◊ HOOD [X] MANIA ◊ จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ

ตอนที่ 10 : ◊ HOOD [X] MANIA 9 ◊ พ่อทูนหัว {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    17 มี.ค. 62

 



9

พ่อทูนหัว

 

[SALAMDU : SIDE]

ผมจ้องหน้าผู้ชายที่มาขัดจังหวะเขม็ง

ไม่รู้ว่ามันเป็นใคร อยู่ดีๆ ก็เข้ามาพูดกับนิ้ง ผมเกือบจะได้จูบนิ้งอยู่แล้วถ้ามันไม่มาขวางซะก่อน และผมก็คิดว่าจะได้จ้องมันอยู่แบบนั้นถ้านิ้งไม่โพล่งขึ้นมา

“คะเน” ผมทำหน้างงเมื่อเห็นว่าเธอมีสีหน้าดีใจ แถมยังเรียกชื่อเหมือนสนิทสนมกันมานาน “นั่งนี่สิจ้ะ เนกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อไหร่เหรอ?”

“เมื่อคืนน่ะ กลับมาพร้อมกับนิน” ผู้ชายที่ดูท่าทางจะเหมือนเด็กเรียนยิ้มให้คะนิ้ง ก่อนที่ต่อมาจะหันมามองหน้าผมพร้อมกับหรี่ตามองเหมือนจะสำรวจอะไรบางอย่างแล้วนั่งลงข้างๆ นิ้งอย่างถือวิสาสะ

ผมมองมันนิ่งอย่างดูเชิง มันหล่ออยู่ แถมยังดูเอาการเรียนหรืออะไรทำนองนั้นมากกว่าผม ผู้ชายแบบนี้ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะชอบ

แต่ไม่รู้ว่านิ้งจะชอบแม่งไปด้วยอีกคนมั้ย

“ใครอ่ะนิ้ง สักเต็มตัวเลย” แต่คิดได้ไม่นานก็โดนพูดถึง ผมมองมันสลับกับนิ้ง อยากให้เธอตอบว่าผมอ่ะว่าที่แฟน แต่มันก็แค่ความหวังว่ะ

“อ๋อ พะ... เพื่อนอ่ะ” นิ้งตอบไปแบบนั้น เธอดูเกร็งมากขึ้น ซึ่งผมพอเข้าใจนะ แต่ถ้าหมอนั่นก็เป็นเพื่อนเธอเหมือนกัน นี่แม่งโคตรน่าโมโหเลยรู้มั้ย เหมือนเธอไม่เปิดโอกาสบอกมันว่าผมจีบเธออยู่ “มาอ่านหนังสือด้วยกัน”

“นิ้งมีเพื่อนเถื่อนๆ ขนาดนี้เลยเหรอ” มันทำตาโต แล้วพูดอะไรบางอย่าง “พี่คะนองรู้ได้อกแตกตายแน่ๆ เลย”

เดี๋ยวก่อน พี่คะนอง? แม่งพูดถึงเฮียคะนองขึ้นมาได้ไงวะ

“นายเป็นใคร” ผมถามห้วนๆ เพราะรู้สึกแปลกๆ ที่มันเรียกไอ้เฮียคะนองอย่างสนิทสนม จนกระทั่งหมอนั่นพูดขึ้นมาหน้าตาเฉย

“ผมเป็นน้องชายของนิ้ง” ผมเบิกตากว้าง ชิบหาย น้องชายเหรอวะ? เหี้ยล่ะ เผลอไปทำเสียงหาเรื่องใส่น้องว่าที่เมียแล้วสิวะกู “นิ้งเป็นเหมือนครอบครัวของเราน่ะ”

“แต่... แต่นิ้งไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกับพวกเนด้วยซ้ำนะ” ผมเงียบไปเมื่อทันทีที่น้องชายพูดแบบนั้นด้วยรอยยิ้ม คะนิ้งก็ดูอึกอัก อย่างที่เจ๊เพทบอกว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของบ้าน ผมไปตามสืบประวัติเธอมาแล้ว นิ้งเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แต่ทุกคนก็รักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวคนหนึ่งของบ้าน

ซึ่งผมก็พอเข้าใจว่าเพราะอะไร น่ารักขนาดนี้ใครจะไม่รักไม่หลงบ้างวะ

“ใครสนใจอ่ะนิ้ง พวกเรามองนิ้งเป็นพี่สาวคนนึง” น้องว่าที่เมียพูดยิ้มๆ แล้วโอบไหล่คะนิ้งที่ทำสีหน้ากังวลให้เข้ามาใกล้ ผมหวงเธอนิดหน่อยก็เลยเผลอจ้องเขม็งไปอย่างช่วยไม่ได้ แล้วก็ดูเหมือนไอ้น้องคะเนอะไรนี่จะรู้ตัว มันยิ้มออกมา “ว่าแล้ว”

“อะไรอ่ะเน?” คะนิ้งชะงักไปอย่างสงสัย ผมเองก็ไม่ได้พูดอะไรแต่ก็งงอยู่เหมือนกัน อะไรวะ น้องชายเห็นอะไรจากผม?

“เนก็แค่คิดว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้อยากจะเป็นเพื่อนของนิ้งหรอก” ผมเห็นน้องว่าที่เมียยิ้ม เเต่มันเป็นเหมือนรอยยิ้มพวกเด็กชอบแกล้งอะไรทำนองนี้ “แล้วก็ใช่ด้วย”

งั้นเมื่อกี้ก็กอดนิ้งเพื่อพิสูจน์ผมเหรอวะ เออ น้องชายแม่งร้ายว่ะ คุยกันได้

“มะ... ไม่ใช่นะ” นิ้งเอ๋อไปทันที เธอทำตัวไม่ถูก ส่วนผมก็กระตุกยิ้มออกมา

ไอ้น้องชายคงคิดว่าผมจะตามไม่ทันมันมั้ง การันตีด้วยรอยสัก คนแบบนี้ผมเจอมาจนไม่รู้จะเจอยังไง พวกร้ายลึกไง

“เป็นเพื่อนน่ะถูกแล้ว” ผมพูด แล้วจ้องหน้าน้องชายกลับไปด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกัน “สำหรับนิ้งไง... แต่พี่ไม่”

“...”

“พี่ไม่ได้หวังจะเป็นเพื่อน” ผมยักไหล่ แทนตัวเองว่าพี่อย่างกดดันว่านิ้งจะต้องเป็นของผม แล้วจัดการรุกฆาตด้วยประโยคต่อไป “... แต่หวังเป็นพ่อทูนหัวว่ะ”

ไอ้น้องคะเนทำหน้าเหมือนอึ้งไปนิดๆ เมื่อผมพูดจบ ส่วนคะนิ้งก็หน้าแดงไปหมดจนสังเกตได้ เธอไม่ยอมสบตาผม ส่วนผู้ชายข้างๆ ก็คลี่ยิ้มหวานในนาทีต่อมา “ว้าว... ผมชอบพี่นะ”

“ขอบใจ”

“แต่ไม่รู้ว่าพี่คะนองจะชอบด้วยรึเปล่า”

“...”

เวร... ตบหัวน้องว่าที่เมียนี่แม่งจะผิดกฏหมายมั้ยวะ?

 

“ปะ... ไปพูดแบบนั้นได้ยังไง”

“พูดอะไร” ผมทำเป็นไม่รู้เรื่อง หลังจากล่ำลาน้องชายของคะนิ้งเสร็จเพราะมันมีเรียนต่อ เราก็เดินเตร็ดเตร่ออกมาจากร้านหนังสือจนถึงป้ายรถเมล์ คะนิ้งถามขึ้นมาหน้ามุ่ยๆ เธอดูเหมือนจะตีผมด้วย ให้ตาย... ตั้งแต่ผมยอมลงให้เธอคะนิ้งก็ดูจะดุใส่ผมขึ้นเรื่อยๆ แล้วว่ะ น่ากลัวชิบหาย

ส่วนเรื่องไอ้น้องคะเนไรนั่น... ก็นะ ผมไม่รู้ว่ามันจะเอาไปฟ้องเฮียคะนองทีหลังรึเปล่าว่าผมตามจีบน้องสาวของแม่งอยู่ แต่เอาเหอะ จะฟ้องก็ฟ้องไป ผมไม่กลัว

“ก็ที่พูดว่าจะเป็น...” เธอทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ดูเหมือนอายจนพูดไม่ได้

“พ่อทูนหัว?” ผมเลิกคิ้ว แล้วพูดให้แทน

“ชะ... ใช่” เธอมองผมหน้าเหวอๆ แต่ก็ยอมรับอยู่ดีว่าคิดมากเรื่องที่ผมพูดงั้นไป

“ทำไม เราพูดไรผิดวะ”

“... ก็เรายังไม่ได้คบกัน” คะนิ้งพูดเสียงอ้อมแอ้ม แล้วผมก็นิ่งไปนิดหน่อย

นิ้งพูดแบบนี้อีกแล้วว่ะ

“ดีแค่ไหนเเล้วที่เราไม่พูดว่าอยากเป็นผัวเธอ” ผมพูดออกไปตามตรง ก็ผมคิดงั้นจริง ถูกมั้ย ผมไม่ได้อยากเป็นเพื่อนเธอ ทำไมผมต้องโกหกด้วยวะ “เราจะไม่พูดสิ่งที่เราไม่อยากพูด เข้าใจยัง”

“แต่...” เธอเงยหน้ามองผม ใบหน้าของนิ้งแดงจัดเมื่อเธอเถียงไม่ได้ “แต่เรา...”

“เราไม่ได้อยากเป็นเพื่อนเธอ นิ้ง” ผมย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วคว้าข้อมือเธอเข้ามาบีบไว้แน่น

“...”

“เราอยากได้เธอเป็นเมีย”

“...!

“เธอคิดว่าที่เราทำอยู่ตอนนี้เพื่อนมันทำให้กันเหรอ?” ผมไม่สนว่าที่ที่เราหยุดยืนอยู่จะเป็นป้ายรถเมล์ ไม่สนใจว่าใครจะมองบ้าง ผมแค่อยากให้นิ้งรู้ว่าจุดประสงค์ของผมมันชัดเจนมาตั้งแต่แรก “คนเป็นเพื่อนกันมันไม่ทำขนาดนี้หรอก”

แล้วผมก็จะไม่เปลี่ยนใจเหมือนกัน

 

ผมนั่งรถสองแถวมาส่งนิ้งที่บ้าน วันนี้ไม่ได้เอารถมาเพราะแขนผมเจ็บ แต่เพราะอยากเจอหน้าเธอผมเลยถ่อสังขารมาหาถึงหน้ามหาลัย

ผมเจ็บแขนอยู่ก็จริง แต่จะเจ็บมากกว่าถ้าไม่ได้เจอหน้าหรือไม่ได้ยินเสียงนิ้งเลยทั้งวัน

ไม่มีใครเข้าใจหรอกว่ะ สามวันเหี้ยไรนี่ ผมเหมือนคนบ้าที่เอาแต่นั่งนึกหน้าหวานๆ ของคะนิ้งอยู่ได้ตลอดเวลา คิดถึงก็คิดถึง แต่จะโทรหาก็ไม่ได้ ทักไปคุยด้วยก็ไม่ได้ โทรศัพท์แม่งอยู่ที่พ่อผม ให้ทำไง

ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก พ่อผมเป็นตำรวจ

แล้วก็เป็นคนเดียวกับที่จับผมเข้าไปนั่งเล่นในตารางคุมความประพฤติสามวันเต็มด้วย พ่อไม่พอใจที่ผมก่อเรื่อง แต่จะให้ทำไงได้วะ ก็พวกมันมาหาเรื่องผมก่อน ก็เลยเผลอลงแรงไปนิดหน่อย

สภาพผมเละใช้ได้ แต่ไอ้เวรนั่นยิ่งกว่า ผมเล่นมันจนต้องนอนให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาล ปกติผมไม่ใช่คนชอบใช้ความรุนแรง แต่เพราะมันมีอาวุธแล้วฟาดแขนผมจนกระดูกแขนเกือบร้าว มันทำร้ายผมด้วยวิธีสกปรกก่อน ผมเลยใช้วิธีเดียวกันกลับไปบ้าง

แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับเรื่องของนิ้ง

กลับมาในเวลาปัจจุบัน

คะนิ้งหันมามองหน้าผมที่ยืนอยู่หน้าห้องของเธออย่างกระอั่กกระอ่วน เพราะผมดึงดันที่จะขึ้นไปส่งเธอถึงห้องให้ได้ ถึงจะถูกเธอเดินหนีหรือไล่ผมก็ไม่ยอม จนนิ้งไม่มีทางเลือก

ใช่ ผมก็แค่อยากให้เธอรู้สึกไม่มีทางเลือก

“กลับไปได้แล้ว” เธอพูดกับผม แต่ผมกลับเดินเข้าไปใกล้คะนิ้งจนประชิดตัว แล้วดันเธอจนแผ่นหลังเล็กๆ นั่นชิดกับบานประตูแบบไม่ให้นิ้งได้ตั้งตัว เธอเบิกตากว้าง หน้าขึ้นสีจนเห็นได้ชัด “ฉะ... ฉลาม”

เธอคงไม่รู้... ความคิดถึงมันน่ากลัว

“นิ้ง...” ผมเรียกชื่อเธอ เอื้อมมือมาแตะแก้มของเธอไว้ เธอทำให้ผมเหมือนคนไม่รู้จักพอว่ะ ยิ่งอยู่ด้วยกันเธอก็ยิ่งทำให้ผมกลายเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

เพราะต่อมาผมก็เลื่อนใบหน้าเข้าไป กดริมฝีปากเข้าที่ริมฝีปากของคะนิ้งที่สะดุ้งทั้งตัวอย่างรวดเร็ว

หน้าห้องไม่มีใครอยู่ ไม่มีกล้องวงจรปิดอยู่เเถวนี้ ผมเลยเอื้อมมือไปรั้งเอวเธอเอาไว้แล้วทำให้จูบของเรามันลึกซึ้งกว่านี้อีกหน่อย

“อื้อ...” นิ้งครางแผ่วๆ ในลำคอเมื่อผมเบี่ยงองศาของใบหน้าแล้วทำให้ตัวของเธอร้อนมากขึ้น มันช่วยไม่ได้ว่ะ ผมพยายามอดทนแล้ว แต่ก็อย่างที่บอกว่าถ้าตัวเองทนไม่ไหว... ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

ผมอาศัยจังหวะที่เธอเผลอคว้ากุญแจจากมือเธอไขประตูให้เปิดออกหลังจากผละริมฝีปากออกไปแล้วซบไหล่ของเธอเพื่อให้มองข้างหน้าได้ถนัด ผมดันเธอให้เดินเข้าไปข้างใน ปิดประตูแล้วล็อกมันอย่างเงียบเชียบ โยนกุญแจไปทางอื่นแล้วดันหลังพิงประตูไว้เพื่อจู่โจมนิ้งที่กำลังมึนงงในทันที

ผมจูบเธออีก จูบเหมือนคนไม่รู้จักพอ ดึงให้เธอเอนมาซบกับอกแล้วคว้าท้ายทอยของเธอเอาไว้ไม่ให้เธอผละออก คะนิ้งพยายามจะดิ้นและผลักผมอยู่หลายครั้งทันทีที่เธอรู้สึกตัว แต่ผมจะไม่ปล่อยเธอง่ายๆ ผมผละริมฝีปากออกไป แล้วแตะริมฝีปากลงที่ซอกคอด้านในสุดของเธอ แหวกกลุ่มผมของเธอออกแล้วกัดผิวของนิ้งเบาๆ

“อะ... หยุดนะ”

เสียงของเธอเหมือนร่างเล็กกำลังทำอะไรไม่ถูกกับสถานการณ์แบบนี้ ผมสงสารที่เป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมอดทนไม่ไหว คะนิ้งเข่าอ่อนตอนที่ผมเม้มผิวเธอตรงช่วงไหปลาร้า มันทำให้ผมต้องลงไปนั่งด้วย แผ่นหลังของผมพิงประตู ในขณะที่กอดเธอเอาไว้แน่น

“ฉลาม... อึก เจ็บนะ” เสียงของเธอไม่มีพลังเลยว่ะ แรงของเธอก็น้อยมากเพราะนิ้งเป็นผู้หญิง ผมก็เลยเลื่อนใบหน้าเข้าไปจูบเบาๆ ที่แก้มของเธอเพื่อบอกเธอว่าผมจะทำแค่นี้

“โทษนะ... จะไม่ทำให้เจ็บ” ผมสบตากับเธอแค่สักพักหนึ่ง เพราะต่อมาร่างเล็กก็อยู่ในอ้อมกอดผม “คิดถึงว่ะ”

“...”

“ขอโทษ... แต่คิดถึง” ผมพูดเสียงอ่อน ไม่อยากทำแบบนี้หรอก ผมไม่อยากให้เธอกลัวผมเวลาผมทำอะไรวู่วาม แต่วันนี้ไม่ไหว ตอนเธอดันออกเธอโดนแผลที่แขนผมนะ แต่ผมกลับไม่รู้สึกอะไรเลย รู้สึกว่านิ้งจะเริ่มดิ้นน้อยลงเพราะแผลตัวเอง “... แค่คิดถึงเฉยๆ”

“ปะ... ปล่อยได้แล้ว” เธอพูดได้แค่คำนี้ ตัวของเธอร้อน ผมว่าเธอกำลังเขินอยู่ว่ะ

พูดแล้วก็อยากเจ็บทุกวัน เธอจะได้ถนอมผมอย่างงี้ตลอดเวลา

“ชอบว่ะ” ผมไม่สนใจมือของนิ้งที่ผลักเบาๆ ที่แผ่นอก แต่กระซิบที่ข้างหูกลับไป

“อะ” ผมแตะริมฝีปากลงที่ใบหูของเธอเบาๆ ตอนที่พูดมันก็...

“... ชอบเธอว่ะ”

คะนิ้งนิ่งไปทันทีเมื่อผมพูดแบบนั้น ความหมายมันลึกซึ้ง ผมไม่รู้ว่าเธอจะเข้าใจความรู้สึกของผมได้มากน้อยแค่ไหน เพราะมันก็เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ผมจู่โจมเธอเมื่อกี้ เธออาจจะคิดว่านี่ก็แค่คำปลอบใจก็ได้

“แต่... แต่ฉลามก็ไม่ควรทำแบบนี้” เธอพูดเสียงสั่นๆ แต่มันกลับดูอู้อี้เพราะใบหน้าเล็กจมอยู่บนแผ่นอกของผม ผมไม่รู้ว่าตัวเองชอบผู้หญิงคนนี้ได้มากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมแค่อยากใช้ทุกช่วงเวลาอยู่กับเธอ

ผมกอดเธอไว้แนบอกอย่างไม่อยากปล่อยให้ไปไหน เลื่อนหน้าลงไปพูดที่ข้างหูของเธอเบาๆ

“ก็ชอบ... ก็เลยทำ” คะนิ้งหน้าแดงและผลักผมออกในทันที เธอผลักผมเบามาก แต่มันเป็นผมเองที่ดันตัวเองออก เราสบตากันในความเงียบ แม้ว่าเธอจะนั่งอยู่ แต่เธอก็ยังตัวเล็กกว่าผม

ผมยิ้ม แล้วลูบที่แก้มของเธอเบาๆ มันนุ่มดี

“แต่... แต่เรายังไม่ได้ชอบ...” เธอพูดแบบนั้น แต่กลับหน้าแดงจัดให้กับปลายนิ้วของผม

ผมรู้... เธอกำลังใจอ่อน ทีละนิดก็ยังดี

“คิดว่าเราสนเหรอ” ผมเลิกคิ้ว ต้อนเธอจนร่างเล็กต้องเบี่ยงตัวหนี “เธอคิดว่าไง... ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ในห้องสองต่อสอง”

“อะ...” คะนิ้งอุทานและสะดุ้งสุดตัวเมื่อผมขยับจนปลายจมูกชิดกับต้นคอของเธอ ผมเห็นรอยแดงๆ ที่ต้นคอด้านในจากฝีมือของตัวเอง แล้วก็อยากทำให้มันชัดมากกว่านี้ ผู้ชายคนอื่นจะได้รู้ว่าเธอมีเจ้าของแล้ว

ถึงผมจะไม่มีสิทธิ์ แต่แล้วไงวะ? ถ้าผมอยากทำผมก็จะทำ

ไม่มีใครห้ามผมได้ นิ้งก็ห้ามผมไม่ได้เหมือนกัน

“จะหนีเราไปไหนวะ”

“ยะ... หยุดได้แล้ว กลับบ้านไปได้แล้วนะ” เธอพยายามผลักผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มันก็ไม่เคยที่จะทำให้ผมสะเทือนเลยสักครั้ง

“นิ้ง... เธอคิดว่าพาเราเข้ามาในห้องเเล้วเราจะยอมออกไปง่ายๆ เหรอวะ”

ผมถาม แต่ไม่ได้จริงจัง ไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะในเวลานั้นผมกำลังจะแนบริมฝีปากลงที่ปลายคางของเธอเบาๆ คะนิ้งสะดุ้งอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ เธอพยายามเอนตัวหนีแต่ผมก็คว้าต้นแขนของเธอเอาไว้ไม่ให้เธอดิ้น แล้วเลื่อนริมฝีปากขึ้นไปบนผิวแก้มของร่างเล็ก จนถึงปลายจมูก และจะแตะลงที่ริมฝีปากของเธอ

ถ้าไม่ติดที่ว่า...

ติ๊ง

เสียงไลน์เข้าจากโทรศัพท์ของผมดันดังขึ้นแทรกซะก่อน ผมผละออกจากตัวของคะนิ้งทันที ส่วนเธอก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก และทำท่าจะลุกขึ้นเดินหนีไปทางอื่น แต่ผมกลับโอบเอวของเธอให้เข้ามาอยู่ระหว่างเข่าทั้งสองข้างของผมแทน

ผมกดโทรศัพท์ดูข้อความต่อหน้านิ้ง อยากให้เธอรู้ว่าผมจริงใจ แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่ทำแบบนั้น

เพราะว่าคนที่ส่งข้อความมาหามันกลับเป็นคนในอดีตที่ผมตัดใจลืมไปได้นานแล้ว

P’row : ฉลาม เราคิดถึง

P’row : เราอยากเจอ

ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นพราวที่ส่งมา เธอคือคนที่ผมเคยคบเมื่อไม่กี่ปีก่อน ตอนนี้ก็หลายเดือนแล้วที่ผมไม่สนใจหรือไม่แคร์อะไรที่เกี่ยวกับเธอเลย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในตอนที่คบกันผมให้เธอเต็มที่เกือบพอๆ กับนิ้ง

เธอบอกเลิกผมเพื่อไปหาคนใหม่ เรื่องสำคัญอยู่ที่ว่าไอ้เวรนั่นมันดันเป็นศัตรูเก่าของผม ถ้ายังจำที่เด็กมัธยมพวกนั้นพูดถึงกลุ่มสมิงดำได้ หัวหน้ากลุ่มนั้นมันชื่อว่า อักระ และหลังจากนั้นกลุ่มของมันก็หมดอิทธิพลไปด้วยฝีมือของผมกับไอ้เดี่ยว

มันเป็นคนเดียวกับที่พราวทิ้งผมเพื่อไปหา แล้วก็เป็นคนเดียวกับที่ผมเล่นจนลูกน้องมันต้องไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล มันไม่ได้มาทำร้ายผมตรงๆ แต่ส่งลูกน้องมาเล่นสกปรกแทน

ถึงแขนผมจะเจ็บ แต่ถ้ามันยืนอยู่ตรงนี้ผมก็คงไม่ลังเลที่จะซัดหน้ามันเหมือนกัน

ผมนั่งนิ่ง มองปฏิกิริยาของนิ้งที่นั่งอยู่ข้างหน้า เธอจ้องหน้าจอโทรศัพท์ในมือผม มองข้อความในนั้น แล้วเริ่มเม้มปาก

เธอกำลังคิดอะไรอยู่?

ผมไม่รู้ว่ะ... ผมทำได้แค่หลบมือที่ถือโทรศัพท์ออกห่างจากใบหน้าเธอมาอยู่ตรงหน้าตัวเองเงียบๆ แล้วตอบข้อความของพราว

พี่หลามคนจริง : ได้ วันนี้เลยดิ

แต่มันไม่จบแค่นั้น

พี่หลามคนจริง : เอาไอ้อักระมาด้วย

ถ้าคิดถึง ผมมั่นใจว่าต้องไม่ได้มีแค่พราวที่คิดถึงผมแน่

เรื่องที่มันทำแขนผมเจ็บ... ต้องได้สะสางในวันนี้

[SALAMDU : SIDE END]

 

ฉันเห็นข้อความของฉลามดุ

แต่ฉันทำเป็นเก็บเงียบ ทำเหมือนไม่รู้เรื่อง แล้วก็ไม่ได้สนใจทั้งๆ ที่ในใจฉันรู้สึกกระวนกระวายนิดหน่อย ฉันแค่รู้สึกว่า... ฉันคิดมากเกินไปรึเปล่านะ ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นแค่เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานของเขาก็ได้นี่

แล้ว... แล้วฉันก็ไม่ได้รู้สึกแย่สักหน่อย ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกด้วยซ้ำ

เราไม่ได้คบกันนี่เนอะ

“เราไปก่อนนะ” ฉลามดุผุดลุกออกจากตัวของฉันทันทีที่ตอบข้อความของเธอด้านหลังฉันเรียบร้อย จู่ๆ ฉันก็รู้สึกหน้าชานิดๆ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นที่เขาจู่โจมฉัน ฉันพยายามผลักเขาออก ฉันอยากให้เขาออกไปจากห้องเร็วๆ

แต่ตอนนี้มัน...

“ไปไหนเหรอ?” ฉลามดุมองหน้าฉัน แววตาของเขาก่อนหน้านี้แข็งกร้าวมากขึ้นเหมือนว่ากำลังจะไปจัดการอะไรกับใครเลย

“นิ้งไม่รู้จักหรอก” แต่คำตอบของร่างสูงที่เหมือนไม่อยากให้ฉันถามอะไรอีกกลับทำให้ฉันรู้สึกแย่ ฉันน้อยใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เม้มริมฝีปากแน่นขึ้นเมื่อเขาเอื้อมมือทำท่าจะมาแตะที่ข้อมือของฉัน แต่ฉันกลับขยับมือหนีเขา

“กะ... กลับไปได้แล้วล่ะ” ฉันไล่ทั้งๆ ที่ในใจไม่เป็นแบบนั้น ฉันสับสน ฉันยังไม่ได้ชอบเขา แต่ฉัน... ฉันไม่อยากให้เขาไปเลย “รีบกลับเลยนะ”

“ไล่ทำไมวะ” ร่างสูงมีสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ฉันกลับใช้แรงทั้งหมดผลักเขาออกจากห้อง แล้วปิดประตูใส่อย่างเบามือ ฉันได้ยินเสียงเขาเคาะประตูเหมือนงุนงงกับท่าทีของฉัน ฉันก็เลยรีบเดินหนีเข้าไปที่ห้องนอนทันที

ฉันเอาหน้ามุดลงกับหมอน ไม่ได้อยากร้องไห้ แต่ในใจฉันมันแค่... มันก็แค่โหวงๆ นิดหน่อยเท่านั้นเอง

แต่ฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำแบบนี้ทำไม ฉันโมโหใส่ฉลามดุทำไมกันนะ

ไม่มีสิทธิ์ทำอย่างงั้นสักหน่อย

 

ฉันนอนอยู่ภายในห้องจนตกเย็น

ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ แต่หิวนิดหน่อย ก็เลยลุกขึ้นออกไปทำอาหารเงียบๆ แต่กลับพบว่าในตู้เย็นไม่มีอะไรเลย มันว่างเปล่า... มันว่างเปล่าเหมือนความรู้สึกของฉันเลย

ฉันถอนหายใจ ส้มหวานยังไม่กลับมา ห้องก็เลยยิ่งเงียบ ฉันครุ่นคิดอยู่สักพัก ต่อมาก็ตัดสินใจคว้ากระเป๋าใบเล็กแล้วออกจากบ้านโดยล็อกห้องอย่างเรียบร้อย

ฉันจะลงไปซื้อของที่ซุปเปอร์น่ะ

ซุปเปอร์ที่ว่านั้นอยู่ในห้างขนาดใหญ่ไกลจากหอพักของฉันนิดหน่อย ฉันนั่งรถเมล์มาถึงก็เดินเข้าไป คนเดินสวนกันออกมามากมาย เพราะวันนี้เป็นวันหยุด (ที่ฉันมีเรียนเช้า) วันนี้เลยมีคนเยอะกว่าปกติ ฉันเดินผ่านจะเข้าไปในประตูทางเข้า แต่กลับต้องชะงักเมื่อเดินสวนกับใครบางคน

ฉลามดุเหรอ... กับผู้หญิงคนนึง ฉันจำเสื้อของเขาได้

ฉันหันกลับไปมองทันที แล้วก็เห็นว่าเป็นแผ่นหลังกว้างของเขาที่ยืนอยู่กับผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ฉันอยากจะเรียกเขาแต่ก็ไม่กล้า เขาไม่เห็นฉันอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อกี้เพราะร่างสูงหันหน้าไปทางอื่นตอนที่เดินผ่านกัน จนเขาหยุดเดินเพราะผู้หญิงคนนั้นร้องไห้

“ระ... เราคิดถึงฉลามนะ ทำไมต้องพูดแบบนี้” ผู้หญิงคนนั้นพูดเสียงสั่นเครือเหมือนก่อนหน้านั้นถูกเขาพูดอะไรไม่ค่อยดีนักใส่ ฉันไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งคู่ แต่ต่อมาก็รู้สึกโหวงๆ เมื่อเธอทำเหมือนจะเข้ามากอดฉลามดุ แต่สายตาของเขาน่ากลัวเกินกว่าเธอจะกล้าเข้าไปหาได้

“เราถามตั้งแต่เมื่อกี้ เธอไม่ได้ยินไง?” เขาพูดเรื่องอื่นโดยเลือกที่จะไม่ไยดีคำที่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าคิดถึงเลย “ไอ้อักระอยู่ไหน”

“ทำไมอ่ะ ทำไมมาเจอกันแต่ถามแค่เรื่องอัก” เธอถาม และยังคงไม่หยุดร้องไห้ ในขณะที่ฉันเริ่มขยับตัวไปหลบอยู่หลังเสากลมขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าประตูทางเข้าแทนเพราะไม่อยากให้พวกเขาเห็น

ฉันไม่ได้อยากรู้เลยนะ แต่... แต่ฉันแค่อยากเห็นว่าเธอเป็นอะไรกับเขา

“นี่ไม่รู้จริงๆ เหรอวะ” ฉันชะงักเมื่อได้ยินเสียงของฉลามดุที่แข็งกร้าวกับผู้หญิงเป็นครั้งแรก เพราะปกติเขาจะพูดน้ำเสียงโทนนี้กับผู้ชายด้วยกันเท่านั้น ร่างสูงคว้าต้นแขนของเธอแล้วกระชากเข้ามาหาตัวทันที “เธอเห็นสภาพเราปะพราว”

“...”

“เราโดนพวกมันลอบกัดจนสภาพบัดซบแบบนี้ เธอคิดว่าเรายังจะทำใจคุยกับเมียมันได้ลงเหรอ?”

“...”

“แล้วยิ่งเป็นเมียที่เป็นอดีตแฟนเรา... เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าทำไม”

“แต่เรา... ฮึก”

“ไม่ต้องมาคิดถึงเรา ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว” ฉลามดุพูดอย่างเย็นชา เขาปล่อยมือจากแขนเธอทันที แล้วฉันก็เห็นว่ามันเป็นรอยแดง ร่างสูงหันหน้าหนีแล้วเดินไปทางอื่นทันที แต่ผู้หญิงที่ชื่อพราวกลับคว้าข้อมือของเขาเอาไว้

“จะไปก็ไปง่ายๆ อย่างงี้น่ะเหรอฉลาม” เธอถามทั้งน้ำตา

“เออ”

“เธอยังไม่ได้ฟังคำอธิบายของเราเลยนะ”

“เราฟังมาเยอะ ตั้งแต่ที่เธอหักหลังเราแล้วว่ะ” เขาหันมาพูดอย่างหมดความอดทน แล้วดึงแขนเธอออกทันที “แค่ขี้เกียจฟังคำแก้ตัวของเธอแล้วไง ผิดเหรอ?”

“แต่... แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่คำแก้ตัวแล้วนะ” เธอพูดเสียงสั่นมาก แล้วเขาก็นิ่งไป

“แล้วไง” เขาถามย้อนด้วยสีหน้าหงุดหงิด “จะบอกว่าไอ้เวรนั่นทิ้งเธอแล้ว?”

“... อืม”

ฉันเห็นว่าสีหน้าของฉลามดุดูตกใจเหมือนเขาคาดไม่ถึงว่าการพูดประชดส่งๆ มันจะเป็นความจริง ฉันที่ฟังทั้งหมดเริ่มปะติดปะต่อทุกอย่างได้นิดหน่อย ฉันพอจะเข้าใจความรู้สึกของเขานะ เพราะต่อมาร่างสูงก็กัดฟันแน่นแล้วสะบัดแขนของเธอออกอย่างแรง

“เลยมาหาเราว่างั้น” เขาพูดแล้วทำสีหน้าเหมือนเจ็บปวด “เฮ้ย เธอเห็นเราเป็นตัวเหี้ยอะไรวะ หมาเหรอ? หรือควาย”

“... ฉลาม”

“เป็นควายครั้งเดียวก็พอแล้วว่ะ ถ้าไม่คิดจะให้เราเคลียร์กับไอ้สวะนั่นก็อย่ามายุ่ง” ฉลามดุพูด เขาทึ้งหัวตัวเองเหมือนรู้สึกแย่ ก่อนที่จะเดินหนีไปทันที ฉันมองผู้หญิงที่ชื่อพราวที่ร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนใบหน้าของเธอแดงก่ำ และเพราะว่ามันอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า เธอกับฉลามดุเลยกลายเป็นจุดสนใจในทันที

ฉันมองเธอ ก่อนที่จะเม้มริมฝีปาก แล้วตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ควรทำ

ฉันเดินตามหลังของฉลามดุไป

“ฉะ... ฉลาม” ฉันเรียกเขาเมื่อเห็นว่าร่างสูงเดินหายเข้าไปในลานจอดรถ วิ่งตามเขาต้อยๆ เหมือนเด็กตามหาพ่อเมื่อเห็นว่าเขาไม่แม้แต่จะหันมามองเลย “ฉลาม”

ฉันเรียกเขาอีก แล้วร่างสูงก็ชะงักไปเมื่อได้ยินเพราะในลานจอดรถค่อนข้างเงียบ เสียงของฉันก็เลยก้องมากๆ

“นิ้งเหรอ” เขาหันกลับมามอง แล้วพอเห็นฉันก็เบิกตากว้างเหมือนตกใจที่ไม่คิดว่าฉันจะอยู่ที่นี่ “มาที่นี่ได้ไง?”

“เรา... เราหิวก็เลย...” ฉันไม่รู้จะแก้ตัวว่ายังไงดี แต่พอเห็นว่าเขามีสีหน้าที่ไม่ดีนักฉันก็หลบสายตาไปทางอื่น “... ขอโทษนะ”

“ขอโทษ? ทำไมวะ ได้ยินเหรอ” เขาถามสั้นๆ แล้วฉันก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบากแล้วพยักหน้าหงึกหงัก ร่างสูงก็เลยสบถออกมา “... เวรเอ้ย”

“เธอ... เธอเป็นแฟนของ...”

“อดีต” เขาแทรกขึ้นมาทันทีโดยที่ฉันยังพูดไม่ทันจบ “ก็แค่อดีตแฟน อย่าสนใจเลยว่ะนิ้ง”

“...”

“เราไม่ได้อยากมาเจอเค้า เราอยากมาเจอคนอื่น” เขาอธิบาย แต่ก็ยังคงมีสีหน้าที่ย่ำแย่ “ไม่คิดว่านิ้งจะอยู่ที่นี่”

จะให้ฉันบอกได้ยังไงว่าฉันแอบฟังเขากับผู้หญิงคนนั้นทะเลาะกันอ่ะ มันดูยังไงก็ไม่รู้

“ระ... รู้สึกแย่มั้ยอ่ะ” ฉันถามเขาทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเขารู้สึกยังไง แล้วร่างสูงก็แค่นหัวเราะ

“ให้โกหกดีมั้ยว่าโอเค” เขายิ้มทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากยิ้มเลย ส่วนฉันก็รู้สึกผิดที่ก่อนหน้านั้นไล่เขาออกจากห้องไปทั้งๆ ที่ไม่รู้อะไรเลย “นิ้งก็รู้ว่าเราคิดไรเราก็พูด”

“...”

“เราแค่... รู้สึกไม่ค่อยดีพอคิดเรื่องเก่าๆ” เขาเหมือนจะยกมวนบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ แต่ไม่ทำเพราะมีฉันอยู่ด้วย “คนเคยโดนหักหลัง ยิ้มไม่ออกหรอก”

“...”

“เราไม่ได้อยากให้นิ้งรู้เรื่องบัดซบพวกนี้ไง มันเป็นแค่อดีต เล้วมันก็เป็นเรื่องของเรากับไอ้เวรนั่น” เขาคงหมายถึงผู้ชายที่ชื่ออักระที่ผู้หญิงที่ชื่อพราวพูดถึงใช่มั้ยนะ “เราหงุดหงิด แต่เรื่องของพราวเราไม่แคร์อยู่แล้ว”

“...”

“เราไม่ลืมว่าปัจจุบันเราจีบใครอยู่” ฉันหน้าร้อนวูบขึ้นมาเมื่อเขาพูดพร้อมกับเอนหลังพิงรถอย่างเงียบเชียบ “เราไม่รู้ว่านิ้งได้ยินอะไร แต่แค่อยากบอกให้รู้ว่าเราจริงใจ”

“อะ... อื้อ” ฉันครางรับ แล้วระหว่างเราก็ตกอยู่ในความเงียบทันที จนฉลามดุขยับตัวแล้วหันมามองหน้าฉันที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ด้วยแววตาที่อ่อนลง

“ขอบใจที่อยู่ฟังเราพล่ามนะ กลับบ้านมั้ย เดี๋ยวไปส่ง” เขาพูดเหมือนเมื่อกี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ในขณะที่ฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าฉลามดุที่ทำทีเปลี่ยนเรื่องด้วยความรู้สึกบางอย่าง “หรือยังไม่ได้ซื้อของ? เราจะได้ไปช่วย...”

“ฉลามจะไปที่ไหนต่อเหรอ” ฉันโพล่งถามเรื่องอื่นเพราะกินอะไรไม่ลงแล้วพอรู้เรื่องของเขา แล้วก็ไม่อยากให้เขาเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนั้นด้วย ฉลามดุนิ่งไปเมื่อเขาเปิดประตูรถ ร่างสูงเงยหน้าขึ้นสบตากับฉันอย่างไม่เข้าใจ

“ว่าไงนะ”

 

ฉลามดุบอกว่าถ้าส่งฉันเสร็จเขาก็จะไปบ้านเพื่อนของเขาต่อ

ฉันก็เลยตามไปด้วย เพราะคิดว่าฉลามดุปกป้องฉันได้ถ้าถูกทำอะไรขึ้นมา แล้วถ้าเขาดื่มเหล้า เขาจะได้ดื่มไม่มากเพราะมีฉันอยู่ด้วยนั่นล่ะ

ตะ... แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ฉันไม่ต้องมากับเขาแบบนี้ก็ได้นี่

แต่มัน...

“ถ้าอยากกลับก็บอกได้นะ”

ฉันสะดุ้งน้อยๆ แล้วหันไปหาเมื่อฉลามดุพูดขัดความคิดของฉันขึ้น เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพูดดีกับฉัน ฉันนั่งอยู่ข้างๆ เห็นลูกน้องคนเดิมๆ ของเขานั่งกินกันเงียบๆ อย่างเข้าใจอารมณ์ของร่างสูงอยู่รอบๆ โต๊ะ แต่ไม่มีเล้งเพราะเขาติดงานซ่อมอู่ จะแปลกก็แต่เพื่อนของเขาคนนั้น

“เธอๆ น้องคะน้าตอนอยู่ที่บ้านเป็นไงวะ” เห็นฉลามดุบอกว่าเขาชื่อเดี่ยว ตั้งแต่มาที่นี่เขาเอาแต่ถามเรื่องของคะน้า น้องสาวของฉันอยู่ตลอดเวลาจนฉันเริ่มตอบไม่ถูก “แล้วมีรูปตอนเด็กๆ ปะ?”

“เอ่อ...”

“ไอ้เดี่ยว เลิกวอแวนิ้ง” แต่ฉันยังไม่ทันตอบฉลามดุก็โพล่งขึ้นมาซะก่อน เขาดูอารมณ์เสียมากขึ้นกว่าเดิมอีก “มาคุยกับกู”

“เรื่องอะไร?”

“ไอ้อักระ”

“แล้วมึงจะพูดเรื่องไอ้เหี้ยอักบ่อยๆ ให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ ถามจริง” เดี่ยวหันไปพูดกับฉลามดุอย่างหัวเสีย จะว่าไปเรื่องนี้ตั้งแต่มาที่นี่เขาก็คุยเรื่องนี้กันเงียบๆ อยู่พักใหญ่แล้วล่ะ ทุกคนรู้เรื่องนี้กันหมด แล้วถ้าฉันไม่บังเอิญเจอเขาที่นั่น... ฉันเองก็ยังไม่รู้หรอก “มันส่งพราวมาแล้วไง?”

“มึงก็ดูสภาพกูเอา” ฉลามดุพูดอย่างจริงจังแล้วถลกแขนเสื้อขึ้น ฉันเห็นรอยช้ำ รอยแผล และผ้าพันแผลที่แขนของเขา มันดูหนักมากขึ้นกว่าตอนที่ฉันเห็นเมื่อเช้าเสียอีก ใบหน้าของเขาที่พอเอาผ้าพันแผลออกแล้วก็เป็นรอยแผลเหมือนถูกของมีคมบาดด้วย “มันเล่นไม่ซื่อกับกูก่อน แล้วยังส่งพราวมา มึงคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“แค้นที่ถูกล่มกลุ่มขนาดนั่นเลยเหรอวะ” เดี่ยวทำสีหน้าหงุดหงิด “มึงไม่โทรเรียกพวกกู จะได้มาช่วย”

“มันมีแค่ห้าคน กูจัดการได้” ฉันเหวอไปเลย เขาคนเดียวกับคนตั้งห้าคนเนี่ยนะ นะ... นี่เขาบ้ารึเปล่าเนี่ย

“แต่สภาพทุเรศกลับมา” เดี่ยวย้อน แล้วฉันที่นั่งฟังเงียบๆ ก็เผลอพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย “แล้วไอ้พวกนั้นอยู่ไหน?”

“ตัวนำอยู่โรงพยาบาล อีกสี่ขังคุกแยกกับกู พ่อกูคุมอยู่” ฉลามดุพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วเอาแขนเสื้อลงตามเดิม เขาเหลือบมองฉันที่มองเขาอย่างหวาดๆ ส่วนฉันก็รีบหลบตาหนีเพราะกลัวเขาถามเรื่องที่ฉันได้ยินเขาคุยกับคนที่ชื่อพราว คือ... คือฉันไม่อยากตอบอ่ะ “นิ้ง... เบื่อมั้ย?”

แต่เขาเปลี่ยนเรื่องแฮะ ดีจังเลย

“ไม่เลยจ้ะ” ฉันปฏิเสธ ทำอะไรไม่ถูกก็เลยคว้าแก้วที่อยู่ข้างๆ ยกขึ้นดื่มแก้เก้อ

แต่ทว่า...

“... อึ้ก!” กลิ่นฉุนกึกของเหล้าที่เข้าจมูกทำให้ฉันที่เผลอกลืนลงคอไปอึกใหญ่ชะงัก ท่าทางของฉันอยู่ในสายตาของฉลามดุตลอดเวลา คือ... คือฉันยังมีเรื่องที่ไม่ได้บอกเขาทั้งหมดอ่ะ ว่าที่ฉันไม่ชอบเหล้าเพราะฉันแพ้ พอฉันดื่มแล้วฉันจะปวดหัว ง่วงนอน แล้วก็...

ตุบ!

“เฮ้ย นิ้ง!!







นิ้งนางเข้าใจไรง่ายกว่าที่คิดนะเออ
มาอัพจนครบร้อยเลยอ่ะ ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้ก็ไม่รู้
#คนอะไรชมตัวเอง 5555555555555555
เเต่ตอนสุดท้ายไหงจบตัดดราม่าเเบบนี้เล่า เเหมมมมมม่
เม้นท์ไม่ขึ้นเลยนะ ชิ เดี๋ยวก็อัพไม่ขึ้นบ้างหรอก งอน
#อย่าตบเก๊านะ 5555555555555

เเฟนคลับถึง 2,000 กว่าๆ เเล้วววว ขอบคุณนะคับบบบ
ขอบคุณที่รักเเละติดตามพี่หลามเเละน้องนิ้งกันมากมายขนาดนี้น้า
เม้นท์ๆ โหวตๆ ให้เค้ากันหน่อยน้าที่รัก จุ้บๆ

เม้นท์เท่าที่ใจคุณมีต่อพี่หลามเเละน้องนิ้งเลยนะงับ
เม้นท์เยอะ กำลังใจเเยะ เดี๋ยวจะรีบมาอัพต่อให้เยยยย ><
* มีคำหยาบเล็กน้อยเพื่ออรรถรสนะงับ

- เปิดเจิมอีพี่เดี่ยวเน้อ -
ขอเปลี่ยนจากเรื่องเล้งที่เเต่งต่อจากพี่หลามเป็นอีพี่เดี่ยวเเทนนะคะ
อยากให้คู่หูฉลามเดี่ยวมาต่อกันก่อน
อีกอย่างรู้สึกเเซ่บกับพล็อตนาง 5555555555555
เรื่องเล้งส้มหวานค่อยเเต่งต่อจากอีพี่เดี่ยวก็เเล้วกันเนอะ จุ้บ 


ฝากเพจอีกสักที
เพื่อการติดตามที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เฮ้!
 
{ลิ้งค์เพจสำหรับคนที่เล่นในเเอพค่ะ}
 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

123,240 ความคิดเห็น

  1. #123239 PatcharamaiSiri (@PatcharamaiSiri) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 10:07
    นิ้งเมาละจ้า555
    #123239
    0
  2. #119159 noonam-piengfhun (@noonam-piengfhun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 13:32
    เออนิ้ง ก่อนจะหยิบอะไรดูก่อนมั้ยยยยยยย
    #119159
    0
  3. #104173 Issirikran (@PSRK) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:52
    พี่หลามไม่เอานะอย่าทำไรนิ้งนะเฮ้ย555555 เราต้องเป็นสุภาพบุรุษนะ
    #104173
    0
  4. วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 17:51
    เฮียดูจริงใจมากอะ แต่ๆนิ้งเมา ทำไงดี?? //หุหุ
    #63529
    0
  5. #52608 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 14:17
    เมียเมาค่าาาาาาา เก็บเข้าบ้านด่วน555555
    #52608
    0
  6. #40803 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 07:15
    มาค่ะ มาทดสอบความเจนเทิลแมนของหลามกัน555555555
    #40803
    0
  7. วันที่ 25 มกราคม 2560 / 23:26
    น้องนิ้งระวังพี่หลามนะ55555
    #34569
    0
  8. #28246 Namaba (@Namaba) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 22:36
    นิ้งเป็นอะไรรรรร
    #28246
    0
  9. #20222 wonki2 (@wonki) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 13:38
    นิ้งหลับ! เอ้า งามหน้าล่ะ o,O เดี๋ยวก็เส้ดพี่หลามคนจิงหรอก5555555
    #20222
    0
  10. #18915 NTUAM (@siazao) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 08:10
    ขำเดี่ยวววววว
    #18915
    0
  11. #16363 P.pleummm (@pleum_pt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 19:18
    อีผี๊ นิ้งของพี่!
    #16363
    0
  12. #15174 มัคคึมัค (@ppond23) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 17:24
    แล้วก็อะไรรรร
    #15174
    0
  13. #14105 talook_tuktik (@pprims2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 05:04
    ไม่งี่เง่าเท่าไหรแฮะ
    #14105
    0
  14. #13408 maipie (@maipie) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 14:51
    นิ้งงงง สลบเลยหรออออ
    #13408
    0
  15. #13214 Pradtana2232 (@Pradtana2232) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 17:10
    เฮีย...เมียเมาค่ะ
    #13214
    0
  16. #12827 นักอ่าน. (@ziintaeliin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:42
    อ่าวอึกเดียวดับเลย
    #12827
    0
  17. #12680 สวยพอเพียง -/- (@zukzonfz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 03:51
    นิ้งของเรา อึกเดียวก็ไปซะแล้ว.....
    #12680
    0
  18. #8128 thejittakorn23 (@thejittakorn23) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 20:43
    อ้าวนิ้งๆๆๆ
    #8128
    0
  19. #8020 2-CHAIR (@tellyou) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:50
    นิ้ง ไปซะละ -๏-
    #8020
    0
  20. #7118 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 23:52
    ตอนพราวโผล่มานี่เข้าใจครสพี่หลามอะโอ้ยยยยยโดนหักหลังมันเจ็บจริงๆนะเว้ย5555
    #7118
    0
  21. #7031 FC_Chen Yue (@giftzii_2011) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 09:08
    เกิดอะไรขึ้นอ่ะ
    #7031
    0
  22. #6111 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 18:47
    นิ้งสลบไปแบบนั้น 5555 ฉลามอย่าทำไรนิ้งนะ
    #6111
    0
  23. #5713 rinlaparn (@saiphan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 07:34
    นิ้งนี่เหมือนนางฟ้าเลยอ่ะ กินได้ไหม 5555
    #5713
    0
  24. #5366 เอเซียนะแจ๊ะ (@natchita-s) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 23:02
    มีแฟนเป็นนิ้งนี่ดีมากกก แต่มีแฟนเป็นพี่หลามจะดีกว่า555555
    #5366
    0
  25. วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 16:02
    เอ่าน๊อค เสร็จแน่ๆ
    #4850
    0