเห็นเซดริกทำท่าจะปฎิเสธ  “มาเถอะ  ฉันจะพานายไปส่งที่ห้องพยาบาล”

เซดริกรีบหุบปากตัวเองทันที  การได้คุยกับเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์นอกจากห้องสมุดคงจะดีไม่ใช่น้อย

“งั้น  รบกวนเธอหน่อยนะ”  เซดริกบอก   อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง

“นายทำยังไงถึงหกล้มได้”  เธอถาม  เมื่อทั้งสองเดินเลี้ยวไปใช้บันไดที่นำไปสู่ห้องพยาบาล  แต่แล้วเด็กหญิงก็ร้องเสียงหลง  เมื่อเธอก้าวพลาดเหยียบลงไปบนขั้นบันไดที่หายไป  ขาของเธอข้างหนึ่งจึงจมลงไป  เซดริกรีบดึงตัวเธอไว้ทัน  ทำให้ร่างของเด็กหญิงเซมาชนกับร่างของเขา 

เมื่อเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์เงยหน้าขึ้นมา  และดวงตาของเซดริกสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าอมเขียวของเธอ  เขาก็รู้สึกหัวใจเต้นแรง  เขาไม่เคยอยู่ใกล้เธอมากขนาดนี้มาก่อน 

กลิ่นหอมวนิลาอ่อนๆ  และใบหน้าชวนมองของเธอ  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟรู้สึกอยากจะกอดเธอไว้  แทบไม่อยากปล่อยตัวเธอเลย  ตอนนี้เซดริกเพิ่งเข้าใจที่ใครๆต่างเคยพูดกันว่า  ถ้าเราอยากอยู่ใกล้ใครสักคน  นั่นหมายถึงว่า...

เขากำลังตกหลุมรัก... 

“เฮ้ นาย”  เสียงเล็กๆของเด็กหญิงเอ่ยเรียก  เธอกำลังโบกมือไปมาตรงหน้าเขา  เด็กชายกะพริบตา  ก่อนจะรีบเสมองไปทางอื่น  ความรู้สึกร้อนผะผ่าวที่ใบหน้าผสมกับหัวใจที่เต้นโครมครามไม่หยุด  ทำให้เซดริกอยากจะหายตัวไปเสียเดี๋ยวนั้นด้วยความเขินอาย  เมื่อตอนนี้เพิ่งตระหนักได้ว่า  เขาไม่ได้รู้สึกแค่ชื่นชอบเธอ  แต่มันมากกว่านั้น

เซดริกรีบปล่อยตัวเธอ  พลางกระแอมให้คอโล่งเพื่อรวบรวมสติตัวเองที่กำลังแตกกระเจิง 

“เธอไม่เป็นอะไรนะ  แบบว่า  --  เอ่อ  --  เธอเจ็บขาหรือเปล่า  ---  ฉัน  --  ฉันช่วยพยุงเธอได้นะ”  เขาบอกอย่างเคอะเขิน 

“สบายมาก  บันไดแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”  เธอตอบหลังจากที่ก้มมองเท้าตัวเอง   “เรารีบไปห้องพยาบาลกันเถอะ”

หลังจากที่กลับจากห้องพยาบาล  เซดริกก็ร่ำลาเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์และเดินใจลอย  พร้อมกับเดินอมยิ้มกลับมาที่หอนอนฮัฟเฟิลพัฟ  เด็กชายทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียง  เซดริกยกมือข้างที่เขาคว้าตัวเธอไว้ขึ้นมาสูดดม  กลิ่นหอมวนิลาจางๆยังติดอยู่บนฝ่ามือ  แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องยิ้มด้วยความเขินอาย  เมื่อคิดว่าตัวเองจะไม่ยอมล้างมือข้างนี้ไปเป็นสัปดาห์

“อะแฮ่ม  มีเรื่องดีๆอะไรเกิดขึ้นหรือไง”  เสียงทิโมธีดังขึ้น   ก่อนที่เด็กชายผมสีอ่อนจะทิ้งตัวลงนั่งอย่างแรงบนเตียงของเขา 

“เปล่า”  เซดริกรีบพูดปด  พลางพลิกตัวหนีและกำมือข้างนั้นไว้อย่างหวงแหน  แต่เขาก็เจอเข้ากับฌอนที่นั่งจ้องเขาอยู่อย่างจับผิดจากอีกด้านของเตียง

“มีพิรุธ”  ฌอนบอก  เซดริกกลอกตา  และคว้าผ้าห่มมาคลุมโปง  แต่เจมี่ก็แย่งผ้าห่มไปจากเขา

“เฮ้!  เอาผ้าห่มฉันคืนมานะ  ฉันจะนอนแล้ว”  เซดริกพยายามแย่งคืนมา  แต่เจมี่ก็ทิ้งมันลงที่ปลายเตียงอย่างไม่ไยดี

“นายดมมือตัวเองทำไม”  เจมี่ถาม  เซดริกพยายามตีหน้าซื่อให้มากที่สุด  แต่เหมือนจะยิ่งมีพิรุธที่ทำให้เพื่อนๆทั้งสามขยับเข้ามาคว้ามือข้างนั้นของเขาไป

“หยุดนะ!”  เซดริกร้อง  เมื่อเห็นเพื่อนๆดมฝ่ามือของเขาบ้าง

“มีกลิ่นน้ำหอมด้วยแฮะ”  เจมี่ให้ความเห็น

“กลิ่นวนิลา”  ทิโมธีเสริม 

“พอเถอะน่า!”  เซดริกพยายามดึงมือตัวเองกลับมา  แต่เพื่อนๆทั้งสามกลับช่วยกันดมฝ่ามือเขาอีก

“กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงแน่ๆ”  ฌอนบอก  “พวกนายคิดว่าใคร”

เจมี่ดมฝ่ามือเซดริกอีกครั้ง  “ก็คนนั้นไง  แฟนเซดริกน่ะ” 

คำพูดของเจมี่ทำให้เซดริกหน้าร้อนผ่าวกว่าเดิม  “เธอไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อย!”  และดูเหมือนเขาจะทำพลาดเสียแล้วเมื่อเพื่อนๆทั้งสามต่างหันมาจ้องเขาอย่างมีเลศนัย

“นายรู้หรือไงว่าเราสามคนหมายถึงใคร”  ทิโมธถาม

“ฉันไม่รู้”  เซดริกรีบตอบและกระชากมือออกมาสำเร็จ

“วันนี้นายมีตารางซ้อมควิดดิชไม่ใช่หรือไง  ทำไมกลับมาเร็วนัก  แล้วนายเอาแต่ดมมือตัวเองกับอมยิ้ม  หรือนายจับก้นใครมางั้นสิ”  ฌอนพยายามต้อนให้เขาจนมุม

“พวกนายจะบ้าหรือไง  ฉันไม่ได้จับก้นใครสักหน่อย!”  เซดริกร้อง

“แน่ใจนะว่านายไม่ได้จับก้นกัปตัน  ---  “  เซดริดเขวี้งหมอนใส่หน้าเจมี่ก่อนที่เขาจะพูดจบ

“เหลวไหลน่า  ไม่มีอะไรสักหน่อย”  เซดริกพยายามเลี่ยงที่จะตอบต่อไป

“เถอะน่า  เซดริก  นายไม่ควรทำให้เพื่อนทรมานด้วยการปล่อยให้เพื่อนอยากรู้น่ะ”  เจมี่บอกด้วยดวงตาเป็นประกาย

แต่เซดริกอายเกินกว่าที่จะพูด  เขารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงอีกครั้ง 

                “ไม่เป็นไร  ถ้านายไม่อยากตอบเรา  เย็นนี้เราอาจเดินไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ ”  เสียงเจมี่บอก

                “ช่าย  แล้วถามเด็กผู้หญิงคนนั้นว่าวันนี้ได้เจอนายหรือเปล่า”  ทิโมธีเสริม

                “เพราะพวกเราเห็นนายเอาแต่ดมมือตัวเองและอมยิ้ม”  ฌอนปิดท้าย 

                เซดริกสะบัดผ้าห่มออกจากตัว  “ฉันเกลียดพวกนายจริงๆเลย!

                แล้วเด็กชายทั้งสามก็หัวเราะชอบใจที่เห็นซีกเกอร์บ้านฮัฟเฟิลพัฟหน้าแดงก่ำไปจนถึงโคนผม



 

                หลังจากที่คร่ำเคร่งกับการเรียนและฝึกซ้อมควิดดิช  ในที่สุดวันฮัลโลวีนเซดริกก็เลือกที่จะนอนหลับที่หอนอนแทนที่จะลงไปร่วมงานเลี้ยงที่ห้องโถงใหญ่  แต่ทว่าเช้าวันถัดมาที่เขารู้เรื่องโทรลล์อาละวาดในห้องน้ำหญิง  โดยมีเฟริน่าอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย  เซดริกก็นั่งรอที่ห้องสมุด  เพื่อหวังว่าจะเจอเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์  และทันทีที่เขาเห็นเธอเดินเข้ามาในห้องสมุด  เซดริกก็ยิ้มกว้าง

                “ฉันได้ยินเรื่องโทรลล์เมื่อวานนี้แล้วนะ  เธอคงไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม”  เขาถามอย่างเป็นห่วง

                “ฮื่อ  ฉันสบายดี  โชคดีที่แฮร์รี่กับรอนมาช่วยได้ทันเวลาพอดี”  เธอตอบ 

                เซดริกรู้สึกแย่นิดหน่อยเมื่อได้ยินแบบนั้น  ถ้าเพียงแต่เมื่อวานนี้เขาอยู่ในงานเลี้ยงและรู้ว่าเธอตกอยู่ในอันตราย  เขาคงรีบไปช่วยเธอในทันที

                “เอ้อ  จริงสิ  ฉันมีอะไรจะเตือนเธอนิดหน่อย”  เซดริกพูด  เมื่อเขานึกถึงเรื่องเด็กชายบ้านสลิธีรินได้

                “หืม  มีอะไรงั้นหรือ”  เธอเลิกคิ้ว

                เซดริกเงียบไปนิดหนึ่งเพื่อเลือกใช้คำพูดที่ดี  เขายังไม่อยากเอ่ยว่าเป็นใคร  เพราะเขาเองก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเด็กชายคนนั้นกำลังจะทำเรื่องร้ายๆ

                “ช่วงนี้เธอควรระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะ  มีคนกำลังติดตามเธออยู่น่ะ”  เขาบอก

                “ใคร”  เธอถามและเลิกสนใจหนังสือที่กางเปิดอยู่ในทันที

                “แค่ระวังตัวไว้ก็พอ”  เขาตัดบทและรีบเปลี่ยนเรื่อง  “จริงสิ  พอตเตอร์กับวีสลีย์ทำยังไงถึงรอดจากโทรลล์มาได้  ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะที่เด็กปีหนึ่งจะเอาชนะโทรลล์ได้”

                เด็กหญิงขมวดคิ้วที่เซดริกรู้ว่าเธอไม่ชอบใจเลยสักนิดที่เขาเปลี่ยนเรื่อง  แต่เธอก็ไม่ได้ถามเขาต่อและเปลี่ยนมาเล่าเหตุการณ์ในห้องน้ำหญิงเมื่อวานนี้  เซดริกคิดว่าพอตเตอร์ไม่บ้าก็คงเสียสติที่โดดขึ้นไปขี่คอโทรลล์แบบนั้น  โชคดีที่ทั้งสี่รอดมาได้

                “ฉันก็คิดแบบเดียวกับนายนั่นแหละ  แฮร์รี่คงบ้าไปแล้วจริงๆที่ทำแบบนั้น”  เธอหัวเราะเสียงเบา  และเมื่อทั้งสองเห็นสายตาคมกริบของบรรณารักษ์ห้องสมุดจ้องมองอย่างตำหนิพร้อมกับไม้ปัดขนไก่ในมือเตรียมฟาด  เซดริกกับเธอก็แกล้งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ

                ขณะที่เซดริกกำลังอ่านหนังสือไปไม่กี่บรรทัด  เศษกระดาษแผ่นเล็กๆที่มีลายมือสวยๆก็เลื่อนมาตรงหน้าเขา

                มาดามพินซ์มีหูทิพย์หรือยังไงกันนะ  ฉันสาบานได้ว่าหัวเราะเสียงเบาแล้วแท้ๆ

                เซดริกกลั้นเสียงหัวเราะและควานมือลงไปในกระเป๋าหยิบชวดหมึกและปากกาขนนกออกมา

                ฉันก็เคยสงสัยแบบเธอนะ  แต่ตอนนี้ฉันกำลังคิดว่าจริงๆแล้วมาดามพินซ์อาจรู้เวทมนตร์แยกร่างด้วยก็ได้

                เขาเลื่อนเศษกระดาษแผ่นนั้นกลับไปให้เธอ  ทันทีที่ดวงตาสีฟ้าอมเขียวอ่านข้อความ  เธอก็ปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะคิกคักและเริ่มเขียนข้อความตอบกลับมา

                เหมือนฟิลช์เลย!  ฉันเริ่มสงสัยแล้วสิว่าจริงๆแล้วคุณนายนอร์ริสอาจเป็นร่างแยกของมาดามพินซ์ด้วยก็ได้  นายคิดเหมือนกันไหม

                แล้วเซดริกก็หัวเราะพรืดออกมา  วินาทีต่อมาเสียงไม้ปัดขนไก่ฟาดแรงๆบนแผ่นหลังของเขาก็ดังขึ้น  ทั้งเซดริกและเฟริน่าเห็นมาดามพินซ์จ้องมองอย่างเกรี้ยวกราด

                “พวกเธอทั้งคู่  ออกไปจากห้องสมุดเดี๋ยวนี้เลย!”  เธอสั่งเสียงแหลม 


________________________________50%_______________________________


               ใกล้แข่งควิดดิชฤดูกาลแรกเข้าไปทุกที  นัดแรกกริฟฟินดอร์เจอกับสลิธีริน  แต่เซดริกสังเกตว่าเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ดูไม่มีความสุขเลย  เธอดูเหม่อลอยและพูดน้อยลง  เซดริกไม่เห็นเธอไปไหนมาไหนกับเด็กหญิงฟูอีก  และเขาก็เห็นเธอแยกไปนั่งกับกลุ่มเนวิลล์  ตอนแรกเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟคิดว่าเป็นเรื่องเด็กบ้านสลิธีรินหรือเปล่า  แต่เขาก็ไม่เห็นเด็กชายผมบลอนด์คนนั้นติดตามเธออีก  ในที่สุดเซดริกก็ทนอยากรู้ไม่ไหว  เขาจึงเอ่ยถามเธอในเช้าวันหนึ่ง

                “เฮ้!  เธอมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

         “ไม่มีอะไรหรอก”  เธอตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงที่เซดริกรู้ว่าเธอไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย

                “นี่  บางครั้งที่เรารู้สึกอะไร  เราก็ควรพูดให้ใครสักคนฟังนะ  ดีกว่าเก็บเอาไว้คนเดียว”  เขาพูด  แล้วเธอก็เผลอกัดริมฝีปาก  สีหน้าของเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ดูราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง  แล้ววินาทีต่อมาเธอก็หันมายิ้มกว้างให้เขา

                “ขอบคุณนะ  แต่ฉันสบายดี  ไม่มีเรื่องที่ไม่สบายใจหรอก”  เธอบอกและเริ่มก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ  เซดริกมองเธอด้วยความกังวลใจ  พลางถอนหายใจเบาๆ 

                “รู้มั้ย  บางครั้งฉันก็รู้สึกแย่นะ  เวลาพ่อกับแม่ของฉันบอกกับใครๆว่าในอนาคต ฉันจะได้ทำงานที่กระทรวงเวทมนตร์”  เซดริกเริ่มต้น  เฟริน่าเลิกสนใจหนังสือตรงหน้าและหันมาจ้องหน้าเขาแทน  “รู้สึกแย่ว่า  ถ้าฉันไม่ได้ทำงานที่กระทรวงเวทมนตร์หลังจากเรียนจบ  พวกท่านจะผิดหวังในตัวฉันมากแค่ไหน”

                “โอ้”  เด็กหญิงครางเสียงแผ่ว  ดวงตาของเธอมีน้ำตาคลอเบ้าที่ทำให้เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟตกใจ  แล้ววินาทีต่อมาน้ำตาของเด็กหญิงก็ไหลอาบแก้ม 

                “เฮ้!  ฉัน  --  ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า  --  โอ๊ย  ตายล่ะ  ฉันขอโทษ!”  เซดริกร้อง  เขารีบพาเด็กหญิงที่ร้องไห้จนตัวสั่นออกมาจากห้องสมุดก่อนที่มาดามพินซ์จะเกรี้ยวกราด  

                ทันทีที่ทั้งสองมาอยู่นอกห้องสมุดแล้ว  เด็กชายก็รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาส่งให้เธอ  เด็กหญิงรับไปและเช็ดน้ำตาเงียบๆ  ทั้งแก้มและจมูกของเธอแดงไปหมดจนเซดริกรู้สึกผิด

                “ฉันขอโทษนะ  ฉันไม่รู้ว่าคำพูดของฉัน  --  “

                “ไม่ต้องขอโทษหรอก  ฉันแค่  -- นายทำให้ฉันนึกถึง  --  “  เฟริน่าหยุดพูดไป  สีหน้าของเธอดูเศร้าสร้อยและจ้องมองเขาตาไม่กะพริบจนเซดริกรู้สึกหน้าร้อนๆแทน

                “มีอะไรหรือเปล่า”  เขาถาม

                “ไม่มีอะไรหรอก”  เธอตอบ  แต่เซดริกมั่นใจว่าต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ  แต่เธอไม่ยอมบอกเขา  แล้วประโยคต่อมาของเธอก็ทำให้หัวใจของเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟสั่นไหว  “ฉันขอกอดนายได้ไหม”

                “โอ้ –  เอ่อ  --  ฮะๆ  เอ่อ  ให้ตาย  แย่แล้ว  --  เอ๊ย!  ไม่ใช่”  เซดริกรู้สึกตาลายและลิ้นพันกันไปหมด  “ได้สิ  --  คือ  ฉันหมายความว่า  ดะ  ได้  --  ถ้าเธออยากจะ  เอ่อ  --  กะ  --  กอดฉันน่ะ  --  ตามสบายเลย  --  ฮะๆ”  เซดริกรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าขึ้นทุกที  เด็กหญิงหัวเราะคิกคักเสียงเบา  ก่อนจะเดินตรงเข้ามากอดเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟไว้  เซดริกก้มมองดูเธอ  เขารู้สึกว่าแขนตัวเองเกะกะ  และไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรเมื่อถูกเฟริน่ากอดอยู่  ในหัวของเขาตอนนี้กำลังตีกันว่าเขาควรกอดเธอตอบดีหรือไม่  แต่ก่อนที่จะได้รู้ผลว่าฝ่ายไหนแพ้ชนะ  เฟริน่าก็ดันตัวเองออกที่ทำให้เซดริกนึกเสียดายที่เขาไม่มีความกล้าพอที่จะกอดเธอตอบ

                “ขอบคุณนะ”  เธอยิ้มกว้างให้เขา 

 



                “เธอน่าจะชอบนายไม่มากก็น้อยล่ะ”  ทิโมธีพูดหลังจากที่ฟังเซดริกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง

                “จริงเหรอ!”  เซดริกร้องด้วยความตื่นเต้น

                “อย่าเพิ่งดีใจไป”  เจมี่รีบบอก

                “เธอชอบนาย แต่ไม่ได้หมายความว่าแบบเดียวกับที่นายชอบเธอ  เซดริก”  ฌอมเสริม

                “หมายความว่าไง”  เซดริกขมวดคิ้ว

                “ก็หมายความว่า  เธอชอบนายในฐานะเพื่อนน่ะสิ”  เจมี่ตอบ 

                “โอ้  --  เอ่อ  คงจะเป็นอย่างที่นายบอกจริงๆนั่นแหละ”  เซดริกพึมพำเสียงอ่อยเมื่อนึกถึงความจริงว่าเฟริน่าดูชอบเขาก็จริง  แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ในแบบที่เขาชอบเธอ

                “นายควรรุกมากกว่านี้  แบบให้เธอรู้ว่านายรู้สึกยังไงกับเธอ”   ทิโมธีพูด

                “ยังไง”  เซดริกถาม

                ฌอนและเจมี่เดินมาทิ้งตัวลงนั่งขนาบข้างเขา 

                “นายควรพูดคำหวานๆกับเธอบ้าง  ชมเธอบ่อยๆ”  เจมี่ตอบ

                “โอ้  มะ  --  ไม่ได้หรอก!  ฉันไม่กล้าพูดแบบนั้นกับเธอ  ถ้าสมมติว่าเธอไม่ชอบ  --  “

                “นายลองแล้วหรือไง  ถึงได้รู้ว่าเธอชอบหรือไม่ชอบน่ะ  ฮึ”  ฌอนกลอกตาใส่

                “พวกนายจะให้ฉันชมอะไรล่ะ  ฉันนึกไม่ออกจริงๆ”  เซดริกพูดอย่างประหม่า  เด็กชายบีบมือที่ชื้นเหงื่อไปมาเมื่อจินตนาการว่าตัวเองพูดจาหวานๆและเอ่ยคำชมที่ฟังดูงี่เง่าออกมายามที่อยู่กับเฟริน่าสองคนในห้องสมุด  เซดริกเชื่อว่ามันต้องล้มเหลวไม่เป็นท่าแน่ๆ  เพราะเขาไม่รู้ว่าจะชมอะไรเธอดี  นั่นแหละคือปัญหาใหญ่

              แล้วทิโมธีก็เริ่มร้องเพลงล้อเลียนด้วยเสียงโอเปร่า  “เซดริกผู้ใสซื่อแห่งบ้านฮัฟเฟิลพัฟ  ผู้มีตำแหน่งซีกเกอร์ประจำบ้าน  แต่ไม่รู้วิธีจีบ  --  ”            

“หยุดน่า!  ทิโมธี”  เซดริกเขวี้ยงหมอนใส่หน้าเด็กชายผมสีอ่อน  แต่ทิโมธีหลบทันและหัวเราะลงลูกคอชอบใจที่เห็นเซดริกหน้าแดงไปจนถึงใบหู

                “ชมอะไรก็ได้  อย่างดวงตาเธอสวยดีนะ  ผิวเธอสวยจริงๆ   อะไรแบบนี้นั่นแหละ”  เจมี่บอก

                “เอ่อ  --  แบบนี้น่ะเหรอ”  เซดริกรู้สึกหน้าร้อนผ่าว

                “ไหนนายลองพูดสิ  สมมติว่าฉันคือเฟริน่า”  ทิโมธีเดินมาหยุดตรงหน้าเซดดริก  แล้วเด็กชายผมสีอ่อนก็พยายามทัดผมสั้นๆเข้าที่ใบหูและส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้เซดริก

                “หยุดทำท่าแบบนั้นนะ  ทิโมธี  นายทำฉันขนลุก”  เซดริกว่า 

                “เฮ้!  นี่พวกเรากำลังช่วยนายอยู่นะ”  ฌอนบอกทั้งที่ตัวสั่นเมื่อพยายามกลั้นเสียงหัวเราะ  ทิโมธีนั่งสางผมสั้นๆของเขาต่อไปโดยไม่ลืมที่จะชายตามองซีกเกอร์ประจำบ้านฮัฟเฟิลพัฟ  ในขณะที่เจมี่ลงไปคลานที่พื้นและหัวเราะชอบใจกับท่าทางของเขา

                “ทิโมธี!  นายช่วยหยุดทำท่าทางบ้าๆสักทีได้ไหม  เฟริน่าไม่เคยทำท่าทางตลกๆแบบนั้นหรอก”  เซดริกบอก พลางปิดตาตัวเอง

                “ฉันพยายามช่วยนายอยู่นะ  เซดริก”  ทิโมธีเปลี่ยนมากอดอกและแสร้งทำหน้าบึ้งตึงแทน

                “พวกเราไม่ล้อเลียนนายก็ได้”  ฌอนบอก

                “เอาล่ะๆ  ไหนนายลองพูดชมเฟริน่าสิ”  เจมี่บอกหลังจากที่หยุดหัวเราะสำเร็จ  “พวกเราอยากรู้ว่านายจะพูดได้ดีแค่ไหน”

                เซดริกมองหน้าเพื่อนทั้งสามอย่างเคอะเขิน  เขาคิดว่ามันน่าอายมากๆที่ต้องมาซ้อมชมเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกับเพื่อนๆ 

                “เซดริก  ถ้านายไม่ทำอะไรสักอย่างให้เธอชอบนายแบบเดียวกับที่นายรู้สึก   นายจะเสียใจ”  เจมี่ขู่

                “ก็ได้ๆ”  เซดริกยอมแพ้  เขานั่งยืดตัวตรง  พลางกระแอมให้คอโล่ง  คิ้วเข้มขมวดเข้าด้วยกัน  สีหน้าจากเคอะเขินเปลี่ยนมาจริงจัง  “เอ่อ  --  ตะ  --  ตาเธอสวยดีนะ!

                “นายแน่ใจนะว่าสีหน้าแบบนั้นคือนายกำลังจะชมผู้หญิง  ไม่ใช่ไปหาเรื่องตีกับเธอน่ะ”  ทิโมธีหลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างหยุดไม่อยู่  เจมี่ปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะ  ส่วนฌอนตบหน้าผากตัวเองและอุทานเสียงดังว่า  กางเกงในเมอร์ลิน!

                “อะไรเล่า!”  เซดริกร้องรู้สึกหน้าร้อนด้วยความอับอายเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนๆทั้งสาม  “ก็พวกนายบอกให้ฉันชมเธอนี่  ฉันก็พยายามทำให้ดูว่าฉันพูดความจริง  ไม่ได้พูดชมเธอเพื่อเอาใจเธอเฉยๆสักหน่อย”

                “เซดริก!  ฉันอยากจะบ้าตาย  รู้มั้ยว่าหน้านายเมื่อครู่  เหมือนนายจะไปหาเรื่องตีกับเธอเลย”  ฌอนว่า

                “เดี๋ยวฉันจะทำสีหน้านายให้ดู”   เจมี่บอก  พลางยืดตัวตรงและทำคิ้วขมวดกัน  สีหน้าดูจริงจังและขึงขังจนเซดริกต้องอ้าปากค้าง

                “โอ๊ย  ตายล่ะ!  นี่ฉันทำหน้าแบบนั้นจริงๆหรือเนี่ย”  เซดริกปิดหน้าที่แดงซ่านของตัวเอง  เขารู้แล้วว่าทำไมเพื่อนๆทั้งสามถึงได้บอกว่าเขากำลังจะไปหาเรื่องตีกับเธอแทนที่จะชมเธอ 

                “ไหนนายลองยิ้มให้ฉันดูสิ”  ทิโมธีพูด  เซดริกเอามือออกจากใบหน้าและหันไปยิ้มแบบฝืนๆให้เด็กชายผมสีอ่อน

                “สาบานกับฉันได้ไหมว่านั่นคือยิ้ม  ไม่ใช่แยกเขี้ยวน่ะ”  เจมี่ถามและพยายามกลั้นเสียงหัวเราะอย่างหนัก

                “ให้ตายเถอะ!  ฉันจะทำยังไงดี”  เซดริกคราง

                “ฉันว่านายเกร็งเกินไป   เห็นทีพวกฉันสามคนคงต้องช่วยกันฝึกนายชมผู้หญิงจริงๆซะแล้วล่ะ”  ฌอนบอก

 



                หลังจากการแข่งขันฤดูกาลแรกของควิดดิชระหว่างกริฟฟินดอร์และสลิธีรินผ่านพ้นไป   ซึ่งบ้านกริฟฟินดอร์ก็ชนะไป  เพราะพอตเตอร์คว้าลูกสนิชได้  เซดริกก็พบว่าสีหน้าของเฟริน่าดูเศร้าหมองและไม่สบายใจมากกว่าเดิม  เขาพยายามพูดให้เธอรู้สึกดี  แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไร  และที่แย่ไปกว่านั้นเมื่อเขาเล่าเรื่องของตัวเองว่าตัวเขาก็มีเรื่องไม่สบายใจ  เพื่อให้เธอยอมเล่าเรื่องของเธอออกมาบ้าง  แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเขาเล่าเรื่องพ่อแม่ของตัวเองและความคาดหวังต่างๆนานา  เฟริน่ากลับยิ่งดูไม่สบายใจหนักขึ้นไปอีก  เซดริกจึงเลิกเล่าเรื่องของตัวเอง  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องของเขามีอะไรที่ทำให้เธอไม่สบายใจ  แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถามเธอมากกว่านี้ 

                ระหว่างที่ใช้เวลาในห้องสมุด  เซดริกมักเผลอจ้องมองเธอขณะกำลังอ่านหนังสืออยู่บ่อยๆ  เขาลอบมองผิวหน้าของเธอที่อมชมพู  และรวบรวมความกล้าที่จะเอ่ยชมผิวของเธอออกมาหลายครั้ง  แต่เขาก็ไม่กล้าพอ  เพราะยิ่งคิด  เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองดูเหมือนพวกโรคจิต  และเธอจะรู้สึกอย่างไรหากรู้ว่าเขาเฝ้าแต่แอบมองเธอ  จ้องใบหน้าและผิวของเธอ  ยังไม่รวมถึงเวลาที่เขาแอบมองเรียวขาของเด็กหญิงที่โผล่พ้นมาจากชายกระโปรง  แล้วเซดริกก็ต้องพยายามควบคุมสายตาตัวเองให้มองไปที่อื่นแทน  เด็กชายหน้าร้อนทุกครั้งและหัวใจเต้นแรง  ตอนนี้เขาคิดว่าตัวเองเหมือนพวกโรคจิตเข้าไปทุกที  เขาจึงพยายามนึกหาคำพูดอื่นมาชมแทนที่จะชมเรื่องผิวของเธอ 

                “เฮ้!  เฮ้!”  เสียงแหลมเล็กๆของเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างกำลังเรียกเขา  เมื่อเขาเอาแต่จ้องมองใบหน้าเธออย่างลืมตัว

                “โอ้  --  เอ่อ  อะแฮ่ม  มีอะไรหรือ”  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟถาม  เขารีบเลื่อนสายตากลับมาที่หนังสือซึ่งกางอยู่หน้าเดิมมาหลายนาทีแล้ว

                “ต่อไปนี้ฉันคงไม่ได้มาห้องสมุดหลายวันเลยนะ”  คำพูดของเฟริน่าทำให้เซดริกรีบหันกลับมามองเธอ

                “ทำไมล่ะ  ฉัน  เอ่อ   ทำอะไรให้เธอรู้สึกอึดอัดหรือเปล่า”  เซดริกถาม  พลางนึกกลัวว่าเธออาจจะรู้ว่าเขาแอบมองเธออยู่

                “โธ่!  นายไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดเลย”  เด็กหญิงบอก  เธอก้มหน้ามองหนังสืออย่างเศร้าๆ  แต่เมื่อเซดริกเงยหน้าขึ้นไปมองยังโต๊ะที่ห่างออกไป  เขาก็เห็นพอตเตอร์  วีสลีย์  รวมทั้งเกรนเจอร์นั่งรวมกลุ่มกันอยู่  ทั้งสามต่างยกหนังสือมากองเป็นตั้งๆ  ดูเหมือนเด็กกริฟฟินดอร์สามคนนั้นกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง  และที่น่าแปลกคือวีสลีย์มองมาที่เฟริน่าอย่างไม่ชอบใจ  ในขณะที่พอตเตอร์และเกรนเจอร์มีสีหน้ากระอักกระอ่วน  ตอนนี้เซดริกรู้แล้วว่าเรื่องอะไรที่ทำให้เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างดูไม่สบายใจมาเป็นสัปดาห์  และเขารู้ว่าทำไมเธอถึงไม่อยากมาห้องสมุดอีก

                “แล้วเธอจะไปอ่านหนังสือที่ไหนล่ะ  ให้  --  ให้ฉันไปนั่งอ่านเป็นเพื่อนเธอดีไหม”  เซดริกถาม  เขาอยากใช้เวลาร่วมกับเธอ  และเขาไม่อยากทิ้งให้เธอต้องอยู่คนเดียว  แต่เฟริน่ากลับสั่นหัวเบาๆ

                “ไม่เป็นไรหรอก  ถ้านายมาอ่านหนังสือกับฉัน  นายอาจไม่มีสมาธิก็ได้นะ”  เธอพูดพลางยิ้มล้อๆ

                เซดริกขมวดคิ้ว  “ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันจะไม่มีสมาธิล่ะ” 

                “ก็นายเอาแต่จ้องฉันตลอดเลย”  คำตอบของเธอทำให้เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟอ้าปากอย่างเหวอๆที่เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเธอได้เป็นอย่างดี  เซดริกรีบหุบปากตัวเอง  รู้สึกหน้าร้อนและเริ่มทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกเด็กหญิงจับได้ว่าเขาเอาแต่จ้องมองเธอ  เซดริกรีบหันไปพลิกหน้าหนังสือเร็วๆ  เขาจ้องมองหนังสือด้วยท่าทางจริงจังกลบเกลื่อนความอาย

                “ฉัน  --  ฉัน  ฮะๆๆ  --  เอ่อ  ฉันจ้องหน้าเธอเหรอ  --  เอ่อ  ---  ฮะๆ   ---  ว้า  ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าทำอย่างนั้น”  เซดริกพูดตะกุกตะกัก

                “ฉันจะถามนายหลายครั้งแล้วล่ะว่านายมีอะไรอยากจะพูดหรือเปล่า”  เธอบอก  “ว่าแต่  นายมีอะไรจะบอกฉันหรือเปล่า”

                เซดริกหยุดมือที่กำลังพลิกหน้าหนังสือลง  สมองของเขากำลังทำงานอย่างหนักเมื่อพยายามทบทวนว่าเพื่อนๆทั้งสามสอนอะไรเขาบ้างเกี่ยวกับบทเรียนการชมผู้หญิง  แล้วเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็กระแอมให้คอโล่ง ก่อนจะหันมามองหน้าเธอ  เซดริกพยายามไม่ขมวดคิ้วอย่างที่เพื่อนๆสอนเขา 

                “เอ่อ  --  อันที่จริง  ฉันก็  --  ฉันก็มีเรื่องจะบอก  --  เอ่อ  พูด  --  ไม่สิบอก  ใช่!  ฉันมีเรื่องจะบอกเธอ”  เซดริกรู้สึกหน้าร้อนเมื่อเห็นเธอกำลังจ้องมองเขาอย่างตั้งใจฟังที่ทำให้เซดริกหัวใจเต็นแรง  เขาพยายามให้กำลังใจตัวเองอยู่ในใจว่านี่มันแค่เอ่ยชมเธอเท่านั้น  ไม่ได้น่ากลัวหรือน่าอายอะไร 

                “ฮื่อ  ฉันกำลังตั้งใจฟังอยู่”  เธอบอก

                เซดริกกลืนน้ำลายที่เหนียวข้นลงคออย่างยากลำบาก  และรู้สึกริมฝีปากแห้งผาก  “เธอ  --  เธอ  โอ๊ย  ให้ตายเถอะ!”  เขาพึมพำกับตัวเองอย่างประสาทเสียที่ไม่รู้จะเริ่มชมเธอย่างไรไม่ให้ตัวเองดูโรคจิต 

                “ถ้านายไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรนะ”  เธอบอกกับเขาอย่างเห็นใจ

                “เอ่อ  ฉันจะพูดกับเธอเดี๋ยวนี้แหละ”  เซดริกรีบบอก  เขาต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่เธอจะไม่มาห้องสมุดเสียหลายวัน  อย่างน้อยให้เธอรู้สึกดีกับเขามากขึ้น  

เฟริน่าขยับตัวตั้งใจฟัง  แล้วเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็สูดลมหายใจลึกๆและรีบพูดรัวเร็วออกไปว่า 

“ผิเธอซวยมั่ก!

“อะไรนะ”  เด็กหญิงถามด้วยสีหน้างุนงงระคนประหลาดใจ  เซดริกหลับตาแน่นด้วยความอับอายเมื่อรู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป 

“ฮะๆ  คือ  --  ช่างมันเถอะ”  เขารีบหันไปสนใจหนังสือที่กางตรงหน้าแทน  พลางก้มลงไปจนปลายจมูกแตะกับหน้ากระดาษ  เซดริกแน่ใจว่าใบหน้าของเขาต้องแดงก่ำมากแน่ๆ

“ขอโทษที  แต่ฉันได้ยินไม่ถนัดเลย  นายพูดอะไรหรือ”  เธอถามอีกครั้ง

“ฮะๆๆ”  เซดริกหัวเราะอย่างประสาทเสีย  “ไม่มีอะไรหรอก  ลืมมันซะเถอะ”



 

“ฉันจะทำยังไงกับนายดี  เซดริก!”  เจมี่ร้องหลังจากที่ฟังว่าเซดริกทำอะไรลงไปในวันนี้  

“ฉันทำพังหมดแล้ว  โอ๊ย  เธอต้องคิดว่าฉันเป็นพวกประหลาดแน่ๆ”  เซดริกนอนปิดหน้าตัวเองอยู่บนเตียงด้วยความอับอาย

ผิเธอซวยมั่ก!’  คำชมแบบไหนกัน”  ฌอนถาม  เขาพยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนตัวสั่น  ในขณะที่ทิโมธีวิ่งออกไปจากหอนอนเพื่อไปแอบหัวเราะที่ห้องนั่งเล่นรวม  ซึ่งเสียงหัวเราะห้าวๆก็ยังคงดังเข้ามาให้ได้ยิน

“แต่เธอได้ยินไม่ถนัดว่านายพูดอะไร  ถูกไหม”  เจมี่ถามให้แน่ใจ  เซดริกตอบเสียงอู้อี้ผ่านฝ่ามือออกมาว่าใช่

“เอาน่าๆ”  ทิโมธีที่เพิ่งออกไปหัวเราะและกลับเข้ามาพูดขึ้น  “ฉันว่าเธอคงไม่รู้หรอกว่านายพูดอะไรออกไป”

“ช่าย  เธอยังไม่รู้ว่านายชมเธอว่า ผิเธอซวยมั่ก!’  น่ะ  นายอย่ากังวลไปเลยว่าเธอจะคิดว่านายประหลาด  เซดริก”  ฌอนพูดยิ้มๆ

“หยุดล้อฉันได้แล้วน่า!  แค่นี้ฉันก็อายมากพอแล้ว”  เซดริกลุกขึ้นมานั่งและส่งสายตาตำหนิให้เพื่อนทั้งสามที่ยิ้มขำๆ

                “เฮ้!  นี่ฉันพูดจริงๆนะ  นายไม่ควรกังวล”  ฌอนแย้ง

                เซดริกขมวดคิ้ว  “นายแน่ใจได้ไง”

                “ก็เธอได้ยินไม่ถนัดนี่ว่านายชมเธอว่า  ผิเธอซวย  --  อะแฮ่ม  ก็ได้  ฉันไม่ล้อนายแล้ว  --  แต่ฉันคิดแบบเดียวกับฌอนนะ”  ทิโมธีพูด

                “พวกนายไม่ต้องมาปลอบใจฉันหรอก  ฉันรู้ว่ามันจบแล้ว”  เซดริกถอนหายใจ

                “งั้นก็รอดูว่าคริสต์มาสนี้ว่านายจะได้ของขวัญจากเธอหรือเปล่า”  เจมี่พูดด้วยท่าทางเป็นงานเป็นการที่ทำให้เซดริกเลิกคิ้ว

                “เธอไม่ให้ฉันหรอก  แม้แต่ชื่อของฉัน  เธอยังไม่รู้เลย”  เซดริกพูดเสียงอ่อย 

                “แต่เท่าที่พวกฉันฟังจากที่นายเล่าเรื่องของเธอ  ดูเธอจะไม่ใช่คนที่ไม่ใส่ใจครอบข้างนะ  และถ้าเธอนับนายเป็นเพื่อนคนหนึ่ง  --  ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ชื่อก็ตาม  --  ฉันเชื่อว่าเธอต้องเอาของขวัญคริสต์มาสมาให้นายแน่ๆ”

                เซดริกทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงอีกครั้ง  ดวงตาสีเทาจ้องไปบนเพดานหอนอน  ก่อนจะพึมพำว่า   “ฉันก็ได้แต่หวังว่าเธอจะเป็นอย่างที่พวกนายพูดนะ”

 



                ช่วงเวลาที่เซดริกอ่านหนังสือเพียงลำพังจากวันเป็นสัปดาห์  จนตอนนี้ย่างเข้าสู่เดือนธันวาคมแล้ว  และวันหยุดยาวคริสต์มาสก็ใกล้เข้ามาทุกที  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟจ้องมองไปที่ประตูห้องสมุดอย่างมีความหวังว่าจะเห็นเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์  แต่เมื่ออีกไม่กี่วันจะเป็นวันหยุดที่เขาต้องกลับบ้านไปหาครอบครัว  และยังไร้วี่แววว่าเฟริน่าจะมาหาเขาที่ห้องสมุด  เซดริกก็คิดได้ว่า  เขาควรถอดใจสักที

                “เธอต้องคิดว่าฉันประหลาดจริงๆ”  เซดริกพูดกับตัวเองอย่างขมขื่น  เขาพยายามตั้งสมาธิอ่านหนังสือต่อไป  แต่แล้วก็มีใครสักคนสะกิดไหล่ของเขาเบาๆ  และเมื่อเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟเงยหน้าขึ้นไป  เขาก็เห็นเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างที่ส่งยิ้มกว้างให้เขาอยู่  เซดริกเผลอยิ้มตามเธออย่างช่วยไม่ได้

                “หวัดดี  ไม่ได้เจอกันหลายวันเลยนะ”  เธอพูด  พลางทิ้งตัวลงนั่งข้างเขา  เซดริกรีบผลักหนังสือออกไปทันทีและหันมาสนใจเธอ 

                “โอ้  ฉันคิดว่าเธอจะมอง  --  อะแฮ่ม  ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาห้องสมุดอีกเลย”  เขาพูด

                เฟริน่าหัวเราะเบาๆ  ก่อนจะหยิบห่อแบนๆสีแดงออกมา  “ฉันจะลืมให้ของขวัญวันคริสต์มาสกับนายได้ยังไง” 

                คำพูดของเธอทำให้เซดริกตาโต  เขามองใบหน้าเธอสลับกับห่อของขวัญอย่างตื่นเต้นดีใจ   

                “เธอ  --  ให้ฉันจริงๆเหรอ”  เขาถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ 

                “ใช่สิ”  เธอยืนยัน  ก่อนจะส่งห่อของขวัญให้  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟรับห่อนั้นมา

                “ฉันแกะเลยได้มั้ย”  เขาถามอย่างไม่แน่ใจ  เฟริน่าพยักหน้าเร็วๆ  แล้วเซดริกก็ฉีกห่อของขวัญออก  เขาพบว่าเธอให้สมุดจดแบบกระดาษไม่มีวันหมด  ซึ่งราคามันไม่ใช่น้อยๆเลย

                “เอ่อ  นายชอบมันหรือเปล่า”  เฟริน่าถามด้วยสุ้มเสียงไม่แน่ใจนัก  เซดริกเปิดสมุดจดขึ้นมาและพลิกมันไปมาอย่างตื่นเต้นที่ได้รับของขวัญคริสต์มาสจากเธอ

                “ฮื่อ  ฉันชอบมันมากเลย  เคยคิดจะซื้อหลายครั้งแล้ว  แต่มันค่อนข้างแพง”  เขาบอกเธอ

                “ดีจริงๆที่นายชอบ  ตอนแรกฉันกังวลแทบแย่แน่ะว่านายอาจอยากได้อย่างอื่นมากกว่า “

                เซดริกหัวเราะเบาๆ  แล้วเขากับเธอก็รีบแสร้งอ่านหนังสือเมื่อมาดามพินซ์เดินโฉบมาทางนี้  และเมื่อทั้งสองแน่ใจว่าบรรณารักษ์ห้องสมุดเดินไปไกลพอที่จะไม่ได้ยินเสียงแล้ว  ทั้งคู่ก็หันมาคุยกันต่อ

“ฉันไม่ได้เตรียมของขวัญให้เธอเลย”  เซดริกรีบพูดอย่างรู้สึกผิด

                เด็กหญิงโบกมือไปมา  “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกน่า”

               



                “ฮ่า!  ฉันบอกนายแล้วเห็นไหม”  เจมี่เดินมาตบไหล่เซดริก

                “นายยังพอมีหวังอยู่นะ”  ทิโมธีบอก

                “ตอนนี้นายต้องหาทางทำให้เธอรู้ชื่อนายสักที  เซดริก” ฌอนเสริม

                “ฮื่อ  ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน  บางทีฉันควรทำอะไรให้เธอสนใจฉันจริงๆจังๆสักที”  เซดริกพูด

                “นายจะให้เธอรู้ชื่อนายยังไง”  เจมี่ถาม

                “ก็  เอ่อ  ฉันคิดว่าวันที่แข่งควิชดิชน่ะ  ตอนเขาประกาศชื่อผู้เล่นควิชดิชบ้านฮัฟเฟิลพัฟ”  เซดริกบอกอย่างเขินอายเมื่อเห็นเพื่อนทั้งสามยิ้มล้อๆ  “หยุดยิ้มแบบนั้นซะที   พวกนายทำฉันประสาทเสีย”

                “อู้ฮู!  เป็นการเปิดตัวที่สาวน่าจะประทับใจ”  ทิโมธีร้อง

                “แต่ฮัฟเฟิลพัฟแข่งกับกริฟฟินดอร์นี่”  ฌอนถาม

                “ฉันไม่คิดว่าเธอจะสนใจเรื่องนั้นหรอกนะ”  เซดริกบอก  ก่อนจะพูดต่อไปว่า  “การเล่นควิชดิชเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างบ้านไม่ใช่หรือไง”

                เพื่อนทั้งสามกลอกตาใส่เขา 

“นายเห็นนัดที่แล้วหรือเปล่า  ระหว่างกริฟฟินดอร์กับสลิธีรินดูเหมือนกระชับความสันพันธ์ระหว่างบ้านไหมล่ะ”  ทิโมธีถาม

“เฮ้พวกเขาอาจจะเขม่นกันแค่ในสนามก็ได้”  เซดริกแย้ง

 



“เธอจะไปดูควิดดิชที่จะถึงนี้ใช่ไหม”  เซดริกอดไม่ได้ที่จะถามเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์อีกครั้ง  เขาจำได้ว่าเธอไม่ได้ดูควิชดิชนัดที่แล้ว 

“ฉันรู้แล้วน่า!  นายย้ำฉันทุกครั้งที่เราเจอหน้ากันเลยนะ  มีอะไรหรือเปล่า”  เธอสงสัย  ตอนนี้ทั้งเธอและเซดริกเปลี่ยนมานั่งเล่นที่ริมทะเลสาบแทน  หลังจากที่เธอไม่ยอมไปห้องสมุดอีก  กว่าเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟจะรวบรวมความกล้าชวนเธอมานั่งเล่นที่ใต้ต้นบีชได้  เขาก็โดนเพื่อนทั้งสามขู่ว่าถ้าเขายังไม่เอ่ยปากชวนเธอมานั่งเล่นนอกห้องสมุดแทน  เพื่อนๆทั้งสามจะเป็นฝ่ายเดินไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์และชวนเธอเอง  เซดริกจึงต้องรีบนัดเธอมานั่งคุยกันที่นี่

“ไม่มีอะไรหรอก”  เขาตอบ  รู้สึกหน้าร้อนๆและอดตื่นเต้นไม่ได้ว่า  เธอจะปลาบปลื้มเขาไหม  หากรู้ว่าเขาเป็นผู้เล่นควิดดิชในตำแหน่งซีกเกอร์  “ฉันเห็นว่าเราเป็นเพื่อนกันน่ะ  ฉันเลยอยากให้เธอไปดูทีมควิดดิชประจำบ้านของฉัน”  เขารีบเสริมเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กหญิงที่ดูจะไม่เชื่อคำพูดของเขา

“ฉันไม่พลาดหรอก  ฉันจะไปดูแน่ๆ  แต่นายไม่คิดหรือไงว่าตอนนี้เราต้องเป็นศัตรูกัน”  เธอถามคำถามเดียวกับที่เพื่อนทั้งสามเคยถาม  เซดริกไม่คิดว่าเธอเองก็คิดว่าการแข่งควิดดิชไม่ใช่การกระชับมิตรระหว่างบ้าน  และเด็กหญิงก็เริ่มหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นเขาอ้าปากเหวอ

“เฮ้  การเล่นกีฬาควิดดิชนั่นมันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างบ้านไม่ใช่หรือไง”  เขาถาม  รู้สึกอายนิดหน่อยที่เพิ่งตระหนักได้ว่ามีเขาอยู่คนเดียวที่คิดแบบนั้น

“นายคิดอย่างนั้นจริงๆหรือ  ฉันเดาว่ากัปตันแต่ละทีมคงเฆี่ยนให้สมาชิกในทีมซ้อมอย่างเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อเอาชนะอีกฝ่าย  แล้วอย่างนี้เขาเรียกกระชับความสัมพันธ์ตรงไหนกัน”

คำพูดของเธอทำให้เซดริกรู้ว่าเธอกำลังหมายถึงโอลิเวอร์  วู้ด 

“เธอคงกำลังพูดถึงโอลิเวอร์  วู้ดใช่มั้ย”  เขาหัวเราะเมื่อรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงคิดแบบนั้น  “ฉันได้ยินมาว่าเขาบังคับให้ทีมซ้อมหนักสุดๆ  แม้จะฝนตกก็ตาม”

เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างกลอกตา  “ใช่เลยล่ะ  แล้วบ้านนายซ้อมหนักหรือเปล่า”

เซดริกอดที่จะยิ้มกว้างไม่ได้เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่รู้ว่าเขาเล่นในทีมของบ้านฮัฟเฟิลพัฟด้วย 

“ฉันไปก่อนล่ะ  พอดีนัดกับเพื่อนไว้น่ะ  แล้วเจอกันนะ  อ้อ  ว่าแต่เรามาเจอกันที่นี่แทนห้องสมุด  ฉันว่ามันดีมากเลย  อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องคอยระแวงว่ามาดามพินซ์จะเอาไม้ขนไก่มาฟาดหลังเราตอนไหน  แถมไม่ต้องอึดอัดคุยกันด้วยเสียงกระซิบ  เธอว่ามั้ย”  เขาจงใจเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามของเธอ 

“มันก็จริงนะ”  ดูเหมือนเธอจะลืมเรื่องที่ถามเสียสนิท  แต่ประโยคต่อมาของเธอก็ทำให้เซดริกรู้สึกถึงความร้อนที่แล่นไปบนผิวหน้า  “นายจะนัดฉันอีกหรือไง”  เธอถามยิ้มๆ

“เอ่อ  ช่วงนี้ฉันอาจจะยุ่งๆนิดหน่อย  แต่หลังจบการแข่งควิดดิช  เรามาเจอกันที่นี่ตอนกลางวันอีกได้มั้ย”  เซดริกลูบต้นคอตัวเองอย่างขัดเขิน  เขาคิดว่าถึงตอนนั้นที่เธอรู้ชื่อของเขา  รวมทั้งรู้ว่าเขาเล่นในทีมควิดดิช  เขาคงสนิทกับเธอมากขึ้นกว่านี้  และจะดียิ่งกว่าที่เขากับเธอมาเจอกันอีกเรื่อยๆ

“ได้เลย”  คำตอบของเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ทำให้หัวใจของเซดริกพองโตและเต้นแรง

“ฮะๆ  --  ดีจัง”  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟพึมพำด้วยเสียงเหมือนกำลังอยู่ในความฝัน

“อะไรนะ” 

“โอ้!  เปล่า  ไม่มีอะไรหรอก  ฉันไปก่อนนะ”  เซดริกรีบบอกและโบกมือลา  เขารีบเดินออกจากใต้ต้นบีชกลับเข้าไปยังปราสาท  และที่นั่นเขาก็เห็นเพื่อนๆทั้งสามรออยู่แล้วด้วยดวงตาเป็นประกาย

“หน้านายแดงเสียจนฉันนึกว่าเป็นไข้ซะอีก”  เจมี่เริ่มล้อเลียน  เซดริกจึงถลึงตาใส่เขา

“แล้วตกลงเธอคงไม่ลืมไปเชียร์นายที่ขอบสนามนะ”  ทิโมทีพูด 

ฌอนเดินมาโอบไหล่เซดริกและกระซิบใส่หูว่า  “เซดริก  นี่นายเล่นในทีมควิดดิชของบ้านเหรอ โอ้  ฉันอยากเป็นแฟนนายจัง”    

“หยุดน่า!”  เซดริกหน้าแดงไปจนถึงใบหูและผลักหน้าของฌอนออกไปห่างๆเมื่อเริ่มเป่าลมร้อนใส่หูของเขา

“ฉันอุตส่าห์อวยพรให้เธอขอนายเป็นแฟนนะ”  ฌอนนวดจมูกตัวเองที่ถูกฝ่ามือเซดริกดันเต็มแรง

คราวนี้เจมี่กับทิโมธีเดินมาขนาบข้างเซดริกและล็อกตัวเขาไว้  ซีกเกอร์ประจำบ้านฮัฟเฟิลพัฟพยายามสะบัดตัวให้หลุด  แต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมปล่อยตัวเขาไปง่ายๆและเริ่มกระซิบใส่หูว่า

“โอ้  เซดริก  ฉันชอบนายจัง”  เจมี่พูดเสียงกระเส่า

“เด็กบ้านกริฟฟินดอร์ขอเด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟเป็นแฟนได้ไหม”  ทิโมธีขยิบตาให้  แล้วเด็กชายทั้งสองก็พร้อมใจกันเป่าลมร้อนๆใส่ใบหูทั้งสองข้างของเซดริก

“ให้ตายเถอะ!  ฉันเกลียดพวกนายจริงๆ”  เซดริกสะบัดตัวจนหลุดและรีบเดินออกห่างจากเพื่อนๆทั้งสามที่หัวเราะลงลูกคอชอบใจเมื่อเห็นใบหน้าของเขาแดงก่ำราวกับเนื้อสุก

     ________________________________65%_______________________________


               ในที่สุดวันแข่งควิดดิชระหว่างกริฟฟินดอร์และฮัฟเฟิลพัฟก็มาถึง  เซดริกเดินวนไปมาในห้องเปลี่ยนชุดของบ้านอย่างตื่นเต้น  เพื่อนทั้งสามรับปากกับเขาว่าจะมองหาเฟริน่าให้ว่าเธอมาหรือไม่  แต่เซดริกก็อดตื่นเต้นด้วยความอยากรู้ไม่ได้ แล้วซีกเกอร์ประจำบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็เดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด  เขาตั้งใจว่าจะเดินไปแอบมองหาเธอที่อัฒจันทร์ของบ้านกริฟฟินดอร์เอง  แต่เมื่อเดินออกมา  เขาก็เห็นเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างเดินผ่านมาตรงนี้พอดี

                “นั่น!  นายนี่เอง”  เฟริน่าร้อง  พลางจ้องมองเซดริกอย่างตกตะลึง  “นายไม่เห็นบอกฉันเลยว่านายอยู่ในทีมด้วย”

                เซดริกหัวเราะน้อยๆ  เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องมองหาเธอซะแล้ว

                “ฉันคิดว่าจะทำให้เธอประหลาดใจน่ะ”  เขายักไหล่

                “นายน่าจะบอก!  เธอว่า  “แล้วนายเล่นในตำแหน่งไหนล่ะ” 

                เซดริกยังไม่ทันตอบ เสียงเพื่อนร่วมทีมก็ดังลอดออกมา

                “เซดริก!  เชสเตอร์ประจำบ้านเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด “เซดริก  นายทำอะไรอยู่”  เซดริกเห็นเฟริน่าอ้าปากค้างด้วยความงุนงงระคนตกใจ  เธอพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

                “เดี๋ยวตามไป”  เซดริกบอก  และรีบหันกลับมายังเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์อีกครั้ง  เขารู้สึกหัวใจพองโตที่ตอนนี้เธอรู้ชื่อเขาแล้ว  “ฉันไปก่อนนะ  แล้วครั้งหน้าอย่าลืมซะล่ะ  ว่าเรามีนัดกันที่ริมทะเลสาบตอนเที่ยง”  เขาหัวเราะเธออีกครั้ง  ที่เห็นเธอยังคงตกตะลึงอยู่  เซดริกเดินตามเพื่อนร่วมทีมเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า  ในใจเฝ้าแต่คิดถึงใบหน้าของเธอ  ตอนนี้เขาก็ไม่ใช่เพื่อนที่เธอไม่รู้จักชื่ออีกต่อไปแล้ว

                การแข่งควิดดิชนัดนี้บ้านฮัฟเฟิลพัฟพ่ายแพ้ให้บ้านกริฟฟินดอร์  เซดริกต้องยอมรับว่าเขาไม่คิดมาก่อนว่าเด็กชายพอตเตอร์จะสามารถคว้าลูกสนิชได้ก่อนเขาภายในเวลาห้านาที  เป็นการจบเกมส์ด้วยเวลาที่สั้นมากจนเขารู้สึกแย่  แต่เพื่อนๆทั้งสามของเขาก็พยายามปลอบใจว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาเลย  พอตเตอร์เพียงแค่โชคดีเห็นลูกสนิชก่อนเขา  และเขาไม่ควรลืมว่าวันนี้เฟริน่าได้รู้ชื่อเขาแล้ว  แต่เซดริกก็แย้งว่า  เขาไม่กล้าสู้หน้าเธอเลยหลังจากที่พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ  ซึ่งเพื่อนๆของเขาก็ให้กำลังใจและพูดว่า  เฟริน่าดูไม่ใช่คนแบบนั้น  รวมทั้งตอนนี้เธอกับพอตเตอร์กำลังมีปัญหากัน  เธอคงไม่ปลาบปลื้มนักที่พอตเตอร์ทำให้บ้านกริฟฟินดอร์ชนะ  ซึ่งหลังจากที่ฟังคำปลอบใจต่างๆนานา  เซดริกก็มีความมั่นใจขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

                แล้ววันหยุดยาวก็มาถึง  เซดริกจัดการหาซื้อของขวัญให้กับเฟริน่า  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟเดินทางไปตรอกไดแอกอนด้วยผงฟลู  เขาเดินวนอยู่หน้าร้านขายเครื่องประดับ  แต่ไม่กล้าเข้าไป  เพราะเมื่อเซดริกมองผ่านกระจกร้านเข้าไปและเห็นแต่ผู้หญิง  เขาก็เกิดอาการประหม่าขึ้นมา  เด็กชายไม่เคยเข้าร้านแบบนี้ตามลำพังมาก่อน  ทุกครั้งที่เขาก้าวเข้าไปในร้านนี้  เขามักจะมากับแม่เสมอ  และเรื่องที่เขาจะซื้อของให้เด็กผู้หญิงสักคนที่เขาสนใจ  เขาไม่กล้าบอกพ่อกับแม่  เพราะเกรงว่าทั้งสองจะตื่นเต้นและตั้งคำถามมากมาย  รวมทั้งอยากเห็นหน้าเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ 

หลังจากที่ยืนลังเลอยู่นาน  ในที่สุดเซดริกก็เลือกที่จะเดินไปร้านตัวบรรจงและหยดหมึกแทน  เขาจำได้ว่าเธอชอบอ่านหนังสือมาก  ดังนั้น  การเปลี่ยนของขวัญจากเครื่องประดับมาเป็นหนังสือแทนน่าจะดีกว่า  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก้าวเข้าไปในร้านที่วันนี้ดูเงียบผิดกับช่วงใกล้เปิดเทอมของฮอกวอตส์  ผู้จัดการร้านรีบกระวีกระวาดมาแนะนำหนังสือสำหรับปีห้าให้เขาเสียมากมาย  และเมื่อเขาบอกว่าอยากได้หนังสือที่ไม่ว่านักเรียนชั้นปีไหนก็สามารถอ่านได้  ผู้จัดการร้านจึงหยิบหนังสือคู่มือเส้นทางสู่สายอาชีพต่างๆ  พร้อมกับพูดบรรยายเนื้อหาภายในเล่ม  เซดริกจึงไม่ลังเลที่จะหยิบมาจ่ายเงินและขอให้ผู้จัดการร้านห่อของขวัญให้ด้วย  และเมื่อเขาเขียนจดหมายไปบอกความคืบหน้าเรื่องหาซื้อของขวัญให้กับเฟริน่าตามที่เพื่อนสั่งแกมบังคับ  อีกวันต่อมาเขาก็ได้รับจดหมายสามฉบับ 

 

ถึง  เซดริก(จอมทึ่ม!)

ให้ตายเถอะ!  เซดริก  นายคิดอะไรของนายอยู่  หนังสือคู่มือเส้นทางสู่สายอาชีพต่างๆเนี่ยนะของขวัญ  กางเกงในเมอร์ลิน!   ฉันอยากจะบ้าตาย  นายคิดว่าตัวเองให้ของขวัญมาดามพินซ์อยู่หรือไง?  นั่นเฟริน่า  เด็กอายุสิบเอ็ดปีนะ  ไม่ใช่บรรณารักษ์  ทำไมนายไม่ให้เครื่องประดับหรือของที่เด็กผู้หญิงชอบล่ะ  ฉันล่ะเชื่อนายเลย  รีบไปหาของขวัญอย่างอื่นเดี๋ยวนี้

                                                                        ด้วยรักและหมั่นไส้!

                                                                                    เจมี่

           

            ถึง  เซดริก(จอมซื่อบื้อ!)

เฮอะ!  ถ้าฉันเป็นเฟริน่านะ  ฉันคงอยากได้ของใช้สำหรับผู้หญิงมากกว่า  นายคิดได้ยังไงถึงให้หนังสือคู่มือเส้นทางสู่สายอาชีพต่างๆให้เธอล่ะ  โอ๊ย! จริงๆเลยนะ  เซดริก  ถ้านายอยากจีบเธอสำเร็จ  นายควรทำตัวโรแมนติกมากกว่านี้  เฮ้อ!  ฉันไม่มีอะไรจะบอกนายแล้ว  ทางที่ดีนายควรหาของขวัญชิ้นอื่นให้เธอแทน  เข้าใจไหมเพื่อน!

                                                                        ด้วยรักและห่วงใย(ในความรักของนาย)

                                                                                    ทิโมธี

           

            ถึง  เซดริก(ผู้ไร้เดียงสา)

ฉันเดาว่าทั้งเจมี่และทิโมธีคงบ่นนายไปหมดแล้ว  ดังนั้นเพื่อที่นายจะได้ไม่ต้องอ่านอะไรซ้ำซากอีก  (แต่จริงๆก็ต้องซ้ำซากอยู่ดี)  หาของขวัญชิ้นอื่นเดี๋ยวนี้  ถ้านายอยากได้เฟริน่าเป็นแฟน!

                                                            ด้วยรักและอยากเห็นนายมีแฟนสักที!

                                                                        ฌอน

 

จดหมายจากเพื่อนๆทำให้เซดริกต้องกลับไปที่ตรอกไดแอกอนอีกครั้ง  แต่เมื่อเขาก้าวเข้าไปในร้านและถูกผู้หญิงในร้านจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น  เด็กชายที่ตอนนี้หน้าแดงไปจนถึงโคนผมก็รีบวิ่งออกจากร้านด้วยความเขินอายในทันที  แล้วเซดริกก็ตัดสินใจได้ว่า  เขาจะให้หนังสือเล่มนี้เป็นของขวัญ  ไม่ว่าเพื่อนทั้งสามจะพูดอะไรก็ตาม

วันหยุดยาวผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว  แต่ในความเห็นของเซดริกมันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า  ตลอดวันหยุดยาวเขาตั้งตารอรถไฟเพื่อกลับมาที่ฮอกวอตส์อีกครั้ง  และเมื่อวันนั้นมาถึง  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็รีบไปรอที่ใต้ต้นบีชริมทะเลสาบ 

ทันทีที่เซดริกเห็นเฟริน่าเดินมา  เขาก็เผลอยิ้มกว้าง

“นี่ของเธอ  มันอาจจะช้าไปหน่อยสำหรับของขวัญวันคริสต์มาส  แต่ฉันไม่ทันนึกว่าเธอจะให้ฉัน  เลยไม่ทันได้เตรียม”  เขายื่นห่อของขวัญสีแดงให้เธอ

“จริงๆนายไม่ต้องลำบากเลยนะ  แต่ก็ขอบใจ”  เฟริน่ารับห่อของขวัญมา

“แกะเลยสิ  ฉันไปหาซื้อช่วงวันหยุดยาวเลยนะ”  เซดริกรีบบอกเธอ  ระหว่างที่มองดูเธอฉีกห่อกระดาษออก  คำพูดของเพื่อนทั้งสามก็ทำให้เขาเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจว่าเด็กหญิงจะชอบของที่เขาให้หรือไม่  และเมื่อเฟริน่าแกะห่อเสร็จ  เธอก็พลิกหนังสือดูข้างใน  ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมา  มีรอยยิ้มกว้างประดับอยู่บนใบหน้าที่ทำให้เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟโล่งอก

“โอ๊ย  ขอบคุณมากเลย  ฉันไม่นึกมาก่อนว่ามันจะมีหนังสือคู่มือแบบนี้ขายด้วย”

จากปฏิกิริยาและคำขอบคุณของเธอ  ทำให้เซดริกรู้สึกเคอะเขิน  เขาหัวเราะ  พลางเอื้อมมือไปขยี้ผมตัวเอง

              “ฉันจำได้ตอนที่ฉันถามว่าเธออยากทำอะไรตอนเรียนจบ  แล้วเธอก็เริ่มกังวลเกี่ยวกับมัน   ตอนที่ฉันเห็นที่ร้านหนังสือ  ฉันก็ไม่ลังเลที่จะหยิบมันมาเลย  ดีใจนะที่เธอชอบ  ตอนแรกฉันก็คิดไม่ออกว่าควรซื้ออะไรให้เธอดี”   เซดริกบอกและเริ่มรู้สึกหน้าร้อนๆแทน  เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองก้าวเข้าไปในร้านเครื่องประดับ  “คือฉันไม่รู้ว่าปกติเด็กผู้หญิงชอบอะไร   ถ้าซื้อเครื่องประดับให้  ฉันเดาเอาว่าอย่างเธอคงมีใครหลายคนซื้อให้จนเธอคงเบื่อแล้ว  และ

              “โอ๊ย  ไม่เคยมีใครซื้อให้ฉันหรอก  ไม่เลย”  เธอบอกโดยที่สายตาไม่ละจากหนังสือ

              คำตอบของเธอทำให้เซดริกอดประหลาดใจไม่ได้  “จริงหรือ  ไม่เคยมีใครซื้อของให้เธอเลยหรือ  ว้าว  แบบ  ยังไงดีล่ะ  เอ่อ--    

เฟริน่าละสายตาจากหนังสือมามองที่เขา

              “ทำไมหรือ”   เธอถาม  “ดูนายตกใจจัง   ใครเขาจะอยากซื้ออะไรให้ฉัน”  

             คำถามของเธอทำให้เด็กชายจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟขยี้ผมตัวเองหนักขึ้น  เขาหลบสายตาเธอมองไปที่ปลายเท้าของตัวเอง  เมื่อคิดได้ว่าเธอต้องยังไม่เคยมีแฟนแน่ๆ  และเขาอาจจะมีโอกาสเป็นแฟนกับเธอก็ได้  ถ้าเขาพยายามมากกว่านี้  แล้วความคิดนี้ก็ทำให้หน้าเซดริกยิ่งร้อนผ่าวมากกว่าเดิม

                “ก็แบบว่า  --  เอ่อ  ฮะๆ  ยังไงดีล่ะ”   เซดริกอ้ำๆอึ้งๆ   และเมื่อเขาเหลือบตามองมาที่เธอ  เขาก็หลบสายตาอีกครั้งโดยเร็ว  “คือ  เธอนะ  น่ารักดี  ฉันก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า  บางทีเธอคงมีเด็กผู้ชายหลายคนซื้อของให้เธอเยอะแยะแล้วล่ะ”   เขาตอบ  

“โธ่  เซดริก”   เฟริน่าหัวเราะคิกคัก  “ถ้าเป็นแบบนั้นจริง  ฉันคงได้กลายเป็นตู้เครื่องประดับเคลื่อนที่ไปแล้วล่ะ”  

แล้วคำพูดของเธอก็ทำให้เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟหัวเราะพรืดออกมาอย่างอดไม่ได้  และเด็กหญิงก็เริ่มหัวเราะไปพร้อมกับเขา

เซดริกรีบนำเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไปเล่ากับเพื่อนทั้งสามอย่างภาคภูมิใจ  ทิโมทีเขวี้ยงหมอนใส่หัวของเขาอย่างหมั่นไส้

“เออ  รู้แล้วน่า  พวกเราเข้าใจผิดไปเองว่าแฟนนายจะชอบเครื่องประดับมากกว่าหนังสือ”  เจมี่พูด

“พิลึกชะมัด”  ฌอนพึมพำเสียงค่อย  แต่เซดริกได้ยิน

“เฮ้!  อย่าว่าเธอแบบนั้นนะ”  เขาร้อง

“อ้อ  เดี๋ยวนี้นายเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนแล้วงั้นเหรอ  เซดริก”  เจมี่ถามล้อๆ

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย  แต่  -- 

“นายเห็นผู้หญิงดีกว่าเพี่อน  อย่ามาโกหก”  ทิโมธีแกล้งสะอึกสะอื้นที่ดูน่าหมั่นไส้

“ฉันบอกว่าไม่ใช่ไงล่ะ  พวกนาย  --  

“ไอ้คนทรยศ!  ฌอนร้องและคว้าหมอนมาฟาดใส่เซดริก  และก่อนที่เซดริกจะรู้ตัว  เพื่อนทั้งสามที่ตะโกนว่าคนทรยศก็คว้าหมอนมารุมฟาดจนเขาต้องวิ่งหนีไปรอบๆหอนอน

“ฉันไม่ได้ทรยศพวกนายสักหน่อย  โอ๊ย!



 

หลังจากวันนั้นเซดริกก็มีโอกาสได้เจอเฟริน่าอีกในห้องสมุด  แต่เธอมากับกลุ่มพอตเตอร์เพื่อทบทวนบทเรียนตามตารางของเฮอร์ไมโอนี่  เกรนเจอร์  นั่นจึงทำให้เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟรู้สึกตัวว่าถึงเวลาที่เขาต้องเริ่มทบทวนการเรียนแบบจริงจังสักที  ไม่อย่างนั้นเขาอาจไม่ได้ ว.พ.ร.ส.  ในชั้นปีที่ห้าที่กำลังจะมาถึง  ดังนั้นเซดริกจึงต้องบังคับเพื่อนทั้งสามมาร่วมทบทวนตามตารางเรียนที่เขาทำขึ้น  ซึ่งเพื่อนทั้งสามต่างก็บ่นกระปอดกระแปดว่านี่มันเร็วเกินไปที่จะเริ่มทบทวน  และพยายามไล่ให้เซดริกไปขลุกอยู่กับเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์แทน 

ช่วงเวลาที่เขาเริ่มเคี่ยวเข็ญให้เพื่อนตั้งใจอ่านหนังสือมากกว่านี้  เซดริกก็ลอบมองเฟริน่าบ่อยๆ  เธอดูจริงจังกับการทบทวนบทเรียนนี้เสียจนไม่ได้สังเกตเลยว่าเขาแอบมองเธออยู่บ่อยๆ  เว้นแต่เฮอร์ไมโอนี่ที่มักเงยหน้าขึ้นมา  และเมื่อเซดริกเห็นเด็กหญิงผมฟูจ้องมองเขา  เขาก็รีบเสมองไปทางอื่นด้วยกลัวว่าเธอจะรู้ว่าเขาแอบมองเฟริน่าอยู่

แต่แล้วในเช้าวันหนึ่งเซดริกก็ได้ยินว่าเมื่อคืนนี้พอตเตอร์  เฮอร์ไมโอนี่และเนวิลล์ทำให้บ้านกริฟฟินดอร์เสียคะแนนไปคนละห้าสิบคะแนน  ในขณะที่เฟริน่าทำให้บ้านเสียคะแนนไปยี่สิบคะแนน  เรื่องนี้สร้างความขุ่นเคืองให้เด็กอีกสามบ้านเป็นอย่างมาก  ยกเว้นบ้านสลิธีริน  เพราะบ้านทั้งสามหวังให้ปีนี้สลิธีรินเสียตำแหน่งแชมป์บ้านดีเด่นสักที

“ทำดีมาก  โพสัน  ขอบใจนะ”  เสียงเด็กชายบ้านสลิธีรินปีสามคนหนึ่งร้อง  เมื่อเห็นเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างเดินผ่านระเบียงทางเดิน  เซดริกเห็นเธอพยายามทำเป็นไม่ได้ยิน

“ปีนี้เราได้ตำแหน่งแชมป์บ้านดีเด่นเพราะโพสันเลยนะ   ฮะๆ”  เด็กชายอีกคนบอกและเริ่มหัวเราะชอบใจ  เซดริกไม่คิดว่าเขาจะทนอยู่เฉยได้อีกต่อไป  เขาหันไปบอกกับเพื่อนทั้งสาม

“รอตรงนี้นะ  เดี๋ยวฉันมา”  เขารีบเดินไปก่อนที่เพื่อนทั้งสามจะห้ามทัน 

“ว่าไง  โพสัน  เธอได้ยินหรือเปล่า  พวกเราขอบ  -- 

“เฮ้!  พวกนายไม่มีอะไรทำหรือไง”  เซดริกถาม  เขาเดินไปยืนข้างเฟริน่า 

“พวกเราไม่ได้คุยกับนาย  ไปให้พ้น!  เด็กชายคนหนึ่งบอกอย่างรำคาญ

“พวกนายไม่คิดบ้างหรือไงว่าตัวเองกำลังรุมเด็กผู้หญิงคนเดียวน่ะ  พวกนายยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า”  เซดริกถาม  เขารู้สึกได้ว่าเฟริน่ารีบคว้าชายแขนเสื้อคลุมเขาไว้

“พอเถอะ  เซดริก  อย่าไปสนใจ”  เธอพึมพำ

“พวกเราไม่ได้รุมสักหน่อย  ถ้านายไม่หูหนวก  นายคงได้ยินว่าเรากำลังขอบคุณยัยโพสันนะ”  เด็กบ้านสลิธีรินบอก

“อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง  นายอยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟไม่ใช่หรือไง”  อีกคนร้องถามอย่างไม่พอใจ

“ฉันไม่สนหรอกว่าตัวเองจะอยู่บ้านไหน  แต่ฉันไม่ชอบที่เห็นผู้ชายหลายคนพยายามรุมรังแกเด็กผู้หญิงคนเดียว”  เซดริกโต้กลับไป 

“มาเถอะ  เซดริก”  เฟริน่ารีบดึงแขนเขาออกมาห่างๆ  ในขณะที่เด็กผู้ชายบ้านสลีรินส่งเสียงร้องและทำสีหน้ายียวนที่ทำให้เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟรู้สึกเดือดดาล

“ฉันไม่ชอบเลยที่พวกนั้นทำกับเธอแบบนี้”  เซดริกบอก

เฟริน่าถอนหายใจอย่างเศร้าหมอง  เธอยังคงดึงแขนเขาให้เดินต่อไปจนตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงกลุ่มบ้านสลิธีรินแล้ว

“นายไม่โกรธฉันเหมือนที่คนอื่นๆโกรธหรือไง”

“ฉันไม่มีวันโกรธเธอด้วยเรื่องแค่นี้หรอก  ใครๆก็ทำพลาดกันได้”  เขาบอกเธอ

“แต่คืนเดียวทำให้บ้านเสียไปตั้งหลายคะแนนนะ”  เด็กหญิงพึมพำ  พลางปล่อยแขนเขา  “มีแต่คนเกลียดฉัน”

“เดี๋ยวทุกคนก็ลืม  เชื่อฉันสิ  คนที่นี่ลืมง่ายกันจะตายไป  เธออย่ากังวลไปเลย”  เซดริกพยายามปลอบใจเธอ

“โอ้  เซดริก  นายไม่โกรธฉันจริงๆหรือ”  เธอถามอีกครั้งให้แน่ใจ

เซดริกยักไหล่  “ฉันจะโกรธเธอทำไม  ปีหน้าเรายังมีโอกาสทำให้บ้านสลิธีรินเสียตำแหน่งแชมป์บ้านดีเด่นอีกนะ  ไม่ใช่ว่ามีปีนี้ปีเดียวสักหน่อย”

“เซดริก  ทำไมนายเป็นคนดีแบบนี้”  เฟริน่าคราง  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟรู้สึกขัดเขินเมื่อเธอจ้องเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เห็นว่ามีความสงสารและเศร้าหมองซ่อนอยู่  ก่อนที่มันจะหายไปอย่างรวดเร็ว

“เอ่อ  --  ฉันไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้นหรอก  ฉันแค่พูดตามที่ฉันเห็น  เธอรู้ไหม  ฉันพูดจากใจจริง  --  ไม่ได้จะ  เอ่อ  ฮะๆ  เอาใจเธอหรืออะไรนะ  --  ฉันอยากให้เธอรู้ไว้  และ  --    เซดริกพูดไม่ออกไปชั่วขณะเมื่อเด็กหญิงกอดเขาไว้

“ฉันขอบใจนายมากเลยนะ”  เธอบอก  “และฉันสัญญาว่าจะช่วยนาย”

“อะไรนะ”

“ฉันต้องรีบไปแล้วล่ะ”  เธอดันตัวเขาออก  ก่อนจะรีบเดินไปอีกทาง

 



และแล้วปราสาทฮอกวอตส์ก็เข้าสู่ฤดูกาลสอบอย่างเต็มตัว  บรรยากาศตึงเครียด  ตอนนี้เพื่อนทั้งสามต่างร้องขอลอกสมุดจดของเซดริก  เขาตำหนิเพื่อนทั้งสามที่ไม่ยอมขยันมากกว่านี้  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ให้เพื่อนๆทั้งสามยืมสมุดจด  เฟริน่าเองก็ดูจะประสาทเสียและวิตกกังวล  เธอถามเขาเกี่ยวกับการสอบเต็มไปหมด  และเซดริกก็ใจเย็นตอบคำถามเธอทุกคำถาม  เขาไม่ได้รำคาญเลยที่เธอถามแต่เรื่องจุกจิกเต็มไปหมด  เขาเข้าใจดีว่านี่เป็นการสอบครั้งแรกของเธอ 

“แล้วเกิดอะไรขึ้น  เมื่อเราพยายามโกงการสอบ  แม้จะได้รับแจกปากกาขนนกต้านการโกงข้อสอบมาแล้ว”  เฟริน่าถาม

เซดริกหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงมาคัส  ฟลินต์ที่เคยพยายามโกงข้อสอบเมื่อสองปีก่อน

“ใครก็ตามที่พยายามจะเสกคาถาใส่ปากกาขนนกด้ามนั้น  เพื่อให้คาถาต้านการโกงข้อสอบคลาย  คนๆนั้นจะมีหูดงอกอยู่บนใบหน้าไปเป็นสัปดาห์เลยล่ะ”  เขาตอบ

เฟริน่าทำหน้าสยดสยองเมื่อได้ฟัง

“แล้วมาดามพอมฟรีย์ไม่ช่วยแก้หูดบนหน้าให้หรือ”

เซดริกสั่นหัวแรงๆ  “ไม่มีทาง  ถ้าเธอมีหูดบนใบหน้าเพราะพยายามโกงข้อสอบมา  นอกจากมาดามพอมฟรีย์จะไม่ช่วยแล้ว  เธอยังอาจมีหูดงอกขึ้นมาเพิ่มก็ได้” 

“อี๋!  ให้ตายเถอะ  ใครกันที่พยายามโกง  นายบอกฉันได้ไหม”  เธอถาม

เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟหัวเราะ  เขาไม่อยากนินทากัปตันบ้านสลิธีริน  “ฉันจำไม่ได้แล้วล่ะ  มันตั้งสองปีมาแล้ว”

“โอ้  เสียดายจัง  ฉันอยากรู้ว่าใคร”

“เธอไม่ต้องไปกังวลหรอก  ฉันเห็นเธอทบทวนมาดี  เธอต้องทำข้อสอบได้แน่ๆ”  เซดริกบอก  แต่วินาทีต่อมาเขาก็รู้สึกว่าไม่น่าพูดออกไปเลย  เมื่อเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์หันมาจ้องหน้าเขา  พลางขมวดคิ้ว

“นายเห็นตอนฉันทบทวนด้วยเหรอ  ทำไมฉันไม่เห็นนายเลยล่ะ  นายนั่งตรงไหนของห้องสมุด”

เซดริกเกาแก้มร้อนๆของตัวเอง  ก่อนจะรีบเสมองไปทางอื่นและเริ่มหัวเราะแห้งๆ

“เอ่อ  ฉันแค่  --  บังเอิญน่ะ  บังเอิญจริงๆที่แบบว่า  --  ยังไงดีล่ะ  ฮะๆ  --    เขาขยี้ผมตัวเอง  และเมื่อเหลือบมองเธออีกครั้งและเห็นเธอยังจ้องหน้าเขาอย่างรอคำตอบอยู่  ดวงตาสีเทาของเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็รีบเลื่อนไปบนกิ่งของต้นบีชที่อยู่สูงขึ้นไป  “เฮ้!  มีรังนกอยู่บนนั้นด้วย  เธอเห็นหรือเปล่า”

“ไหน”  เธอถามและจ้องขึ้นไปบ้าง

“ตรงนั้นไง  ขวาหน่อย  ตรงที่มีใบไม้แห้งๆตรงนั้นกองๆอยู่น่ะ”  เซดริกชี้และพยายามบอกเธอ

“ฉันไม่เห็นเลย”  เธอบ่น

“โอ้  ช่างเถอะ  แล้วเธอมีอะไรสงสัยเรื่องการสอบอีกหรือเปล่า”  เซดริกรีบเปลี่ยนเรื่อง

“มีอีกเรื่อง”  เธอรีบพูดเมื่อนึกอะไรได้

“ถามมาได้เลย” 

“การสอบภาคปฏิบัติน่ะ  ถ้าสมมติว่าฉันเสกอะไรตลกๆหรือเสกอะไรไม่ได้เลย  ฉันจะมีหูดงอกบนหน้าหรือเปล่า”  เธอถามอย่างหวาดๆ  แล้วคำถามของเธอก็ทำให้เซดริกหัวเราะพรืดออกมาอย่างอดไว้ไม่อยู่  เขากุมท้องและหัวเราะจนตัวงอ  “เฮ้!  นายหยุดหัวเราะฉันเดี๋ยวนี้เลย”

“โทษทีๆ  แต่  ฮะๆ”  แล้วเซดริกก็หัวเราะอีกครั้ง  เฟริน่าส่งสายตาเขียวปั๊ดให้เขาที่ยังไม่หยุดหัวเราะเธอ

“เซดริก  ฉันอยากรู้จริงๆนะ”

“ก็ได้ๆ  เอาล่ะ  อะแฮ่ม! เซดริกบังคับให้ตัวเองหยุดหัวเราะสำเร็จในที่สุด  “ฉันขอถามอะไรสักอย่าง  ตอนอยู่ในชั้นเรียนเธอทำได้ดีหรือเปล่า”

“ได้ดีพอควรเลยล่ะ  แต่ถ้าจะให้ดีพอๆกับเฮอร์ไมโอนี่คงเป็นไปได้ยาก”  เธอตอบ

“ถ้าในชั้นเรียนเธอทำได้ดี  ตอนที่เธอสอบมันก็จะเป็นแบบนั้น”

“นายแน่ใจนะ  บางทีฉันอาจกังวลและประหม่าจนเสกอะไรไม่ได้เลยก็ได้”  เฟริน่าพูดอย่างกังวล

“เธอไม่ควรประหม่า  เพราะจะยิ่งส่งผลต่อการใช้ไม้กายสิทธิ์”

“โอ้”  เธอกลอกตาใส่เขาสามครั้ง  พลางกอดอก  “นายพูดง่ายนะ  แต่ให้ทำจริงๆมันยากชะมัด” 

“เธอก็หยุดคิดถึงเรื่องหูด  --  ฮะๆ”  เซดริกหัวเราะอีกครั้ง   เมื่อเห็นเธออ้าปากเหวอๆ

“เฮ้!  ฉันไม่ได้กังวลเรื่องหูดสักหน่อย”

 



“ดูท่าการสอบครั้งนี้ของนายจะเป็นการสอบที่เต็มไปด้วยผีเสื้อนับร้อยๆตัว”  ฌอนพูดหลังจากที่พวกเขาเพิ่งสอบวิชาสุดท้ายเสร็จ

“อะไรเล่า”  เซดริกรู้ว่าหลายวันมานี้  เขาขลุกอยู่กับเฟริน่าบ่อย  เพราะเธอมีคำถามเรื่องสอบเต็มไปหมด  และเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็ไม่ลังเลเลยที่จะช่วยเหลือให้คำแนะนำเธอ  เพราะนั่นแปลว่าเธอค่อนข้างไว้ใจเขา

“อะแฮ่ม  ขอเธอเป็นแฟนหรือยัง”  ทิโมธีเดินมาขนาบข้าง

“จะบ้าหรือไง!  เซดริกเหวใส่  เพื่อนทั้งสามหัวเราะชอบใจที่เห็นเขาหน้าแดงก่ำ

“อะไรกัน  ขลุกอยู่ด้วยกันบ่อยๆ  แต่นายยังไม่เอ่ยปากบอกชอบเธอเลยงั้นหรือ”  เจมี่ถามล้อๆ

“ฉันจะทำอย่างนั้นได้ยังไงเล่า”  เซดริกแย้ง 

“จุ๊ๆ  ฉันว่าเราข้ามขั้นตอนกันไปนะ”  ฌอนพูดด้วยท่าทางเคร่งขรึม

“อ้อ!” เจมี่ร้อง

“อ้อ!  ทิโมรีร้องอีกคน

“อะไร”  เซดริกไม่เข้าใจเมื่อเห็นเพื่อนๆทั้งสามยิ้มแบบมีเลศนัย

“นายควรรีบขอเธอเดทซะ”  เจมี่บอก  พลางยิ้มกว้างอย่างมีแผนการ

“เดี๋ยวนะ  ขอเธอเดท”  เซดริกพูดเสียงค่อยลงจนเป็นเสียงกระซิบ  “พวกนายจะบ้าหรือไง  ตอนนี้เธอยังอยู่ปีหนึ่ง  ถ้าพวกนายจำได้นะ”

“โธ่  เซดริก”  ทิโมธีร้องอย่างขัดใจ

“ขอเธอเดทตอนปิดเทอมสิ  ทำไมต้องรอเธอขึ้นปีสามด้วย”  ฌอนบอก

“อะไรนะ  ตอนปิดเทอม  แต่ –  ฉันไม่กล้าหรอก  มันเร็วเกินไป”  เซดริกกระซิบ

“ถ้านายมัวแต่ลังเล  ระวังพอตเตอร์จะปาดหน้าเค้ก”  เจมี่เตือน

“ฉันบอกพวกนายแล้วไงว่าพอตเตอร์เป็นแค่เพื่อนเฟริน่าน่ะ”  เซดริกแย้ง  แต่เพื่อนทั้งสามกลอกตาใส่เขาอย่างเอือมระอา

“นายคิดแบบนั้นจริงๆหรือ”  ทิโมธีถาม

“พอตเตอร์ไม่ได้คิดกับเฟริน่าแค่เพื่อนหรอก  พนันกันได้”  ฌอนเสริม

“แต่  -- 

“ฉันเห็นพอตเตอร์แอบมองเธอบ่อยๆ”  เจมี่พูด

“ไม่มีอะไรหรอกน่า  พอตเตอร์คงมีเรื่องจะคุยกับเฟริน่าเท่านั้น”  เซดริกขมวดคิ้ว 

“โอ๊ย  ฉันไม่รู้ด้วยล่ะ  แต่นายควรเริ่มคิดเรื่องที่จะขวนเธอเดทได้แล้ว  เดทตอนปิดเทอมนี้แหละยิ่งดี  ไม่มีพอตเตอร์  ไม่มีใครมากวนใจ  มีแค่นายกับเธอสองคน”  ทิโมธีบอก

“ฉันคิดว่าเร็วเกินไป”  เซดริกยังยืนยันความคิดของตนต่อไป

“ตามใจนายแล้วกัน  อย่าหาว่าพวกฉันไม่เตือน  ทั้งเรื่องเดท  ทั้งเรื่องพอตเตอร์”  เจมี่กลอกตา

“เรื่องเดทน่ะ  ฉันตั้งใจจะชวนเธอแน่ๆ  แต่ขอเวลาให้ฉันกับเธอรู้จักกันมากกว่านี้  ส่วนเรื่องพอตเตอร์  ฉันว่าพวกนายคิดมากเกินไป  พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันนะ  ไม่แปลกหรอกที่จะทำให้พวกนายรู้สึกแบบนั้น”  เซดริกหมุนตัวจะเดินออกไปนอกปราสาทแทนที่จะขึ้นไปหอนอน

“โชคดีก็แล้วกัน”  ฌอนร้องบอก  แล้วเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟทั้งสามก็เดินขึ้นบันไดไป 

เซดริกสาวเท้าเร็วๆออกไปนอกปราสาท  เขาเห็นแต่ไกลว่าที่ใต้ต้นบีชมีเด็กบ้านกริฟฟินดอร์นั่งอยู่สองคน  เด็กชายรีบเดินตรงไป

“สอบเสร็จสักที  ฉันนึกว่าจะไม่มีวันได้หายใจหายคอโล่งๆแบบนี้ซะแล้ว”  เซดริกทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเฟริน่า

                “นี่เนวิลล์”  เด็กหญิงแนะนำเด็กชายหน้ากลม

                “หวัดดี  ฉันเซดริก   ฉันจำนายได้   เคยเห็นที่ห้องสมุด”  เซดริกพูด 

                “หวัดดี  นายนั่นเองที่เฟริน่าเคยพูดถึง”  เนวิลล์พูด  พลางจ้องมองเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟอย่างประหลาดใจ 

                “โอ้  เธอพูดถึงฉันว่ายังไงล่ะ  จอมเสียมารยาทชอบแอบฟังเรื่องคนอื่นหรือเปล่า”  เซดริกหัวเราะ  ในขณะที่เฟริน่ากลอกตา

                เด็กชายหน้ากลมส่ายหน้า   “ไม่นะ  เธอบอกว่านายเป็นคนดี  ใจดีมากๆ”  

คำพูดของเนวิลล์ดูจะทำให้เซดริกรู้สึกหน้าร้อนผ่าว  แต่หัวใจในอกพองโตเมื่อได้รู้ว่าเธอพูดถึงเขาว่าอย่างไรบ้าง  และมันช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะต้องยิ้มกว้างออกมา

                “ดีจริง  ที่เธอไม่พูดเรื่องน่าอายนั่น”  เซดริกหัวเราะกลบเกลื่อนความเก้อเขิน

                “แล้วอะไรที่นายบอกว่าชอบแอบฟัง”  เนวิลล์ถาม  พลางหยิบทาร์ตน้ำตาลข้นใส่ปาก 

                “ช่างเถอะ  อย่ารู้เลย”  เซดริกหัวเราะ  แล้วเฟริน่ากับเนวิลล์ก็แบ่งขนมให้เขากิน  เซดริกนั่งกินพลางจ้องมองไปยังทะเลสาบ  ในสมองเริ่มคิดว่าเขาควรเริ่มเอ่ยปากชวนเธอเดทตอนไหนดี  แต่เขารู้ว่าเวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะทำแบบนั้น  และเมื่อนึกถึงว่าปิดเทอมนี้จะไม่ได้เจอหน้าเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง  เขาก็รู้สึกโหวงๆในอก

                “ปิดเทอมนี้คงน่าเบื่อน่าดูเลยนะ  ฉันว่าอยู่ที่ฮอกวอตส์มีอะไรสนุกๆให้ทำตั้งเยอะเลย”  เซดริกพูด  เขาอยากรู้ว่าปิดเทอมนี้เธอจะทำอะไรบ้าง

“นั่นสิ”  เฟริน่าพึมพำ  และเธอก็เริ่มจมอยู่ในความคิด



 

คืนนั้นเซดริกนอนไม่หลับ  เขานอนนิ่งๆฟังเสียงกรนของเพื่อนมาร่วมหลายนาทีแล้ว  ในที่สุดเซดริกก็ลุกขึ้นมานั่ง 

“เฮ้อ  ไม่น่าให้พวกนั้นพูดเรื่องพอตเตอร์เลย”  เขาพึมพำและมองออกไปนอกหน้าต่าง 

คืนนี้ช่างเงียบสงบ  แต่จิตใจของเซดริกกลับว้าวุ่น  เขาก้าวลงจากเตียง  พลางหยิบเสื้อคลุมชุดนอนและเดินลงไปยังห้องนั่งเล่นรวม  เด็กชายนั่งจ้องมองไฟในเตาผิง  ในสมองเริ่มคิดทบทวนว่าพอตเตอร์เคยแสดงท่าทีว่าชอบเฟริน่าบ้างหรือไม่

“โอ๊ย  ให้ตายเถอะ”  เซดริกลูบหน้าตัวเอง  เมื่อเขาไม่เคยสังเกตพอตเตอร์เลยสักครั้ง  เพราะเมื่อเขาเห็นเด็กบ้านกริฟฟินดอร์  เขาก็จ้องมองแค่เฟริน่าเท่านั้น  เขาไม่ได้สนใจใครเลย  แล้วความอุ่นสบายที่แผ่ซ่านออกมาจากเตาผิงก็ทำให้เซดริกเผลอหลับไป  และเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็เริ่มฝัน  ในความฝันเขาเห็นเฟริน่าบอกกับเขาว่าเธอชอบพอตเตอร์  และพอตเตอร์ก็พาเธอขี่ไม้กวาดนิมบัสสองพันจากไปต่อหน้าต่อตาเขา

เช้าวันต่อมาเซดริกถูกปลุกแต่เช้า  และข่าวเรื่องการเผชิญหน้าระหว่างพอตเตอร์กับเจ้าแห่งศาสตร์มืดก็แพร่กระจายไปทั่วโรงเรียน  เซดริกแทบไม่เป็นอันทำอะไรเมื่อรู้ว่าเฟริน่าก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย  และตอนนี้เธออยู่ในห้องพยาบาล  ซึ่งเซดริกพยายามขอร้องแกมอ้อนวอนมาดามพอมฟรีย์เพื่อเข้าไปเยี่ยมเธอใกล้ๆ  แต่หล่อนก็ยืนยันด้วยเสียงหนักแน่นว่าไม่อนุญาตให้ใครเข้าเยี่ยมทั้งนั้น  ดังนั้นเด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟจึงทำได้เพียงยืนแอบมองเธอจากประตู  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ลืมที่จะส่งขนมฝากมาดามพอมฟรีย์ไปให้เธอในห้องพยาบาล

ในที่สุดเฟริน่าก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากห้องพยาบาล  เซดริกแวะเวียนมาหาเธอที่โต๊ะกริฟฟินดอร์หลังจากที่โดนเพื่อนๆทั้งสามขู่เข็ญต่างๆนานาว่าเขาควรเลิกประหม่า  ในเมื่อตอนนี้เขาเป็นเพื่อนกับเธอแล้ว  และไม่แปลกเลยที่เพื่อนจะเดินไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์เพื่อถามไถ่อาการ  และเพื่อไม่ให้ดูประหลาดเกินไป  เซดริกจึงยืมหนังสือที่น่าสนใจติดมือมาฝากเธอด้วย 

หลังจากที่ถามถึงอาการบาดเจ็บของเธอ  เด็กชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟจึงเปลี่ยนมาให้คำแนะนำเรื่องการเรียนปีสองแทน  ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ดูจะปลาบปลื้มยิ่งกว่าเฟริน่าเสียอีก  แต่ถึงอย่างนั้นเซดริกก็คิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี  ถ้าเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเฟริน่า  เขาก็ควรสนิทกับเฮอร์ไมโอนี่ที่ดูจะสนิทกับเธอเอาไว้  ดังนั้นเซดริกจึงไม่รังเกียจเลยที่จะตอบคำถามและให้ข้อมูลทุกอย่างที่เด็กหญิงผมฟูอยากรู้ 

ตำแหน่งแชมป์บ้านดีเด่นปีนี้เกือบตกเป็นของสลิธีรินอย่างน่าใจหาย  แต่ในท้ายที่สุดเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นก็ทำให้ดัมเบิลดอร์แจกคะแนนให้เด็กบ้านกริฟฟินดอร์เสียมากมาย  จนแชมป์บ้านดีเด่นตกเป็นของกริฟฟินดอร์แทน 

“แฟนนายในอนาคตนี่เก่งชะมัด”  เจมี่บอกล้อๆ  ขณะร่วมปรบมือไปกับคนอื่นๆ

“เงียบน่า  เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดกันพอดี”  เซดริกถองใส่เจมี่  แต่เขากระโดดหลบทัน

“นั่นๆ  ดูนั่นสิ  เห็นไหม”  ฌอนพูด  พลางรีบชี้ไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์

“โอ้โฮ  ดูพอตเตอร์สิ  ต้องกอดเฟริน่าแน่นซะขนาดนั้นเชียวหรือ”  ทิโมธีพูด

เซดริกขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด  “อย่าน่า!

“เออ  ถ้านายยังทำเฉย  ไม่สังเกตพอตเตอร์แบบที่พวกเราทำล่ะก็  นายเสียเฟริน่าให้พอตเตอร์แน่ๆ”  เจมี่ขู่ 

“ไม่มีทางที่จะเป็นแบบนั้นหรอก”  เซดริกบอก  แม้ว่าในใจของเขาไม่ได้รู้สึกแบบที่พูดเลยสักนิด


______________________________________________________


ใครอยากอ่านเซดริกตอนเฟริน่าปีสอง  ซึ่งมีเหตุการณ์ที่ป๋าเนปใช้อำนาจในฐานะอาจารย์สั่งงานพี่เซดริกเยอะแยะ  ต้องรอค่ะ  55555  เป็นตอนสอง  มันมีเหตุการณ์มากกว่านั้นอีก  ป๋าเนปน่ะร้ายนะคะ  ร้ายเงียบด้วย  สงสารเซดริกเลย  5555  ส่วนเรื่องที่เซดริกนอนละเมอถึงเฟริน่าก็อยู่ตอนปีสองนั่นแหละค่ะ  ตอนแรกตั้งใจจะแต่งให้อยู่ในตอนนี้จบ  แต่มันชักจะยาวเกินไป  เลยตัดจบตอนที่หนึ่งให้จบตอนปีหนึ่งของเฟริน่าดีกว่า  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 307 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2256 KaTeung (@KaTeung) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 20:23
    เซด นั้นเด็กอายุ11นะ คุกๆๆๆ
    #2256
    1
    • #2256-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      9 เมษายน 2562 / 14:22
      55555555
      #2256-1
  2. #2000 + SaiChil + (@parkchaewon00) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 03:55
    ชอบแก๊งค์กัปตันเซดจังเลยค่ะ และขำกัปตันมากมายอะไรคือการชมสาวแบบน๊านนนน เราไม่ชมผิวสาวกันนะคะกัปตั๊นนนน คุณควรจะชมสีตาของเธอไม่ก็สีผมหรือไม่ก็ชมเวลาเธอยิ้มหรือหัวเราะดีกว่านะ 55555 แต่ก็ต้องยอมอ่ะค่ะ ก็กัปตันเซดน่ะใสซื่อ ขี้อาย ไร้เดียงสา แต่อาจจะแอบร้ายนิดๆหลังจากนี้ คิกๆ รอตอน 2 ของกัปตันเซดค่ะ
    #2000
    1
    • #2000-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 09:52
      แก๊งหนุ่มฮัฟเฟิลพัฟกับเซดสุดโก๊ะ 55555 สมกันจริงๆ การชมนั่น คือชมแล้วนะ เซดฝากบอกมา 5555
      #2000-1
  3. #1957 Karina-chan (@Rinka3645) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 09:20

    รักเซดและรักแก็งค์ของนางงง~ น่ารักกก!!???????????? อยากให้เซดมีตอยพิเศษแบบทอมบ้างจัง คงฟินน่าดู~????????????

    #1957
    1
    • #1957-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      2 ตุลาคม 2561 / 11:59
      พี่เซดและแกงค์ฮัฟเฟิลพัฟช่างน่ารักกกกกก อันนี้ตอนพิเศษค่ะ หลังๆจะไม่อิงตอนหลัก!
      #1957-1
  4. #1824 Easter_Elf (@Easter_Elf) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 21:01
    เพื่อนๆนางน่ารักอ่ะ. ดีจังที่มีเพื่อนแบบนี้
    #1824
    1
    • #1824-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      17 กันยายน 2561 / 16:38
      ชอบแกงค์เด็กหนุ่มฮัฟเฟิลพัฟมากจริงๆ มีความฮา แต่รักดันดี
      #1824-1
  5. #1578 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 00:30

    เซดน่ารักมากฮืออ ขำเพื่อนๆ ลูกคู่ลูกชงเฮฮาดีจังเลยค่ะ

    #1578
    1
    • #1578-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      1 สิงหาคม 2561 / 00:36
      ในตอนหลักเซดจะยิ่งน่ารักขึ้นเรื่อยๆค่ะ >///<
      #1578-1
  6. #1566 ~@Min...฿$*.* (@arisra-min) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 12:50
    ร...เรือลำนี้ก็ดจีย์...
    #1566
    1
    • #1566-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      31 กรกฎาคม 2561 / 23:07
      เซดริกกกกกกก
      #1566-1
  7. #1477 BlackyC (@poonyaweepengjan) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 16:18
    เพื่อนๆผู้น่ารัก55
    #1477
    1
    • #1477-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      26 มิถุนายน 2561 / 20:45
      555555 เพื่อนชงตลอดดด
      #1477-1
  8. #1408 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 16:56
    เซดริกน่ารัก เพื่อนๆ ก็ตลก เชียร์ได้เชียร์ดี 555555
    #1408
    1
    • #1408-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      20 มิถุนายน 2561 / 10:49
      ชอบเด็กหนุ่มจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟแต่ละคนน่ารักจริงๆๆ
      #1408-1
  9. #1317 wissturn (@OTAkuuu) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 20:38
    เซดริกนน่ารักมากเลยยยย พอมาอ่านมุมนางแล้วน่ารักเว่อ จากมุมเฟริน่าเราเขิน555
    #1317
    1
    • #1317-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      12 มิถุนายน 2561 / 20:57
      ใช่ค่ะ เซดริกเป็นผู้ชายที่เขินแล้วน่ารักมาก //บิดหมอน อยากได้ผู้ชายแบบนี้ ><
      #1317-1
  10. #1305 m.inasillymood (@xxsqmtt) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 17:20
    เป็นตอนที่อ่านแล้วจุใจมากจริงๆค่ะ ชอบบบ เซดริกน่ารักก เพื่อนๆเซดดริกก็เชียร์เก่งง รอไรท์กลับมาต่อนะคะ สู้ๆค่า
    #1305
    1
    • #1305-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      9 มิถุนายน 2561 / 16:06
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ อิอิ เซดริกกับแก๊งค์เพื่อนมีความน่ารักจริงๆ อยากให้เห็นตอนป๋าเนปมากๆ 55555 ขอบคุณที่รอและเป็นกำลังใจนะคะ ^^
      #1305-1
  11. #1302 Achyls (@mynamenane) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 00:29
    เพื่อนเซดริก...มีความผลักดันเพื่อนสูง 5555 เซดริก โถ่ พ่อหนุ่มแสนซื่อ
    #1302
    1
    • #1302-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      9 มิถุนายน 2561 / 16:04
      เพื่อนเซดริกมีความเป็นนักปั้นค่ะ 5555
      #1302-1
  12. #1299 Kawakai Eclair (@tang-mo_za) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 23:21
    แก๊งค์เพื่อนก็ยังคงความเล่นใหญ่5555 พี่เซดน่ารักมากกก แงงงง //// รักในความหนุ่มขี้อายยย เราจะพายเรือลำนี้ต่อไปค่ะ! U///U
    #1299
    1
    • #1299-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      9 มิถุนายน 2561 / 16:03
      มาดูว่าตอนต่อไป ป๋าเนปจะทำยังไงกับแก๊งค์เพื่อน 5555
      #1299-1
  13. #1297 Bogummy (@-blackbunny-) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 18:37
    งื้อออออ ทำไมน่ารักแบบนี้ อยากอ่านของเดรโกไวๆด้วยยยยยยย
    #1297
    1
    • #1297-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      9 มิถุนายน 2561 / 16:00
      เซดริกเป็นผู้ชายขี้อายที่น่ารักมากจริงๆค่ะ ฮือออออ
      #1297-1
  14. #1296 SarutaRoilap (@SarutaRoilap) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 17:10
    พี่เซด พะ พะ พูด ติดอะ อ่าง555
    #1296
    1
    • #1296-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:53
      เวลาเซดริกเขินจะพูดตะกุกตะกัก ซุ่มซ่าม ไรท์ชอบผู้ชายขี้อายนะ น่ารักดีย์ 555
      #1296-1
  15. #1295 Empty_Cat (@nanaho2553) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 15:54
    ทำไมเพื่อนๆเซดริกถึงขี้ใส่ใจกันแบบนี้555555555 ใส่ใจเกินไปแล้วววว55555
    #1295
    1
    • #1295-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:53
      ใส่ใจจนเซดริกเขินแล้วเขินอีก ฮาาาาาาาาาาาาา
      #1295-1
  16. #1294 daidochi (@daidochi) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 11:11
    หวาน หวานมากๆ
    #1294
    1
    • #1294-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:52
      ตอนเดทจะหวานกว่านี้อีกนาาาาา
      #1294-1
  17. #1293 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 01:07

    คคความมาดึกคือ?

    #1293
    1
    • #1293-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:52
      มาดึกตลอด เพราะไรท์ทำงานหามรุ่มหามค่ำมากเลยค่ะ T^T
      #1293-1
  18. #1292 Hoshi_ruri (@tuesday6483) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 00:49
    รู้สึกหมั่นไส้แก๊งค์ และเกลียดในความเล่นใหญ่ของเพื่อนเซดอะ55555 แต่ก็ชอบความตลกของพวกนาง555555
    #1292
    1
    • #1292-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:52
      แก๊งหนุ่มฮัฟเฟิลพัฟสายกวน สายล้อ สายชง สายเสี้ยม สายมันทุกสาย 55555
      #1292-1
  19. #1291 Achyls (@mynamenane) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 00:33
    อื้อหืออออออ แก๊งค์เพื่อนยังแสบสันเช่นเคย 55555 เซดริก... //ตบบ่าเบาๆ// สักวันความพยายามของนายจะต้องได้ผล 555
    #1291
    1
    • #1291-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:51
      บางทีก็รู้สึกสงสารเซดริกนะ เพื่อนก็แสบเกิน ทั้งแกล้งทั้งล้อตลอด 55555
      #1291-1
  20. #1287 yamamotoaki121 (@yamamotoaki121) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 01:15
    รอต่อไป~~~
    #1287
    1
    • #1287-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:47
      อัพแล้วนาาาาาา
      #1287-1
  21. #1286 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 01:04

    เนื่องจากมีความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยของไรท์เองในส่วนเนื้อเรื่องที่เพิ่งอัพ ขอซ่อนตอนแล้วทำการแก้ไขก่อนนะคะ หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้อ่านค่ะ TT

    #1286
    3
    • #1286-2 Bloodhound (@Bloodhound) (จากตอนที่ 56)
      2 มิถุนายน 2561 / 11:02
      สู้ๆนะคะ รอน้าาา
      #1286-2
    • #1286-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:47
      @nannanejung 5555 พอดีมีอะไรผิดพลาด (ไม่หน่อย) ค่ะ

      @Bloodhound ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ค่าา
      #1286-3
  22. #1281 รัตติกาณจน์ (@14492) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 18:30
    รอนะคะ อิอิ #เรือสเนป ทอม ซีเรียส !!! *^*
    #1281
    1
    • #1281-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:43
      3 เรือก็มาาาาา
      #1281-1
  23. #1279 Bloodhound (@Bloodhound) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:59
    ลอยคอ(ผวนคำ)อยู่กลางทะเลน้าาาา คิดถึงงงงง (T0T)
    #1279
    1
    • #1279-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 17:43
      อยากจะอัพบ่อยๆนาาา แต่เวลาไม่อำนวย T^T
      #1279-1
  24. #1254 EllaQ (@EllaQ) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 00:58
    ชอบฟิคเรื่องนี้มากแง เรือเซตดริกค่ะ ไม่อยากให้เค้าตายเลยชอบมากที่ฟิคๆหนึ่งจะวห้ความสำคัญกับตัวประกอบอย่างพี่เค้า พูดละคิดถึง แพตทิสัน แงงง ขอบคุณที่แต่งฟิคเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ//ขอให้แมวได้รับการช่วยเหลือจนหายดีค่ะ
    #1254
    1
    • #1254-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 16:11
      ไรท์ตั้งใจว่าเซดริกจะมีความสำคัญในระดับหนึ่งกับหนูเฟค่ะ เล่ม 3 จะมีบทเยอะมากๆ เรียกได้ว่า น่าร้ากกกก พ่อเทพบุตรเลยล่ะ ฮืออออ
      #1254-1
  25. #1238 Bloodhound (@Bloodhound) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 16:27
    <p>สู้ๆนะคะ ขอให้น้องเเมวหายไวๆน้าาา</p>
    #1238
    1
    • #1238-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 56)
      4 มิถุนายน 2561 / 14:52
      ขอบคุณมากๆค่าาา สาธุเลยยย
      #1238-1