คุณชาวิน -CHANBAEK-

ตอนที่ 1 : CHAP 01 : เกมกระดานของชาวิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 712 ครั้ง
    3 ธ.ค. 61

 






CHAP 01 : เกมกระดานของชาวิน






 #คุณชาวิน

 

 




 

'สุขสันต์วันเกิดลูกรัก เย็นนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านนะ แม่เตรียมของขวัญเอาไว้แล้ว'


ลงท้าย...


รักลูกชายที่สุด จากแม่




.

.

.

.





เฮอะ....



ขนลุกไปหมดแล้ว 


โตมาจนอายุสามสิบห้า...นี่เป็นครั้งแรกที่แม่บอกว่าเตรียมของขวัญวันเกิดเอาไว้ให้ 


ปกติก็ไม่ค่อยจะตื่นเต้นกับอะไรแบบนี้อยู่แล้ว กลับกัน...ยิ่งแม่ทำตัวแปลกมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งไม่อยากกลับบ้านมากเท่านั้น

 

ช่วงนี้คุณนายแย้มศรีมีท่าทางแปลกๆ วันก่อนก็บังคับให้เขาพาไปทานข้าวที่บ้านเพื่อน ซึ่งปกติก็ไม่เคยจะอยากไปเลยสักครั้ง แม่กำลังมีแผนการ และมันก็คงไม่พ้นเรื่องที่มักจะบ่นกรอกหูเขามาตลอดหลายปี...นั่นคืออยากมีลูกสะใภ้

 


 'คุณแอน’


‘แอนพูดค่ะคุณชาวิน’


‘เอาเอกสารของวันพรุ่งนี้เข้ามาหน่อยครับ ผมจะดูตอนนี้เลย'


 'แต่ตอนนี้จะห้าโมงแล้วนะคะ'


 'ผมจะทำงานทั้งคืน...เอาเข้ามา'


 'เอ่อ...แต่ท่านประธานส่งคนให้มาเอาเอกสารกลับบ้านไปแล้วค่ะ เมื่อสักครู่นี้เอง'

 



แม่...


ปากกาด้ามสีดำถูกโยนลงบนโต๊ะหลังจากได้รับคำตอบจากเลขาหน้าห้อง คิ้วเข้มของรองประธานหนุ่มขดเป็นปมด้วยความหงุดหงิดใจ คุณนายแย้มศรีมักจะตามเกมของเขาทันทุกเรื่อง รู้ใจไปเสียทุกอย่าง แต่ทำไมแม่ถึงไม่เข้าใจ...เรื่องที่เขายังไม่อยากมีเมีย

 

เกมจับคู่ของแม่กับลูกสาวเพื่อนไม่เคยถูกใจเขาเลยสักครั้ง เด็กสาวพวกนั้นทั้งน่ารำคาญแล้วก็ดูปัญญาอ่อน บางคนก็ถ่อมาถึงที่บ้านพร้อมกับทำทุกแผนการเพื่อให้เขาตกหลุมรัก แต่น่าเสียดายที่ชาวินฉลาดเกินไป...เขาไม่อยากเอาตัวไปผูกมัดกับอะไรที่น่าเบื่อแบบนั้น

 


'คุณแอน...เรียกคนขับรถให้ผมด้วย'


'คุณชาวินจะกลับบ้านแล้วเหรอคะ'


'เปล่า...ผมแค่จะกลับไปเอาเอกสาร’


‘เอ่อ...ค่ะ”


‘ส่วนคุณกลับก่อนได้เลย...แต่พรุ่งนี้งานต้องเสร็จ’



ร่างสูงกดวางหูโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 


ชาวินมั่นใจว่าเขาสามารถรับมือกับมันได้ คุณนายแย้มศรีจะไม่มีวันถอยหากยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะฉะนั้นชาวินก็แค่ต้องกลับบ้าน กลับไปเจอผู้หญิงคนนั้น...เสร็จแล้วก็แค่สะบัดตัวออกเหมือนอย่างที่เคยทำ

 


ในเมื่อเขาไม่อยากเล่นด้วยเสียอย่าง คุณแม่จะทำอะไรเขาได้

 





.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.




KHUN CHAWIN 

 

#คุณชาวิน












"ชาวิน! กลับบ้านมาแล้วเหรอลูก!"



เสียงหวานของแม่ดังบาดหูตั้งแต่อยู่บนรถ ชาวินเบี่ยงตัวหลบคุณนายยังสาวที่เดินเข้ามากอดหอมเสียยกใหญ่ คุณแม่ชอบทำเหมือนกับว่าเขายังเป็นเด็ก...โดยเฉพาะตอนที่อยากบังคับจิตใจ



"ทานข้าวกับแม่นะลูกรัก แม่ชวนคุณนายเดือนแขมาด้วยจ้ะ"


"ไม่ดีกว่าครับ ผมแค่กลับมาเอาเอกสาร เสร็จแล้วจะเข้าบริษัทต่อเลย"


"แกว่าอะไรนะตาวิน!"



แบบนี้สิของจริง...



"ผมบอกว่า...แค่กลับมาเอาเอกสารครับ"


"แต่วันนี้เมื่อสามสิบห้าปีก่อน...ฉันเบ่งแกออกมานะ!"



ยอมเผยร่างที่แท้จริงสักที... แบบนี้สิถึงจะเป็นคุณนายแย้มศรีที่ชาวินคุ้นเคย




"ขอบคุณที่คลอดผมออกมานะครับแม่ แต่ผมมีงาน"


"ตาวิน!!"



หอมแก้มผู้มีพระคุณไปหนึ่งที ก่อนจะเบี่ยงตัวแล้วเดินขึ้นห้องไปด้วยท่าทางที่เย็นชาสุดๆ 


ชาวินไม่อยากจะทำแบบนี้กับแม่...แต่เขาเบื่อเกมจับคู่เต็มที รอวันพรุ่งนี้ตอนคุณนายหายงอนแล้วเขาจะพาไปช้อปปิ้งทีหลังแล้วกัน

 

"แม่ครับ เอกสารการประชุมผมอยู่ไหน?"


"ไม่ต้องมาพูดกับฉัน!"


"คุณแม่"


"ฉันไม่อยากคุยกับแกแล้ว...อยากกลับไปทำงานที่ไหนก็ไปเลย"


"แม่ครับ...ผมต้องทำงานนะครับ แม่เอาเอกสารของผมคืนมาเถอะ"


"อยากได้แกก็ไปเอาสิ ฉันวางไว้ที่ห้องกระจกในสวนนู่น!"

 


ห้องกระจกในสวน...ห้องทำงานของเขาน่ะเหรอ แม่เนี่ยนะจะเข้าไป แล้วทำไมคุณแม่ถึงยอมบอกที่ซ่อนของเอกสารง่ายๆแบบนี้


คิ้วเข้มขมวดแน่น  ชาวินสัมผัสได้ถึงความน่าสงสัย...มันไม่ปกติแน่นอน แต่เขาก็คงไม่มีทางเลือกอื่น 


เดิมพันได้เลยว่าแม่ต้องเตรียมบางอย่างเอาไว้รอเขาที่นั่น แผนนัดเจอกันในสวนแบบนี้มันหวานหยดย้อยชะมัด แต่ชาวินเกลียดขนมหวาน...


และที่สำคัญ...เขาเกลียดคนแปลกหน้าทุกคนที่เข้ามายุ่งในพื้นที่ส่วนตัว รวมถึงเรือนกระจกนั้นด้วย

 

ขายาวในกางเกงสีเข้มเดินย่ำไปตามทางด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ความจริงเขาไม่ชอบให้คนอื่นเข้ามายุ่มย่ามในสวนหลังบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา ชาวินเคยบอกแม่ไปแล้วหลายครั้ง...แต่ดูเหมือนคุณนายแย้มศรีกำลังจะเล่นสงครามประสาทกับเขา

 

"แม่ชักจะเล่นแรงไปแล้ว"

 

สถานที่เดียวที่เขาหวงที่สุด คือเรือนกระจกหลังเล็กที่เป็นเหมือนห้องทำงานและห้องพักส่วนตัว ชาวินไม่ชอบให้คนอื่นเข้าไปยุ่มย่ามตรงส่วนนั้น และดูเหมือนลางสังหรณ์ของเขาจะเป็นจริง...เมื่อเห็นนกตัวเล็กๆบินโฉบไปมาอยู่ด้านในห้อง


 

"ฉันอยากจะบ้าตาย"

 


ชาวินหัวร้อนทันทีที่เห็นประตูห้องทำงานเปิดอยู่ ร่างสูงวิ่งเข้าไปในเรือนกระจก ก่อนที่เขาจะยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิมเมื่อเห็นกรงนกถูกเปิดออกโดยมีเด็กหนุ่มอีกคนยืนเอ๋ออยู่ตรงผ้าม่าน

 

"คุณจะทำอะไรน่ะ?!"

 

ร่างเล็กในชุดเรียบร้อยผงะเมื่อถูกดันไปด้านหลังอย่างแรง 


ชาวินเดินวุ่นเพื่อปิดหน้าต่างทุกบานรวมถึงประตูทุกด้านเพราะเขากลัวว่านกจะบินหนี


ความวุ่นวายเหล่านี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับห้องทำงานที่แสนสงบสุขของเขา! โดยเฉพาะการเปิดกรงนก...และทำให้มันบินโฉบไปมา

 

“จะทำอะไร?!”


“ผมจะปิดม่าน”


คุณเปิดกรงนกผมทำไม?!"


"ครับ?"


"คุณเป็นบ้าเหรอ?! ผมไม่อยากเห็นพวกมันต้องบาดเจ็บ ยิ่งไปกว่านั้นคุณควรแหกตาดูเสียก่อนว่าที่นี่เป็นระเบียบมากแค่ไหน ทำไมถึงกล้าเข้ามายุ่มย่าม!

 


เป็นครั้งแรงในรอบสามปีที่ชาวินหัวร้อนได้มากขนาดนี้ ยิ่งเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กตรงหน้ายืนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเขาก็ยิ่งหงุดหงิด


ตอบคำถามผม!


“คุณยังจะเอาคำตอบอีกเหรอ?


คุณพูดว่าอะไรนะ?”

 

ก็ดูเหมือนว่าคุณจะคิดแทนหมดแล้วนี่นา

 


ดวงตาใสเหมือนเด็กคู่นั้น...ไม่ควรจะอยู่กับจมูกรั้นและคำตอบที่แสนจะน่าหงุดหงิดนั่นเลย! ชาวินอยากตะคอกกลับอีกคนให้หน้าหงาย แต่เขากลับทำไม่ได้เมื่อตัวต้นเหตุกำลังหมุนตัวหลบเพื่อเดินหนี


และเขาไม่มีทางยอม!

 


ถ้าคุณเปิดประตูแล้วนกผมบินออกไป ผมจะแจ้งจับคุณข้อหาบุกรุกและทำลายข้าวของ

 

ถ้าข้าวของที่คุณว่าคือนกแก้วหัวเหล็กสามตัวนั้น...เชิญคุณไปแจ้งจับได้เลยครับ"


"........"


"แต่คงต้องเครียร์กันยาวเลยนะ เพราะมันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง มันเป็นนกห้ามเลี้ยง”


“........”



“ส่วนคดีบุกรุก เดี๋ยวผมจัดการเอง

 





เหอะ...อะไรนะ?





อวดดี

 




คำพูดสั้นๆ แต่กลับทำเอาอีกคนยืนนิ่งเหมือนโดนคำสาป


ชาวินจึงเดินไปกดล็อกประตูด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะกดรหัสขาออกเพื่อปิดประตูเอาไว้อย่างแน่นหนา เขาไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องกฎหมายที่เด็กคนนี้พูด เพราะนกทุกตัวมีใบรับรองการเลี้ยงอย่างถูกต้อง ชาวินไม่แคร์...แต่เขาแค่มีปัญหากับเด็กอวดดีเท่านั้น

 

“คุณเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ


ผมต้องเก็บนกเข้ากรงก่อน ส่วนคุณก็เชิญมุดท่อออกไปเองแล้วกัน”


“อะไรนะ?”


“อ้อ! แล้วคราวหลังก็อย่าเข้ามาวุ่นวายในห้องทำงานของคนอื่น หัดมีมารยาทหน่อยนะ”


มันชักจะมากเกินไปแล้วนะ!

 


แม้อีกฝ่ายจะเริ่มขึ้นเสียง แต่ชาวินกลับให้ความสนใจนกสีเขียวที่เกาะอยู่บนราวผ้าม่านตรงประตูห้องมากกว่า เขาเลี้ยงมันมาตั้งหลายเดือน ชาวินจะไม่ยอมเห็นมันบาดเจ็บแน่ๆ



คุณจะไม่เปิดประตูให้ผมสินะ


ผมต้องจับนกก่อน! คุณไม่เข้าใจหรือไง?”


จับแบบไหน...จะขึ้นเก้าอี้จับนกเนี่ยนะ?”



ถอยออกไป



".........."



".........."




คุณนั่นแหละถอย!



ทั้งเก้าอี้และตัวของชาวินถูกดันให้ออกห่าง ดูเหมือนเด็กคนนี้จะดื้อมากเกินกว่าที่เขาคิด แต่การที่ผ้าม่านถูกดึงปิดแทนที่เขาจะโดนบังคับให้เปิดประตู...มันก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน

 


จะทำอะไร


“คุณยืนเงียบๆเถอะน่า

 

ถ้าคุณทำนกผมเจ็บ...คุณเจอดีแน่

 


“ผมบอกให้เงียบ!

 


เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ชาวินถูกตะคอก...


ยิ่งมาจากคนแปลกหน้าด้วยแล้ว ชาวินก็แทบจะพูดไม่ออกเลย! 


เด็กคนนี้คิดว่าเขาเป็นใคร!

 


มาจากไหนไม่ทราบ...



 

ด้วยความคิดนั้นทำให้ชาวินต้องเพ่งมองเด็กตรงหน้า ท่ามกลางความมืดที่มีแค่แสงสว่างแทรกผ่านเข้ามาตามรอยแยกของผ้าม่านสีเข้มเท่านั้น



เงามืดที่เห็นเพียงรูปร่างนั้นไม่ค่อยชัดเจน... 



ทรงผมตัดสั้นตามรูปหน้าและเสียงคล้ายกับเด็กผู้ชาย แต่มือเรียวเล็กที่ยื่นเข้าไปหาลูกนกนั้น...เหมือนของเด็กผู้หญิงมากกว่า 


และนั่นอาจจะเป็นคำตอบของเรื่องราวทั้งหมด...คุณนายแย้มศรีส่งเด็กคนนี้มา


 


เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?”

 



นกตัวแรกถูกส่งเข้าไปในกรงโดยที่ชาวินไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเด็กคนนั้นทำได้อย่างไร 


ตอนนี้เขาสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของเด็กตรงหน้ามากกว่า...แม่ต้องส่งเด็กคนนี้มาอย่างแน่นอน แต่ทำไมถึงเป็นเด็กผู้ชายล่ะ

 


“ผมถามว่า....เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?”



คุณเลี้ยงนกโดยที่ยังไม่ทราบเพศของมันเนี่ยนะ



ผมหมายถึงคุณ! พูดแค่นี้ทำไมถึงเข้าใจยากนัก

 


หยุดกวนสักที! ผมต้องการสมาธิครับ!...นกก็ด้วย

 

 

ครับ’ กับ ผม  งั้นก็เป็นเด็กผู้ชายอย่างที่คิดเอาไว้ 


แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?


 


พี่สาวคุณอยู่ไหน?”


"ผมบอกให้คุณเงียบ!"



คำตอบนี้ทำเอาชาวินถึงกับต้องเพ่งมองอีกคนอย่างหัวเสีย


และคราวนี้เขากลับได้เห็นเพียงแค่เงาของซีกหน้าหวาน...


ร่างนั้นกำลังจับจ้องไปยังนกตัวน้อย มือเรียวที่มีเม็ดข้าววางเรียงอยู่ดูอ่อนโยน นิ้วเรียวเล็กกวักเรียกลูกนกอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนเจ้าขนงามตัวที่สามจะหลงกล และถูกส่งเข้ากรงตามเพื่อนรักของมันไปอย่างง่ายดาย

 


ถ้าคราวหน้ามันหลุดออกมาอีก คุณต้องรีบปิดผ้าม่านและปิดไฟแบบนี้ ห้ามเปิดให้นกเห็นด้านนอกเด็ดขาดเพราะมันอาจจะเป็นอันตราย...ถ้านกเห็นท้องฟ้ากับต้นไม้เขาจะอยากบินออกไป และเขาอาจจะได้รับบาดเจ็บเพราะบินชนกระจก”


“.......”



“อ้อ! การปีนเก้าอี้จับนกแบบนั้นมันอันตรายมากนะครับ เพราะคุณอาจจะตกลงมาได้”



“แล้วยังไง”



“ก็อาจจะเจ็บได้...เพราะปากกระแทกพื้น!”



 

นกทุกตัวเข้ากรงอย่างปลอดภัยพร้อมกับประโยคสุดท้ายที่คงจะตั้งใจเน้นให้เขาเป็นพิเศษ เกิดมาชาวินยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ทั้งวิธีการจับนกเข้ากรง...แล้วก็คนที่อวดเก่งกับเจ้าของบ้านแบบเขาด้วย 

 



“ผมจับนกเข้ากรงหมดแล้ว...ช่วยเปิดประตูด้วยครับ

 


ที่ทำเป็นพูดดี...เพราะจะกลบเกลื่อนเรื่องที่คุณปล่อยนกผมออกมาหรือเปล่า"



"......."



"อันที่ช่วยเก็บเข้ากรงมันก็อีกเรื่อง ส่วนเรื่องต้นเหตุ...ผมขอแยกมันออกจากกัน

 


เหอะ!


 

แม้จะมองไม่เห็นหน้าเพราะผ้าม่านยังคงปิดมืด แต่ชาวินก็ยังสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจจากคนตรงหน้า ซึ่งมันก็สมควรที่จะเป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก เด็กคนนี้เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา ปล่อยนกเขา และเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด เพราะฉะนั้นคำว่าขอบคุณมันก็คงไม่จำเป็น

 


ก็เข้าใจนะว่าเด็กสมัยนี้การพูดขอโทษมันดูจะคับปากไปหน่อย แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ช่วยระวังตัวด้วยเถอะครับ อย่าทะเล่อทะล่าเข้ามาในห้องของคนอื่น แล้วก็อย่าซุ่มซ่ามทำของคนอื่นเสียหาย ที่พูดเพราะเป็นห่วงนะ...กลัวคุณจะล้มปากแตกเหมือนกัน!


 

พูดแล้วก็ทำท่าทางเรียบเฉยเหมือนสั่งสอนลูกน้อง...ชาวินกดดันคนเป็นประจำ เขารู้ว่าต้องทำแบบไหนคนถึงจะอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก และมันก็ดูท่าว่าจะได้ผล



“.......”

 


เมื่อความเงียบเข้ามาปกคลุมจนบรรยากาศเริ่มอึดอัดมากพอ...ชาวินก็ยิ่งมีความสุข


ร่างสูงค่อยๆลากเท้าเดินไปเปิดประตูตามคำขอ กดรหัสด้วยท่าทางของคนที่อยู่เหนือกว่า 



แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดหรือหันไปมองหน้าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังแบบชัดๆ เด็กเจ้าปัญหาก็เดินกระแทกไหล่เขาออกไปจากห้อง...โดยที่ไม่ยอมหันกลับมาอีกเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว

 

 


"ก็นึกว่าจะแน่...ที่แท้ก็แค่เด็กอวดดี”



 

 


.

.

.

.

.





KHUN CHAWIN


#คุณชาวิน












บ้านหลังใหญ่กำลังอบอวลไปด้วยความรักและเสียงหยอกล้อของคุณหญิงแย้มศรีกับเพื่อน ทุกอย่างล้วนแสดงออกถึงความสุขที่มากมายเสียเหลือเกิน 


ชาวินไม่อยากจะพูดว่ามันโอเว่อร์จนเกินเหตุ...แต่เสียงของแม่เขาดังมาก เผลอๆอาจจะได้ยินไปถึงท้ายหมู่บ้านแล้ว


“สวัสดีครับคุณป้าเดือนแข”


“สวัสดีจ้ะชาวิน สุขสันต์วันเกิดนะลูก”


“ขอบคุณครับ ต้องขอโทษที่ผมอยู่ทานข้าวด้วยไม่ได้...พอดีผมติดงานด่วน คุณป้าคงไม่ว่าผมนะครับ”


“ชาวิน!! ลูกรักของแม่~”



ประโยคสุดท้ายฟังอย่างไรก็น่าขนลุกเสียเหลือเกิน 


แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับริมฝีปากสีแดงสดที่บดลงมาบนแก้มเขา พร้อมเสียงกระซิบที่ข้างหู...



“แก-จะ-ไป-ไหน?!”


“ทำงานสิครับ...ผมบอกแม่แล้วว่าแค่แวะมาเอาเอกสาร”


“แล้ว-แก-เจอ-น้อง-บุ้ง-หรือ-ยัง”





น้องบุ้ง?



เด็กอวดดีน่ะเหรอ...




ชาวินไม่ตอบเพราะเขาไม่รู้ว่าคนที่แม่พูดถึงจะใช่คนเดียวกับที่เขาเจอหรือเปล่า แต่คิดว่าคงไม่...บางทีแผนการของคุณนายแย้มศรีอาจจะเกิดความผิดพลาดและเขาอาจจะเจอผิดคน เพราะเด็กอวดดีคนนั้นเป็นผู้ชาย





“มาพอดีเลย! หลานบุ้ง~"




"........"




"หลานบุ้งล้างมือเสร็จแล้วเหรอลูก! มานั่งกับป้าตรงนี้นะลูกนะ”






แต่แปลก...ที่ดันเป็นคนๆเดียวกัน 


แม่นัดเขามาเจอกับเด็กผู้ชายเนี่ยนะ!






“ครับคุณป้า”



ใบหน้าขาวยุ่งเหยิงทันทีที่เจอเขา...ชาวินเห็นแล้วจึงเริ่มมีอาการคิ้วกระตุก 


เด็กคนนั้นนั่งลงข้างคุณแม่ตามคำเชิญแต่ก็ยังทำเหมือนกับเขาเป็นธาตุอากาศ ปล่อยให้คุณนายแย้มศรีเริ่มทำหน้าเลิกลักเมื่อเห็นบรรยากาศที่แสนจะขุ่นมัว



“มานั่งสิตาวิน! คุณน้ากับน้องอุตส่าห์มาทานอาหารในวันเกิดของลูกเชียวนะ”



คุณนายแย้มศรีทำปากขมุบขมิบเรียก แน่นอนว่าชาวินไม่อยากเล่นเกมด้วย การที่แม่พาเด็กผู้ชายมาเจอเขามันก็นับว่าเป็นเรื่องประหลาดมากพอแล้ว ดีไม่ดีอาจจะมีตัวละครลับเพิ่มขึ้นมาอีก และนั่นมันคงน่าเบื่อเหมือนเช่นทุกครั้ง



“ไม่เป็นไรค่ะคุณแย้ม หลานชาวินเขามีงานนี่นา”


“ขอโทษนะครับคุณป้า”


“จ้ะ เอาไว้คราวหน้าค่อยเจอกันก็ยังไม่สาย น้าไม่รบกวนงานของหลานดีกว่า”


“ขอบคุณที่เข้าใจครับ”



ร่างสูงก้มหน้าน้อยๆเป็นการขอโทษ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา...ก็ต้องสะดุดกับรอยยิ้มบนมุมปากของคนบางคน ที่นั่งทำหน้ามีความสุขกับการที่เขากำลังจะออกจากบ้าน 


แน่นอนว่าชาวินไม่ค่อยสบอารมณ์นัก...


และเจ้าเด็กนั่นควรหยุดก่อนที่จะโดนเขาเล่นงานอีกรอบ





“แต่ผมมาคิดดูแล้ว...ทานข้าวกับคุณป้าก่อนแล้วค่อยออกไปทำงานก็น่าจะดีกว่านะครับ"

 
“......”


“ผมกำลังหิวพอดี”



“.......”



"ทำไมเงียบกันล่ะครับ? วันเกิดผมทั้งที...จะปล่อยแขกให้รอเก้อแบบนี้คงไม่เหมาะ”



“จริงเหรอตาวิน?!!”



“ครับ....ผมพูดถูกไหม?”



“ถูกลูก! ถูกเลยจ้ะลูกชาย”




ท่าทางตื่นเต้นของเหล่าคุณนาย...ยังไม่น่าสนุกเท่าไอ้ตัวจ้อยที่นั่งหน้าบูดเป็นตูดลิงอยู่ฝั่งตรงข้าม 


ชาวินคิดไม่ผิดเลยที่ตัดสินใจกินข้าวก่อนออกไปทำงาน อย่างน้อยก็ได้เห็นความบันเทิงที่มาในรูปแบบของคนหน้าบูด




“เอ่อ...ทั้งสองคนทำความรู้จักกันหรือยังลูก"



"......."



"......."



"ตาวินทักทายน้องหน่อยสิ จำน้องบุ้งได้หรือเปล่า ตอนนั้นลูกน่าจะสิบสองขวบได้ละมั้ง”




จำได้ก็บ้าแล้วแม่! สมองคนเราไม่สามารถจำผู้คนที่เคยเจอกันครั้งสองครั้งได้ยาวนานถึงยี่สิบกว่าปีหรอก




แต่เดี๋ยวนะ...



ยี่สิบกว่าปีอย่างนั้นเหรอ?





“ไม่ได้เป็นเด็กมัธยมหรอกเหรอครับ?”



คำถามจากร่างสูงยิ่งทำให้คนที่ถูกพาดพิงขมวดคิ้วหนักขึ้นกว่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้น บุญญากร หรือน้องบุ้งของทุกคนก็ยังคงทำหน้านิ่ง ไม่ยอมพูดคุยหรือโต้ตอบกลับมาสักคำ



“น้องอายุยี่สิบแปดแล้วตาวิน!”


“ลูกน้าเรียนจบแล้วจ้ะ จบนานแล้วด้วย”


“แถมยังจบปริญญามาหลายสาขาด้วยนะ นี่ก็เพิ่งกลับมาจากอเมริกาเพราะเรียนจบอีกสาขาแล้ว หนูบุ้งจบอะไรมาบ้างนะลูก”



“เอ่อ ผมจบโทด้านสถาปัตยกรรมสิ่งแวดล้อมครับ แล้วก็จบทางด้านสัตวศาสตร์ด้วย”


“เก่งจังเลยลูก ป้ารักหนูมากที่สุด!”



คุณนายแย้มศรีเอามือทาบอกอย่างภาคภูมิใจแล้วดึงตัวหลานรักเข้ามากอดหอม


ชาวินมองการกระทำของแม่ด้วยความตลกร้าย สรุปแล้วแม่จะอวดเขาเพื่ออะไร...ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นผู้ชาย เป็นคนที่คุณนายไม่น่าจะเอามาอวด




“แล้วตกลง...น้องเขามีพี่สาวหรือน้องสาวล่ะครับ?”



“น้ามีลูกคนเดียวจ้ะ”




นี่ยิ่งแปลกเข้าไปอีก...คุณนายแย้มศรีต้องการอะไรจากเขากันแน่...อย่าบอกนะ



“หนูบุ้งเพิ่งจบจากเมืองนอก คงไม่ค่อยได้กลับมาประเทศไทยบ่อยนัก ถ้าว่างก็ให้พี่ชาวินพาเที่ยวนะลูก จะได้พักผ่อนสมองบ้าง”






ชัดเลย...


แม่จะจับคู่เขากับเด็กผู้ชายงั้นเหรอ?! 


จะยังไงก็ช่าง...ชาวินไม่เอาด้วยหรอกนะ






“เรียนจบแล้วก็ควรหางานทำสิครับ จะเรียนอีกกี่สาขาเหรอถึงจะพร้อมออกสู่โลกภายนอกแบบคนทั่วไปน่ะ"



"เจ้าวิน!!"



"หรือจะแวะเที่ยว...แล้วเรียนต่อไปจนถึงอายุหกสิบเลย”



“ตาวิน!!!”




จมูกรั้นที่เชิดขึ้นกับริมฝีปากที่เฉียงลงอย่างไม่พอใจยิ่งทำให้อาหารอร่อยขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ชาวินไม่ได้รู้สึกสนุกกับการทานอาหารแบบนี้มานานแล้ว ยิ่งเห็นคนฝั่งตรงข้ามหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆเขาก็ยิ่งสนุก



“บุ้งอยากทำงานครับคุณป้า ไม่ได้อยากเที่ยวเล่น...บุ้งกำลังจะสมัครงานแล้ว”


“แต่คุณแม่ไม่ยอมนะคะน้องบุ้ง!! คุณแม่จะไม่ยอมให้หนูไปลำบากนะลูก”


“คุณแม่ครับ แต่บุ้ง-“


“ไม่มีแต่...ไม่มีใครจะออกไปทำงานทั้งนั้น"


"คุณแม่ครับ"


"ถ้าหนูต้องออกไปลำบากคือคุณแม่ตาย...จบนะคะ”




ยิ่งฟังสองแม่ลูกพูดกันชาวินก็ยิ่งบันเทิง



ใบหน้าหล่อยกยิ้มเหยียดให้กับเด็กน้อยอายุสองขวบที่ถูกแม่คับเหมือนคนง่อย 


เกิดมาเสียชาติเกิดชะมัด จะออกไปทำงานแม่ก็ดันห้าม...สงสัยแพ้ฝุ่นละออง





“เดือนแขเธอก็เกินไปนะ! หนูบุ้งเขาโตแล้วจะมากักขังแบบนี้มันก็เกินเหตุ”


“ก็ฉันเป็นห่วงลูก”


“เธอควรให้เขาลองทำในสิ่งที่เขาเรียนมาสิ...เธอนี่นะ!!”


“ใช่ครับคุณป้าพูดถูกเลย! บุ้งอยากทำงาน”



“แต่แม่ก็อนุญาตให้หนูไปช่วยงานมูลนิธิแล้ว ทั้งมูลนิธิเพื่อสัตว์ป่า มูลนิธิรักษาต้นไม้ คุณแม่ก็ปล่อยหมดเลย! กลับมาเป็นผื่นแดงคุณก็ทำเป็นนิ่งเฉยตลอด ทำไมหนูไม่เห็นใจคุณแม่”




“แต่บุ้ง...”



"ไปทำงานแล้วผื่นขึ้นเหรอครับคุณป้าแข?!"



"ใช่จ้ะหลานวิน! ตัวนี่แดงไปหมดเลย ป้าแทบจะเป็นลมเลยจ้ะ"




“อ่อ...คุณหนูผิวบอบบาง"




คำพูดที่หลุดจากปากของลูกชายเจ้าของบ้านทำเอาบรรยากาศเงียบลงได้อย่างรวดเร็ว 


แต่คนที่กำลังเดือดและหัวร้อนขึ้นเรื่อยๆก็ยังคงนิ่งเหมือนระเบิดเวลา...ซึ่งชาวินต้องการเห็นมันประทุขึ้นมาสักที



“คุณป้าคิดถูกแล้วครับ ให้อยู่แต่บ้านก็ดีแล้ว ลูกคุณหนูบอบบางไม่เหมาะกับสังคมโหดร้ายหรอก”




“คุณชาวิน!!”




ตูม....ภูเขาไฟระเบิดแล้ว




ชาวินอมยิ้มให้กับหนุ่มน้อยที่กำลังโกรธและทำหน้าเหมือนจะเอาเรื่องกับเขา เห็นแบบนี้ชาวินก็คงกินอาหารได้เยอะขึ้นมาอีกหน่อย



“ไม่หงุดหงิดนะคะหนูบุ้ง! ป้าขอโทษแทนพี่เขานะคะ"



"......."



"ฮึ..." 



"ทานข้าวไปเลยตาวิน! ไม่ต้องยิ้มกวนประสาทน้องเลย!”





“แต่หลานวินพูดถูกแล้วนะ ป้าเห็นด้วยกับหลานวิน”




“คุณแม่!”




“ชู่ว~ ไม่เป็นไรค่ะหนูบุ้ง เดี๋ยวป้าพูดกับแม่เขาให้เองนะ รับรองหนูต้องได้ทำงานแน่นอน ไม่ต้องหงุดหงิดนะคะ เดี๋ยวป้าจัดการเอง! แต่ตอนนี้หนูทานข้าวต่อนะลูก ทานอันนี้นะ~”



"........"




"......."




“บุ้งขอโทษครับคุณป้า...ที่เมื่อกี้ทำเสียงดังออกไป”



"ไม่เป็นไรจ้ะ~ทานอีกนะลูก"



"ครับ"






เฮ้อ~ ไฟดับเร็วแบบนี้มันไม่สนุกเลย แต่ก็เอาเถอะ รอบนี้ชาวินจะถือว่าเป็นแค่น้ำจิ้ม





“อ้อ! แล้วนกที่หลุดออกจากกรงล่ะ หนูบุ้งช่วยจับเข้ากรงได้สำเร็จหรือเปล่าลูก”



นก...หลุดออกจากกรงอย่างนั้นเหรอ?



“ครับ จับเข้ากรงเรียบร้อยแล้วครับ”


“เก่งจังเลยลูก”


“ผมคุ้นเคยกับสัตว์พวกนี้ที่มูลนิธิครับ เคยมีประสบการณ์จับนกมาบ้างก็เลยพอช่วยได้”



“อย่างนี้นี่เอง ดีนะที่นกกับหนูไม่บาดเจ็บ ขอบคุณนะลูก”



“ครับ...เพราะบุ้งคิดก่อนทำเสมอ คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ อีกอย่างบุ้งไตร่ตรองถึงความปลอดภัยของตนเองก่อนเสมอ ไม่อย่างงั้นบุ้งคงจะคิดสั้น ปีนขึ้นเก้าอี้แล้วไล่จับนกที่มันบินได้ไปแล้ว...แบบนั้นคงอายคนอื่นเค้าแย่เลย อาจจะถูกมองว่าไม่มีสมองด้วย”





แกร๊ง!




เสียงช้อนกระทบจานทำเอาทั้งห้องกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง 



คราวนี้คนที่หัวร้อนดูเหมือนจะเปลี่ยนฝั่งแล้ว...ซึ่งรอบนี้ดูท่าจะอาการหนักมากกว่าเดิม





“คราวหน้าห้ามคุณแม่พาคนอื่นเข้าห้องทำงานผมอีกนะครับ! ผมจะบอกเป็นครั้งสุดท้าย”



“โกรธอะไรห้ะตาวิน! ลูกต้องขอบคุณน้องสิถึงจะถูก นกหลุดออกจากกรงตั้งแต่เช้า ใครก็จับมันไม่ได้ ดีที่หนูบุ้งเขาเอาสามาช่วยนะ”



“แต่ห้องนั้นเป็นห้องส่วนตัวของผม”



“เอ่อ...งั้นป้าต้องขอโทษแทนน้องด้วยนะหลานวิน”



“ไม่เป็นไรครับคุณป้าเดือนแข ผมก็แค่...ไม่ชอบ”



“ไม่ชอบ...หรือไม่เป็นเหมือนอย่างที่คิดครับ”



“......”



คุณป้าบอกว่าคุณจบด้านดีไซน์มาเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่คิดนะครับ ว่าจะออกแบบเนื้อเรื่องของคนอื่นด้วย คิดเองเออเองแบบนี้บ่อยไหมครับ?”



“อวดดี! เป็นเด็ก-”



“คุณป้าครับ! ปลาราดพริกอันนี้อร่อยจัง! ตักให้ผมอีกหน่อยได้ไหมครับ“


“จ้ะ ทานเยอะๆเลยนะลูก >.< นี่จ้ะ”


“เดี๋ยวผมชิมอันนี้ก่อนนะ”



“เด็กนี่!! ฉันยังพูด....”



“อื้อ~ ฝีมือคุณป้าสุดยอดเลย! บุ้งรักคุณป้าจัง”


“ป้าก็รักหนูลูก~ หอมแก้มหน่อยค่ะ”



รอบนี้คุณนายแย้มศรีถึงกับยิ้มหน้าบาน เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอเพิ่งเคยเห็นอาการหน้าเหว๋อของลูกชายตัวดีเป็นครั้งแรก บอกเลยว่าเด็กคนนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งมัดแขนมัดขาตาชาวินให้อยู่หมัด...คะแนนเต็มสิบเธอให้หนึ่งร้อยเลย!




“มองอะไรตาวิน อิจฉาที่แม่หอมแก้มน้องเหรอ?”



“คุณป้า!!”



“อิจฉาทำไมไม่ทราบ แม่ทานข้าวแล้วทานยาด้วยนะครับ ผมว่าวันนี้แม่ดูเหมือนคนป่วยนิดหน่อย”



“ทำเป็นพูดดี ตอนเจอน้องครั้งแรกแกก็เคยหอมแก้มน้องมาแล้ว”


“ไม่จริง”


“คุณเดือนแขเป็นพยานได้นะ คิก...”



“จริงค่ะ  ตอนนั้นบุ้งสองขวบ ชาวินหอมแก้มน้องสองข้างเลย! บอกว่าชอบแก้มน้องที่สุดด้วยนะ”






เลอะเทอะ!!


กูทำแบบนั้นจริงเหรอวะ!!



ชาวินขออนุญาตสบถคำหยาบกับตัวเองสักครั้ง สาบานว่าเขาจำไม่ได้เลยสักนิดเดียว! 


ส่วนไอ้คนตรงข้ามก็อย่ามาทำหน้าเลิกลักแบบนั้นหน่อยเลย


เขาไม่เคยทำแบบนั้นสักครั้ง....



ให้ตายเหอะ!!!



แต่ก็เหมือนจะคลับคล้ายคลับครา






“เฮอะ!! เป็นแบบนี้นี่เอง...ผมถึงป่วย"



"คุณหมายความว่าไง?"



"เพราะหลังจากอายุสิบสองผมก็เริ่มเป็นภูมิแพ้หนัก...สาเหตุมาจากตรงนี้นี่เอง”


“ตาวิน!! เจ้าลูกคนนี้!”



ฝ่ามืออรหันต์จากแม่ฝาดมาไม่ยั้งจนคุณนายเดือนแขเห็นแล้วต้องหลุดหัวเราะตาม 


ส่วนบุญญากรก็ได้แต่นั่งนิ่งกับชะตากรรมของตนเองที่เคยตกเป็นเหยื่อ...ก็ตอนนั้นเขาเพิ่งอายุได้สองขวบ ถ้าเป็นตอนนี้คงชกหน้าหงายไปแล้ว





เป็นภูมิแพ้หลังจากหอมแก้มเขางั้นเหรอ?

ป่วยงั้นเหรอ?!



เกลียดตานี่ชะมัดเลย...





"คุณป้าครับ...เดี๋ยวบุ้งมีงานที่มูลนิธิต่อ บุ้งอาจจะต้องกลับเร็วหน่อยนะครับ"


"จะกลับแล้วเหรอลูก ป้ายังไม่หายคิดถึงหนูเลยนะ"


"เอาไว้คราวหน้าเดี๋ยวบุ้งมาหาอีกครับ บุ้งไม่ไปไหนแล้ว จะอยู่กับคุณป้าจนเบื่อเลย"


"น่ารักจริง"



เหอะ...ชาวินเกลียดเสียงแม่ตอนกรีดกรายเข้าไปหอมแก้มลูกบ้านอื่น ปกติคุณนายแย้มศรีไม่เห็นเป็นแบบนี้มาก่อน ทำเป็นเสียงอ่อนเสียงหวานจนน่าหมั่นไส้



“แล้วหนูจะไปกี่โมงล่ะลูก”


“ต้องไปแล้วล่ะครับ ผมฝากคุณแม่ด้วย เดี๋ยวบุ้งจะให้คนรถกลับมารับคุณแม่อีกที ยังไงก็ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะครับ อร่อยมากเลย”


“จ้ะ มาทานกับป้าบ่อยๆนะ”



“ครับ งั้นบุ้งลาเลยนะครับ สวัสดีครับคุณป้า...สวัสดีครับคุณชาวิน!”




ชื่อสุดท้ายฟังดูไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่คนที่เด็กกว่าก็ยังมีมารยาทยกมือไหว้ก่อนจะลุกเดินออกไปหลังจากบอกลาทุกคน




“เดินไปส่งน้องสิตาวิน! นั่งบื้ออยู่ได้”



คุณนายแย้มศรีพยักพเยิดหน้าไปทางประตู ชาวินเห็นดังนั้นก็กรอกตาก่อนจะลุกขึ้นเดินตามออกไป...ปกติถึงเอาช้างมาลากเขาก็คงจะไม่ทำตามคำสั่งของแม่....แต่ครั้งนี้เป็นกรณียกเว้น




เพราะเกมกระดานนี้...เขายังไม่ชนะ







“คนอวดดีแล้ววิ่งหนีหางจุกตูด ที่บ้านเรียกอะไรเหรอครับ? คุณหนูผู้บอบบาง”




ร่างสมส่วนหยุดชะงักหน้าบันได ก่อนจะหมุนตัวหันมาสบตากันอีกครั้งอย่างเอาเรื่อง ชาวินเห็นแล้วก็อยากจะแกล้งจนอีกคนวิ่งหนีกลับบ้านแทบไม่ทัน




“คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกผมแบบนั้น”



“แล้วต้องเรียกแบบไหนล่ะ....เด็กอวดดีเหรอ?”



“คุณชาวิน”



“ผมแค่จะมาเตือน"



"เตือน...."



"เรื่องวันนี้ทั้งหมดมันเป็นแผนการ แม่คุณกับแม่ผมกำลังจัดการเรื่องของเรา และถ้าหากคุณไม่อยากมีปัญหาแบบวันนี้ กรุณาอยู่ห่างจากผมแล้วก็อย่ามายุ่งกับพื้นที่ของผมอีก”



“เหอะ!”



“ผมรู้ว่าคุณเป็นเด็กหัวอ่อนอยู่ตามกรอบของแม่...แต่เรื่องนี้คุณควรคิดเองนะ”




ชาวินมองนิ่ง...เขาล้วงกระเป๋าแล้วหันหน้ากลับเข้าบ้านด้วยท่าทางเหมือนผู้ชนะ 



รอบนี้เขาต้องเป็นคนคุมเกม ทั้งแม่...แล้วก็เด็กจอมอวดดีคนนี้ด้วย


 

“ขอโทษนะครับคุณชาวิน"



"......."



"เชื่อเถอะว่าผมไม่อยากเข้าใกล้คุณเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่เพราะผมกลัวว่าจะมีปัญหากับคุณหรอกนะครับ...แต่ผมไม่ชอบคุณ”



“คุณว่าอะไรนะ”




“อ้อ!...อันที่จริงผมก็เป็นห่วงคุณนิดหน่อยนะ”



“......”



“อย่างที่ผมบอก...กรุณาไปตรวจเถอะครับ สมองด้านจินตนาการของคุณควรได้รับการเยียวยา ถือว่าผมเตือนนะครับ...สวัสดี”





“เดี๋ยว!! อย่ามาอวดดีนะ! หยุด!“




“แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับ...คุณชาวิน”






ร่างเล็กที่หายไปพร้อมกับรถหรูทำเอาชาวินถึงกับก้าวขาไม่ออก 




มันเป็นครั้งแรกที่เขาถูกวิจารณ์แบบนี้ต่อหน้า
 



จมูกรั้นกับริมฝีปากบางนั้นน่าบดให้แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เจ้าเด็กคนนั้นใช้ใบหน้าอ่อนเยาว์มาเป็นเกราะป้องกันตัวในยามที่เขาอยากจะชกหน้าขาวให้หงายตอนเถียงฉอดๆ ชาวินยอมรับว่าเขาทำไม่ลง...และมันไม่น่าจะจบลงแบบนี้เลย!



ให้ตายเถอะ! แม่เอาของขวัญบ้าบออะไรมาให้เขาในวันเกิด!



ตุ๊กตาชัคกี้ แอนนาเบล หรืออสูรร้าย?



จะอะไรก็ช่าง...นี่มันเป็นเหมือนเกมกระดานที่เขากำลังจะล้ม แต่ถูกบีบให้หยุดเล่นกลางคัน มันเหมือนเกมที่เขาเล่นไปจนถึงด่านสุดท้ายแล้ว แต่เจ้าอสูรร้ายที่ถูกเขาซัดจนน่วมกำลังจะตายมันกลับถอดวิญญาณแล้วบินหนีหายไป ทิ้งทุกอย่างให้ค้างคาอยู่แบบนี้ 


และนั่นหมายถึงเกมยังไม่จบ มันยังมีด่านต่อไป...ขึ้นอยู่กับว่าเขาอยากจะเล่นต่อหรือไม่



และถ้าไม่...นั่นหมายถึงเขายอมแพ้





ซึ่งมันขัดกับชื่อของเขา....ชาวิน



วินที่หมายถึงชัยชนะ 


 

 










รูปภาพที่เกี่ยวข้อง



 #คุณชาวิน

 

 

 

 

 





 

 

 TALK : 



โอยยยย


ตอนแรกก็แลกหมัดกันนัวๆเลยค่ะ

ฮื้อออ ฝากแท็กและแชร์ด้วยนะคะ 

#คุณชาวิน


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 712 ครั้ง

2,340 ความคิดเห็น

  1. #2300 Bxxk04 (@Bxxk04) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 20:10
    หนูบุ้งลูกกก แม่อยู่ทีมหนู ต้องอย่างนี้แหละอย่าไปยอมมม
    #2300
    0
  2. #2264 MindCB (@krisylaxy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 15:47
    มาถึงก็แลกกันหมัดต่อหมัดเลย เอาอีกๆ ตีกันๆ
    #2264
    0
  3. #2086 bbblueskyy (@skyhappy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 21:41
    สมน้ำสมเนื้อกันมากๆคู่นี้ ฮ่าๆๆๆ ชอบมากๆค่ะ
    #2086
    0
  4. #1952 Vibrance (@Vibrance) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 04:20
    กี๊ดดดดแค่ตอนแรกก็เจ้มจ้นแล้วววว เกลือจิ้มเกลือไปเลยแบบนี้ ฝีปากสูสีมากๆๆๆแต่ไม่ว่าจะยังไงเราก็ทีมน้องบุ้ง!!!
    #1952
    0
  5. #1868 Dubblepigg (@Dubblepigg) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 10:11
    ร้ายพอกันนนน
    #1868
    0
  6. #1843 ariipsw (@ariipsw) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 12:57
    เพิ่งได้มาอ่าน น่ารักมากเลยชอบๆๆๆๆ
    #1843
    0
  7. #1835 larissa_pp (@larissa_pp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 23:50
    ชอบฟีลแม่คุณชาวินมากกกกก เอ็นดูน้องบุ้งแร๊งงงง
    #1835
    0
  8. #1803 fahneeny22 (@fahneeny22) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 18:16
    ปากยัยบุ้งแซ่บมาก555นัอง
    #1803
    0
  9. #1802 fahneeny22 (@fahneeny22) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 18:16
    55555555ตอนแรกก็สนุกแล้วอะ
    #1802
    0
  10. #1783 •ZIRIA• (@earearsake) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 11:58
    ตอนแรกก็สนุกแล้วอะ555555555
    #1783
    0
  11. #1629 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 07:12
    ทีมน้องบุ้งงง
    #1629
    0
  12. #1613 stawberryyogurt_ (@stawberryyogurt_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 07:48
    น้องก็แสบ พี่ก็ใช่ย่อยยน
    #1613
    0
  13. #1562 BangJae_ (@N-finland-bbmm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 23:59
    แซ่บมากกกก ฝีปากไม่เป็นรองใคร55555
    #1562
    0
  14. #1508 Zikdn_ (@b2ng99) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 22:11
    มวยถูกคู่มากแม่
    #1508
    0
  15. #1325 RaineyRainn (@RaineyRainn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 10:29
    สนุกค่ะ สมน้ำสมเนื้อทั้งคู่55
    #1325
    0
  16. #1306 @_@ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 10:57

    หูยยยยย สมน้ำสมเนื้อกันมากจ้า555555

    อิพี่ต้องเจอแบบน้อนบุ้งนี่แหล่ะ5555

    #1306
    0
  17. #1303 ` peachypeach (@monkieztam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 09:01
    อิพี่ปากร้ายมากกกกก
    #1303
    0
  18. #1185 pusuko (@pusuko) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 15:00
    สนุกจ้าาาา เค้าบอกว่าทะเลาะบ่อยๆลูกจะดก555
    #1185
    0
  19. #1105 maomao_j (@chutikan-10) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 22:26
    โอยยคิดถึงนิยายของไรต์มากเลยค่ะ
    #1105
    0
  20. #1078 NANOI•★•My Kwon♥ (@noina-g-yongyong) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 10:56
    ต้องเรียกว่ามวยถูกคู่555
    #1078
    0
  21. #1019 Fahak61 (@Delight_PF) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 01:39
    ชอบความอยากชกหน้าน้อง แต่ก็เอ็นดูเพราะใบหน้าน้องน่ารัก แงแอออ
    #1019
    0
  22. #922 เจ้าบี๋ (@fernny13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 22:14
    ปะทะฝีปากกันสนุกเลยจ้า เอ็นดูตาพี่นึกว่าน้องอยู่มัธยม
    #922
    0
  23. #874 thanatcha0592 (@thanatcha0592) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 22:02
    มวยถูกคู่จริงๆ55555
    #874
    0
  24. #840 CB-614 (@xxxibgygy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 17:08
    สนุก5555555 เถียงกันมันส์ดี555555
    #840
    0
  25. #775 Mr.B_toey (@toeyy19) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 21:09
    แซ่บมากกกก
    #775
    0