บุปผา จันทรา ปักษา วารี (Yaoi)

ตอนที่ 123 : ​​ภาค รุ่งอรุณแห่งสายนที ตอนที่ 2 : เจ้าหลวงแห่งสุริยตรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    31 ธ.ค. 58

​​ภาครุ่งอรุณแห่งสายนที ตอนที่ 2 : เจ้าหลวงแห่งสุริยตรา

รุ่งสาง...เจ้าชายอาทิตยะเสด็จประทับที่เชิงเทินบนกำแพงเมืองด้านบูรพาทิศ วรองค์สูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินขลิบทองประทับนิ่งดุจรูปสลัก ดวงพักตร์หล่อเหลาคมคายละม้ายคล้ายพระบิดาเคร่งขรึม สายพระเนตรเหม่อมองทิวทัศน์นอกกำแพงศิลา...สุดขอบเขตสายตา คือท้องทุ่งรวงข้าวทองตัดกับสีเขียวขจีของมวลหมู่พฤกษา ท่ามกลางแสงสุริยาแห่งรุ่งอรุณ โดยมีเหล่าองครักษ์ถวายการอารักขาอยู่เบื้องหลังในระยะห่างพอประมาณ เพื่อมิให้เป็นการรบกวนเพลาส่วนพระองค์ในยามที่ยุพราชหนุ่มประสงค์จะอยู่เงียบๆ ตามลำพัง

ยามเมื่อพระพายโชยผ่าน พระเกศายาวสีน้ำตาลทองพลันสะบัดพัดพลิ้ว เหล่าต้นข้าวต่างเอนลู่สั่นไหว ก่อเกิดสำเนียงคล้ายเสียงเกลียวคลื่นสมุทร พระขนงโก่งดุจคันศรพลันขมวดมุ่นด้วยนึกย้อนไปถึงนิทานร้อยเรื่องเล่าที่ทรงได้สดับตรับฟัง ทั้งยังนึกเลยเป็นถึงบุรุษเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุจท้องทะเลลึก...เจ้าคนไร้มารยาทหยาบช้าที่บังอาจหมิ่นพระเกียรติของพระองค์ในคืนอันศักดิ์สิทธิ์

ดำหริแล้วก็ทรงใช้หลังพระหัตถ์ขยี้พระโอษฐ์แรงๆ ด้วยความเจ็บพระทัยที่ทรงประมาทปล่อยให้อีกฝ่ายฉกฉวยโอกาสกับพระองค์อย่างง่ายดาย

...ช่างน่าอับอายนัก!!

รวงข้าวสีทอง สมบัติล้ำค่าแห่งสุริยตรา มิว่าได้ทอดทัศนากี่ครั้งกี่ครา ผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ตรงหน้ายังคงงดงามเสมอ

สุรเสียงทุ้มนุ่มอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องหลัง ส่งให้เจ้าชายอาทิตยะพลันหลุดจากภวังค์ความคิด ก่อนหมุนองค์โค้งวรกายอย่างสง่างามให้กับผู้เป็นใหญ่แห่งสุริยตรา

เจ้าพ่อเสด็จมาถึงที่นี่ได้อย่างไรพะย่ะค่ะ แล้วเรื่องออกว่าราชการช่วงเช้าเล่า? พวกตาเฒ่าเสนาบดีจักมิบ่นเป็นหมีกินผึ้งดอกรึพะย่ะค่ะ

นับตั้งแต่ขึ้นครองเมือง สิบปีมานี้พ่อมิเคยเข้าประชุมสายเลยสักครา หากจักมีสักครั้งจักเป็นไรไป

เจ้าหลวงสุริยทิศทรงแย้มสรวลน้อยๆ ส่งให้ดวงพักตร์งามสง่าที่แลดูอ่อนวัยกว่าพระชนมายุจริงอยู่แล้วก็ยิ่งให้ดูเยาว์ชันษามากขึ้นไปอีก

มิรู้เป็นเพราะราชนิกุลแห่งสุริยตราเป็นที่รักของทวยเทพหรือไรกัน เพราะนอกจากจักมีรูปลักษณ์ที่ว่ากันว่างามประดุจชาวสวรรค์ชั้นฟ้าแล้ว ความงามเหล่านั้นยังหาได้โรยราไปตามกาลเพลาไม่

องค์สุริยทิศที่แม้ปีนี้จะมีพระชนมายุย่างเข้าสี่สิบสี่ชันษาแล้ว จึงยังคงแลดูหนุ่มแน่นประหนึ่งพึ่งจะมีย่างเข้าสามสิบก็มิปาน

ศศิธรเล่าให้พ่อฟังแล้ว ถึงนิทานเรื่องเล่าที่ได้ยลยินกันเมื่อคืน

ลูกต้องขอประทานอภัยที่ปล่อยให้น้องๆ ได้สดับเรื่องเล่าพรรค์นั้น ทั้งที่เจ้าพ่อมิประสงค์ให้พวกเขาต้องมารับรู้เรื่องราวของคำสาปจากห้วงสมุทร”...คำสาปที่ว่ากันว่าสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นของเหล่าลูกหลานราชนิกุลแห่งสุธานคร!

เจ้าโกรธพ่อรึไม่ ที่พ่อเสกสมรสกับแม่ของเจ้า ผู้ซึ่งเป็นราชนิกุลแห่งสุธานคร ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าความรักของพวกเขาต้องคำสาป และคำสาปเหล่านั้นอาจส่งผลมาถึงพวกเจ้าเฉกเช่นกัน

แล้วหากย้อนเพลากลับไปได้เจ้าพ่อจักทรงเสกสมรสกับเจ้าแม่รึไม่พะย่ะค่ะ

เมื่อได้สดับถ้อยคำถามของผู้เป็นโอรส เจ้าหลวงหนุ่มพลันหวนนึกถึงช่วงเพลาเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ช่วงเพลาที่พระองค์ได้ไปเยือนนครแห่งสายน้ำเป็นครั้งแรก แล้วได้พานพบกับเจ้าหญิงโฉมงาม ผู้มีรอยยิ้มสดใสดุจดวงตะวัน ความสิ้นหวังใดๆ ไหนเลยจะพรากเอาความสดใสอันเฉิดฉายนั้นไปจากหญิงสาวผู้งามประดุจบุปผาแรกแย้มได้

องค์สุริยทิศครุ่นคะนึงถึงพลางเผยรอยยิ้มบาง สายพระเนตรทอประกายอ่อนโยน ก่อนตรัสตอบผู้เป็นโอรสด้วยสุรเสียงมั่นคงยิ่ง...

ต่อให้สามารถย้อนเพลากลับไปได้ พ่อยังคงแต่งกับแม่ของเจ้า เพราะพ่อรักนางมากมายเหลือเกิน

ลูกก็รักเจ้าแม่มากพะย่ะค่ะ ดังนั้นผู้ที่ลูกควรโกรธแค้นจึงหาใช่เจ้าพ่อไม่ หากแต่เป็นเหล่าธิดาแห่งห้วงสมุทร ผู้สาปสั่งต่างหากเล่าพะย่ะค่ะ!

ลูกเอ๋ย เจ้าก็รู้ดีว่าความเกลียดชังมีแต่จักชักนำสิ่งชั่วร้ายมาให้

ผู้เป็นบิดาได้แต่เอ่ยเตือนสติ ด้วยรู้ดีว่าโอรสองค์โตของพระองค์นั้นบางครั้งบางคราอาจจะเลือดร้อนไปบ้างตามประสาคนหนุ่ม ทว่าก็หาใช่คนไร้เหตุผลไม่ จะมีก็แต่เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคำสาปแห่งสายโลหิตเท่านั้น ที่อาทิตยะกลับคล้ายกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ มิอาจควบคุมความรู้สึกให้เยือกเย็นตามปกติได้

แล้วเจ้าพ่อจักให้ลูกรู้สึกเยี่ยงไรพะย่ะค่ะ ในเมื่อหกร้อยปีก่อน พวกนางก็ร่ายคำสาปด้วยความแค้นชิงชัง ซ้ำสามร้อยปีให้หลังทายาทของพวกนางยังผิดคำมั่น หลอกลวงหักหลังกันอย่างมิน่าให้อภัย!เจ้าชายหนุ่มกัดพระทนต์แน่นคล้ายต้องการข่มอารมณ์ขุ่นเคืองที่กำลังเอ่อล้นพลุ่งพล่านภายในพระอุระลูกจักมิยอมให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ศศิธรกับดารากรจักต้องมิพบพานกับความปวดร้าวในภายภาคหน้า

เมื่อได้สดับถ้อยวาจาประกาศกร้าว ทั้งยังได้สบแววตาวาวโรจน์เยี่ยงผู้มิยอมอ่อนข้อให้ผู้ใดแล้ว เจ้าหลวงสุริยทิศก็ให้รู้สึกหนักพระทัยยิ่ง ด้วยทรงกริ่งเกรงว่าเพื่อเป้าหมายแล้ว อาทิตยะอาจกระทำในสิ่งที่มิควรกระทำ

การโต้ตอบความเกลียดชังด้วยความเกลียดชังนั้น หาได้ช่วยแก้ปัญหาอันใดไม่ มีแต่จักยิ่งก่อเวรสร้างกรรมกันมิรู้จบสิ้น อีกอย่างเรื่องราวเมื่อสามร้อยปีก่อนก็ใช่ว่าจักกระจ่างชัด

เจ้าพ่อกำลังตรัสเข้าข้างคนจากเผ่าวารีน้ำเสียงเจ้าชายหนุ่มพลันแข็งกระด้าง พระพักตร์บึ้งตึงขึ้นทันทีที่ได้สดับถ้อยวจีที่คล้ายคำแก้ต่างแทนทายาทของผู้สาปสั่ง

...ทั้งๆ ที่พระมารดาต้องจากไปก่อนวัยอันควร เพราะคำสาปแต่โบราณกาล...คำสาปที่ไร้เหตุผล คำสาปที่เริ่มต้นจากความรักที่มิสมหวังของสตรีนางหนึ่งจากเผ่าวารี

แล้วเหตุใดลูกหลานราชนิกุลสุธานครต้องชดใช้ให้กับความผิดที่มิได้ก่อด้วยเล่า!!

พ่อพูดความจริง...อาทิตยะองค์สุริยทิศทรงทอดสายพระเนตรอ่อนโยนให้กับพระโอรสราวกับจะปลอบโยนดวงหทัยที่รุ่มร้อนของอีกฝ่ายให้สงบลง ก่อนจะเบือนพระพักตร์หันไปทอดพระเนตรท้องทุ่งสีทองอันกว้างใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า แล้วตรัสเตือนสติบุตรชายด้วยสุรเสียงนุ่มนวลต่อไปอีกว่า...

เจ้ามิควรใช้อารมณ์แลอคติตัดสินสิ่งที่เจ้ามิได้เห็นด้วยตา แลบางครั้งบางคราต่อให้เห็นกับตาก็ใช่ว่าสิ่งที่เห็นจักเป็นเยี่ยงนั้นเสมอไป สิ่งที่เจ้าควรใช้คิดไตร่ตรองเพื่อตัดสิน คือสติปัญญาแลหัวใจอันเที่ยงธรรม

หากเป็นเรื่องอื่นลูกย่อมปฏิบัติตามนั้น แต่กับเรื่องนี้เท่านั้นที่ลูกมิอาจกระทำตามสิ่งที่เจ้าพ่อทรงสั่งสอนได้จริงๆ พะย่ะค่ะ

เพราะมีอุปนิสัยเป็นคนซื่อตรง ทระนงในศักดิ์ศรี เจ้าชายอาทิตยะจึงทรงบอกกล่าวตรงๆ กับพระบิดาผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน โดยมิคิดจะอ้อมค้อมหรือตกแต่งถ้อยวาจาแห่งฟังลื่นหูแต่ประการใด

ทำมิได้ก็มิต้องฝืน ทว่าอย่าได้หลงลืมสิ่งที่พ่อบอกกล่าวก็แล้วกัน

ลูกจักสลักมั่นไว้ในใจพะย่ะค่ะคนถูกสั่งสอนค้อมศีรษะให้เป็นเชิงยอมรับ ดวงพักตร์หล่อเหลาบึ้งตึงก่อนหน้าค่อยแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบ เมื่อสายพระเนตรพลันแลเห็นดวงสุริยาเริ่มทอแสงจัดกระจ่างฟ้า ผู้เยาว์วัยกว่าจึงอดมิได้ที่จักเอ่ยเตือนผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากึ่งจริงจัง

เพลานี้ก็สายมากแล้ว หากเจ้าพ่อยังมิเสด็จกลับท้องพระโรง ลูกเกรงว่าบรรดาเสนาเฒ่าทั้งหลายคงได้ออกตามหาเจ้าพ่อจนวุ่นวายเป็นแน่แท้พะย่ะค่ะ

ไหนลองบอกพ่อมา ว่าผู้ใดคือผู้เป็นใหญ่ในสุริยตรา

ผู้เป็นพระโอรสเลิกพระขนงขึ้นข้างหนึ่งคล้ายประหลาดพระทัยในถ้อยคำถาม

...หรือพระบิดาจักทรงตำหนิพระองค์ที่บังอาจก้าวล่วงการกระทำของผู้ครองเมือง

ย่อมต้องเป็นเจ้าพ่อพะย่ะค่ะ

ผิดแล้วเจ้า ผู้เป็นใหญ่ในสุริยตรา คือชาวประชาไพร่ฟ้าต่างหากเล่า หากมิมีผู้ถูกปกครอง จักมีผู้ปกครองได้เยี่ยงไร...เอาล่ะ พ่อจักกลับไปทำหน้าที่บัดเดี๋ยวนี้ มิอยู่กวนใจเจ้าแล้ว

ทว่ายังมิทันที่เจ้าชายอาทิตยะจักทูลน้อมส่งเสด็จ มหาดเล็กผู้หนึ่งก็รีบเร่งสาวเท้าก้าวเข้ามาคุกเข่าลงข้างหนึ่งที่เบื้องหน้าพระพักตร์

กราบทูลฝ่าพระบาท เหล่าเสนาบดีรวมทั้งแม่ทัพนายกองต่างมีข้อหารืองานราชการเร่งด่วนพะย่ะค่ะ

ข้อหารืออันใด พวกเขาได้แจ้งไว้รึไม่

กระหม่อมทราบแต่เพียงว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับศิวรันตรีพะย่ะค่ะ

เพียงแค่ได้สดับนามเรียกขานนครแห่งทะเลทราย องค์สุริยทิศก็ให้รู้สึกถึงบางสิ่งที่ยังคงพันธนการอยู่ที่ข้อพระบาท บางสิ่งที่คอยย้ำเตือนให้นึกถึงผู้ใดบางคน...

ตลอดสิบเก้าปีที่ผันผ่าน แม้นว่าพระองค์จักพยายามลบภาพความทรงจำอันเลวร้ายในช่วงเพลานั้นออกไป ทว่ามิว่าจักพยายามเยี่ยงไร ภาพความทรงจำเหล่านั้นกลับยังคงจารสลักลึกในพระทัยเสมอ

เจ้าพ่อ...การที่เหล่าแม่ทัพนายกองเข้าร่วมประชุมพร้อมหน้าย่อมหมายถึงเรื่องนั้นใช่รึไม่พะย่ะค่ะเจ้าชายอาทิตยะทรงปรารภออกมาด้วยท่าทีเคร่งเครียด กอปรกับทอดพระเนตรเห็นผู้เป็นบิดานิ่งเงียบไป

เจ้าอย่าพึ่งด่วนสรุปไป

แม้นองค์สุริยทิศจะตรัสออกไปเยี่ยงนั้น หากในพระทัยกลับรู้สึกมิต่างจากผู้เป็นโอรส ในเมื่อสามนครใหญ่มิอาจรักษาสมดุลได้เหมือนเมื่อเก่าก่อน ปักษีระที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร ปัจจุบันกลับกลายเป็นแค่นครระดับกลาง ส่วนสุริยตราก็สูญเสียแม่ทัพอุดร เจ้าหลวงแห่งนาครทร์ผู้เก่งกล้า หากศิวรันตรีคิดจะทำศึกบุกยึนสุริยตรานั้น หาใช่เรื่องยากที่จักคาดเดาได้ไม่ เพียงแต่สิบกว่าปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่คนผู้นั้นขึ้นครองเมือง ศิวรันตรีจักมีทีท่าฉกฉวยโอกาสรุกรานสุริยตราก็หาไม่

แล้วเหตุใดเล่าคนผู้นั้นจึงคิดจะกระทำการในเพลานี้?

อาทิตยะ...เจ้าก็มากับพ่อด้วย

พะย่ะค่ะ

เมื่อผู้เป็นโอรสขานรับ องค์สุริยทิศก็ทรงสาวพระบาทก้าวยาวๆ ไปตามพื้นศิลา ชั่วขณะของการก้าวย่างแต่ละก้าว เจ้าหลวงหนุ่มอดรู้สึกมิได้ว่า...สัมผัสเย็นๆ จากเนื้อโลหะกำไลมาศที่คล้องอยู่กับข้อพระบาทซ้ายกำลังค่อยๆ ระอุอุ่นขึ้น!

WwwwwwwwwW

ภายในท้องพระโรงบุษราอันโออ่างามวิจิตร เสาค้ำยันทรงกลมสีทองอร่ามสูงชะลูดจรดเพดานโค้งเรียงรายซ้ายขวากว่าสิบต้นถูกสลักเสลาด้วยลวดลายบุปผาอย่างประณีตอ้อนช้อยงดงาม ช่องบัญชรเปิดกว้างรับแสงอรุโณทัย ส่งให้ท้องพระโรงสว่างไสวกระจ่างตา บนฝาผนังวาดลวดลายลงรักปิดทอง บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าเทพเทวาบนชั้นฟ้าดาวดึงส์ อีกทั้งยังประดับขึงด้วยวิสูตรทองห้อยระย้า กระเช้าบุษบาต่างถูกแขวนตกแต่งส่งกลิ่นหอมจรุงต่างเครื่องสักการะบูชา   

ทุกๆ เช้าท้องพระโรงอันงดงามแห่งนี้จะคลาคล่ำไปด้วยเหล่าเสนาอำมาตย์ แลขุนนางน้อยใหญ่จากกรมกองต่างๆ ที่กำลังรอเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อเข้าร่วมประชุมหารือข้อราชการงานเมืองงานปกครอง

ทว่าเช้าวันนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะนอกจากขุนนางฝ่ายบุ๋นแล้ว ยังมีขุนนางฝ่ายบู๊เฉกเช่นแม่ทัพนายกองทั้งหลายรอเข้าเฝ้าฯเพื่อเข้าร่วมประชุมด้วย

และการได้เห็นขุนนางสองฝ่ายเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมหน้า นับว่ามิใช่เรื่องน่ายินดีนัก เพราะแต่ไหนแต่ไรมา หัวข้อการประชุมหารือที่จำเป็นต้องกระทำร่วมกันสองฝ่ายนั้น มีเพียงประการเดียวสงคราม!

มีแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสงครามเท่านั้นที่ทั้งสองฝ่ายจักมาประชุมร่วมกัน!

...ฤาแผ่นดินอันเป็นที่รักแห่งทวยเทพจักต้องลุกเป็นไฟ!!

 

เมื่อเจ้าหลวงสุริยทิศเสด็จประทับบนบัลลังก์ทอง โดยมีองค์ยุพราชประทับนั่งทางด้านขวาพระหัตถ์บนยกพื้นที่ต่ำลงมาขั้นหนึ่ง บรรดาขุนนางทั้งสองฝ่ายที่จัดตั้งแถวเป็นสองฟากฝั่งซ้ายขวาต่างถวายบังคมองค์เหนือหัวแลองค์ยุพราชกันอย่างพร้อมเพียง

แม่ทัพประจิมเจ้าหลวงหนุ่มเรียกขานแม่ทัพผู้พิทักษ์ชายแดนด้านทิศตะวันตก

พะย่ะค่ะชายวัยกลางคนท่าทีขึงขังผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งสวมใส่เกราะสีดำ คลุมทับด้วยภูษาสีแดงขานรับพระบัญชา ก่อนก้าวออกมาจากแถวของผู้รอเข้าเฝ้าฯ ท่านแม่ทัพสาวเท้าก้าวมาหยุดยืน ณ กลางท้องพระโรง จากนั้นจึงโค้งกายต่ำถวายความเคารพต่อผู้เป็นนายเหนือหัวอีกครั้ง

ทางศิวรันตรี ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการแล้วกระนั้นรึ

พะย่ะค่ะ ทางเจ้าหลวงเหมราชทรงลงพระนามประกาศเรียกระดมพลจัดทัพเตรียมยาตราศึกเป็นที่แน่ชัดแล้วพะย่ะค่ะ

พอสิ้นเสียงท่านแม่ทัพกราบทูลรายงาน ภายในท้องพระโรงพลันเกิดเสียงดังเซ็งแซ่มาจากแถวของเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋น ที่แม้จะได้ยินข่าวลือกันมาบ้างแล้ว หากก็ยังอดมิได้ที่จะซุบซิบสนทนาถึงสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น

ทางฝ่ายศิวรันตรีไม่คิดจักเจรจาก่อนเปิดศึกเลยกระนั้นรึเมื่อเจ้าหลวงทรงตรัสไถ่ถามถึงเรื่องการทูต เสียงดังอื้ออึงจากเหล่าขุนนางจึงค่อยเงียบเสียงลง

ฝ่ายนั้นคงมิคิดเจรจาต่อรอง เพราะเจ้าหลวงแห่งศิวรันตรีทรงประกาศชัด ว่าก่อนสิ้นฤดูเก็บเกี่ยว จักต้องได้ครอบครองสุริยตราพะย่ะค่ะ

ทูลฝ่าบาท กระหม่อมขอบังอาจเสนอแนะได้รึไม่พะย่ะค่ะเสนาบดีกรมคลังพลันก้าวออกมายืนกลางท้องพระโรงพร้อมกับประสานมือโค้งกายต่ำเพื่อกราบทูลขอพระบรมราชานุญาต

เชิญเจ้าคุณ

ข้อเสนอแนะของกระหม่อมนั้น คือหลักการพื้นฐานของทางการทูต หากทางศิวรันตรีมิคิดส่งทูตมา ทางเราก็ควรส่งทูตไปเจรจาก่อนดีรึไม่พะย่ะค่ะ

ท่านเจ้าคุณ ฝ่ายนั้นประกาศชัดว่าต้องการยึดเมือง แล้วท่านจักไปเสนอผลประโยชน์อันใดที่มีค่าเทียบเทียมสุริยตรามิทราบแม่ทัพประจิมเอ่ยค้านข้อเสนอของอีกฝ่ายทันที

ท่านแม่ทัพ...ท่านยังมิทันส่งทูตไปเจรจาจักรู้ได้เยี่ยงไร บางทีอีกฝ่ายอาจแค่ต้องการข่มขู่ เพื่อต่อรองให้ได้ผลประโยชน์มากหน่อยก็เท่านั้น

แม่ทัพประจิมยังคงมิเห็นด้วย จึงหันไปคัดค้านข้อเสนอของเสนาบดีเฒ่ากับองค์เหนือหัว

กราบทูลฝ่าพระบาท สิ่งที่เจ้าคุณกรมคลังเสนอมานั้นเสียเพลาเปล่า ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นกษัตริย์นักรบ ย่อมชมชอบทำการสัประยุทธ์ในสนามรบมากกว่ามาเล่นเกมการเมืองบนโต๊ะเจรจาพะย่ะค่ะ

ข้างฝ่ายเสนาบดีกรมคลัง ผู้กำกับกองทรัพย์สิน และกองวาณิช ผู้ซึ่งมากประสบการณ์ในการเจรจาต่อรองทางการทูตและการค้ามากกว่าผู้ใดยังคงคิดว่าการเจรจาสงบศึกนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะอย่างน้อยการเสียน้ำลายก็ย่อมดีกว่าเสียเลือดเนื้อเป็นไหนๆ

กราบทูลองค์เหนือหัว แม้เจ้าหลวงพระองค์นั้นจักชมชอบรบมากกว่าเจรจาจริงดังที่ท่านแม่ทัพประจิมว่าไว้ แต่หลังจากรบกับพวกชนกลุ่มน้อยอยู่หลายปีจนสามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง หลายปีหลังจากนั้นกลับมิเห็นว่าจักมีท่าทีคิดยกทัพทำศึกกับทางเรา ต่างฝ่ายต่างอยู่กันอย่างสงบสุข แล้วจู่ๆ ก็มาประกาศศึกกันง่ายๆ เยี่ยงนี้ย่อมมีเหตุเบื้องหลังบางอย่าง หากทางเราเปิดโต๊ะเจราจา ให้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ สงครามที่ต้องเสียเลือดเนื้อกันทั้งสองฝ่ายก็จักมิเกิดขึ้นพะย่ะค่ะ

แล้วถ้าพวกนั้นยืนกราน ว่าต้องการยึดครองเมืองเราเล่า?” เจ้าชายอาทิตยะเป็นฝ่ายตรัสถามบ้าง

กระหม่อมได้แต่ภาวนาขอให้อย่าเป็นเยี่ยงนั้นเลยพะย่ะค่ะ

ท่านเจ้าคุณ ท่านคิดว่าหากเกิดสงครามทางเรามีแต่จักพ่ายแพ้กระนั้นรึพระขนงของยุพราชหนุ่มเริ่มขมวดมุ่น

หามิได้พะย่ะค่ะ แม้ตลอดหลายปีมานี้ สุริยตราจักเตรียมพร้อมรับศึกมากกว่ายุคสมัยเก่าก่อน ทว่าตลอดร้อยกว่าปีที่ทางเรามีนาคานทร์เป็นดั่งกำแพงเหล็กกล้า พวกเรามิเคยออกรบรับศึกใหญ่เลยสักครา ในเมื่อประสบการณ์การรบแตกต่างกันถึงเพียงนี้ ทางฝ่ายเราย่อมมีโอกาสเพลี่ยงพล้ำมากกว่าพะย่ะค่ะ”...ความหมายของคำพูดอันยืดยาวนี้คือ หากรบกันจริง สุริยตราย่อมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!

ท่านเจ้าคุณกล่าวเยี่ยงนี้ออกจักดูแคลนทัพฝ่ายเรามากไปแล้วสุรเสียงของเจ้าชายอาทิตยะพลันเข้มขึ้น บ่งชัดถึงพระอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่น อีกทั้งเหล่าแม่ทัพนายกองยังส่งสายตามิพอใจจับจ้องไปที่เสนาบดีกรมคลังที่ยืนอยู่กลางท้องพระโรงกันเป็นตาเดียว

พระอาญามิพ้นเกล้ากระหม่อมเพียงพูดไปตามเนื้อผ้าเท่านั้นเสนาเฒ่ากราบทูลพลางค้อมกายต่ำแทบจรดพื้น

เมื่อบรรยากาศอันน่าอึดอัดแผ่ปกคลุมไปทั่ว ท้องพระโรงอันสว่างไสวไปด้วยแสงอบอุ่นจากดวงสุริยาก็คล้ายมีม่านหมอกเคลื่อนเข้ามาบดบัง พลอยทำให้ผู้ที่อยู่ในโถงประชุมบังเกิดความรู้สึกลวงอันเย็นยะเยือกขึ้นมาครามครัน

ทว่าเมื่อองค์สุริยทิศตรัสเรียกเสนาบดีกรมปกครองด้วยกระแสเสียงนุ่มนวลชวนฟัง ความรู้สึกลวงเหล่านั้นจึงค่อยสลายหายไป ท้องพระโรงที่แลดูมัวหม่นชวนให้รู้สึกอึดอัดหนาวเย็นก่อนหน้าก็ค่อยๆ กลับมาอบอุ่นสว่างไสวตามเดิม

แล้วเจ้าคุณกรมปกครองเล่ามีความคิดเห็นเป็นเช่นไร

กระหม่อมมีความคิดเห็นว่า...ควรให้จัดตั้งคณะทูต และเตรียมพร้อมรับศึกพะย่ะค่ะ แม้กระหม่อมมิคิดว่าการเจรจาจักประสบผล ทว่าอย่างน้อยก็น่าจักพอถ่วงเพลาให้กองทัพฝ่ายเรามีเพลาตระเตรียมการมากขึ้นพะย่ะค่ะ

ข้าเห็นด้วยกับเจ้าคุณกรมปกครอง...แม่ทัพประจิมแลเจ้าคุณกรมคลังมีอันใดคัดค้านรึไม่

หนึ่งแม่ทัพ หนึ่งเสนาเฒ่าต่างหันมาสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะประสานมือโค้งกายให้กับนายเหนือหัว แล้วกราบทูลออกไปพร้อมเพียงกันว่า “กระหม่อมเห็นด้วยพะย่ะค่ะ”

“ดี...เจ้าคุณกรมคลังรับบัญชา”

พะย่ะค่ะท่านผู้เฒ่าขานรับพลันคุกเข่าสองข้างลงกับพื้น

ข้าให้ท่านจัดการคัดเลือกคณะทูต

รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ

ส่วนแม่ทัพประจิมในนามแห่งข้า...เจ้าหลวงสุริยทิศ จอมทัพแห่งสุริยตรา ขอมอบอำนาจให้ท่านสั่งระดมพล เกณฑ์เหล่าโยธาทหารกล้าเพื่อรับศึกศิวรันตรี

รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ!” แม่ทัพพิทักษ์ชายแดนประจิมคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกับขานรับพระบัญชาด้วยน้ำเสียงดังกังวาน ท่วงท่าห้าวหาญ

เจ้าคุณกรมปกครอง ภายในสิบทิวาให้ท่านร่วมกับกองพลาธิการเร่งเก็บเกี่ยวพืชพรรณธัญญาหารใส่ยุ้งฉางให้พรักพร้อม รวมทั้งจัดหาที่พักพิงชั่วคราวให้กับชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงเมือง หลังจากสิบทิวาผันผ่าน หากคณะทูตมิอาจเจรจาความสำเร็จก็ให้ท่านสั่งเผาทำลายไร่นาที่เหลืออยู่ทั้งหมด อย่าให้สมบัติจากหยาดเหงื่อแรงกายของชาวเรากลายเป็นกำลังเสริมให้กับกองทัพศัตรู

รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ

“เจ้าพ่อ ลูกขออาสาเป็นทัพหน้าพะย่ะค่ะ” เจ้าชายอาทิตยะทรงลุกขึ้นจากพระราชอาสน์ ประสานพระหัตถ์ค้อมพระเศียรเพื่อขอพระบรมราชานุญาต

“ไม่...ทัพหน้าพ่อจักไปเอง ส่วนเจ้าให้อยู่รั้งเมือง”

“แต่เจ้าพ่อทรงเป็นเจ้าหลวง” เมื่อถูกปฏิเสธ พระพักตร์คมคายพลันเงยขึ้นสบพระเนตรกับผู้เป็นพระบิดา

“แลเป็นจอมทัพด้วย” องค์สุริยทิศทรงทอดพระเนตรพระโอรสองค์โตผู้ห้าวหาญด้วยสายพระเนตรอ่อนโยนห่วงหาเยี่ยงบิดามองบุตรเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสายพระเนตรของราชาที่อยู่เหนือผู้คน

“อาทิตยะ ยุพราชแห่งสุริยตราจงรับบัญชา”

ในเมื่อกษัตริย์มีรับสั่ง ต่อให้เป็นโอรสธิดาย่อมต้องปฏิบัติตามดุจเดียวกับข้ารับใช้

ยุพราชหนุ่มจึงได้แต่แม้มพระโอษฐ์จนเป็นเส้นตรงพลางคุกพระชานุข้างหนึ่งลงกับพื้น

“หากทัพของข้าถูกตีจนแตกพ่าย ขอให้เจ้าพาผู้หญิงกับเด็กขึ้นเหนือไปยังป้อมมังกรศิลา”

“เจ้าพ่อ ลูกหาใช่คนขี้ขลาดไม่”

“อาทิตยะ หน้าที่ของเจ้าคือปกป้องผู้หญิงแลเด็กๆ ที่เป็นอนาคตของสุริยตรา รวมทั้งน้องๆ ของเจ้า พ่อขอฝากศศิธรกับดารากรให้เจ้าดูแลได้รึไม่” พอผู้เป็นบิดากล่าวถึงสองอนุชาที่ยังเล็กนัก ดวงหทัยที่ดื้อรั้นแข็งกร้าวพลันหวั่นไหวอ่อนยวบลงทันที วรองค์สูงโปร่งจึงยินยอมน้อมรับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแต่โดยดี

“น้อมรับพระบัญชา ลูกจักปกป้องพวกเขาด้วยชีวิตพะย่ะค่ะ!

 

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

6,257 ความคิดเห็น

  1. #5760 Yodlovely607 (@earthkungmsw11) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 10:13
    เมื่อไหร่จะกลับมาอัฟอีกครับ นานมากกกกก
    #5760
    0
  2. #5747 Light Blue (@snookerbk) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 09:34
    งงอ่ะ-0-? อ่านทวน 4รอบ ภาคทีสามนี่คือรุ่นหลานที่เกิดจากพี่ชายของของศศิธรเหรอ ทำไมคนอื่นอ่านไม่งง ทำไมเราอ่านงง เรางง
    #5747
    1
    • #5747-1 yoyo (จากตอนที่ 123)
      23 เมษายน 2559 / 22:54
      เป็นลูกของเจ้าหลวงสุริยทิตค่ะที่เป็นพี่ชายของเจ้าชายศศินเรศ
      #5747-1
  3. #5745 TMTQ (@ltn93) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 02:47
    ไรต์ขาาาาาาาาาาา หายไปไหนนนนนน คิดถึงมากกกกกก
    #5745
    0
  4. #5675 กุลิสรา อินวกูล (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:03
    งือ มาต่อเร็วๆนะครับ

    #5675
    0
  5. #5674 panaree (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 19:39
    ไม่มาต่อให้แล้วหรอ... เพิ่มเริ่มต้นเองง่ะ รอคร้า .... แบบกำลังเริ่มให้น่าติดตามหายไปเลยง่ะ มาลงให้อยากแล้วจากไป กระซิก ๆ ๆ

    #5674
    1
    • #5674-1 ratri (@tivaratri) (จากตอนที่ 123)
      24 มกราคม 2559 / 18:06
      พอดีช่วงนี้คนเขียนกำลังซุ่มทำหนังสืออยู่จ้า เดี๋ยวเลยช่วงยุ่งๆ ไปแล้วจะมาต่อนะคะ
      #5674-1
  6. #5672 อิสิ (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 22:56
    ผ่านมา20ปีแล้วเจ้าหลวงนาคินทร์กับศศินเรศยังถูกหยุดเวลาไว้อยู่เลยย ลูกเจ้าพี่อายุเท่ากันแล้ว 555



    ดารารายก็ยังหายสาบสูญ แล้วคู่จอมภูติกับนกน้อยนี้มีลูกมั้ยคะ ดอกรักบานแล้วนี่นา หรือต้องรอกลับมามิติเดิมก่อน
    #5672
    0
  7. #5671 ก้อนเมฆ (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 20:28
    เป้าหมายคือ 'ครอบครองสุริยตรา' โดยตรงอาจจะหมายถึงเมืองและอำนาจการปกครอง แต่โดยนัยหมายถึง เจ้าหลวงหรือป่าว องค์เหมราช ^^
    #5671
    0
  8. #5670 นักดาบผู้ปกป้องดอกซากุระ (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 22:32
    เค้าจะมาทวงคนรักคืนแล้วอ่ะ

    อัพต่อเร็วนะคะ ลุ้นอ่ะ
    #5670
    0
  9. #5669 นักดาบผู้ปกป้องดอกซากุระ (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 22:32
    เค้าจะมาทวงคนรักคืนแล้วอ่ะ

    อัพต่อเร็วนะคะ ลุ้นอ่ะ
    #5669
    0
  10. #5668 Devilnatt Sri (@devil123456) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 22:30
    รุ่นพ่อ แล้วก่อรุ่นลูกมาให้จิ้น. เจ้าหลวงศิวรันตรีคงอยากได้รานีไปคู่บัลลัง อยากเห็นคู่ อาทิย์แล้ว. ง่ะ แต่ที่อยากเห็นมากกกกสุดดดดดดดดดดดดดด. อยากเห็นลูกเจ้าหลวงนาคินกับพระชายาเจ้าจันทร์สีเงิน ขอคนแต่งแม่ตาส่งขาวคราวคู่นี้หน่อยนึกว่าสงสารเถอะ
    #5668
    1
    • #5668-1 ratri (@tivaratri) (จากตอนที่ 123)
      2 มกราคม 2559 / 00:09
      ตาม time line ช่วงเวลา ณ ปัจจุบัน เจ้าหลวงนาคินทร์กับเจ้าจันทร์สีเงินยังถูกหยุดเวลาไว้ค่ะ^^ เจ้าจันทร์ยังท้องอ่อนๆ อยู่เลย
      #5668-1
  11. #5667 Aum-sy (@aum-aum-aum-2540) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 20:46
    ศศิธรกับดารากร เป็นอะไรกับ ศศินเรศ รึเปล่าค่ะงง อธิบายหน่อย
    #5667
    1
    • #5667-1 ratri (@tivaratri) (จากตอนที่ 123)
      1 มกราคม 2559 / 21:41
      เป็นหลานชายค่ะ ^^
      #5667-1
  12. #5665 mhingju (@mhingju) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 12:03
    19 ปี OoO
    #5665
    0
  13. #5664 May.pT (@mayjung_za) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 15:26
    ได้เวลาทวงเมียคืนค่ะ 55555555
    #5664
    1
    • #5664-1 Devilnatt Sri (@devil123456) (จากตอนที่ 123)
      1 มกราคม 2559 / 22:26
      เห็นด้วยเจ้าเหมจะทวงเมียคืน
      #5664-1
  14. #5663 lovemelikeyoudo (@mooknilaumpond) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 14:59
    เอาแล้วๆๆจะเกิดศึกแล้ว
    #5663
    0
  15. #5662 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 07:20
    เหมือนแงค์สุริยทิตย์จะรู้อะไรบางอย่างน่ะ
    #5662
    0
  16. #5661 ลมเพลมพัด (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 05:33
    ทำไมเหมือนหาเรื่องทำสงครามเพราะอยากได้เมียคืนหนอเจ้าหลวงศิวรันตี
    #5661
    0
  17. #5660 เรนนี่ (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 01:16
    เจ้าหลวงแห่งศิวรันตรีเห็นสมควรแก่เวลาที่จะมารับเจ้าหลวงแห่งสุริยตรารึเปล่าเนี่ย
    #5660
    0