[Harry Potter and Everything has changed] OCx?

ตอนที่ 8 : PART 1 of HP --- Have you ever know me before?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    9 ม.ค. 61


Have you ever know me before?


               แฮร์รี่จ้องเด็กหญิงคนนั้นไม่วางตา   ตอนที่เขาได้ยินอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ขานนามสกุลและชื่อของเธอ   เด็กชายแว่นกลมก็แทบละสายตาไปจากเธอไม่ได้เลย

                เฟริน่า  โพสัน

                นั่นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนคนแรกของเขา   แฮร์รี่รู้สึกมึนงงไปหมด   เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าจริงๆแล้วเฟริน่าก็เป็นแม่มด   แต่เพราะอะไรเธอถึงไม่บอก  และเธอไม่เห็นเขาในกลุ่มเด็กนักเรียนปีหนึ่งหรือ   หมวกคัดสรรใช้เวลาอยู่หลายนาทีในการคัดสรรเธอ   แฮร์รี่ได้ยินเสียงพี่ชายของรอนที่ชื่อเพอร์ซี่บอกว่านั่นเรียกว่าหมวกชะงัก  แต่เด็กชายผมยุ่งไม่ได้ถามต่อว่ามันคืออะไร   เขากำลังสนใจเด็กผู้หญิงคนนั้นมากกว่า

                “ฉันเห็นนายเอาแต่จ้องเด็กคนนั้น  รู้จักหรือไง”   เพื่อนใหม่ผมสีแดงถาม 

                “เธอเป็นเพื่อนที่ฉันเล่าให้นายฟังบนรถไฟไง  เพื่อนคนแรกของฉัน”   แฮร์รี่ตอบ

                “แล้วทำไมเธอถึงไม่มาทักนายล่ะ”   รอนขมวดคิ้ว

                แฮร์รี่ยักไหล่   “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน  บางทีเธออาจจะไม่เห็นฉันก็ได้   แต่ช่างเถอะ   เรามาภาวนาให้เธอได้บ้านกริฟฟินดอร์ดีกว่า  พนันกันได้ว่าถ้านายได้รู้จักเธอ  นายจะต้องชอบเธอมากแน่ๆเหมือนกับฉัน”   แฮร์รี่ยิ้มกว้าง   หัวใจพองโตอย่างเป็นสุข   แค่คิดว่าจะได้เจอเพื่อนที่คิดถึงมาตลอดปิดเทอม   แฮร์รี่ก็ลืมว่าตัวเองหิวไปเลย  เขาอดตื่นเต้นไม่ได้  เขาควรจะเข้าไปทักทายเธอว่ายังไงดี  แฮร์รี่มั่นใจมากว่าเธอจะต้องตกใจและดีใจมากแน่ๆที่เห็นเขา  

                “รู้อะไรมั้ย  เป็นไปไม่ได้หรอกที่เธอจะไม่เห็นนาย  จำได้มั้ยตอนพวกเราอยู่ในห้องเล็กๆข้างห้องโถงนั่น  เธอยืนเบียดติดอยู่ข้างหลังนายกับฉัน   ใกล้กันแบบนั้นจะไม่เห็นนายได้ยังไง”  รอนตั้งข้อสันนิษฐาน

                “เถอะน่ารอน  บางทีเธออาจจะตื่นเต้นเหมือนกับพวกเราจนลืมไปว่าใครเป็นใครก็ได้   แล้วอีกอย่างเธอจะต้องดีใจมากแน่ๆ  ถ้าฉันไปปรากฏตัวต่อหน้าเธอ  โอ๊ย  เมื่อไหร่หมวกจะประกาศชื่อบ้านสักทีนะ  ฉันแทบทนรอไม่ไหวแล้ว”

                “ฉันก็แทบทนรอไม่ไหว  ตอนนี้ฉันกำลังหิวชะมัด”  รอนพึมพำดวงตาสีฟ้าจับจ้องที่จานสีทองอย่างหิวโหย  เด็กชายแว่นกลมเห็นรอนลูบท้องตัวเอง   เขาละสายตาจากรอนกลับไปที่เฟริน่าอีกครั้ง   และในที่สุด  หลังจากที่รออยู่หลายนาที   รอยแยกบนหมวกก็ปรากฏพร้อมกับที่มันกรีดร้องชื่อบ้านออกมา

                “กริฟฟินดอร์!”  

                เสียงเฮโห่ร้องด้วยความยินดีดังขึ้นที่โต๊ะ   แฮร์รี่ปรบมือด้วยความดีใจอย่างที่สุด   เขาลุกขึ้นยืน   ตั้งใจว่าถ้าเฟริน่าเดินผ่านมา   เขาจะดึงเธอมานั่งข้างๆเขา   แฮร์รี่เห็นเธอเดินตรงมาที่โต๊ะ   ใบหน้าที่โผล่พ้นผ้าพันคอก้มต่ำลงพยายามไม่สบตาใคร  เธอหยุดเมื่อเพอร์ซี่เขย่ามือเธอ   ดูเธอไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจเมื่อได้เป็นสมาชิกบ้านสิงห์   และขณะที่แฮร์รี่หันไปมองเธอ   เด็กหญิงกลับรีบสาวเท้าเดินผ่านเลยเขาไปนั่งไกลๆที่ท้ายโต๊ะอย่างรวดเร็ว  แฮร์รี่มองตามไป  แต่เธอก็ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา

                “เธอจงใจเมินนายชัดๆ”  รอนพูดอย่างโมโห   แล้วก่อนที่แฮร์รี่จะได้ตอบอะไร   อัสบัส  ดัมเบิลดอร์ก็ลุกขึ้นยืน   เขายิ้มกว้างให้นักเรียนทุกคน  สีหน้าเบิกบานอารมณ์ดีอย่างปิดไม่มิด

                “ขอต้อนรับ!”  เขากล่าว   “ยินดีต้อนรับสู่ปีการศึกษาใหม่ที่ฮอกวอตส์!  ก่อนที่เราจะเริ่มงานเลี้ยงกัน  ฉันขอพูดสองสามคำเท่านั้น  คือ  ทึ่มน่าดู!  อ้วนเผละผละ!  ของเหลือเดน!  และหยิกกันหน่อยนะ! –  ขอบใจ”   แล้วเขาก็นั่งลง ทุกคนปรบมือโห่ร้อง  แฮร์รี่หัวเราะไม่ออก  ดวงตาสีเขียวใสยังคงชะเง้อมองไปที่ท้ายโต๊ะ  เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างยังคงก้มหน้าไม่พูดคุยกับใครทั้งนั้น  

                “เอามันฝรั่งไหมแฮร์รี่”  เสียงเพอร์ซี่ถามดึงเขาออกจากความคิด   แล้วเขาก็ต้องอ้าปากค้าง  เมื่อจานชามเบื้องหน้าพูนไปด้วยอาหารหลายชนิด  เด็กชายหัวแผลเป็นลืมเรื่องเพื่อนคนแรกไปในทันที   เขาตักอาหารทุกอย่าง  เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองหิวแค่ไหน

                แล้วผีประจำบ้านนิโคลัส  เดอ  มิมซี-พอร์พิงตัน   หรือนิกหัวเกือบขาดก็แนะนำตัว  แต่เชมัส  ฟินิกันทำเสียเรื่องโดยการถามว่าหัวเกือบขาดเป็นยังไง   และเมื่อผีประจำบ้านยกมือดึงหูซ้าย   หัวทั้งหัวก็เหวี่ยงออกจากคอมาห้อยบนบ่าราวกับยึดติดอยู่บนบานพับ   จากนั้นผีประจำบ้านก็บ่นเรื่องถ้วยบ้านดีเด่นที่สริธีรินได้มาหลายปีซ้อนแล้ว

                เด็กชายหัวแผลเป็นมองไปยังโต๊ะบ้านสริธีริน  เห็นผีประจำบ้านที่ดูน่ากลัวที่ชื่อบารอนเลือด  ซึ่งนั่งติดกับมัลฟอย   แฮร์รี่รู้สึกดีใจที่มัลฟอยดูไม่พอใจเท่าไหร่กับการจัดที่นั่งแบบนี้   เด็กชายผมบลอนด์หน้าตายิ่งขาวซีดไปอีก   แต่แล้วเขาก็เห็นว่าดวงตาซีดนั่นจ้องมาที่โต๊ะกริฟฟินดอร์เหมือนกัน   มัลฟอยยักคิ้วและส่งยิ้มเหยียดๆให้ใครบางคน  และเมื่อเขามองตามสายตาคู่นั้น  เขาก็เห็นว่ามัลฟอยกำลังทำหน้ายียวนใส่เด็กหญิงที่ใบหน้าจมอยู่ใต้ผ้าพันคอ   แฮร์รี่ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ   แต่เสียงเพื่อนคนอื่นคุยกันเรื่องครอบครัวก็ดึงความสนใจจากเขาไป  

                เมื่ออาหารหมดลง  ขนมหวานต่างๆก็ปรากฏขึ้นแทน   แฮร์รี่มองไปยังเฟริน่าอีกครั้ง  แต่ก็ต้องพบว่าเธอไม่อยู่ตรงนั้นเสียแล้ว  เด็กชายพยายามมองหา   แต่เขาก็ไม่เห็นเธออีก   ดวงตาสีเขียวกวาดไปทั่วรอบห้องโถงใหญ่และเลื่อนมาหยุดที่โต๊ะอาจารย์   เขาเห็นศาสตราจารย์ควีเรลล์คุยกับชายจมูกงุ้มและผิวซีดเซียวเหมือนคนป่วยซึ่งกำลังจ้องมองมาที่เขา  สายตานั่นทำให้แฮร์รี่รู้สึกร้อนๆหนาวๆอย่างบอกไม่ถูก   แล้วอยู่ๆเขาก็ปวดแสบปวดร้อนวูบขึ้นมาที่แผลเป็นตรงหน้าผาก

                “โอ๊ย”   แฮร์รี่ยกมือแตะที่แผล

                “เป็นอะไรไป”  เพอร์ซี่ถาม

                “มะ...  ไม่มีอะไรฮะ”  เด็กชายแว่นกลมพูดปด   ความเจ็บปวดหายไปอย่างรวดเร็ว  แฮร์รี่รู้สึกว่าชายจมูกงุ้มคนนั้นดูจะไม่ชอบเขาเอาเสียเลย   เขาถามเพอร์ซี่ว่าชายคนนั้นเป็นใคร  พรีเฟ็คประจำบ้านอธิบายว่าชายคนนั้นเป็นศาสตราจารย์วิชาปรุงยา  ศาตราจารย์สเนป  ซึ่งเขาไม่ค่อยอยากสอน  ใครๆก็รู้ว่าเขาอยากได้ตำแหน่งของควีเรลล์   เพราะชายคนนั้นรู้ศาสตร์มืดเยอะ   แฮร์รี่ใช้ดวงตาจ้องไปที่ชายคนนั้นอีกครั้ง   แต่อีกฝ่ายไม่ได้มองมาที่เขาอีก

                “ฉันนึกออกแล้วว่าฉันเคยเห็นคนที่นายบอกว่าเป็นเพื่อนที่ไหน”  รอนเอ่ยขึ้นดึงความสนใจจากสเนปไป  

                “นายเคยเห็นเธอหรือ”   แฮร์รี่ถามอย่างประหลาดใจ   เด็กชายใบหน้าตกกระพยักหน้า   เขาละสายตาจากสเนป  คิ้วขมวดอย่างไม่สบายใจนัก  “อะไร”

                “เมื่อตอนที่ครอบครัวฉันไปซื้อของตามรายการในจดหมาย  ฉันเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นมากับศาสตราจารย์สเนปคนนั้นล่ะ”   รอนเพยิดหน้าไปทางชายจมูกงุ้ม   แฮร์รี่ขมวดคิ้ว  มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เฟริน่าจะรู้จักชายคนนั้น   เด็กผู้หญิงที่นิสัยดีและน่ารักแบบนั้นดูแล้วไม่น่าจะรู้จักหรือสนิทกับศาสตราจารย์ที่ดูน่ากลัวนั่นได้

                “นายมองผิดหรือเปล่า”  แฮร์รี่ถาม  รอนส่ายหน้า

                “ไม่เชื่อก็ถามเฟร็ดกับจอร์จสิ  สองคนก็เห็น   เฮ้!  พี่สองคนน่ะ”   รอนตะโกนเรียกฝาแฝดวีสลีย์ที่กำลังหยิบขนมใส่ปาก   เด็กชายฝาแฝดหันมามองน้องตัวเอง

                “อะไรของนาย   เจ้าหนูรอนตัวจิ๋ว”   หนึ่งในฝาแฝดเอ่ยอย่างล้อเลียน  รอนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจกับคำเรียกแสนน่าอายนั่น  ใบหูของเขาเป็นสีแดง

                “พี่สองคนจำเด็กผู้หญิงที่ถูกคัดเข้าบ้านคนสุดท้ายได้หรือเปล่า   วันนั้นที่ตรอกไดแอกอนเธอมาซื้อของพร้อมศาสตราจารย์สเนปน่ะ”   รอนถาม   แฮร์รี่ขยับตัวอย่างตั้งใจฟังสองฝาแฝด

                “ใช่   เราจำได้สิ   ใครจะไปนึกว่าศาสตราจารย์น่ากลัวนั่นจะพาเด็กหญิงตัวเล็กมาซื้อของ   ถ้าเด็กคนนั้นผมสีเดียวกับสเนปนะ   ฉันนึกว่าเป็นลูกสาวของเขา”  ฝาแฝดคนหนึ่งทำท่าตัวสั่น

                “ฉันว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกเขาหรอก  ใครจะอยากแต่งงานกับผู้ชายจมูกงุ้มกัน”   อีกคนหัวเราะ   รอนเลิกสนใจพี่ชายทั้งสอง

                “เห็นมั้ย  ฉันบอกนายแล้ว   เด็กผู้หญิงคนนั้นมากับสเนป  ดูศาสตราจารย์วิชาปรุงยานั่นจะน่ากลัวอยู่หน่อยๆ  ฉันเห็นตอนเขามองนาย  ดูไม่ค่อยชอบนายเลยนะ  ทางที่ดีนายน่าจะอยู่ห่างๆจากเด็กผู้หญิงคนนั้น  เห็นได้ชัดที่เธอเมินนาย  เธอก็คงเกลียดนายเหมือนที่สเนปเกลียด”   รอนพูด

                “นายไม่ควรพูดแบบนั้นนะ”  แฮร์รี่ท้วงอย่างไม่พอใจที่รอนว่าเฟริน่า   “เธอเป็นเพื่อนคนแรกของฉัน  ฉันคิดว่าเธอคงมองไม่เห็นฉันอีกนั่นแหละ   เธอนิสัยดีแล้วก็น่ารักมากๆด้วย  นายไม่ควรพูดถึงเธอแบบนั้น”

                รอนยักไหล่  “แล้วแต่นายเลย   ถ้านายไม่เชื่อฉัน   ฉันก็ขอให้นายโชคดีก็แล้วกัน”

                หลังจากนั้นอาจารย์ใหญ่ก็เตือนเรื่องกฎต่าง  รวมถึงระเบียงทางเดินชั้นสามทางขวามือต้องห้าม   ซึ่งแฮร์รี่คิดว่ามันดูน่าขันมาก  เด็กชายหัวเราะ  มีการร้องเพลงประจำฮอกวอตส์ด้วยทำนองที่แต่ละคนแต่งขึ้นเอง    ฝาแฝดวีสลีย์ร้องทำนองเพลงมาร์ชเดินส่งขบวนแห่ศพ   อาจารย์ใหญ่ใช้ไม้กายสิทธิ์กำกับการร้องเพลงจนจบ  และปรบมือดังสนั่น

                “อ้า  ดนตรี”  เขาเอ่ยพลางซับน้ำตา  “ช่างเป็นปาฏิหาริย์กว่าสิ่งใดๆทั้งหมดที่พวกเราที่นี่ทำได้เสียอีก  แล้วนี่ก็ถึงเวลาเข้านอนแล้ว  ไปกันได้”

                เด็กปีหนึ่งประจำบ้านต่างๆเดินตามพรีเฟ็คกลับไปยังหอนอนของตน   แฮร์รี่รีบลากรอนมาเดินใกล้ๆกับเขา  เด็กชายง่วงมากจนตาแทบปิด  เขาไม่ได้สนใจรูปภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้  และกำลังกระซิบกระซาบชี้โน่นชี้นี่ให้กันดู

                แฮร์รี่หาววอดเสียหลายที  แต่เขาก็พยายามลืมตาเพื่อกวาดตามองหาเฟริน่า  แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน  เขาก็ไม่เห็นร่างเล็กๆที่คุ้นเคยเลย  รอนเองก็ช่วยมองหา   แล้วพวกเขาก็หยุดกึกเมื่อพีฟส์ผีโพลเตอร์ไกส์พยายามเขวี้ยงของมา   เพอร์ซี่ขู่มันว่าจะฟ้องบารอนเลือด  มันจึงหนีหายไป   พรีเฟ็คประจำบ้านสิงห์เตือนทุกคนให้ระวังมันอย่างหัวเสีย  และที่ปลายสุดระเบียงทางเดินมีภาพวาดเหมือนของผู้หญิงร่างอ้วนฉุในชุดผ้าไหมสีชมพูแขวนอยู่

                “รหัสผ่าน”   เธอพูด

                “คาปุต  ดราโคนีส”   เพอร์ซี่ตอบ  แฮร์รี่กับรอนตะเกียกตะกายผ่านช่องกลมหลังรูปภาพที่เหวี่ยงเปิดออก  และเด็กชายหัวแผลเป็นก็พบว่าเขาอยู่ในห้องนั่งเล่นรวมของบ้านกริฟฟินดอร์  เป็นห้องทรงกลมน่าสบาย  มีเก้าอี้นวมนิ่มๆน่านั่งวางอยู่ทั่วไป  เพอร์ซี่ชี้ทางไปยังหอนอนหญิง   และชี้บอกอีกทางไปยังหอนอนชาย   แฮร์รี่คว้าแขนรอนไว้ทันก่อนที่เขาจะเดินผ่านประตูเข้าไปยังบันไดเวียนในหอคอย 

                “อะไร”  รอนถาม

                “นายเห็นเธอจากกลุ่มเด็กผู้หญิงมั้ย”  แฮร์รี่ถาม  เพื่อนผมแดงของเขาอาศัยความตัวสูงกว่าชะเง้อคอมองไปยังกลุ่มเด็กผู้หญิงที่เดินเข้าประตูไปยังหอนอนหญิง   เขายืนมองจนกระทั่งเด็กผู้หญิงคนสุดท้ายเดินเข้าไป

                รอนส่ายหน้า  “ฉันไม่เห็นเธอเลย  แฮร์รี่  ฉันว่านายเลิกล้มความตั้งใจเสียเถอะ  ฉันง่วงนอนแล้ว”  แฮร์รี่ปล่อยแขนเพื่อนใหม่อย่างเศร้าสร้อย  “ไม่เป็นไรหรอกน่า  พรุ่งนี้ในชั้นเรียนนายอาจเจอเธอก็ได้”   รอนตบไหล่เขาของอย่างให้กำลังใจ

                “ใช่   พรุ่งนี้ฉันอาจเจอเธอ”  

 



                ร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังวิ่งหลบสิ่งของที่ถูกเขวี้ยงมาหัวซุกหัวซุน  มีเสียงโลหะกระแทกพื้น  และตามมาด้วยเสียงหัวเราะแหลมอย่างชั่วร้าย

                “หยุดนะเจ้าพีฟส์!”   เด็กหญิงผมสีน้ำตาลสว่างกรีดร้องด้วยความโมโห   เธอก้มหลบหมวกโลหะที่ถูกส่งมาเฉียดหัวเธอไปนิดเดียว

                “เจ้าเด็กปีหนึ่งเกเรไม่ยอมกลับหอ  เธอต้องถูกลงโทษ  ฮะฮ่า!”   พีฟส์ร้องเสียงดัง   มันยังคงพยายามโยนข้าวของมาใส่เธอ  เด็กหญิงวิ่งหลบอีกครั้ง 

                “พีฟส์!   ถ้านายไม่หยุดฉันจะฟ้องบารอนเลือดจริงๆด้วย!”   เฟริน่าขู่  แต่ผีโพลเตอร์ไกส์กลับลอยกลับหัวแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เธออย่างยียวน

                “พีฟส์!”   เสียงดังก้องกังวานอย่างหงุดหงิดดังขึ้น  ร่างของชายจมูกงุ้มชุดเสื้อคลุมสีดำยาวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าระหว่างเด็กหญิงที่ยังก้มหลบกับผีจอมป่วนประจำปราสาท  ดวงตาสีดำขลับจ้องมองที่พีฟส์ด้วยสายตาดุดัน  

                “โอ๊ะโอ   ศาสตราจารย์   ผมจับเด็กหลุดออกจากหอนอนได้”   พีฟส์รีบรายงาน  มันหยิบหมวกเกราะขึ้นมาอีกครั้ง  สเนปโบกไม้กายสิทธิ์  และหมวกเกราะก็หายวับไปจากมือโปร่งแสงของพีฟส์

                “จะไปไหนก็ไป  เดี๋ยวนี้  ก่อนที่ฉันจะตามบารอนเลือดมาจัดการกับแก!”   สเนปสั่งเสียงเย็น  เจ้าผีโพลเตอร์ไกส์แลบลิ้นใส่อาจารย์ประจำบ้านสริธีรินก่อนที่จะพุ่งทะลุผ่านกำแพงหายไป   สเนปหันกลับมามองเด็กหญิงเจ้าปัญหาด้วยสายตารำคาญ 

                เด็กหญิงลุกขึ้นยืน  ปัดฝุ่นออกจากชุดของตัวเอง  “ขอบคุณค่ะ  เซเวอร์รัส”

                “ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่มั้ยว่าห้ามเรียกฉันแบบนั้น  เธอควรเรียกฉันว่าศาสตราจารย์สเนป”   ชายจมูกงุ้มย้ำ  

                “โธ่  เซเวอร์รัส  คุณอย่าใจร้ายกับหนูสิคะ”   เธอบ่นด้วยใบหน้าบึ้งตึง  แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างอย่างรวดเร็ว   สเนปขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กหญิงถึงเปลี่ยนสีหน้า

                “อะไร”  เขาถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

                “ขอบคุณที่ช่วยหนูไว้อีกครั้งค่ะ  คุณใจดีกว่าที่หนูคิดไว้เยอะเลย  ว่าแต่คุณตามหนูมาหรือคะ  ถึงได้รู้ว่าหนูอยู่ตรงนี้”  เธอถามด้วยดวงตาสีฟ้าอมเขียวเปล่งประกายด้วยความดีใจ   อาจารย์ประจำบ้านสริธีรินขมวดคิ้วหนักขึ้นจนเป็นร่องลึก 

                “เฮอะ!”   เขาทำเสียงดูถูก  แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ  ดวงตาสีดำจับจ้องเธออย่างมุ่งร้าย  “นอกจากจะอวดดีสร้างปัญหาแล้ว   ยังหลงตัวเองอีกด้วย”   เขากล่าวแดกดันใส่เธอ   รอยยิ้มกว้างหายไป   สเนปเพิ่งเห็นว่าผ้าพันคอน่าเกลียดไม่ได้ปกปิดใบหน้าเล็กๆนั่นอีกต่อไปแล้ว

                “ไม่เห็นต้องพูดแบบนั้นเลย”   เธอบ่นอุบอิบ

                “แล้วทำไมเด็กปีหนึ่งอย่างเธอถึงได้ไม่อยู่ในหอนอน  ออกมาเดินเล่นแบบนี้  อยากให้กริฟฟินดอร์ถูกหักคะแนนมากใช่มั้ย”  เขาถามเสียงเรียบๆ  รู้สึกไม่พอใจที่เธอกำลังหาปัญหามาใส่ตัว  และเขาเบื่อที่จะต้องมาแก้ปัญหาให้เด็กคนนี้

                “คุณคงไม่โกรธใช่มั้ยคะที่หนูอยู่บ้านกริฟฟินดอร์  เรายังคุยกันดีๆได้เหมือนเดิมใช่มั้ยคะ”   เธอถามอย่างหวาดๆ

                “คุยกันดีๆหรือ”   เขาทวนคำ  สีหน้าบ่งบอกว่ารำคาญ   “ฉันเคยคุยดีๆกับเธอด้วยหรือไง  แล้วอีกอย่าง”   เขารีบพูดต่อไปไม่ให้เธอพูดแทรก  “เธอจะไปอยู่บ้านไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน   แต่น่าสงสารหน่อยที่เธอต้องไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ที่ไม่เอาไหนแทนที่จะได้อยู่บ้านดีๆแบบสริธีริน”

                “คุณพูดแบบนี้แปลว่าจริงๆแล้วลึกๆคุณก็อยากให้หนูอยู่บ้านสริธีรินหรอคะ”  เธอโพล่งออกมา   รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้านั้นอีกครั้ง   สเนปเบือนหน้าไปทางอื่น

                “หลงตัวเอง”  เขาพึมพำ   และหันกลับมาจ้องเธอใหม่อย่างคาดโทษ  “แล้วตกลงเธอมาทำอะไรตรงนี้  คุณโพสัน”

                “หนูกำลังจะไปที่ห้องทำงานของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ค่ะ   หนูอยากจะ-  อยากจะ-“  เธอมีท่าทีอึกอัก

                สเนปเลิกคิ้วสูง   “เธออยากจะอะไร”

                “หนูอยากจะย้ายบ้านค่ะ!”   เธอโพล่งออกมาอย่างอดไว้ไม่อยู่   ใบหน้าเล็กๆนั่นกลายเป็นสีแดงก่ำด้วยอารมณ์โกรธ  “พนันกันได้เลยว่าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ต้องสั่งให้หมวกคัดสรรคัดหนูไปอยู่กริฟฟินดอร์แน่ๆ”   เธอพูด   สเนปจ้องมองเธออีกครั้งราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง  จากนั้นดวงตาสีดำขลับก็กวาดมองรอบๆ

                “ตามฉันมา”   เขาก้าวยาวๆ  ชายเสื้อคลุมสีดำโบกสะบัดตามหลัง   เฟริน่ารีบสาวเท้าวิ่งตามเขาไปจนกระทั่งหยุดอยู่หน้าทางเข้าห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่  มีตุ๊กตาหินรูปสัตว์ประหลาดใหญ่หน้าตาน่าเกลียดอยู่ข้างหน้า

                เฟริน่าจ้องมองรูปปั้นอันนั้น

                “ลูกกวาดฮัมบักรสเป็ปเปอร์มินต์”   เสียงเรียบเอ่ยบอกรหัส   แล้วตุ๊กตาสัตว์ประหลาดก็มีชีวิตขึ้นมาทันที  มันกระโดดหลบออกไปข้างๆเผยให้เห็นประตู    สเนปเดินนำเข้าไปด้านใน   เฟริน่ากวาดตามองห้องทำงานที่ดูสบายและมีมนต์ขลัง  เธอเห็นโต๊ะทำงานที่มีขอนไม้เล็กๆ   น่าเสียดายที่ฟอกซ์ไม่ได้เกาะอยู่ที่นั่น  มันคงบินไปที่ไหนสักแห่ง   ร่างของอาจารย์ใหญ่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน   เขากำลังอ่านหนังสือเล่มหนาเก่าๆอย่างตั้งใจ   แต่เมื่อเห็นเธอกับอาจารย์ประจำบ้านสริธีริน   รอยยิ้มอย่างเบิกบานใจก็ระบายแต้มบนใบหน้าที่ใจดีนั่น   ชายชราปิดหนังสือลง

                “มีอะไรอย่างนั้นหรือ”  เขายิ้ม  และเริ่มลูบเคราสีเงิน   ดูไม่ทุกข์ร้อนใดๆทั้งสิ้น   ทั้งๆที่ใบหน้าของเด็กนักเรียนปีหนึ่งกำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ

                “ศาสตราจารย์   คุณเป็นคนสั่งให้หมวกคัดสรรให้คัดหนูไปกริฟฟินดอร์ใช่มั้ยคะ!”   คำถามที่เธอโพล่งออกมา  ทำให้คิ้วสีเงินของชายชราเลิกขึ้นสูง   เขาทำราวกับกำลังประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง   แต่ดวงตาสีฟ้าใสที่มองลอดผ่านแว่นพระจันทร์ครึ่งนั่นดูก็รู้ว่าเขาไม่ประหลาดใจเลยสักนิด  ออกจะมีประกายขบขันอยู่หน่อยๆ

                “นั่นออกจะเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงอยู่สักหน่อยนะ  เฟริน่า  ไม่มีใครสามารถสั่งหมวกคัดสรรได้หรอก   และการที่หมวกคัดเธอไปอยู่บ้านไหน   นั่นก็เป็นเพราะสิ่งที่มันเห็นในตัวเธอมากกว่า”   ชายชรากล่าวอย่างใจเย็น

                “เห็นในตัวหนูหรือคะ   หนูบอกแล้วไงคะว่าหนูไม่ได้กล้าหาญอะไรทั้งนั้น”   เธอยืนยัน

                “งั้นเธอจะให้ฉันทำยังไงล่ะ  หนูน้อย”   เขายิ้มขำๆ  เอนหลังพิงพนักเก้าอี้  ดวงตาจับจ้องใบหน้าเล็กๆนั่นที่ยังคงกรุ่นโกรธ

                “ย้ายบ้านค่ะ   หนูต้องการย้ายบ้าน”   เธอบอกความต้องการของเธอ  สเนปจับตาดูชายชรากับเด็กหญิงอย่างสนใจ   เขาอยากรู้จริงๆว่าคราวนี้ใครจะชนะ

                “นั่นเป็นไปไม่ได้”   อาจารย์ใหญ่ส่ายหน้าจนเคราสีเงินยวงสั่น  “พิธีคัดสรรเข้าบ้านเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์   เธอจะมาขอเปลี่ยนในภายหลังไม่ได้”   เสียงเนิบๆแต่ยืนยันเอ่ย

                “แต่แฮร์รี่-“   คำพูดเธอหยุดอยู่แค่นั้น   เธอเพิ่งนึกได้ว่าดัมเบิลดอร์ไม่รู้ว่าเธอเป็นเพื่อนกับแฮร์รี่ที่โรงเรียนมาก่อน

                “แฮร์รี่ทำไมหรือ”  ดัมเบิลดอร์ถาม   ดวงตาสีฟ้าใสเป็นประกาย   “ฉันจำจากจดหมายที่เธอเพียรส่งมาให้ฉันเรื่องโรงเรียนของมักเกิ้ลนั่น   และฉันแน่ใจว่าเธอยืนยันกับฉันไม่ใช่หรือว่าตัวเธอเองจะไม่ยอมเป็นเพื่อนกับแฮร์รี่ที่โรงเรียนนั้น   และฉันก็ไม่ได้บังคับให้เธอคุยหรือไม่คุยกับแฮร์รี่   ดังนั้น  เธอสบายใจได้  ในเมื่อเธอกับแฮร์รี่ไม่รู้จักกันมาก่อน   ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องกังวลเมื่ออยู่บ้านเดียวกับเขา”

                “แต่..   แต่เขาก็จำหนูได้อยู่ดีว่าเรียนโรงเรียนเดียวกับเขา  ไหนคุณสัญญากับหนูแล้วไงคะว่าจะไม่ให้หนูเข้าไปเกี่ยวข้องกับเขา”   เธอพยายามหาช่องทางเพื่อเอาชนะอาจารย์ใหญ่

                “โอ้  งั้นฉันก็ต้องขอยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง  ว่าฉันไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายการจัดการของโรงเรียนมักเกิ้ลนั่นเลย   ฉันไม่อาจรู้ได้ว่าเขาจะจัดให้เธออยู่ห้องเดียวกับแฮร์รี่  และต้องนั่งข้างๆแฮร์รี่ด้วย”   อาจารย์ใหญ่พูดช้าๆด้วยน้ำเสียงสบายๆ   เขายังคงใช้ดวงตาสีฟ้าใสจับจ้องเธออยู่  ดวงตาสีฟ้าใสพราวระยับนั่นดูเหมือนขบขันอยู่หน่อยๆ   เฟริน่ามั่นใจว่าเธอเห็น  แต่ฉับพลัน  ประกายขบขันนั่นก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว

                “แต่คุณก็ไม่ควรให้หนูไปเรียนที่โรงเรียนนั้น  มีโรงเรียนอื่นตั้งมากมาย”   เธอยังเถียงต่อไป  และหวังอย่างสุดหัวใจว่าเธอจะชนะพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคได้บ้าง  แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็ยังดี  เพราะถ้าเธอไม่รีบย้ายบ้านหรือทำอะไรสักอย่าง  ในชั่วโมงเรียนคาบแรก  แฮร์รี่ต้องมาหาเธอแน่ๆ

                “โรงเรียนอื่นไกลบ้านเกินไป   ฉันเห็นว่าที่นั่นใกล้บ้านดี  และมิสซิสฟิกก็เห็นด้วยกับฉัน   เธอคงไม่อยากเสียเวลาเดินทางไปเรียนที่ไกลๆหรอกนะ   เพราะมันไกลมากจริงๆ”   คำกล่าวของดัมเบิลดอร์นั้นไม่เกินจริงเลย   โรงเรียนอื่นไกลบ้านกว่ามาก  

เกิดความเงียบขึ้น   เฟริน่าพยายามคิดหาข้อโต้เถียง  แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก

                “งั้นหนูขอย้ายบ้านไม่ได้หรือคะ  ไปฮัฟเฟิลพัฟหรือเรเวนคลอก็ได้”  เธอพูดเสียงอ่อยๆ   รู้ตัวว่าเธอกำลังจะแพ้อีกแล้ว

                “อย่างที่ฉันได้บอกไป  พิธีคัดสรรบ้านนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก  ถ้าเธออยู่บ้านไหนแล้ว   เธอมาขอย้ายไม่ได้หรอก   เรื่องนี้เกินความสามารถของฉัน  ถึงฉันจะเป็นอาจารย์ใหญ่ของที่นี่ก็ตาม”   ดัมเบิลดอร์ขยับตัว  

                “ก็ได้ค่ะ”   เธอพึมพำอย่างจำใจ  “งั้นราตรีสวัสดิ์ค่ะศาตราจารย์”

                “ราตรีสวัสดิ์  เฟริน่า”  เสียงแหบชราบอก

                สเนปเดินมาส่งที่หอนอนทางเข้าบ้านกริฟฟินดอร์  ตลอดทางเด็กหญิงก้มหน้านิ่งเงียบ  เธอกำลังจมอยู่ในความคิด   ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาลอบมองเธออยู่หลายครั้ง   เขาอยากรู้นักเชียวว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่  ถึงได้เงียบมาตลอดทางตั้งแต่เอ่ยลาอาจารย์ใหญ่  สีหน้าของเธอดูกลัดกลุ้ม   แต่ก็ดูดื้อดึงในเวลาเดียวกัน

                “ถึงแล้ว   และฉันหวังว่าคืนนี้คงไม่เห็นเธอออกมาเดินเพ่นพ่านอีก   ไม่อย่างนั้นบ้านเธอได้เสียคะแนนแน่ๆ”   เขาเอ่ยเสียงเย็นๆเหมือนเคย   ดวงตาสีฟ้าอมเขียวขึ้นมาสบตากับเขา  

                “ขอบคุณค่ะ  เซเวอร์รัส”  เธอเอ่ย  มีรอยยิ้มระบายเล็กๆที่เขาไม่คิดว่าเธอจะยังยิ้มออกหลังจากที่พ่ายแพ้มาอย่างหมดรูปเมื่อไม่กี่นาทีมานี้   ชายจมูกงุ้มจ้องมองเธออย่างรำคาญ

                “หวังว่าในชั่วโมงเรียนปรุงยา  เธอจะเรียกฉันว่าศาสตราจารย์สเนปนะ”  เขาสั่งด้วยน้ำเสียงกระด้าง

                “งั้นแปลว่าเวลาอื่นนอกห้องเรียน  หนูเรียกคุณว่าเซเวอร์รัสได้ใช่มั้ยคะ”  เธอถามอย่างอยากรู้  ดวงตาเป็นประกายจนทำให้คนถูกมองรู้สึกหงุดหงิด   สเนปไม่ตอบ  เขาเดินสะบัดชายผ้าคลุมกลับไป   ทิ้งให้เด็กหญิงยิ้มแก้มปริ   “ขอบคุณที่เดินมาส่งหนูนะคะ  เซเวอร์รัส  คุณใจดีจัง  ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”  เสียงใสๆดังไล่หลัง  ทำให้คนฟังแอบอมยิ้มน้อยๆ   และเมื่อรู้ตัวว่าเผลอยิ้มออกมา  มุมปากก็ตกลงอย่างรวดเร็ว   เขาไม่ควรไปสนิทสนมกับเด็กคนนั้น

 



                    แฮร์รี่ตื่นแต่เช้า  เขารีบปลุกรอนทันที   เด็กชายทั้งสองรีบแต่งตัวและลงไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นรวมใกล้ทางออกของบ้าน   เด็กชายผมยุ่งชะเง้อคอมองทุกครั้งที่มีใครผ่านประตูหลังภาพวาดนั่นไป   รอนนั่งหาววอดๆอยู่หลายครั้งที่เก้าอี้นวมข้างเขา

                “บางทีเมื่อคืนนี้เธออาจไม่ได้กลับมาที่หอนอนก็ได้”  รอนให้ความเห็นหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง   แฮร์รี่ขมวดคิ้ว   ตอนนี้เด็กๆหลายคนเริ่มตื่นนอน  และมีหลายคนชี้นิ้วมาที่เขา   ต่างกระซิบกระซาบและมองใบหน้าของเขาโดยเฉพาะที่แผลเป็น   แฮร์รี่พยายามลูบผมสีดำให้ปิดหน้าผากตัวเอง   แต่ผมก็กระเด้งขึ้นไปใหม่   รอยแผลเป็นจึงปรากฏจางๆให้เพื่อนร่วมหอได้เห็น  

                “มันจะเป็นไปได้ยังไง   ถ้าเธอไม่กลับมาเมื่อคืน   งั้นเธอจะไปนอนที่ไหน”   แฮร์รี่ขมวดคิ้ว  ดวงตาสีเขียวใสยังคงมองลอดผ่านแว่นกลมไปที่ทางเข้า  

“เชื่อฉันเถอะน่า  เห็นกันอยู่ชัดๆว่าเธอตั้งใจหลบหน้านาย”   รอนพยายามบอก

“เธอจะหลบหน้าฉันทำไม   ก็ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกัน”   แฮร์รี่หลุบตาลง   เขาเริ่มนึกถึงตอนที่เฟริน่าย้ายโรงเรียนมาใหม่ๆ  เธอก็มักทำท่าทางแบบนี้กับเขา   และตอนนี้คำพูดของรอนที่ตอกย้ำมาตั้งแต่เมื่อวาน   ก็เริ่มทำให้เขาใจเสีย   และคิดว่าเธอคงหลบหน้าเขาจริงๆ  

“เธออาจเกลียดนายเหมือนที่สเนปเกลียดนายก็ได้”   รอนให้ความเห็น

“ไม่มีทาง!”   แฮร์รี่เถียง   รอนยักไหล่   เด็กชายผมยุ่งไม่เชื่อแบบนั้น   และถ้าเขาเจอเธอ  เขาจะถามเธอให้รู้เรื่องให้ได้   ระหว่างนั้นเขาก็เห็นเนวิลล์กำลังเดินมาทางนี้พร้อมกับเด็กหญิงผมฟูฟ่อง

                “ฉันยังไม่เห็นเฟริน่าเช้านี้เลย”   เสียงเนวิลล์ที่กำลังตะเกียกตะกายผ่านช่องวงกลมหลังภาพวาดออกไปพูดกับเฮอร์ไมโอนี่

                “ฉันตื่นมาเตียงเธอก็ถูกเก็บเรียบร้อยแล้ว   ไม่รู้ว่าเธอไปไหนหรือกลับมานอนหรือเปล่า”   เสียงแหลมเล็กของเฮอร์ไมโอนี่ตอบกลับไป   แฮร์รี่รีบเขย่าไหล่รอนที่นอนหลับอ้าปากอยู่ข้างๆ

                “อะไร!  นายเห็นเธอแล้วหรือ”   รอนขยี้ตาและหาวอีกครั้ง

                “เปล่า  แต่เนวิลล์กับเฮอร์ไมโอนี่รู้จักเธอ  บางทีเราน่าจะตามสองคนนั้นไป   ฉันอาจจะได้เจอเฟริน่าก็ได้  เร็วเข้ารอน!”   เด็กชายผมดำดึงแขนเพื่อนมาที่ช่องวงกลม   ทั้งสองปีนข้ามผ่านช่องตามหลังเนวิลล์และเฮอร์ไมโอนี่ไปจนถึงห้องโถงใหญ่   รอนดูจะตื่นเต็มตาทันที  เมื่อกลิ่นอาหารเช้าลอยมาเตะจมูก   เด็กชายผมแดงรีบย้ายตัวเองเข้าไปนั่งที่โต๊ะประจำบ้าน   คว้าของกินทุกอย่างใส่จานและยัดมันเข้าปากอย่างไม่รีรอ   แฮร์รี่ที่นั่งลงข้างๆกันเห็นเฮอร์ไมโอนี่มองรอนอย่างรังเกียจ  เด็กชายแว่นกลมถองเพื่อนเบาๆเพื่อเตือน

                “อะไอ!”   รอนถามทั้งที่ขนมปังและเบคอนเต็มปาก  เศษอาหารร่วงกระเด็นไปรอบๆ   และเมื่อเขาเห็นสีหน้าเฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งอยู่ตรงข้าม  ใบหูของเขาก็กลายเป็นสีแดง  แต่ถึงอย่างนั้นรอนก็จ้องหน้าเด็กหญิงผมฟูกลับไปอย่างเอาเรื่อง  แฮร์รี่เตะขารอนใต้โต๊ะ   เขาตั้งใจจะถามเฮอร์ไมโอนี่เรื่องเฟริน่า  และเขาไม่อยากให้รอนทำเสียเรื่อง

                “รู้มั้ยว่ามารยาทบนโต๊ะอาหารที่ดี  ไม่ควรพูดทั้งที่อาหารเต็มปาก”   เด็กหญิงผมฟูส่งสายตาเขียวปั๊ดกลับไปให้รอน   เธอเลื่อนจานตัวเองที่มีเศษขนมปังที่กระเด็นหลุดมาจากปากของรอนไปไว้ข้างๆ   พลางหันไปคว้าจานใบอื่นที่สะอาดกว่ามาใช้แทน

                รอนรีบเคี้ยวอาหารทั้งหมดและกลืนลงคออย่างรวดเร็ว   “ไม่พอใจนัก  เธอก็ไปนั่งที่อื่นเลยไป”   แฮร์รี่เตะขารอนอีกครั้ง  เด็กหัวแดงจึงเงียบ  แต่ก็ยังมีท่าทีหัวฟัดหัวเหวี่ยง  เฮอร์ไมโอนี่เลิกสนใจรอน   เมื่อเนวิลล์เดินเข้ามานั่งใกล้ๆ

                “ฉันเห็นเฟริน่าแล้วล่ะ   เธอบอกว่าจะไปรอเราที่หน้าชั้นเรียนเลย”  เด็กชายหน้ากลมบอก  เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว

                “แล้วเธอไม่กินมื้อเช้าหรือไง”   เนวิลล์ยักไหล่แทนคำตอบ   และเริ่มจัดการอาหารเช้าบ้าง   แฮร์รี่รีบจัดการขนมปังทาเนยอย่างรวดเร็ว   ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าเหวี่ยงข้ามไหล่

                “นายจะไปที่ชั้นเรียนเลยหรือเปล่า”   แฮร์รี่ถาม   รอนส่ายหน้าและกินอาหารต่อไป   เด็กชายผมดำพยักหน้าและพุ่งตัวออกจากห้องโถงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

      


         

                เฟริน่ากำลังยืนเตร่อยู่หน้าชั้นเรียนวิชาคาถา   เด็กหญิงเดินเตะพื้นไปมา   วันนี้เธอตื่นเช้ารีบลงมาทานอาหารเพื่อเลี่ยงที่จะเจอหน้าแฮร์รี่   ในสมองกำลังคิดหาทางว่าจะเอาตัวรอดจากวิชาแรกได้ยังไง   และเธอจะทำยังไงดี   ถ้าแฮร์รี่เห็นเธอในห้องเรียน  เขาต้องเข้ามาหาเธอแน่ๆ  

                “ยัยสกปรก!”  เสียงยานคางอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขัดความคิดของเธอ  เฟริน่ากลอกตา  เธอพยายามทำเป็นไม่ได้ยินเสียงน่ารำคาญนั่น   “นี่เธอกล้าเมินฉันหรือ”   เสียงนั่นใกล้เข้ามาอีก  เด็กหญิงหันกลับไป  และเห็นเดรโก   เขาเดินมาเพียงคนเดียว  ไม่มีสมุนตัวใหญ่สองคนเหมือนทุกที

                “พี่เลี้ยงเด็กของนายไปไหนซะล่ะ  หรือว่านายหลงกับพี่เลี้ยง”   เฟริน่าถาม   ใบหน้าขาวซีดของเดรโกเป็นสีชมพู   แต่ก็พยายามเชิดหน้าไว้   “ถามจริงๆเถอะ   เมื่อไหร่นายจะเลิกทำตัวงี่เง่าและตามรังควานฉันสักที”   เธอถามอย่างรำคาญ   แค่นี้เธอก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว   แต่เด็กชายบ้านสริธีรินก็ยังเอาปัญหามาเพิ่มให้เธอปวดหัวอีก  เธอเบื่อที่ต้องมาฟังวาจาร้ายกาจของเขา 

                เด็กชายผมบลอนด์สาวเท้าเข้ามาใกล้   มุมปากยกยิ้มขึ้นสูง

                “ทำไม  เธอกลัวฉันขึ้นมาบ้างแล้วสินะใช่มั้ย”   เดรโกถาม   ดวงตาซีดมองเธออย่างชั่วร้าย   แต่เฟริน่าก็จ้องตอบกลับไปด้วยแววตานิ่งๆ

                “เปล่า   ฉันขี้เกียจมาทะเลาะกับเด็กอย่างนาย  มัลฟอยน้อย”   เธอตอบ  ใบหูของเดรโกเปลี่ยนเป็นสีแดง

                “เลิกเรียกฉันแบบนั้นนะ!”   เขาสั่ง  หรี่ตามองเธออย่างหาเรื่อง

                “ไหนนายภูมิใจนามสกุลของนายนักไม่ใช่หรือไง   ฉันเรียกว่ามัลฟอยน้อยแล้วจะเป็นไรล่ะ”   เธอถามอย่างท้าทาย  ยักคิ้วให้เขา  เดรโกขบฟันแน่น  เขากำลังหาจุดอ่อนของเด็กผู้หญิงตรงหน้าเพื่อเล่นงานกลับ

                “ไอ้ผ้าพันคอเน่าๆนี่   เธอเป็นอะไร  ทำไมต้องปิดหน้าด้วย”  เขาพยายามจะกระชากผ้าพันคอไปจากเธอ   แต่เฟริน่ารีบก้าวถอยหลัง   มือเล็กๆของเด็กหญิงรีบคว้าผ้าพันคอไว้อย่างหวงแหน   “หน้าเธอมันเป็นอะไร  ทำไมต้องปิดขนาดนี้   อ้อ   ฉันนึกออกล่ะ   เธอคงมีแผลเป็นน่าเกลียดเหมือนกับพอตเตอร์ใช่มั้ย  เฮอะ!  เด็กบ้านกริฟฟินดอร์นิยมเด็กที่มีแผลเป็นหรือไง  แต่เธอออกจากน่าสงสารหน่อยนะ  เพราะเป็นผู้หญิง   แล้วผู้หญิงที่หน้ามีแผลเป็นแบบนี้  รับรองไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากแต่งงานด้วยหรอก!”  

                “ฉันไม่ได้มีแผลเป็นสักหน่อย!”   เธอเริ่มรู้สึกโกรธกับวาจาร้ายๆนั่น

                “ถ้าไม่ได้มีแผลเป็น  งั้นมีอะไรต้องปิดล่ะ  ถอดออกมาสิ!”   เด็กชายตระกูลมัลฟอยเดินเข้ามาใกล้  สองมือพยายามกระชากผ้าพันคอออกจากใบหน้าของเธอ  เฟริน่าพยายามยื้อผ้าพันคอไว้  


                เดรโกรู้สึกสะใจที่ได้ล่วงรู้จุดอ่อนของศัตรู   เขาเชื่อว่าถ้าได้เปิดโปงแผลเป็นของเด็กผู้หญิงตรงหน้า   เธอจะต้องอับอายกว่าเขาเป็นร้อยๆเท่า  เขาต้องเอาคืนเธอให้ได้ที่เธอเคยทำให้เขาทั้งเจ็บใจและอับอายมาก่อน   และเด็กชายเองก็อยากรู้ว่าภายใต้ผ้าพันคอผืนนั้นมีอะไรซ่อนอยู่   พนันกันได้ว่าต้องมีแผลเป็นน่าเกลียดอย่างที่พาร์กินสันให้ความเห็นกับเขาเมื่อคืนนี้แน่ๆ

                เด็กหญิงยังคงสู้แรงเขาต่อไป   แต่แรงเด็กผู้ชายอย่างเขาก็มีมากกว่า  ในที่สุดผ้าพันคอผืนใหญ่น่าเกลียดนั่นก็หลุดออกจากใบหน้า   ร่างเล็กๆของศัตรูที่เขาหมายหัวไว้ลงไปกองกับพื้น  

                “บ้าเอ๊ย!”  เธอร้องอย่างหัวเสีย   ลุกขึ้นมา  แล้วเดรโกก็ได้เห็นใบหน้าเธอชัดๆเป็นครั้งแรก

                ใบหน้าขาว   แก้มอมชมพู  คิ้วเรียวขมวดอย่างหงุดหงิดกับดวงตาสีฟ้าอมเขียวกำลังจ้องมองเขาอย่างอาฆาต   ใบหน้าเล็กๆนั่นไม่มีรอยแผลเป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้เลยสักนิด  และไม่ได้หน้าตาอัปลักษณ์หรือน่าเกลียดแบบที่พาร์กินสันบอกกับเขาเมื่อคืน   แต่มันตรงกันข้ามต่างหาก   เธอแย่งผ้าพันคอกลับคืนตอนที่เขากำลังตกใจ   และเอาไปพันที่ใบหน้าต่อ

                “ทำตัวแบบนี้คิดว่าดูดีนักหรือไง   พ่อแม่นายไม่สอนหรือว่าการแกล้งคนอื่นมันเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจน่ะ”  เธอต่อว่าเขา 

                “เธอกล้าว่าพ่อแม่ฉันหรือ  ยัย-   ยัย-“   เขานึกคำพูดร้ายกาจไม่ออก   เพราะเธอไม่ได้มีแผลเป็นน่าเกลียด  หรือสกปรก   หรืออะไรแย่ๆก็ตาม   “ยัยเลือดสีโคลน!”   เขานึกขึ้นได้ว่านามสกุลของเธอไม่มีใครใช้ในโลกเวทมนต์

                “ฉันไม่ได้ว่า  ฉันแค่ถามถึงพ่อแม่นายต่างหาก!”   เธอเถียงเสียงดัง

                “มัลฟอย!   อย่ายุ่งกับเธอนะ!”   เสียงเจ้าพอตเตอร์ดังมาแต่ไกล   เดรโกหันไปมองศัตรูอีกคนที่เขาหมายหัวไว้เช่นกัน  เจ้าเด็กหัวแผลเป็นนั่นรีบวิ่งมาขวางระหว่างเขากับยัยเลือดสีโคลน

                “ทำไม   นักบุญพอตเตอร์  คิดจะทำตัวเป็นฮีโร่หรือไง”  เขาเบ้หน้ามองอีกฝ่ายอย่างขยะแขยง   เด็กชายผมยุ่งจ้องมองเขาอย่างโกรธๆผ่านแว่นกลม

                “อย่ายุ่งกับเธอ   ผู้ชายเขาไม่รังแกผู้หญิงหรอกนะ”   เด็กชายบ้านสิงห์สาวเท้าเข้ามาใกล้   พยายามข่มขู่เขา   “ถ้านายยุ่งกับเธออีก   ฉันกับนายเราได้เห็นดีกันแน่!

                “ทำไม  นายจะทำอะไรฉัน  พอตเตอร์”  เดรโกถามอย่างท้าทาย

                “มัลฟอย  ถ้านายยังไม่เลิกทำตัวงี่เง่าอีก  ฉันจะฟ้องอาจารย์ประจำบ้านของนายซะ”   เสียงของเด็กหญิงบอก  ดวงตาสีซีดของเด็กชายบ้านสริธีรินเลื่อนไปมองเธอ  นึกสงสัยว่าทำไมเธอต้องพยายามปกปิดใบหน้าชวนมองนั่นด้วย

                “ฉันไม่กลัวหรอก”   เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยอย่างหงุดหงิด

                “เกิดอะไรขึ้น   อยากถูกหักคะแนนหรือไง”   เสียงเพอร์ซี่ดังขึ้น  พรีเฟ็คบ้านกริฟฟินดอร์มองหน้าเด็กปีหนึ่งสามคนสลับไปมา   เดรโกทำท่าหยิ่งผยองใส่เด็กหนุ่มที่มาใหม่   ก่อนจะเดินอาดๆจากไป   โดยไม่ลืมที่จะใช้ดวงตาสีซีดจ้องมองที่คู่อริทั้งสองอย่างมุ่งร้าย   เพอร์ซี่หันมามองเด็กปีหนึ่งอีกสองคนที่เหลือ   “อย่าไปยุ่งกับพวกมัลฟอยมาก   พวกเธอทั้งคู่มีแต่จะเสียกับเสีย   โชคดีแค่ไหนแล้วที่ฉันมาพบเข้า  เอาล่ะ  ชั้นเรียนใกล้จะเริ่มแล้ว   รีบไปเข้าเรียนซะ  อย่ามายืนอยู่แบบนี้”   พรีเฟ็คผมแดงบอกอย่างเข้มงวด   เด็กชายและเด็กหญิงเดินเข้าไปในชั้นเรียนที่อยู่ใกล้ๆ   อีกไม่กี่นาทีชั่วโมงแรกก็จะเริ่ม  

        

       

                เฟริน่าเดินเข้าไปในชั้นเรียนที่ว่างเปล่า  รู้สึกหงุดหงิดที่เด็กชายผมบลอนด์หาเรื่องเธอแต่เช้า   แถมยังมากระชากผ้าพันคอเธอไปอีก   โชคดีที่เธอเอามาปิดหน้าไว้ทัน  ระหว่างที่เธอกำลังจมอยู่ในความคิด   เด็กหญิงก็ถูกดึงไปกอด

                “เฟริน่า   ฉันคิดถึงเธอจังเลย”   เสียงของเด็กชายแว่นกลมอู้อี้   เขากอดเธอไว้แน่น   เด็กหญิงพยายามดันตัวเขาออก   ใบหน้าของแฮร์รี่เป็นสีชมพูและมีรอยยิ้มกว้างประดับอยู่ 

                “นะ  นายเป็นใคร”   เธอคิดว่าตัวเองโง่มากที่ยังพยายามหลอกเขา 

                “ไม่เอาน่าเฟริน่า   ฉันจำเธอได้   ทำไมเธอถึงไม่เคยบอกฉันล่ะว่าเธอก็เป็นแม่มด   ฉันดีใจมากเลยตอนที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลขานชื่อเธอออกมา”   เด็กชายแว่นกลมพูดด้วยความตื่นเต้น   เด็กหญิงก้าวถอยหลัง   สมองพยายามคิดหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนนี่

                “นายจำคนผิดแล้ว  บางทีฉันอาจจะมีชื่อนามสกุลซ้ำกับคนรู้จักของนายก็ได้”   เธอพูดปดที่ฟังดูงี่เง่าที่สุด   รอยยิ้มค่อยๆหายไปจากใบหน้าของแฮร์รี่  เขาเริ่มขมวดคิ้วแทน  “คนชื่อกับนามสกุลซ้ำกันมีออกเยอะแยะ”

                “งั้นถอดผ้าพันคอซะ   ถ้าเธอคิดว่าฉันจำคนผิด”   แฮร์รี่บอก

                “ไม่!   ฉันไม่ถอด   ฉัน..  ฉันไม่สบาย  ถ้านายไม่อยากติดหวัดอย่ามาบังคับให้ฉันถอดผ้าพันคอ”   เธอก้าวถอยหลังห่างออกมาอีก  มือเล็กกุมผ้าพันคอไว้แน่น

                “ทำไมเธอต้องโกหกด้วย   เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ  เธอรู้จักฉันมาก่อน   เราเป็นเพื่อนกัน”   เขาก้าวเข้ามาหาเธอดึงมือเธอไว้  ดวงตาสีเขียวใสที่มองเธอดูอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร  “อย่าโกหกกันสิ  ฉันคิดถึงเธอมากเลยนะช่วงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา”

                เฟริน่ากลืนน้ำลายที่เหนียวข้นลงคออย่างยากลำบาก   เธอพยายามไม่สบตาเขา   ตอนนี้เธอไม่จำเป็นจะต้องห่วงว่าแฮร์รี่จะต้องถูกรังแกอีกแล้ว  อยู่ที่นี่เขาจะมีเพื่อน  ไม่มีดัดลีย์คอยตามรังควาน  และมัลฟอยก็ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก   เขาไม่ใช่เด็กชายที่น่าสงสารที่เธอจะต้องปกป้องอีกต่อไป   ตอนนี้เธอต้องปกป้องตัวเอง

                “ไม่   พอตเตอร์  นายจำคนผิดแล้ว   เราไม่เคยเจอกันมาก่อน”  เธอส่ายหน้า  จากนั้นเสียงเด็กคุยกันด้านนอกก็ดังขึ้น   เด็กหลายคนเดินเข้ามาในห้องเรียน  เฟริน่าดึงมือกลับ   เธอปล่อยให้ดวงตาสีเขียวมองตามเธออย่างเศร้าๆ

 



                “โอ๊ยถ้ายัยนั่นเคยเป็นเพื่อนอย่างที่นายเล่าให้ฉันฟังจริงๆ  นั่นก็ถือว่าใจร้ายมาก!”   รอนพูดอย่างเดือดดาล  หลังจากที่หมดชั่วโมงเรียน  และแฮร์รี่เล่าให้เขาฟัง  เด็กชายแว่นกลมหลุบตาลงมองมือของตัวเอง   ในชั่วโมงเรียนเขาเห็นเฟริน่านั่งเรียนกับเนวิลล์และเฮอร์ไมโอนี่   “นายไม่ควรเอาตัวเองไปใกล้กับเด็กผู้หญิงใจร้ายแบบนั้นอีก  แฮร์รี่  นายยังมีฉันเป็นเพื่อนนะ”  รอนบีบไหล่เขาอย่างเห็นใจ

                “ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงทำแบบนั้น   ฉันแน่ใจว่าวันนั้นเราจากกันด้วยดี   แต่ทำไมล่ะ  ทำไมเธอต้องทำเป็นไม่รู้จักฉันด้วย  ฉันไม่เข้าใจเลย”  

                “ปล่อยไปเถอะ  เด็กผู้หญิงร้ายกาจนั่น   นายไม่จำเป็นต้องไปเป็นเพื่อนกับยัยนั่นหรอก   เชื่อฉันสิ”  รอนจ้องมองไปที่แผ่นหลังของเฟริน่า  เธอกำลังคุยกับเฮอร์ไมโอนี่เรื่องวิชาที่เพิ่งเรียนไป  “ยัยเด็กผมฟูนั่นก็ร้ายกาจพอกัน   ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งคู่ถึงคบกันเป็นเพื่อนได้   พนันกันได้แน่ๆว่าเนวิลล์จะต้องถูกยัยสองคนนั่นเขี่ยทิ้ง  เหมือนที่เขาเขี่ยนายทิ้งเป็นรายต่อไป”   คำพูดของรอนทำให้แฮร์รี่ยิ่งรู้สึกแย่   “ขอโทษที   ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น”

                “แต่ฉันไม่อยากยอมแพ้เลย   นายคิดออกมั้ยว่าถ้าฉันพยายามคุยกับเธออีก   เธออาจจะใจอ่อนคุยกับฉันเหมือนเดิมก็ได้”   แฮร์รี่ถาม   เขายังจ้องมองเฟริน่าอยู่  เธอกำลังยิ้มและหัวเราะอยู่กับเนวิลล์ที่โดนคางคกกระโดดใส่หน้า   รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เขาชอบ   แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว   เด็กชายหัวแผลเป็นรู้สึกโหวงๆในอก   เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย  เหมือนอะไรบางอย่างขาดหายไป

                “ไม่เอาน่าแฮร์รี่  เดี๋ยวพอเธอทำตัวร้ายกาจอีก   นายก็เศร้าอีก   เราน่าจะหาอะไรสนุกๆทำดีกว่ามานั่งสนใจคนที่เขาไม่อยากเป็นเพื่อนกับเรานะ”   รอนพยายามเตือน   แต่พอเห็นสีหน้าอมทุกข์ของเพื่อนใส่แว่น   เด็กชายผมแดงก็คิดอะไรดีๆออก   “เอาอย่างนี้มั้ย   ในเมื่อเธอแกล้งทำเป็นลืมว่านายเคยเป็นเพื่อนกับเธอ   งั้นนายก็เริ่มขอเธอเป็นเพื่อนใหม่อีกครั้งซะก็หมดเรื่อง” 

                “ฉลาดมากรอน!”   แฮร์รี่ร้อง   ใบหน้าของรอนเป็นสีชมพู   เขาเชิดหน้านิดๆอย่างภูมิใจ

                “แต่เราต้องวางแผนกันก่อน”



_____________________________________________________

น่าสงสารแฮร์รี่   ว่าแต่รอนจะวางแผให้แฮร์รี่ทำอะไร  หวังว่าแผนของรอนคงไม่งี่เง่านะ

สำหรับเดรโก  ในที่สุดก็ได้เห็นหน้าหนูเฟของเราแล้ว   พาร์กินสันนี่ก็แย่ะ  มานินทาว่าหนูเฟมีแผลเป็นน่าเกลียดที่ใบหน้า   555

อาจารย์ใหญ่อกวอตส์ชนะอีกแล้วยกนี้   สเนปก็ทำเป็นซึนต่อไป  ห่วงหนูเฟแต่ก็แกล้งทำดุใส่   

ตอนต่อไปเด็กชายจากต่างบ้านจะปรากฏตัวแล้วนะคะ   


ปล.  กองเชียร์หนูรี่เริ่มโผล่มาให้หนูรี่ชื่นใจกันบ้างแล้ว

ปล. 2  เห็นรีดบางคนอยากให้เป็นฮาเร็ม   จะดีมั้ยนะ   บอกแล้วตอนี้ยังไม่มีพระเอก  ไรท์หลายใจมากตอนนี้   โถถถถ  รีเควสตอนจบแบบรูทๆแทนนี่มันเป็นยังไงหรอคะ  อันนี้ไรท์ไม่รู้จริงๆนะ  ขยายความหน่อยได้มั้ย  

ปล.3  เรื่องรอเดรโกหวั่นไหวต้องรอไปอีกสักหน่อยค่ะ  แต่ถ้าหวั่นไหวแล้ว  ก็หวั่นไหวเลย   แล้วไอ้ที่หวั่นไหวน่ะคุณชายเขาทำตัวเองทั้งน้านนน   แต่กลับกล่าวหาว่าหนูเฟไปทำมนต์ดำใส่เขาอีกแน่ะ  ตัวเองตกหลุมรักเอง  ยังมีหน้ามาโทษคนอื่น   คุณชายช่างนิสัยเสียจริงๆ

กำแพงหิมะหนาหลายฟุตของสเนปกำลังค่อยๆละลายอย่างช้าๆ   แต่เขาไม่ยอมรับง่ายๆหรอก

เรื่องเพื่อนใหม่เอาชนะใจหนูเฟนี่  แรกๆโดนหนูเฟต่อว่าด้วย   เพราะเขาทำตัวเสียมารยาทจริงๆ   เดี๋ยวจะได้รู้กันว่าทำตัวเสียมารยาทแบบไหน

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

2,383 ความคิดเห็น

  1. #2318 Pynca (@otaku-naja) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 07:37
    โถ่น้องหนู ยอมซะดีๆเถอะ หนีแฮรี่ไม่รอดหรอก55555
    #2318
    1
    • #2318-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      25 มิถุนายน 2562 / 02:58
      แล้วก็หนีไม่รอดจริงๆๆ
      #2318-1
  2. #2295 Riminkdaw (@tomkamcham) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 01:50
    จบแบบรูทๆคือ ถ้าอย่างเช่นรูทนี้จะให้เฟริน่าคู่กับแฮร์รี่ ก็จะให้คู่กับแฮร์รี่ไปค่ะ แต่ถ้าอยากให้เฟรอน่าคู่กับเดรโกก็ต้องแต่งของแฮร์รี่ให้จบก่อนแล้วก็เริ่มรูทใหม่(อารมณ์แบบรีเซททุกอย่าง) แต่ถ้าอยากให้เป็นแฮร์รี่xเฟริน่าxเดรโก แบบนี้ก็ได้แต่เราไม่สนับสนุนนะ55555
    #2295
    1
    • #2295-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      3 พฤษภาคม 2562 / 22:03
      ใช่เลยค่ะ ไรท์คิดๆไว้แบบนั้นเหมือนกันว่ามันต้องจบแบบนั้น ให้จบเป็นคู่ๆไปก่อน แล้วค่อยมาแต่งอีกรูท ไบ่ให้จบทีละรูทน่าจะง่ายกว่าค่ะ แบบรีเซทจนจุดที่เรียกว่าขึ้นอยู่กับทางเลือก เบือกแบยไหนจะจบแบบไหนค่ะ แต่แบบฮาเร็มมาก็ไม่ไหวนะ 55555
      #2295-1
  3. #2243 ก.ล.ม. (@nulookplalovely) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 03:13
    ทำไมเรารู้สึกรำคานดับเบิ้ลดอร์มากกว่าคือเราเข้าใจเฟนะทุกคนรักตัวเองเสมอยิ้งรู้ว่าอนาคตจะต้องเจออะไรบ้างเป็นเราเลี่ยงได้ก็เลี่ยง พวกที่บอกว่าเฟงี่เง่าถ้าตัวเองรู้ว่าอนาคตตัวเองอาจจะไปพัวพันที่มันอันตรายถึงตายได้จะมีคนออกมาด่าเฟแบบนี้อีกไหม อีกอย่างการเปลี่ยนเนื้อเรื่องมันไม่ได้ดีเสมอไปหรอกนะการที่ดับเบิ้ลดอร์บังคับเด็กตัวเล็กๆให้ไปเจออันตรายเรากลับรู้สึกว่าเขาขี้ขลาดกว่าใครทั้งหมด
    #2243
    1
    • #2243-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      25 มีนาคม 2562 / 13:49
      เป็นความคิดเห็นที่น่าสนใจมาก ถูกต้องค่ะที่รีดมองว่าเฟรักชีวิตตัวเอง ใครจะอยากพัวพันกับอันตราย

      แต่... สำหรับสิ่งที่ดัมเบิลดอร์ให้เฟเข้าไปพัวพันนั้น ถ้าไรท์พิมพ์บอกตรงนี้ต้องเป็นการสปอยเล่ม 5 แน่ว่า ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงเชื่อคำพูดของเด็กแปดขวบที่เพิ่งเจอกันว่าเขาเกิดจากปลายปากกาของเจเค ทำไมเขาถึงต้องขอให้เฟช่วยแฮร์รี่ ไรท์จึงไม่สามารถอธิบายได้จริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่ก็ขอขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นค่ะ
      #2243-1
  4. #2203 com23476 (@com23476) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 01:30

    เอาตรงๆนะ นางเริ่มงี่เง่าแล้ว ปมในอดีตเริ่มการมีเพื่อน โดนทรยศกำเริ่มแล้ว บวกกับนิสัยอ่อนโยนใจดี ที่มากเกินร้อยเปอร์เซ็นต์กำลังทำพิษ

    #2203
    1
  5. #2042 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 17:38
    เฟใจร้ายอ่ะ คือเหคุผลที่นางไม่ยุ่งกับแฮร์รี่เพราะกลัวตัวเองเดือดร้อรเหรอ ก็เข้รใจนะว่ามนุษย์ทุกคนมีความเห็นแก่ตัวอยู่ แต่ความรู้สึกของแฮร์รี่ล่ะ คิดถึงเรื่องนร้บ้างมั้ยยยยย แฮร์รี่ก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับเค้าสักหน่อย อ้ากกกก อิน
    #2042
    1
    • #2042-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      26 มกราคม 2562 / 12:29
      สงสารหนูเฟเถอะค่ะ มีความทรงจำไม่ได้เท่าไหร่ แรกๆหนูเฟก็งี่เง่าอย่างนี้แหละ 5555
      #2042-1
  6. #2014 Ce'ces Rizle (@aster-1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:03
    จะว่าเราเป็นคนแบบเดียวกับผู้วิเศษเลือดบริสุทธิ์ที่ไม่ชอบมักเกิ้ลก็ได้ เพราะเราชอบกริฟฟินดอร์น้อยที่สุดในบรรดาบ้านแล้ว อาจจะเหมือนไร้สาระแต่เรามองว่ากริฟฟินดอร์เป็นบ้านที่มีแต่คนทำอะไรโง่ ๆ มากกว่าผู้กล้านะ บางทีอาจจะจองหองยิ่งกว่าสลิธิลินซะอีก 55555555
    #2014
    1
    • #2014-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 10:03
      ไรท์ไม่เคยสังเกตเลยค่ะ 55555 แต่ก็น่าคิดแบบที่รีดเม้นนะ ออกจะบ้าบิ่นจริงๆพวกบ้านสิงห์
      #2014-1
  7. #1618 Mona-ZeeN (@vitaminsee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 20:43
    นางเอกโคตรงี่เง่า บ้าบอ อายุวิญญาณก็โตพอ จะรู้แล้วไหมว่า หนีแบบนี้มันไม่ช่วย อ่านแล้วหงุดหงิดอ่ะ ฮึ้ยยยยยย
    #1618
    1
    • #1618-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      17 สิงหาคม 2561 / 21:23
      ทนนางเอกหน่อยนะคะ หลังๆก็จะหายงี่เง่าแล้วค่ะ T^T
      #1618-1
  8. #1583 พราเซอาร์ที (@aldalus) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 22:15
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฉันเบื่อเธอเฟริน่า นังงี่เง่า // อินเวอร์
    #1583
    1
    • #1583-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      1 สิงหาคม 2561 / 22:20
      55555 งี่เง่าจริงๆๆ แต่ทนๆไปก่อนนะคะ เดี๋ยวนางจะค่อยๆหายงี่เง่าค่ะ
      #1583-1
  9. #1541 MHEEPQ12 (@MHEEPQ12) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 18:49
    อยากจะด่าให้หน้าสั่น โว๊ะ5555
    #1541
    1
    • #1541-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      31 กรกฎาคม 2561 / 22:20
      55555555
      #1541-1
  10. #1474 mireizy (@mireizy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 15:12
    นางเอก...งี่เง่า!!
    ...แต่ การบรรยายเนื้อเรื่องดีมากเลย...ยกเว้นนางเอก..ขัดใจมากงี่เง่าไม่สมเหตุผลเลย
    #1474
    1
    • #1474-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      26 มิถุนายน 2561 / 20:44
      ไรท์ตั้งใจเขียนให้นางเอกงี่เง่าค่ะ 55555
      #1474-1
  11. #1335 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 09:37
    ไม่อยากวุ่นวาย แต่ทำตัวน่าสงสัย เป็นจุดสนใจสุดๆ เลย ส่วนรอนก็... เห้อออออ
    #1335
    1
    • #1335-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      16 มิถุนายน 2561 / 02:25
      เป็นวิธีที่งี่เง่ามากค่ะ 5555 ส่วนรอนนนน ร้ายกาจ
      #1335-1
  12. #1298 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:21
    รู้สึกเกลียดหมวกคัดสรร รู้สึกเกลียดและรำคาญรอนเป็นอย่างมาก
    #1298
    1
    • #1298-1 StarKit (@timetraval) (จากตอนที่ 8)
      9 มิถุนายน 2561 / 16:01
      ง่าาาา เกลียดรอนน่ะพอเข้าใจได้ เกลียดหมวกคัดสรรทำไมคะ 5555
      #1298-1
  13. วันที่ 2 มกราคม 2561 / 23:02
    ชอบรอนอะ นี่มาแปลกกว่าชาวบ้านมาก5555555555
    #502
    0
  14. #463 Aom-am_tr (@0954913902) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 22:16
    เฟริน่าเธองี่เง่ามาก! เรารู้ว่าเธอไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย แต่น่าจะคุยหรือปรับความเข้าใจกับแฮร์รีาดีๆนะ น่าสงสารแฮร์รี่อ่ะ แฮร์รี่ก็พยายามเพื่อที่จะให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม....เอาเป็นว่า คุยกันเร็วๆนะ
    #463
    0
  15. #425 norinamfon188 (@norinamfon188) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 12:44
    นางเอกงี่เง่าอ่ะ55555555555
    #425
    0
  16. #94 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 14:45
    รีดเดอร์: (พูดด้วยสีหน้าทึ่งๆให้กับรอน)ร้ายกาจ!!!
    ถถถถ
    #94
    0
  17. #44 Ying0934 (@Ying0934) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 21:45
    ฮาเร็มก็ด้ายยยยย
    อย่าลืมจอมมารนร้าาาาาา
    #44
    0
  18. #43 Rosarana (@0624831697) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 21:23
    ฮาเร็ม~~~~~~ ขอเถอะคะไรท์ พลีสสสสสสสสสสสส ถ้าจะเลือกคนนี้ ก็เสียดายคนโน้นนนนน พลีสสสสสส ฮาเร็ม เถอะนะคะ
    #43
    0
  19. #41 น้ำส้มจันทรา (@somoh49) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 20:34
    สงสารแฮรี่~
    #41
    0
  20. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 18:33
    ฮาเร็มมมมมมค่าาาาาา
    #40
    0
  21. #39 Aiko cg (@0897122652) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 18:28
    แฮรี่เด็กชายผู้น่าสงสาร555
    #39
    0
  22. #38 minilove (@29102536) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 18:02
    ชอบความโหดร้ายของคุนชาย 55😂😂
    #38
    0
  23. #37 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 17:59
    ฮาเร็มค่ะไรท์ ฮาเร็มบันไซ~
    ขออนุญาตขยายความจบแบบรูทค่าาา
    ที่เราจะสื่อคือให้มีตอนจบที่ต่างกันหลายๆแบบ แบบคู่คนนึงตอนจบแบบนึงไรงี้อ่า ส่วนในเรื่องก็เฉลี่ยๆความฟินกันไป เผื่อมีคนไม่ชอบให้ฮาเร็ม แหะๆ
    ปล.หรือจะเอาฮาเร็มเป็นหนึ่งในรูทก็ดีนะคะ555555
    #37
    0
  24. #35 MissJ17H (@MissJ17H) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 17:43
    โอ้ววว ไรท์เตอร์~~~ สปอยมาแบบนี้ รอไม่ไหวแล้วค่าาาาา มาต่อไวๆน้าาาาาา สนุกมากกกกกก
    #35
    0