◊ HOOD [X] MANIA ◊ จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ

ตอนที่ 9 : ◊ HOOD [X] MANIA 8 ◊ เก็บอาการ {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    17 มี.ค. 62

 



8

เก็บอาการ

 

[SALAMDU : SIDE]

เกือบไป

ผมนอนอยู่ข้างนอกห้องของนิ้ง นอนแม่งอยู่ตรงโซฟานี่แหละ ถึงตอนนี้หน้าผมจะดูนิ่ง แต่ในใจนี่แม่งเต้นแรงชิบหาย เต้นจนแม่งจะทะลุออกมานอกอกได้อยู่แล้วว่ะ เพราะหลังจากผมปล่อยคะนิ้งเข้าห้องนอนไป ตัวผมก็มานอนกระวนกระวายอยู่ข้างนอกเพราะเมื่อกี้เสือกอารมณ์ปะทุขึ้นมาตอนที่เห็นว่าเธอจะเข้าไปในห้องนอน

มันไม่ได้เมาหรอก หรือเมาก็ไม่รู้แม่ง... แต่รู้สึกว่าไม่อยากปล่อยให้เธอไป

เกือบจะทำอะไรนิ้งไปแล้วว่ะ โชคดีที่ห้ามตัวเองไว้ได้ทันตอนที่เห็นว่าตัวเธอสั่นแค่ไหนตอนที่อยู่ในอ้อมแขนผม

“เวรเอ้ย” ผมสบถกับตัวเอง ทำไปได้ไงวะ

แต่ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย... ร้อยทั้งร้อยแม่งก็เสือทั้งนั้น ผมเองมันก็เป็นผู้ชาย ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่กันสองต่อสองในห้องจะทำอะไร? คงไม่ได้มานอนจับมือกันเฉยๆ หรอกมั้ง

แต่ตอนที่โทรมาบอกว่าจะนอนกับเธอผมเมา อันนั้นเมาจริงๆ มาสร่างอีกทีตอนเดินขึ้นห้อง คือมันจะมีจังหวะหนึ่งที่วูบ กับจังหวะหนึ่งที่สติกลับมาไง แล้วตอนที่มันกลับมาก็ตอนที่เห็นเธอกำลังจะเข้าไปในห้องนอน วินาทีนั้นผมคิดเลยว่า... ผมแม่งจะไม่ปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป เธอต้องเป็นของผมดิวะ ผมจะไม่ให้เป็นของใครเด็ดขาด

ผมก็เลยทำแบบนั้น

แต่มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบไง... ผมเองก็เข้าใจเธอนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกจู่โจมแบบนี้นิ้งจะกลัวผมมากขึ้นกว่าเดิมรึเปล่า เหมือนผมใช้ความไว้ใจเธอมาเพื่อมาทำอะไรแบบนี้เลยว่ะ โคตรเหี้ยเลย ดีนะที่ไม่ได้ทำอะไร ไม่งั้นคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

นิ้งจะนอนยังวะ?

ผมนอนคิดเงียบๆ แล้วผุดลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา ก่อนหน้านั้นจำได้ลางๆ ว่าที่นิ้งอยู่คนเดียววันนี้เพราะเพื่อนของเธอออกไปทำงานที่บ้านเพื่อนจนต้องนอนค้างคืนที่นั่น ผมก็เลยมองไปรอบๆ ห้อง

นิ้งไม่ได้ปิดไฟให้เพราะเธอรีบเข้าห้องไป แต่ห้องก็เป็นห้องธรรมดาเหมือนหอพักทั่วๆ ไป มีรูปที่เธอถ่ายกับเพื่อน กับครอบครัว โซฟาสีขาวที่ผมนั่ง แล้วก็ห้องครัวเล็กๆ อีกฝั่ง ห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก

ผมถอนหายใจหนัก แต่ก็ดีใจที่เธอยอมให้ขึ้นมา แต่ตอนนี้มันดูท่าจะพังเพราะอารมณ์ของผมแล้วว่ะ

แกรก

ผมชะงักเมื่อคิดอะไรคนเดียวอยู่ดีๆ ประตูห้องนอนของเธอก็เปิดออกกะทันหัน ผมรีบล้มตัวลงไปนอนแล้วแกล้งหลับตาลงทันที ก่อนที่จะได้ยินฝีเท้าที่ดูจะระแวดระวังมาจนใกล้ๆ ตัว

“ฉะ... ฉลาม” คะนิ้งเดินเข้ามาสะกิดผมเบาๆ แต่ผมก็แกล้งหลับสนิทไม่สนใจเสียงของเธอ “ฉลาม เราเอาผ้าห่มกับหมอนมาให้”

“...”

“ฉลาม”

“...”

“... เฮ้อ” ผมได้ยินเสียงเธอถอนหายใจหนักอย่างไม่รู้จะทำยังไงดีเมื่อเห็นว่าผมไม่ลืมตา ก่อนที่จะรู้สึกว่ามือเล็กๆ ของนิ้งค่อยๆ ห่มผ้าให้อย่างเบามือ แล้วใช้มือสั่นๆ รองหัวของผมขึ้นมาแล้วสอดหมอนเข้ามาข้างใต้อย่างช้าๆ

เหี้ย... อยู่ดีๆ ผมก็เขินว่ะ ทั้งที่ผมจู่โจมเธอขนาดนี้ยังจะมาใจดีกับผมอีก เดี๋ยวผมก็ทนไม่ไหวแล้วจับเธอปล้ำจริงๆ ซะหรอก

แล้วก็ใช่ ผมไม่ใช่คนที่มีความอดทนได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาที่เมา

เพราะพอมือเธอแตะโดนปลายนิ้วของผม ผมก็รีบคว้ามันเอาไว้ทันที คะนิ้งสะดุ้งตัวโยน ในขณะที่ผมจะลืมตาขึ้น

จะบอกว่าสร่างแล้ว แต่อยู่ใกล้เธอผมเลยต้องสร้างภาพนิดหน่อย

“นิ้ง...”

ว่าผมเมามาก

“อะ... ละเมอเหรอ” ผมอยากจะหัวเราะเมื่อเธอเอ๋อไปนานก่อนที่จะอุทานออกมามั่วซั่วเมื่อผมเรียกชื่อเธอสั้นๆ แต่ดูเลื่อนลอย ผมก็เลยดึงมือเธอขึ้นมาจูบเบาๆ คะนิ้งชักมือออกทันที แต่ผมไม่ยอมปล่อย “ทะ... ทำอะไร ปล่อยมือนะ”

“ไม่ปล่อยได้มั้ย” ผมถามเสียงอ่อน แล้วใช้อีกมือรวบท้ายทอยเธอให้โน้มหน้าเข้ามาหา “ขอนอนด้วยไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้ ไม่เอา” เสียงเธอแกว่งๆ พร้อมกับมือเล็กที่พยายามจะดันหน้าอกของผมไว้ แต่แรงเธอมีน้อยเกินไป ผมมองริมฝีปากของเธอที่สั่นระริก ก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะมันเบาๆ จนร่างเล็กสะดุ้ง

“ไม่ทำไรหรอก”

“...”

“สัญญาว่าจะทำแค่จับมือ” เพิ่งด่าไปว่าผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ในห้องสองต่อสองคงไม่ทำแค่จับมือกันหรอกมั้ง แต่สุดท้ายผมก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองจนได้ เพราะว่านิ้งไม่ประสีประสาอะไรเลย “... ได้มั้ย?”

“ไม่... ไม่ได้” แต่เธอใจแข็งกว่าที่คิดว่ะ คะนิ้งส่ายหน้าอยู่ลูกเดียว เธอทำท่าจะแกะมือผมออกแล้วเบ้หน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้ “ไม่เอา ปล่อยเรานะ”

“ใจร้ายว่ะ” ผมตัดพ้อ เข้าใจเธอนะ แต่บางทีผมก็ความอดทนต่ำไง ก็เลยดึงร่างเล็กเข้ามากอดทั้งๆ ที่ผมนอนอยู่บนโซฟาแบบนั้น คะนิ้งนิ่งไปเลย ก่อนที่เธอจะเริ่มดิ้นเบาๆ จนผมต้องจูบที่ต้นคอเธอที่อยู่ใกล้กับใบหน้าของตัวเองเพื่อให้เธอหยุดขยับตัว จนเธอสะดุ้งอีก “... ตัวหอม”

ผมคราง ไม่อยากให้ใครได้กลิ่นนี้เลยว่ะ อยากจะจูบเธอแม่งทั้งตัวแต่ก็ทำได้แค่นี้ แต่ไม่เป็นไร แค่นี้ก็ได้

“ปล่อยนะ... อื้อ” เธอครางเบาๆ เมื่อผมขยับใบหน้าเข้าไปกัดใบหูเล็กๆ ของเธออย่างกลั่นแกล้ง ตัวของเธอร้อนมาก แล้วเสียงของเธอก็น่ารักจนผมแทบจะหยุดตัวเองไม่ได้ “อะ... หยุด ฉลาม”

ผมรู้สึกไม่พอกับความต้องการจริงๆ ของตัวเอง อยากจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปจูบเธออีก อยากจะกอดเธออยู่แบบนี้ทั้งคืน แต่พอคิดว่าพอแค่นี้ดีกว่าว่ะ ผมก็เลยปล่อยมือออกจากตัวเธอทันทีจนเสียงของคะนิ้งที่เรียกชื่อผมขาดห้วงไป

เธอทำหน้าเหวอสุดขีดตอนที่ผละตัวออกไปได้ ทั้งหน้าทั้งคอแดงจนขึ้นสีจัด ผมมองท่าทางของเธอที่ดูลุกลนอย่างเงียบๆ มองเธอด้วยความรู้สึกที่ว่าถ้าไม่ใช่เพราะคุยกันไม่ถึงเดือนผมคงจะกลืนกินเธอซะตรงนี้ คะนิ้งที่ดูเหมือนรู้ก็เลยขยับตัวด้วยท่าทีสั่นๆ แล้ววิ่งเข้าห้องนอนทันที

ผมหัวเราะให้ท่าทางที่ไร้เดียงสานั่น ก่อนที่จะเอามือมาทึ้งหัวตัวเองไว้

แม่งเอ้ย ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้ด้วยวะ

ผมอยากได้นิ้งจนจะตายอยู่แล้วว่ะ ทำไงดี

[SALAMDU : SIDE END]

 

มะ... เหมือนไม่ได้นอนเลย

ฉันยืนหน้าซีดเซียวอยู่หลังกระจก มีไลน์เข้าเป็นของส้มหวานดังขึ้นมา เธอส่งมาว่าวันนี้งานเธออาจจะเสร็จค่ำๆ หน่อย ฉันก็เลยได้แต่ยืนห่อเหี่ยว

ฉันอยู่ในห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อคืนเพราะไม่รู้ว่าฉลามดุออกไปรึยัง ฉันไม่กล้าสู้หน้าเขา ตอนที่เดินเข้าไปในห้องน้ำที่มีประตูจากห้องนอนเชื่อมเข้าไปกับห้องข้างนอก ถึงฉันจะแค่ล้างหน้า แต่ฉันก็ล็อกประตูทั้งสองบานเอาไว้เลย นั่นก็เพราะเรื่องเมื่อคืนทำฉันไปไม่เป็นมากจริงๆ

หลังจากที่โดนฉลามดุกะ... กอดไปเมื่อคืนแล้วฉันก็วิ่งหนีเข้าห้องมา จนแล้วจนรอดฉันก็นอนไม่หลับสักที พลิกไปพลิกมาจนต้องมานอนนับแกะคนเดียวเงียบๆ จนสุดท้ายก็ผล็อยหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้

เขาจะกลับไปรึยังนะ?

ฉันคิดในใจแล้วทำใจกล้าค่อยๆ แง้มประตูห้องนอนออกไปอย่างช้าๆ แล้วก็เห็นว่าห้องรับแขกที่เขาเคยนั่งอยู่นั้นเงียบเชียบ ไม่มีวี่แววของร่างสูงที่อยู่ในห้องเลย จนฉันต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

คงกลับไปแล้วล่ะ

ฉันคิดในใจอีกแล้วเดินไปนั่งที่โซฟา และพอนึกขึ้นได้ว่าตรงนี้เป็นที่ที่เขานอนแล้วก็ดึงฉันเข้ามากอดเมื่อคืนก็เด้งตัวหนีทันที ใบหน้าของฉันร้อนเห่อไปหมดเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาอีกแล้ว

ฉะ... ฉันไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนกอดนี่ นอกจากพี่ชายกับน้องชายก็ไม่มีใครแล้ว เพราะงั้น... เพราะงั้นฉันเลยทำตัวไม่ถูกอ่ะ

ฉันคิดแล้วเอามือมาจับหน้าที่ร้อนจัดของตัวเอง คิดว่าห้องนี้คงไม่มีใครแล้ว แถมวันนี้ก็ไม่มีเรียนอีกก็เลยกะจะเข้าไปอาบน้ำให้หายคิดมาก

ฉันคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำแล้วจัดการทำธุระส่วนตัวอย่างเช่นทุกวัน พออาบน้ำสระผมเสร็จก็สวมผ้าเช็ดตัวผืนเดิมแล้วเดินออกมาข้างนอกเพื่อจะมาเอาแป้งที่ลืมเอาไว้ที่ห้องรับแขกด้านนอก

แต่ถ้าไม่ใช่ว่าฉันเห็นฉลามดุยืนถือกล่องข้าวอยู่ในห้องครัวเสียก่อน

“นิ้ง ตื่น...” เสียงของเขาขาดหายไปทันทีพร้อมกับสีหน้าที่ดูเหมือนจะตกใจที่หันกลับมาเห็นฉันที่ออกมาจากห้องในสภาพแบบนี้ ฉันเบิกตากว้างสุดขีด มองตัวเองที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวแล้วอยู่ดีๆ หน้าก็ร้อนเห่อขึ้นมาอีก ฉันรีบเอามือปิดหน้าอกตัวเองเอาไว้อย่างรวดเร็วเมื่อสายตาของเขามองเลยลงมายังจุดนั้น

“ขะ... เข้ามาได้ยังไง” เสียงของฉันที่เปล่งออกไปนั้นเบาและสั่นมาก

ก็... ก็ฉันเห็นว่าเขากลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ

“แค่ออกไปซื้อข้าวมาให้ แล้วนี่...” เขาพูดเสียงแกว่งๆ ใบหูและลำคอแดงจัดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แล้วพอยิ่งเป็นแบบนั้นอยู่ดีๆ ขาของฉันก็แข็งทื่อ ขยับไปไหนไม่ได้ขึ้นมาซะเฉยๆ “ใครให้ออกมาสภาพแบบนี้วะ”

ฉันเบ้หน้า รู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ “ยะ... อย่ามองนะ”

“... อะไร”

“อย่ามองนะ”

“แต่เรา...” ฉลามดุทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ทึ้งหัวตัวเองแล้วเบือนหน้าหนี “ไม่มองก็ได้”

“...”

“รีบเข้าไปแต่งตัวก่อนที่เราจะ...” เสียงของเขาขาดๆ หายๆ อีกแล้วเมื่อเห็นว่าฉันเอาแต่เงียบไม่ยอมพูดอะไรเพราะไปไม่เป็น ก่อนที่ประโยคต่อมาจะทำให้ฉันอึ้ง “ก่อนที่เราจะทนไม่ไหวแล้วทำอะไรเธอขึ้นมา”

ฉันอ้าปากค้างออกมาในวินาทีนั้น ใบหน้าร้อนจัดจนชา แล้วรีบเอามือกุมผ้าเช็ดตัวเอาไว้แน่นในขณะที่เดินเป็นวิ่งเข้าไปในห้องแล้วก็ปิดประตูล็อกกลอนในทันที

ตึกตัก ตึกตัก

หัวใจของฉันเต้นแรง ฉันล้มตัวนั่งลงบนเตียงอย่างเงียบๆ มองใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนเข้ากับกระจก มันขึ้นสีแดงชัดมาก มากเสียจนฉันต้องเบิกตาโตอย่างตกใจ ฉันมองตัวเองในนั้นด้วยใบหน้าที่ร้อนจัดเหมือนกับจะระเบิด ในขณะที่ต่อมาจะเอามือมาปิดหน้าของตัวเองเอาไว้

ฮือ แบบนี้ก็ยิ่งไม่กล้าสู้หน้าเขาเข้าไปใหญ่เลยอ่ะ

 

[SALAMDU : SIDE]

เหี้ย

ไม่คิดว่าพอกลับมาที่ห้องเธอแล้วจะมาเจออะไรแบบนี้

ผมนั่งกุมหัวอยู่ที่โต๊ะกินข้าวที่ห้องของคะนิ้ง ตีอกชกหัวตัวเองที่ไม่ยอมหายอารมณ์ขึ้นซะที หน้าร้อนแล้วแม่งเอ้ย ทำไมนิ้งต้องเกิดมาขาวขนาดนั้นด้วยวะ หน้าก็ขาว ขาก็ขาว ตัวก็ขาว หน้าอกก็...

เวร!!

“ลืมมันไป... ลืมดิวะ” ผมพูดกับตัวเองระหว่างที่รอเธอแต่งตัว กินข้าวไม่ลงทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นหิวแทบตาย แต่พอกลับมาเจอความขาวใสระยะใกล้ขนาดนี้ก็อิ่มแล้วว่ะ ก็เพิ่งรู้ว่าถึงเธอจะตัวเล็ก... แต่อย่างอื่นก็ไม่เล็กตามตัวไปด้วย

ผมเผลอจ้องไปแล้วด้วย ตอนที่ไปส่งเธอวันนั้นก็เห็น แต่มันไม่ชัดเท่าวันนี้

ให้ตายเหอะ... อยากกอดนิ้งว่ะ

ผมคิดแล้วก็ทึ้งหัวตัวเองอีก จำไว้ไอ้ฉลาม มึงยังคุยกับนิ้งไม่ถึงเดือน เค้าต้องการเวลา เค้ายังไม่เคย มึงเป็นแค่คนคุยไม่ใช่แฟน มึงไม่มีสิทธิ์ อย่าทำร้ายเค้าด้วยความต้องการเหี้ยๆ ของมึง หยุดความคิดของมึงซะ ตอนนี้

ซึ่งพอเตือนตัวเองได้แบบนั้นผมก็ผ่อนคลายขึ้นมาหน่อย ในขณะที่คะนิ้งแต่งตัวเสร็จแล้วเปิดประตูห้องออกมาพอดี

ผมหันกลับไปมองเธอที่ไม่ยอมสบตาผม แก้มขาวๆ นั่นขึ้นสีชมพูชัดเจน ก่อนที่เธอจะเดินละล้าละหลังมานั่งตรงลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เราสบตากัน แล้วผมก็กระตุกยิ้มให้เธอทั้งๆ ที่ในใจมันปั่นป่วนโคตรๆ

ขาว...

“เราซื้อมาให้” ผมสะบัดหัวไล่ความคิดนั่นทิ้ง ก่อนที่จะพูดสั้นๆ แล้วเลื่อนจานข้าวไปข้างหน้าเธอ เมื่อเช้าผมสั่งข้าวผัดมาให้ เพราะนิ้งไม่ค่อยชอบกินเผ็ด

“มะ... ไม่ใช่เด็กนะ” เธอบ่นเบาๆ เหมือนพยายามปัดเรื่องเมื่อกี้ที่ผมเห็นเธอโป๊เต็มตาทิ้ง แต่ก็ยอมกินอย่างว่าง่าย

ผมมองตามโดยไม่พูดอะไร แต่เพราะนิ้งใส่เสื้อยืดแถมยังเป็นคอวี พอยืดตัวเฉยๆ ก็ไม่มีอะไร แต่พอเธอก้มตัวลงมันก็เห็น... ผมหันหน้าหนีทันที แล้วเริ่มกินข้าวไม่ได้เพราะเธอ

เวรเอ้ย เวร...

ผมสบถในใจไม่ขาดปากเพราะกลัวใจตัวเองชิบหาย กลัวว่าถ้าเธอทำให้ผมอารมณ์ขึ้นอีกทีผมจะไม่ปราณีหรือคิดถึงเหตุผลระหว่างเราในใจอีกแล้ว

ผมแม่งก็ผู้ชายปะวะ ก็กลัวว่าจะจะเผลอทำอะไรเธอเหมือนกัน ผมไม่ใช่ผู้ชายเหี้ยๆ แต่บางครั้งความอดทนของคนเรามันก็มีจำกัด

ยิ่งอยู่ในห้องสองต่อสองแบบนี้... มันเข้าทาง

ไปบ้านไอ้เดี่ยวดีกว่าว่ะ

“เรากลับล่ะ” ผมผุดลุกขึ้นจากโต๊ะทันทีเมื่อตัดสินใจได้ คว้ากล่องข้าวของตัวเองที่ยังไม่ได้เปิดเพราะกินไม่ลงเอาไว้ ในขณะที่คะนิ้งเงยหน้าขึ้นมองผมหน้าเอ๋อๆ อย่างตกใจ “เดี๋ยวโทรหา”

“อะ... อื้อ” เธอหลบตาผมทันทีพอผมพูดว่าจะโทรหา ผมก็เลยสบถออกมา ทึ้งหัวตัวเองอีก แล้วเดินออกไปจากห้องเธอทันที

ต้องไปสงบสติอารมณ์ที่ไหนสักที่แล้วกู

ไม่งั้นนิ้งไม่รอดแน่ว่ะ... พูดจากประสบการณ์ตรง

 

“อ่อนหัด”

“อะไร” ผมหันไปมองมันด้วยท่าทีหงุดหงิด ตอนนี้ผมอยู่บ้านของไอ้เดี่ยว มาถึงก็เห็นมันแชทเฟสกับผู้หญิงด้วยท่าทางมีความสุขน่ารำคาญลูกตาชิบหาย แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เสือกไม่ใช่ใครที่ไหน น้องคะน้า ลูกสาวบ้านไอ้เฮียคะนองไง

ไอ้เล้งก็อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าสมานฉันท์มาทำเหี้ยไรกันในวันที่อารมณ์ผมไม่คงที่ก็ไม่รู้ว่ะ จนไอ้เดี่ยวด่าผมออกมาคำนึง ใช่... มันเป็นเพื่อนผม มองตาก็รู้แล้วว่าที่ผมมาบ้านมันเพราะเหตุผลอะไร

“มึงไม่ได้แอ้มน้องคะนิ้งอ่ะดิ”

“อย่าเรียกน้อง... ของกู” ผมพูดอย่างอารมณ์ไม่ดี ถึงนิ้งจะอายุน้อยกว่าผมไม่กี่ปีแต่ผมก็ไม่อยากเรียกว่าน้อง แล้วก็ไม่อยากให้ใครเรียกเธอว่าน้องด้วย คนยิ่งของขึ้นอยู่อย่ามากวนส้นตีน “กูหวง”

“กับเพื่อนทำมาหวง”

“งั้นให้กูเรียกคะน้าของมึงว่าน้องบ้าง?”

“อย่าเล่นของสูงดิวะ” ผมสบถด้วยสีหน้าหงุดหงิดโคตรๆ เมื่อเห็นว่ามันไม่ยุติธรรม เห็นร่างกำยำของไอ้เล้งเดินเข้ามาพร้อมกระป๋องเบียร์ มันส่งให้ผมกับไอ้เดี่ยว แล้วล้มตัวลงมานั่งข้างๆ

“เป็นไรกันวะเฮีย มีความรักงั้นดิ?” มาถึงก็ถามคำถามแทงใจผมเลยว่ะ ผมแม่งความรู้สึกดาวน์ชิบหายตอนนี้ ก็เลยยกกระป๋องเบียร์ขึ้นกลืนลงคอโดยเลือกที่จะไม่พูดอะไร

“มึงถามไรดูหน้าไอ้หลามบ้าง หน้าบูดเป็นตูดแล้วดูดิวะ” ไอ้เดี่ยวหยอก แล้วผมก็ไม่มีอารมณ์เล่นอะไรกับมันทั้งนั้นในตอนนี้ “สงเคราะห์มันหน่อย มันของขาด”

“กูไม่ตลก”

“แต่กูตลก”

“เฮียเดี่ยว แชทกับใครวะ” ไอ้เล้งชะโงกหน้าไปหาแล้วเปลี่ยนเรื่อง ถึงมันจะบื้อแต่ก็ฉลาดที่จะเปลี่ยนเรื่องไม่ให้อารมณ์ผมปะทะกับไอ้เดี่ยวตรงๆ แล้วพอไอ้เดี่ยวที่มีสีหน้ากรุ้มกริ่มตลอดเวลาส่งโทรศัพท์ให้มันอ่าน ลูกน้องผมก็ทำสีหน้าตกใจ “เฮ้ย น่ารักว่ะเฮีย ไปสอยมาจากไหน”

“บนฟ้า” มันพูดติดตลก

“ทำไมกูไม่ได้งี้บ้างวะเฮีย” ไอ้เล้งเริ่มคร่ำครวญ ดูไอ้เดี่ยวจะรำคาญเลยตบหัวมันไปที

“ก็หาดิวะ” ผมพูดบ้าง สงสารมันอยู่เหมือนกัน ลืมอารมณ์นอยด์ๆ เมื่อกี้ไปเลยกู

“ก็เจออยู่ว่ะ แต่เค้าเทกูว่ะเฮีย เค้าบอกกูหน้าเหมือนจิ้งเหลนไฟ” ไอ้เดี่ยวหัวเราะลั่นเลยตอนนั้น ผมก็ตบไหล่มันอย่างให้กำลังใจ ไอ้เล้งมันหน้าตาไม่ค่อยดีมั้ง ในสายตาของผู้หญิง ผมก็ไม่รู้หรอกว่ะ เพราะผมเป็นผู้ชายเลยค่อนข้างเฉยๆ มากกว่า คิดว่าเป็นน้องในไส้คนหนึ่งเลยไม่คิดอะไร แต่มันชอบอกหักเวลาไปชอบผู้หญิง

“กูว่ามึงก็หล่อนะ” ไอ้เดี่ยวพูดปลอบใจมันบ้าง “แค่ผู้หญิงเค้าตาไม่ถึง”

“เหรอวะเฮีย”

“อย่าคิดมาก คนนี้ไม่ได้ก็หาใหม่ที่มันได้” ผมพูด แล้วไอ้เล้งก็พยักหน้าด้วยสีหน้าซาบซึ้ง

“ทำเป็นพูดเอาเท่ มึงเจอแล้วว่างั้น?”

ผมมองไอ้เดี่ยวที่อยู่ๆ ก็กัดผมขึ้นมาอีก เอาจริงๆ มันก็กัดผมแทบทุกประโยค ถ้ามองเผินๆ อาจจะเหมือนเราเป็นศัตรูกันมากกว่าเพื่อน แต่ความจริงไม่ใช่

“เออ เจอแล้ว” ผมพูดแล้วก็นึกถึงหน้าคะนิ้งขึ้นมาในเวลานั้น

ไอ้เดี่ยวมองหน้าผมกลับ มันไม่ได้พูดอะไร แต่มันก็คงรู้ว่าผมหมายถึงใคร มันคงจะไม่มีหมาที่ไหนหรอกนอกจากเธอ

ถ้าผมไม่คิดว่านิ้งใช่... ผมคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอกว่ะ

เธอคงเสร็จผมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

[SALAMDU : SIDE END]

 

ตอนนี้ฉันอยู่ที่มหาลัย

ผ่านไปสามวันหลังจากที่เกิดเรื่องนั้นขึ้น ฉลามดุหายตัวไปเลย เขาไม่ได้ติดต่ออะไรกลับมาอีก ไม่ว่าจะเป็นไลน์ หรือแม้แต่สายโทรเข้า แม้ว่าฉันจะไม่เข้าใจ แต่มันก็ดีเหมือนกันนะ... ฉันเองก็ไม่พร้อมจะเจอหน้าเขาด้วยอ่ะ

“วันนี้นิ้งกลับหอไปก่อนเลยนะ ส้มมีกิจกรรม”

ฉันพยักหน้ารับเมื่อส้มเดินมาหาหลังจากเลิกเรียนคลาสสุดท้ายของวัน ไม่แปลกใจนักเพราะเธอเรียนคณะนิเทศแถมยังเป็น MC ของชมรม จึงเป็นเรื่องปกติที่ส้มจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมแทบทุกครั้ง ฉันมองส้มหวานที่โบกมือบ๊ายบายอย่างรีบเร่งแล้วโบกมือกลับ

แต่ฉันไม่รีบกลับหรอก ว่าจะแวะร้านหนังสือระหว่างทางกลับหอพักก่อนน่ะ

ฉันขึ้นรถสองแถวที่จอดรออยู่อีกฝั่งของมหาลัยเพราะมันอยู่ใกล้ๆ เดินเข้าไปนั่งที่นั่งด้านในสุดที่ว่าง พร้อมกับเอาโทรศัพท์มาเปิดเพลงแล้วเสียบหูฟังอย่างเงียบเชียบ

คนเริ่มทยอยขึ้นมาบนรถ ผู้ชายที่เดินลงมาล้มตัวลงนั่งข้างๆ ฉันก็เริ่มเบียดเข้ามาใกล้จนฉันรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้หันไปมอง ฉันมัวแต่กดหาเพลงอยู่ จนคนข้างๆ ที่ว่ายกโทรศัพท์ขึ้นมากดบ้าง แล้วมันก็เป็นจังหวะที่ไลน์ฉันขึ้นแจ้งเตือนพอดี

พี่หลามคนจริง : ไง

ฉันตัวชาไปทั้งแถบเมื่อเห็นว่าเป็นฉลามดุที่ส่งมา เขาหายไปสามวันเลยนะ เพิ่งจะทักมาเหรอเนี่ย

Ka ning : อื้อ

พี่หลามคนจริง : จะไปไหน

ฉันทำสีหน้างุนงงเมื่อทันทีที่ตอบกลับไปฉลามดุก็ส่งข้อความกลับมาทันที แต่เหมือนเขาเห็นว่าฉันกำลังจะไปที่ไหนยังงั้นล่ะ

Ka ning : อะไรนะ?

พี่หลามคนจริง : หันมาทางซ้ายดิ

ฉันเอ๋อ ก่อนที่จะมองตาม แล้วก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นว่าฉลามดุนั่งอยู่ข้างๆ โดยที่ฉันไม่รู้ว่าเขาขึ้นมาแล้วมานั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ใบหน้าของร่างสูงมีรอยฟกช้ำและผ้าก็อซที่ข้างแก้มและไหปลาร้า เหมือนเขาไปมีเรื่องมาเลย

“ไง” เขาทักฉันกลับมาด้วยรอยยิ้มมุมปากเหมือนตอนที่ทักเข้ามาในไลน์ ทำท่าทางเหมือนไม่เจ็บไม่ปวดอะไรที่แผลพวกนั้นเลย แล้วฉันก็หลบตาเขา

“อื้อ” ฉันครางรับเพราะยังคงทำตัวไม่ถูก แล้วสายตาก็ติดอยู่ตรงไหปลาร้าของเขาที่มีผ้าก็อซแปะอยู่พอดี ฉันจ้องมองมันอยู่นาน แล้วทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นถามเขา “ปะ... ไปได้แผลมาจากไหนเนี่ย”

“ทำไม?” เขาถามทีเล่นทีจริง แล้วยกแขนขึ้นถลกแขนเสื้อให้ฉันดูรอยช้ำ แผลถลอกกับผ้าพันแผล พร้อมกับคำถามที่ทำให้ฉันไปไม่เป็น “เป็นห่วงเหรอ”

ก็... ก็มัน

“แผลเต็มตัวขนาดนี้จะไม่ห่วงได้ยังไงล่ะ” ฉันทำหน้ามุ่ยเมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกฉุนๆ ที่เขาเห็นว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่นขึ้นมา แล้วฉลามดุก็ทำสีหน้าแปลกใจ ในขณะที่ฉันจะจับแขนของเขาที่เป็นแผลขึ้นมาดูอย่างไม่นึกกลัว แล้วก็ทำหน้าเบ้อย่างรู้สึกเจ็บแทน “ทำไมถึงชอบทำร้ายตัวเองตลอดเลย”

“เราไม่ได้...” เขาตั้งท้าจะค้าน แต่ฉันไม่รอฟังทั้งนั้น

“ดูแผลสิ น่ากลัวจัง ทำไมถึงชอบทำให้เรากลัวนะ ไม่เข้าใจฉลามจริงๆ เลย” ฉันพูดยืดยาวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จับแขนเขาพลิกไปพลิกมา ความรู้สึกที่ว่ามองหน้าเขาแล้วทำตัวไม่ถูกหายไปทันที ฉันว่าตอนนี้แผลเขานี่ล่ะเรื่องใหญ่มากกว่า “แปลว่าสามวันที่หายไปก็เพราะเรื่องนี้เหรอ?”

เขามองหน้าฉันด้วยแววตาแปลกๆ แล้วตอบปัด “ก็ประมาณนั้น”

“ฉลามไม่ห่วงตัวเองบ้างเหรอ?” ฉันอยากรู้จริงๆ นะ ก็ดูเหมือนเขาเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยมากทั้งๆ ที่มันไม่ใช่เลย

เขานิ่งไปพักหนึ่ง มองมือเล็กๆ ของฉันที่จับแขนของเขาเอาไว้ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันดูเหมือนเขาอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เปลี่ยนเป็นเรื่องอื่น

“ใช่ไง เราแม่งเป็นคนไม่ค่อยห่วงตัวเอง”

“...”

“รอให้มีคนมาห่วงแทนอยู่” เขาพูดแบบนั้น ในขณะที่สบตากับฉัน “นิ้งเป็นให้หน่อยดิวะ”

“...!

“สาบานว่าจะทำให้ห่วงทุกวัน”

แล้วเรื่องอื่นของเขามันก็...

“มะ... ไม่คุยด้วยแล้ว” เพราะทำตัวไม่ถูกแถมคนในรถสองแถวก็จ้องมองมาที่พวกเราเป็นตาเดียว ฉันก็เลยเสียบหูฟังแล้วหันหน้าหนีเขาพร้อมกับผละมือออกจากแขนของฉลามดุทันที และคิดว่ามันคงจะดีกว่านี้...

ถ้าไม่ใช่ว่าวินาทีต่อมาเขาก็เอื้อมมือมาคว้าสายหูฟังจากอีกฝั่งออกมาจากหูของฉันเพื่อเอามาใส่ไว้ที่หูของตัวเองนั่นล่ะ

“นะ... นี่” เขาแกล้งฉันอีกแล้วนะ “เอาคืนมาเลย”

“ฟังด้วยดิ” เขาทำน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้ามาหาฉันที่ขยับตัวหนี ไม่กล้าผลักเขาออกด้วยเพราะกลัวว่าเขาจะเจ็บแผล แล้วดูเหมือนฉลามดุจะรู้ว่าเป็นเพราะอะไร ร่างสูงเลยสวนกลับมา “ไม่ผลักอ่ะ?”

“...”

“กลัวเราจะเจ็บแผลเหรอ” เขาพูดอีกเหมือนรู้ทัน ฉันก็เลยก้มหน้าลงมองมือตัวเอง แต่พอเห็นว่าเขาทำท่าจะเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมจนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มของฉันได้แล้ว ฉันก็เลยผลักเขาออกจริงๆ แต่คราวนี้มันโดนไหปลาร้าของฉลามดุที่มีแผลจนร่างสูงต้องนิ่วหน้าออกมาทันที

ฉะ... ฉันเผลอผลักเขาอ่ะ ทำไงดี

“อะ ขอโทษ” ฉันรีบลนลานขอโทษขอโพยออกมาทันทีเมื่อรู้สึกตัวว่าผลักแรงเกินไป มองเขาที่เอามือมาจับที่ผ้าก็อซเอาไว้อย่างรู้สึกผิด “เจ็บตรงไหนมั้ยอ่ะ ขอโทษนะ เมื่อกี้เราไม่ได้ตั้งใจ”

“เจ็บดิวะ ตรงนี้อ่ะ” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีนักพร้อมกับชี้ไปที่แผลตรงช่วงไหล่ ฉันจะเอามือแตะ แต่ในระหว่างนั้นรถก็หักเลี้ยวเข้าซอยที่ฉันกำลังจะลง ฉันก็เลยเสียหลักล้มตัวลงไปที่อ้อมแขนของฉลามดุที่รับฉันเอาไว้ได้ในทันที

เขากอดฉันเอาไว้แน่น รถค่อยๆ ชะลอตัวและหยุดลง ในขณะที่ฉันจะเงยหน้ามองร่างสูงที่กระตุกยิ้มกลับมา แล้วใบหน้าก็เห่อร้อนจนชาเมื่อเขาพูดเสริม

“อ่อยจังเลยว่ะเธอ อยู่ๆ ก็เซมาให้กอดเนี่ย”

“...!

ฮือ

 

“จะไปไหน”

ฉลามดุเดินมาคว้าข้อมือของฉันเอาไว้ทันทีหลังจากที่เราลงรถสองแถวด้วยกันในซอยที่ฉันคุ้นเคย ฉันไม่รู้ว่าเขาจะตามฉันมาทำไม เขาเจ็บแผลอยู่นี่นา แทนที่จะนอนพักอยู่บ้านดีๆ ต้องมาเดินตามฉันแบบนี้มันลำบากเปล่าๆ นะ

ฉันไม่เข้าใจเขาเลย

“ร้านหนังสืออ่ะ” ฉันพูดพร้อมกับมองมือของเขา แต่มันก็แปลกตรงที่เขาดูสายตาฉันออกแต่ไม่ยอมปล่อยมือนี่สิ “ปล่อยก่อนได้มั้ย”

“ไม่ปล่อยว่ะ” เขาดื้อดึง แล้วบีบข้อมือของฉันแน่นขึ้นอีก “หายไปสามวัน ไม่คิดถึงบ้างเลยดิ”

“...”

“หรือมีแค่เราที่คิดถึงเธออยู่คนเดียว?”

ขะ... เขานี่มัน

“แล้ว...” ฉันโพล่งเสียงสั่นอย่างพยายามเปลี่ยนเรื่อง ฉันไม่อยากจะบอกเขาเลยว่าสามวันที่ผ่านมาถึงฉันจะโล่งอกแล้วก็ไม่กล้าสู้หน้าเขาก็จริง... แต่ฉันก็รอโทรศัพท์จากเขาทุกวัน “แล้วทำไมถึงหายไปล่ะ”

ฉลามดุมองหน้าฉัน แล้วเขาก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยมากๆ

“ไปมีเรื่องมา”

“...”

อะ... โอเค ฉันเข้าใจแล้วล่ะ

“เรื่องมันยื้อมาสามวัน เราตกลงกับมันไม่ได้ เลยโดนส่งโรงพักด้วยกัน” ฉันเอ๋อไปเลยเมื่อต่อมาเขาก็สาธยายออกมามากมาย แปลว่าสามวันที่ผ่านมาที่ฉันเรียนปกติ เขากลับไปมีเรื่องถึงขั้นต้องเข้าโรงพักเลยเหรอ “เราโดนขังกักความประพฤติอยู่สามวัน โทรศัพท์ก็อยู่ที่ตำรวจ เลยไม่ได้โทรไม่ได้ทำอะไรกับเธอเลย”

“อ๋อ...” ฉันครางเสียงอ่อน “ก็เลยได้แผลมาใช่มั้ยอ่ะ”

“อืม” เขาพยักหน้ารับ ในขณะที่ฉันก็ได้แต่อึดอัด

แล้ว... แล้วเขาก็มาบอกฉันเนี่ยนะ?

“ตะ... แต่บอกเราไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ”

“รู้” เขาพยักหน้าอีกแต่คราวนี้กระตุกยิ้มให้ฉัน ก่อนที่คว้าข้อมืออีกข้างของฉันไว้ เราหยุดยืนตรงป้ายรถเมล์พอดี “แค่ไม่อยากมีความลับกับเธอไง”

“...” ฉันนิ่งไป

“เราก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ดีหรอก เอาตรงๆ ปะ” เขาพูดออกมาตามตรง แล้วก็ไม่สนใจว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้จะมองเรามากแค่ไหนด้วย “แต่เราปกป้องเธอได้”

“...”

“เราเชื่อว่าเราทำได้” เขาสบตาฉันด้วยแววตาจริงจัง ฉันมองเขากลับด้วยสีหน้าเหวอๆ แบบที่ไม่ทันตั้งตัวกับประโยคนั้น ฉะ... ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดีเลยอ่ะ “ไม่เชื่อก็คอยดู”

ฉันมองหน้าเขากลับ แล้วก็เหมือนถูกกดดันไม่ให้ปฏิเสธ “อะ... อื้อ ก็ได้”

“น่ารักว่ะ” เขาฉีกยิ้มกว้างทันทีเมื่อฉันไม่มีทางเลือกจนต้องตอบรับกลับไปแบบนั้น ก่อนที่จะใช้มือข้างหนึ่งดันหลังฉันให้เดินไปข้างหน้า “จะไปร้านหนังสือไม่ใช่ไง?”

“อื้อ ใช่” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก แล้วเขาก็ยิ้มอีกแล้วคว้าข้อมือของฉันให้เดินตามไปด้วยกัน

แต่ว่านะ...

“เราก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ดีหรอก เอาตรงๆ ปะ”

“แต่เราปกป้องเธอได้”

เขาทำฉันแอบยิ้มกับประโยคนี้ล่ะ

 

“นิ้ง ดูเรื่องนี้ดิ”

“หือ?”

ฉันเอียงหน้าไปหาเมื่อทันทีที่เดินเข้าร้านหนังสือแล้วฉันกับฉลามดุก็เดินหาหนังสือมานั่งอ่านด้วยกันที่โต๊ะกลมภายในร้าน ที่นี่เป็นร้านเล็กๆ ที่มีบรรยากาศเหมือนห้องสมุดทั่วไป แต่รอบร้านถูกประดับไปด้วยดอกไม้ ตุ๊กตาน่ารักๆ แล้วก็มีคาเฟ่เล็กๆ ในร้านด้วย ดูฉลามดุจะเป็นอะไรที่ไม่เข้ากับที่นี่เลยพอเขาเข้ามานั่งข้างในกับฉัน

ฉันมาที่นี่บ่อยในช่วงวันหยุด แต่วันนี้ก็แค่อยากมาหาหนังสือเตรียมสอบเพิ่มน่ะ ก็ไม่คิดว่าจะมีผู้ชายที่หน้าโหดแต่มีนิสัยเหมือนเด็กมานั่งข้างๆ ด้วย เขาหยิบหนังสือบอกชื่อฆาตกรดังๆ ในอดีตมาด้วยล่ะ ฉันทำหน้าเหวอเลยพอเห็นหน้าปกกับรูปข้างใน

ละ... เลือกอ่านอะไรได้สมกับเป็นเขาจริงๆ อ่ะ

“นิ้ง ไอ้เด็กคนนี้แม่งโหดว่ะ” เขาดูจะสนุกมาก ทั้งๆ ที่คนในร้านเอาแต่มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ กันทั้งนั้นแต่ฉลามดุก็ไม่สนใจเลย ก็เขาเล่นสักเต็มแขนแถมยังมีแผลเต็มตัวซะขนาดนั้นนี่ ดูยังไงก็ดูเหมือนพวกอันธพาลมากกว่าคนธรรมดาที่มานั่งอ่านหนังสือในนี้

แต่...

“นิ้ง ดูนี่ดิ”

ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนกำลังพาเด็กคนหนึ่งเข้ามานั่งอ่านนิทานอยู่เลยนะ

“ไม่เอา น่ากลัวอ่ะ” ฉันพูดเมื่อเห็นรูปข้างในพอเห็นว่าเขาเอาแต่สะกิดฉันให้มาดูหนังสือของตัวเองไม่ยอมหยุด “ฉลามไม่หาหนังสือเรียนมาอ่านบ้าง เดี๋ยวสอบตกนะ”

“เราไม่ได้เรียนไรมากไง ซ่อมแต่เครื่องยนต์” ฉันฟังแล้วครางอ๋ออย่างเข้าใจ ก็เขาเรียนอาชีวะนี่เนอะ มิน่าล่ะ... เขาถึงว่างเทียวไปเทียวมาหาฉันได้ทุกวัน “ว่าแต่นิ้งเหอะ เรียนเยอะระวังสมองไม่รับนะ”

“เราก็อยากรีบๆ เรียนให้จบนี่นา” ฉันพูดในขณะที่พลิกหน้ากระดาษอ่านหน้าถัดไป แล้วก็สะดุ้งเมื่อฉลามดุที่นั่งท้าวคางมองฉันเงียบๆ เอื้อมมือมาขยี้หัวอย่างเอ็นดูทันที จนฉันต้องจับมือเขาเอาไว้ด้วยสีหน้าบึ้งบูด “ผมเรายุ่งหมดแล้วนะ”

“ดีแล้วไง”

“... หา?”

“บอกว่าดีแล้ว เรียนไปเหอะ” เขาพูดยิ้มๆ แล้วมือข้างนั้นก็จับมือของฉันเอาไว้ แล้วประสานมือเข้ามาวางลงบนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ “แล้วถ้าเรียนจบจะแต่งกับเราเลยปะ?”

“อะ... อะไรนะ” ฉันเหมือนหูฝาดเลย

“เปล่า ยังไม่ได้พูดไรเลย” ฉันทำสีหน้างุนงงเมื่อเขาตอบปัดทันทีแล้วเริ่มเล่นนิ้วมือของฉันเหมือนเด็กๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง “นิ้งมือเล็กว่ะ”

“อื้อ มีแต่คนพูดแบบนั้น” ฉันหลุดหัวเราะ รู้สึกจั๊กจี้เมื่อฉลามดุคว้าฝ่ามือของฉันไว้แล้วเริ่มวาดเล่นด้วยปากกาหมึกสีที่เจ้าของร้านวางเตรียมไว้สำหรับเขียนงานบนโต๊ะ เขาเริ่มซนแล้วนะ “เดี๋ยวสิ มันเลอะนะ เขียนอะไรอ่ะ”

“อ่านหนังสือไปเหอะ” เขาพูด แล้วฉันก็เบ้หน้ามองเขาอย่างงอนๆ

“ฉลามไม่เขียนมือตัวเองบ้างอ่ะ”

“น่า เดี๋ยวให้ดู”

“ขี้โกง...” เขาเงยหน้ามองฉันทันทีที่ฉันครางออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวนิดๆ แล้วพอเห็นว่าฉันทำหน้ายับยุ่งอยู่ร่างสูงก็เอื้อมมือหนามาดึงแก้มฉันทันที แล้วฉันก็จับมือเขาดึงออกอย่างไม่พอใจ

“เดี๋ยวนี้หัดงอน” เขายิ้ม เอาแต่ยิ้มอยู่นั่นแหละ

“ไม่ได้งอนนะ”

“ให้หอมแก้มเลยมา จะได้หายงอน” ฉันเอ๋อไปเลยเมื่อจู่ๆ เขาก็เอียงหน้าเข้ามาหาทันทีเมื่อฉันตอบปัด พอๆ กับมือของร่างสูงที่วางทับหลังมือของฉันเอาไว้เพื่อไม่ให้ฉันยกมือขึ้นมาดูสิ่งที่เขาเขียนเอาไว้ได้ “หรือจะให้เราหอมแก้มเธอดี?”

“พูดอะไรเนี่ย นะ... นิสัย” ฉันกล้าตีแขนเขาเป็นครั้งแรก ฉลามดุชะงักไปทันที แล้วเขาก็หัวเราะใส่ฉันด้วย

“เดี๋ยวนี้หัดทำร้ายร่างกายเราเหรอวะ”

“เลิกพูดเล่นได้แล้ว” ฉันตีเขาไปอีกที แต่ไม่แรงมากหรอก ก็เขามีแผลนี่ และพอเห็นว่าเขาไม่ว่าอะไรแถมยังดูมีท่าทีชอบใจฉันก็ยิ่งไม่รู้สึกกลัวเขาขึ้นมาจริงๆ แล้ว “พูดอีกทีจะตีปากจริงๆ ด้วย”

“ดุว่ะ” ฉลามดุทำหน้าเบ้เพราะฉันดึงมือเขาออก แล้วมันก็โดนแผลที่หลังมือพอดี

“อะ เจ็บมั้ย” ฉันรีบคว้ามือเขามาดูทันที แล้วก็เพราะเขาปล่อยมือจากฉันแล้วนั่นล่ะ ฉันก็เลยเห็นข้อความที่เขียนอยู่ตรงใจกลางฝ่ามือเมื่อพลิกมือขึ้นมาดูอย่างสงสัย

เมื่อไหร่จะคบกับเราวะ

ฉันอ้าปากค้าง เงยหน้ามองเขาที่กระตุกยิ้ม ฉลามดุทำท่าจะเอื้อมมือมาแตะแก้มฉัน ในขณะที่มือที่เจ็บก็จับข้อมือฉันยึดไว้ไม่ให้หนี

เขาเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้โดยไม่สนใจว่าที่นี่จะมีคนนั่งอยู่หรือยืนเลือกหนังสืออยู่เต็มร้านแล้วเอาแต่มองเรากันแค่ไหน ฉันตัวแข็งทื่อ แล้วก็เหมือนว่ากำลังจะถูกเขาจูบ...

ถ้าเกิดว่าไม่มีใครคนหนึ่งวางหนังสือลงบนโต๊ะของพวกเราอย่างเบามือเสียก่อน

ฉันชะงัก ส่วนฉลามดุก็ผละออกไปทันทีเพื่อจ้องหน้าผู้ชายปริศนา และเมื่อฉันหันไปเห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคย ดวงตาทั้งสองข้างก็ต้องเบิกกว้างอย่างตกใจ

“ทำอะไรอยู่อ่ะนิ้ง?”







มาเเล้วววว ดึกไปมั้ยนี่
อีพี่หลามได้นิดได้หน่อยอ่อยตลอด นางงุ้งงิ้งกันเป็นเด็กมากอ่ะ
ว่าเเต่ผู้ชายปริศนาคนนั้นคือใคร ขัดจังหวะมาก
รู้สึกรีดเดอร์หายๆ จีจีนะช่วงนี้ ไม่ว่างเหยอตัวเธอ เรียนหนักใช่มั้ย
สู้ๆ นะ มาอ่านพี่ฉลามให้ฟินให้หายเครียดกันดีกว่าเนอะ กิกิ
เม้นท์ๆ โหวตๆ ให้เค้ากันหน่อยน้าที่รัก จุ้บๆ

เม้นท์เท่าที่ใจคุณมีต่อพี่หลามเเละน้องนิ้งเลยนะงับ
เม้นท์เยอะ กำลังใจเเยะ เดี๋ยวจะรีบมาอัพต่อให้เยยยย ><
* มีคำหยาบเล็กน้อยเพื่ออรรถรสนะงับ


- เปิดเจิมอีพี่เดี่ยวเน้อ -
ขอเปลี่ยนจากเรื่องเล้งที่เเต่งต่อจากพี่หลามเป็นอีพี่เดี่ยวเเทนนะคะ
อยากให้คู่หูฉลามเดี่ยวมาต่อกันก่อน
อีกอย่างรู้สึกเเซ่บกับพล็อตนาง 5555555555555
เรื่องเล้งส้มหวานค่อยเเต่งต่อจากอีพี่เดี่ยวก็เเล้วกันเนอะ จุ้บ 


ฝากเพจอีกสักที
เพื่อการติดตามที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เฮ้!
 
{ลิ้งค์เพจสำหรับคนที่เล่นในเเอพค่ะ}
 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

123,240 ความคิดเห็น

  1. #122027 150221 (@150221) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 22:19
    พี่คะนองแน่เลยใช่มั้ยไรท์
    #122027
    0
  2. #105651 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 02:34
    ใครมานะ ใคร ต่อๆ
    #105651
    0
  3. #104171 Issirikran (@PSRK) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:43
    เห้ยใครมาเฮียคะนองแน่ๆอะ5555 อย่าทำพี่หลามนะเฮีย
    #104171
    0
  4. #94356 Pink Velvet (@ant_anchalikaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 20:15
    โง้ยย น่ารักก
    #94356
    0
  5. วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 12:15
    มัมมุ้งมิ้งนางดูเด็กมากอะ งือ ใครกันนะมาขัดจังหวะ
    #63467
    0
  6. #40802 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 06:40
    ขอให้เป็นหนึ่งในเดอะเฮียอ่ะ คงบันเทิงน่าดู555555555555
    #40802
    0
  7. #36156 Gray99 (@Gray99) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:20
    พี่หลามน่ารัก งุ้งงิ้งมาก เหมือนเด็กน้อย หยอดตลอดเว รักแก 555555 เดาว่าเฮียคะนองมาแน่ๆ
    #36156
    0
  8. วันที่ 25 มกราคม 2560 / 23:09
    ใครมาาาา พี่นางเหรอออ
    #34567
    0
  9. #34359 บัวสีขาว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 08:45
    ครายยยยยยย
    #34359
    0
  10. #28240 Namaba (@Namaba) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 22:16
    ใครอ่ะ~~ คะนองมาแน่เลยยย
    #28240
    0
  11. #20213 wonki2 (@wonki) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 13:05
    เห้ยย! ใครอ่ะ 5555 พี่หลามระวังตัวดีๆล่ะ พี่คะนองมาเดี๋ยวมีสักตีนน่ะ555555
    #20213
    0
  12. #18826 NTUAM (@siazao) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 16:36
    หมั่นไสสสสสสสส้
    #18826
    0
  13. #16360 P.pleummm (@pleum_pt) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 19:03
    อิผิ พี่คะนองแน่เลย
    #16360
    0
  14. #15173 มัคคึมัค (@ppond23) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 16:58
    คะนองป่ะ?
    #15173
    0
  15. #12824 นักอ่าน. (@ziintaeliin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:07
    ใครน่ะ
    #12824
    0
  16. #12679 สวยพอเพียง -/- (@zukzonfz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 03:32
    ฮู อิส ฮี!?
    #12679
    0
  17. #7115 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 23:33
    พี่คะนองแน่ๆอะโอยยย555555555
    #7115
    0
  18. #7030 FC_Chen Yue (@giftzii_2011) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 08:58
    ใครอ่ะ ตอนสุดท้าย ?
    #7030
    0
  19. #6107 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 17:49
    ใครร พี่คะนอง หรือพี่น้องตระกูลคะคนไหน หรือใครรรร
    #6107
    0
  20. #5712 rinlaparn (@saiphan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 07:24
    โห้ย พี่หลามมทำไมเท่งี้ แต่ว่าใครมานะ??
    #5712
    0
  21. #5319 aim-ny (@aim-ny) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 20:49
    พี่คะนองมาป่าวอ้ะ พี่หลามอ่อยแรงมาก
    #5319
    0
  22. วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 15:44
    ใครมาๆๆๆ
    #4849
    0
  23. #3366 93426 (@93426) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 12:45
    น่าร้ากก คบเถอะ
    #3366
    0
  24. #3352 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 00:48
    อ้อนนนจัง
    #3352
    0
  25. #3351 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 00:48
    อ้อนจังพี่หลามม
    #3351
    0