[ NCT X FIC | No Sleep Club ]

ตอนที่ 1 : JaeTen | Los Nuestros

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 พ.ย. 61


No Sleep Club #1 

Los Nuestros
nuestros : ours 

now playing : Caravan (from Whiplash)


At Martini's 
1st of November

 

ภายในมาร์ตินี่ส์คลับอึกทึกไปด้วยเสียงของผู้คนพูดคุยกันดังจอแจ แต่กระนั้นก็ไม่อาจกลบโทนเสียงสูงของเครื่องเป่าที่โดดเด่นขึ้นมาจากเครื่องบรรเลงบนเวทีได้ ทำนองกลองเข้าหูตีเพิ่มระดับเสียงขึ้นระรัวอย่างเข้ากัน กลิ่นแอลกอฮอล์จางในอากาศปะปนกันไป แสงในร้านถูกหรี่ลงให้ได้บรรยากาศที่ดีสำหรับผู้มาเยือนในยามค่ำคืน

 

คลับแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก แต่กลับไม่เคยขาดรายได้เลยสักครั้ง โต๊ะทุกตัวในร้านขนาดกลางมีลูกค้าจับจองจนเต็ม บางทีถึงกับต้องนั่งเบียดเสียดกันบ้าง ต่อเป็นโต๊ะใหญ่บ้าง จึงไม่น่าใช่เรื่องแปลกหากจะยังคงเอิกเกริกกันแม้เวลาจะล่วงเข้าช่วงดึกของวันแล้วก็ตาม

 

“นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว”

 

ดวงตาสีเข้มเหลือบมองตามเสียงยียวนของบาร์เทนเดอร์ 

 

“ยุ่งน่า” ถึงจะดูรำคาญ เจ้าตัวก็ก้าวไปลากเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งมาหยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์ตรงกับตำแหน่งที่อีกฝ่ายกำลังเช็ดแก้วทรงสูงอยู่ในมือ จองแจฮยอนทิ้งสายตานิ่งไปยังคนทักแล้วทิ้งตัวลงนั่ง เขาพยักหน้าทันทีที่บาร์เทนเดอร์เอียงคอเป็นเชิงถาม

 

คิมจองอูยักไหล่ หยุดเช็ดแก้วในมือเพื่อเริ่มทำงาน “คุณลูกค้า คนที่ดื่มแต่เมนูเดิมๆน่ะน่าเบื่อนะ” ยังไม่วายค่อนแขวะลูกค้าประจำของตนจนได้

 

แจฮยอนเลิกคิ้วพลางเอ่ยตอบเสียงเรียบ “ร้านที่เปิดแต่ดนตรีแนวเดิมๆก็น่าเบื่อไม่ต่างกันหรอก คุณเจ้าของร้าน”

 

“อย่างกับนายฟังหลายแนวนักล่ะ” จองอูสวนกลับ มือวางแก้วขนาดเหมาะมือคว่ำลงบนโต๊ะดังปึ้ก ทั้งสองคนสบตามองกันนิ่ง ก่อนคุณลูกค้าจะเลื่อนมือมาหงายแก้วขึ้นให้บาร์เทนเดอร์ควบตำแหน่งเจ้าของร้านรินเครื่องดื่มสีอำพันให้ แจฮยอนหลุบตาลงแล้วยกแก้วขึ้นกระดกแทบจะทันที

 

ปึ้ก

 

“บลูกามิกาเซ่ครับ”

 

เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ตัวข้างๆเขาเลื่อนออกโดยเจ้าของเสียงเอ่ยสั่งค็อกเทล แจฮยอนไม่ได้สนใจ แต่เขารับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่มองมาในเวลาเดียวกัน

 

จองอูส่งรอยยิ้มให้ผู้มาใหม่ซึ่งมีท่าทางลังเลไปครู่หนึ่งว่าควรจะนั่งตรงนี้หรือไม่เพราะบรรยากาศอึมครึมที่แผ่ออกมาจากลูกค้าประจำของเขา จะว่าดูไม่น่าคบหาคงได้ หรือถ้าพูดให้ถูกก็คงเป็น.. ความรู้สึกอันตรายจนไม่มีใครกล้าเขาใกล้เสียมากกว่า

 

“มาร์ตินี่ส์คลับยินดีต้อนรับครับคุณหนู”

 

พอได้ยินการต้อนรับจากเขาแล้ว เหมือนว่าจะทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจนั่งลงจนได้ สองมือเท้าศอกกับเคาน์เตอร์บาร์ ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองไปรอบๆร้านอย่างสนอกสนใจ 

 

“บลูกามิกาเซ่ครับ” แก้วลักษณะแปลกตาวางลงข้างๆเขา สีสันของมันชวนให้สายตามองตาม แต่มากไปกว่านั้นคือเมื่อเผลอไล่สายตามองไปยังเจ้าของแก้ว ความรู้สึกประหลาดก็แล่นไปทั่วร่างราวกับโดนสตาฟเป็นหุ่นอยู่กับที่

 

คนตรงหน้าตัวเล็กกว่าเขาประมาณหนึ่ง ตัวเล็กในแง่ของส่วนสูงและความบางของร่างกายที่เห็นได้ชัดจากโครงเสื้อเชิ้ตตัวบาง จากด้านข้างของใบหน้าทำให้เห็นโครงจมูกโด่งที่รับกับริมฝีปากปลายเชิด คล้ายคนที่น่าจะรั้นไม่เบาคนหนึ่ง ภาพโดยรวมค่อนข้างน่าจับตาจนเขานิ่งไป

 

ลูกค้าคนใหม่ละความสนใจจากวงดนตรีบนเวทีแล้ว ริมฝีปากสวยระบายยิ้มกว้างให้เขา ก่อนจะเริ่มคุยกับเจ้าของร้าน

 

“วงร้านคุณเจ๋งใช้ได้เลย เจ้าของร้านน่าจะรสนิยมดีนะครับ”

 

จองอูยักคิ้วเป็นเชิงรับคำชม ทั้งยังมองตอบลูกค้าด้วยสายตาหวานหยดอย่างที่เห็นได้บ่อยนักเวลามีลูกค้าสวยๆเข้าร้านมา ทักษะโปรยเสน่ห์เก่งพอกันกับความกวนประสาทเลยจริงๆ

 

“ขอบคุณสำหรับคำชมครับคุณหนู ไว้มาบ่อยๆสิครับ มาร์ตินี่ส์คลับยินดีต้อนรับเสมอ”

 

ท่าทางคุณลูกค้าคนนี้จะไม่ได้ตกหลุมพรางหรือแสดงท่าทีขวยเขินอะไรออกมา เพียงแต่คนตัวเล็กหัวเราะเสียงเบาแล้วพยักหน้าขึ้นลงตอบกลับ

 

“คุณบาร์เทนเดอร์เลี้ยงค็อกเทลผมสิครับ ถ้าใจดีล่ะก็จะมาบ่อยๆเลย”

 

เพลงที่กำลังเล่นเปลี่ยนทำนองจากเพลงช้าให้เร็วขึ้นเรื่อยๆด้วยจังหวะการรับส่งของเครื่องเป่าและกลองชุดซึ่งเพิ่มความเร็วกริ่งจะคร่อมจังหวะ เสียงพูดคุยในร้านเริ่มลดระดับความดังลง แทนด้วยเสียงเป่าปากเชียร์นักดนตรีจากบางโต๊ะ รวมถึงคนข้างๆเขาเองก็มองไปในทางเดียวกันทันที

 

“เจ๋งไปเลย” คุณหนูว่า

 

“น่าเบื่อต่างหาก”

 

แจฮยอนหลุดพึมพำออกไป ซึ่งบังเอิญว่ามันดังพอที่จะเข้าหูคนสองคนตรงเคาน์เตอร์บาร์ จากกำลังฟังดนตรีอย่างชื่นชม ทั้งคู่ก็หันมามองเขาแทบจะพร้อมๆกัน

 

น่าแปลกตรงจองอูดูไม่โกรธ และคุณหนูแค่ดูแปลกใจ

 

“อาการวันนี้ดูกระวนกระวายเป็นพิเศษนะ” เจ้าของร้านหัวเราะหึในลำคอแล้วหันไปมองทางเดิม ส่วนอีกคนที่ยังคาใจก็มองเขาตาไม่กระพริบ แจฮยอนเลิกคิ้วอย่างสงสัย

 

“ปกติคุณฟังเพลงแนวไหนหรอ”

 

“เพลงที่ชอบ”

 

คนถามเหมือนอึ้งกับคำตอบของเขาแต่ก็คล้ายกับลังเลว่าตัวเองถามไม่เคลียร์หรืออย่างไร

 

“ซึ่ง..เพลงที่คุณชอบจัดอยู่ใน..?”

 

“เพลย์ลิสต์ของผม”

 

เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นจากหลังบาร์อีกครั้งพร้อมกับสายตาล้อเลียนอย่างเปิดเผยของจองอู แจฮยอนนึกรำคาญใจรอบที่เท่าไรไม่รู้ของวันเพราะโดนอีกฝ่ายรู้ทันไปเสียทุกอย่างแบบนี้

 

“คนน่าเบื่อแบบเขาก็ดื่มแต่เมนูเดิมๆ ฟังแต่เพลงเดิมๆ ไม่ค่อยเปิดรับอะไรใหม่ๆแบบนี้ล่ะครับคุณหนู”

 

คำต่อว่ายาวยืดเล่นเอาคุณหนูขมวดคิ้วอย่างงุนงงกว่าเดิม มองจากมุมนี้ยิ่งดูน่าเอ็นดูเวลาไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง จากที่กำลังสนใจกับคำตอบของแจฮยอน กลับกลายเป็นว่าคุณหนูดันเปลี่ยนไปสนใจกับคำพูดของจองอูแทน

 

แจฮยอนที่ตอบกวนหน้านิ่งเมื่อครู่ถึงกับชักสีหน้าแวบหนึ่ง อาการนั้นไม่พ้นสายตาของจองอูที่นอกจากจะแย่งความสนใจไปก็ยังยิ้มกว้างยียวนกว่าปกติราวกับจงใจจะยั่วโมโหกันอย่างไรอย่างนั้น

 

“พูดแบบนี้แสดงว่าพวกคุณคงสนิทกันแน่ๆเลย”

 

“มันเป็นหน้าที่น่ะครับ”

 

จองอูแก้ ส่วนแจฮยอนส่งเสียงเฮอะออกมาเมื่อได้ยินคำว่าสนิท เล่นเอาคนตัวเล็กงงหนักกว่าเดิมกับท่าทางต่อต้านกับคำพูดของพวกเขาทั้งที่ก็ดูรู้จักกันดีขนาดนั้น

 

“แปลกจริง” งึมงำเสียงเบากับตัวเองพลางเลื่อนสายตากลับไปทางเวทีที่นักดนตรีเล่นเพลงจบพอดี แล้วปรบมือไปพร้อมๆกับลูกค้าคนอื่น จากนั้นก็ทำตาโตเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้

 

“นี่คุณ จะว่าอะไรไหมถ้าผมขอดูเพลย์ลิสต์ของคุณหน่อย”

 

นั่นเป็นคำถามที่น่าสนใจประจำวันเลยก็ว่าได้

 

พอเห็นเขาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ คุณหนูจึงเสริมทับเพิ่มน้ำหนักของเหตุผล “คือผมสนใจความคิดเห็นเรื่องดนตรีของคุณ เลยถามเรื่องเพลงที่คุณฟัง คุณบอกว่าอยู่ในเพลย์ลิสต์ เพราะอย่างนั้นผมเลยอยากลองดูเพลย์ลิสต์ของคุณไง ผมจะได้รู้คำตอบว่าทำไมคุณถึงคิดว่ามันน่าเบื่อ”

 

“น่าสนใจดีนะ” จองอูพยักหน้าสนับสนุนพร้อมแววตาแพรวพราว พวกเขาอาจจะรู้จักกันมานาน และเขาเองก็รู้ว่าเพลงโปรดของจองแจฮยอนเป็นไทป์แบบไหนเพราะรสนิยมและความคิดเห็นแทบจะไม่เคยลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร ถึงอย่างนั้น เขากับลูกค้าประจำคนนี้ยังไม่มีโอกาสได้แชร์เพลย์ลิสต์เพลงให้กันเลยสักครั้ง

 

แจฮยอนมองคนสองคนที่ต้อนเขาสลับกัน ไม่มีคำตอบ

 

“นะคุณ”

 

อาการแบบนี้เขาเรียกว่าแพ้ทางรึเปล่านะ

 

ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อคหน้าจอ กดเข้าแอพลิเคชั่นสำหรับฟังเพลงแล้วเลื่อนไปตรงหน้าคุณหนูขี้สงสัย เจ้าตัวตาวาววับราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ขณะกวาดมองไปที่หน้าจอ 

 

“อ๋า...”

 

จองอูไม่ได้ขยับเข้าไปดูข้างๆกับลูกค้าเพราะเขาอยู่คนละฝากกัน แต่ก็จับตามองจนอีกฝ่ายหลุดเสียงอุทานออกมา

 

“อย่างนี้นี่เอง ฟัอัลเทอร์เนทีฟกับอินดี้สินะ”

 

ก็ไม่ได้เกินคาดการณ์สักเท่าไร

 

“แต่.. ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ในเพลย์ลิสต์ของคุณก็มีแจ๊สด้วย?”

 

“หืม?” เจ้าของร้านส่งเสียงอย่างแปลกใจ แจฮยอนไม่ได้พูดอะไรตอบ เพียงแค่ยกแก้วขึ้นกระดกเครื่องดื่มเงียบๆและปล่อยให้คุณหนูเลื่อนโทรศัพท์ให้จองอูดู

 

“คุ้นๆว่าเพลงนี้นักดนตรีร้านผมเล่นบ่อยนะครับ คุณลูกค้า”

 

แจฮยอนคิ้วกระตุกกับน้ำเสียงล้อเลียนนั่น แต่ต้องพยายามเก็บอาการไม่ให้อีกฝ่ายได้ใจไปมากกว่านี้ คุณหนูข้างเขาเลื่อนลิสต์เพลงดูต่อไม่นาน แล้วยิ้มแป้นขณะเลื่อนมันคืนกลับหาเขา

 

“เพลย์ลิสต์ของคุณหลากหลายดี และดูเหมือนคุณจะไม่ได้ไม่ชอบแจ๊ส คุณแค่ไม่ชอบความซ้ำจำเจ อย่างนั้นรึเปล่าครับ” คนขี้สงสัยตั้งข้อสันนิษฐานลำดับสุดท้ายเพื่อสรุป แจฮยอนเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงดังเดิม ยักไหล่อย่างไม่มีความคิดเห็น

 

“คงใช่”

 

คุณหนูดีดนิ้วเปาะ มือหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาบ้างท่ามกลางสายตาของคนที่เหลือ

 

“เอ้อ ว่าแต่ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลย.. เตนล์ครับ” เงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้างให้ “แล้ว..คุณบาร์เทนเดอร์กับคุณเจ้าของเพลย์ลิสต์ เอ่อ..” จู่ๆคนพูดเจื้อยแจ้วอยู่ก็เงียบเสียงลงอย่างไม่แน่ใจว่ามันเป็นคำถามที่ควรเอ่ยออกไปรึเปล่า

 

“แจฮยอน”

 

“จองอูครับ”

 

คนแรกตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างเคย และอีกคนยังคงรอยยิ้มไว้

 

เตนล์เท้าคางกับเคาน์เตอร์แล้วพูดขึ้น “ช่วงนี้ผมกำลังหาเพลงใหม่ๆฟังอยู่น่ะครับ เลยเริ่มจากไปนั่งฟังตามร้านกลางคืนหลายๆที่ แต่ไม่ค่อยมีที่ถูกใจเท่าไร” 

 

“คุณสนใจเพลย์ลิสต์ของผมรึเปล่า” คู่สนทนาถามต่อ

 

คนตัวเล็กพยักหน้ารับทันที “ครับ อย่างที่บอกไปน่ะว่าดูหลากหลายดี..”

 

แจฮยอนยื่นมือมาตรงหน้า เตนล์กระพริบตาปริบอย่างงุนงงแล้วยื่นมือไปวางบนมือของอีกฝ่าย ท่าทางนั้นทำให้บาร์เทนเดอร์ที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่หลุดหัวเราะออกมา และยังคงไม่หยุดแม้ลูกค้าประจำของเขาจะตวัดสายตาดุใส่

 

“ท่าทางเขาอยากจัดเพลย์ลิสต์ให้คุณนะครับ เตนล์”

 

“อืม” แจฮยอนส่งเสียงในลำคอแทนคำตอบว่าใช่พลางกระชับนิ้วจับมือที่วางทับมือของเขา

 

“เอ่า.. ฮะๆ ขอโทษทีครับ” คนเด๋อนิ่งไปครู่เหมือนเพิ่งเข้าใจ รีบส่งโทรศัพท์ให้แจฮยอนที่ยื่นมือีกข้างมารับ และเหมือนเตนล์จะลืมไปว่ามือซ้ายของแจฮยอนจับมือเขาอยู่ เพราะเขายื่นตัวไปมองโทรศัพท์ของตนเองในมือของแจฮยอนอยู่ มีการเผลอบีบมือที่จับกันไว้อย่างลุ้นๆอีก

 

ร้ายไม่เบาเลยนะคนเรา

 

จองอูก้าวถอยจากเคาน์เตอร์เล็กน้อยเพื่อเลี่ยงการขัดจังหวะ เปลี่ยนไปส่งสายตามองลูกค้าสองคนที่นั่งจดจ่อกับโทรศัพท์เครื่องเดิมอยู่เป็นพักๆ เขาไม่ค่อยได้เห็นมุมนี้ของจองแจฮยอนเท่าไร และนั่นทำให้จองอูรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก คนขี้เก๊กอย่างหมอนั่นมักจะคีพลุคนิ่งอยู่เสมอ ให้ได้แสดงอารมณ์หรือความสนใจกับใครเขาบ้างแบบนี้สิ ถึงจะแฟร์ขึ้นมาหน่อย

 

“เหมือนโดนจีบเลยนะครับ จัดเพลย์ลิสต์ให้แบบนี้” รูปประโยคฟังดูเหมือนกำลังเขินอยู่ แต่เตนล์กลับพูดด้วยโทนเสียงธรรมดาพร้อมรอยยิ้มน่ามองราวกับไม่ได้คิดอะไร แจฮยอนเหลือบมองคนพูดนิดแล้วพิมพ์ชื่อเพลย์ลิสต์ปิดท้ายก่อนจะส่งโทรศัพท์คืนพร้อมปล่อยมืออีกข้างที่เนียนจับตามไป

 

los nuestros..” เตนล์ดึงมือสองข้างกลับมาประคองโทรศัพท์อ่านชื่อนั้นออกเสียง

 

ours” แจฮยอนพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

“ครับ?”

 

“คำแปล”

 

“ครับ?” ทวนซ้ำเสียงสูง

 

“ชื่อที่คุณอ่านน่ะ มันแปลว่าเพลย์ลิสต์ของเรา”

 

เตนล์ขมวดคิ้วมุ่น กลอกตาขึ้นบนอย่างใช้ความคิดจึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของคนตรงหน้า แจฮยอนยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง ระหว่างนับในใจว่าเมื่อไรคุณหนูจะเข้าใจความหมายในคำพูดของเขา

 

“อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง ชื่อเพลย์ลิสต์แปลว่าของเราเพราะคุณแชร์เพลงจากเพลย์ลิสต์ของคุณให้ผม มันเลยกลายเป็นเพลย์ลิสต์ของเรา เจ๋ง! ขอบคุณมากๆเลยนะครับ คุณแจฮยอน”

 

ยังไม่รู้ตัวอีก

 

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” เขาพึมพำตอบ น้ำเสียงติดเนือยเล็กน้อยเพราะคิดไว้ว่าจะได้รีแอคชันเขินๆจากคนตัวเล็กบ้าง แต่กลายเป็นว่าคุณหนูเพียงแค่แสดงความตื่นเต้นและกล่าวขอบคุณกลับมา ซึ่งก็น่ารักเหมือนกัน ช่างมันเถอะ

 

บทสนทนาเรื่อยเปื่อยทุกหยิบมาสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันต่อจากนั้น เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนเริ่มเข้าใกล้เวลาปิดร้าน จองูจึงต้องไปดูแลลูกค้าที่เข้ามาในช่วงโค้งสุดท้าย รวมถึงบอกลาลูกค้าที่เริ่มทยอยกลับกันไปด้วย

 

“คุณมาที่นี่บ่อยรึเปล่า”

 

“แล้วแต่ว่าว่างไหม ถ้าว่างก็มาทุกวัน"

 

“เยี่ยมเลย งั้นไว้เราเจอกันอีกนะครับคุณแจฮยอน” เตนล์ยื่นมือมาตรงหน้า เมื่อแจฮยอนจับมือนั้นเจ้าตัวก็เขย่าเบาๆด้วยรอยยิ้ม จากนั้นจึงหันไปยื่นมือให้จองอูอีกคนพร้อมบอกลา “ไว้จะมาใหม่นะครับ ขอบคุณที่เลี้ยงค็อกเทลผมด้วยนะ”

 

“ด้วยความยินดีครับคุณลูกค้า” จองอูหัวเราะพลางเขย่ามือนั้นตอบ “ถือเป็นการตอบแทนที่คุณทำให้ผมได้เห็นอะไรน่าสนใจในคืนนี้น่ะ”

 

ว่ากันตามตรงเตนล์ก็ไม่ได้เข้าใจคำพูดนั้นสักเท่าไร 

 

“งั้นผมไปก่อนนะครับ ฝันดีนะคุณ”

 

“เช่นกันครับ” เจ้าของร้านโค้งให้เป็นการบอกลา

 

“ราตรีสวัสดิ์” เสียงเรียบเอ่ยตามหลังไปเมื่อกระดิ่งร้านดัง

 

ไม่นานนักทั้งร้านก็ตกอยู่ในความเงียบ พนักงานคนอื่นกลับกันไปหมด มีแค่แจฮยอนนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์เป็นลูกค้าคนสุดท้ายแม้จะจ่ายค่าเครื่องดื่มเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขารอจนจองอูเก็บข้าวของเรียบร้อย จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินออกจากร้านมาพร้อมๆกัน

 

“ไปล่ะ”

 

“ฝันดี”



__________________

No Sleep Club #1 

hashtag fic no sleep club
#คลับคนไม่นอน
facebook ; toffyqueen
twitter ; @AUGXISM
#ficbytfq

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 ssILvEr__ (@Melina-K) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 09:56
    เหยยย ดีอ่ะๆ จะติดตามนะคะไรท์! ไฟท์ติ้งง ✌✌
    #1
    0