บุปผา จันทรา ปักษา วารี (Yaoi)

ตอนที่ 125 : ภาค รุ่งอรุณแห่งสายนที บทที่ 4 : น้ำแข็งกับเปลวไฟ (แก้ไขสำนวน+คำผิด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    27 ส.ค. 60

ภาค รุ่งอรุณแห่งสายนที บทที่ 4 น้ำแข็งกับเปลวไฟ

 

 สามทิวาให้หลัง ชาวเมืองกลุ่มสุดท้ายก็เริ่มทยอยออกนอกประตูเมืองมุ่งสู่เทือกเขามังกรหลับ โดยมีทหารองครักษ์ประจำองค์ยุพราชหนึ่งกองร้อยปิดท้ายขบวน


เจ้าชายอาทิตยะทรงหยุดยืนม้าอยู่หน้ากำแพงเมือง สายพระเนตรทอดมองยอดมงกุฎมหาปราสาทพระตำหนักหลวง ภายใต้แสงสุริยาทรงกลด


สุริยะทรงกลดนับว่าเป็นลางดี การเดินทางครานี้ต้องราบรื่นอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะหาญกล้าชักม้าเหยาะย่างขึ้นมาเคียงข้างยุพราชหนุ่มพลางกราบทูลเพื่อหวังให้เจ้านายที่รักยิ่งคลายกังวล


ข้าก็ขอให้เป็นเยี่ยงนั้นจบคำ วรองค์สูงโปร่งก็ทรงกระตุ้นอาชาสีขาวพิสุทธิ์มุ่งไปยังรถม้าที่ขับเคลื่อนมิช้ามิเร็วคล้ายต้องการทะนุถนอมผู้ที่ประทับอยู่ภายใน


เจ้าพี่ ดูเหมือนกรจักมีไข้เจ้าชายศศิธรทรงเปิดหน้าต่างราชรถ ชะโงกพระพักตร์ออกมาร้องเรียกหาผู้เป็นเชษฐา


กระหม่อมจักไปตามผู้เยียวยาหลวงมาพ่ะย่ะค่ะ


โดยมิต้องมีพระบัญชา หาญกล้าก็รีบชักม้าออกไปทันที


ดารากรเป็นเยี่ยงไร มีไข้สูงรึไม่


เจ้าชายอาทิตยะนึกห่วงเจ้าน้องน้อย คงเพราะหลายราตรีที่ผ่านมาเจ้าตัวเล็กเอาแต่ร่ำร้องหาพระบิดามิใคร่ได้นอนหลับสนิท ดารากรยังเล็กนักจึงมิเข้าใจว่าเหตุใดเจ้าพ่อมิมาหาเฉกเช่นเคย อีกทั้งพระองค์ก็มัวแต่ยุ่งกับการตระเตรียมอพยพจึงมิค่อยได้อยู่เคียงข้างคอยดูแลเอาใจใส่


เจ้าชายดารากรทรงมีไข้ต่ำๆ พ่ะย่ะค่ะพีรัช มหาดเล็กผู้ทำหน้าที่อภิบาลซึ่งนั่งมากับรถม้าด้วยนั้นเป็นผู้กราบทูล


เขายังหลับอยู่รึ...ยุพราชหนุ่มยังตรัสถามมิทันจบ จู่ๆ ก็มีเสียงงอแงสะอื้นฮักดังแทรกขึ้นมา


ฮึก...ฮือๆ ป้อจ๋ามิรักกรแล้ว ฮือ...ไม่มาหากรเลย


ดารากรได้ยินเสียงของพี่รึไม่


พี่จ๋า ฮึก...กรอยากหาป้อจ๋า


เจ้าชายน้อยทรงลุกขึ้นมาเกาะขอบพระบัญชร เหม่อมองพระเชษฐาทั้งหยาดอัสสุชล


เด็กดี...นิ่งเสีย แล้วคืนนี้พี่จักเล่านิทานให้เจ้าฟังเจ้าชายอาทิตยะทรงปลอบเจ้าตัวเล็ก อยากจักเอื้อมพระหัตถ์ไปปาดเช็ดหยาดน้ำตาให้ แล้วโอบกอดร่างกลมป้อมไว้ในอ้อมพาหา ทว่าการเดินทางที่มิรู้ว่าจักพบเจอกับศัตรูเมื่อใด พระองค์จึงมิอาจกระทำตามแต่พระทัย จำเป็นต้องอยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้ตลอดเพลา


ฮือ...กรอยากพบป้อจ๋า


รึเจ้ามิอยากฟังนิทานของพี่


ครั้นพอได้สดับสุรเสียงตัดพ้อของพระเชษฐาองค์โต เจ้าชายดารากรก็ทรงรีบประจบเอาพระทัย


กรอยากฟังนิทานของพี่จ๋า


เยี่ยงนั้นจงเป็นเด็กดี เมื่อเจ้าพ่อทรงเสร็จธุระจากแดนไกลก็จักกลับมาหาเจ้า


กรจักเป็นเด็กดี เชื่อฟังพี่จ๋า


เด็กดี...แล้วสักวันพี่จักไปรับเจ้าพ่อกลับมาเอง


พี่จ๋าให้สัญญาแล้ว


ขัตติยะกล่าวแล้วย่อมมิคืนคำ


เมื่อผู้เป็นพี่ให้คำมั่น เจ้าชายดารากรทรงฉีกยิ้มกว้าง กระนั้นภายในรถม้ากลับยังคงมีเสียงสะอื้นฮักดังออกมา ด้วยครานี้เป็นเจ้าชายศศิธรกรรแสงแทน


ศศิธร?” สุรเสียงทุ้มนุ่มเรียกขานอนุชาองค์รองด้วยกระแสเสียงอ่อนโยนยิ่ง


เจ้าพี่...หม่อมฉันมิเป็นกระไร แค่ผงฝุ่นเข้าตาเท่านั้นเจ้าชายหนุ่มน้อยทรงรีบแก้ตัวพลางใช้พระหัตถ์ปาดเช็ดหยาดอัสสุชล


คืนนี้พวกเรามานั่งล้อมกองไฟ สดับเรื่องเล่าปรัมปรานิทราใต้แสงดาวดีรึไม่


ดียิ่งพ่ะย่ะค่ะ...เจ้าพี่ หม่อมฉันจักตั้งตารอให้ถึงคืนนี้ไวๆ


ในที่สุดเจ้าชายศศิธรก็ทรงยิ้มออกมา ทว่าหากพระองค์สามารถรับรู้ล่วงหน้าว่าจักเกิดเหตุการณ์พลิกผันอันใดขึ้นในราตรีนี้ พระองค์จักมิทรงตรัสประโยคนี้ออกมาเด็ดขาด!


 

การเดินทางสู่นคราแห่งขุนเขาเป็นไปอย่างเชื่องช้า แม้ว่าทางการจะประกาศให้ชาวเมืองนำของติดตัวไปได้เฉพาะสิ่งจำเป็น ถึงกระนั้นพวกชาวบ้านที่กลัวความอดอยากกลับขนเสบียงอาหารจำนวนมากแลฝูงปศุสัตว์ร่วมขบวนไปด้วย


ครั้นเมื่อแสงสุริยาสุดท้ายของทิวากำลังลาลับ จันทราประดับแขวนโคมอยู่กลางหาว ดาวประกายพรึกส่องแสงพราวเหนือภูผา ท้องทุ่งหญ้าสะบัดพลิ้วไปตามกระแสลม...


แม้นการเดินทางบนเส้นทางอันแสนไกลจักทำให้ผู้คนรู้สึกเหนื่อยล้า ทว่าพอได้แลเห็นทิวทัศน์อันงดงามตระการตา ความเศร้าโศกาที่จำต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนก็คล้ายได้รับการปลอบประโลมจากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่


แต่แล้วชั่วขณะที่ทุกผู้กำลังตกอยู่ในห้วงมนต์สะกดของความสุขสงบละทิ้งคำว่า ภัยสงครามเอาไว้เบื้องหลัง กลับมีเสียงดังกัมปนาทดุจเสียงสายฟ้าฟาดดังขึ้น


ปัง!!


นายทหารผู้หนึ่งที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังภัยพลันร่วงตกจากหลังม้า หญิงชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นนายทหารผู้นั้นแตกดับต่อหน้าต่อตา


ปัง!! ปัง!! ปัง!!


จากนั้น เสียงดังกึกก้องดุจเสียงสายฟ้าฟาดก็ดังติดๆ กัน เหล่าทหารที่อยู่บนหลังม้าต่างร่วงหล่นดุจใบไม้ปลิดปลิวคนแล้วคนเล่า ส่งผลให้เกิดความโกลาหลในขบวนผู้อพยพ ชาวบ้านต่างวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน นายทหารเดินเท้าต่างวิ่งวุ่นช่วยกันทั้งปลอบทั้งใช้กำลังเพื่อจัดระเบียบมิให้ชาวบ้านหนีเตลิดจนออกนอกเส้นทาง อีกทั้งยังต้องคอยระวังภัยและช่วยเหลือคนเจ็บ


สั่งให้ผู้คนทิ้งสัมภาระ มุ่งหน้าขึ้นเหนือโดยเร็ว


เจ้าชายอาทิตยะทรงออกคำสั่งกับนายกองผู้ควบคุมการเดินทาง ก่อนจะชักอาชาเดินหน้าไปรวมกลุ่มกับกองทหารองครักษ์รักษาพระองค์


โกเมน...เจ้าไปกับพีรัชคอยคุ้มครองอนุชาข้า


พ่ะย่ะค่ะ


แม้ว่าองครักษ์หนุ่มจะอยากอยู่เคียงข้างผู้เป็นนายมากมายเพียงใด ทว่าพระบัญชาที่ทรงมอบหมายภารกิจสำคัญให้นั้น เขามิอาจปฏิเสธ ร่างสูงใหญ่จึงได้แต่ประสานสายตากับหาญกล้า ฝากฝังหน้าที่อารักขาองค์ยุพราชแทนเขาด้วย


ทางนี้คงต้องฝากเจ้าแล้ว อย่าแตกดับก่อนข้าก็แล้วกัน


เจ้าเองก็เช่นกัน


 

หลังจากโกเมนติดตามอารักขาราชรถที่ประทับของเหล่าเจ้าชายน้อยผู้ทรงศักดิ์ได้มินาน ท้องฟ้าก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงคราม อันหมายถึงรัตติกาลกำลังยาตราเข้าแทนที่


เสียงกัปนาทที่ดังติดต่อกันครู่ใหญ่พลันเงียบเสียงลง ชาวบ้านที่วิ่งวุ่นหนีตายต่างชะงักความเคลื่อนไหว บรรยากาศโกลาหลเมื่อครู่คล้ายกลับคืนสู่ความสงบ กระนั้นภายในใจของผู้คนยังคงหวาดหวั่นยิ่ง...เป็นความหวาดหวั่นต่อความสงบก่อนที่พายุจะมาเยือน!


แล้วทันใดนั้นเอง ทางประจิมทิศก็ปรากฏฝูงม้าจำนวนนับร้อยพันวิ่งทะยานมุ่งหน้ามาทางขบวนผู้อพยพ เจ้าชายอาทิตยะทรงคาดการณ์ไว้แล้วว่า ศัตรูคงหาได้มีแต่พวกแอบซุ่มโจมตีไม่ หากแต่เป็นทหารม้าพวกนี้ต่างหากเล่าที่เป็นศัตรูอันแท้จริงที่ต้องเผชิญหน้า


พลธนูยุพราชหนุ่มทรงขานเรียก เหล่าทหารพลธนูต่างตั้งแถวเป็นแนวเรียงหน้ากระดานพลางขึ้นศรน้าวสายธนูเล็งขึ้นฟ้า


พอทหารฝ่ายศัตรูเข้าสู่ระยะยิง พระองค์ก็สั่งยิงด้วยพระสุรเสียงแข็งกร้าวเย็นชา ห่าธนูสีดำนับร้อยต่างถูกปล่อยขึ้นฟ้า ก่อนตกลงมาใส่กองทัพศัตรูดุจสายพิรุณ!


ข้างฝ่ายทหารศิวรันตรีกลับกระทำเพียงยกโล่ขึ้นป้องกัน ฝีเท้าอาชานับร้อยพันยังคงพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างห้าวหาญ ผู้ที่ชะตาขาดร่วงดับต่างถูกทิ้งไว้เบื้องหลังประหนึ่งก้อนหินไร้ค่าก้อนหนึ่ง


เสียงโห่ร้องอย่างฮึกเหิมดังก้องกังวานไปทั่วท้องทุ่ง ก่อนที่ศาสตราวุธของทหารทั้งสองฝ่ายจะเข้าปะทะกัน พร้อมกับเสียงกัมปนาทที่กลับมาดังขึ้นอีกครั้ง


ปัง!


หาญ!เจ้าชายอาทิตยะเรียกขานนามขององครักษ์ประจำพระองค์ด้วยสุรเสียงดังแทบเป็นตะโกน เมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นหน้าอกที่สวมใส่เกราะเหล็กของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน


ดะ...ได้โปรด สะ...เสด็จหนีไปเถิดพ่ะย่ะค่ะหาญกล้าเริ่มหายใจติดขัด นายทหารหนุ่มรู้สึกเจ็บที่หน้าอกอย่างยิ่งยวด ร่างกายคล้ายคนเป็นอัมพาต แขนขาไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะทรงตัวอยู่บนหลังม้ามิได้อีกต่อไป


หาญ ข้ามิยินยอมให้เจ้าแตกดับไปเยี่ยงนี้ สุรเสียงของยุพราชหนุ่มร้อนรนยิ่ง หากแต่ชายหนุ่มผู้ใกล้ร่วงดับกลับเผยรอยยิ้มพึงใจ


...ก่อนแตกดับยังได้สัมผัสความห่วงหาอาวรณ์ของผู้ที่อยู่ในดวงใจ ไอ้หาญพอใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ


ชะ...ชีวิตนี้ของกระหม่อมเป็นของพระองค์ แม้แตกดับก็มิเสียดาย...


ปัง!


เสียงกัมปนาทดังขึ้นอีกครั้ง ร่างที่ทำท่าจะร่วงดับอยู่แล้วพลันเบิกตากว้าง จดจ้องวรองค์สูงโปร่ง... เจ้านายที่มันรักใคร่หนักหนาอาบย้อมไปด้วยหยาดโลหิตดุจบุปผาสีชาดเบ่งบานประดับพระอังสา


ไม่!!!!!!องค์รักษ์หนุ่มกรีดร้องตะโกนก้องพร้อมกับชักม้าถาโถมร่างไปข้างหน้า คล้ายต้องการเป็นดั่งโล่ปกปักอีกฝ่าย แม้นแทบสิ้นลมหายใจ ยังมิคลายยอมร่วงตกจากหลังอาชา


ข้างฝ่ายศัตรูผู้ประทับศาสตรานอนหมอบซุ่มอยู่หลังเนินดินห่างออกมาจากสนามรบ นายทหารหนุ่มหมายสังหารโล่ที่เรียกว่าองครักษ์ให้ดับดิ้น เพื่อเล็งยิงตัวขุนในลำดับต่อไป ทว่าหลังจากเหนี่ยวไกถูกเป้าหมายได้เพียงหนึ่งนัด ปืนไฟของเขากลับถูกผลึกน้ำแข็งเกาะจับแล้วลามขึ้นมาจนต้องรีบทิ้งอาวุธคู่กาย


พอเหลือบมองหาผู้ใช้มนตรา ก็มีอันต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับบุรุษร่างสูงในชุดเกราะสีดำสนิทหยุดยืนอาชาหันมองมาทางตน แม้บุรุษผู้นั้นจะอยู่ในระยะห่าง กระนั้นเขากลับรับรู้ได้ถึงสายตาแข็งกร้าวแฝงไปด้วยรังสีสังหารที่คล้ายกับว่าต้องการฟาดฟันให้เขาดับดิ้น!


นายทหารพลซุ่มยิงแทบมิอยากเชื่อสายตา อยากคิดไปว่าความรู้สึกนี้เป็นแค่การเข้าใจผิด แม้จะมิได้อยู่ภายใต้ร่มธงเดียวกัน หากบุรุษผู้นั้นก็เป็นหนึ่งในแม่ทัพแห่งศิวรันตรี แล้วเหตุอันใดจึงคิดฆ่าฟันพวกเดียวกันเล่า?! ทว่าพอเหลือบมองอาวุธคู่ชีพที่เพลานี้กลับกลายเป็นก้อนน้ำแข็งก้อนหนึ่ง เขาก็ให้รู้สึกหวาดกลัวบุรุษผู้นี้ยิ่งนัก!!


XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX


องค์ยุพราช!


ท่ามกลางเสียงกระทบกันของเหล็กกล้า เสียงร่ายมนตราปะปนไปกับเสียงหวีดหวิวกรีดผ่านอากาศของลูกธนูแลเสียงคล้ายสายฟ้าฟาด เหล่านายทหารองครักษ์พยายามปกป้องเจ้าชายอาทิตยะที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มความสามารถ ทว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟฉันใด จำนวนทหารที่ต่างกันมากเกินไปก็ย่อมต้องพบกับความพ่ายแพ้ฉันนั้น


องครักษ์ผู้หนึ่งพลันลงแส้ที่อาชาทรง กระตุ้นให้ม้าของเจ้าชายอาทิตยะกระโจนทะยานฝ่าวงล้อมของข้าศึกออกไป


แม้ว่าวิธีการนี้ออกจะเสี่ยงไปบ้าง ถึงกระนั้นนับตั้งแต่เจ้าชายทรงได้รับบาดเจ็บก็ดูเหมือนพวกทหารศัตรูกระทำเพียงพยายามล้อมจับ มิคล้ายต้องการมุ่งหมายพระชนม์ชีพหรือแม้แต่จะกระทำการใดให้พระองค์บาดเจ็บเพิ่มก็หามีไม่


หลังจากเจ้าเมฆาควบทะยานวิ่งเต็มฝีเท้าฝ่าวงล้อมของข้าศึกออกมาได้สำเร็จ เจ้าชายอาทิตยะที่รู้สึกเจ็บพระอังสาข้างขวาก็ทรงชะลอฝีเท้าม้า


ทว่ายังมิทันที่ยุพราชหนุ่มจักได้ผ่อนลมหายพระทัย ภาพที่ปรากฏในคลองจักษุกลับทำให้พระองค์แข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน! ดวงหทัยคล้ายถูกบางสิ่งบีบให้แหลกสลาย


ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า คือราชรถที่ถูกปักเต็มไปด้วยลูกธนู...ราชรถคันที่เหล่าอนุชาที่รักยิ่งของพระองค์ใช้โดยสาร


ศศิธร...ดารากร...เจ้าชายอาทิตยะทรงลงจากหลังอาชา พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมบาดแผลที่พระอังสา ส่วนอีกข้างกระชับพระแสงดาบมั่นแล้วร้องเรียกหาพระอนุชา ทว่าภายในราชรถกลับเงียบกริบหามีสำเนียงเสียงใดตอบกลับมาไม่


ซากศพที่รายล้อมอยู่รอบๆ ตัวรถคล้ายกำลังบอกกล่าวเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น


ศศิธร...ดารากร...สุรเสียงเรียกขานสั่นเครือคล้ายคนกำลังร่ำไห้ พระเนตรคู่งามแดงก่ำ พระพักตร์คมคายซีดเผือด ดวงหทัยแตกสลายสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเคืองแค้นเหลือคณา!


ร่างสูงโปร่งที่ซวนเซจนเกือบจะล้มลงพลันปักดาบลงกับผืนดิน ประหนึ่งไม้ค้ำยันพระวรกายให้ตั้งตรง ก่อนแหงนเงยพระพักตร์ทอดมองอาทิตย์อัสดงที่กำลังลาลับขอบฟ้า


ข้าแต่องค์สุริยาตรา...ข้าอาทิตยะ บุตรแห่งสุริยทิศ วงศ์วานแห่งพระองค์ ขอถวายโลหิตเป็นบัตรพลี! เพื่อแลกกับวงแหวนแห่งมนตรา เรืองฤทธาแห่งอัคคี ขอจงเผาผลาญชีวีศัตรูแห่งข้า!!


สิ้นคำสัตยาธิษฐาน หยาดพระโลหิตของยุพราชหนุ่มที่หลั่งไหลต้องผืนธรณินพลันลุกไหม้ไปด้วยเปลวอัคคี แล้วก่อเกิดเป็นวงแหวนอักขระแห่งไฟแผ่ขยายลุกลามดุจกำแพงกั้นขวางระหว่างชาวสุริยตรากับทหารของศิวรันตรี แลปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นยังมิได้จบเพียงเท่านั้น...


อาทิตย์อัสดงที่อ่อนแสงราแรงใกล้ลับขอบฟ้ากลับส่องสว่างเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าเพลาเที่ยงวัน! แล้วฉับพลันบนท้องนภาก็ปรากฏลูกไฟสีแดงส้มอันสุกสกาวร่วงหล่นลงมาดุจห่าฝนดาวตก!!


เมื่อทหารศิวรันตรีได้พบพานกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ซ้ำยังมุ่งเป้ามาที่ตนเป็นการเฉพาะ เหล่าทหารผู้เหี้ยมหาญจึงเริ่มตื่นตระหนกวิ่งหลบลูกอัคคีกันให้เป็นที่วุ่นวาย เปิดโอกาสให้ทางสุริยตราที่กำลังย่ำแย่ได้พักหายใจแลมีเพลาให้หลบหนีขึ้นเหนือ


ท่านแม่ทัพ หากขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าน้อยเกรงว่าปลาในแหที่อุตส่าห์ล้อมจับมาได้คงมิแคล้วหลุดมือเป็นแน่แท้นายทหารชาวศิวรันตรียศนายกองเอ่ยยิ้มๆ ให้กับผู้บังคับบัญชาที่หยุดยืนม้าห่างออกมาจากสนามรบ


บุรุษในชุดเกราะสีดำทอดถอนใจยาว ก่อนใช้ส้นเท้ากระตุ้นท้องม้าให้ออกเดินไปข้างหน้า


เอ่อ...ท่านนายกอง จักมิตามท่านแม่ทัพไปรึขอรับนายทหารผู้หนึ่งเอ่ยถามเสียเบา


รึเจ้าอยากกลายเป็นหมูย่างเยี่ยงเจ้าพวกนั้นนายกองหนุ่มว่าพลางบุ้ยปากไปทางท้องทุ่งที่เพลานี้คล้ายแปรเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิง


นายทหารชั้นผู้น้อยรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน ก่อนถามต่อไปอีกว่า แล้วท่านแม่ทัพเล่าขอรับ


หากมิมีคำสั่ง พวกเราก็มิจำเป็นต้องเคลื่อนไหว อีกอย่างหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟืนไฟ รับรองว่าเจ้านายของพวกเรานี่แหละเจ๋งสุดว่าแล้ว ร่างสูงก็หันกลับไปทางทุ่งทะเลเพลิง ตระเตรียมรอชมเหตุการณ์ที่กำลังจะพลิกผันใหม่อีกครั้ง


 

ครั้นพอนายทหารที่กำลังวิ่งวุ่นวายหน้าตามอมแมมเต็มไปด้วยคราบเขม่าควันไฟได้แลเห็นบุรุษในชุดเกราะสีดำเหยาะย่างอาชาสีนิลมาแต่ไกล แววตาที่ทั้งตื่นตระหนกทั้งหวาดหวั่นก็พลันทอประกายแห่งความหวังขึ้นมาทันที


ท่านแม่ทัพ!!เหล่านายทหารชั้นผู้น้อยต่างเรียกขานเจ้านายกันเป็นเสียงเดียว!


ร่างสูงใหญ่เพียงพยักหน้าให้ ก่อนตวัดร่างลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว สาวเท้าก้าวยาวๆ เดินผ่านทะเลเพลิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบประหนึ่งเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านก็มิปาน


ทว่าชั่วพริบตาที่แม่ทัพหนุ่มเดินผ่านกำแพงไฟ เปลวเพลิงที่ลุกไหม้แทบจรดผืนฟ้ากลับแปรเปลี่ยนเป็นกำแพงน้ำแข็ง


กำแพงไฟชั้นแล้วชั้นเล่าถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นก้อนน้ำแข็ง จวบจนกระทั่งนัยน์ตาคู่คมสบประสานกับนัยเนตรคู่งามที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงแค้น!!


เจ้าชายอาทิตยะทรงจ้องมองผู้มาใหม่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ


ที่แท้ก็เป็นเจ้า


บุรุษผู้ช่วงชิงจุมพิตของพระองค์ในคืนอันศักดิ์สิทธิ์!


“...” คนตัวโตกว่ามิกล่าววาจาอันใด บุรุษหนุ่มเพียงสาวเท้าก้าวยาวๆ เข้าหายุพราชผู้ทรงศักดิ์ แม้นถูกลูกอัคคีพุ่งเข้าใส่ลูกแล้วลูกเล่า หากลูกเพลิงเหล่านั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นก้อนน้ำแข็งร่วงตกเกลื่อนพื้นรอบๆ ร่างสูงใหญ่


จะ...เจ้าอย่าเข้ามา!เจ้าชายอาทิตยะได้แต่ตะโกนเสียงดังข่มขู่อีกฝ่าย ด้วยพระองค์สูญเสียพระโลหิตไปเป็นจำนวนมาก จึงมิเหลือเรี่ยวแรงจะยกดาบเข้าต่อสู้ แค่ทรงยืนอยู่นิ่งๆ มิล้มพับไปก็นับว่าเต็มกลืนแล้ว


เมื่อระยะห่างระหว่างแม่ทัพหนุ่มกับยุพราชแห่งสุริยตราเหลือเพียงสองก้าว คนตัวโตกว่าจึงปริปากกล่าววาจา...


ข้ามีนามว่า อินทรายุธแม่ทัพแห่งศิวรันตรี ขอใช้สิทธิ์ในการครอบครองตัวเจ้าน้ำเสียงทุ้มกังวานราวกับจะประกาศให้รู้กันทั่วทุกผู้


สามหาว!ยุพราชหนุ่มพลันเลือดขึ้นหน้า ดึงดาบขึ้นจากพื้นก่อนฟาดใส่อีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง!


แต่อนิจจาเรี่ยวแรงที่เหลือช่างน้อยนิด แม้บวกกับแรงโมโหโกรธา ปลายดาบที่ฟาดฟันลงมากลับถูกร่างสูงใหญ่รับเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย มิหนำซ้ำข้อพระกรข้างที่ถือดาบยังถูกเกาะกุม แล้วถูกฉุดดึงให้ต้องถลำร่างเข้าสู่อ้อมแขนของอีกฝ่าย


ปล่อยข้า!


คนถูกพันธนาการดิ้นขลุกขลัก วงแขนแข็งแรงดุจปลอกเหล็กก็ยิ่งร้อยรัดร่างสูงโปร่งให้แน่นขึ้น


เลือดออกมากขนาดนี้ ประเดี๋ยวก็ได้ไปเฝ้าองค์ยมราชดอกเจ้า


น้ำเสียงทุ้มห้าวกระซิบหยอกเย้าข้างพระกรรณ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นพระศอ ยุพราชหนุ่มก็ยิ่งโมโหโกรธา!! เจ้าชายอาทิตยะทรงดิ้นขัดขืนโดยมิสนพระทัยทั้งความเจ็บปวด บาดแผลจะฉีกขาด หรือพระโลหิตจะยิ่งหลั่งรินจนหมดพระวรกาย


จนกระทั่งพระเนตรทั้งสองข้างถูกมือใหญ่ทาบปิดไว้


จะ...เจ้าจักทำกระไร?!”


เมื่อความสามารถในการมองเห็นถูกดับกะทันหัน เจ้าชายอาทิตยะก็ให้รู้สึกหวาดหวั่นพระทัยยิ่ง


ข้าขอสะกดเจ้าให้เข้าสู่ห้วงนิทรา


สิ้นคำร่ายมนตรา คนถูกมนต์สะกดพลันรู้สึกง่วงงุนขึ้นมาทันใด ชั่วขณะที่พระสติเริ่มพร่าเลือนล่องลอยไกล พระกรรณกลับแว่วเสียงทุ้มห้าวบอกกล่าวกระไรบางอย่าง ยุพราชหนุ่มพยายามฝืนครองสติไว้ ทว่าพระวรกายที่เหนื่อยล้าจนถึงขีดสุดไหนเลยจักต้านทานไหว สุดท้ายเปลือกพระเนตรจึงปิดลงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอันลึกล้ำ

XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

6,257 ความคิดเห็น

  1. #5826 กิ๊ฟ (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 21:36
    มาต่อไหมอ่าาาา
    #5826
    0
  2. #5825 May (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 16:16
    ภาค3มาแล้วอ่านมาตั้งแต่ภาคแรก

    #5825
    0
  3. #5824 น้ำผึ้ง (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 20:34
    ย้าราาาาา. อยากอ่านต่อแล้วเจ้าค่ะ กำลังอินมาก ๆ โดนจับทั่งพ่อและลูกเลย ฮือ แต่คงไม่โดนทรมานมากหรอกใช่ไหมในเมื่อชอบเค้าทั้ง. 2 คนเลย แต่เป็นห่วงน้อง ๆ หวังว่าจะปลอดภัย
    #5824
    0
  4. #5823 น้ำผึ้ง (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 20:34
    ย้าราาาาา. อยากอ่านต่อแล้วเจ้าค่ะ กำลังอินมาก ๆ โดนจับทั่งพ่อและลูกเลย ฮือ แต่คงไม่โดนทรมานมากหรอกใช่ไหมในเมื่อชอบเค้าทั้ง. 2 คนเลย แต่เป็นห่วงน้อง ๆ หวังว่าจะปลอดภัย
    #5823
    0
  5. #5822 Titlelit (@Titlelit) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 23:54
    ดีจายยยย กลับมาต่อแล้ว คืออยากอ่านคู่นี้มั้กมากกกกก ปูเสื่อรอนะครัชผม
    #5822
    0
  6. #5821 nanny-l (@lalita-nanny) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 13:51
    เสื่อพร้อม หมอนพร้อม คนพร้อม
    #รออยู่นะ
    #5821
    0
  7. #5817 Jfiskxn (@Jfiskxn) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 01:04
    กรี๊ดดดดด มาปูเสื่อรอแล้วนะคะ
    #5817
    0
  8. #5816 Eternal_time (@Eternal_time) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 23:02
    กรี๊ดดดดด รอค่าาา
    #5816
    0
  9. #5812 Blue Min (@bb2mimberry) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 15:48
    ได้โปรดดดด กลับมาต่อออ
    #5812
    0
  10. #5811 BumbleB18 (@BumbleB18) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 14:15
    เราดีใจมากที่นักเขียนกลับมาต่อ ฮื่อ
    #5811
    0
  11. #5810 Yodlovely607 (@earthkungmsw11) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 13:37
    นายเอกเรา สู้พระเอกไม่ได้เลย โถ่ๆๆ
    #5810
    0
  12. #5809 zazoith (@zazoi) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 22:37
    กรี๊ด ตอนเห็นเรื่องนี้อัพคิดว่าตาฝาด สรุปว่าคนพี่ได้พ่อไป ส่วนคนน้องได้เจอคู่คนลูกแล้วสินะ รอติดตามต่อค่า
    #5809
    0
  13. #5808 animedaisuki^^ (@bossakorn) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 22:03
    ว้าว รอนะค่ะ
    #5808
    0
  14. #5806 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 20:24
    ไม่ด้ายอ่านานมาก คิดถึงจัง
    #5806
    0
  15. #5805 CDis304 (@oing251040) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 13:09
    กลับมาแล้ว จอบคุนไรต์มากนะคะที่ไม่ทิ้งเรื่องนี้ แต่เรางงนิดนึ่งอ่ะ ภาคสามนี่เกิดขึ้นหลังจบภาคสองประมาณ 19 ปีแล้วใช่ใหม แค่ทำไมยังดุเหมือนต่อกันเหมือนเกิดติดๆกันเลยหล่ะ??
    #5805
    0
  16. #5804 Silvia Soland (@dgaryman) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 11:32
    มาม่าอีกแล้ว ยังติดตามอย่างเหนียวแน่น รอค่ะ รอ! //ศศิธรกับดารากรไม่เป็นไรแน่ๆ ขอให้ทั้งคู่อย่าโดนจับนะ
    #5804
    0
  17. #5803 อึ้ง (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 10:00
    ศศิธร กับ ดารากร ตายแล้วเหรอคะ เห้ย!!! ทำใจยากอ่า

    วอนคนเขียน ขอให้ทั้งคู่รอดนะคะ อยากให้มีบทเยอะๆ
    #5803
    0
  18. #5802 wipcream (@mada4) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 09:22
    อ่านเรื่องนี้ที่ไรเหมือนหายใจไม่ค่อยออกทุกทีๆ มันมาม่าๆ
    #5802
    0
  19. #5801 wipcream (@mada4) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 09:22
    อัพแล้วๆ เรายังอยูานะค้า ชอบเรื่องนี้มาก3ภาคเลย หนุกๆ ค้างมาก ค้างทุกอย่างๆ อยากให้2ภาคที่ผ่านมาแฮปปี้ไวๆด้วยเถอะ55 ปล.อยากรุว่าจะอัพวันไหนบ้างค่า^^ อย่าเว้นนานนะค้าเด๋วต่อเนื่อง5555จุ๊บๆ??
    #5801
    0
  20. #5800 บีเวอร์น้อย (@rugnak) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 08:25
    อัพต่อแล้วๆ

    พระเอกออกมาแบบ เตรียมตับไตรอได้เลย ไรเอามาดราม่ามาเสริฟแน่ๆ
    แต่นายเอกเราใช่ สุริยันส่องหล้า รึเปล่าน้า...(แต่บทมันให้มาซะขนาดนี้)

    เอาใจช่วยอัพต่อไวๆ ค่า
    #5800
    0
  21. #5799 แมวลายหินอ่อน (@4261) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 07:06
    กรี๊ด!!!ฟินไปอีกค่ะขุนแม่ 55555
    #5799
    0
  22. #5798 sawhite (@sa-naca) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 03:23
    มาแล้วๆๆๆ
    #5798
    0
  23. #5796 Devilnatt Sri (@devil123456) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 21:12
    กรีสสสสสสส มาแล้ว

    พระเอกเริ่มแบบนี้. เลยหรานายเอกก่อแย่สิ ตายกันไปข้างหนึ่ง
    เห็นด้วยกับความเห็นคุณส้ม ว่าเจอสุรยันส่องหล้าแล้วเจอง่ายๆๆ. สายsm ร้องดีใจเถอะ
    #5796
    0
  24. #5794 ก้อนเมฆ (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 20:59
    กลิ่นดราม่าลอยมา.......
    #5794
    0
  25. #5793 bell (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 20:53
    ดีใจมากค่ะ ในที่สุดเรื่องนี้ก็อัพแล้ว ขอบคุณมากค่ะ
    #5793
    0