[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 68 : PART 3 of HP --- The letter from Newt Scamander (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 377 ครั้ง
    31 ม.ค. 62



The letter from Newt Scamander

*****************************


“แล้วฉันจะเอาขนมจากร้านฮันนี่ดุกส์มาฝากนาย  เอามาให้เพียบเลย”  รอนพูดอย่างเอาจริงเอาจริง  ขณะที่เดินไปที่โถงทางออก  เพื่อไปรวมตัวกลับกลุ่มเนวิลล์

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก”  แฮร์รี่ตอบด้วยเสียงที่เขาได้แต่หวังว่าฟังดูเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก   ตอนนี้เด็กชายทั้งสองมาถึงโถงทางออกแล้ว  และมันช่วยไม่ได้เลยที่สายตาของแฮร์รี่จะมองหาเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง 

และเขาก็เห็นเธอในที่สุด  เด็กหญิงกำลังเดินมาพร้อมกับเฮอร์ไมโอนี่  วันนี้เธอถักเปียและดูสวยน่ารักมาก  แฮร์รี่ได้แต่คิดอย่างขุ่นเคืองใจว่าทำไมเธอต้องแต่งตัวด้วย  มันก็แค่เดตโง่ๆกับเซดริกจอมทึ่มจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟเท่านั้นเอง  แฮร์รี่ยังคงยืนรอเพื่อนๆต่อคิวเรียงแถวอยู่ที่โถงทางออก  เขาชำเลืองมองไปที่เธอเป็นระยะๆ  ก่อนจะเห็นเซดริกกำลังเดินตรงไปหาเธอ  พร้อมกับยิ้มเหมือนคนโง่

“ไว้เจอกันที่งานเลี้ยง  เที่ยวให้สนุกนะ”  แฮร์รี่บอกกับรอน  และหันหลังกลับออกจากโถงทางออก 

เด็กชายแว่นกลมเดินไปตามทางเดินที่ร้างผู้คนเพื่อกลับหอคอยกริฟฟินดอร์  แต่ขณะที่เขากำลังจะเลี้ยวหัวมุมห้อง  ที่ห้องเรียนห้องหนึ่งก็มีเสียงร้องทักออกมาว่า

“แฮร์รี่  กำลังหาตัวเธออยู่พอดีเลยนะจ้ะ! 

เสียงแหลมคล้ายเด็กสาวที่คุ้นหูทำให้แฮร์รี่หมุนตัวกลับไปดูว่าใครเรียก  และเขาก็เห็นแม่มดหน้าตาคล้ายคางคกกำลังแสยะยิ้มอวดฟันแหลมคม  ข้างๆกันนั้นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ยืนจับหมวกตัวเองด้วยท่าทีกระวนกระวายใจ

“สวัสดีฮะ”  แฮร์รี่อดประหลาดใจไม่ได้ที่เห็นทั้งสองที่นี่ในเวลานี้

“เข้ามาข้างในนี้ก่อนสิจ้ะ  เรามีเรื่องจะคุยกับเธอ”  อัมบริดจ์บอกเสียงกระเส่าที่ชวนน่าขนลุก

แฮร์รี่จึงเดินตามทั้งสองเข้าไปในห้องเรียนที่ยังว่างอยู่  อัมบริดจ์รีบปิดประตูตามหลังโดยไม่ลืมล็อกห้อง  ก่อนจะโอบไหล่เด็กชายไปนั่งกับฟัดจ์

“ฉันกับท่านรัฐมนตรีจำได้ว่าลุงกับป้าเธอไม่ได้เซ็นใบอนุญาตให้ไปเที่ยวฮอกส์มี้ดก็เลยมาเยี่ยมในวันนี้  ตั้งใจจะมาอยู่เป็นเพื่อน”  หล่อนพูด

“แฮร์รี่  เธอสบายดีใช่ไหม”  ฟัดจ์เอ่ยขึ้นมาบ้าง

“ผมสบายดีฮะ  ขอบคุณ  และไม่เป็นไรเลย  ผมไม่ได้อยากไปฮอกส์มี้ดอยู่แล้ว  ไม่จำเป็น  -- 

“โธ่เอ๋ย!  อย่าปิดบังเลยจ้ะ  มีเด็กคนไหนบ้างที่ถูกทิ้งให้อยู่โรงเรียนคนเดียว  ในขณะที่เพื่อนๆออกไปเที่ยวกัน  ฉันเห็นโพสันก็ทิ้งเธอด้วยนี่จ้ะ”  อัมบริดจ์เอ่ยด้วยท่าทีเห็นใจ

คำพูดของหล่อนทำให้แฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่  แต่เขาก็พยายามควบคุมสีหน้าตัวเองให้ปกติไม่คิดอะไรมาก

“ผมมีการบ้านที่ต้องทำอยู่แล้ว  ต่อให้ผมได้รับอนุญาต  ก็ไปไม่ได้หรอกฮะ”  เขาพูดเรื่อยๆ

อัมบริดจ์หัวเราะเสียงแหลม  ที่ทำให้เด็กชายอดขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดไม่ได้

“เธอโกหกไม่เก่งเลยนะจ้ะ  แฮร์รี่  แต่เอาเถอะ!  เรามาเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า  เผื่อเธอจะรู้สึกดีขึ้น”

“เอ้อ  แต่ผมมีการบ้านที่ต้องทำฮะ”  แฮร์รี่ไม่นึกอยากคุยกับอัมบริดจ์และฟัดจ์

ฟัดจ์มองเขาอย่างกังวล  แต่ไม่พูดอะไร  แฮร์รี่เห็นเหงื่อเป็นเม็ดผุดบนหน้าผากขาวซีดของเขา  ก่อนที่เขาจะชำเลืองมองอัมบริดจ์ที่ตอนนี้เริ่มพูดด้วยเสียงแหลมต่อไปว่า

“ฉันแน่ใจว่าเธอคงไม่อยากนั่งทำการบ้านในตอนนี้หรอก  ตอนที่เพื่อนๆกำลังหัวเราะอย่างมีความสุขที่ฮอกส์มี้ด  จริงไหม”

แฮร์รี่กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ  แต่อัมบริดจ์ก็รีบพูดขึ้นต่อไปทันทีว่า

“แฮร์รี่  เธอควรรับความปรารถนาดีของท่านรัฐมนตรีกับฉันในวันนี้ไว้นะจ้ะ  เราทั้งสองสละเวลามาที่นี่เพื่อมาเป็นเพื่อนนั่งคุยกับเธอ”

“เอ้อ  ผมไม่ต้อง  --  

“นี่แน่ะ  ตอนนี้แบล็กกับเลสแตรงจ์แหกคุกอัซคาบันออกมาแล้ว  ฉันคิดว่าเรื่องนี้ออกจะดูน่ากลัวสำหรับเธอสักหน่อย  แต่ฉันอยากให้เธอรับรู้ไว้ว่าสองคนนั้นตั้งใจออกมาฆ่าเธอ”  อัมบริดจ์ด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อนนัก  ราวกับกำลังพูดถึงดินฟ้าอากาศในวันนี้

“อะไรนะ!  พวกเขาจะอะไรนะฮะ”  แฮร์รี่ถามอย่างตกใจ

“วันที่พวกเขาแหกคุกออกไป  พวกเขาบอกแบบนี้  ไม่เชื่อลองถามท่านรัฐมนตรีดูสิ  ใช่ไหมคะท่าน”

ฟัดจ์สะดุ้ง  ก่อนจะพยักหน้าด้วยสีหน้าอึดอัดใจ

“เอ้อ  จะพูดอย่างนั้นก็ว่าได้  ตอนนี้เธอถูกหมายหัวอยู่”  เขาบอกเสียงเบา

แฮร์รี่ตกใจกับความจริงเรื่องนี้  แต่เมื่อคิดดูอีกทีนี่น่าจะไม่ใช่เรื่องแปลกของสมุนโวลเดอมอร์ที่ต้องการแก้แค้น  แต่การได้รับการยืนยันจากปากของรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์และปลัดกระทรวงฯพร้อมกัน  ก็ทำให้แฮร์รี่เหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่  แต่ถึงอย่างนั้น  แฮร์รี่ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด  เมื่อนึกถึงเรื่องเลวร้ายที่ทั้งคู่ทำ  โดยเฉพาะซิเรียส  แบล็กที่หักหลังพ่อแม่ของเขา  แฮร์รี่นึกอยากเจอแบล็กเข้าจริงๆสักครั้ง  เขาพร้อมจะสู้กับอีกฝ่าย

“ข่าวนี้คงทำให้เธอใจหายสินะจ้ะ  โถ  น่าสง  -- 

“ผมไม่กลัวฮะ!  แฮร์รี่ร้องและพยายามไม่ให้อัมบริดจ์โอบไหล่ทำราวกับเขาอ่อนแอ  “ถ้าพวกเขาอยากมาฆ่าผมก็มาเลย  ผมไม่กลัวหรอก!

“จ้ะ  เราเข้าใจความรู้สึกเธอตอนนี้ดี  แฮร์รี่”  อัมบริดจ์ดูพอใจมากที่เห็นแฮร์รี่โกรธจัด  “ฉันกับท่านรัฐมนตรีถึงได้มาที่นี่เพื่อขอให้เธอช่วยไปเป็นพยาน”

“พยาน”  แฮร์รี่ทวนคำ  “พยานอะไรหรือฮะ”

“ก็พยานที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องรื้อฟื้นคดีของแบล็กที่ยังค้างพิจารณาอยู่น่ะสิจ้ะ  คณะกรรมการจะได้มีคำสั่งขอให้ศาลสูงวิเซนกาม็อตยุติคดีนี้และตัดสินเด็ดขาดว่าแบล็กไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์”  อัมบริดจ์อธิบาย

“คดีที่เฟริน่ายื่นฎีกาไปเหรอฮะ”

“ใช่จ้ะ  คดีนั้นแหละ  ตอนนี้คดียังค้างพิจารณาอยู่  เพราะดัมเบิลดอร์อ้างว่าการพบปีเตอร์  เพ็ตติกรูวส์และคำรับสารภาพของเขานั้นเป็นเหตุให้สามารถเลื่อนคดีของแบล็กออกไปก่อนได้  จนกว่าจะพิสูจน์ได้จริงๆว่าแบล็กไม่ได้ร่วมมือกับเลสแตรงจ์แหกคุกออกไป  จริงไหมคะท่าน”  อัมบริดจ์หันไปถามฟัดจ์

“จริง  คดีของแบล็กยังค้างพิจารณาอยู่”  รัฐมนตรีตอบเสียงเบาและไม่กล้าสบตาแฮร์รี่  เขากำลังนั่งหมุนหมวกในมืออย่างใจลอย

“ดังนั้น  ถ้าเธอจะช่วยมาเป็นพยานว่าเธอค่อนข้างหวาดหวั่นต่อการที่แบล็กกับเลสแตรงจ์ยังไม่ถูกจับ  และอ้างว่าเธอได้พบแบล็กและเขามีท่าทางข่มขู่เธอ  นั่นจะช่วยให้คดี  -- 

แฮร์รี่กระโดดลุกขึ้นยืน  เขาหายใจถี่กระชั้นด้วยความโกรธเมื่อได้ยิน   ถ้าเขาทำอย่างนั้น  เฟริน่าต้องเดือดร้อนมากแน่ๆ 

“ไม่ฮะ!  ผมจะไม่ทำอย่างนั้น” 

อัมบริดจ์กับฟัดจ์ดูตกใจที่เห็นปฏิกิริยาของเขา

“นี่แน่ะ  แฮร์รี่  ฟังฉันให้ดีนะจ้ะ  เรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของตัวเธอเอง  ฉันกับท่านรัฐมนตรีพยายามหาทางช่วยเธอ  -- 

“จะให้ผมโกหกว่าเจอแบล็ก  ผมทำไม่ได้หรอกฮะ!  เด็กชายโพล่งขึ้น   “ผมจะไม่เป็นพยานอะไรทั้งนั้น!

แฮร์รี่สาบานได้ว่าเขาเห็นดวงตาโปนๆของอัมบริดจ์มีประกายโกรธจัดก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว  หล่อนพูดเสียงหวานแหลมสูงราวกับเขาเป็นเด็กเล็กๆที่ยังไม่เข้าใจ

“แต่นี่ก็เพื่อความปลอดภัย  -- 

“แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับเฟริน่า  ถ้าผมทำอย่างนั้น   ผมทำไม่ได้ฮะ  เสียใจด้วย”  แฮร์รี่ยืนยัน  ถึงแม้ว่าการไปเป็นพยานจะทำให้ซิเรียส  แบล็กตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก   แต่ถ้าเรื่องนี้จะมีผลต่อเด็กหญิงไปด้วย  แฮร์รี่ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะปฏิเสธ

“แฮร์รี่”  ฟัดจ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง  “เธอต้องเข้าใจนะว่าทั้งหมดนี่เพื่อความปลอดภัยของเธอ“

“เธอควรนึกถึงตัวเองก่อนที่จะนึกถึงเพื่อนนะจ้ะ”  มุมปากของอัมบริดจ์ตกห้อยอย่างน่าเกลียดเมื่อหล่อนยิ้ม  “เท่าที่ฉันได้ยินมา  ตอนนี้เธอกับโพสันไม่พูดกันแล้วนี่จ้ะ  ใช่ไหมล่ะ” 

ราวกับคำพูดนั้นจี้ใจดำเขาเข้าเต็มๆ  ไม่ใช่เพราะคืนนั้นอัมบริดจ์ส่งหนังสือพิมพ์และจดหมายมาหรือยังไง  ถึงทำให้เขาขาดสติยั้งคิด

“ผมจะพูดหรือไม่พูดกับเฟริน่า  มันไม่สำคัญฮะ  แต่ยังไงผมก็จะไม่มีวันไปเป็นพยานหรือช่วยโกหกอะไรทั้งนั้น”  แฮร์รี่พูดเสียงเย็นใส่

“แฮร์รี่  เธอต้องเลิกสนใจโพสัน  เด็กคนนั้นยังไม่สนใจและห่วงในความปลอดภัยของเธอเลย  อีกอย่างแบล็กหักหลังพ่อแม่เธอนะจ้ะ  เธอจะปล่อยให้แบล็กได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ไม่ได้”  แม่มดหน้าคางคกพยายามอธิบาย

“แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับเฟริน่า  ถ้าผมทำอย่างนั้น  คนอื่นๆจะยิ่งมองเธอว่ายังไง”  แฮร์รี่ถาม

อัมบริดจ์หัวเราะเสียงแหลมเสียดแทงหู

“เธอไม่ต้องสนใจว่าโพสันจะเป็นอย่างไร  เธอต้องห่วงตัวเอง  -- 

ผมจะไม่เป็นพยานอะไรทั้งนั้น! แฮร์รี่คำราม  เขาไม่อาจทนมองอัมบริดจ์และฟัดจ์ได้อีกจึงรีบผลักประตูออกจากห้องไป 

เด็กชายเดินไปตามระเบียงที่ไร้ผู้คนอีกครั้ง  เขาหายใจถี่กระชั้น  หัวใจเต้นแรงอย่างเกรี้ยวกราด  แฮร์รี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองเพิ่งได้ยินอะไรมา  และเขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองเพิ่งหนีออกมาอย่างเสียมารยาท  แต่เพียงแค่คิดว่าฟัดจ์กับอัมบริดจ์พยายามให้เขาทำร้ายเฟริน่า  เขาก็ไม่อาจทนเก็บอารมณ์ได้อีกต่อไป 



 

เฟริน่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นซิเรียสกำลังขย้ำแขนของเซดริก  

โอ๊ย!  แขนฉัน

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเซดริกทำให้เด็กหญิงได้สติ  เธอรีบกระโจนเข้าไปพยายามดึงซิเรียสออก

“หยุดนะ!  เธอร้องบอก 

ซิเรียสไม่สนใจและยังขย้ำแขนของเด็กหนุ่มบ้านฮัฟเฟิลพัฟต่อไป  เฟริน่าคิดว่าเธอต้องเรียกให้เขาได้สติ  แต่จะเรียกชื่อของซิเรียสไม่ได้  ด้วยความคิดอะไรไม่ออกเธอจึงร้องออกไปว่า

โตโต้!  หยุดเดี๋ยวนี้  อย่าทำเขา

เหมือนจะได้ผล  เมื่อซิเรียสดูตกใจกับชื่อที่เธอใช้เรียก  เขาปล่อยแขนเซดริกและถอยหลังมานั่งข้างเธอ  แต่ดวงตาสีเทาคอยจับตาดูเซดริกอย่างเกรี้ยวกราด  เฟริน่ารีบตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่มฮัฟเฟิลพัฟ  แขนของเขามีเลือดไหลซึมออก  มีรอยแผลเหวอะหวะจากคมเขี้ยวที่มองดูน่ากลัว

“โอ๊ย!  เซดริกสะดุ้งเมื่อเธอเลื่อนมือไปแตะที่แขนของเขา  ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนแทบเขียว

“เซดริก  เรารีบกลับปราสาทกันดีกว่า  ฉันจะพานายไปห้องพยาบาลเอง”  เฟริน่าบอกและช่วยให้เซดริกยืนขึ้น

“นั่นตัวอะไรน่ะ”  เด็กหนุ่มถามและจ้องมองไปที่ซิเรียสอย่างหวาดๆ  “ฉันได้ยินเธอเรียกชื่อมันด้วย”

“เอ้อ  --  คือ  --    เฟริน่าชำเลืองไปที่ซิเรียส  เขากำลังจ้องมองเซดริกด้วยสายตาที่พร้อมจะกระโจนเข้ามาขย้ำ  เด็กหญิงไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรที่ทำให้ซิเรียสดูเกลียดชังเซดริกนัก  แต่เธอคิดว่าควรพาทั้งคู่กลับปราสาท  และเธอต้องรีบแยกทั้งสองคนให้เร็วที่สุด  ก่อนที่ซิเรียสจะทนไม่ไหวและฝังเขี้ยวบนตัวเซดริกอีกครั้ง  “เขาเป็นหมาของฉันเอง  ชื่อโตโต้”

“หมาเธอ”  เด็กหนุ่มทวนคำ  “เธอไม่เคยเล่าเลยว่าเธอเลี้ยงหมาไว้ด้วย  แล้วมันมาที่นี่ได้ยังไง”

“ฉันคงลืมเล่าไปน่ะ  อีกอย่างสงสัยคงมีใครสักคนพามันมาที่ฮอกส์มี้ด”  เฟริน่าตอบ  และรีบเปลี่ยนเรื่อง  “เรารีบกลับเข้าปราสาทกันเถอะ”

 เด็กหญิงพาเซดริกเดินกลับไปยังปราสาท    ซิเรียสเดินตามไม่ห่างและคอยส่งสายตาอาฆาตไปที่เด็กหนุ่ม  และเมื่อถึงริมรั้วที่มีผู้คุมวิญญาณเฝ้าอยู่  ซิเรียสก็รีบเดินมาใกล้กับเธอ  เฟริน่าแข็งใจเดินผ่านไปอย่างรวดร็ว  โชคดีที่มันถูกสั่งให้ยืนห่างออกไปจากทางเข้ามาก  เด็กหญิงจึงพาเซดริกกลับเข้ามาในปราสาทได้ในที่สุด

“ดูเหมือนหมาเธอจะไม่ชอบฉันเลยนะ”  เซดริกบอกอย่างหวาดๆ  เมื่อเฟริน่าผลักประตูห้องพยาบาลเข้าไป

“ฉันคิดว่า  โตโต้คงเข้าใจอะไรผิดไป”  เธอพูด  พร้อมกับชำเลืองมองไปที่ซิเรียสที่จ้องเด็กหนุ่มฮัฟเฟิลพัฟเขม็ง  “ฉันจะไปบอกมาดามพอมฟรีย์นะ   นายรออยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยว“

“ฮื่อ”  เซดริกบอกพลางนั่งลงบนเตียง  เขามองไปที่ซิเรียสอย่างขยาดๆ  “เอาหมาเธอไปด้วยก็ดีนะ  มันทำท่าเหมือนจะกัดฉันอีก”

“โตโต้  มานี่”  เธอหันไปเรียกซิเรียสที่ดูไม่เต็มใจนัก 

เฟริน่าเคาะประตูห้องทำงานของมาดามพอมฟรีย์และเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น  หล่อนเอ็ดเธอที่ดูแลหมาไม่ดี  และกำชับว่าอย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก  ก่อนจะหันไปหยิบขวดน้ำยาและออกมาทำแผลให้เซดริก  เด็กหญิงบอกกับเซดริกว่าเธอเพิ่งจำได้ว่ามีการบ้านที่ยังทำไม่เสร็จ  และต้องรีบกลับไปทำ  เด็กหนุ่มไม่ได้สงสัยอะไร  เขาดูดีใจที่จะได้อยู่ห่างๆซิเรียส

เด็กหญิงรีบออกจากห้องพยาบาลโดยมีซิเรียสตามมาติดๆ  เธอตั้งใจจะพาซิเรียสไปพบดัมเบิลดอร์ที่ห้องทำงาน  แต่เมื่อเดินไปได้สักพัก  ประตูห้องเรียนห้องหนึ่งก็เปิดออก  เฟริน่าเห็นลูปินชะโงกหน้าออกมาจากห้อง  และทันทีที่เขาเห็นสุนัขตัวใหญ่สีดำ   เขาก็เบิกตาโตทั้งประหลาดใจและดีใจในเวลาเดียวกัน

“หนูกำลังจะพาโตโต้ไปที่ห้องทำงานของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ค่ะ”  เฟริน่ารีบพูด

“โตโต้”  ลูปินทวนคำยิ้มๆ  ก่อนจะพูดว่า  “ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ไม่อยู่  เธอพาโตโต้มาที่ห้องทำงานครูก่อนก็ได้  มาสิ”

ซิเรียสกระดิกหางด้วยความดีใจ  เฟริน่าเห็นเขาดูประหลาดใจมากที่ลูปินไม่ตกใจที่เห็นเขา  ทั้งสามจึงเดินลงจากบันไดไปที่ห้องทำงานของลูปิน

ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง  ซิเรียสก็รีบคืนร่าง  เฟริน่าเห็นชายหนุ่มที่ผอมโซหนังหุ้มกระดูก  ผมยาวกะเซอะกะเซิง  เสื้อผ้าเต็มไปด้วยโคลนสกปรก  หน้าตาโหลกลึกและซีดเหมือนผีดิบแทนร่างของสุนัข

“รีมัส  นายดูไม่แปลกใจเลยที่เห็นฉัน”  ซิเรียสพูดอย่างทึ่งๆ

“ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว  ขอโทษนายด้วยสำหรับตลอดเวลาที่ผ่านมา  ฉันนึกว่านายหักหลังเจมส์”  รีมัสพูดด้วยท่าทางขรึมๆ

“ไม่เป็นไร  เพื่อน”  ซิเรียสบอกอย่างยินดี  เฟริน่าเห็นทั้งสองกอดกัน

“ฉันจะชงชาให้”  รีมัสรีบเดินข้ามห้องไปที่โต๊ะและเริ่มชงชา  “เฟริน่า  เธอเจอเขาได้ยังไง”

คำถามของลูปินทำให้เธอนึกได้ว่าซิเรียสกัดเซดริก

“ซิเรียสโผล่เข้ามากัดดิกกอรี่ค่ะ”  เฟริน่าตอบ  ก่อนจะหันไปจ้องมองซิเรียส  “คุณกัดเซดริกทำไมคะ”

ซิเรียสพ่นลมหายใจดังพรืด  ก่อนจะพูดอย่างมีอารมณ์ว่า

“ไอ้เด็กคนนั้นมันพยายามจะจูบเธอนี่  ยัยหนู”

เฟริน่าอ้าปากค้าง  และรีบพูดเมื่อหาเสียงตัวเองเจอ

“อะไรนะคะ!  แต่  --  ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องกัดด้วยล่ะคะ”

“ยัยหนู  เธอจะเที่ยวให้เด็กผู้ชายจูบไม่ได้นะ  -- 

“แต่เขาเป็นแฟนหนูนะคะ!  เธอร้องบอก

ซิเรียสเบิกตาโตราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง 

“แฟน!  ยัยหนู  เธออายุสักเท่าไหร่กันเชียว”  เขาพูดเสียงเขียวเมื่อหาเสียงตัวเองเจอ  “ไม่ๆ  ฉันไม่อนุญาตให้เธอมีแฟนในตอนนี้  ยัยหนู  รีบไปบอกเลิกไอ้เด็กนั่นซะ”

“ซิเรียส  แต่หนูกับเขาเราเพิ่งคบกันวันนี้เองนะคะ  แล้วจะให้หนูไปบอกเลิก  -- 

“นั่นแหละ!  ซิเรียสตบมืออย่างชอบใจ  “ก็ไปบอกว่าเธอเปลี่ยนใจไม่อยากคบกับเขาแล้ว”

ลูปินเดินข้ามห้องกลับมา  พร้อมกับถ้วยชาบิ่นๆสามใบและกาน้ำ  สีหน้าของเขามีรอยยิ้มที่มุมปากอย่างขำขัน  เขาไม่ได้พูดอะไร  แต่กำลังตั้งใจฟังซิเรียสกับเด็กหญิงทุ่มเถียงกัน

“ซิเรียส  ไม่ได้นะคะ!  เธอพูดอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“ได้สิ  อีกอย่างนะ   ยัยหนู  เธอต้องฟังคำฉันไว้ให้ดี”  ซิเรียสเปลี่ยนมาพูดด้วยท่าทางขรึมๆ  “ผู้ชายหน้าตาดีๆแบบนั้น  อีกเดี๋ยวเขาก็ทำเธออกหัก  เธอไม่ควรหลงใครที่หน้าตา”

เฟริน่าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพิ่งได้ยินอะไร  “ซิเรียส!  หนูไม่ได้ชอบเขาที่หน้าตานะคะ  หนูชอบเพราะเซดริกเป็นคนดีต่างหาก”

“ฟังคำฉันไว้  เขาดีเฉพาะช่วงนี้เท่านั้นแหละ  ฉันคิดว่าเขาเป็นเหมือนพวกไว้ใจไม่ได้เสียมากกว่า  เธอควรเชื่อฉันและรีบๆไปบอกเลิกซะ”  ซิเรียสยกชาขึ้นดื่ม 

“แต่  -- 

“ไม่มีแต่  ยัยหนู   ฉันขอพูดในฐานะพ่อบุญธรรมของเธอว่าฉันไม่อนุญาตให้เธอมีแฟน”   เขาบอกโดยไม่เปิดโอกาสให้เด็กหญิงเถียงอีก  และรีบหันไปทางลูปินที่ยืนดื่มชาอยู่ใกล้ๆ  ซิเรียสแกล้งทำเป็นไม่เห็นเฟริน่าทำหน้าบึ้งตึงใส่  “รีมัส  นายไม่มีคุกกี้หรือแซนวิชกินคู่กับชาหรือไง  ฉันหิวจะแย่”

“นายมาในช่วงที่คุกกี้ฉันหมดพอดี  ซิเรียส”  ลูปินพูดเบาๆ  ก่อนจะเริ่มเอ่ยเป็นงานเป็นการว่า  “นายไปอยู่ที่ไหนมา  ฉันกับเซเวอร์รัสตามหาตัวนาย  -- 

“เซเวอร์รัสงั้นหรือ”  สีหน้าซิเรียสเปลี่ยนมาเป็นเกรี้ยวกราดทันทีที่ได้ยินชื่อนี้  “เขามาเกี่ยวอะไรด้วย”

“เขาสอนหนังสืออยู่ที่นี่เหมือนกัน”  ลูปินตอบเรื่อยๆ

“เฮอะ!  ไอ้ขี้แหยอย่างมันมีปัญญาสอนหนังสือใครได้ด้วยงั้นเหรอ”  ซิเรียสเยาะเย้ย

“ซิเรียส  อย่าพูดถึงเซเวอร์รัสแบบนั้นนะคะ”  เฟริน่าทนให้เขาว่าชายจมูกตะขอไม่ได้ 

และก่อนที่ซิเรียสจะเอ่ยอะไรออกมา  เสียงประตูห้องทำงานของลูปินเปิดออกก็ดังขึ้น  เฟริน่าเห็นสเนปในเสื้อคลุมสีดำเดินเข้ามา  ในมือสีซีดมีถ้วยเชิงที่มีควันจางๆลอยอยู่  และทันทีที่สเนปเห็นซิเรียส  ดวงตาสีดำก็วาวโรจน์อย่างคลุ้มคลั่งทันที

__________________25%_________________

แก!  สเนปคำราม  พลางเขวี้ยงถ้วยลงกับพื้นและชักไม้กายสิทธิ์ออกมา  เขาตรงปรี่เข้ามาหาซิเรียสอย่างรวดเร็ว  ซิเรียสเองก็ยกมือตั้งท่าที่จะสู้  แต่ลูปินไวกว่า

เอกซ์เปลลิอาร์มัส!” 

ไม้กายสิทธิ์ลอยหวือออกจากมือของศาตราจารย์วิชาปรุงยา  แต่สเนปดูเสียสติไปแล้ว  เขาตรงเข้าไปทำร้ายซิเรียสด้วยมือเปล่า  และซิเรียสเองก็ไม่ยอมให้ถูกกระทำฝ่ายเดียว  ชายวัยกลางคนทั้งสองต่างโรมรันต่อสู้กัน

ลูปินรีบตรงเข้าไปคว้าตัวซิเรียสไว้  ในขณะที่เฟริน่าตรงเข้าไปดึงเสื้อคลุมสเนปจากทางด้านหลัง  แต่เวลานี้ทั้งซิเรียสและสเนปต่างเสียสติพอกัน    มีเสียงกำปั้นดังตุ้บตั้บที่ฟังดูน่ากลัว

“หยุดนะคะ!  หยุด!”  เฟริน่ากรีดร้อง  แต่พวกเขาต่างไม่สนใจเธอเลย 

“หยุดทั้งคู่เลย  พอได้แล้ว  มีสติกันหน่อย!”  ลูปินพยายามห้ามและดึงตัวซิเรียสออกมาได้สำเร็จ 

ใบหน้าของชายวัยกลางคนทั้งสองมีรอยฟกช้ำดำเขียว  ที่มุมปากซิเรียสมีเลือดไหล  ในขณะที่สเนปคิ้วแตก  ทั้งคู่ต่างยืนหายใจหอบถี่กระชั้นจนอกกระเพื่อม  ต่างส่งสายตาชิงชังใส่อีกฝ่ายที่ยากจะบอกได้ว่าใครชิงชังใครมากกว่ากัน

“แก!  ไอ้ตัวหายนะ   ทำไมแกไม่ตายไปตั้งแต่ก้าวเข้าอัซคาบันไปซะ”  เซเวอร์รัสพูดเสียงเยียบเย็นเจือความเกลียดชังเอาไว้

ซิเรียสใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปาก  พลางพูดเสียงแหบต่ำว่า 

“ฉันจะอยู่ดูแกตายก่อน  ไอ้สนิฟเวลลัสขี้มูกโป่ง!

สเนปตั้งท่าจะพุ่งเข้าใส่ซิเรียสอีกครั้ง  แต่เฟริน่ารีบดึงแขนเขาไว้  ในขณะที่ลูปินรั้งตัวซิเรียสไว้ได้ทัน

“แกมันดีแต่สร้างเรื่องได้ตลอด  ฉันเคยเตือนดัมเบิลดอร์แล้วว่าคนอย่างแกจะมีแต่นำปัญหามาให้  แล้วแกก็นำปัญหามาให้จริงๆ”  เซเวอร์รัสพูด  ดวงตายังคงวาวโรจน์อย่างบ้าคลั่งอย่างที่เฟริน่าไม่เคยเห็นมาก่อน

“แกหมายความว่ายังไง”  ซิเรียสพูดเสียงต่ำ

มีรอยยิ้มเหยียดอย่างดูแคลนระบายอยู่บนใบหน้าขาวซีดของสเนป

“ตอนแกแหกคุกออกมา  แกเคยนึกถึงสิ่งที่คุณโพสันกับดัมเบิลดอร์พยายามพิสูจน์ให้คนทั้งโลกรู้ว่าแกบริสุทธิ์บ้างไหม  แกเคยนึกถึงผลที่ตามมาบ้างไหมว่าสิ่งที่แกทำลงไป  มีคนถึงสองคนต้องเดือดร้อนเพราะพยายามช่วยแก”  สเนปพ่นใส่ซิเรียส  “ฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าฉันสะใจมากแค่ไหนที่แกต้องหนีพวกผู้คุมวิญญาณหัวซุกหัวซุน  แทบจะอดใจรอพวกมันเจอตัวแกและมอบจุมพิตผู้คุมวิญญาณไม่ไหว”

สีหน้าของซิเรียสซีดเผือดในทันทีที่ได้ฟัง  ก่อนจะแปรเปลี่ยนมาดำคล้ำอย่างน่ากลัว

“ถ้าเป็นแก  --  ”   ซิเรียสคำราม  “ถ้าเป็นแกได้ยินว่ามีนักโทษเสียสติคนหนึ่งตะโกนลั่นคุกว่าจะฆ่าลูกทูนหัวของแก  ฆ่าลูกบุญธรรมของแก  --  เป็นแก  แกจะนอนอยู่เฉยในคุกเป็นไอ้ขี้ขลาดได้หรือเปล่า  ฉันทำไม่ได้หรอกนะ  เพราะฉันไม่ใช่ไอ้คนขี้ขลาดเหมือนแก”

แววตาของสเนปกระตุกไหววูบเมื่อได้ฟัง

“แกหมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่า  ฟัดจ์กับแม่มดอีกคนเผลอทำให้เบลลาทริกซ์  เลสแตรงจ์หลุดออกจากห้องขัง”  ซิเรียสตอบ  “เลสแตรงจ์เกลียดชังฉันอยู่แล้วที่เป็นพวกทรยศต่อเลือด  --   เธอลั่นวาจาไว้ว่าจะตามหาตัวแฮร์รี่  ตามหาตัวเฟริน่าและฆ่าเด็กสองคนซะ  เป็นแก  --  ถ้าเป็นแก...  แกจะทนอยู่เฉยได้งั้นหรือ  ถ้ารู้ว่าเด็กสองคนตกอยู่ในอันตราย”

เกิดความเงียบชวนอึดอัดปกคลุมทั้งห้อง  เฟริน่ายกมือปิดปากอย่างตื่นตระหนก  เธอไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกเบลลาทริกซ์  เลสแตรงจ์ตามล่า  รวมทั้งแฮร์รี่เองก็ถูกตามล่าด้วย  เด็กหญิงรู้สึกกลัวจนตัวสั่น  เบลลาทริกซ์ได้ชื่อว่าเป็นผู้เสพความตายมือขวาของโวลเดอมอร์ที่ชอบทรมานเหยื่ออย่างทารุณโหดร้ายก่อนฆ่าให้ตาย  หล่อนมีจิตใจวิปริตไม่แพ้อัมบริดจ์    และการถูกหมายหัวจากผู้หญิงคนนี้ดูไม่ใช่เรื่องดี  อย่างที่เห็นได้จากพ่อแม่ของเนวิลล์

สเนปขยับตัว  ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบว่า  “มีวิธีอีกหลายอย่าง  หนึ่งในนั้นคือบอกดัมเบิลดอร์  แกแค่บอก  --  “

ซิเรียสหัวเราะเสียงแหบห้าวกลบเสียงของศาสตราจารย์วิชาปรุงยา

“แกคิดว่าโอกาสที่ดัมเบิลดอร์จะมาเยี่ยมฉันที่อัซคาบันมีบ่อยแค่ไหน  กำหนดนัดพิจารณาครั้งถัดไปก็นานเกินรอ  ถ้าระหว่างนั้น  --  ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นกับแฮร์รี่และเฟริน่า  เพราะไม่มีใครรู้  ไม่มีใครเตือนเรื่องเลสแตรงจ์  ถ้าเป็นแก  แกจะทนรอดัมเบิลดอร์มาหาได้งั้นเหรอ  --  ฉันถึงต้องออกมาเอง  ตามล่าเลสแตรงจ์  เพื่อขัดขวางและปกป้องเด็กสองคน”

เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง  จนกระทั่งสเนปหมุนตัวเดินไปก้มเก็บถ้วยมีเชิงที่ถูกปาทิ้งอยู่บนพื้นห้องขึ้นมา  ชายจมูกตะขอพูดกับลูปินโดยไม่หันกลับมาว่า

“ผมจะไปตักยาให้คุณใหม่  รีมัส”  แล้วเขาก็ก้าวออกจากห้องไป

ทันทีที่คล้อยหลังศาสตราจารย์วิชาปรุงยาไป  เด็กหญิงเพียงคนเดียวในห้องก็หันไปยังซิเรียส

“เรื่องจริงเหรอคะ  ซิเรียส”  เฟริน่าถาม  ริมฝีปากสั่นระริก  ซิเรียสเสยผมที่หล่นมาปรกใบหน้าขึ้นไปอย่างลวกๆ  พลางถอนหายใจ

“จริงสิ  ยัยหนู  ฉันคิดว่าตัวเองไม่อาจทนรอจนกว่าดัมเบิลดอร์จะมาเพื่อบอกเรื่องนี้ได้  ฉันจึงพยายามไล่ตามเลสแตรงจ์  ขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ  --  เกือบปะทะกันหลายครั้ง  แต่แล้วก็คลาดกัน  เบลลาทริกซ์หายไปจนได้  ฉันพยายามตามร่องรอยมาโดยตลอด  จนในที่สุดก็เพิ่งคิดได้ว่า  ในเมื่อเบลลาทริกซ์มีเป้าหมายที่จะฆ่าเธอกับแฮร์รี่  ฉันคิดว่าคงหนีไม่พ้นที่ฮอกวอตส์แน่ๆ  ฉันจึงรีบออกเดินทางมาในร่างสุนัขและตั้งใจจะแอบหาทางเข้าจากเพิงโหยหวน  แล้วก็บังเอิญเจอเธอในวันนี้”

เฟริน่ารู้สึกว่าซิเรียสช่างกล้าหาญจริงๆ  แต่ถึงอย่างนั้นก็โล่งอกที่เขาไม่ได้เป็นอะไรไป 

“โอ้  ซิเรียส  คุณน่ารักมากเลยค่ะ”  เด็กหญิงเดินไปกอดเขาโดยไม่รังเกียจว่าเนื้อตัวของเขาจะสกปรกมากแค่ไหน

อุ้งมือที่เต็มไปด้วยข้อกระดูกโปนๆเลื่อนมาลูบหัวเธออย่างเอ็นดู

“ฉันปล่อยให้เธอกับแฮร์รี่เป็นอะไรไปไม่ได้หรอกนะ  ฉันจึงต้องออกมาปกป้อง”  เขาบอก  “ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เธอกับดัมเบิลดอร์ต้องเดือดร้อน  แต่ตอนนั้นฉันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ  จึงต้องทำแบบนั้น”

เฟริน่าไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้จะมีใครยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อปกป้องเธอ  ถ้าไม่นับรวมดัมเบิลดอร์และเซเวอร์รัสที่ดีกับเธอมากๆ  ในตอนนี้เธอก็มีพ่อบุญธรรมที่ดีกับเธอไม่แพ้กัน

 



เดรโกเดินอย่างหงุดหงิดอยู่บนถนนฮอกส์มี้ด  เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างออกเที่ยวกับเจ้าทึ่มดิกกอรี่จริงๆ  แต่มันก็เป็นไปแล้ว  เมื่อเขาเห็นเธอกับดิกกอรี่เข้าแถวอยู่ด้วยกันที่โถงทางออกเมื่อเช้านี้

“เธอเห็นอะไรในตัวดิกกอรี่กันนะ  หมอนั่นมันทึ่มจะตาย  มีคนบอกเคร่งขรึม  เฮอะ!  ฉันว่านั่นเหมือนคนโง่ที่ต้องใช้เวลาคิดก่อนพูดออกมาเสียมากกว่า”  เขาบ่นอย่างรำคาญ

เด็กชายผมบลอนด์คิดว่าการเที่ยวที่ฮอกส์มี้ดไม่สนุกเอาเสียเลย  เมื่อในเวลานี้เขาต้องมาเดินเตร่อยู่คนเดียวจนกระทั่งมาถึงร้านหัวหมู  แครบกับกอยล์บอกว่าจะเข้าไปซื้อขนมที่ร้านฮันนี่ดุกส์  แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่กลับมา  เดรโกคิดว่าจะเดินไปดูเสียหน่อย  แต่แล้วเขาก็เห็นสองลูกสมุนกำลังเดินมาทางนี้  มีซากห่อขนมบู้บี้ที่เลอะไปด้วยโคลนติดมือมาด้วย

“นั่นพวกแกไปทำอะไรมา”  เด็กชายบ้านสลิธีรินขมวดคิ้ว  เมื่อเห็นสภาพของแครบและกอยล์ใกล้ๆ  ใบหน้าหนาอูมมีรอยฟกช้ำ  และบวมมากกว่าเดิม

“พวกเราเพิ่งจัดการวีสลีย์มา”  แครบตอบ

“อ้อ”  เดรโกดูพอใจมากเมื่อได้ยินแบบนั้น  “พวกแกจัดการมันที่ไหน  ทำไมไม่มาเรียกฉันด้วย”

“พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะจัดการวีสลีย์ตั้งแต่ทีแรก  แต่มันยื่นจมูกเข้ามายุ่งก่อนเอง”  กอยล์คำราม

“เกิดอะไรขึ้น  ไหนเล่ามาซิ”  เดรโกพูด  พลางคิดว่าอย่างน้อยการได้ฟังเรื่องยาจกวีสลีย์โดนลูกสมุนทั้งสองของเขาเล่นงาน  คงช่วยให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

แล้วแครบก็หันหน้ามาทางเขาด้วยคอสั้นๆ

“ตอนแรกเราเข้าไปที่ร้านฮันนี่ดุกส์  แต่เยลลี่ทากหมดเกลี้ยง  ยัยเลือดสีโคลนเกรนเจอร์เป็นคนซื้อชิ้นสุดท้ายไป  ฉันกับกอยล์พยายามจะแย่งมา  แต่วีสลีย์โผล่มาแล้วพุ่งเข้ามาต่อยตีกับพวกเรา  พวกเราก็เลยช่วยกันรุมกระทืบมันซะ”

กอยล์รีบพยักหน้าเห็นด้วย

“อ้อ  แล้วสภาพวีสลีย์เป็นยังไง”  เดรโกยิ้มเยาะ  รู้สึกสะใจเมื่อได้ฟัง

“เลือดกลบปาก  หน้าเละน่ะสิ!”  กอยล์หัวเราะ

เดรโกร่วมหัวเราะไปกับลูกสมุนทั้งสอง  แต่แล้วดวงตาสีซีดของเขาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่ผลุบหายเข้าไปในร้านหัวหมู  และเขาทันเห็นดวงตาโหลลึกดูน่ากลัว  คนๆนั้นชะงักนิดหนึ่งและมองดูเดรโก  ก่อนจะรีบเปิดประตูเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็ว  เด็กชายผมบลอนด์รู้สึกหัวเราะไม่ออกและยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว  เมื่อนึกถึงดวงตาคู่นั้น  เขากลืนน้ำลายที่เหนียวข้นลงคออย่างยากลำบาก  ก่อนจะหันไปยังแครบและกอยล์

“แครบ  กอยล์  ฉันอยากกลับปราสาทแล้ว  “  เขาบอกด้วยเสียงแหบต่ำ  และพยายามไม่หันกลับไปมองที่ร้านหัวหมูอีก


__________________30%_________________


               “ท่าทางดัมเบิลดอร์จะกลับมาแล้วล่ะ”  ลูปินพูดขึ้น  เมื่อมีนกฮูกนาตัวใหญ่บินเข้ามาในห้อง  มันหย่อนจดหมายลงบนโต๊ะ  อาจารย์หนุ่มเปิดจดหมายออกอ่านจนจบ  ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาที่ซิเรียสกับเฟริน่า  (ในกรณีของชายหนุ่มตระกูลแบล็คมีพายที่เด็กหญิงไปเอามาจากห้องครัวอยู่เต็มปาก)  “ครูว่าเราควรไปพบเขาที่ห้องทำงานเพื่อบอกว่าซิเรียสอยู่ที่นี่  และเกิดอะไรขึ้นที่อัซคาบันในวันนั้น”

“ฉันก็อยากเตือนดัมเบิลดอร์เรื่องเลสแตรงจ์”  ซิเรียสรีบกลืนพายลงคอและแปลงร่างเป็นสุนัขตัวใหญ่อีกครั้ง  ทั้งหมดกำลังจะเดินออกจากห้องทำงานลูปิน  แต่สเนปก็เดินสวนเข้ามาพร้อมกับถ้วยมีเชิงในมือ  และทันทีที่อาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินเห็นเด็กหญิงกับซิเรียส  เขาก็เบือนหน้าหนี  มุมปากตกลง  ในขณะที่ซิเรียสขู่ในลำคอเบาๆ  ลูปินจึงรีบเข้ามาแก้ไขสถานการณ์

“ดัมเบิลดอร์กลับมาแล้ว  เรากำลังจะไปพบเขาที่ห้องทำงาน  คุณอยากไปด้วยไหม  เซเวอร์รัส”

ชายจมูกตะขอปรายตามองสุนัขสีดำด้วยสายตาเกลียดชัง  ก่อนจะพึมพำเสียงเย็นว่า

“ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ผมต้องเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับนักโทษแหกคุก  และผมค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องนี้คุณโพสันคงจัดการเองได้  โดยที่ผมไม่ต้องเข้าไปช่วย” 

เฟริน่าอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำพูดประชดประชันจากอาจารย์วิชาปรุงยา  เขาส่งถ้วยยาให้ลูปิน  ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะชำเลืองมองเด็กหญิงสักนิดเดียว  เฟริน่าคิดว่าเธอคงต้องหาเวลาไปปรับความเข้าใจกับชายจมูกตะขอทันทีที่เสร็จเรื่องของซิเรียส

“งั้น  --  เราไปกันเลยดีกว่า”  ลูปินเอ่ยขึ้น  หลังจากที่สับสนกับคำพูดของสเนป  “ขอครูเอาผ้าคลุมแท็งก์น้ำก่อนนะ” 

ศาสตราจารย์หนุ่มคว้าผ้าผืนใหญ่มาและตรงไปที่มุมห้องที่มีแท็งก์น้ำขนาดยักษ์ตั้งอยู่  เฟริน่าเพิ่งสังเกตเห็นว่ามันตั้งอยู่ตรงนั้น  เพราะตอนเข้ามาเธอกำลังมุ่งความสนใจไปที่เรื่องซิเรียสกัดเซดริก  เด็กหญิงเห็นสัตว์ประหลาดสีเขียวน่าเกลียดมีเขาแหลมเล็กบนหัว  มันแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เธอ  มือที่มีนิ้วผอมยาวแนบกับกระจกแท็งก์

“นั่นกรินดี้โลว์  ครูเพิ่งได้มา  ตั้งใจว่าจะสอนในบทเรียนต่อไป”  ลูปินพูดยิ้มๆเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง

“ต้องเป็นบทเรียนที่น่าสนใจมากเลยค่ะ”  เฟริน่าบอก  และผ้าคลุมก็ทำให้เธอไม่เห็นเจ้าผีน้ำอีก

“ถ้าผ่านกัปปะมาแล้ว  การจัดการกับมันคงไม่ยากเท่าไหร่”  ศาสตราจารย์หนุ่มเอ่ย  เขาและเธอ  รวมทั้งซิเรียสในร่างสุนัขก้าวออกมาจากห้อง  ลูปินล็อกประตูด้วยคาถา  และเริ่มเดินตามระเบียงทางเดินไปพร้อมกัน  ก่อนจะเริ่มอธิบายต่อไปว่า  “เธอเห็นยิ้วยาวผิดปกติของมันไหม  ดูเหมือนจะแข็งแรงนะ  แต่จริงๆนั่นคือจุดอ่อนของมัน  เพราะมันเปราะมาก  เธอจัดการกรินดี้โลว์ได้สบายเพียงแค่หักนิ้วมัน”

“แล้วถ้าเราหักนิ้วมัน  มันจะตายไหมคะ”  เฟริน่าถามด้วยความรู้  ตอนนี้ซิเรียสวิ่งนำหน้าเธอกับลูปินไปแล้ว  หางสีดำโบกสะบัดไปมาอย่างร่าเริง 

                “มันไม่ตายง่ายๆหรอก  นั่นแค่ทำให้มันไม่มายุ่งวุ่นวายกับเราอีก”  ลูปินตอบ  แล้วเสียงเห่าของซิเรียสก็ดังขึ้นเพื่อเร่งให้ทั้งสองรีบเดิน  เฟริน่าหัวเราะกับท่าทางตื่นเต้นของสุนัขตัวใหญ่  ในขณะที่ลูปินส่ายหน้ายิ้มๆ  ก่อนจะเร่งฝีเท้า  และเมื่อทั้งสามมาถึงห้องทำงานอาจารย์ใหญ่แล้ว  ศาสตราจารย์หนุ่มก็พึมพำบอกรหัสผ่าน  และทั้งหมดก็ก้าวขึ้นบันได  เฟริน่าเคาะประตูห้อง  ทันทีที่เปิดประตู  ซิเรียสรีบกระโจนเข้าไปในนั้นทันที 

                อาจารย์ใหญ่มีสีหน้าฉงนเมื่อเห็นสุนัขสีดำตัวเท่าหมี  ก่อนจะยิ้มบางๆ  และเอ่ยต้อนรับ

                “ยินดีต้อนรับสู่ฮอกวอตส์  ซิเรียส  แบล็ค”

                ชายหนุ่มเจ้าของชื่อคืนร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง 

                “ดัมเบิลดอร์  ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกกับคุณ”  ซิเรียสเอ่ยทันทีด้วยท่าทางเป็นงานเป็นการ  ดัมเบิลดอร์พยักหน้าช้าๆ  และเริ่มตั้งใจฟังซิเรียสเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นที่อัซคาบัน  สีหน้าของพ่อมดชราดูเคร่งขรึมหลังจากที่ได้ฟังจนจบ

                “ฉันต้องขอบอกว่าการกระทำของฟัดจ์และอัมบริดจ์ที่พยายามจะเอาชนะเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย  นี่เป็นการสร้างเรื่องยุ่งยากและแย่มากขึ้นไปอีก”  ดวงตาสีฟ้าของดัมเบิลดอร์มีประกายเมื่อเลื่อนมาสบตากับเฟริน่า  “เราต้องหาตัวเบลลาทริกซ์  เลสแตรงจ์มาให้ได้  ก่อนที่เธอจะทำให้เรื่องทุกอย่างเลวร้าย”

                เฟริน่ารู้ว่าดัมเบิลดอร์กำลังหมายถึงอะไร  อาจารย์ใหญ่คงเกรงว่าทาสผู้ซื่อสัตย์ที่ช่วยให้โวลเดอมอร์คืนชีพอีกครั้งจะเป็นเบลลาทริกซ์แทนปีเตอร์  เธอเองก็อดหวาดกลัวไม่ได้  ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ  เรื่องต้องเลวร้ายมากกว่าเดิมหลายเท่า

                “ผมคิดว่าเลสแตรงจ์อยู่ไม่ห่างจากที่นี่นักหรอก  บางทีอาจอยู่ที่ฮอกส์มี้ดแล้วก็ได้  ถ้าเป็นไปได้  ผมจะออกตระเวนดูที่นั่นทุกๆวัน  เริ่มจากคืนนี้เลย”  ซิเรียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

                “แต่ซิเรียสคะ  มันอันตรายมากนะคะ”  เฟริน่ารีบพูด  เธออดกลัวไม่ได้ว่าซิเรียสจะถูกเบลลาทริกซ์ฆ่า

                “ยัยหนู  อย่าห่วงเลย  ฉันไม่เป็นอะไรหรอก  ดัมเบิลดอร์พูดถูก  เราต้องหาตัวเลสแตรงจ์ให้พบก่อนที่จะเรื่องร้ายๆจะเกิดขึ้น”  ชายหนุ่มผมกระเซิงบอก  เขาแตะบ่าเธอเบาๆ 

                “ผมด้วยครับ  ผมจะออกตรวจที่นั่นพร้อมกับซิเรียส”  ลูปินอาสา

ดัมเบิลดอร์พยักหน้า  ก่อนจะหันมาทางเด็กหญิงที่มีสีหน้าคัดค้านความคิดนั้น 

“เฟริน่า  ฉันแน่ใจว่าถ้าซิเรียสกับลูปินช่วยกัน  ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย  และอย่าลืมสิว่ามีผู้คุมวิญญาณอยู่ที่ข้างนอกนั่น  ฉันเชื่อว่าเบลลาทริกซ์  เลสแตรงจ์คงไม่ทำอะไรวู่วามแน่”

“แต่ผู้คุมวิญญาณพวกนั้นก็กำลังตามจับซิเรียส  --  ”

“ยัยหนู”  ซิเรียสย่อตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเด็กหญิง  และพูดอย่างจริงจังว่า  “ฉันจะอยู่ในร่างแอนิเมจัส  พวกผู้คุมวิญญาณไม่มีทางรู้แน่  เชื่อฉันสิ  ความปลอดภัยของเธอกับแฮร์รี่สำคัญที่สุดในตอนนี้  ถ้าจับตัวเบลลาทริกซ์ได้  ฉันก็จะพ้นมลทินไปด้วย”

เฟริน่าเม้มปากแน่นอย่างไม่อยากจะยอมรับ  แต่แล้วเธอก็ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ 

“ก็ได้ค่ะ  แต่คุณต้องสัญญาว่าคุณจะไม่ประมาทนะคะ  อย่าดูถูกเลสแตรงจ์เชียวล่ะ  เธอเป็นคนร้ายกาจมาก  หนูรู้”

ซิเรียสยิ้ม  และเอื้อมมือมาลูบผมเธอเบาๆ  “ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ประมาท”

“เรื่องโตโต้  ฉันจะจับตาดูเขาไว้เอง  ไม่ต้องห่วง  เฟริน่า”  ลูปินยืนยันยิ้มๆที่ทำให้ซิเรียสกลอกตา

เฟริน่าหัวเราะคิกคัก  แต่แล้วเธอก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้  และเธอต้องการบอกให้ดัมเบิลดอร์รู้ 

 “ซิเรียส  คุณควรรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลยนะคะ”  เฟริน่าบอก  และเสริมต่อไปอย่างรวดเร็วว่า  “คืนนี้มีงานเลี้ยงฮัลโลวีน  ถ้าคุณอยากเจอแฮร์รี่  หนูจะพาคุณไปค่ะ”

ดวงตาสีเทาของซิเรียสเป็นประกาย  ชายหนุ่มผมดำปรกตายิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น  แต่เฟริน่าก็รีบเตือนเขาเรื่องสำคัญไว้ก่อนที่เขาจะเผลอทำอะไรบุ่มบ่าม

“แต่หนูขอร้องเลยนะคะ  คุณต้องทำตัวให้สมกับเป็นสุนัข  ไม่ใช่คุณจะกระโจนเข้าไปกอดเขา  นั่นไม่ใช่สิ่งที่สุนัขทั่วไปทำ  ไม่อย่างนั้นคุณจะดูน่าสงสัยเอาได้”

“แน่นอน!”  ซิเรียสรีบรับคำและหัวเราะเสียงแหบห้าวอย่างอารมณ์ดี 

แล้วเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างก็เริ่มคิดว่าจะให้ซิเรียสไปอาบน้ำและพักผ่อนที่ไหนที่ชื่อของเขาจะไม่ปรากฏบนแผนที่ตัวกวน  แล้วเธอก็นึกออก

ห้องต้องประสงค์!

“พวกคุณรู้จักห้องต้องประสงค์รึเปล่าคะ”  เฟริน่าถาม  แต่เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของซิเรียสและลูปิน  เด็กหญิงจึงรีบอธิบายต่อไปว่า  “มันอยู่ชั้นเจ็ดค่ะ  และมันตั้งอยู่ที่ระเบียงทางเดินที่มีกำแพงยาวเหยียดตรงข้ามกับม่านปักผืนใหญ่เรื่องความพยายามโง่ๆของบาร์บานัสจอมเพี้ยนที่ฝึกสอนโทรลล์ให้เต้นบัลเล่ต์”

“ฉันพอจะนึกออก  แต่ตรงนั้นไม่มีประตูสักบาน”  ซิเรียสเลิกคิ้ว

“ห้องต้องประสงค์จะปรากฏเมื่อมีผู้ที่ต้องการใช้มันจริงๆค่ะ  และสิ่งที่คุณต้องทำคือเดินผ่านกำแพงตรงนั้นสามหนพร้อมกับตั้งสมาธินึกถึงสิ่งที่คุณต้องการ  และเดินไปจนสุดกำแพงตรงหน้าต่างก่อนจะเดินวกกลับมาผ่านแจกันขนาดใหญ่เท่าคนที่ปลายกำแพงอีกด้าน  แล้วประตูจะปรากฏ”

“ทำไมตอนเราเรียนอยู่ที่นี่  ไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้ง”  ลูปินพึมพำอย่างสงสัย

“หนูเดาว่าห้องนี้มันจะปรากฏขึ้นเมื่อทำแบบนั้น  ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้  แต่ตอนนี้หนูคิดว่าคุณทั้งสองน่าจะรีบไปที่นั่นนะคะ  หนูจะรอที่นี่และเราจะไปที่ห้องโถงใหญ่ด้วยกันคืนนี้ค่ะ”

“ตกลง”  ลูปินรับคำ  แล้วเขากับซิเรียสก็ออกจากห้องนี้ไป 

ทันทีที่ประตูปิดลง  เฟริน่าก็รีบทิ้งตัวลงนั่งตรงหน้าโต๊ะทำงานของดัมเบิลดอร์  แต่พ่อมดชรากำลังนั่งเงียบและตกอยู่ในห้วงของความคิด

“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์คะ  หนูมีเรื่องสำคัญจะบอกค่ะ”  เด็กหญิงดึงอาจารย์ใหญ่ออกจากความคิด  ดัมเบิลดอร์พยักหน้าช้าๆ  และขยับตัวอย่างตั้งใจฟัง  “ทอม   ริดเดิ้ลอยู่ที่ออกส์มี้ดในตอนนี้ค่ะ”  เธอพูดอย่างไม่อ้อมค้อม

ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชราดูขึ้งเครียด  แววตาสีฟ้าเป็นประกายลุกโชน

“เล่าต่อไป”

เฟริน่ากลืนน้ำลายที่เหนียวข้นลงคออย่างรู้สึกผิด  เพราะก่อนหน้านี้เธอเจอจอมมารหนุ่มหลายครั้ง  แต่เธอไม่เคยบอกดัมเบิลดอร์เลย  เด็กหญิงกำลังลังเลว่าเธอควรพูดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ดีหรือไม่  แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจได้ว่าควรเล่าความจริงทั้งหมด  แม้ว่าอาจจะถูกดัมเบิลดอร์ตำหนิก็ตาม  เพราะเธอเองก็อยากรู้ว่าพ่อมดชราคิดอย่างไรที่ทอม  ริดเดิ้ลวนเวียนอยู่ใกล้เธอไม่ห่าง  แต่กลับไม่พยายามพาตัวเธอไปอย่างที่กลัวเอาไว้  ดังนั้น  เฟริน่าจึงเริ่มต้นเล่าตั้งแต่ที่เธอพบจอมมารหนุ่มครั้งแรกที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว  และเมื่อเธอเล่าจบ  สีหน้าของดัมเบิลดอร์ดูผิดหวังมาก

“นั่นเป็นการกระทำที่ประมาทมาก  เฟริน่า”  พ่อมดชราเอ่ย

เด็กหญิงเจ้าของชื่อก้มหน้าหลบสายตาอย่างรู้สึกผิด

“หนูเสียใจค่ะ  ศาสตราจารย์”

“ฉันจะไม่พูดถึงเรื่องที่ผ่านมา  แต่ฉันขอบใจมากที่ตอนนี้เธอบอกให้ฉันรู้  และไม่ต้องห่วงเรื่องริดเดิ้ล  ฉันจะจัดการกับเขาเอง”  ดัมเบิลดอร์บอก

เฟริน่าลอบมองพ่อมดชรา  “ศาสตราจารย์คิดออกไหมคะว่าทำไมเขาถึงเข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ๆหนู  แต่กลับไม่พาตัวหนูไป”

ดวงตาสีฟ้าอ่อนของอาจารย์ใหญ่จ้องมองเธออย่างแทงทะลุ  ก่อนจะตอบว่า

“เขากำลังพยายามใช้วิธีการเดิมๆเหมือนเมื่อครั้งที่ยังทำงานอยู่ที่ร้านบอร์เจ็นและเบิร์กส์น่ะสิ  คงจะพยายามโน้วน้าวและล่อลวงให้เธอหลงใหลและไว้วางใจในตัวเขา  ฉันไม่แปลกใจนักหรอกที่เขาจะกลับมาใช้วิธีนี้อีก  แสดงว่าเขาไม่ได้ตระหนักเลยว่าเธอรู้เรื่องเขามากพอที่จะไม่หลงกลเหมือนกับเหยื่อคนอื่นๆ”

“งั้น  --  ศาสตราจารย์จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้หรือคะ”  เด็กหญิงถามอย่างอยากรู้  แต่ลึกๆแล้วเธอก็อดกังวลไม่ได้ว่าถ้าทอม  ริดเดิ้ลรู้ว่าเธอบอกดัมเบิลดอร์เรื่องเขา  จอมมารหนุ่มจะทำอย่างไร

ดัมเบิลดอร์นิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด  ก่อนจะพูดว่า

“ฉันแน่ใจว่าเขาคงเอาสมุดบันทึกเล่มนั้นไปซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย  และคงไม่พกติดตัวมาที่นี่แน่  การจะกำจัดเศษเสี้ยวของวิญญาณคงทำได้ยาก  ถ้าเราไม่ได้ทำลายวัตถุที่สิงสู่  นอกเสียจากว่าฉันจะจับตัวเขาให้ได้  หรือไม่  --  ถ้าฉันจับตัวเขาไม่สำเร็จ  ฉันจะต้องทำให้แน่ใจว่าเขาจะไม่มายุ่งกับเธออีก”

 



“นี่แน่ะ”  เสียงรอนดังขึ้น  ดึงแฮร์รี่ออกจากความคิดในขณะที่กำลังนั่งจ้องเปลวไฟในเตาผิงของห้องนั่งเล่นรวม  ลูกกวาดสีสดใสร่วงกราวลงมาบนตักของเด็กชายผมยุ่งเป็นสาย  เขากำลังจะถามว่ารอนไปที่ไหนมาบ้าง  แต่เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กชายวีสลีย์มีรอยฟกช้ำดำเขียว  เขาก็เปลี่ยนใจ

“นั่นหน้านายไปโดนอะไรมา”  แฮร์รี่สงสัย  เด็กชายผมแดงพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด  พลางทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

“แครบ  กอยล์”  รอนตอบห้วนๆ  พลางใช้มือแตะมุมปากและทำหน้าเบ้  ก่อนจะเริ่มต้นเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นที่ฮอกส์มี้ด

“แล้วเฮอร์ไมโอนี่เป็นยังไงบ้าง” 

รอนขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด 

“เธอเอาแต่พูดว่าฉันไม่ควรทำแบบนั้น  ให้ตายเถอะ!  ฉันอุตส่าห์ช่วยไว้แท้ๆเลย  กลายเป็นว่าฉันโดนยัยนั่นว่าอีก”

และในตอนนั้นเองที่รูปภาพเหมือนเหวี่ยงเปิดออก  แฮร์รี่เห็นเฮอร์ไมโอนี่ปีนเข้าใน  เธอเดินตรงมาทางนี้  ในขณะที่รอนทำสีหน้ารำคาญ

“อะไรของเธออีกล่ะ”  เด็กชายผมแดงถาม  เมื่อเฮอร์ไมโอนี่เดินเข้ามาใกล้

แฮร์รี่เห็นเด็กหญิงผมฟูหยิบขวดยาเล็กๆออกมาจากกระเป๋าและส่งให้  รอนจ้องมองอย่างงุนงง  แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยถาม  เฮอร์ไมโอนี่ที่แก้มเป็นสีชมพูก็พูดขึ้นเบาๆว่า

“ฉันขอยาจากมาดามพอมฟรีย์มาให้นาย”

รอนมีสีหน้าประหลาดใจ  แล้วใบหูของเด็กชายก็เปลี่ยนเป็นสีแดง  ก่อนจะรับขวดยานั้นมาและพึมพำขอบใจเสียงเบา  เฮอร์ไมโอนี่หมุนตัวเดินจากไปนั่งที่มุมหนึ่ง  แฮร์รี่เห็นเธอหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่าน  แต่แอบชำเลืองมามาทางนี้เป็นระยะ  รอนเปิดฝาขวดยาออกและดม  พลางใช้นิ้วจุ่มลงในขวด  แล้วรูปภาพเหมือนก็เหวี่ยงเปิดออกอีกครั้ง  แฮร์รี่รีบมองไปทันที  แต่เมื่อเห็นเนวิลล์หอบขนมมาเต็มกระเป๋าพร้อมกับยิ้มกว้างเดินตรงไปหาจินนี่  เด็กชายแว่นกลมก็ถอนหายใจอย่างห่อเหี่ยวเมื่อไม่เห็นร่างของเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง 

แล้วเด็กชายผมยุ่งก็นึกถึงเรื่องฟัดจ์และอัมบริดจ์ขึ้นได้  เขาจึงเริ่มต้นเล่าให้รอนฟัง

“กลิ่นไม่ดีแฮะ  สองคนนั้นคิดจะทำอะไรน่ะ”  รอนขมวดคิ้ว  ในขณะที่มือยุ่งอยู่กับการทายาบนรอยช้ำ

“นายออกคิดไหมว่าทำไมฟัดจ์และอัมบริดจ์ถึงอยากให้เรื่องแบล็คจบไปเร็วๆ”  แฮร์รี่ถาม

“ฉันกำลังสงสัยว่าฟัดจ์กับอัมบริดจ์กำลังกลัวแบล็ค”  เด็กชายผมแดงตอบ

“กลัวอะไร” 

“ฉันว่าทั้งคู่ต้องมีความลับอะไรสักอย่างที่แบล็ครู้  บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ดัมเบิลดอร์กับเฟริน่าพยายามช่วยแบล็ค  เพื่อเปิดโปงอะไรบางอย่าง  --  แต่ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม  ฉันว่านายอยู่ห่างๆเรื่องนี้ไว้ดีกว่า  แฮร์รี่  นายไม่ควรไว้ใจฟัดจ์กับอัมบริดจ์”  รอนเก็บขวดยาลงใส่กระเป๋า  และลุกขึ้นยืนเมื่อคนอื่นๆเริ่มทยอยออกจากห้องนั่งเล่นรวม  เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงวันฮัลโลวีนที่ห้องโถงใหญ่

                ระหว่างทางเด็กชายทั้งสองก็ถกเถียงกันเบาๆ  จนกระทั่งมาถึงโถงทางเข้า  มีเสียงฮือฮา  และเด็กนักเรียนหลายคนยืมมุงอะไรบางอย่าง  แต่ก่อนที่เด็กชายแว่นกลมจะได้คำตอบ  สุนัขสีดำตัวใหญ่เท่าหมีก็กระโจนเข้ามาหาเขา  แฮร์รี่เกือบล้ม  แต่รอนรีบคว้าแขนเขาไว้ได้ทัน 

“นั่นตัวอะไรน่ะ!”  รอนอ้าปากค้าง  เมื่อเห็นสุนัขตัวโตกำลังใช้ขาหน้าของมันเกาะไหล่แฮร์รี่  หางของมันกำลังกระดิกอย่างบ้าคลั่ง  ก่อนที่มันจะถอยออกไป  และเริ่มวิ่งไล่งับหางตัวเอง  มีเสียงเด็กนักเรียนหลายคนหัวเราะเมื่อมองดูมัน  แฮร์รี่ขยับแว่นที่ไหลลงมากองที่ปลายจมูกให้เข้าที่  เขากำลังจะถามว่าสุนัขตัวนี้เข้ามาได้อย่างไร  เสียงแหลมเล็กหนึ่งก็ดังขึ้น

“โตโต้  มานี่” 

แฮร์รี่เห็นเฟริน่าชำเลืองมองมาที่เขา  ก่อนที่เธอจะเลื่อนสายตาไปที่สุนัขอีกครั้ง  แฮร์รี่สาบานได้ว่าเขาเห็นสุนัขที่เธอเรียกว่าโตโต้ทำหน้าหดหู่  และมันก็จ้องมองเขาด้วยดวงตาสีเทา  ก่อนจะเดินหางตกลู่กลับไปหาเฟริน่า 

“ฉันได้ยินว่านั่นสุนัขของเฟริน่าล่ะ”  ดีนให้คำตอบ

แฮร์รี่อ้าปากค้าง  “ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอเลี้ยงสุนัขด้วย!

เชมัสกับดีนขมวดคิ้วพลางมองหน้ากันอย่างสงสัย

“ฉันนึกว่านายจะรู้เสียอีก  นายสนิทกับเธอมาหลายปีเลยนะ”  เชมัสว่า

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนถูกชกเข้าแรงๆที่อก  ทำไมเฟริน่าไม่เคยบอกเขาเรื่องนี้เลย  รอนสังเกตเห็นสีหน้าของแฮร์รี่จึงตบบ่าเขาเบาๆ  และพึมพำปลอบใจ 



 

“โตโต้  อยู่นิ่งๆเดี๋ยวนี้นะ”  เฟริน่ากระซิบ  เมื่อเห็นว่าซิเรียสจะกระโจนเข้าไปหาแฮร์รี่อีกครั้ง  หลังจากที่เด็กชายแว่นกลมนั่งลงที่โต๊ะตัวยาวพร้อมรอน  มีเสียงท้วงเบาๆจากสุนัขสีดำตัวใหญ่  แต่เด็กหญิงแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน  เพราะการที่ซิเรียสในร่างแอนิเมจัสพยายามกระโจนไปหาแฮร์รี่  และเริ่มวิ่งไล่งับหางตัวเองอย่างบ้าคลั่งด้วยความตื่นเต้นดีใจที่ได้เห็นลูกชายของเจมส์  พอตเตอร์  ก็ยิ่งดึงดูดความสนใจของใครต่อใคร  เธอไม่อยากตอบคำถามเรื่องสัตว์เลี้ยง(ตัวใหญ่)ขนปุยมากไปกว่านี้

ระหว่างที่เฟริน่าพยายามไม่กลอกตาใส่ท่าทางของซิเรียส  เธอก็เห็นเฮอร์ไมโอนี่โบกมือเรียก  เนวิลล์และจินนี่ก็นั่งอยู่ใกล้ๆด้วย

“ฉันไม่เห็นรู้มาก่อนว่าเธอเลี้ยงสุนัขด้วย”  เด็กหญิงผมฟูว่า  “มันเข้ามาในปราสาทได้ยังไง”

“มันดื้อมากและหนีออกมา  ฉันไม่แน่ใจว่ามันมาโผล่ที่ฮอกส์มี้ดได้ยังไง  แต่พอฉันเห็นมัน  ก็เลยพากลับเข้ามาข้างในด้วย”  เฟริน่าพูดปด

“มันตัวใหญ่ดีจัง”  เนวิลล์เอ่ยเมื่อจ้องมองดูซิเรียสใกล้ๆ  เฟริน่าพยายามไม่กลอกตาอีกครั้งเมื่อซิเรียสพยายามขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ตัวยาวข้างเธอด้วย  ดูเหมือนซิเรียสคงลืมไปว่าเขาอยู่ในร่างของสุนัข

“โตโต้  ชื่อนี้น่ารักมาก  แต่ไม่เข้ากับขนาดตัวมันเลย”  จินนี่หัวเราะคิกคัก  และหยิบน่องไก่ส่งให้ซิเรียสที่ดูไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของเด็กหญิงผมแดงสักเท่าไหร่  แต่ก็งับน่องไก่ไปแทะอย่างรวดเร็ว  จากนั้นก็กระโจนลงจากเก้าอี้ทันที  พร้อมกับขู่คำรามในลำคอ  เฟริน่ารีบหันกลับไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น  และเธอก็เห็นเซดริก  เขากำลังยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้  พลางก้าวถอยหลังช้าๆ  สีหน้าดูหวาดหวั่นมาก

“ใจเย็นๆ  ฉันไม่ทำร้ายแกหรอก  โตโต้”  เด็กหนุ่มบ้านฮัฟเฟิลพัฟบอก  แต่ซิเรียสค่อยๆย่างกลายเข้าไปหาเขาช้าๆอย่างข่มขู่

“โตโต้!  มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ  ห้ามกัดเซดริก”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างร้องบอก

“มันอาจจะกำลังคิดว่าฉันไม่เป็นมิตร”  เซดริกพูด  เขาเดินกลับไปที่โต๊ะประจำบ้านของตัวเอง  และกลับมาพร้อมน่องไก่ชิ้นโต  “แกเห็นนี่ไหม  ฉันจะให้แก  แต่แกอย่ากัดฉัน  ตกลงไหม”

และนั่นดูเหมือนจะยิ่งทำให้ซิเรียสยิ่งโกรธ  เขาเห่าเสียงดังใส่พรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟ  แต่ก่อนที่เขาจะกระโจนเข้าไปฝังเขี้ยวใส่เซดริก  เฟรินาก็รีบคว้าเขาไว้  และดึงมานั่งข้างเธอ  ซิเรียสยังคงคำรามในลำคอเบาๆ  สายตาจับจ้องที่เซดริกอย่างข่มขู่

“สงสัยโตโต้คงอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่”  เฟริน่าบอกกับเด็กหนุ่มฮัฟเฟิลพัฟ  “แล้วแขนนายเป็นยังไงบ้าง”

                เซดริกยิ้มแห้ง  “ไม่เป็นไรแล้วล่ะ  --  เอาไว้ฉันค่อยกลับมาหาเธอใหม่ก็ได้  รอโตโต้หายอารมณ์เสียก่อน”

                “ฉันขอโทษแทนโตโต้ด้วยนะ”  เด็กหญิงบอกอย่างรู้สึกผิด

พรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟยักไหล่บอกให้รู้ว่าเขาไม่โกรธ  ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะตัวยาวประจำบ้านของตัวเอง

เฟริน่ากำลังจะหันกลับมาต่อว่าซิเรียส  แต่เขาก็ดิ้นจนหลุดมือเธอ  และตรงเข้าไปแฮร์รี่  เด็กชายผมยุ่งตกใจจนหน้าซีดเมื่อคิดว่าเขากำลังจะโดนกัด  แต่แล้วซิเรียสก็กระโจนขึ้นไปเกาะไหล่ของเขาจากด้านหลัง  มีเสียงหัวเราะจากเด็กนักเรียนคนอื่น  แฮร์รี่ดูประหลาดใจที่สุนัขตัวนี้ชอบเขามากเป็นพิเศษ  เด็กชายดูพอใจมาก  ก่อนจะส่งน่องไก่ให้ซิเรียส

แล้วงานเลี้ยงก็ตบท้ายด้วยการแสดง  ซึ่งจัดขึ้นโดยผีของฮอกวอตส์ที่เหาะเหินทะลุกำแพงและโต๊ะ  นิวหัวเกือบขาดได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้นเมื่อเขานำฉากถูกตัดหัวอันเกือบขาดของตัวเองมาแสดง



 

“สุนัขนั่นดูสกปรกจริงๆ  ทำไมถึงปล่อยให้เข้ามาในห้องโถงใหญ่ได้นะ”  เสียงแพนซี่เอ่ยอย่างรำคาญ  หลังจากที่ทุกคนกำลังทยอยออกจากงานเลี้ยง  เดรโกแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน  และเดินเลี่ยงเด็กหญิงหน้างอที่พยายามตามเขาเหมือนเงา  แล้วเด็กชายผมบลอนด์ก็ทำสำเร็จ  เมื่อพาร์กินสันไหลไปกับกลุ่มนักเรียนกลุ่มใหญ่

เดรโกเลี่ยงออกมาจากแถว  เขายังไม่อยากกลับห้องนั่งเล่นรวมในตอนนี้  เพราะรู้ว่าแพนซี่ต้องรอเขาอยู่ที่นั่นแน่ๆ  และเมื่อเขาเดินเลี้ยวที่มุมห้องตรงที่ร้างผู้คน  เขาก็เห็นศาสตราจารย์วิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดกับสุนัขสีดำเดินไปด้วยกัน  เดรโกขมวดคิ้ว  เขาจำได้ว่าเจ้าสุนัขตัวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงของเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์  แต่ทำไมมันถึงดูเชื่องกับศาสตราจารย์หนุ่มนัก  และเขาก็รีบหลบหลังหุ่นชุดเกราะ  เมื่อเห็นเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างเดินตามหลังมาติดๆ  และเธอเดินไปหยุดที่ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ราวกับกำลังส่งศาตราจารย์หนุ่มกับสุนัขตัวนั้น  และทันทีที่ประตูปิดลง  เด็กหญิงก็หมุนตัวกลับมา  แต่ก่อนที่เดรโกจะก้าวออกไป  หวังจะได้คุยกับเธอ  พรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับรอเวลานี้มานาน  แล้ววินาทีต่อมาดิกกอรี่ก็รีบคว้ามือเธอ  และดึงเข้ามาในปราสาท

เดรโกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน  รู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นเด็กหนุ่มบ้านฮัฟเฟิลพัฟกุมมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อย  มีรอยยิ้มโง่ๆประดับอยู่บนใบหน้า

“โพสัน  ถ้าเธอมีลูกกับดิกกอรี่  ลูกเธอต้องออกมาโง่แน่ๆ”  เดรโกพึมพำ  และยิ่งหัวเสียหนักขึ้น  เมื่อเห็นพรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟเปลี่ยนมาโอบเอวเด็กหญิงแทน  ดิกกอรี่ก้มลงมากระซิบอะไรบางอย่างที่ใบหูของเธอที่ทำให้เธอหน้าแดง  และทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มบ้านฮัฟเฟิลพัฟกำลังเลื่อนใบหน้าไปใกล้เหมือนกำลังจะจูบเธอ  เด็กชายผมบลอนด์ก็รีบดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาและเล็งไปที่ดิกกอรี่

เพ็ตตริพีคัส  โททาลัส!”   เขากระซิบ

ร่างของพรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟรวบติดเข้าหากัน   เดรโกวิ่งออกจากหลังชุดเกราะห่างจากระเบียงทางเดินนั้นอย่างรวดเร็ว  มีเสียงเด็กหญิงบ้านกริฟฟินดอร์ร้องอุทานด้วยความตกใจ  เด็กชายมัลฟอยไม่รอดูต่อว่าเกิดอะไรขึ้น  เพราะไม่อยากถูกจับได้ว่าใครเสกคำสาป

“สมน้ำหน้า!”  เดรโกพึมพำอย่างสะใจ  เมื่อเดินมาหยุดตรงกำแพงว่างเปล่าที่คุกใต้ดิน  เขาหายใจหอบเล็กน้อยหลังจากที่เพิ่งวิ่งมา  ก่อนจะพึมพำบอกรหัสผ่าน 

กลโกงคือวิถีสลิธีริน!

                เด็กชายผมบลอนด์เข้าไปในห้องนั่งเล่นรวม  และที่นั่นเขาเห็นทีมควิดดิชประจำบ้านกำลังยืนรวมตัวกันคุยอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  และทันทีที่มาร์คัส  ฟลินท์เห็นเดรโก  เขาก็รีบโบกมือเรียก  เด็กชายมัลฟอยเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ  ก่อนจะเดินเข้าไปรวมกลุ่ม

                “มีอะไรงั้นเหรอ”  เดรโกถาม

                “พวกเรากำลังปรึกษากันว่าในสภาพอากาศแบบนี้  เราจะทำยังไงดีกับนัดควิดดิชที่จะถึง  เราไม่มีทางชนะกริฟฟินดอร์แน่ๆ”  ฟลินท์พูด  และเดรโกไม่แปลกใจเลย  เพราะการฝึกซ้อมควิดดิชเลวร้ายขึ้นทุกที  และดูเหมือนว่าอากาศคงเป็นแบบนี้ต่อไปจนถึงนัดแรก

                “เราต้องหาวิธีสลัดให้หลุดในนัดแรกนี้  ฉันว่าถ้าเราหาข้ออ้างดีๆไปบอกศาสตราจารย์สเนปด้วยเหตุผลอะไรก็ได้ที่เราไม่สามารถแข่งนัดแรกได้  ศาสตราจารย์ต้องช่วยเรา”  เด็กชายเล่นตำแหน่งคีปเปอร์เสนอ

                “ถ้าเราไม่ลงแข่ง  งั้นใครจะลงแข่งแทนล่ะ”  เดรโกถาม

                “ฮัฟเฟิลพัฟ”  ฟลินท์ตอบทันที  ก่อนจะแยกเขี้ยวอย่างหงุดหงิด  “แต่ฉันก็อดเสียดายไม่ได้  เพราะฮัฟเฟิลพัฟน่ะแพ้กริฟฟินดอร์แน่ๆ  และนั่นจะทำให้พวกบ้านสิงห์ได้เปรียบเรา  ฉันพนันได้เลย”

                เด็กชายผมบลอนด์เลิกคิ้ว  “อะไรทำให้นายมั่นใจขนาดนั้น”

                กัปตันทีมควิดดิชหัวเราะด้วยเสียงดูถูก  “ถ้านายสังเกตเห็นนะ  มัลฟอย  เจ้าพวกทึ่มสีเหลืองนั่นยังไม่เริ่มซ้อมควิดดิชเลย  เฮอะ  ฉันคิดว่าเซดริก  ดิกกอรี่กำลังพาทีมไปสู่จุดตกต่ำ  ได้ยินว่าเจ้าทึ่มนั่นกำลังหลงยัยเด็กกำพร้าบ้านกริฟฟินดอร์หัวปักหัวปำจนไม่เป็นอันทำอะไรเลยนี่  ถ้าเราไม่ลงแข่งนัดแรก  เชื่อได้เลยว่าเจ้ากระจอกดิกกอรี่ถูกวู้ดขยี้ย่อยยับแน่ๆ  ฉันถึงได้รู้สึกเสียดายที่ปล่อยให้กริฟฟินดอร์ชนะไปง่ายๆในนัดแรก”

                เดรโกใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว  ถ้าดิกกอรี่แพ้ย่อยยับ  นั่นคงน่าสนุกดีไม่ใช่น้อย  เด็กหญิงจะได้รู้ว่าเด็กหนุ่มบ้านฮัฟเฟิลพัฟเป็นพวกขี้แพ้  เพียงแค่คิดว่าจะได้เห็นสีหน้าดิกกอรี่หลังโดนวู้ดบดขยี้  เด็กชายมัลฟอยก็รู้สึกสะใจแล้ว

                “ฉันคิดว่าเราน่าจะปล่อยพวกกริฟฟินดอร์ไปก่อน”  เดรโกพูดด้วยท่าทางมุ่งร้าย

                “แล้วนายไม่เสียดายหรือไงที่ปล่อยให้พวกนั้นชนะไปง่ายๆในนัดแรกน่ะ” 

                “แต่สภาพอากาศเลวร้ายแบบนี้  พวกเราสลิธีรินนั่งดูพวกกริฟฟินดอร์กับฮัฟเฟิลัฟทรมานไม่ดีกว่าหรือไง”  เด็กชายมัลฟอยไหวไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ  ก่อนจะอธิบายต่อไปว่า  “ฉันคิดว่าถ้ากริฟฟินดอร์จะเอาชนะฮัฟเฟิลพัฟก็คงไม่ง่ายนักหรอก  และที่สำคัญฉันแน่ใจว่าวู้ดคงฝึกซ้อมทีมอย่างหนักเพื่อล้มพวกเรา  แล้วถ้าพวกเราไม่ลงแข่ง  แต่กลายเป็นฮัฟเฟิลพัฟแทนล่ะ  วู้ดต้องโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแน่ๆที่สุดท้ายกลยุทธ์ที่วางเอาไว้ไม่ได้ใช้กับพวกเรา  แต่เป็นพวกทึ่มดิกกอรี่”

                “ความคิดดีมาก  มัลฟอย”  ฟลินท์ยิ้มอย่างชั่วร้าย 

 



                หลังจากที่ช่วยแก้คำสาปมัดร่างให้เซดริกที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ  เฟริน่าก็ยืนยันให้พรีเฟ็คบ้านฮัฟเฟิลพัฟกลับไปพักผ่อนทันที  เขาทำหน้านิ่วนิดหน่อย  แต่สุดท้ายก็ยอมกลับไปหอนอนของตัวเอง  และทันทีที่แน่ใจว่าเซดริกเดินไปไกลแล้ว  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างก็เดินไปที่คุกใต้ดิน  เธอเคาะประตูห้องทำงานของศาสตราจ์วิชาปรุงยา  และผลักประตูเข้าไปโดยไม่รออีกฝ่ายอนุญาต

                เซเวอร์รัสเงยหน้าขึ้นมาจากตำราเล่มใหญ่  และเมื่อเขาเห็นว่าเป็นใคร  เขาก็กลับไปสนใจตำราเล่มเดิมทันที 

                “เซเวอร์รัสคะ”  เฟริน่าเอ่ย  แต่ชายจมูกตะงอไม่ตอบและไม่เงยหน้ามองเธอสักนิด  เด็กหญิงทำหน้านิ่วที่เห็นเขาทำเย็นชาใส่  เธอทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามเขาและจ้องมองใบหน้าซีดเซียวไม่วางตา  จนกระทั่งอาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง

                “ทำไมไม่กลับไปหอนอน  มาเพ่นพ่านตรงนี้ทำไม  แบล็คไม่ได้อยู่ที่นี่  ถ้าเธอจะกรุณาสังเกตเห็น  คุณโพสัน”  สเนปพูดด้วยเสียงเย็นเยียบ  เขายังคงไม่เงยหน้าขึ้นมา

                “โธ่  เซเวอร์รัสคะ  หนูตั้งใจมาหาคุณนะคะ  แล้ววันนี้หนูรู้ว่าคุณพูดประชดหนู”  เด็กหญิงเข้าเรื่องทันที  ชายจมูกตะขอไม่ตอบ  แต่เลือกที่จะพลิกหน้ากระดาษและตั้งใจอ่านตำราตรงหน้าต่อไป  เฟริน่าพ่นลมหายใจเบาๆ  “การที่ซิเรียสอยู่ที่นี่  ไม่ได้ทำให้หนูสนใจคุณน้อยลงนะคะ  ทั้งคุณและซิเรียสไม่มีใครสำคัญมากไปกว่ากัน  พวกคุณสำคัญสำหรับหนูเท่ากันค่ะ  แต่สถานการณ์ตอนนี้  มันช่วยไม่ได้จริงๆ  คุณก็รู้ว่าเบลลาทริกซ์  เลสแตรงจ์เป็นคน...  เป็นคนฆ่าซิเรียส  และ...  หนูไม่อยากให้ซิเรียสตายนี่คะ  หนูอยากให้คุณเข้าใจ  ไม่ใช่ว่าหนูห่วงซิเรียสมากกว่าคุณ”

                เซเวอร์รัสหยิบปากกาขนนกขึ้นมาและตั้งต้นจดอะไรบางอย่างใส่ตำราและยังคงไม่สนใจเธอ

                “ตอนนี้หนูกังวลมากเลยค่ะ  เซเวอร์รัส”  เฟริน่าพึมพำสียงแผ่ว  เธอเลื่อนสายตามาที่มือตัวเอง  “ถ้าสมมติว่าเบลลาทริกซ์ช่วยให้โวลเดอมอร์คืนชีพสำเร็จ...  หนูไม่อยากจะคิดเลยว่าคุณต้องเจออะไรบ้าง  หนูรู้สึก...  หนูรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณมากเลยนะคะ  หนูไม่อยาก...  ไม่อยากให้คุณต้องทำตัวเป็นสายลับเลย...  ถึงคุณจะเก่งเรื่องการสกัดใจก็จริง  แต่หนูไม่อยากให้คุณอยู่ห่างจากสายตาเลย  หนูกลัวว่าโวลเดอมอร์จะจับได้  และหนูจะไม่เห็นคุณกลับมาอีก...”

                เสียงขีดเขียนของปากกาขนนกหยุดลง  เด็กหญิงจึงพูดต่อไปว่า

                “ตอนนี้ซิเรียสกับศาสตราจารย์ลูปินออกตระเวนหาตัวเลสแตรงจ์อยู่ที่ฮอกส์มี้ด  หนูเป็นห่วงพวกเขาทั้งคู่เลยค่ะ  แต่ถ้าพวกเขาทำสำเร็จ  จะไม่มีใครช่วยฟื้นคืนชีพให้โวลเดอมอร์ได้...  คุณก็ไม่ต้องเป็นอันตราย  ถึงจะทำใจได้ยากที่ต้องเห็นซิเรียสออกไปข้างนอกนั่น  และไม่รู้ว่าเขาจะถูกเบลลาทริกซ์ฆ่าหรือเปล่า  แต่ตอนนี้หนูคิดว่าเราไม่มีทางเลือกมากนัก  และจะให้คุณออกไปควานหาตัวเบลลาทริกซ์  หนูก็ไม่คิดว่าคุณควรทำ  เพราะถ้าสมมติว่าโวลเดอมอร์กลับมาสำเร็จ  เบลลาทริกซ์ต้องเอาเรื่องคุณไปฟ้องแน่ๆ  และคุณก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตราย  --  เซเวอร์รัสคะ  ตอนนี้คุณยังคิดอยู่หรือเปล่าว่าหนูห่วงซิเรียสมากกว่าคุณ”

                ใบหน้าซีดเซียวของศาสตราจารย์วิชาปรุงยานิ่งสนิท  เขายังคงไม่เงยหน้าขึ้นมา  แต่ถึงอย่างนั้นก็เอ่ยเสียงเรียบว่า

                “ฉันไม่อยากนั่งฟังเธอพล่ามอะไรไร้สาระหรอกนะ  คุณโพสัน”  เขาพลิกหน้ากระดาษอีกครั้ง  และเสริมต่อไปว่า  “เธอยังเด็กคิดมากไปทำไม  ความตายเป็นเรื่องธรรมดา  หัดห่วงตัวเองเสียบ้าง”

                “แต่  --  ”

                “ฉันสัญญากับเธอแล้วไงว่าฉันจะไม่ยอมตาย  เธอจำไม่ได้หรือไง” 

                คำพูดของเขาทำให้เด็กหญิงพูดไม่ออก  แล้วสเนปก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอด้วยสีหน้าจริงจังกว่าทุกที

                “ในเมื่อฉันให้สัญญากับเธอแล้ว  ไหนเธอสัญญากับฉันมาซิว่าเธอเองก็จะต้องไม่ตายเหมือนกัน”

                “หนู  --  ”  เฟริน่านึกไม่ถึงว่าเขากำลังขอให้เธอสัญญาอะไร

                “สัญญากับฉันมาสิ  คุณโพสัน”  เขาย้ำอีกครั้งและจ้องตาเธอไม่กะพริบ 

คราวนี้เด็กหญิงรู้สึกหน้าร้อนและจากที่เป็นฝ่ายจ้องเขามาตลอด  ก็เปลี่ยนเป็นฝ่ายหลบสายตาแทน  ก่อนจะพึมพำตอบไปว่า

                “สัญญาค่ะ”

                สเนปปิดตำราลงและขยับตัวลุกขึ้นยืน  พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็นว่า

                “เธอสัญญากับฉันแล้ว  ถ้าทำไม่ได้อย่างที่สัญญาล่ะก็  --  “  ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาเงียบไป  เฟริน่าจึงชำเลืองมองเขา  และเห็นชายจมูกตะขอกำลังจ้องมองเธออย่างพินิจพิจารณา  ก่อนจะเหยียดยิ้มอย่างชั่วร้ายและพูดเสียงต่ำอย่างข่มขู่ว่า  “  --  ฉันจะหักคะแนนกริฟฟินดอร์หนึ่งพันคะแนน”

                เด็กหญิงอ้าปากค้าง  พลางจ้องมองเขาตาแทบถลน

                “อะไรนะคะ!

                “ฉันทำแน่  คุณโพสัน  ฉันไม่ได้ขู่  เธอรู้นิสัยฉันดี”  สเนปหยิบตำราขึ้นมา  และหมุนไปยังขั้นหนังสือ  เขายัดตำราไปบนนั้น  และหันกลับมาจ้องมองเธอด้วยสายตาดุร้าย

                เฟริน่าอดนิ่วหน้าใส่เขาไม่ได้ 

“ตั้งหนึ่งพันคะแนนเลยเหรอคะ  ร้ายกาจที่สุด”  เด็กหญิงท้วง  แต่กลับได้รับเป็นรอยยิ้มชั่วร้ายอีกครั้ง  “จะมีสักครั้งไหมคะที่คุณจะยิ้มให้หนูดีๆบ้าง  ไม่ใช่ยิ้มชั่วร้าย”

สเนปนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด  ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า

“ถ้าเธอรอดตายจากการล้มล้างจอมมารได้  ฉันจะยอมยิ้มดีๆสักครั้งให้เธอเห็น”

“จริงๆนะคะ!

“จริง  --  ”

“โอ้  เซเวอร์รัส  คุณน่ารักมากเลยค่ะ!”  เด็กหญิงร้องบอก 

“กลับหอนอนได้แล้ว!


__________________95%_________________


เด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่มุมในสุดของร้านหัวหมู  ในมือมีเหล้าน้ำผึ้งอุ่นสี่ไพนต์ที่พร่องไปครึ่งถ้วย  สายตาของเขาเอาแต่จับจ้องไปรอบๆอย่างระแวดระวัง  เสียงพ่อมดแม่มดที่มีท่าทางลับลมคมในกำลังคุยกระซิบกันอยู่ไม่ไกล  ในขณะที่อีกฝากหนึ่งของร้านมีพวกจับกลุ่มแลกเปลี่ยนของในตลาดมืดด้วยการเล่นพนัน  ทอมยกเหล้าขึ้นจิบอีกครั้ง  ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังแม่มดคนหนึ่งที่นั่งอยู่เพียงลำพัง  แม้หมวกของเธอจะถูกดึงลงมาและมีผ้าพันปกปิดใบหน้า  แต่เขาก็ยังสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเธอซูบตอบ  อุ้งมือที่โผล่พ้นชายแขนเสื้อคลุมนั้นแห้งหยาบถูกปกคลุมด้วยผิวหนังซีดเซียว  กระดูกข้อนิ้วปูดโปนบ่งบอกว่าแม่มดคนนี้คงไม่ได้กินดีอยู่ดีนัก  และเหมือนเธอจะรู้สึกตัวว่าเขาจ้องอยู่  เปลือกตาหนาที่มีดวงตาโหลลึกเลื่อนขึ้นมามองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

ทอมจำแม่มดคนนี้ได้  และเขาต้องการใช้ให้เธอทำอะไรสักอย่าง  แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะขยับตัวลุกขึ้น   เบลลาทริกซ์  เลสแตรงจ์ก็รีบวางเหรียญบนโต๊ะและก้าวออกจากร้านไปในทันที  ทอมขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด  เขารีบวางถ้วยเหล้าพร้อมกับเหรียญลงบนโต๊ะ  แต่เขายังไม่ทันก้าวไปถึงประตู  จอมมารหนุ่มก็เห็นใครคนหนึ่งที่ทำให้ตัวเขาสั่นเทิ้ม 

ร่างผอมสูงในชุดเสื้อคลุมตัวยาวสีน้ำเงินเข้มกำลังก้าวมาทางนี้  ชายชราผู้มีเคราสีเงินที่ยาวจนแทบสอดเข็มขัดได้ทำให้ทอม  ริดเดิ้ลรีบถอยหลังออกห่างจากประตูอย่างรวดเร็ว  เขาเดินไปรวมกลุ่มปะปนกับพ่อมดที่เหมือนจะเดินทางมาจากอเมริกาเหนือที่กำลังถกเถียงกันเรื่องอะไรบางอย่าง  ประตูร้านหัวหมูถูกเหวี่ยงเปิดออกพอดีกับที่ทอมทรุดตัวหลบอยู่หลังพ่อมดผิวเข้มร่างยักษ์โดยไม่ลืมดึงหมวกลงมาปิดบังใบหน้า  เสียงรองเท้าบู้ตดังกระทบพื้นร้านก่อนจะหยุดลงหน้าเคาเตอร์

จอมมารหนุ่มกำมือแน่นจนข้อนิ้วขาว  รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว  เขานึกไม่ถึงว่าดัมเบิลดอร์จะออกมาที่นี่ในคืนนี้ 

“ขออย่างเดิม”  เสียงแหบชราของอาจารย์ใหญ่เอ่ยเนิบๆ 

ทอมเหลือบมองผ่านกลุ่มพ่อมดที่เขาหลบอยู่  ดัมเบิลดอร์กำลังยืนเคาะนิ้วเบาๆที่เคาเตอร์  ใบหน้าเหี่ยวย่นดูสงบเยือกเย็น  ดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นกำลังสำรวจรอบๆร้าน  เด็กหนุ่มดึงหมวกลงมาและพยายามเอนตัวหลบอยู่ในมุมมืด  ภาวนาให้ดัมเบิลดอร์ไม่ทันสังเกตเห็นเขา  แต่แล้วเสียงรองเท้าบู้ตของชายชราก็ดังขึ้นอีกครั้ง  ดัมเบิลดอร์ถือถ้วยเหล้าและกำลังเดินหาที่นั่ง  ทอมรู้ว่านั่นไม่ปกติอีกต่อไป  อดีตอาจารย์วิชาแปรงร่างกำลังมองหาอะไรบางอย่าง...   

ขณะที่ชายชรากำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  ทอมก็เอื้อมมือไปแตะไม้กายสิทธิ์ในกระเป๋าเสื้อคลุม  ในสมองคิดคำสาปสักบทที่จะสกัดกั้นดัมเบิลดอร์  แต่ก่อนที่เขาจะดึงไม้กายสิทธิ์ออกมา  เสียงสุนัขเห่าจากข้างนอกก็ดังขึ้น  อาจารย์ใหญ่ชะงักฝีเท้า  พลางรีบหมุนตัวออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว  ชายเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มปลิวสะบัดไล่หลัง  ทอมเหลือบมองออกไปยังกระจกขุ่นมัวของร้าน  เขาทันเห็นร่างของชายชราก้าวอย่างรีบร้อนหายออกไปจากกรอบหน้าต่าง

จอมมารหนุ่มไม่รอช้าที่จะขยับออกจากมุมมืด   เขารีบสาวเท้าไปที่ประตูร้านและผลักออกไปอย่างรวดเร็ว  ลมเย็นจนแทบแช่แข็งพร้อมกับละอองฝนปลิวมากระทบใบหน้า  เด็กหนุ่มซุกมือเข้ากระเป๋าเสื้อคลุม  ดวงตาสีน้ำตาลใต้หมวกมองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง  ขายาวๆก้าวฝ่าลมพายุที่เริ่มพัดแรงขึ้นให้ห่างจากร้านหัวหมู  เขาไม่ต้องคิดหาคำตอบว่าดัมเบิลดอร์มาที่นี่ทำไม  ถ้าไม่ใช่ควานหาตัวเลสแตรงจ์  นั่นก็ต้องเป็นเขา...

ทอม  ริดเดิ้ลแทบอยากจะระเบิดอารมณ์ออกมาแต่ต้องอดกลั้นไว้  ในสมองคิดแผนการอย่างรวดเร็ว  เด็กผู้หญิงคนนั้นคงบอกเรื่องเขากับดัมเบิลดอร์อย่างไม่ต้องสงสัย  จอมมารหนุ่มขบฟันแน่น  ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกหักหลัง 

“เธอลองดีผิดคนแล้ว  โพสัน”

 



เฟริน่าปีนเข้าในห้องนั่งเล่นรวม  ที่นั่นเธอเห็นแฮร์รี่กับรอนนั่งทำการบ้านอยู่กับกลุ่มนักเรียนคนอื่นๆ  และเมื่อเลื่อนสายตามองหาเฮอร์ไมโอนี่   เธอก็เห็นเด็กหญิงผมฟูกำลังนั่งจมอยู่กับกองหนังสือและการบ้านหลายวิชา  เฟริน่าเดินไปหยุดใกล้ๆ  พลางชำเลืองมองกองม้วนเรียงความยาวเหยียดที่มีลายมือสวยเป็นระเบียบอยู่บนนั้น  พลางนึกสงสัยว่าเฮอร์ไมโอนี่ควรจะยอมแพ้และถอนวิชาเรียนบางวิชาได้แล้ว

“เธอควรลงเรียนเฉพาะวิชาที่น่าสนใจจริงๆนะ”  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างบอก  พลางอุ้มครุกแชงค์ออกจากเก้าอี้นวมและลงไปนั่งแทน  เจ้าแมวสีส้มทำหน้าบู้บี้ใส่เธอ  ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับสะบัดหางฟูฟ่อง

“ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก”  เฮอร์ไมโอนี่ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา

เฟริน่าแอบกลอกตา  และตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง 

“วันนี้ที่ฮอกส์มี้ดเป็นยังไงบ้าง”

เด็กหญิงผมฟูสะดุ้ง  ก่อนจะรีบตอบสั้นๆว่า  “ก็ดี”

“หมายความว่ายังไง  ก็ดี”  เฟริน่าหรี่ตามองเฮอร์ไมโอนี่ที่แก้มเป็นสีชมพูและหลบสายตา

“ฮอกส์มี้ดก็เหมือนกับที่ใครๆก็พูดกัน  --  แล้วเธอกับเซดริกล่ะ”  คราวนี้เด็กหญิงผมฟูเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อนึกขึ้นได้

เฟริน่าแกล้งทำเป็นเปิดกระเป๋าหยิบการบ้านออกมาทำบ้าง

“ฉันตอบตกลงเป็นแฟนกับเซดริกแล้ว”

มีเสียงหัวเราะคิกคักของเฮอร์ไมโอนี่ดังมาให้ได้ยิน   “แล้วได้จูบครั้งที่สามหรือเปล่า”    

“ก็เกือบล่ะ”  เฟริน่าเกาแก้มตัวเอง  “แต่เจอโตโต้ซะก่อน  แล้วเซดริกก็ถูกกัด  ฉันเลยต้องรีบพาเขากลับมาที่ห้องพยาบาล”

“โตโต้ดูไม่ชอบเซดริกเอามากๆเลยนะ  --  แต่จริงๆมันก็ดูเป็นมิตรกับทุกคนดี  ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมันถึงเกลียดเซดริกนัก”  เฮอร์ไมโอนี่ตั้งข้อสังเกต

เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างแอบไขว้นิ้วและพึมพำว่า 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“แล้วโตโต้หายไปไหนแล้วล่ะ”  เด็กหญิงผมฟูขมวดคิ้ว 

“ฉันให้เขาเดินเล่นรอบๆปราสาทก่อนน่ะ  เดี๋ยวถึงเวลาก็กลับมาเอง” 

“จริงสิ!  อันโดรสกลับมาแล้วนะ  มันมีจดหมายติดมาด้วยล่ะ”  เฮอร์ไมโอนี่บอก  “ฉันว่านกฮูกเธอตัวอ้วนขึ้นนะ  สงสัยนิวท์  สคามันเดอร์คงเอาอาหารให้มันกินเยอะจนเกินไปแน่ๆ”

เฟริน่าละสายตาจากม้วนเรียงความอย่างตื่นเต้น  พลางเก็บของทุกอย่างใส่กระเป๋า

“งั้นการบ้านพวกนี้คงต้องรอไปก่อน  --  ขอบใจมาก  เฮอร์ไมโอนี่”

เด็กหญิงเหวี่ยงกระเป๋าพาดบ่าและตรงไปยังประตูหอนอนหญิง  เธอกระโจนขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว  และรีบผลักประตูเข้าไปในห้อง  เจ้านกฮูกหนุ่มรูปหล่อเกาะอยู่ที่ปลายเตียง  มันดูอ้วนขึ้นจริงๆอย่างที่เด็กหญิงผมฟูว่า  อันโดรสร้องทักทายเสียงนุ่มเบาๆ

“ฉันดีใจจริงๆที่เห็นแกอีกครั้ง  อันโดรส”

เด็กหญิงไม่รอช้าที่จะแกะจดหมายออกอ่าน  มีลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่บนนั้น

 


ถึง  เฟริน่า  โพสัน  ที่รัก

ก่อนอื่นเลย  ฉันต้องขอโทษจริงๆที่จดหมายของฉันอาจมาถึงล่าช้า  ฉันกำลังทำวิจัยมังกรสายพันธุ์โรมาเนีย  ลองฮอร์น  หรืออีกชื่อคือโรมาเนียเขายาว  เจ้ามังกรที่น่าสงสารมีแนวโน้มจะสูญพันธุ์  ฉันจึงถูกเชิญ  (หรือถ้าจะให้สารภาพตรงๆคือฉันเสนอตัวเข้าไปเอง!)  ไปร่วมทำวิจัยกระบวนการหาคู่ให้พวกมัน  อาจฟังดูตลกสำหรับเธอ  แต่พวกมันกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตจริงๆ  เขาของมันเมื่อเอาไปป่นเป็นผงแล้วมีค่ามาก  และยังใช้ปรุงยาสำคัญในบางชนิด 

โอ้  ตายจริง!  ฉันคงนอกเรื่องมากไปหน่อย  ต้องขอโทษด้วย  พูดถึงเรื่องนี้ทีไร  ฉันอดไม่ได้ที่จะต้องร่ายยาวเสียทุกที  เอาเถอะ  เราน่าจะเข้าเรื่องบัคบีคที่น่าสงสารกันเสียที  อย่างแรกเลย  ฉันมีความเสียใจจริงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น  และฉันต้องขอโทษเธอด้วยที่ไม่สามารถเดินทางไปเป็นพยานในวันพิจารณาได้  ใจจริงฉันอยากไปมาก  แต่ปลีกตัวมาไม่ได้เลย  จะเป็นอะไรไหมที่ฉันจะให้คำปรึกษากับเธอทางจดหมาย  ฉันอยากช่วยเท่าที่จะช่วยได้  หวังว่าเธอคงไม่ถือสาตาแก่อย่างฉันที่ไม่มีเวลา  อันที่จริงฉันมีรายงานวิจัยเรื่องอุปนิสัยและธรรมชาติของฮิปโปกริฟฟ์อยู่  แต่มันค่อนข้างยาว  และถ้าจะส่งให้คณะกรรมการเพื่อการกำจัดสัตว์ประหลาดที่เป็นอันตรายอ่านรายงานนั่น  ฉันแน่ใจว่าเมื่อพวกเขาเห็นความหนาของมันก็คงจะไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน  ดังนั้น  ขอเวลาฉันสักหน่อย  ฉันจะคัดบทย่อส่วนที่น่าจะเป็นประโยชน์ที่แสดงให้พวกเขาเห็นว่าจริงๆแล้วฮิปโปกริฟฟ์นั้นสุภาพและเป็นมิตรมากแค่ไหน และหวังว่ารายงานฉบับนี้จะช่วยบัคบีคที่น่าสงสารหลุดจากโทษประหารไปได้ 

ถ้าเธอจะกรุณาให้เวลาฉันสักนิด  ฉันแน่ใจว่าฉันช่วยมันได้  แม้จะไม่ได้เดินทางไปเป็นพยานในวันพิจารณาก็ตาม  แต่ขอแค่อย่างเดียว  เรื่องนายลูเซียส  มัลฟอย  (ฉันได้ยินเรื่องเขามาเยอะพอสมควร  และพยายามไม่ตัดสินเขาจากคำพูดของใครๆ)  ฉันหวังว่าเขาคงจะไม่พยายามโน้มน้าวใจคณะกรรมการไม่ให้เชื่อรายงานของฉันก็พอ

จดหมายฉบับนี้คงมาถึงช่วงฮัลโลวีน  ดังนั้น  สุขสันต์วันฮัลโลวีน!

ปล.ถ้าเธอสงสัยอะไร  เขียนมาหาได้เสมอ  ฉันยินดีตอบทุกคำตอบ

                                                                                    แด่รักและมิตรภาพ

                                                                                



               “โอ้  ให้ตายเถอะ!”  เฟริน่าทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างขัดใจ  เธอรู้สึกเสียดายที่นิวท์  สคามันเดอร์ไม่สามารถมาในวันพิจารณาได้  เด็กหญิงนึกว่าจะได้เจอนักสัตว์วิเศษวิทยาเสียอีก  แล้วเธอก็อ่านจดหมายทวนอีกครั้ง  ก่อนจะยิ้มกว้างที่อย่างน้อยคุณสคามันเดอร์จะส่งรายงานวิจัยฮิปโปกริฟฟ์มาให้  และยินดีให้เธอเขียนจดหมายไปหาเขาอีก  เด็กหญิงผุดลุกขึ้นนั่ง  และหยิบกระดาษกับปากกาขนนกออกมา  ก่อนจะเริ่มต้นเขียนจดหมายกลับไปว่า

 


ถึง  นิวท์  สคามันเดอร์

            หนูขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือจริงๆค่ะ  เสียดายจังเลยที่หนูไม่ได้เจอคุณ  อยากให้คุณมีเวลาว่างจริงๆ  หนูก็หวังว่านายลูเซียส  มัลฟอยจะไม่พยายามข่มขู่พวกคณะกรรมการ  และเชื่อว่ารายงานวิจัยของคุณต้องช่วยบัคบีคไม่ให้ถูกประหารได้แน่ๆ  หนูภาวนาให้เป็นแบบนั้น!  ถ้าหนูรู้กำหนดนัดพิจารณาเมื่อไหร่  หนูจะเขียนไปหาคุณนะคะ    

            และดีใจจริงๆที่ได้รับจดหมายของคุณค่ะ  หนูไม่รู้ว่าคุณได้อ่านเดลี่พรอเฟ็ตไหม  แต่ถ้าได้อ่าน  ขอบคุณนะคะที่คุณยอมตอบจดหมายหนู  ตอนแรกหนูกังวลนิดหน่อย  เพราะไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อข่าวพวกนั้นหรือเปล่า  แต่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์น่าจะเคยเขียนจดหมายไปหาคุณถึงสถานการณ์ในตอนนี้  หนูไม่ขอพูดถึงมากดีกว่า  คุณคงรู้ว่าทำไม

            สำหรับงานวิจัยของคุณเรื่องมังกรสายพันธุ์โรมาเนีย  ลองฮอร์น  กระบวนการหาคู่ฟังดูน่าสนใจมากเลยค่ะ!  หวังว่าคุณจะช่วยให้พวกมันไม่สูญพันธุ์สำเร็จนะคะ  ถ้าเป็นไปได้  หนูอยากรู้จังว่าคุณรู้ได้อย่างไรว่ากระบวนการหาคู่ของพวกมันเป็นยังไง  หนูนึกภาพไม่ออกจริงๆ

            ปล.อากาศที่โรมาเนียเป็นอย่างไรบ้างคะ  ตอนนี้ที่ฮอกวอตส์พายุเข้าค่ะ  อากาศหนาวมาก  อ้อ!  สุขสันต์วันฮัลโลวีนเช่นกันค่ะ  จดหมายของคุณมาถึงวันนี้พอดีเลย

                                                                                                แด่รักและมิตรภาพเช่นกัน

                                                                                                            เฟริน่า  โพสัน

 


               เด็กหญิงอ่านทวนจดหมายตัวเองอีกครั้ง  เธอจัดการใส่ซองและเดินไปหยุดตรงหน้าอันโดรส  นกฮูกหนุ่มตีปีกอย่างกะตือรือร้น  มันคาบจดหมายและเอียงคอมองเธอด้วยดวงตาสีดาวาววับอย่างตื่นเต้น

                “ส่งให้ถึงมือคุณสคามันเดอร์นะ  อย่าถูกดักจดหมายกลางทางซะก่อนล่ะ”  เธอพูด

                อันโดรสรีบกระโดดมาเกาะแขน  เฟริน่าพามันลงมาที่ห้องนั่งเล่นรวม  ก่อนจะเปิดหน้าต่าง  นกฮูกหนุ่มโผบินออกไปท่ามกลางพายุฝนทันที  เธอปิดหน้าต่างลง  พลางจ้องมองอันโดรสจนกระทั่งมันกลายเป็นจุดเล็กๆ  เฟริน่ากำลังคิดว่าพรุ่งนี้เธอจะไปพบแฮกริดที่กระท่อมและบอกเรื่องนิวท์  สคามันเดอร์ให้เขารู้  ผู้รักษากุญแจต้องดีใจมากแน่ๆที่พ่อมดนักสัตว์วิเศษวิทยายื่นมือมาช่วยเรื่องนี้

 



                “ซิเรียสแน่ใจว่าเลสแตรงจ์อยู่ที่นี่ครับ”  ลูปินกระซิบบอกดัมเบิลดอร์  ขณะที่เดินกลับเข้าปราสาท  สุนัขสีดำตัวใหญ่เดินรั้งท้าย  ดวงตาสีเทากวาดมองไปรอบๆ

                “เราต้องระวังตัวกันมากขึ้น  ฉันจะแจ้งกับอาจารย์ทุกคนในฮอกวอตส์  ให้ทุกคนช่วยกันกวดขันการเดินเวรยามตอนดึก”  แว่นตาทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสะท้อนกับแสงไฟที่ลอดออกมาจากหน้าต่างของบ้านแต่ละหลังในฮอกส์มี้ด  ห่างออกไปที่หน้าทางเข้าโรงเรียน  ร่างของผู้คุมวิญญาณเลื้อยไปมา  มือเหี่ยวเน่าโผล่พ้นออกมาจากชายผ้าคลุมสกปรกรุ่งริ่ง  ภาพนั้นทำให้ชายชราขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

                “ผมคิดว่าเลสแตรงจ์คงบุกเข้ามาในปราสาทไม่ได้แน่  ตราบใดที่มีผู้คุม  --  ”

                “อย่าประมาทเลสแตรงจ์เชียว  รีมัส”  ดัมเบิลดอร์เอ่ยเตือนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม  ดวงตาสีฟ้าอ่อนมองไปรอบๆราวกับหาอะไรบางอย่างระหว่างเดินไปด้วย  “ทักษะและความร้ายกาจของมือขวาโวลเดอมอร์  ไม่ช้าก็เร็ว  เธอต้องทำอะไรสักอย่าง  --  ฉันแน่ใจ  มันมีหลายวิธีมาก  และฉันไม่มีวันไว้ใจหรือเชื่อใจพวกผู้คุมเด็ดขาด  ตราบใดที่พวกนั้นเป็นสิ่งที่ไร้ความเห็นอกเห็นใจ”

                ศาสตราจารย์วิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดขมวดคิ้ว  เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง  แต่ก็เปลี่ยนใจเงียบไว้และใช้ความคิดแทน  ทั้งสามผ่านผู้คุมวิญญาณเข้าไปในรั้วโรงเรียน  ดัมเบิลดอร์ก้าวยาวๆโดยไม่ชำเลืองมองผู้คุมวิญญาณสักนิด  ใบหน้าเหี่ยวย่นยังคงไม่ชอบใจกับความคิดของรัฐมนตรีฟัดจ์ที่ยังไม่ยอมถอนบรรดาผู้คุมออกไป  และดูเหมือนจะมีการสั่งการเพิ่มจำนวนผู้คุมรอบๆรั้วโรงเรียนมากขึ้น  ตอนนี้สุนัขสีดำรีบวิ่งนำหน้าพ่อมดทั้งสองไปหยุดตรงหน้าประตูไม้โอ๊คบานใหญ่  พลางใช้อุ้งเท้าเปิดประตู  และทันทีที่บานประตูแง้มออก  ร่างของพ่อมดแอนิเมจัสก็ผลุบหายเข้าไปในปราสาท

                ซิเรียสไม่ได้รอคนทั้งสอง  เขารีบกระโจนขึ้นบันไดพาตัวเองเดินไปตามระเบียงทางเดิน  อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ที่คืนนี้เกือบจับตัวเบลลาทริกซ์ได้แล้ว  แต่หล่อนก็หนีไปซ่อนอีกครั้ง  ร่างของวิญญาณบารอนเลือดทะลุกำแพงออกมาตัดหน้าเขาไปนิดเดียว 

                เสียงผีประจำบ้านสลิธีรินบ่นพึมพำอะไรบางอย่าง  แต่ซิเรียสไม่ได้สนใจ  เขารีบวิ่งจนไปถึงหน้ารูปภาพเหมือน  ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเข้าไปไม่ได้  ถ้าไม่บอกรหัสผ่าน   เขาคำรามในลำคออย่างหงุดหงิด  แต่เมื่อหมุนตัวจะกลับไปขอให้ลูปินช่วย  ร่างของรีมัสก็ปรากฏขึ้นราวกับรู้ความคิดเขา

                “ใจร้อนเหมือนเดิม”  ลูปินพูดยิ้มๆ  สุนัขสีดำตัวใหญ่กระดิกหางด้วยความดีใจ  และเมื่อศาสตราจารย์หนุ่มบอกรหัสผ่าน  ซิเรียสก็กระโจนเข้าช่องหลังรูปภาพเหมือน  ก่อนหันกลับมามองหน้าลูปินและผงกหัวให้เป็นเชิงขอบคุณ

                ห้องนั่งรวมกริฟฟินดอร์มืดสลัวและเงียบสงบเมื่อไร้บรรดานักเรียน  ไฟในเตาผิงเกือบดับมอด  มีควันลอยกรุ่นขึ้นมาจากฟืน  ซิเรียสเดินทั่วห้อง  ใช้จมูกดมบนพื้นพรม  ก่อนจะวิ่งไปหยุดตรงหน้าประตูหอนอนชาย  และอีกครั้งที่อุ้งเท้าเหมือนหมีเขี่ยจนบานประตูเปิดออก  ร่างของสุนัขสีดำวิ่งขึ้นบันไดไป  จมูกดมกลิ่นที่พื้นและไปหยุดที่หน้าห้องที่ประตูแง้มทิ้งไว้  ปลายจมูกของเขาดันบานประตูให้เปิดกว้าง  ในหอนอนชายที่มีเตียงสี่เสา  ดวงตาสีเทาของซิเรียสเป็นประกายเมื่อจ้องมองไปยังร่างหนึ่งบนเตียง  เขาเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงใกล้ๆ  บนนั้นมีร่างเด็กชายอายุสิบสามปีที่มีกลุ่มผมสีดำยุ่งเหยิง  เสียงลมหายใจดังสม่ำเสมอที่บ่งบอกให้รู้ว่าเด็กชายหลับสนิท  ซิเรียสนั่งจ้องนิ่งต่อไป  ดวงตาสีเทาทอดมองอย่างเอ็นดูและรักใคร่  ก่อนจะงับผ้าห่มและดึงขึ้นมาห่มจนถึงคอให้เด็กชาย  พลางยกอุ้งเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาตบเบาๆบนร่างของแฮร์รี่

                ซิเรียสไม่รู้ว่าเขาจ้องมองลูกชายของเพื่อนรักนานแค่ไหน  เขารู้แต่เพียงว่าเขาคิดถึงเจมส์  พอตเตอร์เหลือเกิน  และไม่อยากจะยอมรับความจริงว่าเพื่อนรักของเขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว  เหลือไว้เพียงลูกชายคนเดียวที่หน้าตาถอดแบบกันมา  เว้นก็แต่ดวงตาที่ได้จากลิลี่   เขาลุกขึ้นและหมุนเดินออกมาจากห้อง  ปากงับมือจับประตูและดึงให้มันปิดลงเบาๆ  อุ้งเท้าทั้งสี่กระโจนลงบันไดอย่างเงียบกริบ  ก่อนจะลงมาโผล่ที่ห้องนั่งเล่นรวมอีกครั้ง  เขาเอียงคอมองไปยังประตูหอนอนหญิง  ลังเลใจว่าควรขึ้นไปดีไหม  เขาไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น  เพราะหอนอนหญิงเป็นเขตหวงห้ามของผู้ชาย  แต่แล้วขณะที่กำลังจะหมุนตัวไปนอนที่พรมหน้าเตาผิง  เขาก็เห็นแมวตัวผู้สีส้มหน้าบู้บี้ตัวหนึ่ง  มันเดินทะลุออกมาจากใต้เก้าอี้นวม  ดวงตาของมันจ้องมองเขาด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจ  เจ้าแมวตัวนั้นค่อยๆเดินเข้ามาใกล้  ปลายหางฟูฟ่องชี้เด่ขึ้นเหมือนระวังภัย  และทันทีที่มันมาถึงตัวซิเรียส  มันก็ใช้จมูกดมเขา  ก่อนจะส่งเสียงร้องเบาๆ  เจ้าแมวสีส้มเดินไปหยุดตรงหน้าบานประตูและใช้อุ้งเท้าของมันผลักให้เปิดออก  มันกระโจนขึ้นไปสองขั้น  พลางหมุนตัวกลับมาหาเขา  หางพองๆสะบัดไปมาอย่างเกียจคร้านและเป็นมิตร  มันผงกหัวราวกับจะเรียกให้เขาขึ้นไป

                ซิเรียสลังเลใจเล็กน้อย  แต่เขาก็ค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้  พลางยกอุ้งเท้าข้างหนึ่งแตะไปที่บันไดขั้นแรกของหอนอนหญิงอย่างระมัดระวัง  และเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เขาก็เดินขึ้นบันไดตามหลังแมวสีส้ม  มันนำเขาไปจนหยุดอยู่หน้าประตูห้องหนึ่ง  เจ้าแมวสีส้มผงกหัวอีกครั้ง  พลางใช้หัวดันบานประตูให้เปิดออกและผลุบหายเข้าไปในนั้น  ร่างของสุนัขแอนิเมจัสตามเข้าไป  และเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงที่มีร่างของเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่าง  เธอกำลังนอนหลับคากองม้วนกระดาษ 

                สุนัขตัวเท่าหมีพยายามจะดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เธอ  เด็กหญิงงึมงำในลำคอเบาๆ    

                “ซิเรียส..”  เธอพึมพำด้วยเสียงงัวเงีย  และลุกขึ้นนั่งพร้อมกับขยี้ตา  ซิเรียสเห็นเด็กหญิงเลิกผ้าห่มขึ้น  ก่อนที่เธอคว้าขาหน้าของเขาและออกแรงดึงเบาๆ  แต่เมื่อเห็นเขาไม่ยอมขยับ  เด็กหญิงก็พึมพำว่า  “ขึ้นมานอนด้วยกันบนนี้ค่ะ”

                สุนัขสีดำรีบส่ายหัว  แต่เด็กหญิงที่ยังงัวเงียก็ยังดึงเขาขึ้นไป  ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้และขึ้นไปนอนขดตัวที่หัวเตียงกินพื้นที่ไปเกินครึ่ง  เด็กหญิงงึมงำในลำคอและซุกตัวลงนอนบนกลุ่มขนปุยสีดำ  ซิเรียสใช้ปลายจมูกดมที่แก้มและเรือนผมของเธอ  พลางหันไปงับผ้าห่มดึงขึ้นมาห่มให้เด็กหญิง  เธอขยับตัวซุกเข้าหาเขามากขึ้น  แล้วร่างของสุนัขสีดำตัวใหญ่ก็ขดตัวรอบเด็กหญิง

 



                เวลาล่วงเลยไปครึ่งค่อนคืน  ในความมืดสลัว  มีนกฮูกตัวใหญ่บินมาเกาะที่หน้าต่างห้องนอน  ครุกแชงค์ที่กำลังนอนขดตัวอยู่ที่ปลายเตียงเฮอร์ไมโอนี่ลืมตาขึ้น  มันยกหัวและจ้องมองนกฮูกตัวนั้น  ก่อนจะวิ่งออกจากห้องนอนลงมาที่ห้องนั่งเล่นรวม  และที่หน้าต่างก็ปรากฏนกฮูกตัวเดิม  มันจ้องครุกแชงค์ตาไม่กะพริบ  เจ้าแมวสีส้มกระโจนขึ้นไปที่หน้าต่าง  พลางใช้อุ้งเท้าของมันเขี่ยให้หน้าต่างเปิดออก  จดหมายถูกหย่อนเข้ามาหล่นบนพรมที่พื้นห้อง  นกฮูกร้องเบาๆราวกับกล่าวขอบคุณ  และกะพรือปีกบินจากไป  ครุกแชงค์กระโดดลงมาและใช้จมูกดมจดหมายฉบับนั้น  มันมีกลิ่นสาปสัตว์และเปลือกไม้  ครุกแชงค์คาบจดหมายกลับขึ้นมาที่หอนอนหญิงอีกครั้ง  มันกระโดดขึ้นไปบนเตียงนอนของเด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างและจัดการวางลงที่ปลายเตียง  และเมื่อสุนัขสีดำตัวใหญ่ลืมตาพร้อมกับยกหัวขึ้นมา  เจ้าแมวสีส้มก็ใช้จมูกดันซองจดหมายไปใกล้กับสุนัขตัวนั้น 

                พ่อมดแอนิเมจัสจ้องมองจดหมายฉบับนั้น  ก่อนจะเลิกคิ้วสงสัย  เมื่อมันจ่าหน้าถึงเขา

                โตโต้

            ซิเรียสคาบจดหมายเข้ามาใกล้และใช้ปากฉีกจดหมายออกอ่าน  และยิ่งประหลาดใจเมื่อเห็นชื่อพ่อมดที่ส่งมา

                นิวท์  สคามันเดอร์


__________________________________________


ในที่สุดก็ครบ 100%  สักที  55555   ชื่อตอนนี้  กว่าจะโผล่มา  ก็  5%  สุดท้าย  แต่นิวท   สคามันเดอร์ส่งมาให้ถึงสองคน  ว่าแต่ส่งมาให้ซิเรียสทำไม  แถมยังรู้ชื่อโตโต้ด้วย  มีลับลมคมในอยู่นะเนี่ย  

สำหรับพี่ทอมคนโฉดดดด  รู้สึกกำลังจะวางแผนร้ายเพราะโกรธหนูเฟเข้าจริงๆ  แต่ก็แอบกลัวแทนพี่ทอมเลยตอนดัมเบิลดอร์เข้ามาในร้านหัวหมู  ถ้าดัมเบิลดอร์เจอตัวนะ  โดนแน่ๆเลย  แผนการพี่ทอมตรงนี้เป็นตัวแปรสำคัญเหมือนกันค่ะ  แต่เราจะได้รู้จริงๆ  คิดว่าน่าจะบทหน้า  หรืออีกสองบทหน้า  นี่ลงให้ครบ  100%  รีดจะได้ไม่ค้างกัน  ต่อจากนี้ไรท์คงไม่ว่างอัพต่ออีกสักพักนะคะ  ฮืออออออ  TvT

ชอบโมเม้นซิเรียสในร่างสุนัขมาก  มีความน่ารักน่าเอ็นดู  ยิ่งตอนสื่อสารกับครุกแชงค์ (?) ยิ่งน่ารักเป็นพิเศษ  ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน  อยากให้อยู่ร่างนี้ถาวรไปเลยดีมั้ย (?!)  ถถถถ  แต่แอบเศร้าตอนซิเรียสไปจ้องมองแฮร์รี่  ;_;  แล้วก็เอ็นดูตอนขึ้นไปขดตัวนอนบนเตียงกับหนูเฟ  ซิเรียสจะน่ารักและน่าสงสารแบบนี้ไม่ได้น้าาา

สำหรับเรือพี่เซด  ไม่พูดไม่ได้  เห็นรีดหลายคนบอกน่าสงสาร  น่ารสงสารจริงๆนั่นแหละ  แต่ไรท์จะพยายามหาใส่โมเม้นน่ารักๆเข้าไปเยอะๆนะคะ  แต่เรื่องโดนรุมทำร้ายนี่  เลี่ยงไม่ได้จริงๆ  แต่ละคนมีสไตล์การเล่นงานพี่เซดต่างกัน  ป๋าเนปก็มีสไตล์แบบป๋า  แต่ถ้าใครคิดว่าป๋าจะใช้มุกเดิมๆสั่งการบ้านหรือหักคะแนนพี่เซดล่ะก็  ขอบอกเลยว่าคิดผิดนะคะ  อย่างที่ไรท์เคยบอกว่าป๋าจะมาแบบเหนือชั้นมาก  แบบยิงทีเดียวได้นกถึงสองตัวเชียวล่ะ  55555  ส่วนป๋าซีก็ออกแนวข่มขู่  น้องเดรกก็แนวแอบลอบทำร้าย  ส่วนแฮร์รี่นั้น  ไรท์ว่าเขาเป็นตัวละครที่เกลียดใคร  แต่คงไม่ทำแบบตัวละครที่เพิ่งกล่าวมาแน่ๆ  คงเป็นคนเดียวที่ทำร้ายพี่เซดน้อยสุดแล้วล่ะมั้งคะ  55555  ส่วนพี่ทอมคนโฉด  งานนี้พี่ทอมจะไม่ยุ่ง  เพราะพี่ทอมมีแผนการร้ายกว่านั้นค่ะ  พี่ทอมไม่สนเรื่องพี่เซด  แต่พี่ทอมสนเรื่องที่หนูเฟไปฟ้องปู่ดัมมากกว่าตอนนี้  แถมมีทีท่าจะไปร่วมมือกับเบลลาทริกซ์อีกแน่ะ  แต่ด้วยอุปนิสัยของจอมมารแล้ว  ไม่น่าร่วมมือ  น่าจะหลอกใช้ให้ทำอะไรสักอย่าง  คือพี่ทอมในตอนนี้ร้ายแบบร้ายจริงๆ  ยังไม่เป็นคนดี  ยังเป็นผู้ร้ายอยู่ค่ะ    จะเริ่มดีก็นู่นนนน  เล่มสี่ค่ะ  ดีแบบค่อยเป็นค่อยไป  ไรท์พิมพ์ยาวอีกละ  -_-;

ส่วนนิวท์นั้นนนน  ชอบกระบวนการหาคู่มังกรของนิวท์จัง  ต้องน่ารักมากแน่ๆ  ไรท์ขอหวีดดดดดด  อยากเห็นจริงๆ  เอาเป็นว่ารีดอย่าเพิ่งเสียใจไปว่าทำไมนิวท์ถึงไม่มานะ  หุหุ  ความลับค่ะ  เขาเป็นตัวละครลับในเรื่องนี้  ใบ้แค่นี้พออออออ  ถ้าบอกเยอะนี่รู้หมดเลย  ฉะนั้นงดพูดถึงนิวท์แบบเจาะลึก  เดี๋ยวไรท์จะลงรูปมังกรสายพันธุ์โรมาเนีย  เขายาวนะคะ  ส่วนเรื่องลายเซ็นต์นิวท์ไรท์เอามาจาก https://harrypotter.fandom.com/wiki/Newton_Scamander


  

https://harrypotter.fandom.com/wiki/Romanian_Longhorn


เดี๋ยวจะทยอยตอบเม้นนะคะทุกคน  ขอบคุณที่ยังไม่ลืมฟิคนี้กัน  แม้ว่าไรท์จะหายไปอย่พักนึง  ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่าาาา (เมื่อมีเวลา  แต่มาแน่ๆ!)


มาแบบง่วงๆ  จริงๆว่าจะลงปลายมีนาคม  แต่ก็นะ  บอกไม่ได้เหมือนกัน  แต่ช่วงนี้ไรท์เหนื่อยมากกกกกกกกก  คือที่เหลืออีก  5%  นี่อย่าเพิ่งทวงกันเลยนะคะ  ฮือออออออ  จริงๆอยากให้ครบ 100%  แต่มันไม่ไหวแล้วค่ะ สมองเบลอมากช่วงนี้  แถมมามีเรื่องฝุ่นละอองอีก  ยิ่งไปกันใหญ่เลย  ช่วงนี้ก็ยังคงยุ่งอย่างหนักเช่นเคยค่ะ  แต่ยังคิดถึงฟิคนี้  คิดถึงรีดทุกคนเหมือนเดิม 

     ส่วนฟิคนิวท์  สคามันเดอร์นี่  อันนั้นเปิดเรื่องกว่าจะได้ลง  อีกยาวววววว  แต่มันไม่ได้ดราม่าขนาดนั้น  ถ้าอ่าน  Intro  (อันแสนยาวเหยียดอีกแล้ว?)  เนื้อเรื่องนี่จะคนละแนวกับฟิคนี้เลย  เอาเป็นว่า  ฟิคนี้หนูเฟเข้าหาดัมเบิลดอร์  แต่ฟิคนู้น  หลบดัมเบิลดอร์เป็นว่าเล่น  พยายามไม่เข้าหาสุดๆ  แต่จริงๆมันก็มีเหตุผลอยู่นั่นแหละ  เรื่องนั้นมีดราม่าเกี่ยวกับลีตา  เลสแตรงจ์พอสมควร  แต่เชื่อเถอะค่ะว่าพอหลังจากที่นิวท์กับเฟริน่าได้เดินทางไปรอบโลก(? ไม่ขนาดนั้นหรอก  ไปไม่กี่ประเทศเองงง)  ช่วงนั้นก็จะดราม่าน้อยลง  มีความน่ารักของนิวท์และสัตว์วิเศษซะมากกว่า  และเราจะได้เจอเจคอปในกองทัพด้วย!  ไรท์ชอลเจคอปมากนะ  เป็นตัวละครที่น่ารักดี  และหลังจากได้ดู  FB  ภาคสอง  ก็เลยกลายเป็นติ่งนิวท์ไปเลย  TvT  ผู้ชายอะไรทำท่าทางแปลกๆ  แต่น่ารักเป็นบ้า (?)  5555  ฟิคคงไม่ยาว  ตั้งใจไว้แบบนั้น  แต่กว่าจะได้แต่งบทแรก  คงอีกนานนนนนน 

ปล.รักษษสุขภาพกันด้วยนะคะ  ช่วงนี้มีแต่คนป่วยกันเยอะมาก  รวมทั้งไรท์

ปล.2  ฮืออออ  เดรโกร้ายกาจกับพี่เซดมาก  พี่เซดที่น่าสงสาร  ซิเรียสก็จ้องจะเล่น  นี่มาเจอเดรโกอีกกกก

ปล.3  ป๋าเนปปปปปป  รักป๋าที่สุด

ปล. 4  พี่ทอมจะโดนอะไรบ้างเนี่ย  แต่เอาเถอะ  มันเป็นตัวแปรสำคัญค่ะ!!

ปล.5  ซิเรียสก็นะ  ทำตัวไม่สมเป็นสุนัขเลย  ดี๊ด๊าเกินหน้าเกินตาไปหน่อยนะ  รู้สึกน่าตีจริงๆ




ไม่ค้างแล้วนะ  ห้ามค้างแล้วนะคะทุกคน  ถ้าค้าง  ไรท์ก็ไม่รู้ด้วยแล้วน้าาาาา  

แอบรู้สึกว่าเวลาสเนปกับซิเรียสทะเลาะกันดูน่ากลัวจังเลยค่ะ  เอาจริงๆ  เท่าที่เคยอ่านฟิคผ่านๆตามา  ยังไม่เคยเห็นฟิคไหนแต่งฉากแบบนี้เลย  ไม่ใช่ว่าไรท์ชอบความรุนแรงอยากเห็นทั้งคู่ทะเลาะกันนะคะ  แต่จากที่อ่านต้นฉบับมา  ทั้งคู่เกลียดกันมากจริงๆ  ทั้งเกลียดทั้งชิงชัง  เรียกได้ว่าถ้าอีกฝ่ายตาย  คงจุดพลุฉลองเลยทีเดียว  ยิ่งในเล่มห้า  ต้นฉบับ  ซิเรียสกับสเนปกำลังจะตีกัน  ถ้าแฮร์รี่ไม่ห้าม  ไรท์ว่าเหตุการณ์ลงไม้ลงมือกันคงมีแน่ๆ  เพราะต่างเกลียดกันซะขนาดนั้น  เป็นความเกลียดที่หยั่งรากฝังลึกมากจริงๆ  

สำหรับเรื่องชื่อ  โตโต้  ไรท์เห็นรีดหลายคนเรียกซิเรียสว่า  โตโต้  น่ารักมากกกกกกเลยค่ะ  ตอนแรกจะเลือกใช้  สนัฟเฟิลส์ตามชื่อแฝงที่ซิเรียสให้พวกแฮร์รี่ใช้เรียกแล้วนะ  แต่ไปๆมาๆ  ชื่อ  โตโต้  มันติดอยู่ในหัว  มันเป็นชื่อของหมาในเรื่องพ่อมดแห่งออซค่ะ  เป็นหมาฉลาดแสนรู้สายพันธุ์  Yorkshire Terrier  ขอนำท่อนหนึ่งในหนังสือเด็กเรื่องพ่อมดแห่งออซมาให้อ่าน  ส่วนที่บรรยายถึง  โตโต้  นั้นน่ารักมากเลยค่ะ  

"It was Toto that made Dorothy laugh, and saved her from growing as gray as her other surroundings. Toto was not gray; he was a little black dog, with long silky hair, and small black eyes that twinkled merrily on either side of his funny, wee nose. Toto played all day long, and Dorothy played with him, and loved him dearly..."

Credit  :  http://oz.wikia.com/wiki/Toto

"โตโต้ทำให้โดโรธีหัวเราะ  และปกป้องเธอจากการเติบโตที่จะกลายเป็นสีเทาจากสิ่งรอบๆตัวเธอ  โตโต้ไม่ได้มีสีเทา  แต่มันเป็นสุนัขสีดำตัวเล็ก  ขนยาวอ่อนนุ่ม  และมีดวงตาเล็กสีดำที่เปล่งประกายสนุกสนานในดวงตาแต่ละข้าง  มันตลก  จมูกเล็กกะจิ๋วหลิว  โตโต้เล่นตลอดทั้งวัน  และโดโรธีก็เล่นกับมัน  และรักมันที่สุด"  

สุดท้ายก็เลยใจละลายกับโตโต้  จนต้องขอหยิบชื่อมาให้ซิเรียส  ก็ดูลักษณะและอุปนิสัยของโตโต้สิคะ  น่ารัก  คล้ายกับซิเรียสนิดหน่อย  ตรงที่พยายามปกป้องหนูเฟ  แต่ถึงแม้ซิเรียสจะมีร่างเป็นแอนิเมจัสสุนัขสีดำเหมือนโตโต้  แต่ขนาดตัวนี่ต่างกันลิบลับ  5555  ดวงตาซิเรียสเป็นสีเทา  แต่โตโต้เป็นสีดำ  พอถูไถไปได้อยู่  ดวงตามีประกายสนุกสนานรื่นเริงตลอดเวลา  ซิเรียสก็มีนะ  เวลาทะโมนไง  เข้าขากับเจมส์ดีเป็นพวกจำอวดชอบทำให้คนอื่นหัวเราะ  (ตรงนี้ไรท์อิงจากคำพูดของมาดามโรสเมอร์ทาที่อยู่ร้านไม้กวาดสามอันที่พูดถึงซิเรียสกับเจมส์นะ  555)  เรื่องจมูกโตโต้กับซิเรียสนี่ก็คงจะคนละไซด์  แต่ไรท์ชอบค่ะ  และชอบตรงท่อนสุดท้ายที่บอกว่าโดโรธีเล่นกับโตโต้  และรักโตโต้ที่สุด  <<  ตรงนี้น่าจะบอกใบ้อะไรรีดได้หลายอย่างนะคะว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นยังไง  โตโต้ชอบเล่นทั้งวัน  และโดโรธีก็ชอบเล่นกับมัน  เอ๊~  อย่างนี้ก็แปลว่าโดโรธีก็ต้องเล่นกับโตโต้ทั้งวันเหมือนกัน  ถึงตรงนี้  รีดน่าจะเดาออกแล้วเนอะ  ว่าหนูเฟกับซิเรียสน่ะ  ต่อไปจะเป็นยังไง  อยากจะบอกว่าความสนุกมันเกิดต่อจากนี้นั่นแหละ  แต่ไม่เกี่ยวกับพ่อมดแห่งออซนะคะ  ไม่มี  อันนั้นคนละเรื่อง  5555  แค่บอกเป็นนัยๆเฉยๆว่าซิเรียสจะอยู่ในฮอกวอตส์แบบไหน

ปล.ใครไม่เห็นด้วยกับไรท์เรื่องเอาชื่อ  โตโต้  มาใช้  ก็กราบขออภัยนะคะ  แต่จะให้เปลี่ยนก็คงไม่ทันแล้ว  ถถถถ  แปะคลิปโตโต้นิดนึงก็แล้วกัน  น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆ  หลงรักเลย

ปล.ลืมพูดถึงนุ้งเดร  น้องเห็นใครน้าาาาา  น่ากลัวจังงงงง  แถมมาด้วยบทที่พูดถึงรอนกับเฮอร์ไมโอนี่  อ่าาาา  รอนน่ารักจัง  55555


ของดอัพฟิคชั่วคราวนะคะ  เนื่องงานเริ่มเยอะอีกแล้ว  ไว้ว่างจะกลับมาอัพค่ะ






*******************************************************


ส่วนนี้เป็นส่วนที่อยากให้รีดอ่านแล้วช่วยกันโหวตหน่อยนะคะว่าชอบอ่านนิยายหรือฟิคผ่านมุมมองแบบไหน  ไรท์มีให้เลือก  2  แบบคือ  

แบบที่ 1  มุมมองบุคคลที่สาม

แบบที่ 2  มุมมองผ่านบุคคลที่หนึ่ง


แบบที่  1  มุมมองบุคคลที่สาม

                เฟริน่ากำลังจะล้มตัวนอนลงบนเตียง  แต่แล้วเธอก็กลับจ้องไปที่บานประตูห้องอีกครั้ง  เธออดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้   เมื่ออยู่ๆต้องเช่าห้องพักร่วมกับชายหนุ่มท่าทางประหลาด  ถึงแสตมฟอร์ดจะยืนยันกับเธอว่าเชอร์ล็อก  โฮล์มส์ไม่ใช่ผู้ชายที่สนใจผู้หญิง  เรียกได้ว่าไม่เคยสนใจเลยจะดีกว่าก็ตาม  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ใช่เกย์ตามคำบอกเล่าของแสตมฟอร์ด  หญิงสาวจึงอดกังวลไม่ได้  เธอเลิกผ้าห่มออกและเดินไปที่ประตูห้อง  ก้มลงไปสำรวจลูกบิดประตูให้แน่ใจอีกครั้งว่าตัวเองล็อกมันดีแล้ว 

                แต่ทว่า...  เธอก็อดประหวั่นพรึงไม่ได้  แม้เขาจะเป็นผู้ชายร่างผอมสูงดูแล้วไม่น่าจะแข็งแรงพอพังประตูเข้ามาได้  แต่เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน...  เธอหันรีหันข้างและสายตาก็ไปเจอกับเก้าอี้ในห้อง  คุณหมอสาวเดินไปและยกเก้าอี้ขึ้น  พลางย่องอย่างเงียบกริบ  เธอไม่ต้องการให้ชายหนุ่มร่วมห้องได้ยินว่าเธอกำลังเคลื่อนย้ายเก้าอี้ไปกั้นที่ประตู

                กึก!

                เสียงขาเก้าอี้ทั้งสี่กระแทกพื้นห้องเบาๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ  เฟริน่ารีบเงี่ยหูฟังว่าโฮล์มส์ได้ยินหรือไม่  แต่เมื่อนอกห้องไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงท่อนไม้แตกเปรี๊ยะจากความร้อนในเตาผิง  เธอก็ถอนหายใจโล่งอก  และกลับไปล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง

 



                รุ่งเช้าอดีตผู้ช่วยศัลยแพทย์ประจำกองพันที่ 5 รีบลุกขึ้นมาแต่งตัว  ตั้งใจว่าวันนี้จะออกไปสำรวจรอบถนนเบเกอร์  แต่เมื่อเธอเปิดประตูห้องออกไป  เธอก็พบเชอร์ล็อก  โฮล์มส์กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมหน้าเตาผิง  ขายาวๆของเขาเหยียดไปบนพื้นห้อง  สองมือประนมจดคาง  สีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง 

                “อรุณสวัสดิ์”  เธอเอ่ยอย่างเก้อๆ  ไม่บ่อยนักที่เธอจะได้เช่าห้องร่วมกับผู้ชาย  แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตอบ  เธอจึงเอ่ยให้ดังขึ้นอีกครั้ง  “อรุณสวัสดิ์  คุณโฮล์มส์”

                ชายหนุ่มเจ้าของชื่อพ่นลมหายใจแผ่วติดจะรำคาญ  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เอาแต่จ้องมองไปยังจุดหนึ่งบนกำแพงและไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายเพื่อนร่วมห้องกลับ

                เฟริน่าพยายามรักษาสีหน้าตัวเองไว้ให้ราบเรียบ  ดูท่าเพื่อนร่วมห้องของเธอจะไม่ค่อยอยากผูกมิตรสักเท่าไหร่  หญิงสาวคิดว่าเสียเวลาเปล่าจึงจะออกไปเดินสำรวจบริเวณรอบๆที่พัก  แต่ขณะที่มือเธอแตะลูกบิด  โฮล์มส์ก็ร้องตะโกนขึ้นว่า

                “หมอ!

                หญิงสาวสะดุ้งตัวลอย  และหันไปมองเพื่อนร่วมห้อง

                “อะไรของคุณ  ฉันตกใจหมด  ทำไม  --  “

                “อยากไปช่วยผมสืบคดีไหม”  เขาพูดขัดขึ้นด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า  พลางลุกจากเก้าอี้นวมและก้าวข้ามห้องไปหยิบเสื้อคลุมสีเข้มและผ้าพันคอ  ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ  อดีตทหารแพทย์เงยหน้ามองชายหนุ่มอย่างงุนงงระคนตกใจ

                “ว่าไงนะ  คุณจะให้ฉันไปด้วยเหรอ”

                “ใช่สิ  ถ้าคุณไม่มีอะไรทำละก็”  เขาพูดและหมุนลูกบิดประตูก้าวออกไป  เขารีบลงบันไดไปก่อน  และตะโกนอีกว่า  “ผมจะรออยู่หน้าประตูและเรียกแท็กซี่”

                เฟริน่าไม่แน่ใจว่าตัวเองมานั่งในแท็กซี่กับคุณโฮล์มส์ได้อย่างไร  แต่ตอนนี้เธอกับเขากำลังอยู่ที่เบาะหลังรถ 

                “คุณเคยเห็นศพมาเยอะเลยสินะ”  เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย   ขณะกำลังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู

                หญิงสาวไม่นึกว่าเขาจะชวนเธอคุย  เพราะตั้งแต่ขึ้นรถมาร่วมสองชั่วโมงเขาก็เอาแต่นิ่งเงียบและมองออกไปนอกหน้าต่าง

                “เอ้อ  พอสมควรเลยล่ะที่อัฟกานิสถาน”  เธอตอบ  “คดีที่เราจะไปมีศพงั้นเหรอ”

                “เปล่า”  เขาตอบและเก็บโทรศัพท์มือถือเร็วๆใส่กระเป๋าเสื้อคลุม  “แค่คดีของหายน่ะ”

                “อ้อ”  เฟริน่าตอบได้แค่นั้น  พลางคิดว่างานนักสืบของเขาคือหาของหายหรือตามหาสัตว์เลี้ยงอย่างที่เธอแอบค่อนแคะไว้จริงๆด้วย  ดูท่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้มีดีอย่างที่เขาอวดอ้างความฉลาดเอาไว้เลย

                “ถึงแล้ว”  เขายัดเงินใส่มือคนขับรถและกระโดดลงมาที่พื้นถนน  เฟริน่ารีบเปิดประตูลงมาและเดินอ้อมรถไปหยุดข้างๆเขา

                บ้านหลังหนึ่งที่มีบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านไม่กว้างนักปรากฏสู่สายตา  สวนถูกดูแลเป็นอย่างดี  และท่าทางเจ้าของบ้านหลังนี้น่าจะเป็นพวกมีอันจะกิน   ชายหนุ่มก้าวยาวๆไปหยุดอยู่หน้าประตูเงามันปลาบและกดกริ่ง  เฟริน่ารีบวิ่งตามไปหยุดยืนข้างๆ

                ฉับพลันประตูบ้านก็เหวี่ยงเปิดออก  หญิงสาวผมสีบลอนด์มีกระเต็มใบหน้าแดงๆ  เธอดูอายุเพียงยี่สิบปีและมีสีหน้าดูอึดอัดใจมาก

                “มาพบใครคะ”  หล่อนถาม

                “แจ้งกับคุณคัลเลนว่าผมเชอร์ล็อก  โฮล์มส์ที่นัดไว้ครับ” 

                แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวคนนั้นจะตอบ  ก็มีเสียงแหบๆดังขึ้น  พร้อมกับมีชายรูปร่างท้วมวัยห้าสิบปี  ไว้หนวดเครา  ศีรษะเริ่มล้านเลี่ยนไปครึ่งหนึ่งเดินมาที่หน้าประตู  จมูกของเขาใหญ่มาก  และมีดวงตาเล็กหยีสีดำสนิท

                “อ้อ  คุณโฮล์มส์  ยินดีมากที่คุณยอมมาพบผมสักที”  ชายวัยห้าสิบปีบอกอย่างกระตือรือร้นและยื่นมือมาให้ 

แต่เชอร์ล็อก  โฮล์มส์กลับเอามือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม  สายตาจ้องไปยังพื้นพรมและองค์ประกอบอื่นๆของตัวบ้านอย่างไม่ใส่ใจนัก  เขาไม่ปรายตามามองคุณคัลเลนอีกเลย  เฟริน่าพอจะรู้มาว่าเขาค่อนข้างแปลกและหยาบคาย  แต่ไม่เคยเห็นเขาทำตัวหยิ่งจองหองและหยาบคายมากเท่านี้มาก่อน 

ชายที่เฟริน่าเดาว่าน่าจะชื่อคัลเลนดึงมือกลับไปและหัวเราะอย่างเก้อๆ  ใบหน้าอูมเป็นสีแดง  ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนมาที่เธอ  แล้วเขาก็ใช้สายตาสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างระมัดระวัง 

“นั่นผู้ช่วยคุณเหรอ”  คุณคัลเลนถาม

                “แฟน”  โฮล์มส์ตอบในทันที 

                เฟริน่าอ้าปากค้าง  นึกงุนงงว่าทำไมเขาถึงตอบชายคนนั้นไปแบบนั้น  แต่ก่อนที่เธอจะแก้ความเข้าใจผิดกับคุณคัลเลน  โฮล์มส์ก็รีบพูดต่อไปในทันทีว่า

                “ผมต้องการฟังเรื่องเล่าของคุณโดยละเอียด” 

โฮล์มส์ไม่พูดเปล่าแต่เดินแทรกเข้าไปในบ้านก่อนที่คุณคัลเลนจะเชื้อเชิญ  ชายหนุ่มก้าวยาวๆไปที่ห้องรับแขกและนั่งบนเก้าอี้นวมทำตัวราวกับเป็นบ้านของเขาเอง  คุณคัลเลนและหญิงสาวที่น่าจะเป็นคนรับใช้มองการกระทำของนักสืบหนุ่มอย่างอึ้งๆในความไร้มารยาท

“ต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะคะ”  เฟริน่ารู้สึกอายแทน  หญิงสาวคิดว่าเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องหันไปกล่าวขอโทษชายเจ้าของบ้านและสาวรับใช้

“ช่างมันเถอะ”  คุณคัลเลนบอกอย่างไม่ถือสา  ก่อนจะผายมือไปยังเก้าอี้นวมตรงข้ามเชอร์ล็อก  “คุณไปนั่งตรงนั้น  เดี๋ยวเจนจะนำชามาเสิร์ฟให้”

เฟริน่าเดินไปทิ้งตัวนั่งตรงข้ามกับนักสืบหนุ่มที่มีโต๊ะตัวหนึ่งวางกั้นอยู่ตรงหน้า  บนโต๊ะมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งวางอยู่  เชอร์ล็อกนั่งพิงพนักเก้าอี้  พลางใช้สายตามองห้องรับแขกราวกับจะเก็บรายละเอียด

“คุณหยาบคายมาก”  เธอกระซิบลอดไรฟัน 

“คุณเป็นประเภทด่วนใจอ่อนแบบนี้เสมอเลยหรือ  คุณหมอวัตสัน”  เชอร์ล็อกละสายตาจากเครื่องเรือนในห้องและใช้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองเธอ  มุมปากยกยิ้มเยาะอยู่ในทีที่หญิงสาวไม่ชอบเลย 

คุณหมอสาวพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด  พยายามกระซิบลอดไรฟันเตือนสติเขาไม่ดังไปกว่านี้เพื่อไม่หักหน้านักสืบหนุ่มหยิ่งจองหองต่อหน้าลูกค้า

“ถ้าคุณไม่ต้องการจะจับมือคุณคัลเลน  อย่างน้อยแค่ยืนเฉยๆ  ไม่จำเป็นต้องถึงกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแบบนั้น  เขาเป็นลูกค้าคุณนะ  ถ้าคุณยังจำได้อยู่  คุณโฮล์มส์”

ใบหน้าหล่อเหลาแบบเฉยชายิ้มนิดๆติดจะดูถูก

“หมอ”  เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ  “ผมอยากจะรู้ว่าเมื่อคุณก้าวออกจากบ้านหลังนี้ไป  คุณยังจะพูดแบบนี้อยู่อีกหรือเปล่า”

คุณหมอสาวยังไม่ทันมีโอกาสได้ถามว่าสิ่งที่เขาพูดหมายถึงอะไร  คุณคัลเลนก็เดินเข้ามาในห้อง  เขาตรงมานั่งข้างเฟริน่า  ใบหน้าอูมนั้นมันปลาบดูยินดี

“เอาล่ะ  เล่ามา  คุณคัลเลน”  เชอร์ล็อกเข้าเรื่องทันที  ชายหนุ่มยังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้  ดูอดทนอดกลั้นและไม่ใส่ใจชายร่างท้วมมากนัก  ออกจะดูรำคาญหน่อยๆเสียด้วยซ้ำ  แต่ถึงอย่างนั้นเฟริน่าอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเขากำลังอดทนอะไรอยู่

สีหน้าของชายเจ้าของบ้านดูขึงเครียดขึ้นมา  เขามองไปรอบๆราวกับหวาดผวาอะไรบางอย่าง

“คุณโฮล์มส์  คุณเชื่อเรื่องผีไหม”  คุณคัลเลนกระซิบ

คิ้วของชายหนุ่มย่นเข้าด้วยกัน  สายตาบ่งบอกว่ารำคาญเต็มที  แต่ก็อดทนนั่งต่อไป

“ไม่”

คุณคัลเลนหันไปรับชาที่หญิงรับใช้มาเสิร์ฟ  ก่อนจะใช้หลังมือเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก  เชอร์ล็อกรับชามาแต่ไม่ดื่ม  เขากำลังยกมันขึ้นมาดมใกล้ๆ  คิ้วขมวดชนกันและวางถ้วยชาลง  เฟริน่าไม่ตำหนิเขาเลย  เพราะชามีรสฝาดคอมาก

“ผมคิดว่าที่นี่มีผี  ในบ้านผมมี  --  “

“เข้าเรื่องสักที  คุณคัลเลน!”  โฮล์มส์ประกาศอย่างรำคาญ  ชายร่างท้วมรวมทั้งเฟริน่าสะดุ้งเมื่ออยู่ๆนักสืบหนุ่มก็ตวาดออกมาเสียงดัง

“ก็ได้ๆ  คุณไม่รู้หรอกว่าผมกลัวมากแค่ไหน”  มือของชายเจ้าของบ้านสั่นอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่  “หลายคืนแล้วที่ในห้องเก็บของเก่าที่ผมซื้อมา  ของเหล่านั้นมันขยับออกจากที่เดิมได้  ตอนแรกผมถามราเชลว่าเธอเป็นคนเคลื่อนย้ายมันหรือเปล่า  แต่เธอปฏิเสธ  ผมไม่เชื่อเธอ  พอๆกับไม่เชื่อว่าผีมีจริงในโลก  แต่อีกสองคืนถัดมาผมก็เห็นด้วยตาตัวเองว่ามันขยับเองได้  รูปวาดที่ผมซื้อมาขยับออกจากที่เดิม  แต่น่าแปลกที่ของแต่ละชิ้น  พอมันได้ขยับแล้ว  อีกวันมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย  คุณคิดว่ามันแปลกไหมล่ะ  ถ้าไม่ใช่ฝีมือผีน่ะ”

เฟริน่าอดไม่ได้ที่จะต้องตั้งใจฟัง  นี่ดูจะเป็นเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติเกินกว่าจะเป็นเรื่องของหายธรรมดาเสียแล้ว

แต่นักสืบหนุ่มดูไม่สนใจ  เขาออกจะเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ  ชายหนุ่มเปลี่ยนมานั่งไขว่ห้างและกลอกตามองไปบนเพดานอย่างระอา  การกระทำนั้นค่อนข้างไร้มารยาทมาก  เฟริน่ากำลังจะเตะขาเขาที่ใต้โต๊ะเพื่อให้หยุดทำแบบนั้นก็พอดีกับที่มืออวบอูมของคุณคัลเลนเลื่อนมาจับหน้าขาของเธอ  คุณหมอสาวรู้สึกตกใจจนนั่งตัวแข็งทื่อ  เธอไม่กล้าร้องออกมาและพยายามนั่งเขยิบออกห่าง  แต่มือของชายร่างท้วมกดหน้าขาเธอไว้และบรรจงลูบอย่างแผ่วเบาจนทำให้เธอขนลุก

“คุณโฮล์มส์  คุณต้องช่วยผมไขคดีนี้นะ”  คุณคัลเลนขอร้องนักสืบหนุ่ม   เขาไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเลยว่าที่ใต้โต๊ะกำลังคุกคามคุณหมอสาวอยู่  “ผมได้ยินมาว่าคุณชอบไขคดีแปลกๆใช่ไหม  นี่น่าจะเป็น  --  “

แล้วเชอร์ล็อก  โฮล์มส์ก็ทำในสิ่งที่เฟริน่าไม่คาดฝัน  เขากระโจนลุกขึ้นยืนและหวดหมัดพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของชายร่างท้วมเข้าเต็มๆ 

หญิงสาวอ้าปากค้าง  ในขณะที่คุณคัลเลนเลิกสัมผัสหน้าขาของเธอและเปลี่ยนมากุมใบหน้า  เลือดกำเดาไหลเปรอะออกมาจากจมูก  โฮล์มส์คว้าทิชชู่ขึ้นมาเช็ดคราบเลือดออกจากหลังมือ

“นี่สำหรับการแอบลูบขาแฟนผม  --  ไปกันเถอะ  หมอ”  เขาพูดห้วนๆ  เดินไปจนถึงประตูห้องรับแขก  ก่อนจะหยุดและหมุนตัวกลับมาราวกับเพิ่งนึกได้  “ผมไขคดีนี้ได้แล้ว  เย็นนี้จะเขียนอีเมล์มาบอก  โอนเงินค่าไขคดีเข้าบัญชีผมด้วย  อย่าลืมหักค่ารักษาพยาบาลจมูกคุณออกด้วยล่ะ”

 



แบบที่  2  มุมมองบุคคลที่หนึ่ง

ขณะที่เราออกจากบ้านของมิสเตอร์คัลเลนนั้นก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว  เชอร์ล็อก  โฮล์มส์เดินนำฉันไปหยุดอยู่ริมถนน  เขามีสีหน้าเบื่อหน่ายระคนหงุดหงิดใจเป็นที่สุดในยามนี้

“ทีนี้คุณรู้หรือยัง  วัตสัน”  เขาเอ่ยขึ้น

“คุณทำให้ฉันประหลาดใจมาก  คุณโฮล์มส์...  แต่ว่าคุณรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนแบบนั้น  คุณไม่ได้แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ในตอนแรกที่เห็นหรอกใช่มั้ย ?”  ฉันถามออกไปตรงๆ

“เรื่องแบบนี้คาดเดามั่ว ๆ ไม่ได้หรอกนะ  หมอวัตสัน”  เขาตอบและดูพอใจมากที่เห็นสีหน้าของฉันแสดงออกว่าทึ่งมากแค่ไหนที่เขามองปราดเดียวก็สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นอย่างไร  “สิ่งแรกที่ผมสังเกตเห็นเลยคือราเชล  สาวรับใช้  ถ้าคุณสังเกตดีๆว่าหน้าตาของเธอดูอึดอัดใจมาก  มีรอยแดงบนข้อมือของเธอ  เล็บมีรอยเลือดสดใหม่สีแดงส้ม  เสื้อผ้ายับย่นเป็นบางตำแหน่ง  คงไม่มีใครใส่เสื้อผ้ายับย่นแบบนั้น  นอกจากว่ารอยเหล่านั้นจะเพิ่งเกิดขึ้น  ถูกไหม”

“ยังไง”  ฉันถาม

“สมมติว่าผมคือผู้ชายที่กำลังพยายามจะคุกคามคุณ  และคุณพยายามจะขัดขืน  สิ่งที่ผมทำคืออะไร  ลองคิดสิหมอ”  เขาใช้นิ้วเรียวยาวเคาะที่ขมับตัวเอง  แต่ไม่ต้องรอให้ฉันตอบ  เขาก็ตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วและคว้าเข้าที่เสื้อผ้าของฉันและกระชากเข้าหาตัวเขา  ฉันตื่นตระหนกตกใจมากและพยายามผลักเขาออกไป  แต่เขากลับกำชุดของฉันไว้แน่น 

“นี่คุณ !”  ฉันร้องอุทาน  เขาปล่อยมือจากชุด  ก่อนจะชี้ตรงรอยยับย่นที่เขาจับเพื่อกระชากตัวฉันเข้าไปหา

“เห็นไหม  คุณเห็นหรือยัง  หมอ”  เขาหัวเราะดังลั่น  และเมื่อแท็กซี่มาถึง  เขาก็โบกมือหยุดเอาไว้  ทั้งฉันและเขาก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลัง

“คุณมันบ้าจริงๆเชียว !  ฉันตกอกตกใจหมด” 

“ถึงตรงไหนแล้วนะ”  โฮล์มส์พูดขึ้นต่อไปราวกับสนุกสนานเสียเต็มประดา  “อ้อ ! แล้วพอมิสเตอร์คัลเลนก้าวออกมา  จิ๊กซอว์ในหัวของผมก็สมบูรณ์  ตัวเขามีกลิ่นน้ำหอมของราเชล  และมีรอยข่วนที่เพิ่งเกิดขึ้นที่ใต้ไรหนวดเคราของเขา”  เขาผายมือราวกับนี่เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน  และมันเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากที่จะมองใครปราดเดียวก็รู้

ฉันยกมือขึ้นนวดขมับ  แล้วบอกเขาว่า  “คุณทำฉันมึนไปหมดแล้วนะนี่...  ยิ่งใคร่ครวญดูว่าฉันเห็นอะไรบ้างในสิ่งที่คุณเห็น  ฉันกลับไม่เฉลียวใจเห็นสิ่งเหล่านั้นเลย  มันลึกลับซับซ้อนมากที่จะเข้าใจง่ายๆในตอนแรก  แต่พอคุณอธิบายมันก็ไม่ได้ดูยากอะไรเลย  แต่ทำไมฉันถึงไม่เห็น”

เพื่อนร่วมห้องของฉันยิ้มอย่างเห็นด้วย  เขาไม่มีท่าทีถ่อมตนเลยสักนิด

“แน่นอน  เพราะว่าผมคือเชอร์ล็อก  โฮล์มส์  ผมฉลาดเสมอ”  เขาพูด

“นั่นเป็นสาเหตุใช่มั้ย ? คุณถึงตอบเขาไปว่าฉันเป็นแฟนคุณ  เพื่ออย่างน้อยเขาคงจะมีสามัญสำนึกเสียบ้างและไม่ทำอะไรรุ่มร่ามใส่ฉัน”  ฉันถามพลางดึงมือจากขมับ

“ถูกต้อง  แต่ผมคงอนุมานผิดไปหน่อยเรื่องระดับสามัญสำนึกของเขา”

“อืมม์...  แต่หมัดคุณแรงใช่ย่อย”  ฉันพูด  “ขอบคุณจริงๆ  ฉันไม่น่าด่วนว่าคุณเลย  คุณโฮล์มส์”

โฮล์มส์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมและดึงเอาโทรศัพท์มือถือออกมา  แต่ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยถามเรื่องที่เขาบอกมิสเตอร์คัลเลนว่าไขคดีได้แล้ว  ก็มีสายเข้าโทรศัพท์มือถือของเขา  แต่โฮล์มส์กลับกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย  และไม่ว่าใครก็ตามที่พยายามติดต่อเขานั้นช่างมีความอดทนอย่างล้นเหลือต่อความหยาบคายของโฮล์มส์ที่กดตัดสายทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า 

“พับผ่าซิ !”  แล้วเขาก็ต้องกดรับสาย  “ว่าไง  เซเวอร์รัส” 

ฉันไม่ใช่คนชอบจุ้นจ้าน  แต่สีหน้าที่เปลี่ยนมาเยือกเย็นกะทันหันของโฮล์มส์ก็ทำให้ฉันอยากรู้ว่าปลายสายคือใครกัน  แต่เสียดายที่เขาพูดสองสามคำกับประโยคที่ฉันไม่เข้าใจนัก  เช่น  ยาพิษหมายเลข  86...  มือปราบมาร...  หล่อนเป็นมักเกิ้ล...  ผมโดนยึดไม้ไปแล้วนี่ !...  ฝากซื้อบัตเตอร์เบียร์มาด้วย...

และเมื่อเขาวางสายลงด้วยสีหน้ารำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด  ฉันก็หวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นนกฮูกตัวหนึ่งถลาร่อนลงมาชนที่กระจกหน้าต่างแท็กซี่เข้าอย่างจัง  คนขับสบถดังนั่น  แต่โฮล์มส์ดูไม่ตกใจและรีบเปิดกระจกรถและกระชากเอาจดหมายที่อยู่ในจะงอยปากของนกฮูกมา

ฉันแน่ใจว่าเห็นมันจ่าหน้าถึงคนอื่นที่ไม่ใช่  เชอร์ล็อก  โฮล์มส์

ทอม  มาโวโร่  ริดเดิ้ล

“นั่นชื่อใครหรือ”  ฉันถาม

โฮล์มส์รีบยัดจดหมายฉบับนั้นใส่กระเป๋าเสื้อคลุมอย่างไม่ใส่ใจว่ามันจะยับ

“ชื่อคนรู้จัก”  เขาตอบ  สายตาดูเหม่อลอยราวกับคิดอะไรอยู่

“แต่บ้านเลขที่  221 บี  ไม่มีใครชื่อนี้นะ”  ฉันพูดราวกับนึกได้  “แล้วนกฮูกนั่นมา  --  ”

“หมอ  แล้วมันมีประโยชน์อะไรสำหรับคุณที่จะต้องรู้ล่ะ ?”  เขาขัดขึ้นอย่างหมดความอดทน

ฉันอ้าปากค้าง  และรีบหุบปากตัวเองอย่างรวดเร็ว  การที่เขาพาฉันมาสืบคดีด้วยดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้เขาทำตัวหยาบคายและจองหองกับฉันน้อยลง  แล้วโฮล์มส์ก็ดึงปกคอเสื้อคลุมขึ้นมา  และเอนหลังหลับตาลง  ปลายนิ้วมือประสานกันอยู่บนอก

ทีแรกฉันไม่แน่ใจนักว่าเขาหลับหรือไม่  เพราะร่างกายเขาดูนิ่งและไม่มีการนอนกรนหรือนอนอ้าปากแต่อย่างใด  แต่เมื่อรถแท็กซี่พาพวกเรามาถึงถนนเบเกอร์และหยุดจอดที่หน้าบ้านเลขที่  221  บี  เขาก็กระเด้งตัวขึ้นจากพนักพิงทันที  ฉันจึงรู้ว่าเขาไม่ได้หลับ  โฮล์มส์ลงจากรถและก้าวยาวๆเข้าประตูไปโดยไม่คิดที่จะรอหรือจ่ายเงินค่ารถ

ฉันมองตามเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อนิสัยเอาแต่ใจ  แต่กระนั้นก็รีบหยิบกระเป๋าสตางออกมาและยื่นเงินให้คนขับรถ  ก่อนจะลงจากรถและเปิดประตูเข้าไปในบ้านบ้าง  และทันทีที่มาถึงโถงทางเดิน  เสียงไวโอลินก็ดังขึ้นเป็นจังหวะทำนองว้าวุ่นและเครียดขึง  แต่เศร้าหมองในขณะเดียวกัน  มิสซิสฮัดสันเดินมาที่ประตูกำลังจะเอาขยะไปทิ้ง  ฉันจึงช่วยหล่อนหิ้วไปวางกองที่หน้าบ้าน

“คุณรู้จักเขามาก่อนฉัน  ปกติเขาเป็นคนแบบนี้ประจำหรือคะ”  ฉันถาม

มิสซิสฮัดสันมองขึ้นไปยังชั้นบน  ยกมือทาบอกและส่ายหน้าว่า

“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจว่าเชอร์ล็อกคิดอะไร  เขาไม่มีเพื่อนเลย  อาจจะด้วยนิสัยหยาบคายของเขาด้วย  แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนดีมาก”  หล่อนบอก  และกุมมือฉันไว้  ดวงตาเป็นประกายปลื้มปริ่ม  “ฉันดีใจนะที่เธอยอมเป็นเพื่อนกับเขา”

ฉันหัวเราะเก้ออย่างไม่รู้จะตอบอะไร  ถ้าบังเอิญว่าฉันไม่ต้องการอยู่ในลอนดอนและหาห้องเช่าราคาถูก  ฉันคงไม่จับพลัดจับผลูมาอยู่กับเขาแน่ ๆ


*_*_*_*_*_*_*


อันนี้จะเป็นตอน  Special Thanks  ค่ะ  ลองแต่งขึ้นมาในมือถืออย่างปัจจุบันทันด่วนมาก  อาจยังต้องเกลาอีกสักหน่อย  แต่ตอนนี้สงสัยมากว่าอยากอ่านผ่านมุมมองแบบไหน  เอาจริงๆไรท์เล่าเรื่องได้  2  แบบนั่นแหละ  ดังนั้น  รีดไม่ต้องกังวลว่ามันจะลำบากหรือเปล่า  อยากจะบอกว่าแบบที่ 2 เนี่ย  มันคือการเล่าเรื่องแบบเดียวกับต้นฉบับเลย  ผ่านมุมมองของหมอวัตสัน  แต่ที่เอามาลงมันสั้นมากนะ  เลยอาจยังไม่เห็นภาษาเก่าๆโบราณอย่าง  กระมัง  โธ่เอ๋ย  พับผ่าสิ  พุทโธ่  แต่ถ้ารีดสังเกตดีๆ  พวก  !   ?  ๆ  แบบที่  2  จะถูกเว้นวรรคไม่ติดกับตัวหนังสือเสมอ  เอาเป็นว่าช่วยกันโหวตหน่อยนะคะ  ระหว่างนี้ไรท์ก็จะขอทำงานไปพลางๆก่อน  ว่างเมื่อไหร่จะมาอัพค่ะ

ปล.เนื้อเรื่องก็จะราวๆนี้  ไรท์ตั้งใจจะคิดคดีขึ้นเองค่ะ  และมีปมของตัวละครขึ้นมาด้วย  คดีไม่ใช่มีแต่ง่ายๆน่าเบื่อๆแบบที่เอามาลงนะคะ  เพราะเอาจริงๆถ้าอ่านตัวเต็มเรื่องมันมีคดีอื่นที่ยากกว่านั้นอีกค่ะ  ไม่อย่างนั้นจะเรียกให้นักสืบชื่อดังมาสืบทำไม  5555  ส่วนเรื่องปริศนาป๋าเนปโทรมา  และคำพูดแปลกๆนั่น  ก็เก็บไปเดาๆเอาแล้วกันนะคะว่าที่พี่ทอมพูดว่า  หล่อนเป็นมักเกิ้ล...  กับ  ผมโดนยึดไม้ไปแล้วนี่...  มันคืออะไร  อิอิ

ปล.2  ไว้เจอกันตอนไรท์ปั่นโปรเจคงานเสร็จนะคะ  ช่วยโหวตกันด้วยนะคะ  ไรท์จะดีใจมาก  เม้นเพิ่มเติมบอกกันได้ว่าอยากได้แบบไหน  เพราะตอนนี้พล็อตนี้ยังไม่นิ่งหนาาา  แต่มีแกนเรื่องแล้วล่ะ  ปมหลักของเรื่อง  แต่เรื่องนี้พี่ทอมเป็นพระเอกเต็มตัวเลยนะคะ  รับรองมีฉากคุณหมอสาวออกเดต  แต่พี่ทอมมาขัดขวางแบบเนียนๆทุกครั้งไปแน่นอนค่ะ  ความสัมพันธ์ก็จะกำกวมจนคุณหมอสาวของเราต้องอึดอัดใจเชียวล่ะว่าทำไมอิตาเพื่อนร่วมห้องถึงทำอะไรไม่ชัดเจน  แต่ดันทำให้คิดไปไกลในหลายๆเหตุการณ์ที่ช่วยกันสืบคดี  และอะไรที่เขาปิดบังเธอไว้  หุหุ


จิ้มๆๆ

>>  https://my.dek-d.com/timetraval/poll/?id=160448  <<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 377 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2344 Khanom_zaa (@nattachai091) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 20:31

    อยากอ่านSherlock home เค้ามีความคลั่งไคล้ทั้งเวอร์ของเฮียเบเนดิกและป๋าโร แถมยังผสมแฮร์รี่ไปอีกกก ตายๆๆๆๆๆแบบนี้ เรื่องนี้มันเกิดมาเพื่อฉันนนนน เอาทุกอย่างที่ฉันรักมารวมกันนนน(ถ้าเอาอเวนเจอร์มาด้วยจะถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์มาก5555) รักไรท์นะและจะรักตลอดไป555555555จุ๊บๆ
    #2344
    1
    • #2344-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      25 มิถุนายน 2562 / 03:23
      ไรท์คลั่งเวอร์เบเนดิกที่สุดเลยค่ะชิบเฮียแกมากกกกก คือลุคนิ่งๆปากร้าย ใจบางเลยยยย แต่ป๋าโรแนวกวนไปหน่อย แต่ก็ดีไปอีกแบบค่ะ เรื่องที่แต่งแยกนั้น ยาดตรงคดีค่ะ ทำยังไงให้รีดจับผิดไม่ได้ 5555 เแะๆ อเวนเจอร์มาไงงง อย่าสิ ไรท์ยิ่งคลั่งหมอแปลกอยู่นะ ขอบคุณที่รักและติดตามรอนะคะ รักเช่นกันนนน //จุ้บๆๆ
      #2344-1
  2. #2326 omurice (@omurice) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 08:12

    อ่านๆซ้ำวนไป รอไรท์มาต่อ ติดงอมแงมเลย ป๋าเนปมีแจกยาแก้ไหมคะ
    #2326
    1
    • #2326-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      25 มิถุนายน 2562 / 03:03
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ พยายามจะเคลียร์งานอยู่ค่ะ คิดถึงตัวละครทุกตัว คิดถึงรัดมากๆเลยยย
      #2326-1
  3. #2265 ธิดาเหมันต์ (@SaoHai) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 18:20

    ถึงจะยังไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับพ่อแม่ของเฟริน่ามากนักแต่ฉันขอเดาว่านางอาจมีความเกี่ยวข้องอะไรกับกรินเดลวัลด์https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-08.png

    #2265
    1
    • #2265-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      9 เมษายน 2562 / 15:27
      พ่อแม่หนูเฟไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรินเดลวัลด์ค่ะ อิอิ
      #2265-1
  4. #2263 Nita Lam (@47084708) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 12:17
    อยากจะบอกว่าสนุกมากกกกกก
    อ่านลากยาวตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนล่าสุดรวดเดียวเลยค่ะ ใช้เวลาสัปดาห์กว่าๆแน่ะ
    อยากจะบอกว่าไรต์แต่งได้ดีมากค่ะ เราไม่เคยอ่านแฮร์รี่เวอร์ชันนิยายมาก่อน ดูแต่หนัง แต่พอมาอ่านฟิกนี้แล้วรู้สึกเหมือนได้อ่านแฮรี่จริงๆเลยค่ะ
    ตอนแรกเราไม่เคยสนใจนิยายประเภทนี้เลย เรื่องนี้เลยเป็นฟิคเรื่องแรกที่เราอ่าน เพราะเพื่อนแนะนำมาไม่ผิดหวังจริงๆ????????
    ตอนนี้ลงเรือพี่ทอมเรียบร้อยรอไรต์มาต่ออยู่นะคะ
    //ตอนนี้รัตัวละครหลายตัวมาก ไรต์อย่าให้ใครตายเลยนะคะ ฮืออ ป๋าเนป แบลก
    //สุดท้าย// เราวาดแฟนอาร์ตน้องเฟมาค่ะ อยากจะส่งให้ไรต์ไม่ทราบว่าส่งทางไหนได้บ้างคะ
    #2263
    12
    • #2263-6 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      9 เมษายน 2562 / 17:29
      ลองเปิดดูแล้วค่ะ แต่รูปไม่ขึ้นค่ะ งือออ
      #2263-6
    • #2263-7 Nita Lam (@47084708) (จากตอนที่ 68)
      9 เมษายน 2562 / 17:45
      girly-feline@hotmail.com นี่เมลล์ไรต์ใช่ไหมคะ??
      ลองเช็คเมลล์ดูนะคะ
      #2263-7
  5. #2250 เเบะเเบะ (@chiellxRadsans) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 20:26
    ชอบอันนี้จัง55 กลโกงคือวิธีสลิธีริน555
    #2250
    1
    • #2250-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      9 เมษายน 2562 / 13:43
      รหัสผ่านบ้านงูส่วนใหญ่ไรท์คิดว่าน่าจะเป็นแบบนี้แหละค่ะ 55555
      #2250-1
  6. #2229 Mr. Queen (@anaunpr) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 20:01

    ในที่สุดเราก็อ่านมาถึงตอนล่าสุดซะที มาต่อเร็วๆนะคะ อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว สนุกมากเลย เราทีมป๋าเนปนะ แต่ก็เชียร์เซดริกด้วยเหมือนกันอะ แงงง เลือกไม่ได้ เอาเป็นว่าไม่ให้เลิกกันนะ ส่วนแฮร์รี่ เฟรนโซนเท่านั้นที่คุณคู่ควร ขอบคุณค่ะ
    #2229
    1
    • #2229-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      23 มีนาคม 2562 / 00:39
      ขอบคุณที่ชอบฟิคเรื่องนี้นะคะ จะพยายามรีบมาอัพนะคะ ป๋าเนปเล่มสามนี้มีความฮาแฝงอยู่ด้วยนะ ฉากป๋าเนปกับป๋าซิเรียสฉะกันนี่ ไม่รู้จะเชียร์ใครดี สำหรับพี่เซดคนดีศรีฮอกวอตส์นั้น มีโมเม้นฟินๆ น่ารักๆ หวานๆมาแน่ๆค่ะในเล่มสามนี้ แต่.. เล่มสี่เนี่ย จะมีเรื่องสะเทือนใจเรือพี่เซดมากค่ะ ;_; ถ้าถามว่าใช่เรื่องตายไหม ไม่ขอตอบค่าาา ส่วนแฮร์รี่นั้นจะก้าวข้าม friend zone ได้หรือเปล่า
      #2229-1
  7. #2143 Yok Poog (@yok-poog) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 15:40
    กลับมาอ่านทบทวนความจำค่ะ 555 เราไม่ได้เข้านานดีใจมากที่เข้ามาแล้วมีตอนเพิ่มมากหนึ่งตอน ขอยืนยันว่าฉันยังเชียร์คู่เนวิลล์กับหนูจินนี่!!! น่ารักอะ มีการซื้อของกลับมาเป็นกอง นึกน่าจินนี่ออกเลยว่าต้องดีใจแน่ๆ พร้อมกลับเนวิลล์หัวเราะแห้งๆพลางลูบแก้ม คือดีย์ มีความมมมรู้สึกชอบรอนขึ้นมานิดนึง ปกติก็ไม่ได้ไม่ชอบละ แต่รู้สึกว่านายฉลาดขึ้นนะ(แปลว่าปกติโง่ดิ) มีใครหลายคนบอกว่าสงสารเซดริก ฉันเริ่มไม่สงสารละ เพิ่มเติมคือความหมั่นไส้!! เขาไม่ใช่ลูกหมา หรือจิ้งจอกแล้ว นี้มันหมาป่าชัดๆ!! ความล่อลวงนี้มันอะไร!! มีการดึงจะไปทำมิดีมิร้ายอีกนะ ได้ทีมีจูบได้ทีมีกอด ถ้าหนูเดรไม่มาเห็นเข้านะ คุณโพสันจะโดนอะไรอีกก็ไม่รู้ แต่เดี๋ยวนะหนูเดร ลูกมโนไปไกลถึงมีลูกเลยเรอะ นี้หมกมุ่นหรือหลงโพสันมากเกินไปคะ

    ปล.ขอขอบคุณสำหรับตอนต่อไป เดะไปอ่านนะคะ ใจน้าไรต์~
    #2143
    3
    • #2143-2 Yok Poog (@yok-poog) (จากตอนที่ 68)
      4 เมษายน 2562 / 05:14

      ขอบคุณ ไม่มีคำอื่นใดที่จะแทนคำนี้ได้อีกแล้ว ขอขอบคุณจากใจจริง
      #2143-2
    • #2143-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      9 เมษายน 2562 / 15:57
      ขอบคุณสำหรับการติดตามเช่นกันค่าาาาา
      #2143-3
  8. #2105 jiraparatta (@jiraparatta) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 20:39

    รู้สึกหลงรักสัตว์เลยอ่ะ เจ้าสัตว์แสนรู้55+

    #2105
    1
    • #2105-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      21 มีนาคม 2562 / 15:21
      ตอนนี้ซิเรียสควรตั้งแก๊งค์ขนปุยเป็นอย่างยิ่งค่ะ 555555
      #2105-1
  9. #2104 16171218 (@16171218) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:59

    ไรม์จ๋าาาาาา รีบๆมาต่อตินหน้านะ สู้ๆคะ เป็นกำลังใจให้เสมอ

    ปล. เราเป็นแฟนคลับหน้าใหม่ของเรื่องนี้คะ

    #2104
    1
    • #2104-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      1 มีนาคม 2562 / 16:08
      ค่าาา จะรีบมาต่อนะคะ อยากมามากกกกก ขอบคุณที่เป็นกำลังใจค่ะ
      ปล.ยินดีที่ได้รู้จักน้าาา ว่าแต่ลงเรือลำไหนกระซิบบอกที 5555
      #2104-1
  10. #2100 Achyls (@mynamenane) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:53
    ไรท์ขาาาาา ฮือออออ กลับมาแล้วหรอคะ ;^; เฝ้ารอเสมอไม่ว่าไรท์จะไปอยู่หนแห่งใด-- //เพ้อ

    รักความโตโต้ 555555 เลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน เซดริกนี่พร้อมกัดทุกเมื่อ แต่กับแฮรี่นี่แทบจะน้วยจะกอดจะรัดจะฟัด 55555 นี่ถ้าโตโต้(ตกลงเรียกชื่อนี้แทนแล้วสินะ--)รู้ว่าแฮรี่กับเดรโกชอบเฟริน่าด้วยจะยังไงเนี่ย 5555

    เดรโกขี้หึงน่าดู--- ถึงกับแอบตามไปสาป 5555 อ่าว..เซดริกแกไม่ไปซ้อมอะไรเลยหรอ-- ถึงจะเรือพี่ทอมคนโฉด(แค่ก)แต่ก็ชอบเรือเซดริก... ถ้าเฮียแกหลงจนไม่เป็นอันทำอะไรงี้ก็น่าห่วงนะ---

    พี่ทอมมมมม พี่จะทำอะไรหนูเฟค่าาาาา ทำเลยค่ะ-- //ประเคน// กรี๊ดดดดด //วิ่งหลบคาถาของเฟริน่าและเรืออื่นๆ

    พี่ทอมมมมม พี่ต้องอย่าแพ้เรืออื่นนะคะ พี่ต้องแสดงความโฉดของพี่ออกมาสู้ความหวานความซึนคู่แข่งคนอื่นค่ะ-- //ผิด

    สุดท้าย... คิดถึงไรท์นะคะ TT อีนี่ก็เพิ่งมาได้อ่านต่อ.. ติดเรียนหนักมาก... //นอนแห้ง// ยังจำกันได้ไหมเนี่ย--- //ส่งมินิฮาร์ต

    แล้วมาต่ออีกนะคะะะะ อยากอ่านต่อจะตายแล้วววว //ลงแดง
    #2100
    6
    • #2100-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      1 มีนาคม 2562 / 16:05
      ขอบคุณที่รอค่าาาา โอเค ไรท์จำรูปและชื่อไอดีใหม่ได้แล้ว 55555 เรือพี่ทอมคนบาป //โดนสาป
      ตอนหลัก #พี่ทอมคนโฉด แต่ตอนพิเศษนี่ #พี่ทอมคนบาป 55555 พี่ทอมที่น่าสงสาร เอ๊ะ หรือรีดอาจชอบพี่ทอมโฉดๆบาปๆ
      เซดริกน่าจะเอาตัวรอดได้อยู่นะคะ เพราะมีตัวช่วยที่ไม่ได้ตั้งใจจะช่วยนั่นเองงง
      #2100-3
    • #2100-5 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      1 มีนาคม 2562 / 16:15
      ว่าแล้วว่าโฉดบาปต้องชอบกัน 5555555555

      กำลังปั่นตอนพิเศษพี่ทอมคนบาปอยู่นะคะ กิกิ

      ตัวช่วยที่ทุกคนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
      #2100-5
  11. #2092 Rin del Polaris (@Rinka3645) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:39

    ชอบโมเม้นซีเรียสกับครุกแชงค์อ่าาาา มุ้งมิ้งกันดีจัง~-♡-

    แต่เคยมีคนสันนิฐานด้วนหนิว่าครุกแชงค์จริงๆแล้วก็คือเรกูรัส! หรือว่าถ้ามันเป็นเรื่องจริง! นี่อาจจะเป็นการสานสัมพันธ์แบบใหม่ของพี่น้องให้มันดีกว่าเดิมก็เป็นด้ายยยยย!!~~°♡°

    #2092
    1
    • #2092-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:54
      มิตรภาพขนปุยสุดมุ้งมิ้งงงง ซิเรียสนอกจากเป็นสมาชิกแก๊งค์ตัวกวนแล้ว ยังเป็นสมาชิกแก๊งขนปุยด้วย 555
      ข้อสันนิษฐานนั้น ถ้าจริงคงดีไม่ใช่น้อยค่ะ ;_; อยากให้พี่น้องรักกัน ไม่ใช่แจกแยกกันแบบนี้
      #2092-1
  12. #2091 Rin del Polaris (@Rinka3645) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:37

    สงสารเซดดดด;A; เดรกก็เล่นแรงงง แต่ซีเรียสแรงกว่าาา พี่จะไปกัดเขาไม่ได้นะคะ!! ก็เขาคนหล่อดีกรีคนดีอ่ะ!! หนูไม่ยอมมมมม!!~~>A< ถ้าไม่พอใจขนาดนั้นก็เอาพี่เขามาให้หนูววววว หนูอ้าแขนรอรับพี่เซดเลยเนี่ยยยยย!!~~ ;♡;

    #2091
    1
    • #2091-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:52
      พี่เซดโดนเล่นงาน โดนรุมเลยล่ะค่ะ ไรท์พยายามไม่ให้พี่เซดโดนเล่นงานแล้วนะ ซิเรียสต่อจากนี้ตงจะมีฉากพยายามกัดอีก แต่เพราะหนูเฟ เลยกัดพี่เซดไม่ได้ โถถถ คนหล่อแห่งฮัฟเฟิลพัฟที่น่าสงสาร 5555 ซิเรียสคงบอกว่าเอาพี่เซดไปเลยยยย
      #2091-1
  13. #2090 Amine. (@meenion) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:24
    คุณไรท์กลับมาแล้วววว คถ.มากเลยย. สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้
    ครุกแชงค์นารักมากก ความมิตรภาพสัตว์โลกนี้ แงงง ชอบโตโต้ถ้าฟัดแฮร์รี่ได้คงฟัดแบ้ว(ไม่รวมความที่กัดพิเซดนะคะ555)
    #2090
    1
    • #2090-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:50
      คถ.เช่นกันค่ะ ขอบคุณที่เป็นกำลังใจและยังนึกถึงฟิคนี้นะคะ ซาบซึ้งมาก ;_;
      ครุกแชงค์น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ โตโต้คงอยากฟัดแฮร์รี่เต็มทีแล้ว เดี๋ยวมีฉากในชั้นเรียนน่ารักน่าเอ็นดูของโตโต้ด้วยล่ะ 5555 เรื่องกัดพี่เซดนี่เลี่ยงไม่ได้ ถ้าซิเรียสส่องกระจกเงาแห่งแอริเซดคงเห็นภาพพี่เซดนอนจมกองเลือดเพราะถูกตัวเองกัดแน่ๆ
      #2090-1
  14. #2088 suriyakarn (@12345_678) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 18:26
    ขอบคุนค่า
    #2088
    1
    • #2088-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:47
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #2088-1
  15. #2085 Melinna_Lena (@maleen031309) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 23:47
    ทำไมครุกแชงค์ฉลาดแบบนี้ เหมาะกับเฮิร์มมี่มาก ฉลาดทั้งเจ้านายและสัตว์เลี้ยง ซีเรียสก็ละมุนเหลือเกินพ่อคุณ หัวใจละลายหมดแล้ว
    #2085
    1
    • #2085-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:37
      เพราะครุกแชงค์คือแมวของเฮิร์ม คนฉลาดมักดึงดูดสัตว์เลี้ยงฉลาด เกี่ยวมั้ย? 5555 ซิเรียสละมุนตอนไปดูแลลูกทูนหัวกับลูกบุญธรรม งือออ กัดผ้าเช็ดหน้า รู้สึกอยากฟัดซิเรียสสักที ในร่างโตโต้นะ 5555
      #2085-1
  16. #2084 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 22:42

    เอ้ย ดัมเบิลดอร์เล่าเรื่องซีเรียสให้ฟังเหรอ=0=

    #2084
    1
    • #2084-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:36
      ดัมเบิลดอร์เล่าทุกเรื่องค่ะ ส่วนเหตุผลว่าทำไมต้องเล่า จะค่อยๆเฉลยทีละปมค่ะ
      #2084-1
  17. #2081 Michellious (@-rity-) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 21:46
    พี่ทอมคนโฉดจะเกรี้ยวกราดแล้ววว นุ้งแมวหน้ายู่ครุกแชงค์น่ารักมากกกกก ความมิตรภาพหมาแมวที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงนี้55555 ว่าแต่คุณนิวท์รู้เรื่องโตโต้ได้ไงนะ หูววววว
    #2081
    3
    • #2081-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:30
      พี่มอมคนโฉดจะเกรี้ยวกราดสุดๆ ระบายความโกรธออกมาในควิดดิชที่จะถึงนี้ค่ะ ไม่นะพี่ทอมมม อย่าทำร้ายน้องเฟสิ! ครุกแชงค์น่ารักมากกกกจริงๆ วันนี้วันแมวด้วย 5555 ความมิตรภาพขนปุยนี้โดยมีซิเรียสเป็นจุดศูนย์กลาง นิวท์ผู้เป็นตัวละครลับ งื้ออแ กว่าจะเฉลย คงต้องค่อยๆเฉลยทีละปมค่ะ
      #2081-1
    • #2081-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:46
      ถถถถ ไรท์จะรีบมาแต่ง รีบเฉลยนะคะ งื้ออออ
      #2081-3
  18. #2078 没有 (@kaowfang55) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 20:47

    ไรท์จะกลับมาอีกตอนไหนอ่าาาาาา ถึงไรท์จะลงครบ100%ก็ยังค้างอยากอ่านต่ออยู่ดี

    #2078
    1
    • #2078-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:25
      น่าจะช่วงมีนานะคะ จะพยายามอัพบ่อยๆนะคะ ไม่ใช่แค่รีดอยากอ่าน ไรท์เองก็อยากอัพมากค่ะ การเขียนนิยายนี่เป็นอะไรที่ไรท์คิดถึงและชอบมากจริงๆ ;_; ตอนต่อไปที่จะอัพเป็นตอนพิเศษ พี่ทอม 2 ค่ะ ต่อจากตอนพิเศษอันแรก ค่อนข้างบาปเลยล่ะ
      #2078-1
  19. #2077 MILOLY (@jinnapat1200) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 20:46
    5%สุดท้ายนี่อะไรกันนนน มิตรภาพสัตว์โลกช่างน่ารักจริงๆ555555 ครุกแชงงงงงงค์ น่ารักกกก มีความพยักหน้าชวนโตโต้55555 คุณนิวท์ส่งจดหมายมาหาโตโต้ได้ยังไงงง แล้วพี่ทอมมีแผนอะไรอีกก เราจะรอไรต์ต่อไปปป ;-; เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะะะ
    #2077
    1
    • #2077-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:23
      5% ที่แสนมุ้งมิ้ง โดยมีซิเรียสเป็นศูนย์กลางมิตรภาพขนปุย 55555 จากหนุ่มฮอตแก๊งค์ตัวกวนมาเป็นแก๊งขนปุย โถถถถ ซิเรียสสส ครุกแชงค์มีความน่ารัก มีการดมก่อน พอได้กลิ่นเฟ ก็เลยคิดว่าคงไม่ใช่สุนัขไม่ดี เลยชวนขึ้นหอนอนค่ะ 5555 นิวท์ผู้เป็นตัวละครลับ กิกิ พี่ทอมแผนร้าย ทำร้ายแฮร์รี่โดยไม่ตั้งใจ จริงๆทำร้ายหนูเฟด้วยล่ะ เอาน่า ตอนนี้ยังเป็นพี่ทอมคนโฉดอยู่ เลยต้องโฉดต่อไปปปป ขอบคุณที่รอและเป็นกำลังใจให้เสมอมานะคะ >_<
      #2077-1
  20. #2076 hoshijung (@fatin-creammy) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 20:40
    I love newt tmr ก็โดน cd ก็ใช่ ฮือมันเลือกอยาก
    #2076
    3
    • #2076-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:20
      เลือกยากก็ลงทุกเรือเล้ยยย
      #2076-1
    • #2076-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:08
      555555
      #2076-3
  21. #2074 My3547TRSH (@My3547TRSH) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 20:04

    กลัวพี่ทอมมากก จะทำไรน้องเฟห๊ะ!! แล้วทำไมนิวท์ถึงส่งจดหมายมาหาซีเรียสอีกก แอบๆกลัวเบลลาทริกซ์ว่าจะเข้ามาฆ่าน้อง

    (ไม่ได้คิดว่าไรท์จะมาต่อ5%ไวขนาดนี้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ )
    (แฮรี่คืนดีกับหนูเฟยาวไปถึงเล่มสี่เลยมั้ยคะT_T ตอนนี้เราลงไปดำน้ำกู้ซากเรือมาซ่อมคนเดียวเงียบๆ อยากจะแอบติดสปีตโบ๊ท)
    #2074
    1
    • #2074-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      30 มกราคม 2562 / 20:12
      พี่ทอมจะโฉดมากค่ะ โฉดแบบน่าโมโหมาก ส่วนจดหมายของนิวท์ถึงซิเรียสนั้นนน ต้องรอเฉลยค่ะว่าส่งมาทำไม สำหรับเบลลาทริกซ์ นางจะมีความพยายามอย่างสูงส่ง

      (ไม่คิดเหมือนกัน แต่ใจจริงอยากให้ครบ 100% มากกก เพราะอยากลงตอนพิเศษพี่ทอมกับด๊อบบี้แล้ววว ยังไม่รวม specialthanks อีกนะนั่น)
      (คืนดีกันแน่นอนค่ะ คิดว่าตอนหน้าจะมีโมเม้นดีๆเกิดขึ้นสักที ตอนนี้เกือบๆอับปาง แต่เล่มสี่นี่ติดเทอร์โบเลยค่ะ 5555)
      #2074-1
  22. #2073 bamzii11 (@bamzii11) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 18:13

    กรี้ดดดดดดดด ไรท์กลับมาแล้ว ดีใจมากๆ รอไรท์ทุกวันเลยนะคะ

    เอ็นดูโตโต้มากเลยค่ะ หวงน้องเฟมากๆ คิดถึงเรื่องนี้มากๆแล้วก็คิดถึงไรท์ด้วย แบบเข้ามาส่องทุกวันว่าไรท์อัพหรือยัง

    ดูแลสุขภาพด้วยนะคะไรท์ แล้วก็ขอบคุณที่อัพนิยายให้อ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #2073
    3
    • #2073-2 bamzii11 (@bamzii11) (จากตอนที่ 68)
      31 มกราคม 2562 / 20:52

      ฮือออออออ
      #2073-2
    • #2073-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:48
      <3 <3 <3
      #2073-3
  23. #2071 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 12:11
    กริ๊ดดดดดดดดดดดด ไรท์กลับมาแล้ว ฉลองเร็วเข้า//จุดพลุ &#127878;&#127879;&#127878;

    รีดมีเรื่องจะบอก รีดเปิดฟิคแฮรรี่ด้วยล่ะ แต่จะเน้นไปทางเฮอร์ไมโอนี่ มากกว่า ไม่มีไรแค่อยากอวด&#128522; แต่ดันแต่งให้มันยาวๆเหมือนไรท์ไม่ได้นี่สิ รู้สึกเหมือนตัวเองตัดจบเร็วไป ช่างเถอะ

    ที่สำคัญที่สุด หมั่นไส้มัลฟอยมากกกกกก จริงๆคือหมั่นไส้ทุกคนยกเว้นสเนป(เป็นแม่ยกเสนป) ขอสร้างกลุ่มทำลายป้าคางคก เชิญชวนเฟร็ดกับจอร์จและไรท์ เป็นสมาชิก555

    ตอนนี้หนูต้องไปสอบล่ะ

    รีบเอาอีก5%มานะคะ

    รักและคิดถึงไรท์เสมอ
    #2071
    3
    • #2071-2 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 68)
      31 มกราคม 2562 / 00:25
      จดหมายถึงโตโต้555;สรุปฉายาได้เปลี่ยนจากเท้าปุยเป็น โตโต้เรียบร้อยแล้ว ยินดีด้วยนะซีเรียส
      #2071-2
    • #2071-3 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:38
      โตโต้ชื่อนี้กลายเป็นของซิเรียสซะแล้ววว
      #2071-3
  24. วันที่ 29 มกราคม 2562 / 23:44

    เราจะรอ... รออย่างมีความหวังจากใจจริง ว่าวันที่เซเวอร์รัสจะยิ้วออกมาจากใจ...
    #2070
    1
    • #2070-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      30 มกราคม 2562 / 19:59
      ป๋าสัญญาแล้ว ป๋าต้องทำได้!!!
      #2070-1
  25. #2069 m.inasillymood (@xxsqmtt) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 23:15
    ไรท์กลับมาแล้ววว ช่วงนี้กำลังคิดๆอยู่เลยว่าไรท์จะกลับมาอัพเมื่อไหร่ แฮะๆ คิดถึงไรท์และเรื่องนี้มากๆค่ะ ซีเรียสร่างสุนัขน่ารักน่าลูบมาก ป๋าเนปก็น่ารักน่าหมั่นไส้(?)จริงๆค่ะ ยังไงไรท์ก็รักษาสุขภาพและก็สู้ๆนะคะ ขอบคุณที่กลับมาค่ะ
    ปล.ถึงจะใกล้หมดเดือนแรกของปีแล้วแต่ก็สวัสดีปีใหม่นะคะ :)
    #2069
    1
    • #2069-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      30 มกราคม 2562 / 19:59
      คิดถึงรีดเหมือนกันค่าาาา ดีใจที่ยังไม่เทฟิคนี้นะคะ ซิเรียสควรติดอยู่ในร่างโตโต้ตลอดปายยยย เดี๋ยวๆๆ?! 5555 ป๋าน่าเอ็นดูแบบน่าตี ส่วนเดรยิ่งควรจับตีก้นที่ทำร้ายพี่เซด
      รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ ขอบคุณที่ยังติดตามค่ะ
      ปล.สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังเช่นกันค่ะ
      #2069-1
  26. #1945 CS_Rabbit (@CS_Rabbit) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 18:04
    เราชอบทั้งสองแบบเยย แต่คิดว่าแบบแรกน่าจะโอกว่าน้าา โอ๊ย พึ่งมีเวลาว่างมาอ่าน มาอ่านรวดเดียวเยย สนุกกก และคิดถึงไรต์มากก คิดถึง #พี่ทอมคนโฉด มากเช่นกัน 55555 หนูเฟเอ้ยยยยย เลือกพ่อบุญธรรมมาซะโหดเลยลูก -_-;;; แอบสงสารพี่เซด แต่เราจะเชียร์ #พี่ทอมคนโฉด โฉดๆแบบนี้สิถึงจะพอฟัดพอเหวี่ยงพ่อหนูเฟหน่อยย อิอิ
    #1945
    7
    • #1945-5 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:01
      ชี้ไม่ชี้ แต่ตอนพิเศษพี่ทอม 2 ไรท์ขอชี้อีกครั้งว่า บาปค่ะ บาปจริงๆ หึหึ เฮียแกเกือบถูกตำรวจจับข้อหาพรากผู้เยาว์ด้วย 5555
      #1945-5
    • #1945-7 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 68)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:45
      ถ้าเฮียโดนตำรวจมักเกิ้ลจับข้อหาพรากผู้เยาว์จริงๆ เฮียคงอยากให้มีคนส่งข้าวไปให้ที่คุกค่ะ 555555
      #1945-7