◊ HOOD [X] MANIA ◊ จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ

ตอนที่ 5 : ◊ HOOD [X] MANIA 4 ◊ ขี้น้อยใจ {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    17 มี.ค. 62

 



4

ขี้น้อยใจ

 

มะ... เมียเหรอ!

ฉันทำหน้าเหวอทันทีเมื่อได้ยินเขาพูดกับผู้หญิงตรงหน้าไปแบบนั้น พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าฉลามดุกำลังสบตาฉันอยู่เช่นกัน ใบหน้าของเราอยู่ในระยะประชิดเพราะเขากอดฉันไว้แนบอก แม้กระทั่งต้นขาของฉันที่นั่งทับหน้าขาของเขาไว้นั่นก็ด้วย ฉันเบนสายตาไปที่มือของตัวเองที่ยื้อไหล่ของฉลามดุเอาไว้จากเหตุการณ์กะทันหันเมื่อครู่ แล้วอยู่ดีๆ หน้าก็ร้อนขึ้นมา

มะ... เมียอะไรกัน ไม่ใช่สักหน่อย

“เอ้ะ เราไม่เห็นรู้เลย” ผู้หญิงคนนั้นหน้าเสียไป ก่อนที่เธอจะหันมามองหน้าฉันอย่างงุนงง “แต่เราไม่เห็นได้ข่าวเลยว่าคะนิ้งดาวคณะอักษรจะมีแฟน”

อะ... อะไรน่ะ เธอรู้จักฉันด้วยเหรอ

“ดาวคณะ?” ฉลามดุทวนเสียงเข้มทันที ก่อนที่เขาจะก้มลงมามองฉันที่ก้มหน้างุด “จริงเหรอนิ้ง”

“อะ... อื้อ” ฉันตอบกลับไปเสียงอ้อมแอ้มอย่างไม่ค่อยอยากจะพูดถึงนัก ฉันไม่ค่อยชอบตำแหน่งนี้มาตั้งแต่แรก พยายามจะขอออกอยู่หลายครั้งแต่ไม่เคยสำเร็จสักที ทั้งๆ ที่ฉันพยายามทำตัวไม่ให้เป็นจุดเด่นมากแล้วนะ เธอก็ยังจำได้อีก

“แม่ง...” แต่ที่ผิดคาดกว่าคือฉลามดุดันสบถออกมาเหมือนไม่สบอารมณ์ แล้วกำชับอ้อมแขนแน่นขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน “งี้คนก็จ้องแต่จะแอ้มเธออ่ะดิ ดีกรีดาวคณะไม่มีใครไม่อยากได้หรอก”

ฉันทำหน้างง ส่วนผู้หญิงคนนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิม เธอเลิกคิ้วออกมา

“เราไม่ชอบ ออกเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“...”

“ออกจากดาวคณะเดี๋ยวนี้เลย”

อะ... อะไรของเขาเนี่ย

 

“เมื่อกี้เราแค่ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธผู้หญิงคนนั้นว่ายังไง เธอไม่โกรธใช่มั้ย?”

ฉันทำหน้ามุ่ยเล็กๆ หลังจากที่ฉลามดุพูดประโยคนั้นจบ ดาวคณะนิเทศน์คนนั้นก็เลยขอตัวออกไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก ส่วนฉันก็รีบเด้งตัวออกจากหน้าตักของร่างสูงทันทีเมื่อเขาคลายมือออก แล้วขยับไปนั่งจนสุดขอบของเก้าอี้อย่างรักษาระยะห่าง แม้ว่าฉันจะเข้าใจเรื่องที่เขาไม่อยากให้ผู้หญิงคนอื่นมาจีบ เขาอาจจะอยากแสดงความจริงใจ หรืออะไรก็ตาม

แต่การที่ดึงฉันเข้ามาเกี่ยวด้วยนี่มันใช่แล้วเหรอ ฮือ

“อย่าทำแบบนั้นอีกเลยนะ” ฉันพูดกับเขาโดยไม่สบตา แล้วก็ได้ยินเสียงขยับตัวของคนข้างๆ

“ผิดเหรอ” และน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะตัดพ้อกลายๆ ของเขาทำให้ฉันชะงักไป “ที่ไม่มีสิทธิ์แต่หวงเธอเนี่ย”

“...”

“ผิดขนาดนั้นเลยเหรอวะ” ฉันหันกลับไปมองเขาทันที แล้วก็ผงะไปเมื่อเห็นว่าร่างสูงขยับตัวมาใกล้ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และพอเขาเห็นฉันสบตาด้วย ฉลามดุก็ท้าวแขนเข้ากับโต๊ะหินอ่อนทางด้านหลัง แล้วเลื่อนใบหน้าเข้ามาอย่างไม่แคร์สายตาของคนอื่นที่มองมาทางนี้เลย

“อะ... ใกล้เกินไปแล้ว” ฉันท้วงเขาแล้วเอากระเป๋ามาบังหน้าเอาไว้ ร่างสูงชะงักไป เขาถอยหลังในทันที แล้วเริ่มหัวเราะ

“ไม่ได้สักที” เขาพึมพำอะไรสักอย่าง แล้วฉันก็เริ่มอยากให้ส้มหวานมาที่นี่เร็วๆ เพราะฉันเริ่มรับมือกับเขาไม่ถูกแล้ว “เธอใจอ่อนเมื่อไหร่... เราจะไม่ปล่อยให้หนีแน่คอยดู”

ฉันเบิกตากว้าง มองเขาที่ยกไฟแช็คมาเปิดปิดเล่น ฉลามดุไม่ยอมลุกไปซะที เอาแต่นั่งข้างๆ ฉันจนกระทั่งฉันเห็นร่างบางของส้มหวานที่เดินบึ่งเข้ามาในประตูมหาลัย

“ส้ม... ส้มมาแล้วล่ะ” ฉันพูดกับเขา แล้วร่างสูงก็ยืดตัวมองตาม

“เห็นแล้ว” เขาทำหน้าเซ็ง ในขณะที่ทันทีที่มาถึงตัวส้มหวานก็เริ่มแว้ด

“พี่หลาม! วันหน้าวันหลังอย่าลากนิ้งไปฉุกละหุกแบบนั้นอีกนะ อย่างน้อยก็บอกกันก่อน” เธอเอ็ดฉลามดุเป็นอย่างแรกยังกะสนิทกันมานาน แล้วเขาก็ทำหน้าตายใส่ “ยังจะมาทำหน้าแบบนั้นอีก รู้มั้ยว่าน้องตกใจแค่ไหนเนี่ย อยู่ดีๆ ก็ลากนิ้งออกไปเลย!

“ก็พี่แค่อยากอยู่กับนิ้ง” เขาตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้ฉันตัวแข็งทื่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ “ทำไมคนถึงเห็นว่าที่พี่ทำแบบนี้มันผิดกันนักวะ”

“พี่...!” ส้มหวานตั้งท่าจะพูดอะไรสักอย่าง หากแต่ว่าฉลามดุกลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเสียก่อน เขามองหน้าฉัน แล้วเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มพร้อมกับล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเอง

“เลิกเรียนแล้วโทรมาเบอร์ที่พี่โทรไปนะ” เขาตบบ่าของส้มหวานเบาๆ แล้วเดินออกไปโดยไม่หันมามองหน้าฉันเลย แล้วนั่นก็ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่า...

“ผิดเหรอ... ที่ไม่มีสิทธิ์แต่หวงเธอเนี่ย”

“ทำไมคนถึงเห็นว่าที่พี่ทำแบบนี้มันผิดกันนักวะ”

เขา... กำลังน้อยใจฉันเหรอ?

 

จบคลาสแล้ว และฉันก็ได้แต่ยืนกระวนกระวายใจอยู่ข้างๆ ส้มหวาน

ให้ตายเถอะ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักหน่อย แล้วทำไมฉันจะต้องมากังวลเรื่องที่เขาทำท่าเหมือนน้อยใจฉันด้วยนะ

“ส้มโทรหาพี่หลามแปปนะนิ้ง” ส้มหวานหันมาพูดกับฉันที่บังเอิญหันมามองหน้าเธออย่างขออนุญาตโดยไม่รู้ว่าทำไม ฉันแสร้งทำเป็นไม่สนใจตอนเธอยกโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ก็แอบเงี่ยหูฟังเสียงปลายสายเมื่อเธอเริ่มพูดเมื่อฝั่งนั้นรับสายแล้ว “... ฮัลโหล พี่หลาม! เลิกเรียนแล้วนะ”

[เหรอ] ฉันได้ยินเสียงปลายสายตอบกลับมา มันชัดมากเพราะส้มหวานเปิดสปีกเกอร์โฟนต่อหน้าฉันเลยหลังจากเห็นว่าฉันเอียงหน้าไปทางโทรศัพท์ของเธอมากเกินไปหน่อย ฉันหน้าร้อนไปหมดเมื่อเห็นว่าเธอจับได้ว่าฉันแอบฟังอยู่

ปะ... เปล่านะ ฉันเปล่าสนใจสักหน่อย

“พี่จะพูดแค่นี้เหรอ” เธอถามปลายสายและเหลือบมองฉัน แล้วฉันก็ทำเมินหน้าหนีไปมองทางอื่น

[อ่า... รู้แล้วว่าเลิกเรียน]

“...”

[ฝากบอกนิ้งด้วยว่าวันนี้พี่ไม่ว่าง] ฉลามดุตัดสายไปในทันที ในขณะที่ฉันชะงักไป น้ำเสียงของเขาดูเรียบเฉยมากเลย จนกระทั่งส้มหวานเอาโทรศัพท์ออกแล้วเริ่มบ่นอุบ

“อะไรของพี่เค้าเนี่ย เสียมารยาทสุดๆ วางหูใส่ได้ยังไง” เธอทำหน้ามุ่ยตอนมองฉันที่นิ่งไป “งั้นเรากลับกันเถอะนิ้ง ดูพี่เค้าจะไม่ว่างนะ”

“อะ... อื้อ” ฉันพยักหน้าอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วต่อมาก็โดนแรงจับจูงของส้มหวานให้เดินไปขึ้นสองแถวอีกฝั่งหนึ่ง ฉันถอนหายใจตอนขึ้นไปนั่ง แล้วก็ถอนหายใจอีกเมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู

เขาน้อยใจฉันเหรอ? หรือว่าเขาไม่จริงจังกับฉันกันแน่นะ

... ถ้าจะไม่มารับ ก็น่าจะส่งไลน์มาบอกกันบ้างสิ

“... อะ!” ฉันสะดุ้งเมื่อเผลอคิดแบบนั้นออกไป อะไรน่ะ อะไรกัน เธอคิดอะไรอยู่นะคะนิ้ง เธอไม่ได้รอเขาสักหน่อย ตอนที่เรียนอยู่เธอแทบไม่นึกถึงเขาด้วยซ้ำ ถึงเขาจะมาหรือไม่มา จะจริงใจหรือไม่จริงใจเธอก็ไม่เห็นต้องไปสนใจเลยนี่

ใช่ ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลย

ฉันพยักหน้ากับตัวเอง เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อีก

 

จนกระทั่ง...

ดึกแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืด แต่ก็ไม่มีเสียงโทรศัพท์

แต่ฉันไม่ได้กระวนกระวายใจเลยนะ ฉันนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือของส้มหวานที่เราจะผลัดกันมานั่งทำเวลามีงาน ในขณะที่ส้มเล่นโน้ตบุ๊คอยู่บนเตียง

ฉันเอาโทรศัพท์ไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงเลยล่ะ ถึงใครจะโทรมาฉันก็ไม่ได้ยิน...

“นิ้ง! พี่หลามโทรมา”

ฉันแทบจะหันขวับเมื่อได้ยินแบบนั้น แต่ต่อมาก็หันหน้าหนี แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“ระ... เหรอจ้ะ ส้มรับให้หน่อยสิ”

“โอเค” เธอกดรับทันที ถึงแม้ว่าตอนแรกฉันอยากจะทิ้งไว้จนเขากดวางไปเอง แต่... แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนี้ “พี่หลามเหรอ! ส้มพูดนะ พอดีนิ้งอ่านหนังสืออยู่”

“...”

“อ้อ นิ้งไม่ว่าหรอก แค่อ่านทบทวนของวันนี้น่ะ ใกล้จะจบแล้ว ส้มแอบดูอยู่” ฉันตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินแบบนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉลามดุคงคิดว่าฉันยุ่งอยู่เรื่องอ่านหนังสือ แต่... แต่ดูที่ส้มพูดสิ! “ฮะ? พี่อยู่หน้าหอเหรอ ยามไม่ให้เข้า?”

“...”

“โอเคๆ เดี๋ยวส้มบอกนิ้งให้”

ติ๊ด

ฉันได้ยินเสียงเธอวางสาย จนกระทั่งส้มหวานวางโทรศัพท์ฉันลงที่เดิมแล้วพูดขึ้น

“นิ้ง พี่หลามรออยู่หน้าหอเราอ่ะ นิ้งลงไปรับเขาขึ้นมาหน่อยสิ”

อะ... อะไรนะ

 

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้สองเท้าของฉันก็ยืนอยู่หน้าหอพักของตัวเองแล้ว

ไม่รู้ว่าส้มหวานอยากจับคู่ฉันกับฉลามดุอะไรขนาดนั้น เธอพยายามผลักดันฉันให้ลงไปข้างล่างด้วยตัวเองให้ได้เลย ในขณะที่ตัวเองก็นอนเล่นโน๊ตบุ้คอย่างสบายใจ

ให้ตายสิ นี่ส้มไม่รู้เลยรึไงนะว่าฉันโดนเขาโกรธอยู่น่ะ

“เขาอยู่นั่น...”

ฉันพึมพำแล้วตัดสินใจยืนแอบอยู่ข้างๆ เสาข้างหน้าหออย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อทันทีที่ลงไปก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งกับรถมอเตอร์ไซต์ที่คุ้นเคย ฉลามดุสูบบุหรี่อีกแล้ว เขานั่งหันเสี้ยวหน้าด้านข้างมาทางที่ฉันยืนอยู่ ร่างสูงเสยผมขึ้น แล้วเริ่มพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างเงียบเชียบ

ฉันค่อยๆ โผล่หน้าออกไป แล้วก็เป็นจังหวะที่ร่างสูงหันมามองทางนี้พอดี

ทันทีที่เห็นเขาก็กวักมือเรียกฉันให้เดินเข้ามาหา แล้วทิ้งบุหรี่ลงกับพื้นในวินาทีนั้น

ฉันอึกอักนิดหน่อยเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะยังโกรธหรือน้อยใจฉันอยู่รึเปล่า แต่พอเดินเข้าไปใกล้ตัวร่างสูงที่นั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซต์แล้ว ข้อมือของฉันก็ถูกคว้าและถูกดึงจนไปชนกับแผงอกของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“อะ... ปล่อยนะ” ฉันตกใจและดันเขาออกทันที ในขณะที่เงยหน้ามองฉลามดุในความมืด มันมีแค่แสงไฟจากถนนข้างหน้าเท่านั้น ฉันก็เลยเห็นไม่ชัดว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่

จนกระทั่งทั้งตัวของฉันถูกเขาโอบเข้ามาใกล้และถูกกอดเอาไว้แน่นโดยที่คนกระทำไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ

ฉันเบิกตากว้าง พยายามดันเขาออกอีกรอบแต่ก็ไม่เป็นผล เลยได้แต่พูดเสียงสั่นๆ ออกไปแทน “บะ... บอกให้ปล่อยได้แล้ว”

“เราหนาว” แต่คำสั้นๆ ของเขากลับทำให้ฉันชะงักไปอย่างไม่เข้าใจ “แล้วก็น้อยใจนิดหน่อย”

นะ... น้อยใจ?

“...”

“เธอโกรธเรารึเปล่า ที่วันนี้เราไม่ได้ไปรับ” ฉันนิ่งไปเมื่อได้ยินฉลามดุถาม และสั่นหน้าเบาๆ ในอ้อมแขนของเขา “แต่เราโกรธ”

เขาโกรธฉันเหรอ?

“โกรธ... เรื่องอะไรอ่ะ” ฉันถามกลับไป แล้วร่างสูงก็ซุกใบหน้าลงมาที่ไหล่ของฉันจนสะดุ้งไปทั้งตัว เส้นผมนุ่มๆ ของเขาคลอเคลียอยู่ที่ต้นคอจนฉันต้องหลับตาปี๋และหน้าร้อนวูบขึ้นมาด้วยความอาย

“ไม่มีเหตุผล” เขาตอบกลับเบาๆ แล้วกอดฉันแน่นขึ้นอีก “แค่เราชอบเธอมาก ก็เลยโกรธมั้ง”

“มะ... ไม่เห็นเข้าใจเลย”

“หึ อย่าเข้าใจเราเลยว่ะเธอ” เขาคลายอ้อมกอดออก แล้วจับไหล่ของฉันเอาไว้แน่นในขณะที่มองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า “จะนอนแล้วไง?”

ฉันทำหน้างุนงงแล้วก้มลงมองชุดของตัวเอง เพิ่งรู้สึกตัวว่าใส่ชุดนอนลงมาหาเขาข้างล่าง มันเป็นชุดนอนแบบเดรสสีครีม หน้าแดงไปหมดเมื่อรู้สึกตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมองฉลามดุที่เริ่มขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

“อย่าใส่ชุดนอนบางๆ แบบนี้ลงมารับผู้ชายคนไหนเลยนะ” เขาพูดแบบนั้น แล้วมันก็ทำให้ฉันต้องก้มหน้างุดลงแทบจะทันที “แต่มารับเราได้”

นะ... นี่เขาพูดอะไรเนี่ย

“...”

“เมื่อกี้ที่กอดเธอ เหม็นบุหรี่มั้ย?” และพอเห็นว่าฉันเงียบไป ฉลามดุก็ถามขึ้นมาอีกเหมือนพยายามหาเรื่องคุย ส่วนมือที่จับที่ไหล่ของฉันก็เริ่มเลื่อนลงมากุมมือของฉันเอาไว้อย่างหลวมๆ

“นะ... นิดหน่อยจ้ะ” ฉันตอบโดยไม่สบตากับเขา แล้วฉลามดุก็หัวเราะ

“ไม่บอกก่อน” เขาบีบมือฉันแน่นขึ้นข้างหนึ่ง ในขณะที่อีกข้างก็เลื่อนขึ้นมาปัดเส้นผมของฉันที่ตกลงมาปรกหน้าเพราะลมตอนกลางคืนมันค่อนข้างแรงให้อย่างลวกๆ “ไม่ชอบคนสูบบุหรี่?”

ฉันมองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วตอบไปตามความจริง “อื้อ ไม่ชอบ”

“งั้นเดี๋ยวเราเลิกให้” ฉันเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำแบบนี้จากปากผู้ชายคนไหน เขาจะเลิกบุหรี่ให้ฉันเหรอ ทำไมล่ะ? “ไม่ชอบอะไรอีก”

“...!

“ถ้าไม่ชอบ จะได้เลิกให้หมดเลย” เลือดบนใบหน้าของฉันสูบฉีดจนชาไปหมดเมื่อเขาพูดแบบนั้นด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมทั้งดึงตัวฉันให้ขยับเข้าไปใกล้ใบหน้าของเขาอีก และเพราะฉลามดุนั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซต์มันก็เลยดูเหมือนฉันสูงกว่า เส้นผมของฉันตกลงมาปรกหน้าของเขา ในขณะที่ร่างสูงจะฉีกยิ้ม “บอกแล้วว่าเพื่อเธอเราทำได้ทุกอย่าง”

“...”

“หนาวมั้ย เธอใส่เสื้อบางมากเลยว่ะ” เขาพูดอีก ย้ำอีกว่าชุดเดรสของฉันมันบางแค่ไหน ในขณะที่จะโอบเอวฉันเข้ามาใกล้เมื่อมีกลุ่มผู้ชายที่พักหอพักเดียวกันกับฉันเดินผ่านและนั่งจับกลุ่มกันตรงโต๊ะม้าหินอ่อนที่ไม่ไกลกันนัก พอฉันมองตามก็เห็นว่าพวกเขากำลังมองฉันด้วยแววตาจาบจ้วง ถึงแม้ว่าฉันจะยืนอยู่กับฉลามดุและถูกเขาโอบเอวอยู่ก็ตาม “เธอไม่น่าเลือกหอพักนอกมหาลัยเลยนะ”

“หือ... อะไรนะ” ฉันหันไปมองเขาอย่างสงสัยเมื่อรู้สึกว่าร่างสูงพึมพำอะไรสักอย่างข้างๆ หู ก่อนที่ฉลามจะหันกลับมามองและไม่พูดอะไร ในขณะที่เลือกที่จะทำอะไรบางอย่าง

“นิ้ง ใส่นี่ไว้”

เขาถอดเสื้อฮู้ดด้านนอกที่ใส่อยู่แล้วสวมให้ฉัน

“อะ... ฉันไม่หนาวนะ” ฉันท้วง ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไรจนถูกร่างสูงช้อนตัวให้มานั่งตักเขาบนเบาะมอเตอร์ไซต์ หน้าของฉันเห่อร้อนขึ้นมาทันที

“ถ้าไม่ทำแบบนี้พวกมันก็ไม่เลิกมองเธอหรอก” เขาอธิบายทันทีเหมือนกลัวว่าฉันจะหนีเขาเพราะการกระทำที่อุกอาจแบบนี้ ฉันมองตามสายตาของร่างสูง แล้วก็เห็นว่าพวกผู้ชายกลุ่มนั้นหันกลับไป

อ๋อ เขากำลังช่วยฉันอยู่นี่เอง

“เอ่อ... ขอบคุณนะ” ฉันไม่รู้ว่าควรพูดคำนี้มั้ยกับสถานการณ์ที่ตัวเองตกเป็นรองเหมือนกันแบบนี้ แต่พอพูดออกไป ฉลามดุก็เอื้อมมือข้างหนึ่งมารั้งเอวของฉันไว้ทันที

“ขอโทษนะนิ้ง” เขาพูดสั้นๆ แล้วฉันก็ทำสีหน้างุนงง

“ระ... เรื่องอะไรเหรอ”

“ที่ไม่ได้ไปส่งวันนี้” ฉันชะงักไป แล้วก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่กุมเข้าหากันเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี “เราโกรธ แต่พอเรารู้สึกตัว เราก็รีบมาที่นี่เลย ถึงเพื่อนเธอจะบอกว่าเธอโอเคดี เราก็อยากมาเจอหน้าให้แน่ใจกว่านี้”

“...”

“เราชอบเธอ และเราจะไม่ทำแล้ว ครั้งนี้ครั้งเดียว”

“...”

“เธอไม่โกรธใช่ปะ”

“มะ... ไม่จ้ะ”

เพราะอย่างงั้น...

เพราะอย่างงั้นก็เลิกทำให้ฉันหน้าร้อนขนาดนี้ซะทีเถอะนะ

“ดีแล้ว เราก็ไม่คิดว่าเธอจะโกรธหรอก” เขาพูด และถึงจะไม่ได้หันกลับไปมองฉันก็พอจะรับรู้ได้ว่าเขากำลังยิ้มอยู่ “พรุ่งนี้มีเรียนมั้ย?”

“อะ... อื้อ มี” ฉันตอบอย่างตกใจเพราะเขาเอียงหน้าเข้ามาถามจากด้านข้าง มันใกล้มากจนฉันตั้งตัวไม่ทัน แล้วฉลามดุก็พยักหน้ารับรู้ เขาผละใบหน้าออกไปแล้วถามอีก

“กี่โมง”

“เที่ยงอ่ะ เหมือนวันนี้” ฉันคิดว่าฉันเริ่มชินกับท่านั่งในตอนนี้แล้วก็เลยพูดออกมาแบบไม่ติดอ่างเหมือนเคย “ทำไมเหรอ?”

“เปล่า” เขาหัวเราะในลำคอ “แต่ถ้าตื่นทันจะโทรหา”

“...”

“จะได้ไปส่ง” ฉันก้มหน้าลงมองมือของตัวเองอีกครั้งเมื่อไปไม่เป็น เขาพูดแล้วก็มองไปทางผู้ชายตรงนั้นด้วย ดูเหมือนฉลามดุจะไม่ชอบพวกเขาเอามากๆ เลย

“แต่... แต่ส้ม”

“เพื่อนเราทำงานที่อู่ พรุ่งนี้เราก็มีเรียน เดี๋ยวจะเอารถเพื่อนไปส่งเธอก่อนไง” เหมือนเขาจะรู้ว่าฉันอยากจะถามอะไร ร่างสูงพูดตัดบทแบบไม่ให้ฉันแทรกขึ้นมาได้เลยอย่างไม่ทุกข์ร้อน แล้วก็ดูเหมือนจะไม่อยากให้ฉันปฏิเสธด้วย “โอเคนะ?”                                                                     

ถึงไม่โอเคก็ต้องโอเคไม่ใช่เหรอ

“อะ... อื้อ”

“...”

“มาเร็วๆ นะ” ฉันรู้สึกว่าผู้ชายที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังชะงักไปหน่อยๆ ฉันก็แค่อยากแกล้งเขานิดหน่อยน่ะ ก็เขาชอบแกล้งฉันก่อนนี่นา อย่างที่ดึงมานั่งบนตักแบบนี้มันก็คือการแกล้งให้ฉันเขินไม่ใช่เหรอ

“เธอพูดว่าไงนะ” แต่พอเขาถามย้ำเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง ฉันก็รู้สึกว่าที่พูดไปน่ะเป็นอะไรที่คิดผิดสุดๆ เลย

“มะ... มาเร็วๆ นะ”

“...”

“ฉันจะรอ”

คะนิ้งงงง เธอแกล้งเขามากเกินไปแล้ว

“พูดจริง?” เขาทวนอีก แล้วฉันก็หลับตาปี๋แล้วพยักหน้ารัวเร็ว ก่อนที่ร่างสูงจะหัวเราะเสียงดังเหมือนจะเยาะเย้ยใครสักคน ในขณะที่จะคว้าเอวฉันแล้วดันให้ลุกขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

ฉันมองเขาอย่างงุนงง แล้วฉลามดุก็กอดคอฉันแล้วเดินผ่านกลุ่มพวกนั้นที่เหลือบมามองพวกเรานิดหน่อย เขาเบี่ยงด้านตัวเองไปทางพวกนั้น ในขณะที่จะดึงตัวฉันให้เบียดชิดเข้ากับตัวของเขาอย่างหวงแหน

“จะพาไปไหนอ่ะ” ฉันหน้าแดงไปหมดและถามขึ้นอย่างลนลานเมื่อถูกเขาลากให้เดินเข้ามาด้านในหอพัก ไม่มีใครเข้ามาห้ามเลย เพราะปกติเวลาคนนอกที่ไม่ใช่คนในหอพักเข้ามาจะถูกยามกันออกมาและต้องรับบัตรอนุญาตเข้าหอพักก่อน โดยจะต้องมีคนในหอพักที่รู้จักกันมายืนยันด้วย

แต่นี่เขาคงคิดว่ามากับฉันล่ะมั้ง ก็... ก็ฉลามดุเล่นกอดฉันหน้าหอซะขนาดนั้นนี่

“ดึกแล้ว” เขาตอบคำถามฉันสั้นๆ แล้วเบี่ยงตัวฉันให้ไปยืนข้างหน้า “พรุ่งนี้เธอมีเรียนเช้า เดี๋ยวนอนไม่พอ”

“เอ่อ... ไม่เช้านะ” ฉันท้วง ก็มันตั้งเที่ยงแน่ะ ฉันตื่นเจ็ดโมงครึ่งทุกวันอยู่แล้วอ่ะ

“แต่เช้าสำหรับเรา เรากลัวตื่นไม่ทัน” ฉันมองเขาแล้วกลั้นหัวเราะในเหตุผลนั้น แล้วก็เห็นรอยยิ้มจางๆ ของร่างสูงที่ปรากฎขึ้นที่มุมปากของเขา “เราก็แค่อยากมาส่งเธอ”

“...”

“ฝันดีนะนิ้ง” ฉันมองเขาแล้วพยักหน้าเบาๆ ฉลามดุจ้องหน้าฉันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะทำอะไรบางอย่าง

ร่างสูงเคลื่อนใบหน้าลงมาแล้วจูบแก้มฉันหนักๆ จากทางด้านซ้าย

“...!!” ฉันเบิกตากว้าง เอามือมาจับแก้มของตัวเองเอาไว้ ในขณะที่หน้าร้อนเห่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ฉันเห็นเขายิ้มกว้าง แล้วเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซต์ของตัวเองโดยที่ขับออกไปทันที

ฉันทรุดตัวนั่งลงกับโซฟารับแขกด้านในหอ แล้วก็เอามือมาปิดหน้าตัวเองที่ร้อนจัดจนเหมือนกาต้มน้ำเดือดๆ อย่างรวดเร็ว

ขะ... เขานี่มัน

 

[SALAMDU : SIDE]

คืนนี้กูฝันดีแน่นอน

“ยิ้มอะไรของมึง เห็นแล้วจะอ้วก” ผมหันไปตามต้นเสียง แล้วก็เห็นเจ๊เพทเดินเข้ามาในขณะที่โยนกระป๋องเบียร์ส่งให้ผมหลังจากที่ผมขับจากหอพักของนิ้งและแวะมาที่นี่ “เเดกให้หมด กูเลี้ยง”

เธอชื่อ เพทาย เป็นผู้หญิงคนเดียวในประวัติกาลที่เป็นหัวหน้าเด็กช่างแถวๆ นี้ เธอเป็นเจ๊ใหญ่ของที่นี่ แล้วเผอิญว่าผมรู้จักกับไอ้พัสน้องชายของเจ๊แกด้วยไง ก็เลยแวะมาที่อู่ของมันนิดหน่อย

ผมก็แค่อยากรีบมาเอารถไปรับว่าที่เมียเฉยๆ

“เออ มีเรื่องดีๆ ว่ะ” ผมตอบแล้วเปิดกระป๋องเบียร์อย่างอารมณ์ดี ส่วนผู้หญิงในชุดหนังแบบโคตรแมนก็เดินมาเคาะรถที่ผมมาเอาสองสามที ก่อนที่เธอจะนั่งลงตรงกระโปรงรถ

“เรื่องไร ผู้หญิงเหรอ?” ผมฉีกยิ้มกลับไปแทนคำตอบ แล้วเจ๊ก็แค่นหัวเราะ “อยากรู้ว่าครั้งล่าสุดที่มึงยิ้มทุเรศแบบนี้คือตอนไหน ตอนคบกับไอ้พราวปะ?”

พราวที่ว่าเป็นแฟนคนก่อนที่ผมเพิ่งเลิกไป เพราะเธอมีคนอื่นมั้ง จำได้ว่าตอนนั้นผมวูบไปหลายอาทิตย์

“ก็แค่แฟนเก่า” ผมแค่นหัวเราะตามบ้างแล้วกระดกเบียร์เข้าคอ “เลิกไปจะเป็นชาติ เจ๊อย่ารื้อฟื้นดิวะ”

“แล้วไง?”

“กูรักคนนี้มากกว่า”

“มากแค่ไหน รักมากกว่าของมึง” ผมถอนหายใจ ในขณะที่จะยกมวนบุหรี่ขึ้นมาจะสูบ แต่พอเสียงของคะนิ้งดังขึ้นมา...

“ไม่ชอบคนสูบบุหรี่?”

“อื้อ ไม่ชอบ”

ผมก็ยัดมันใส่กระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม

“เจ๊...” ผมโพล่งขึ้น แล้วเจ้าของชื่อเรียกก็หันมามองอย่างสงสัย “เจ๊ยังสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่มั้ยวะ?”

“เดี๋ยวถีบเลย กูไม่สูบบุหรี่” พูดปากเปล่าไม่พอ ยังยกเท้ามาถีบหลังผมด้วย “ทำไม จะเลิกบุหรี่ไง?”

“เออ”

“อย่าบอกนะว่า?”

“เออนั่นแหละ” ผมตอบปัด ก็ผมจะเลิกให้นิ้งไง “แค่คิดว่าช่วงแรกๆ จะอยากมากจนเผลอสูบอีก”

“คนจริงมันต้องไม่พึ่งตัวช่วยปะวะ”

“...”

“มึงรักเขาแค่ไหนล่ะ ถ้ารักมากถึงขั้นโงหัวไม่ขึ้นขนาดนั้น” ผมเงียบฟังเจ๊เทศน์อย่างสงบ ก่อนที่เธอจะกระแทกกระป๋องเบียร์ลงบนกระโปรงรถเสียงโคตรดัง “มึงต้องเลิกขาด แบบไม่ต้องพึ่งห่าไรเลย”

“...”

“ทำได้มั้ยล่ะ?”

“ได้ดิ” ผมตอบกลับไปด้วยสีหน้าจริงจัง “ว่าแต่ทุบกระป๋องใส่รถแบบนั้นไอ้พัสไม่ด่าเหรอวะ”

เท่าที่รู้จักกันมา ว่ากันว่ามันเป็นคนหวงรถยิ่งกว่าอะไรดี

“เออช่างแม่ง รถมันไม่ใช่รถกู” เจ๊แกว่าพลางยักไหล่อย่างไม่แคร์ แต่ต่อมาก็ถามขึ้นมาอีกเหมือนเพิ่งสังเกต “มึงมาเอารถไอ้พัส?”

“ใช่”                   

“ทำไมวะ มอไซต์เดี้ยงเหรอ”

“เปล่า ยืมไปรับว่าที่เมียว่ะ” ผมกระตุกยิ้ม แล้วเจ๊เพทก็ทำหน้าแปลกใจ “อยากให้นิ้งนั่งรถ”

“นิ้ง? ชื่อคนที่มึงจีบเหรอ คุ้นๆ” เจ๊ทำสีหน้าสงสัย จะว่าไป... เจ๊เพทไม่ค่อยถูกกับช่างสักคนหนึ่งที่เคยเป็นเด็กช่างเก่า เมื่อก่อนเคยเป็นหัวหน้าของเด็กช่างอีกกลุ่มที่เป็นศัตรูกันเพราะเรื่องหวงถิ่น หัวรุนแรงพอกันทั้งคู่ ช่วงนั้นตีกันวุ่นวายน่าดู “เหมือนชื่อน้องไอ้เวรคะนอง”

นั่นไง

“โลกคงไม่กลมขนาดนั้นว่ะ” ผมทำสีหน้าเบื่อโลก

ให้พูดตรงๆ เลยคือเรื่องมันก็จบนานแล้ว ตอนแรกคิดว่าเจ๊เพทแกจะปลงได้ แต่นี่อะไรวะ วันๆ เวลาผมแวะมาหาก็เอาแต่พูดเรื่องจะแก้แค้นไอ้เฮียคะนองอยู่ได้ ตอนนี้เฮียแกก็ไปทำงานแล้ว ทำงานเป็นช่างสักซะด้วย ส่วนเจ๊แกก็ทำอู่อยู่กับไอ้พัส ในเมื่อวางมือกันทั้งคู่ก็ควรให้เรื่องมันจบดีๆ ดิวะ

“แต่นิ้งคนนั้นกูเอ็นดู”

“เจ๊เลิกพูดเหอะ”

“ฟังกูพูดให้จบ” เจ๊แกถลึงตาใส่ผมแล้วพูดต่อ เหมือนไม่สนใจเลยว่ะว่าหน้าผมตอนนี้บ่งบอกว่าผมขี้เกียจนั่งฟังแค่ไหน “นางเป็นเด็กกำพร้า ไม่ใช่ลูกจริงๆ ของบ้านมัน แต่ไอ้คะนองทั้งรักทั้งหวง หมั่นไส้ก็จริง แต่เป็นกูกูก็หวง”

“อ่า...” ผมครางสั้นๆ แล้วกระดกกระป๋องเบียร์ลงคออีก แล้วอยู่ดีๆ ในหัวมันก็... “แล้วถ้านิ้งคนนั้นกับนิ้งของกูเป็นคนเดียวกันจริง เจ๊ว่าจะจีบลำบากปะวะ”

ใช่ อยู่ดีๆ ผมก็ดันบ้าจี้คิดแบบนั้นขึ้นมา กลัวว่าโลกแม่งจะเกิดกลมขึ้นมาจริงๆ

“มั้ง กูไม่รู้ แต่มึงก็รู้ว่าไอ้ห่าคะนองเล่นสงครามประสาทเก่ง” เจ๊แกทำสีหน้าขยะแขยงไปด้วยตอนพูด คงไม่ชอบเท่าไหร่ที่จะต้องมานั่งชมศัตรูของตัวเอง “มันอาจจะจับมึงสักตีน”

“เออ ถ้าเป็นนิ้งของกูนะ จะสักตรงไหนก็เอามาเหอะ”

จากการที่รู้จักไอ้เฮียคะนองมานาน

ถ้าโลกมันจะกลมจริงๆ ผมก็จะขอสู้ให้ได้นิ้งจนถึงที่สุดเลยว่ะ นี่พูดจากใจจริง

[SALAMDU : SIDE END]








มาเปิดให้รู้จักกับตัวละครอีกสองคน
นั่นก็คือเจ๊เพทายกับเฮียคะนองนั่นเอง 555555555555
ดูหน้าเเซ่บๆ งั้นนางไม่ใช่นางร้ายนะคะ นางเป็นเจ้าเเม่ค่ะ กร๊าก
ตอนนี้ยังละมุนอยู่ เเต่จะเริ่มเข้าสู่พล็อตเรื่องนิดๆ เเล้วน้า
ฝากติดตามเเละรักพี่หลามกันต่อไปเรื่อยๆ เลยนะงับ
เม้นท์ๆ โหวตๆ ให้เค้ากันหน่อยน้าที่รัก จุ้บๆ

เม้นท์เท่าที่ใจคุณมีต่อพี่หลามเเละน้องนิ้งเลยนะงับ
เม้นท์เยอะ กำลังใจเเยะ เดี๋ยวจะรีบมาอัพต่อให้เยยยย ><
* มีคำหยาบเล็กน้อยเพื่ออรรถรสนะงับ 

จะมาบอกว่าเซ็ตพวกพ้องของพี่หลาม -
พี่น้องของน้องนิ้งเปิดเเช่ให้เเอดเฟบเเละเจิมกันเเย้วน้าาา 
เเต่งพี่หลามจบจะต่อด้วยอีเล้งกับหนูส้มค่ะ ฝากติดตามกันด้วยน้า
เรียงเรื่องเลย 5555555555555
เเลดูรีบเปิดเนอะ 555555555 กลัวลืมพล็อตง่ะตัวเธอ TT
‪#‎ไปเเอดรอไว้ให้ครบทุกเรื่องเลยนะเธอ‬ ‪#‎การันตีความหนุก‬

 
เล้ง x ส้มหวาน                                                              เดี่ยว x คะน้า
{คนรูปไม่หล่อ x คนขี้เเกล้ง}          {พี่ชายขี้อ่อย x น้องสาวหน้ามึน}

 
คะเน x เพทาย (เจ๊ใหญ่)                                            คะนอง x ลูกหมี
{เด็กร้ายลึก x เจ้าเเม่ขาโหด}             {พ่อพันธุ์เถื่อน x เด็กเเก่เเดด}

คะนิน x เอ๋ย
{วายร้าย x ลูกสาวเจ้าพ่อ}


ฝากเพจอีกสักที
เพื่อการติดตามที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เฮ้!
 
{ลิ้งค์เพจสำหรับคนที่เล่นในเเอพค่ะ}
 

 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

123,240 ความคิดเห็น

  1. #123236 PatcharamaiSiri (@PatcharamaiSiri) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:30
    น่ารักจริงๆๆๆ
    #123236
    0
  2. #122024 150221 (@150221) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:37
    พี่หลามไรท์น่ารักมาก
    #122024
    0
  3. #121191 JinMaiLing (@JinMaiLing) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 04:20
    คะนอง คะนิน คะเน คะนิ้ง คะน้า ซื่อคล้ายกันเป็นพี่น้องกันหรอค่ะ
    #121191
    0
  4. #121078 0656620201 (@0656620201) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 14:36
    โลกคงกลมจิงๆเเร้วเเระ555
    #121078
    0
  5. #105647 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 01:14
    เฮียเท่ระเบิดเลยอ่ะ
    #105647
    0
  6. #104149 Issirikran (@PSRK) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:11
    นี่ยังไม่ผ่านด่านนิ้ง ยังมีด่านพี่ชายนิ้งอีกหรอ ยากแน่พี่หลาม ยังไงก็สู้ๆนะจ้ะ
    #104149
    0
  7. #66839 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 19:28
    เกือบจะจีบคะนิ้งติดว่ายากแล้ว จะต้องฝ่าด่านอรหันต์พี่น้องอีก สู้ๆนะพี่หลาม
    #66839
    0
  8. วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 21:54
    เฮียฉลามคนจริงวุ่ย นิ้งหนูหวงเนื้อหวงตัวหน่อยไหมคะ ส้มนี่ก็สนับสนุนเพื่อนจัง หวงหน่อยดิ~
    #63191
    0
  9. #51552 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 10:11
    กราบเจ้าแม่ค่ะ5555
    #51552
    0
  10. #48611 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 20:00
    นิ้งปล่อยตัวจังปล่อยให้เขากอดเขาจับลวนลามได้ โง่หรือโง่วะ ส้มก็ไม่เห็นช่วยเพื่อน ให้เพื่อนไปรับผู้ชายหน้าหอดึกๆ รักเพื่อนจริงๆ ความย้อนแย้งนิสัยตัวละครเยอะเกินไปแล้ว
    #48611
    0
  11. วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 12:05
    พี่หลามเจอศึกช้างแน่
    #41004
    0
  12. #40798 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 04:01
    แพทายกับคะนองเค้าจะได้กันใช่ป่ะ55555555
    #40798
    0
  13. #34613 niparat02 (@niparat02) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 21:28
    หลามสายรุก
    #34613
    0
  14. วันที่ 24 มกราคม 2560 / 23:19
    ถ้าสักตีนนี่จะไม่ขำตายหรอ5555
    #34500
    0
  15. #28194 Namaba (@Namaba) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 15:11
    สักตีน?? รสนิยมไหนเนี้ยยยย
    #28194
    0
  16. Columnist
    #23086 P'YinG (@yingzazaza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 16:40
    จริงๆ แล้ว โลกมันกลมนะ 555+
    #23086
    0
  17. #20177 wonki2 (@wonki) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 11:17
    เจ๊มีความเถื่อน ชอบว่ะ.. 5555 อ่านจบแล้วจะเถื่อนตามเรื่องมั้ยเนี่ย
    #20177
    0
  18. #18820 NTUAM (@siazao) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 15:52
    เอาแล้วไงงง
    #18820
    0
  19. #16341 P.pleummm (@pleum_pt) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 16:52
    แก๊ คือแบบ งานดี๊ดี
    #16341
    0
  20. #15150 มัคคึมัค (@ppond23) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 15:10
    จะรอดมั้ยฉลามดุ
    #15150
    0
  21. #13618 talook_tuktik (@pprims2) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 15:56
    เหมือนมีกลิ่นอายความดราม่า55555555
    #13618
    0
  22. #12797 นักอ่าน. (@ziintaeliin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 15:24
    เจ๊เท่อ่ะ ชอบบ
    #12797
    0
  23. #12674 สวยพอเพียง -/- (@zukzonfz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 02:24
    ฉลามเอ๊ยจะเจอศึกหนักแล้ว
    #12674
    0
  24. #11721 fianna (@daraxx21) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 22:35
    มีความโหดดดดด
    #11721
    0
  25. #7983 2-CHAIR (@tellyou) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 16:11
    โลกเหวี่ยงมาเจอกาน อิอิ
    #7983
    0