◊ HOOD [X] MANIA ◊ จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ

ตอนที่ 11 : ◊ HOOD [X] MANIA 10 ◊ เปราะบาง (1) {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    17 มี.ค. 62

 


ตอนนี้สามารถอ่านใน Dek-D WRITER ได้เเล้วนะคะ


10

เปราะบาง (1)

 

[SALAMDU : SIDE]

“อาการคนแพ้เหล้านะเฮียแบบนี้”

ผมถอนหายใจหนักเมื่อหลังจากที่นิ้งหยิบแก้วเหล้าผิดไปเธอก็ฟุบลงกระแทกโต๊ะทันทีจนผมตกใจ คิดว่าเธอเป็นอะไรไป ที่แท้ก็แค่แพ้เหล้าแต่ไม่รุนแรงมาก ผมพอเข้าใจที่เธอบอกว่ากินเหล้าไม่ได้แล้ว

ตอนแรกผมไม่คิดว่าจะเจอเธอตอนที่ผมออกไปเคลียร์กับพราว ผมไม่คิดว่าเธอจะได้ยิน แต่เอาจริงๆ ผมก็รู้สึกดีตั้งแต่เธอเลือกที่จะตามผมมาที่นี่แล้วว่ะ

“แล้วจะเป็นไง” ผมถามต่อเพราะไม่เคยเจอ ที่รู้ก็เพราะพวกน้องๆ ของผมมันมีญาติบางคนที่มีอาการแบบนี้ มันรู้ดี เวลามีอะไรผมก็ถามตลอด “จะต้องถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลอะไรมั้ยวะ?”

“ไม่หรอก น้องกูเคยเป็นอ่ะเฮีย บางคนก็เหมือนแพ้อาหาร บางคนก็ง่วง อาการไม่เหมือนกัน” ผมหันไปสำรวจนิ้ง เธอไม่มีผื่นขึ้นแต่แค่ทำปากเหมือนพึมพำอะไรอยู่ตลอดเวลา ดูเผินๆ ก็เหมือนคนเมาปกติ

ผมถอนหายใจสั้นๆ

“เออ เข้าใจแล้ว”

“ให้เค้าไปนอนข้างในมั้ยเฮีย?”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูดูเอง” มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ผมพูดเพราะไม่อยากให้คนอื่นมากังวลแทน ในขณะที่ไอ้เดี่ยวมองผมสลับกับคะนิ้งที่นอนฟุบอยู่กับโต๊ะแล้วกระตุกยิ้ม

“เมียมึงน่ารักดีนะ” มันคงรู้ว่าเธอมาที่นี่กับผมเพราะอะไร “ถ้าได้คบคงไม่ทิ้งมึงแบบพราวหรอก”

“กูรู้” ผมมองเสี้ยวหน้าหวานๆ ของเธอที่ขยับปากเล็กๆ งึมงำอยู่บนโต๊ะ แล้วค่อยๆ เอื้อมมือมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของเธอออกอย่างเบามือ ตอนแรกผมคิดว่าเธอจะไม่เข้าใจ คิดว่าเธอจะไม่แคร์ เพราะเธอก็ยังไม่ได้ชอบผมมากขนาดนั้น

แต่เธอกลับไม่งอแง เธอเป็นห่วงผมเลยตามมาที่นี่

... น่ารักดีว่ะ

“จะทำให้ชอบไปถึงไหน... ตอบเราหน่อยดิ” ผมกระซิบข้างหูของเธอโดยไม่มีใครเห็น ก่อนที่จะค่อยๆ ดันหัวของเธอให้ซบลงที่ไหล่ของผม แล้วคะนิ้งก็คว้าแขนของผมมากอดเอาไว้โดยอัตโนมัติ เธอเบียดตัวเข้ามาใกล้ผมนิดหน่อย แล้วเริ่มพูดคนเดียว

“ไม่ได้ชอบ... ไม่ได้ชอบสักหน่อย” คะนิ้งเพ้อเป็นประโยค แล้วผมพยายามจับใจความจากสิ่งที่เธอพูดเงียบๆ

“...”

“ไม่ได้ชอบนะ... ไม่ชอบ”

“... นิ้ง” ผมชะงักไปเมื่อต่อมาเธอเริ่มร้องไห้ออกมา น้ำตาของเธอเปื้อนแขนเสื้อของผม ในขณะที่ร่างเล็กจะสะอื้นจนตัวสั่น

“ไม่ชอบ... แต่เป็นห่วง” หัวใจของผมมันเต้นจนเหมือนจะระเบิด ผมแน่ใจว่าคนที่เธอพูดถึงคือตัวเอง แต่ไม่คิดว่าเธอจะพูดมันออกมา “ฮึก... เป็นห่วง”

... แต่เธอก็แค่เพ้อ

“นิ้ง ละเมอไง?”

“อื้อ... ฮึก” ผมแอบยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อเธอสำลักน้ำตา ก่อนที่จะวางแก้วเหล้าแล้วช้อนตัวเล็กๆ ของเธอขึ้นอุ้มทันที คนอื่นๆ มองมาเหมือนรู้ว่าผมจะไม่กินต่อแล้ว ผมหันไปมองไอ้เดี่ยว แล้วมันก็พยักหน้าไปทางรถใหญ่ที่จะให้ผมยืมไปก่อนโดยไม่พูดอะไร

ใช่ ผมจะพาเธอกลับ

แต่ผมไม่ได้จะไปส่งนิ้งที่บ้านหรอก

 

นิ้งละเมอแถมยังสะอึกมาตลอดทาง จนผมอุ้มเธอเข้ามาภายในห้อง

... แต่ไม่ใช่ห้องเธอ

“ฮือ... ที่ไหนอ่ะ” คะนิ้งร้องไห้ไม่หยุด เธอเหมือนรู้ว่านี่ไม่ใช่ห้องของเธอ ร่างเล็กเกาะผมเอาไว้แน่นเหมือนไม่อยากลงพอผมจะวางเธอลงบนเตียง

“ปล่อยมือก่อน” ผมพูดสั้นๆ เพราะกลัวว่าเธอจะเหม็นกลิ่นเหล้า แต่นิ้งกลับส่ายหน้า เธอขยับตัวจนผมต้องกำชับตัวเธอแน่นขึ้น

“ไม่เอา... หนูอยากอยู่ด้วยค่ะ” จู่ๆ เธอก็แทนตัวเองว่าหนูแล้วกอดรอบคอของผมเอาไว้แน่น จนประโยคต่อไปของเธอทำให้ผมชะงัก “... หนูอยากอยู่กับพ่อ”

พ่อ?

“นิ้ง เราฉลาม” ผมเรียกสติเธอ แต่คะนิ้งกลับเอาแต่ส่ายหน้าสลับกับร้องไห้อย่างไม่รับรู้จนหน้าแดงก่ำไปหมด ผมนั่งลงบนเตียงโดยที่เธอยังไม่ยอมผละมือออก แล้วเรียกชื่อเธอให้ปล่อย “นิ้ง”

แต่พอผมทำแบบนั้น คะนิ้งก็เริ่มจิกเล็บลงบนหลังคอผมเบาๆ

“หนูคิดถึงพ่อ... ฮึก” เธอเริ่มเพ้อ ทำสีหน้าเจ็บปวดแล้วสะอื้นออกมาจนตัวสั่นไปหมด “พวกเขาใจดีกับหนูมาก ฮึก... แต่หนูคิดถึงพ่อ”

“...”

“นะ... หนูอยากอยู่กับพ่อ”

“...”

“หนู... อื้อ” ผมเลื่อนใบหน้าเข้าไปแตะริมฝีปากของเธอเพื่อหยุดไม่ให้เธอพูดมันอีกด้วยปากของผม ร่างเล็กครางเสียงแผ่วกลับมา ตัวของเธอกระตุกหลายครั้ง แต่เธอกลับกอดผมเอาไว้แน่นแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นในลำคอเมื่อผมผละออกไป

ผมเข้าใจ เธอเป็นเด็กกำพร้า คะนิ้งอ่อนแอ... เธอน่าทนุถนอมมากสำหรับผม

“เงียบ” ผมกระซิบ แล้วจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ “เราอยู่กับเธอแล้วไง”

“ฮึก...”

“หยุดร้อง เข้าใจมั้ย” เธอเชื่อฟังผม คะนิ้งหยุดสะอื้นทันที แต่กลับกอดผมแน่นขึ้นอีกจนผมเหมือนจะหายใจไม่ออกเพราะแรงรัดจากอ้อมกอดของเธอ

“ยะ... หยุดร้องแล้วค่ะ” เธอพึมพำออกมาทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่ ปากเล็กๆ นั่นแนบอยู่กับต้นคอผม พอเธอพูดผมเลยรู้สึก “หยุดร้องแล้ว... อย่าทิ้งหนูนะ”

“อืม”

“ยะ... อย่าให้หนูไปอยู่กับใครนะ”

“โอเค”

ผมรับปาก เธอเริ่มหัวเราะออกมาสลับกับเสียงสะอื้นเล็กๆ เหมือนกำลังดีใจ คะนิ้งเหมือนสงบลง ร่างเล็กเริ่มผ่อนลมหายใจสบายๆ เหมือนคนกำลังเคลิ้มหลับ ส่วนผมก็เงยหน้าขึ้นมองเพดานในขณะที่กอดเธอเอาไว้แน่น

ให้ตาย

... ผมคิดว่าผมรักนิ้งแล้วว่ะ

 

ผมนอนไม่หลับ คะนิ้งไม่ยอมปล่อยให้ผมนอน

เธอกอดผมไว้แน่นตลอดเวลาเหมือนไม่อยากให้ไปไหน ถ้าผมจะลุกออกไปเธอก็จะเบ้หน้าร้องไห้เหมือนเด็กๆ จนผมต้องนอนกับเธอเงียบๆ แล้วมันก็น่าเสียดายว่ะ... เธอทำก็เพราะคิดว่าผมเป็นพ่อของเธอ ไม่ได้ทำเพราะไม่อยากให้ผมไปไหน

ผมอยากให้เธอกอดผมด้วยความรู้สึกที่ว่ามันเป็นผม ไม่ใช่คนอื่น

เพราะงั้น...

“... อื้อ” ผมปัดเส้นผมของเธอที่นอนอยู่ข้างๆ แล้วจูบเธอ มือของผมเลื่อนลงมาที่แก้มของเธอแล้วลูบมันเบาๆ คะนิ้งครางในลำคออย่างไม่ประสา เธอไม่ขัดขืนผม แต่มือเล็กๆ กลับกุมแขนเสื้อของผมเอาไว้แน่น

ผมขยับใบหน้าไปอีกทางในขณะที่พลิกตัวขึ้นคร่อมเธอเงียบๆ แต่ไม่ยอมผละริมฝีปากออก คะนิ้งสะอึกในระหว่างที่ผมจะขยับตัว ผมผละริมฝีปากออก แล้วจูบที่ข้างแก้มของเธอเบาๆ เรื่อยมาจนถึงต้นคอ

รอยที่ผมทำไว้ให้เธอมันยังอยู่ แต่เพราะผมของนิ้งยาวมันเลยไม่ค่อยเห็น

ผมปัดผมของเธอออก คะนิ้งใส่เสื้อคอวีอีกแล้ว พอร่างเล็กขยับตัวนิดหน่อยมันก็ร่นออก ผมเห็นไหปลาร้าของเธอชัดในความมืด เห็นใบหน้าที่กำลังหลับสนิทของเธอ

เหมือนตุ๊กตา

ผมจูบเบาๆ ที่ปลายจมูกเล็กๆ ของนิ้ง ตัดใจว่าผมจะไม่ทำอะไรแบบนี้ตอนที่เธอยังไม่พร้อมและเรายังไม่ได้คบกัน เธอไม่ยอมปล่อยชายเสื้อผม แม้แต่ตอนที่ผมล้มตัวลงไปนอนข้างๆ เธอก็เข้ามากอดทันทีเหมือนกำลังหาที่พึ่ง

“... อุ่นอ่ะ” เธอพึมพำเบาๆ ตอนที่ผมกอดเธอกลับ แล้วซุกใบหน้าลงกับต้นคอผม เราหันหน้าเข้าหากัน แล้วมันก็เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าใกล้ชิดเธอมากกว่าหลายครั้งที่เจอ

ผมแตะริมฝีปากลงกับเส้นผมของเธออย่างเงียบเชียบ

ผมแค่คิดว่า... ผมจะไม่ปล่อยเธอไปจนกว่าเธอจะไปจากผมเอง

[SALAMDU : SIDE END]

 

ฉันลืมตาขึ้นมาในตอนใกล้เช้า

รู้สึกอึดอัดเล็กๆ เหมือนตัวเองถูกใครบางคนกอดเอาไว้แน่น ฉันขยับตัวนิดหน่อย แต่คนๆ นั้นก็ยังไม่ตื่น

ส้มหวานเหรอ?

ฉันปรือตาได้ไม่เต็มที่นัก แอบยิ้มเมื่อยื่นมือไปจิ้มแก้มคนที่อยู่ตรงหน้าเบาๆ ฉันมองไม่ชัดเลยเพราะห้องมันมืดมาก ไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาที่ห้องได้ยังไง แล้วยิ่งยิ้มกว้างขึ้นเมื่อคนตรงหน้าเริ่มขมวดคิ้วเหมือนถูกรบกวน

เอ้ะ แต่ทำไมส้มถึงผมสั้นกว่าเดิมอีกล่ะ

ฉันคิดแล้วเอื้อมมือไปลูบผมของเธอเบาๆ มันไม่นุ่มมือเลย ดูสั้นเหมือนทรงผมของผู้ชาย และยังไม่ทันได้คิดอะไรให้จบดีฉันก็ถูกรวบตัวเข้าไปกอดจนจมกับอกของ...

“... อย่าแกล้งดิ”

มะ... ไม่ใช่ส้มหวานนี่นา

“อะ... ปล่อยนะ” ฉันหน้าร้อนเห่อขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่นอนอยู่ข้างๆ ก็คือฉลามดุ เริ่มปะติดปะต่อทุกอย่างได้แล้วว่าเมื่อคืนฉันเผลอดื่มเหล้าเข้าไปอึกใหญ่จนคอพับไป แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเขาที่พากลับมา ถะ... แถมยังมานอนกอดฉันด้วย ห้องนี้ก็ไม่ใช่ห้องของฉันอีก

ขะ... เขากอดฉันเอาไว้แบบนี้ทั้งคืนเลยเหรอ

“ปล่อยทำไม...” เขาพึมพำเสียงอู้อี้ ในขณะที่ประโยคต่อไปจะทำให้ฉันเบิกตากว้าง “เมื่อคืนพอเราจะนอนเธอก็มากอดเรา... พองี้ทำมาให้ปล่อย”

ฉะ... ฉันเหรอ!

ฉันเป็นคนกอดเขาเองเหรอ ฮือ

“กะ... ก็ตอนนั้นเมานี่นา” ฉันพูดเสียงอ้อมแอ้ม แล้วเขาก็พึมพำกลับมา

“อือ เมา”

“แต่ฉลามไม่เห็นต้องมานอนด้วยเลย”

“เออ ผิดเองอ่ะ”

“งั้นก็ปล่อยได้แล้ว”

“ไม่” ฉันทำหน้ามุ่ยเมื่อเขาดื้อ ไม่ยอมปล่อยให้ฉันขยับตัวหนีเลย กลับกัน...  ร่างสูงกลับกอดฉันแน่นขึ้นอีกจนจมอยู่กับอกเขา คางของฉลามดุเกยอยู่บนศีรษะของฉัน ลมหายใจของเขามันร้อนจัดจนฉันอยากจะผลักเขาออก “... รังเกียจไง?”

“ก็... ก็เปล่า”

“เหม็นปากปะ เพิ่งตื่น” เขาถามออกมาตรงๆ จนฉันเหวอ แต่ก็จำใจตอบไปตามความจริง

“เหม็นเหล้ามากกว่าอ่ะ”

“โทษที” เขาขยับตัวออกห่างทันทีแล้วยกแขนขึ้นมาดม ร่างสูงทำสีหน้าเซ็งนิดหน่อย ก่อนที่จะผุดลุกขึ้นพร้อมกับขยี้หัว ผมของเขายุ่งไปหมด แถมท่าทางเพิ่งตื่นนอนของเขาก็...

ก็... น่ารักดีนะ

“ฉลาม” ฉันเรียกเขา ไม่รู้ทำไมถึงทำแบบนั้น เเต่พอเขาหันกลับมามอง อยู่ดีๆ ฉันก็เขินจนต้องเอาหน้าซุกกับหมอนซะเฉยๆ

“มีอะไร” ฉันได้ยินเขาถามสั้นๆ พร้อมกับเตียงที่ยวบลง ในขณะที่ลมหายใจที่เป่าอยู่ที่หลังใบหูของฉันก็ทำให้ตัวชาไปทั้งตัว เหมือนเขาขยับเข้ามาใกล้อีก

“ก็... ก็เปล่า” ฉันอึกอัก

“นิ้ง” แต่อยู่ดีๆ ฉลามดุก็เรียกชื่อฉันขึ้นมา พร้อมกับสัมผัสจากมือหนาที่ลูบเส้นผมด้านหลังของฉันเบาๆ “เหงามั้ย?”

“หะ... หา” ฉันคราง แล้วหันกลับไปมองเขาที่นั่งอยู่ใกล้มากจนรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น ฉลามดุมองฉันด้วยแววตาที่อ่อนโยนจนฉันคิดไม่ถึงว่าเขาจะมีแววตาแบบนี้ ก่อนที่ร่างสูงจะปัดเส้นผมที่ละใบหน้าของฉันออก

“ตอนนี้เหงามั้ย?” เขาถามซ้ำ แล้วมองฉันเหมือนรู้อะไรบางอย่าง “ถ้าเหงา... เราจะอยู่กับเธอ”

“...”

“เราไม่สนว่าเธอเคยเป็นใคร เธอมีอะไรบ้างในชีวิตเธอ” เขาเริ่มพูดออกมาตรงๆ แล้วเลื่อนมือลงมาแตะที่แก้มของฉัน “เราสนแค่ว่าเราอยากอยู่กับเธอ”

“...”

“เราสนแค่เพราะว่ามันเป็นเธอ... เข้าใจมั้ยนิ้ง”

ฉันไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไร แต่อยู่ดีๆ น้ำตามันก็เอ่อคลออยู่ที่ดวงตาทั้งสองข้าง เพราะจู่ๆ เขาก็ทำให้ฉันคิดถึงตัวเองตอนยังเด็ก

ในชีวิตของฉันมีแต่คนรายล้อมมากมาย มีแต่คนรักฉันไม่เว้นแม้แต่คนที่ไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริงของฉัน ถึงฉันจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ แต่ครอบครัวของพี่คะนองก็ต้อนรับฉันอย่างอบอุ่นเสมอ

แต่ไม่รู้ทำไม... ทุกครั้งฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ตัวคนเดียว

ฉันรู้อยู่แก่ใจว่าถึงพวกเขาจะรักฉันยังไง... แต่ครอบครัวนั้นก็เป็นของพวกเขา ไม่ใช่ครอบครัวจริงๆ ของฉัน

คุณแม่ทิ้งฉันไปตั้งแต่จำความได้ ในชีวิตของฉันมีแค่คุณพ่อที่แสนดีและอบอุ่น ฉันรักท่านมาก เรามีความทรงจำดีๆ ร่วมกันหลายเรื่อง... จนท่านจากไป

ฉันก็แค่คิดถึงท่าน ฉันก็แค่อยากกลับไปอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ พร้อมกับคุณพ่อเท่านั้นเอง

“ฮึก... ฮือ” ฉลามดุเกลี่ยน้ำตาของฉันออกทันทีที่เห็นว่าฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ฉันเอามือทั้งสองข้างมาปิดหน้าไว้ ฉันไม่อยากให้เขาเห็นเลย

“นิ้ง” ฉันได้ยินว่าเขาเรียกชื่อฉัน แต่ฉันกลับหยุดร้องไห้ไม่ได้ ฉันปล่อยโฮออกมาแล้วสะอึกสะอื้นเป็นเด็กๆ เอาหลังมือเช็ดน้ำตาจนแสบหน้าไปหมด ในขณะที่ต่อมาจะถูกฉลามดุคว้าแขนข้างหนึ่งแล้วฉุดฉันให้ลุกขึ้นมาจากเตียงนอน

เขากอดฉันเอาไว้แน่น

“นิ้ง... อย่าร้อง”

“ฮึก ขะ... ขอโทษ”

ฉันพยายามหยุดร้องแล้ว แต่มันทำไม่ได้จริงๆ ที่ผ่านมาฉันทำเหมือนชีวิตของฉันมีความสุข ทุกคนเห็นว่าฉันมีพร้อมทุกอย่าง แต่จริงๆ แล้วฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ฉันอยากร้องไห้เวลาอยู่ต่อหน้าครอบครัวของพี่คะนอง อยากร้องไห้ทุกครั้งที่พวกเขาทำดีด้วย... แต่ก็ต้องอดทน ฉันไม่อยากให้พวกเขาเสียใจ

ฉันรักบ้านของพี่คะนองมาก ฉันเคารพพวกเขาเหมือนเป็นครอบครัวแท้ๆ ของฉัน แต่ฉัน... ฉันไม่มีค่าพอที่จะถูกพวกเขาเรียกว่าเป็นครอบครัวด้วยหรอก

ฉัน...

“เราไม่รู้หรอกว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง” เสียงของฉลามดุดังขึ้นขัดความคิดของฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้ผลักเขาออกเพราะรู้สึกว่าตัวเองร้องไห้จนเหนื่อยเกินกว่าที่จะทำแบบนั้นได้ “แต่อย่าอ่อนแอ”

“...”

“มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกว่ะ” ฉันกุมชายเสื้อของฉลามดุเอาไว้แน่น แล้วซุกใบหน้าลงกับเสื้อของเขา ฉันสะอื้นจนตัวโยน จนร่างสูงต้องผละออกแล้วดึงชายเสื้อของเขามาเช็ดน้ำตาให้ฉันแทน “เสื้อเหม็นเหล้าหน่อยนะ แค่อยากให้หยุดร้อง”

“ขะ... ขอบคุณนะ” ฉันกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ ไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้ต่อหน้าเขา แต่พอร่างสูงผละมือออก ฉันก็เอื้อมมือสั่นๆ ไปคว้ามือของเขามากุมไว้แน่น แล้วคลี่ยิ้มให้ “นิ้งดีขึ้นแล้วล่ะ”

ฉันไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาดี อย่างมากก็ได้แค่แทนตัวกับเขาว่านิ้งแบบนี้

“อืม” ฉลามดุพยักหน้า มองฉันค้างไว้ในขณะที่จะแตะปลายนิ้วลงที่ปลายคางของฉัน “นิ้ง”

“หะ... หือ?” ฉันไม่ได้หลีกหนีมือของเขา ได้แต่ครางถามกลับไป

“เปล่า ไปอาบน้ำเหอะ” แต่เขากลับชักมือออกทันที แล้วหันหน้าหนีไปนั่งที่ปลายเตียงโดยที่หันหลังให้ฉัน ฉันมองเขาอย่างงุนงง แต่เมื่อเห็นว่าฉลามดุไม่พูดอะไรฉันก็ค่อยๆ ดันตัวเองลงจากเตียง

“ดะ... เดี๋ยวเรากลับไปอาบที่ห้องก็ได้”

“ไม่ได้” ฉันชะงักไปเมื่อเขาปฏิเสธออกมาทันที

“แต่...”

“เรามีเสื้อพอดีกับตัวเธอ อีกอย่างนิ้งไว้ใจเราได้” เขาพูดดักคอฉันไว้พร้อมกับคว้าผ้าเช็ดตัวที่อยู่ใกล้มือส่งให้ฉันโดยที่ไม่มองหน้า ฉันรับมันมาอย่างไม่มีทางเลือก เม้มริมฝีปากแล้วทำท่าจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ

แต่ทว่า...

หมับ

ฉลามดุกลับคว้าข้อมือของฉันเอาไว้

ฉันหันไปมองเขาอย่างตกใจ ร่างสูงหันกลับมาสบตาฉันทันที เขามองฉันด้วยแววตาที่ฉันมองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนที่ร่างสูงจะปล่อยมือฉันออกในวินาทีต่อมา

“นิ้ง...” เขามองหน้าฉันที่มองกลับมาอย่างไม่เข้าใจ สายตานั้นเลื่อนลงไปยังฝ่ามือเล็กๆ ของฉันที่แนบอยู่ข้างลำตัว ก่อนที่เขาจะถอนหายใจหนัก

“...”

“รักเราเลยได้มั้ยวะ?”

ฉันมองหน้าเขา ก่อนที่จะก้มหน้ามองพื้นอย่างทำอะไรไม่ถูก

ฉลามดุเป็นคนดี เขาทำให้ฉันรู้สึกดีเวลาที่อยู่ด้วย

เเต่เรายังคุยกันไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ มันเร็วเกินไป ฉะ... ฉันคิดว่าฉันรู้สึกดีกับเขามากเลยนะ ยิ่งเมื่อกี้ที่เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาปกป้องฉันได้ ฉันก็คิดว่าฉันก็ยิ่งรู้สึกดีกับฉลามดุมากขึ้น ฉันคิดว่าเขาไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นที่เข้ามาคุยกับฉัน

แต่ว่า...

“ขะ... ขอโทษนะ” ฉันพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ พยายามพูดให้เขารู้สึกแย่น้อยที่สุด “แต่เรายังไม่ได้รักฉลามเลย มะ... มันเร็วไปอ่ะ”

“...”

“แต่เราจะไม่คุยกับใครนอกจากฉลามนะ” ฉันหน้าร้อนขึ้นเมื่อพูดประโยคนี้ แต่มันเป็นความจริงนะ ฉันอยากคุยกับเขา... แค่อยากรู้จักเขาให้มากขึ้นกว่านี้

ฉลามดุชะงัก ตอนแรกเขาทำสีหน้าเหมือนโลกจะถล่มตอนฉันบอกไปตามตรงว่าฉันยังไม่ได้รักเขา แต่พอฉันพูดจบประโยคหลัง ร่างสูงก็เงยหน้าขึ้นมองทันที แล้วเขาก็เริ่มฉีกยิ้มออกมา

“ได้แค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้วว่ะ” เขาพูดเหมือนไม่อยากคาดหวังอะไร แล้วคว้าข้อมือของฉันมาจับเอาไว้หลวมๆ “แล้วคุยที่ว่ารู้มั้ยว่ามันหมายความแบบไหน?”

“อื้อ” ฉันพยักหน้า

“พูดมาดิ เราไม่รู้” ฉันเอ๋อไปเลยเมื่อโดนเขาต้อน หลบสายตาเขาตอนที่ฉลามดุสบตาด้วย หน้าร้อนจนชาเมื่อพูดประโยคนั้น

“ก็... ก็คุยแบบ... แบบไม่ได้จะเป็นเพื่อน”

“ยังไง”

“ก็คุยแบบจะเป็นแฟน... ก็ได้” ฉันพูดไม่รู้เรื่องเพราะโดนเขาจ้องจนทำอะไรไม่ถูก พูดผิดพูดถูกไปหมด แล้วยิ่งชะงักเมื่อจู่ๆ ฉลามดุก็ผุดลุกขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน ก่อนที่ต่อมามือหนาจะเอื้อมมาบีบแก้มฉันเอาไว้จนหน้าฉันยับยุ่งไปหมด ยะ... ยิ่งเพิ่งตื่นนอนแบบนี้ด้วยอ่ะ

“พูดแล้วนะนิ้ง” เขาย้ำ “พูดแล้วห้ามกลับคำ”

“อะ... อื้อ”

“ถ้ากลับคำไปชอบคนอื่น... เราจะปล้ำเธอ” ฉันเบิกตากว้างเมื่อเขาต่อรอง แถมข้อต่อรองของเขามันก็... “ถ้ากลับคำแล้วไปหาคนอื่น... เราก็จะปล้ำเธอ”

“...!

“แต่ถ้ากลับคำแล้วหนีเรา... เราแม่งจะร้องไห้ให้ดู” ฉันเหวอไปเมื่อประโยคสุดท้ายเขาพูดออกมาไม่เหมือนเดิมแล้วจับแก้มฉันส่ายไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว แต่แววตาของฉลามดุกลับมีความรู้สึกอื่นปะปนอยู่ ท้ายประโยคเสียงของเขาอ่อนลง “เราแม่งกลัวเรื่องนี้ที่สุดแล้วว่ะ... ถ้าเธอหนี เราคงเจ็บ”

“...”

“ถ้าอยากเห็นผู้ชายร้องไห้ก็ทำไป”

“มะ... ไม่อยากเห็นหรอก”

“จริงดิ” เขาถาม แล้วฉันก็พยักหน้าหงึกหงัก “งั้นก็ชอบเราเลย”

“...!

“ไม่รักแต่ชอบก็ได้” ฉลามดุต่อรองอีก แล้วจู่ๆ ก็ผละมือออกเมื่อฉันทำหน้ามึนงงใส่เขา “เราล้อเล่น”

ฉันทำหน้าบึ้งทันที เขานี่ขี้แกล้งจังเลยอ่ะ

“แต่เรารอเธอได้นะนิ้ง” แต่ร่างสูงกลับไม่สนใจสีหน้ามุ่ยๆ ของฉันแล้วพูดขึ้นมาอีก แต่คราวนี้สายตาของเขาตรึงฉันไว้จนฉันได้แต่ยืนมองเขานิ่งๆ สีหน้าของฉลามดุดูจริงจังขึ้นมาอีกแล้ว “ขอโทษที่เมื่อกี้เร่ง... เราแค่หวัง”

“...”

“แต่ถ้าเธออยากให้รอ เราก็จะรอ” ฉันก้มหน้าลงมองหลังมือของเขา มันแนบอยู่ที่ลำตัว ฉลามดุไม่ได้จับมือฉันไว้ ไม่ได้แตะมือลงที่ไหล่หรือส่วนไหนในตัวฉัน ดูเหมือนเขาไม่อยากทำให้ฉันกลัว “แต่อย่าปล่อยให้รอแล้วทิ้งเราไป”

“...”

“ถ้าวันไหนเกิดอยากเลิกคุยกับเรา นิ้งรีบบอกมาเลย”

“...”

“อย่าให้เรามารู้ทีหลัง” เขาสบตากับฉันที่ยืนฟังเขาโดยได้พูดอะไรเพราะฉันพูดไม่ออก แววตาของเขามันดูเศร้าๆ ฉลามดุไม่ยิ้มออกมาเลย ในเวลานี้เขาดูไม่เหมือนคนเดิมกับตอนแรกที่เจอกัน “เคยเป็น... แม่งโคตรเจ็บเลยว่ะ”

ฉันเงียบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี ฉันไม่อยากทำให้เขาเจ็บหรือรู้สึกแย่ อยู่ดีๆ ก็คิดแบบนี้... ฉันไม่อยากให้เขาทำหน้าเศร้าแบบนี้เลย

ฉันคลี่ยิ้มให้เขา แต่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากคำนี้

“... อื้อ”

“โอเค” เขาเองก็เหมือนจะรู้ ฉลามดุไม่ได้ยิ้มกลับมา เขาแค่ดันไหล่ฉันให้เดินไปด้านหน้าเบาๆ “ไปอาบน้ำเหอะ อย่ามายืนเน่าตรงนี้”

“ง่ะ นิสัย” ฉันทำหน้าบูดเมื่อโดนเขาล้อ ก่อนที่จะหมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำไป แต่ก็ไม่ได้หันไปมองว่าเขาจะทำสีหน้ายังไงตอนที่ฉันหันหลังให้เขาเหมือนกัน

ฉันก็แค่... แค่ยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง

นอกจากคำว่ารู้สึกดีมากๆ กับฉลามดุฉันก็ไม่รู้อะไรเลย ฉันก็เลยให้สัญญากับเขาไม่ได้

 

[SALAMDU : SIDE]

ผมมองแผ่นหลังเล็กๆ ของคะนิ้งที่เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ แล้วนั่งกุมมือของตัวเองไว้เพียงลำพัง

ทำไมอยู่ดีๆ ถึงต้องไปเร่งเธอด้วยวะ?

ผมถามตัวเอง แล้วต่อมาก็ส่ายหน้าให้มันสร่าง เหม็นกลิ่นเหล้าตัวเองชิบหายเลยว่ะ ความจริงผมปวดหัวตุบๆ ตั้งแต่ตอนที่นิ้งร้องไห้ออกมาพอผมถามเธอถึงเรื่องที่เธอตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก แต่ผมไม่ได้บอก... ก็แค่ไม่อยากให้เธอคิดมาก

คิดเรื่องตัวเองก็พอแล้ว

“เวรเอ้ย” ผมสบถออกมาเมื่อปวดหัวจนต้องล้มตัวลงนอนหงายบนเตียง ถอนหายใจหนักออกมา ไม่รู้ว่าผมคิดเหี้ยอะไรอยู่ถึงไปถามนิ้งว่าแบบนั้น

“รักเราเลยได้มั้ยวะ?”

ผมทึ้งหัวตัวเอง โมโหที่จู่ๆ ก็ไปเร่งให้เธอรัก คุยกันยังไม่ถึงเดือน เค้าจะไปเอาความรู้สึกอะไรมาให้มึงเยอะแยะวะ คิดบ้างดิ

“แต่เรายังไม่ได้รักฉลามเลย มะ... มันเร็วไปอ่ะ”

“...”

“แต่เราจะไม่คุยกับใครนอกจากฉลามนะ”

แต่ก็ไม่คิดว่านิ้งจะตอบกลับมาว่าแบบนั้นเหมือนกัน

เอาเหอะ จะไปหวังอะไรมากวะ ได้แค่นี้กูก็พอใจแล้ว คนมันจะรักมันบังคับกันไม่ได้ คงต้องรอเวลา... บีบไปยังไงถ้านิ้งจะไม่รักก็คือไม่รักอยู่ดี

ติ๊ง

ผมชะงักไปเมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงไลน์แจ้งเตือนขึ้นระหว่างที่กำลังคิดอะไรเงียบๆ อยู่คนเดียว โทรศัพท์อยู่ในกระเป๋ากางเกงของผม ตอนผมคว้ามันขึ้นมาดูก็เห็นหน้าจอสว่างวาบว่ามีข้อความเข้าพอดี

ผมเปิดข้อความดูทันทีเพราะมันไม่ได้ขึ้นว่าใครส่งมา ผมไม่ได้ตั้งล็อกหน้าจอไว้ก็เลยไม่เห็น แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็น...

P’row : ฉลาม เราขอโทษ

P’row : ให้เราทำยังไงก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้

P’row : ฉลาม

P’row : ตอบหน่อย

P’row : ขอโทษนะ ตอบเราหน่อย

P’row ได้โทรหาคุณ

ผมหงุดหงิดเมื่อเปิดมาก็เห็นข้อความของพราวที่เด้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืน รวมถึงที่เธอโทรมาหาผมทางไลน์เพราะผมเปลี่ยนเบอร์ใหม่หนีเธออีก ผมไม่ใช่คนใจดำกับผู้หญิง แต่บางครั้งอดีตที่เธอทำมันก็สอนให้ผมรู้ว่าต้องทำตัวยังไงกับพราว

ตอนที่เธอทิ้งผมไปหาไอ้อักระ ผมไม่แม้แต่จะรั้งทั้งๆ ที่เจ็บแทบตาย แต่พอเธอจะกลับมา... ทำแบบนี้มันง่ายเกินไปว่ะ

ผมไม่ได้สนใจเธอแล้ว

ผมรักนิ้ง

ผมอ่านแต่ไม่ตอบ ถ้าเธอไม่คิดที่จะให้ไอ้อักระออกมาเคลียร์ก็ไม่มีเรื่องจำเป็นอะไรต้องพูดกันอยู่แล้ว เรื่องมันไว้เดี๋ยวผมจะจัดการเอง

ผมถอนหายใจหนัก ในขณะที่เสียงไลน์ดังขึ้นอีก

ผมหยิบขึ้นมาดูอย่างอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อยากรู้ว่าพราวจะพิมพ์อะไรส่งมาอีก ถ้าจะขอโทษพร่ำเพรื่อผมจะบล็อกเธอซะ

แต่ข้อความที่ถูกส่งมาใหม่ของเธอกลับทำให้ผมขมวดคิ้ว

P’row : อยากเจอกูนักเหรอ

P’row : ที่ไหนดีล่ะ

ผมแทบจะผุดลุกออกมาจากเตียงที่นอนอยู่ หายปวดหัวทันทีที่เห็นข้อความถูกส่งเข้ามาจากไลน์ของพราว แต่ผมรู้ว่าคนที่พิมพ์มาคือใคร

ไม่ใช่พราว

พี่หลามคนจริง : ที่เดิม

ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมากถ้าเป็นมัน ทันทีที่ผมส่งข้อความกลับไป โทรศัพท์ของผมก็ขึ้นว่ามีสายเรียกเข้า

ไม่ใช่ในไลน์ แต่เป็นเบอร์แปลกที่ผมไม่รู้ว่าเป็นของใคร

ผมกดรับทันทีเพราะเผื่อว่าจะเป็นคนรู้จัก เพราะผมไม่ค่อยเมมเบอร์ใครนอกจากจะสำคัญกับผมจริงๆ เหมือนคะนิ้ง

“ใคร?” ผมกรอกเสียงถามปลายสายทันที แต่ต่อมาก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงของคนที่คุ้นเคยกันดี

[ไง]

ไอ้เวรอักระ

“โทรมาหากูทำไม” ผมถามสวนมันไปทันทีโดยไม่รอให้มันพูดอะไรกลับมา ผมได้ยินเสียงแค่นหัวเราะก็เลยมองเลยไปยังประตูห้องน้ำ นิ้งยังไม่ออกมา ซึ่งมันก็ดี... ผมไม่อยากให้เธอรู้ว่าผมมีปัญหากับใคร

[ไม่คิดที่จะทักทายเพื่อนเก่าหน่อยเหรอ เมื่อก่อนมึงกับกูออกจะสนิทกันเหี้ยๆ]

“ไม่เคยสนิทว่ะ” ผมพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เบื่อที่มันเอาแต่เกริ่นอะไรไร้สาระ ผมเลยเลือกที่จะเข้าเรื่องเอง “สภาพกูตอนนี้ไม่อยากนับมึงเป็นเพื่อนร่วมโลกด้วยซ้ำ”

[แต่มึงก็เล่นลูกน้องกูแรงเหมือนกันไม่ใช่เหรอวะ ใครกันแน่ที่ต้องพูดคำนั้น]

ผมแค่นหัวเราะตามมันบ้าง “อยากเปิดมาก แน่จริงเอาตัวมึงเองดีกว่ามั้ย อย่าดีแต่เล่นสกปรก”

[มึงก็รู้นี่ว่ากูถนัดเล่นสกปรก ขนาดแย่งพราวมาจากมึงกูยังทำได้เลย] ผมนิ่งไปเมื่ออยู่ดีๆ มันก็พูดถึงเรื่องพราวขึ้นมา เอาจริงๆ มันเป็นแผลเมื่อหลายปีก่อน ถึงผมจะไม่ได้สนใจพราวแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะลืมสิ่งที่มันทำไว้ [มันก็ช่วยไม่ได้ถ้ากูจะใช้วิธีนั้นอีก]

“ได้” ผมผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนทันที ตอนนี้ผมของขึ้นของจริงแล้ว แขนเจ็บอยู่แต่แล้วไงวะ ผมไม่อยากให้มันยืดเยื้อไปมากกว่านี้ “อยู่ไหน ออกมาเจอกันหน่อย”

[มึงคิดดีแล้วนะที่จะตัวตัวกับกู?]

“เออ” ผมตอบไปตามตรง

[ไอ้ฉลาม มึงฟังที่กูพูดดีๆ นะ] แต่ผมกลับต้องหงุดหงิดเมื่อมันพูดแทรกขึ้นมาเหมือนอยากให้ผมเย็นลงก่อนที่จะออกไปเจอมันวันนี้ แต่ผมรู้ มันไม่ได้กลัว... มันก็แค่อยากจะต่อรอง [มึงรู้จักผู้หญิงที่ชื่อคะนิ้งมั้ย? เรียนคณะอักษร มหาลัยแถวบ้านน้องกู ได้ข่าวมาว่าช่วงนี้มึงอยู่กับเค้าบ่อย]

ผมเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยิน

คะนิ้ง? มันรู้จักคะนิ้งได้ยังไง แล้วรู้ละเอียดแค่ไหน!!

“อย่ายุ่งกับนิ้ง”

[เสียงดุเลยว่ะ สงสัยคงรักมาก] ผมกัดฟันกรอดเมื่อมันยังไม่ยอมหยุดพล่าม ผมไม่คิดว่ามันจะใช้คะนิ้งเป็นข้อต่อรอง แค่เล่นกับผมคนเดียวก็พอ อย่าลามไปหาคนอื่น โดยเฉพาะกับคะนิ้ง

“นิ้งไม่เกี่ยว มันเป็นเรื่องของกูกับมึง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องลากเค้าเข้ามายุ่ง!” ผมกระชากเสียงใส่มันเป็นประโยคแรก แต่ดูเหมือนมันจะไม่สนใจ

[เกี่ยวดิวะ]

“...”

[ถ้าเป็นคนที่มึงรักมันเกี่ยวทุกคน จุดจบมันจะไม่ต่างกันนักหรอก] เสียงของไอ้อักระเข้มขึ้น ผมรู้ว่ามันแค้นเรื่องที่ผมไปถล่มกลุ่มมันกับอีกเรื่องหนึ่ง... หลายเรื่องในอดีตที่มันเกิดขึ้น ผมแก้มันไม่ได้อยู่แล้ว ทำได้ก็แค่ปล่อยให้มันผ่านไป [มันจะมีแค่มึงเท่านั้นแหละไอ้ฉลาม]

“อะไร”

[มึงเหมาะที่จะอยู่คนเดียวไง เพราะอะไรรู้มั้ย?] ผมนิ่งฟัง แต่เดาได้ไม่ยากว่ามันกำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร [... ไม่มีใครเขาอยากอยู่กับฆาตกรหรอก]

“...”

[คนที่เคยฆ่าคนตาย มึงคิดว่าถ้าผู้หญิงคนนี้รู้แล้วเขาจะยังอยู่กับมึงเหรอ?]

“...”

[ก็เหมือนพราวนั่นแหละว่ะ ตอนนี้มันอาจจะงี่เง่า แต่ตอนนั้นพอมันรู้อดีตของมึง... พราวก็วิ่งเข้าหากูเอง] ผมกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดขึ้นเป็นริ้วที่หลังมือ ผมไม่ชอบให้ใครตอกย้ำเรื่องเก่าๆ เป็นใครก็ไม่อยากได้ยิน แล้วเรื่องเก่าๆ ที่ว่ามันก็เป็นเรื่องที่เป็นแผลใหญ่ของผม [แต่ไม่เป็นไร กูชอบกินของเหลือ]

“ไอ้เหี้ยอัก...”

[เคลมให้นานๆ นะ ไว้เสร็จกูจะรอแดกต่อจากมึง]

“อย่ายุ่งกับนิ้ง กูขอเตือนไว้” ผมกัดฟันพูดอย่างพยายามระงับอารมณ์ให้ไม่อาละวาดอะไร นิ้งยังอยู่ในห้องผม ผมไม่อยากให้เธอรู้ แล้วก็ไม่อยากดึงเธอเข้ามาเกี่ยว “อย่าพูดถึงนิ้งเหี้ยๆ แบบนี้... มึงก็รู้ว่ากูทำอะไรได้บ้าง”

[กูรู้ แต่ความผิดของมึงมันปกปิดใครไม่ได้นานหรอก]

“มันเป็นอุบัติเหตุรึเปล่าวะ!” ผมตวาดลั่น ทำไมถึงไม่หยุดพูดเรื่องนี้ซะทีวะ ทำไมต้องย้ำบาปของผม มันผ่านไปนานแล้ว... ชีวิตคนมันเอากลับคืนมาไม่ได้ แล้วมันก็แค่เรื่องที่ผม... “ทุกอย่างมันผิดที่กู กูชดใช้ให้หมดแล้ว จะเอาเหี้ยไรอีก!!

[มึงก็ตายตามแม่งไปสิ แล้วกูจะให้อภัย!!] ไอ้อักระตวาดกลับมา ตอนนี้อารมณ์ของมันคงเดือดพอๆ กับผม [มึงไม่เคยสูญเสีย มึงไม่เข้าใจกูหรอก]

“...”

[กูถึงอยากจะเอาคนที่มึงรักไปจากมึงทีละคนไง ขนาดพ่อแม่มึงเองเค้ายังไม่ไว้ใจมึงเลย เป็นลูกในไส้แท้ๆ]

“...”

[ผู้หญิงที่ชื่อคะนิ้งก็เหมือนกัน] ผมพูดอะไรไม่ออก มันจุกอยู่ที่คอ แต่รู้แค่ว่าพอมันจะกลายเป็นคะนิ้งที่มาแทนที่พราว ทุกอย่างก็เหมือนถล่ม... ผมไม่อยากเสียเธอไป แค่นี้ก็มากพอแล้วว่ะ พ่อแม่ไม่เชื่อใจผม พราวก็ทิ้งผมไปหามัน ตอนนั้นกว่าผมจะตั้งหลักได้ก็นาน ถ้าคราวนี้เป็นนิ้งอีก... ผมคงไม่ไหว [ระวังหลังเธอไว้]

“ไอ้อักระ...!

ติ๊ด

ผมเบิกตากว้าง มองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายทิ้งไปแล้วกำมันแน่น ก่อนที่ผมจะเขวี้ยงมันใส่กำแพง

เพล้ง!

“เวรเอ้ย” ผมสบถออกมาแล้วทึ้งหัวตัวเอง มองโทรศัพท์ของตัวเองที่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ และตกลงสู่พื้น ในขณะที่คะนิ้งจะเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดี เราสบตากัน แล้วเธอก็ทำสีหน้าตกใจเหมือนอยากจะถามผมทางสายตาว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมหันหน้าหนีทันที หายใจเข้าออกรุนแรงแล้วทำเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น

“อาบน้ำเสร็จแล้วไง?” น้ำเสียงของผมแทบจะเป็นปกติ เธอมองผมแล้วไล่มองซากโทรศัพท์บนพื้นเหมือนกลัว ผมไม่รู้ว่าเธอจะได้ยินรึเปล่า “มองอะไร”

“ปะ... เปล่านะ”

“ได้ยินอะไรมั้ย?” ผมถามโดยที่ไม่สนว่าเธออยากจะพูดอะไรต่อจากนั้น คะนิ้งสะดุ้ง แต่เธอก็ส่ายหน้าทันทีด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ใจ

ผมถอนหายใจหนักออกมาทันที

“ละ... แล้วนั่น... นั่นอะไรอ่ะ” เธอถามแล้วก้มลงทำท่าจะเก็บโทรศัพท์ให้ผมอย่างเก้ๆ กังๆ แต่ผมก็จับข้อมือของเธอไว้

“ไม่เป็นไรหรอก มันหลุดมือ” ผมโกหก คะนิ้งชะงัก เธอหันมามองผมแล้วพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย ถึงเธอจะมีสีหน้าหวาดๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

ผมเดินไปคว้ากุญแจรถบนโต๊ะข้างๆ เตียงอย่างรีบร้อนทันที แล้วคว้าแขนเธอให้เดินตามลงมาด้วยกัน

“ฉะ... ฉลาม มีอะไรรึเปล่า” เธอถามผมตอนที่เราเดินลงมาด้วยกันแล้วผมก็เอาแต่กึ่งลากกึ่งจูงเธอโดยไม่ยอมพูดอะไร แต่ผมตอบไม่ได้... เธอไม่ได้ยินก็ดีแล้ว ผมไม่อยากให้เธอเข้ามายุ่งเรื่องพวกนี้

ผมใช้มือถือสำรองโทรหาไอ้เล้ง ทันทีที่มันรับสายผมก็พูดสั้นๆ

“มารับนิ้งที่บ้านกู ตอนนี้” ผมไม่ได้อธิบายอะไรเมื่อไอ้เล้งดูมีท่าทีไม่เข้าใจ คะนิ้งเองก็ทำสีหน้าเหมือนเธอมึนงงกับเรื่องนี้ ร่างเล็กกระตุกชายเสื้อของผมโดยไม่รู้ตัว แต่ผมก็ไม่ได้หันกลับไปมอง

ผมไม่อยากให้เธอเห็นว่าสีหน้าของผมในตอนนี้มันเป็นยังไง

ผมไม่อยากให้เธอเป็นเหมือนพ่อแม่ของผม... หรือแม้แต่พราว






ที่ผ่านมาฟินยาวๆ ให้รีดเดอร์ตายใจ
ก่อนที่จะมาเข้าสู่ปมหนักกันจริงจัง 555555555555555
ตั้งรับให้ทันนะคะ นี่เพิ่งจะถึงตอนที่ 10 เอง
มันยังมีอะไรมากกว่านั้นอีกเยอะ
ใครที่เคยอ่านเรื่องที่จบไปเเล้วของเค้าจะเข้าใจเนอะ
ว่าความรักของเเต่ละคู่ขวากหนามเยอะมาก 55555555555
จะพยายามไม่ให้ดาร์กไซต์มากค่ะ เม้นท์ให้กันหน่อยน้า
ความจริงต้องอัพตั้งเเต่เมื่อวาน เเต่เหนื่อยมากค่ะ กลับมาถึงไข้ขึ้น
เลยนอนทั้งวันเลยเมื่อวาน 55555555555

Ps. ส่วนใครทีรอเฮียคะนอง นางเป็นลาสต์บอสค่ะ 555555555555
เม้นท์ๆ โหวตๆ ให้เค้ากันหน่อยน้าที่รัก จุ้บๆ

เม้นท์เท่าที่ใจคุณมีต่อพี่หลามเเละน้องนิ้งเลยนะงับ
เม้นท์เยอะ กำลังใจเเยะ เดี๋ยวจะรีบมาอัพต่อให้เยยยย ><
* มีคำหยาบเล็กน้อยเพื่ออรรถรสนะงับ

เอ้อ ก่อนจะไปเก๊าฝากนิยายหน่อยน้า
เซ็ตจีบเเบบหนุ่ม 5 ฮ. กับอีพี่หลามนี่เเหละเธอ
จะอัพคู่กันน้า อัพบทที่ 1 เเล้วน้า จุ้บๆ
งดฝากอีเดี่ยวมาฝากซาตานเเปปนุงส์ 55555555555
#สนใจคลิกที่รูปเคลื่อนไหวด้านล่างเลยงับ

 

ฝากเพจอีกสักที
เพื่อการติดตามที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เฮ้!
 
{ลิ้งค์เพจสำหรับคนที่เล่นในเเอพค่ะ}
 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

123,240 ความคิดเห็น

  1. #117722 2222548 (@2222548) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:32
    ไรท์หนูอิ้มแล๊ววว ไม่อยากกินมาม่าอ่ะ
    5555 สนุกง่ะ ชอบๆ
    #เป็นกำลังใจให้ไรท์แต่งเรื่องดีๆมาอีกเยอะๆเลยน่ะร่ะ&hearts;&#65039;&hearts;&#65039;&hearts;&#65039;
    #117722
    0
  2. #105652 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 03:19
    สงสารเฮียยอ่าา
    #105652
    0
  3. #104174 Issirikran (@PSRK) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 20:02
    เราอยากให้พี่คุยกับนิ้งๆตรงว่ะ ไม่อยากให้มาเสียใจกันที่หลัง ถ้าพี่หลามบอกว่าเป็นอุบัติเหตุน่าจะมีเหตุผลทำให้นิ้งเข้าใจได้ นิ้งอย่าทิ้งพี่หลามนะะ ส่วนอักขระเป็นบ้าไร อยู่ที่ใครที่มันไม่เป็นหรอ พราวก็เอาไปแล้ว อย่ามายุ่งกับนิ้ง
    #104174
    0
  4. วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 21:19
    เริ่มม่าแล้ววว 0^0
    #63547
    0
  5. #51549 sukanyaau (@sukanyaau) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 08:21
    อ่านแร่วน้ำตาจะไหล  อิอิ
    #51549
    0
  6. #47676 Shuran58 (@Shuran58) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 07:43
    อ่านสนุกมาก ไม่บรรยายเยอะดีเรื่องกระชับ สรุปว่าชอบมากค่ะ
    #47676
    0
  7. #46523 yellow doll (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 03:44
    เปลี่ยนอารมณ์เกือบไม่ทัน ฮู่วววว
    #46523
    0
  8. #40805 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 07:54
    หลามไปทำใครตาย?
    #40805
    0
  9. วันที่ 26 มกราคม 2560 / 23:00
    เครียดเลย..
    #34633
    0
  10. #28300 Namaba (@Namaba) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 08:13
    ถ้าคิดจะใช้ชีวิตด้วยกันอ่ะ บอกไปเลยแต่แรกมันดีกว่าป่ะ ไม่ใช้ให้ไปรู้จากปาดคนอื่นอ่ะ ในเมื่อพูดว่ามันคืออุบัติเหตุอ่ะ
    #28300
    0
  11. #20568 宁仙 หนิงเซียน >3< (@wannakan12820) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 07:01
    ต่อๆ หมั่นไส้อักขระ มาก มั่นมากหรออออ
    แย่งได้ทุกอย่างเด็กมีปัญหาเปล่า
    ถ้านังคะนิ้งโง่แบบพราวนะ
    คนรัก กับอีกคนที่โดยฆ่าเอาจจะศัตรู เพื่อน หรืออะไรก็ตาม มันต้องมีสาเหตุ !! ไม่ก็ อุบัติเหตุยะ
    #20568
    0
  12. #20567 宁仙 หนิงเซียน >3< (@wannakan12820) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 07:00
    เดี๋ยวมารวมเม้นต์ในคำนิยมนะ พาร์ท2
    55555
    นิยายตอนนี้คือตอนที่หยุดอ่านไปซึ่งตอนนี้แหละแม่งไคลแม็ก โอ้ยพลาดแรงงง คะนิ้งหนูจะรับได้มั้ยลูก หนูก็อย่าดีแต่พูดละกันรักใครให้มันจริงหน่อย คนเรามันมีอดีตกันด้ายยย มันต้องมีสาเหตุดิว่ะ ต้องฟังนะ ไม่ใช่หนีไม่งั้นทีมพี่หลามจะโบกหนูคะนิ้งให้กลิ้งเลย
    #20567
    0
  13. #20260 wonki2 (@wonki) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 14:18
    ใม่ม่าเด้ออ. ขอให้เหมือนแบบที่แรกดิ ใม่เอาแบบนี้
    #20260
    0
  14. #18918 NTUAM (@siazao) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 08:24
    โอ้ยต่ายแล้ววววว
    #18918
    0
  15. #16365 P.pleummm (@pleum_pt) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 19:33
    ว้อท!!!!
    #16365
    0
  16. #15206 มัคคึมัค (@ppond23) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 18:09
    โอ้ม่ายนะ ยังไม่อยากกินมาม่านะ
    #15206
    0
  17. #14106 talook_tuktik (@pprims2) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 05:30
    ปมเยอะมาก เอื้อกกกกก
    #14106
    0
  18. #12829 นักอ่าน. (@ziintaeliin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:57
    นิ้งไม่ทิ้งหรอกกก
    #12829
    0
  19. #12681 สวยพอเพียง -/- (@zukzonfz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 04:12
    ปมมาแล้วจ้า จิกหมอนได้ไม่นานเองอ่ะ
    #12681
    0
  20. #8731 PiekpoonQtie (@PiekpoonQtie) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 18:28
    ต้องเตรียมตับไว้สำรองมั้ย งือออ
    #8731
    0
  21. #8015 siri69 (@siri69) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:10
    เริ่มกระตุก..ตามเนื้อเรื่องเลย
    #8015
    0
  22. #7124 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 00:33
    เดาอารมณ์พี่หลามไม่ค่อยได้โหดเกิ้น แต่อักนี่แย่อะเอาปมคนอื่นมาพูดทำแบบนี้แล้วตัวเองมีความสุขหรอ....
    #7124
    0
  23. #6122 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 22:45
    พี่หลามเกิดอะไรขึ้นอะ
    #6122
    0
  24. #5714 rinlaparn (@saiphan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 07:46
    ชอบพี่หลามตรงที่ถึงแม้จะโกรธแค่ไหน แต่ก็เป็นห่วงความรู้สึกนิ้งก่อนเป็นอันดับแรก
    #5714
    0
  25. #5326 aim-ny (@aim-ny) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:42
    ตอนนี้สายดาร์คมาเอง
    #5326
    0