แต่เรื่องที่ผมจะนำมาเขียนต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องราวของตอนจบแต่อย่างใด ทว่าเป็นเรื่องของ Liar Game ไล่ล่าเกมตอแหลต่างหาก งงใช่ไหม? ใช่แล้ว ครั้งแรกที่ผมเห็นหนังสือนี้เป็นครั้งแรกในร้านหนังสือมือ 2 ก็งงเหมือนกันว่า 'เอ๊ะ นี่เราตาฝาดไปหรือเปล่า?' แน่นอนว่าผมไม่ได้ตาฝาดไปแต่อย่างใด ดังนั้นด้วยความสงสัยว่าไอ้เล่มที่ว่ามาข้างต้นเนี่ยมันแตกต่างจาก Liar Game ปกติที่ขายอยู่ตามท้องตลาดอย่างไร?
เริ่มต้นกันที่หน้าปกกันก่อนเลย
Liar Game เกมหลอก คนลวง - Siam Inter Comics (จะขอเรียกย่อๆว่าฉบับจริงก็แล้วกันครับ เพราะโดยรวมแล้วมีความเหมือนกับทางต้นฉบับมากกว่าอีกเล่ม)
เล่ม 1
เล่ม 2
Liar Game ไล่ล่า เกมตอแหล - CN comics (ในเมื่อเล่นบนเรียกว่าฉบับจริง ดังนั้นก็จขอเรียกฉบับนี้ว่าฉบับปลอมนะครับ ที่เรียกย่อๆเพราะจะได้สะดวกในการกล่ายถึง ไมได้เจตนาว่าฉบับนี้เป็นฉบับปลอมแต่อย่างใด)
เล่ม 1
เล่ม 2
ซึ่งจะเห็นว่า หน้าปกเล่มที่ 1 ของฉบับจริงกับฉบับปลอมไม่เหมือนกัน ซึ่งหน้าปกของฉบับปลอมจะไปเป็นหน้าปกของฉบับจริงในเล่มที่ 4 และนอกจากนี้ ทั้ง 2 เล่มก็มีวิธีการอ่านที่แตกต่างกัน โดยของฉบับจริงจะเป็นแบบเดียวกับทางต้นฉบับ คืออ่านจากขวาไปซ้าย แต่ฉบับปลอมนั้นอ่านจากซ้ายไปขวา
'เอาหน่ะ แค่หน้าปกสลับ ไม่แน่ว่าข้างในอาจจะดีกว่าที่คิดก็ได้นะ' ว่าแล้วผมก็เลยเปิดตรวจสอบพร้อมๆกับของเดิมที่ผมมี ซึ่งเมื่อในลองเปิดดูแล้วก็พบว่านอกจากจะอ่านสลับกันแล้ว ภาพก็ยังสลับซ้าย-ขวากันอีกต่างหาก และในส่วนเนื้อหาของฉบับปลอมก็พบว่า มีจุดที่แตกต่างกับฉบับจริงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น ชื่อของทนายความเก๊ที่คันซากิไปปรึกษาด้วย ในฉบับจริงคือ 'ทานิมุระ มิตสึโอะ' ส่วนฉบับปลอมคือ 'ทานิมุระ โคดัน' และคำที่เลือกใช้ในแปลกับการเรียบเรียงคำเล็กน้อย โดยรวมแล้วก็ถือว่าแปลได้โอเคไม่แพ้ฉบับจริงเลยด้วยซ้ำ
พอมาถึงเล่มที่ 2 ผมเปิดไปได้ไม่กี่หน้าก็ต้องชะงักกับชื่อเกมที่ 2 ที่ต่างกับฉบับจริง ถ้าใครที่เคยอ่านแล้วยังพอจำได้ก็จะรู้ทันทีว่ามันคือเกม 'สิทธ์เสียงข้างน้อย' นั่นเอง แต่ในฉบับปลอมกลับใช้ชื่อว่า 'น้อยสุดชนะเลิศ'... ยอมรับว่าความหมายมันก็ไม่ได้แตกต่างกับฉบับจริงมากนัก แต่ทำไมทุกครั้งที่ผมอ่านแล้วก็อดขำไม่ได้ไม่รู้สิ
และเมื่อได้อ่านเปรียบเทียบไปเรื่อยๆก็เจอจุดที่อ่านแล้วรู้สึกตะขิดตะขวงใจมากขึนเรื่อย เช่น จาก 'ตั้งคำถามอะไรก็ได้ ทำตัวตามสบาย' ไปเป็น "อะไรก็ได้ ซ้อมอยู่ เอาขำๆ',จากอาชีพ 'ทำกิจการบาร์' เป็น 'ทำโรงงานน้ำ' แต่จุดที่พีคที่สุดอยู่ 2 หน้าสุดท้ายที่อากิยามะพูดถึงจุดประสงค์ที่เล่นเกมต่อเพราะว่าอยากจะหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังเกม แต่ในฉบับปลอมกลับแปลไปคนละเรื่องกับฉบับจริงจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว อธิบายคงจะยาว เอาเป็นว่าดูภาพเอาเองจะดีกว่า
ฉบับจริง
ฉบับปลอม
สรุปแล้ว Liar Game ไล่ล่า เกมตอแหล ถือเป็นอีก 1 สีสันที่คนอ่านฉบับจริงไม่มีวันได้สัมผัส (แล้วก็คงไม่อยากสัมผัสมันอีก ดูมันเปลี่ยนคำพูด 2 หน้าสุดท้ายสิ) และเป็นที่น่าเสียดายที่ผมหาเจอเพียงแค่ 2 เล่ม นี่ถ้ามันมีอีกซัก 4-5 เล่มคงทำให้อากิยามะกลายเป็นตัวร้ายประจำเกมแทนโยโคยะแน่ๆ เชื่อผมสิ!
ความคิดเห็น