คุณชาวิน -CHANBAEK-

ตอนที่ 19 : CHAPTER 19 : เพื่อนชายของคุณหนู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,848
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 411 ครั้ง
    6 ก.ย. 62




CHAPTER 19 :  เพื่อนชายของคุณหนู












'เป็นแฟนน้องแล้วก็ต้องดูแลน้องให้ดี อย่าไปกวนประสาทน้อง อย่าทำให้น้องต้องโมโห แกต้องปรับตัวเป็นคนใหม่เป็นคนดี จะได้มีศีลเสมอกับน้องบุ้ง'

อะ-ไร-ของ-แม่ !

นี่คือการอวยพรลูกชายแบบไหน ชาวินไม่เข้าใจแถมยังรู้สึกเหมือนถูกหลอกด่า...

ไอ้เราก็อุตส่าห์หวังดีรีบโทรไปบอกข่าวเรื่องคบกัน แต่คุณนายแย้มศรีกลับทำให้ชะงักด้วยประโยคสั้นๆว่า 'แกไปขอน้องแต่งงานไม่ใช่เหรอ!' ก็นั่นแหละ...ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นชาวินก็จุกไปประมาณสามวิ แถมยังไม่พอ...ก่อนวางสายยังถูกสั่งสอนให้เป็นคนดีจะได้ศีลเสมอและคู่ควรกับคุณหนูบุญญากรของคุณนายเค้า!

นี่มันเป็นเรื่องบ้าบออะไรกัน

ชาวินหงุดหงิดแต่ปฎิเสธไม่ได้เลย ก็เจ้าปีศาจน้อยดันเกิดมาใจบุญสุนทานเกินมนุษย์มนา คราวนี้ชาวินก็เลยดูเป็นคนบาปไปเมื่อเทียบกับคุณหนูน่ารักนั่น แต่ใครจะสน! ยังไงนางฟ้าก็ต้องคู่กับซาตานอยู่แล้ว...

ซาตานที่ชื่อว่าชาวิน...วินที่แปลว่าผู้ชนะ 


เก่งกาจในทุกเรื่อง! รวมถึงเรื่องนี้ด้วย...



"โอเคไหม ยังปวดตรงไหนหรือเปล่า?"

"พอแล้วครับ คุณกลับเต็นท์เถอะ ผมหายเจ็บแล้ว"


นวดเท้าให้แฟน....


ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าแม่มาเห็นเขาสภาพแบบนี้แล้วจะทำหน้ายังไง ลูกชายผู้เย่อหยิ่ง รองประธานบริษัทซีวายกรุ๊ปกำลังนวดเท้าให้แฟนเด็ก แถมตอนนี้ยังถูกไล่เหมือนหมาเมื่อหมดผลประโยชน์แล้วด้วย

"ขอเข้าไปคุยเล่นในเต็นท์หน่อยสิ"

"ไม่เอาครับ ผมง่วงแล้ว...ถั่วดำก็ง่วงแล้วด้วย"

"แต่ผมยังไม่-"

"ราตรีสวัสดิ์ครับพี่ชาวิน"


เป็นแบบนี้มาสองคืนแล้ว...บุญญากรคิดว่าจะหนีเขาได้นานสักแค่ไหนเชียว คอยดูเถอะ แต่งงานกันเมื่อไหร่ชาวินจะฟัดให้น่วม

"บุ้ง! วันนี้ยังไม่ได้หอมแก้มเลยนะ"

เงียบ....

ร่างสูงกลอกตาไปมาเมื่อไร้เสียงตอบรับจากคนที่หายวับเข้าไปในเต็นท์ พอเหลือบมองด้านล่างก็เจอกับเจ้าหมาหน้าบ้านๆที่จ้องเขาอยู่ สายตาของไอ้ถั่วดำเหมือนจะดูถูกดูแคลน และบ่งบอกออกมาเป็นคำพูดได้ว่า...กลับเต็นท์แกเถอะ!มนุษย์ชาวิน

ยิ่งกว่าคนที่เป็นแฟนก็มีไอ้ตัวขนดำนี่แหละที่คอยเฝ้าบุญญากรไม่ห่าง แถมตอนกลางคืนก็ยังมานอนเฝ้าหน้าเต็นท์ด้วย เพราะฉะนั้นชาวินก็เลยพลาดโอกาสที่จะมุดเข้าไปทำมิดีมิร้ายกับเจ้าปีศาจน้อย และสุดท้ายก็จบตรงที่เขาต้องมุดกลับเข้าที่พักของตัวเองเช่นเดิม

สองคืนมาแล้วที่เราย้ายมานอนที่นี่เพื่อหนีกองทัพตุ๊กแกนับสิบตัวบนกระท่อม หลังไร่ชาไม่ได้แย่นักแถมยังบรรยากาศดีเพราะเป็นสันเขาที่มองเห็นธรรมชาติได้โดยรอบ คุณหนูบุญญากรก็เลยมีความสุขมากเป็นพิเศษ...แต่ชาวินกลับไม่ยินดีด้วย 

เขาอยากนอนบนกระท่อมที่มีตุ๊กแกเยอะๆมากกว่า ถึงจะน่าขนลุกไปสักหน่อย แต่ถ้าได้กอดคุณหนูตัวเล็กมันก็คงจะดีกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าแน่ๆ

จบ...แยกย้ายเข้านอนเหมือนเดิม!


"คุณหนูบุ้ง! พรุ่งนี้ตื่นเช้าหน่อยนะ..."


"ทำไมครับ"


"มีคนจะหอมแก้ม"








#คุณชาวิน






แสงแดดในยามเช้าเหมาะสำหรับชาหอมกรุ่นที่ถูกชงด้วยวิธีของชาวท้องถิ่น วันนี้บุญญากรตื่นตั้งแต่เช้ามาช่วยคุณลุงคุณป้าเก็บใบชา ต่อด้วยการเรียนชงชาแบบถ้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

เขาอยากเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะได้นำไปต่อยอดโครงการของหมู่บ้าน ใบชาจึงเป็นตัวแปรสำคัญของขั้นตอนนี้ เขาอยากศึกษาให้ดีตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งขั้นตอนเตรียมดิน ขั้นตอนเตรียมปลูก ทุกอย่างต้องได้รับการใส่ใจเป็นอย่างดีถึงจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ แม้มันจะยากและซับซ้อนไปสักนิดแต่บุญยากรคิดว่าเราสามารถทำได้...เพราะวันนี้เขามีตัวช่วยที่สำคัญ

รุ่นพี่นักวิจัยเฉพาะทางเกี่ยวใบชาและพืชเมืองหนาว เจ้าของเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาลัยชื่อดังของญี่ปุ่น มีประสบการณ์มากมายจากการเป็นผู้ควบคุมคุณภาพใบชาหลายชนิดจากทั่วโลก

"ขอบคุณที่มาช่วยนะครับพี่เซียน"

พี่เซียน หรือดร.เซซากิ อุเอฮาระ เขาเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทบุญญากรตอนเรียนที่อยู่อังกฤษ พี่เซียนช่วยเขาเอาไว้มากมายตอนทำวิจัยจบด้านพืชพรรณ และพอมารู้ตัวอีกที...ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาจะสนิทกับพี่เซียนมากกว่าเพื่อนคนนั้นไปซะแล้ว

"ก็ต้องมาอยู่แล้วแหละ เพราะอาทิตย์ก่อนมีคนแถวนี้ไปช่วยที่ศูนย์วิจัย...ขืนเบี้ยวนัดมีหวังถูกงอนอีกแน่"

"บุ้งไม่ได้ขี้งอนนะ! แต่ถ้าพี่เซียนไม่มา...บุ้งจะตามไปถึงดอยปุยเลยคอยดู"

"ตามไปก็ไม่เจอหรอก เพราะพี่จะหนีกลับกรุงเทพ"

"แต่สุดท้ายก็มานี่ครับ...ยังไงพี่เซียนก็มาอยู่แล้ว"


นักวิจัยหนุ่มลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นส่ายหัวกับคำตอบนั้น บุญญากรเห็นแล้วก็เริ่มหัวเราะออกมาก่อนจะพารุ่นพี่คนเก่งไปเดินดูไร่ชาที่เขาตั้งความหวังเอาไว้

น่าแปลกใจที่พี่เซียนรู้จักชาวบ้านบางคนอยู่แล้วเพราะเคยทำงานร่วมกันมาก่อน หลายคนเคยไปทำงานปลูกชาที่ดอยปุยมาแล้ว และด้วยเหตุผลนั้นจึงทำให้บุญญากรโล่งอกขึ้นมาเป็นอย่างมาก 

ชาวบ้านที่นี่ค่อนข้างจะติดการทำเกษตรแบบดั้งเดิมและไม่อยากเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ แต่พอมีพี่เซียนมาพูดคุยด้วยพวกเขาก็ดูเป็นกันเองมากขึ้นและยอมรับความคิดเห็นที่มีประโยชน์ ซึ่งมันเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับโครงการของเรา


"ดูพี่เซียนจะสนิทกับชาวบ้านมากเลยนะครับ ทุกคนเรียกว่าคุณนักวิจัยกันหมดเลย พูดอะไรชาวบ้านเขาก็เชื่อถือด้วย สมแล้วที่เป็นคนดังของประเทศ"

"พี่ไม่ได้ดัง แต่ชาวบ้านที่ปลูกชาไร่นี้ส่วนมากเคยเป็นคนงานพี่มาก่อน เขารับจ็อบดูแลแปลงชาในศูนย์วิจัยด้วยก็เลยพอจะรู้จักกันบ้างน่ะ"

"แต่พอเป็นแบบนี้ก็ยิ่งดีเลย งั้นเราควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีครับ ต้องขอโทษที่บุ้งยังไม่ได้เตรียมอะไรเลยซักอย่าง พี่เซียนเล่นมาไม่บอกล่วงหน้าด้วย บุ้งก็เลยยังไม่ได้เขียนแผนเริ่มโครงการ"

"เยอะอีกแล้วนะเราอ่ะ แผนโครงการเดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่ก่อนอื่นเรามาเริ่มจากความคิดเห็นของคนในไร่ก่อนว่าควรจะพัฒนาไปแบบไหนเขาถึงจะพอใจและมีความสุขกับงานที่ทำ พี่เตรียมชาร์ตกับภาพประกอบมาแล้ว เดี๋ยวนัดชาวบ้านมาพูดคุยได้เลย"

"ชิ! สมแล้วที่เป็นพี่เซียน ชอบว่าบุ้งเยอะแต่ตัวเองนั่นแหละที่เยอะ เตรียมมาหมดแบบนี้บุ้งก็ตกงานน่ะสิครับ พี่เซียนน่ะชอบแย่งงานบุ้งอยู่เรื่อยเลย"

"ช่วยไม่ได้ครับ...คนมันพร้อม"

"ค้าบบบ"

เสียงหยอกล้อของรุ่นพี่รุ่นน้องดังไปทั่วไร่ชาเขียวจนคนงานในไร่ก็แอบยิ้มตามไปด้วย บรรยากาศแสนอบอุ่นแบบนั้นคงน่ารักมากสำหรับคนทั่วไป...แต่มันร้อนเหมือนไฟสำหรับคนที่เพิ่งจะเดินตามมา

ชาวินเหมือนถูกไฟลนขาตอนเดินเข้าไปหาคุณหนูบุญญากรกับหนุ่มหล่อที่เขาอยากจะรู้จักมากที่สุด

รุ่นพี่ที่บอกว่าเก่งนักหนา...แถมยังบอกว่าหน้าตาดียิ่งกว่าเขาอีก ชาวินอยากรู้แล้วสิว่าจะแน่สักแค่ไหนเชียว


"แล้วเรื่องดินใครเป็นคนดูแลเหรอบุ้ง"

"ยังไม่มีเลยครับ พี่เซียนช่วยดูหน่อยนะ"

"พี่อีกแล้วเหรอ? หน้าที่เยอะแบบนี้จ้างเท่าไหร่เนี่ย"

"เดี๋ยวเลี้ยงข้าวเย็นสามมื้อ"

"โห! ลงทุนจังเลยนะไอ้ตัวแสบ-"

.
.
.

"ป้าครับ!!! อันนี้หนอนใบชาหรือเปล่า!!!"


เสียงดังตะโกนขึ้นมาตอนที่มือของนักวิจัยหนุ่มกำลังจะยีลงบนกลุ่มผมสีดำพอดี ทุกอย่างหยุดชะงักไปชั่วคราว...รวมถึงบุญญากรที่เกิดอาการเสียวสันหลังวาบขึ้นมาโดยที่ยังไม่ได้ทำความผิดเลยด้วยซ้ำ

เดิมพันกันได้ว่าคนที่เพิ่งจะเดินตามมาคงไม่สบอารมณ์มากนักถึงได้ทำเสียงแข็งจนคนสะดุ้งกันเป็นแถว แม้แต่เจ้าถั่วดำที่ยืนด้านข้างก็ยังหดหางสะดุ้งไปด้วย


"มีไหนฮั้นเจ้าคุณชาวิน"


"หนีไปแล้วครับ...สงสัยกลัวถูกจับได้"


คุณหนูผู้มีสติอยู่เหนืออารมณ์ส่ายหัวกับคำตอบที่เต็มไปด้วยความประชดประชัน เขารู้ว่าคุณชาวินต้องการจะสื่อถึงอะไร แต่มันไร้สาระมาก แถมยังตลกด้วย...

"คุณชาวินครับ บุ้งมีคนที่อยากจะแนะนำ...ดร.เซซากิ อุเอฮาระ จะมาช่วยดูแลเรื่องคุณภาพของผลผลิตครับ เขาเป็นนักวิจัยพืชพรรณที่เก่งเรื่องชามาก และก็เป็นเพื่อนของผมด้วย"

"สวัสดีครับ"

"ส่วนนี่คือคุณชาวินครับพี่เซียน เป็นเจ้าของบริษัทที่จะช่วยเรื่องระบบน้ำทั้งหมดของโครงการ แล้วก็เป็นเจ้านายของบุ้งเองครับ"


เจ้านายเหรอ? 

ร่างสูงคิ้วกระตุกเล็กน้อยเมื่อถูกแนะนำตัวด้วยสถานะที่ห่างเหิน เจ้าปีศาจน้อยควรจะแนะนำเขาว่าเป็นแฟนมากกว่า...ถึงจะเป็นเรื่องงานก็เถอะ ชาวินต้องการแบบนั้นมากกว่ามาบอกว่าเราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องกัน แต่เดี๋ยวเรื่องนั้นชาวินจัดการเองได้

"สวัสดีครับคุณชาวิน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"

"ครับ...เพราะว่าคุณเป็นเพื่อนของบุ้ง สักวันหนึ่งเราก็คงจะต้องได้เจอกันอยู่แล้ว ผมยินดีมากที่คุณมาช่วยงานเรานะครับคุณเซียน 'เพื่อน' คนเก่งของน้องบุ้ง"

ประโยคสุดท้ายเน้นแบบขีดเส้นใต้พร้อมกับใช้ปากกาหัวโต! ชาวินเอื้อมมือไปจับกับคนที่ทำหน้าเหวอเล็กน้อยก่อยนจะส่งยิ้มเย็นยะเยือกไปให้ 

เขาไม่สนว่าอีกคนจะคิดอย่างไรกับบุญญากร แต่ที่แน่นอนคือชาวินต้องป้องกันเอาไว้ 

จากบทสนทนาที่เขาได้ยินเมื่อสักครู่บวกกับข้อความที่เคยเห็นในมือถือมันช่างล่อเป้าเสียเหลือเกิน ชาวินจะต้องไม่พลาดเรื่องนี้ก่อนแต่งงานเด็ดขาด

"ยินดีครับ...แต่ขอโทษด้วยนะครับคุณชาวิน...กรุณาเรียกผมว่าเซซากิดีกว่า พอดีชื่อ 'เซียน' มีคนแถวนี้เขาแกล้งเรียกอยู่คนเดียวเลย...ผมไม่ค่อยคุ้นหูที่มีคนอื่นมาเรียกด้วยน่ะครับ"

"เหอะ~ งั้นเหรอครับ?"


หึ...ไอ้เด็กนี่มันอยากลองของสินะ ได้!


"เอ่อ! บุ้งว่าเรามาเตรียมงานกันดีกว่าครับ ดูท้องฟ้าแล้วเหมือนว่าฝนจะตกด้วย! งั้นเดี๋ยวบุ้งจะไปนัดชาวบ้านมารวมตัวกันนะครับ...พี่เซียนก็จะไปเอาของที่รถใช่หรือเปล่า? งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ลานรวมคนตรงหน้าหมู่บ้านนะครับ...บุ้งขอตัวก่อน"


คนห้ามศึกพยายามไกร่เกลี่ยสถานการณ์ก่อนจะลากเจ้านายแสนกวนประสาทให้เดินตามไปทางท้ายสวน

และพออยู่ในที่ลับตาคน มือเล็กก็ทุบลงบนต้นแขนหนาหนึ่งทีเป็นการตักเตือน บุญญากรเห็นกับตาว่าคุณชาวินเป็นคนเริ่มก่อน...ไปจ้องเขาเขม่นแบบนั้นได้ยังไง แถมยังพูดจายียวนพี่เขาก่อนด้วย

"คุณทำบ้าอะไรเนี่ย ไปหาเรื่องพี่เซียนทำไมครับ?"

"หึ...ชื่อที่เรียกกันแค่สองคน ส่งข้อความหากันดึกดื่น และถ้าจำไม่ผิด...วันเดินทางมาที่นี่คุณไปช่วยงานที่ศูนย์วิจัยพืชพรรณ สรุปวันนั้นคุณไปหาเขาด้วยสินะ"

"จะพูดอะไรของคุณ"

"คบซ้อน?"

เพราะถูกกล่าวหาปีศาจน้อยจึงง้างมือจะฟาดไปหนึ่งที แต่ก็ทำไม่ลงเพราะอีกคนเอามือโอบตัวเองไว้เหมือนลูกแมวกลัวจะถูกทำร้าย ซึ่งมันช่างไม่เข้ากับคุณชาวินเอาเสียเลย

"เดี๋ยวจะโดนนะคุณชาวิน!"

"ผมแค่ล้อเล่นนิดเดียว คุณถึงกับจะทำร้ายผมเลยเหรอ ร้อนตัวหรือเปล่าเนี่ย?"

เพราะใบหน้ากวนประสาทก้มลงมาใกล้ จึงทำให้เขาอดที่จะฟาดไปหนึ่งทีไม่ได้เลย สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจริงๆ บุญญากรตั้งใจจะฟาดลงไปอีกสักทีสองที แต่แล้วก็ถูกอีกฝ่ายก็รวบแขนเอาไว้ตามมาด้วยการเอาคือแบบน่ากลัวสุดๆ

นั่นคือถูกกัดหู

กึก...


"โอ้ย! ผมเจ็บนะคุณชาวิน!"

"เนื้อหอมนักเหรอ...หือ!?"

จมูกโด่งฝังลงมาบนแก้มก่อนจะถอยออกไปนิดหน่อย บุญญากรพยายามหนีออกจากการจับกุมแต่สุดท้ายก็ถูกกัดหูอีกข้างหนึ่งด้วย เขาตกใจมากเพราะไม่เคยถูกกระทำแบบนี้มาก่อน และพอคุณชาวินถอยออกไป มือเล็กก็ยกขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างทันที

ใบหน้าเหมือนกระต่ายตื่นตูมนั้นทำเอาชาวินแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ แก้มสีขาวทั้งสองข้างก็ล้นมือออกมาด้วย บุญญากรทำท่าตกใจได้น่าฟัดมากจริงๆ

"ไม่ต้องมาทำตัวน่ารักเลยคุณหนู นี่เป็นแค่การตักเตือนเท่านั้น ถ้าผมเห็นคุณไปต่อร้อต่อกระซิกกับผู้ชายคนนั้นอีก..ผมกัดหูคุณขาดแน่"

"คุณบ้าไปแล้วเหรอ!"

"อือ...ผมบ้าไปแล้วแน่เลย"

มือใหญ่ยกขึ้นมาวางทับกับมือเล็กที่ปกปิดใบหูอยู่ ชาวินกุมหน้าสวยเอาไว้ก่อนจะยกแก้มนั้นขึ้นมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ

"ผมบ้าที่อยากฟัดคุณไปทั้งตัว...แต่ผมไม่มีปัญญา"

เพราะคำตอบนั้น...คุณหนูบุญญากรจึงหลุดยิ้มออกมาจนได้ ร่างเล็กแอบขำน้อยๆก่อนจะหลับตาลง ปล่อยให้คนตัวสูงเอาจมูกบี้ลงบนหน้าผากของตัวเองจนพอใจและยอมปล่อยมือออกไปแต่โดยดี


"เอาล่ะ วันนี้ผมลงยันเอาไว้แล้ว...จะไม่มีคนเข้าใกล้คุณได้อีกผมรับรอง"


"หยุดบ้าเรื่องพี่เซียนได้แล้วครับ เขามาทำงาน และที่สำคัญเขาเป็นเพื่อนบุ้งมานานแล้ว ห้ามมีปัญหาด้วยเด็ดขาดเลยนะคุณชาวิน"

"จะพยายาม"

"ดีมากครับ...แล้วนี่คุณจะออกไปไหน? ทำไมแต่งตัวมิดชิดแบบนี้ล่ะ มีกระเป๋ามาด้วย"

"ผมจะออกไปดูทางน้ำกับลุงผู้นำหมู่บ้าน วันนี้คุณก็อยู่ช่วยชาวบ้านกับเพื่อนรักของคุณไปก่อนแล้วกัน"

"ทำไมต้องไปวันนี้ด้วยล่ะ?! ผมก็อยากไปดูทางน้ำด้วยเหมือนกันนะ ขอเป็นวันพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอครับ?"

"ไปวันนี้แหละดีแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ฝนตกลงมาอีกจะลำบาก อีกอย่างต้องเดินเข้าป่าแล้วก็เดินลุยน้ำด้วย...สภาพคุณไม่น่าไหวนะ ถึงน้ำจะลึกแค่เข่าผมก็เถอะ สำหรับคุณอาจจะถึงต้นคอเลย"

คนฟังทำหน้าบูดก่อนจะเบะปากเซ็ง ถึงจะถูกกวนเรื่องความสูงแต่บุญญากรกลับหันเหความสนใจไปกับการเดินสำรวจต้นน้ำมากกว่า เขาอยากไปมานานแล้วถึงแม้ว่ามันจะอันตรายนิดหน่อยก็ตาม เพราะเป็นแบบนี้คุณชาวินก็เลยแอบเตรียมของจะไปเองตั้งแต่แรกสินะ แอบเห็นจัดแผนที่มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ยิ่งพี่เซียนมาก็ยิ่งเข้าแผนการของลุงเขาพอดี

"เดี๋ยวเย็นนี้ผมกลับมาค่อยดูข้อมูลกัน คุณอยู่ที่นี่จัดการเรื่องอื่นไปก่อน แล้วก็ทำน้ำพริกแคบหมูรอผมด้วยนะ อีกอย่าง...ห้ามอยู่กับไอ้หมอนั่นสองต่อสองเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเจอดีแน่"

"คุณชาวินครับ ผมอยากไปด้วยอ่ะ พรุ่งนี้ค่อยไปนะ!"

"ไปก่อนนะ"

ไม่ยอมฟังอะไรเลยแถมยังเอามือมาหยิกแก้มเป็นการบอกลา...บุญญากรทำหน้างอมองคนตัวสูงที่สะพายกระเป๋าเป้ขึ้นหลังด้วยความเสียดาย เพราะสุดท้ายเขาก็คงจะไปด้วยไม่ได้จริงๆ

"ผมไปนะ"

"เดี๋ยวครับ!"

"ครับ"

"ระวังตัวด้วยนะ"

"หือ?"

.
.
.

"ห้ามบาดเจ็บกลับมานะ...ผมจะทำกับข้าวรอ"











#คุณชาวิน






"พื้นที่ปลูกชาก็ควรจะมีปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่าหนึ่งพันสามร้อยมิลลิเมตรต่อปีและมีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ พื้นที่ก็ควรมีความลาดเอียงน้อยกว่าสี่สิบห้าองศา ดินควรเป็นดินร่วนมีปริมาณอินทรียวัตถุสูง มีพีเอชระหว่างสี่จุดห้า...บุ้ง...ฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย"

"ครับ? พี่เซียนถามว่าอะไรนะ"

"ถามอะไร บุ้งบอกให้พี่อธิบายเรื่องน้ำกับดินคร่าวๆ พอพี่อธิบายก็ทำหูทวนลมอีก สรุปฟังอยู่หรือเปล่า?"

"แหะ"

"ใจลอยไปไหนเนี่ยเรา..."

"เปล่าครับ..."

"เมื่อเช้าแฟนเหรอ?"

คนถูกถามถึงกับตาโตพูดไม่ออก...ถ้าเป็นเมื่อสองวันก่อนก็คงจะรีบปฏิเสธไปแล้ว แต่นี่บุญญากรกำลังคบหากับลุงคนนั้นจริงๆ แถมยังใจลอยไปหาเขาเหมือนที่พี่เซียนบอกไม่มีผิดเลย...ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง 

บุญญากรภาวนาขอให้ท้องฟ้าแจ่มใสเหมือนอย่างเช่นตอนนี้ไปตลอดทั้งวัน เพราะทางเดินขึ้นเขาอันตรายนิดหน่อย ส่วนลุงคนนั้นก็อายุเยอะแถมยังใจร้อนเป็นที่หนึ่ง เขาอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เลยจริงๆ

"ตกลงเป็นแฟนกันเหรอ?"

"ครับ"

"......."

"บุ้งแค่เป็นห่วงเรื่องการเดินทาง"

"แบบนั้นสินะ เมื่อเช้าเขาก็เลยโกรธตอนที่พี่อยู่กับบุ้ง"

"ป่าวนะครับ คุณชาวินเค้าไม่ได้โกรธจริงจังอะไรหรอก ปกติเขาก็เป็นคนแบบนั้นอยู่แล้วล่ะครับ อาจจะดูจริงจังไปสักหน่อย แต่ความจริงแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกครับ เขายังบอกให้บุ้งมาอยู่ช่วยพี่เซียนตอนคุยกับชาวบ้านอยู่เลย"

"งั้นเหรอ..."

"ครับ"

"ไม่เห็นต้องปกป้องขนาดเลยนี่นา"

"บุ้งไม่ได้ปกป้องนะครับ! แต่คุณชาวินเค้า-"

"พี่เข้าใจแล้วล่ะ...เราไปทำงานต่อกันเถอะ"


นักวิจัยหนุ่มทำหูทวนลมแล้วเดินไปทางไร่ชา บุญญากรเห็นแบบนั้นก็เลยเงียบแล้วเดินตามไปด้วยความกังวลนิดหน่อย...

เขาตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหมที่บอกเรื่องของคุณชาวิน


"พี่เซียนครับรอบุ้งด้วยสิ...อธิบายให้บุ้งฟังอีกรอบนะ"

"งั้นก็ตั้งใจฟังล่ะ พี่จะพูดอีกแค่รอบเดียวเท่านั้น"

"ครับ"

"พื้นที่ปลูกชาควรจะมีปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่าหนึ่งพันสามร้อยมิลลิเมตรต่อปี สว่วนการกระจายตัว..."


ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ บุญญากรได้รับความรู้มากมายที่เป็นประโยชน์ พี่เซียนช่วยพูดกับชาวบ้านเรื่องปรับปรุงสูตรดินและการปรับแต่งไร่ให้เหมาะสมและได้มาตรฐาน โครงการของเราอาจจะพัฒนาได้หากมีพี่เซียนมาช่วย...และบุญญากรคิดว่าเขาเลือกคนถูก


"ขอบคุณที่มาช่วยบุ้งนะครับพี่เซียน"

"อือ...ก็ต้องช่วยอยู่แล้วแหละ...พี่มีทางเลือกเหรอ?"

"ฮะๆ ไม่มีครับ"

"ไม่มีทางเลือกหรอก...เพราะมีบุ้งอยู่ด้วย"

"อะไรนะครับ?"

"เปล่า...เราก็อย่าทำให้พี่ปวดหัวแล้วกัน"


หนุ่มรุ่นน้องฉีกยิ้มแทนคำขอบคุณ ดวงตาคู่สวยกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวอย่างน่ามอง เซซากิเผลอยิ้มตามก่อนจะเอื้อมมือไปลูบผมของเจ้าตัวน้อยเหมือนอย่างที่ชอบทำ...แต่คราวนี้บุญญากรกลับเอียงหลบ

สายตาที่หวาดระแวงหันไปมองรอบข้างเหมือนกลัวว่าจะมีคนมาเห็นเข้า...ซึ่งภาพเหล่านั้นมันทำให้คนที่เพิ่งถูกปฏิเสธเจ็บปวดเล็กน้อย...แต่เขาก็ยังเก็บอารมณ์เก่งเหมือนเดิม เก่งเหมือนอย่างที่ผ่านมาตลอดหลายปี...แต่ตอนนี้มันกลายเป็นปัญหาเสียแล้ว

"เดี๋ยวบุ้งพาไปดูโรงเก็บชานะครับ อยู่ด้านหลังนู้นเลย เดินแค่ห้านาทีก็ถึงแล้วครับ...เราไปกันเถอะ"

"คบกับเขานานหรือยัง?"

"......"

"กับผู้ชายคนนั้นน่ะ คบกับเขานานหรือยัง ล่าสุดที่พี่เจอบุ้งก็คือเมื่อสองเดือนก่อนที่บุ้งมาเชียงใหม่ ตอนนั้นก็คบกับเขาแล้วเหรอ"

"เปล่าครับ เอ่อ อันที่จริงเราเพิ่งคบกันได้ไม่กี่วันนี้เอง"

"พี่ช้าไปสินะ"

"ครับ?"

"หมายถึงพี่รู้ข่าวช้าไปหรือเปล่า เด็กที่เอาแต่สนใจเรื่องคนอื่นแบบบุ้งมีเวลาสนใจเรื่องตัวเองด้วยเหรอ พี่ก็แค่แปลกใจนิดหน่อยน่ะ"

"เดี๋ยวนะครับ ที่บอกว่าบุ้งเอาแต่สนใจเรื่องของคนอื่นนี่หมายความว่าไง พี่เซียนแอบหลอกด่าบุ้งเหรอครับ! เป็นแบบนี้ตลอดเลยนะพี่เซียนน่ะ...ชอบหลอกด่าบุ้ง"

"แต่พี่ก็หลอกเราแค่เรื่องเดียว...ส่วนเรื่องอื่นพี่ชัดเจนมาตลอด มีแต่เรานั่นแหละที่ทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรเลย บุ้งว่าจริงหรือเปล่า?"

"พี่เซียน..."

"เรื่องที่เราเคยคุยกัน...พี่ขอเปลี่ยนใจได้ไหม"

"อย่าเลยครับ...เพราะความจริงแล้วบุ้งอาจจะเป็นคนผิดเองก็ได้ บุ้งฉลาดแค่เรื่องงานกับเรื่องเรียน"

"ไม่จริงหรอก"

"จริงครับ ก็อย่างที่พี่เซียนเคยพูดนั่นแหละ...ถ้ายังไม่รู้จักหัวใจตัวเองดีก็อย่าเพิ่งลองคบใคร...จนถึงตอนนี้บุ้งก็ยังไม่เคยเข้าใจอะไรเลยสักอย่าง"

"บุ้ง"

"แต่ช่างมันเถอะครับ ตอนนี้บุ้งไม่อยากเข้าใจมันแล้ว มันอาจจะดีด้วยซ้ำที่บุ้งไม่เคยเข้าใจอะไรเลย"

"บุ้งก็เลยจะลองคบกับเขาอย่างนั้นเหรอ"

"เปล่าครับ...ถึงบุ้งจะไม่ฉลาดแต่บุ้งไม่เคยเล่นกับหัวใจของคนอื่น บุ้งแค่ทำตามความรู้สึกที่มีต่อเขาจริงๆ"


"......."


"คุณชาวินเป็นคนตรงไปตรงมาครับ เขากล้าที่จะยอมรับความรู้สึกของตนเองและแสดงให้เห็นว่าเขาจริงใจกับบุ้งมากแค่ไหน...บุ้งไม่ต้องสับสนกับความรู้สึกที่เขามีเลยสักครั้ง...แต่นั่นก็เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งในร้อยเท่านั้นที่บุ้งยอมคบกับเขา"


"บุ้ง..."


"เราไปดูชาวบ้านผึ่งชาดีกว่าครับเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน"


"เดี๋ยวสิบุ้ง"


"เราไปทำงานกันต่อเถอะนะครับ แล้วก็อย่าพูดถึงเรื่องนี้กันอีกเลย...ถือว่าบุ้งขอนะครับพี่เซียน"








#คุณชาวิน





"อ้ายชาวินครับ ผมว่าเตวจ๊าๆน่อยเตอะ! บะต้องฟั่งขนาดนั้นกะได้ครับ ผมว่าคุณบุ้งเปิ้นก็มีบ้านฮั่นเนาะ"

"รีบเถอะน่า! ฉันอยากอาบน้ำกินข้าว"

"แต้ก่ะ?! บะใจ่ฟั่งเพราะว่ากั๋วว่าคุณบุ้งเปิ้นจะลงดอยไปกับหนุ่มหล่อเน่อ~ ผมจะบอกอะหยัง...คุณบุ้งเปิ้นสนิทกับคุณนักวิจัยคนนั้นขนาด! ผมเกยไปยะสวนที่ศูนย์ดอยปุย คุณบุ้งเปิ้นมาหาคุณนักวิจัยบ่อยขนาด ไค่หัวคิกคักกั๋นสองคนตวยเน่อคุณชาวิน!"

ไม่ค่อยรีบเท่าไหร่...แต่ซอยเท้าถี่ขึ้นอีกเป็นสองเท่า

เสียงของลูกชายลุงผู้นำกระแทกใจชาวินแรงมาก แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงการยุยงแบบล้อเล่น แต่ชาวินกลับไม่อยากจะคิดตามเลย บุญญากรต้องหัวเราะกับเขาแค่คนเดียวสิ เรื่องที่ผ่านมาช่างมัน...แต่ปัจจุบันจะทำอย่างนั้นอีกไม่ได้เด็ดขาด

"รีบเดินหน่อยไอ้จ้อย! ฝนจะตกแล้วเนี่ย"

"กั๋วฝนตก กะว่ากั๋วคนญี่ปุ่นครับ?"

"พูดมากจริง รีบเดินเลย!"

ขาวยาวที่เปียกชื้นเดินลัดป่าออกมาด้วยใบหน้ายุ่งเหยิง วันนี้ทั้งวันเขาถูกไอ้จ้อยแซวเรื่องเจ้าปีศาจน้อยกับไอ้หน้าหล่อไม่หยุด ชาวินความอดทนต่ำมาก แต่เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากรีบเก็บข้อมูลทำงานเพื่อจะได้กลับมาหาเจ้าปีศาจน้อยเร็วๆสักที

ฝนก็ทำท่าจะตกหนักด้วย หวังว่ากลับไปคงไม่เห็นใครบางคนให้เกะกะสายตา...

และก็ดูเหมือนว่าความหวังของเขาจะเป็นจริง

แผ่นหลังเล็กในเสื้อม่อฮ่อมกำลังกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่หน้าอ่างล้างผัก เสียงน้ำไหลจากก๊อกทำให้รู้สึกเย็นฉ่ำไม่ต่างจากคนตรงหน้าเลยสักนิด ชาวินทำงานหนักมาทั้งวันแต่เขากลับหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแค่ได้มองเห็นคุณหนูบุญญากร

สงสัยจะเป็นเพราะพลังศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าปีศาจ...

"กลับมาแล้ว"

ร่างสูงเดินเข้ามาคว้าเอวเล็กไปกอดโดยที่อีกคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว ต้นผักบุ้งบางส่วนยังคงค้างอยู่ในมือเล็ก ชาวินแอบขำกับท่าทางตกตะลึงนั้นก่อนจะทำมากกว่าเดิมด้วยการก้มลงไปหอมแก้มนุ่มนิ่มที่เขาคิดถึงตลอดทั้งวัน

ฟอด...


"ล้างผักอยู่เหรอครับหนุ่มน้อย"

"คุณชาวิน!"

"ขอหอมอีกทีนึงนะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว"

"ป้าฟองนั่งอยู่นะ"


ร่างสูงชะงักไปนิดหน่อยเมื่อหันไปเจอคุณป้านั่งหั่นผักอยู่บนแคร่ด้านหลัง...แต่มันคงไม่ทันแล้ว เพราะตอนนี้ป้าแกกำลังมองมาด้วยสายตาเคอะเขิน ลำพังตัวชาวินเองไม่เท่าไหร่หรอก แต่เจ้าปีศาจหน่อยนี่สิ ก้มหน้างุดจนคางแทบจะจมกับเสื้ออยู่แล้ว

"ขอโทษครับคุณป้า"

"บะเป๋นหยังเจ้า อิลุงมาตวยก่อ"

"ลุงผู้นำจะตามมาทีหลังครับ เห็นบอกว่าจะไปซื้อของนิดหน่อยผมเลยลงมากับจ้อยก่อน...เอ่อ ตอนนี้ทำกับข้าวเสร็จหรือยังครับ ผมว่าจะชวนบุญญากรไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวอากาศจะหนาว"

"อาบน้ำกะเจ้า?! จวนกั๋นไปอาบน้ำก่ะ"

"ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณป้า หมายถึงอาบคนละรอบกันแต่ถ้าไปช่วงนี้อากาศจะได้ไม่หนาวมาก เดี๋ยวผมจะได้เตรียมน้ำให้เขาด้วย"

"อ่อออ ต๋ามสะบายเน่อ คิกกก..."

"งั้นขอตัวก่อนนะครับ"

ยิ่งคุณป้าทำเหมือนแซวบุญญากรก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก ชาวินมองน้องด้วยความเอ็นดูก่อนจะจูงมือคนขี้เขินออกจากห้องครัวไปด้วยกัน 

ตอนนี้เจ้าตัวแสบก็คงไม่อยากอยู่สู้หน้าคุณป้าฟองคำแล้ว...ไม่รู้จะเขินอะไรนักหนา ขนาดเดินมาถึงหน้าที่พักแล้วก็ยังก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่จากับเขาเลยสักคำ

"หยุดเขินได้แล้ว"

"ผมอยากจะทุบคุณให้หลังลายไปเลย ป้าฟองคำนั่งอยู่ทั้งคนคุณทำแบบนั้นได้ยังไง...อายคนอื่นเค้า"

"ก็ผมไม่เห็นคุณป้านี่ อีกอย่างผมทำงานเหนื่อยมาทั้งวันสายตาก็อาจจะพร่ามัวไปบ้าง...ผมเห็นแค่คุณคนเดียว...สงสัยจะคิดถึงมากเกินไป"

พอลับตาคนร่างสูงก็ทำตัวรุ่มร่ามอีกครั้งด้วยการคล้องเอวคุณหนูตัวเล็กเอาไว้หลวมๆพร้อมกับมองใบหน้าแสนน่ารักด้วยสายที่ไม่เคยมีให้ใครมาก่อน 

มันเป็นสายตาที่หวานจนคนถูกมองต้องเฉหลบไปทางอื่นเพราะกลัวจะถูกกลืนกิน

"ปล่อยครับ...ตัวคุณเปียกอยู่นะ"

"เดี๋ยวคุณก็เปียกเหมือนกัน ไม่เป็นไรหรอก"

"เป็นครับ! ปล่อย...ไปอาบน้ำครับ"

"แต่ผมยังไม่หายคิดถึงคุณเลย"

คนขยันจ้องหยอดคำหวานไม่หยุด คุณหนูตัวเล็กจึงทำได้แต่ยืนยิ้มน้อยๆก่อนจะหันไปสบตากันเพื่อหวังว่าจะบรรเทาความคิดถึงของอีกคนให้หมดไปเร็วๆ 

"เป็นยังไงบ้างครับ...เหนื่อยไหม"

"นิดหน่อย แต่ผมโล่งใจมากกว่าที่คุณไม่ต้องไปด้วย ต้องเดินลุยน้ำตกตั้งหลายสาย แถมยังต้องเดินลัดป่าอีก ทางมันไม่ค่อยสะดวกนัก ดีแล้วที่คุณไม่ต้องไป"

"นั่นยิ่งน่าสนุกเลยครับ"

"คุณสนุก...แต่ผมเป็นห่วงน่ะสิ รออยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว"


คนตัวโตยังไม่หยุดพ่นคำหวาน แถมสายตาก็เอาแต่จ้องไม่ยอมห่างไปไหน บุญญากรไม่รู้ว่าอะไรทำให้คุณชาวินเปลี่ยนไปเป็นขนาดนี้ ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนยังเอาแต่ประชดประชันเหมือนเด็ก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนละคน ทั้งปากหวาน...แล้วก็พูดเอาใจเก่ง


"ไปอาบน้ำเถอะครับ เดี๋ยวคุณป้ากับคุณลุงรอกินข้าว"

"เดี๋ยวคุณเข้าอาบน้ำก่อนเลย สักพักอากาศจะเริ่มหนาวแล้วเดี๋ยวจะเป็นหวัดไปซะก่อน"

"คุณนั่นแหละอาบก่อนครับ ตัวเปียกแบบนี้เดี๋ยวคุณนั่นแหละที่จะเป็นหวัด...เข้าไปอาบตอนนี้เลย"

"งั้น...อาบพร้อมกันเลยไหม"

"คุณอยากโดนทุบเหรอ?"

แค่น้องยกกำปั้นน้อยๆขึ้นชาวินก็ส่ายหัวตอบ เขาไม่อยากถูกทุบเพราะกลัวคุณหนูจะเจ็บมือ 

"งั้นผมขอหอมแก้มสองทีนะ"

"พอแล้วครับ เหม็นเหงื่อ!"

"หือ? จริงเหรอ..."

ร่างสูงทำจมูกฟุดฟิดแล้วยกแขนตัวเองขึ้นมาดม แต่จังหวะนั้นคุณหนูกลับหมุนตัวหนีออกจากอ้อมแขน ก่อนจะวิ่งเอาตัวรอดขึ้นไปบนเรือนแล้วโผล่หน้าออกมายิ้มหวานพร้อมกับทำหน้าดื้อ

"เข้าไปอาบน้ำเลยครับ...เหม็นเหงื่อจะตาย"

"ไม่เหม็นสักหน่อย ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ"

"ไม่ลงครับ"

"น้องบุ้ง!"

"ไม่ยอมพาไปด้วยดีนัก! ปล่อยให้คิดถึงตายไปเลย"






#คุณชาวิน






เป็นมื้ออาหารที่แสนวุ่นวายเมื่อมีลูกชายของลุงผู้นำมานั่งร่วมวงด้วย 

จ้อยเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบเก้าที่ค่อนข้างจะมุทะลุแต่ชอบทำงาน แถมยังรู้จักกับคนในหมู่บ้านแทบจะทุกคน ช่วงนี้คุณลุงผู้นำจึงขอจ้อยมาช่วยเรื่องของงานหมู่บ้านและเป็นลูกมือของพวกเรา ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะสนิทกับคุณชาวินได้รวดเร็วเป็นพิเศษเพราะมีบางอย่างที่คุยกันถูกคอ

"วันนี้เอากี่กระป๋องดีครับอ้ายวิน"

"เอามาหมดเลย"

"ครับโผมมม"

บุญญากรเหล่ตาไปทางคนที่นั่งข้างๆด้วยความเซ็งเมื่อร่างสูงล้วงแบงค์พันออกมายื่นให้เด็กหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้าม สองวันมาแล้วที่ลุงคนนี้นั่งดื่มเบียร์กับลูกชายผู้นำแล้วก็หัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน แม้จะเป็นเวลาสั้นๆก่อนเข้านอนแต่บุญยากรก็คิดว่ามันน่าเบื่อจะตาย

"อั้นเดียวผมไปซื้อหื้อเน่อ...แต่ต่อนนี้ขอจิมน้ำพริกแคบหมูน้อยนึงได้ก่อครับ?"

"ไม่ได้!"

"ฮะๆๆ ขางแต้ขางว่า! ขนาดน้ำพริกบะดายยังขางนักขนาดนี้ ถ้าเห็นคุณบุ้งไปเล่นกับคนอื่นบะใจ๋วายก่ะ?"

"ไอ่จ้อย!//ไอ้จ้อย!"


ลุงกับป้ารีบเอ่ยปากปรามเมื่อเห็นคนถูกถามจับช้อนแน่น คุณชาวินพยายามข่มอารมณ์ที่จะไม่ด่าเด็กหนุ่มคืน และนั่นกลับทำให้บุญญากรอยากจะขำออกมา ถ้าจ้อยเป็นลูกน้องที่บริษัทก็คงถูกไล่ออกไปแล้ว...

"เป็นใดพ่องครับคุณบุ้ง วันนี้คุณนักวิจัยเปิ้นสอนจาวบ้านหลายเรื่องก่อ ผมเกยยะก๋านกับเปิ้นอยู่ครับ เปิ้นเป็นคนใจเย็นขนาดเลย ส่วนคนตางข้างฮ้อนครับ! ยิ่งตอนผมบอกว่าคุณบุ้งจะลงไปดอยปุยกับคุณเซซากิก็ยิ่งฮ้อน ตาลุกเป๋นไฟพรึบพรึบพรึบ!!"

"ใครเป็นแบบนั้นไอ้จ้อย!"

มีคนหัวร้อนอยู่แค่คนเดียว ส่วนคนที่เหลือก็หัวเราะพรืดออกมาพร้อมกัน บุญญากรส่ายหัวนิดหน่อยเพราะคิดว่าจะต้องมาจากเรื่องจริงแน่ คุณชาวินคงเก็บอาการตั้งแต่เช้า ถ้าการเดินทางไม่ลำบากมากก็คงลากเข้าไปด้วยแล้ว

"คุณบุ้งไค่ลงไปแอ่วดอยปุยก่อครับ?"

"ก็อยากไปอยู่นะ บางทีอาจจะแอบไปตอนที่จ้อยกับคุณชาวินดื่มเบียร์กันอยู่ก็ได้ คิดว่าลงไปดูวิวที่ดอยปุยอาจจะสนุกกว่านอนฟังเสียงหัวเราะของคนขี้เมาน่ะ"

"บุ้ง!"

เพราะร่างสูงเสียงแข็งขึ้นทั้งวงก็เลยอยู่ในความเงียบ คุณลุงกับคุณป้าเกร็งสุด ส่วนไอ้จอยผู้โยนระเบิดกลับเดินหนีออกไปกินน้ำหลังบ้าน เหลือแต่คุณหนูผู้ไม่เคยสะทกสะท้านกับเสียงดุๆของคนตัวโตเลย

"เอาข้าวเพิ่มไหมครับคุณชาวิน"

"ผมไม่อยากกินแล้ว"

"โอเคครับ...แต่ถ้าวันนี้คุณกินไม่หมดพรุ่งนี้ก็อย่าขอให้ผมทำอีกนะ มื้อนี้จะเป็นมือสุดท้ายสำหรับน้ำพริกแคบหมูที่ผมทำ"

"ไม่!"

"ไม่อะไรครับ"

คนที่เคยชอบขู่คนอื่นถึงกับต้องขมวดคิ้วเมื่อถูกทำแบบนั้นเสียเอง ชาวินหายใจฟึดฟัดกับจานข้าวในมือก่อนรีบหยิบช้อนขึ้นมาตักน้ำพริกเมื่อเห็นคุณหนูทำท่าจะเก็บถ้วยนั้นไปจากเขา

ชาวินไม่อยากเสี่ยง...

หลังจากความพ่ายแพ้ของคนตัวโต ทั้งวงข้าวก็เงียบกริบจนไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาก่อน คุณลุงกับคุณป้าก็กินอาหารอย่างเงียบๆ รวมถึงคุณชาวินที่เอาแต่จ้วงตักน้ำพริกเข้าปากทั้งที่ยังทำหน้าบึ้งอยู่

บุญญากรเห็นแบบนั้นก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา... 

เขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนอึดอัดแบบนี้ โดยเฉพาะคุณลุงกับคุณป้าที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย 

คงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว...


"เผ็ดไหมครับพี่วิน"

แค่คำพูดสั้นๆกลับกลายเป็นคาถาเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างสูงมีความสุขกับคำว่า'พี่วิน'จนอยากจะยิ้มออกมา แต่ก็ยังเก๊กท่าแล้วทำเป็นส่ายหัวน้อยๆเป็นคำตอบ

"กินอย่างอื่นด้วยครับ...เดี๋ยวแสบท้อง"

ผัดผักถูกตักไปใส่ในจานให้ถึงที่ ชาวินมองความใจดีของน้องด้วยหัวใจที่พองโต ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาในที่สุดเมื่อคนตัวเล็กยื่นน้ำมาให้

"อ้ายวิน! เอาเบียร์กระป๋องกะว่าเอาเป็นขวดครับ"

เสียงตัวต้นเหตุดังขึ้นมาอีกครั้งหลังจากหายไปหลังบ้าน ชาวินมองแก้วน้ำเปล่าสลับกับดวงตาของบุญญากรด้วยความชั่งใจ...ก่อนจะเห็นอะไรบางอย่างในนั้น


-อย่า-ดื่ม-เลย-นะครับ-คืนนี้-


"ตามสบายเลยนะจ้อย...คืนนี้ฉันงดเบียร์"


"......."
 

"เดี๋ยวแฟนหนีเที่ยวกับหนุ่มญี่ปุ่น"














#คุณชาวิน







พอตกดึกบรรยากาศในไร่ชาเขียวก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง กลิ่นหอมจากโรงคั่วชาลอยมาไกลจนถึงที่พัก มันเป็นกลิ่นที่ทำให้ผ่อนคลายและสบายใจ เป็นกลิ่นที่คล้ายกับปีศาจน้อยบางตัว...

"บุ้งครับ"

ร่างสูงนั่งยองๆอยู่หน้าเต็นท์ก่อนจะเรียกหาคนที่อยู่ด้านใน มือของเขามีนมอุ่นหนึ่งแก้วกับหลอดยาที่ต้องใช้เป็นประจำอยู่ทุกวัน กลิ่นของน้ำมันนวดเท้าทำให้คุณหนูผ่อนคลาย ชาวินได้มันมาจากคุณป้าบัว...

เต็นท์ขนาดกลางถูกเปิดออกพร้อมกับใบหน้าหวานที่โผล่ออกมา บุญญากรรู้ว่าเขามาอะไรถึงได้พยักหน้าขอบคุณแล้วรับแก้วนมไปดื่ม

"จะนอนหรือยัง"

"ยังครับ ผมดูภาพถ่ายที่คุณถ่ายมา แล้วก็คำนวณหาพื้นที่รับน้ำคร่าวๆอยู่ด้วย แต่ดูแล้วมีบางส่วนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ คุณช่วยดูหน่อยได้หรือเปล่าครับ...เข้ามาในเตนท์ก่อนไหม?"

คนถูกถามชะงักเล็กน้อยเพราะไม่เคยได้รับสิทธิ์นี้ สองวันที่ผ่านมาอย่างมากก็แค่นั่งหน้าเต็นท์แล้วพูดคุยกัน ชาวินนั่งเฝ้าตรงนั้นกับหมาถั่วดำมาหลายคืนแล้ว ไม่คิดเลยว่าบุญญากรจะเป็นคนเอ่ยปากชวนเอง

"ผมเข้าไปนะ"

"ครับ"

บรรยากาศอึดอัดขึ้นมาทันทีเมื่อคนตัวเล็กขยับเข้าไปด้านในเพื่อเหลือที่เอาไว้ให้คนตัวโต ชาวินมุดเข้ามาก่อนจะรูดซิปปิดประตูเพราะกลัวแมลงจะบินเข้ามา แต่กลับกลายเป็นว่ามันยิ่งทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดยิ่งไปกว่าเดิม

"มีตรงไหนไม่เข้าใจเหรอ"

"ตรงนี้ครับ...ภาพที่ถ่ายมากับแผนที่มันไม่ค่อยสอดคล้องกัน ผมคิดว่าบางทีคุณอาจจะมาร์คตัวนี้พลาดไป มันสลับกับอันนี้หรือเปล่า?"

"อือ ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น"

"แล้วก็ตรงนี้ด้วยครับ...ความสูงของมันเหมือนจะเปลี่ยนไป เพราะดูจากชั้นความสูงแล้วเหมือนมันจะคลาดเคลื่อนไปเยอะพอสมควร เราควรจะต้องไปดูตรงนี้อีกทีหนึ่ง เพราะผมเคยเห็น-"

จุ๊บ...

ดวงตาเล็กเบิกกว้างเมื่อปากที่พูดอยู่ถูกจูบลงมาเบาๆ ก่อนที่อีกคนจะถอยหน้าออกไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน...ถึงจะเฉียดผ่านแค่ตรงมุมปากก็เถอะ


นี่เป็นจูบแรกระหว่างเราใช่หรือเปล่านะ?




"พรุ่งนี้ค่อยคุยต่อได้ไหม ตอนนี้สมองผมไม่รับรู้อะไรแล้ว"


ใครกันแน่ที่ต้องพูดแบบนั้น...บุญญากรตัวแข็งทื่อเมื่อร่างสูงขยับเข้ามานั่งซ้อนจนแทบจะชิดติดกัน ก่อนมือหนาจะเอื้อมมาจับที่แก้วแล้วดันมันขึ้นจ่อถึงริมฝีปากของเขา

"ดื่มนมสิครับ จะได้เก็บแก้ว"

น้ำนมสีขาวถูกดันเข้าปากทีละน้อยจนหมด บุญญากรใจเต้นตึกตักตอนที่สายตาคู่นั้นจ้องบนริมฝีปากของเขาแบบไม่วางตา จนกระทั่งนมทั้งแก้วหมดลงคุณชาวินก็ยังไม่หันไปมองทางไหน



"ปีศาจน้อยจอมเขมือบนม"


ก้านนิ้วยาวปัดผ่านขอบปากสีแดงสดอย่างทนุถนอม บุญญากรจึงลดสายตาลงที่มือนั้น ก่อนจะเห็นว่ามันค่อยๆลูบไปบนแก้มเขาต่อเรื่อยๆ


"ความจริงผมยังไม่หายโกรธเรื่องที่คุณบอกว่าจะลงดอยไปเที่ยวกับหนุ่มญี่ปุ่นคนเลย คุณพูดออกมาได้ยังไงไม่เห็นใจผมเลยสักนิด"


"ผมไม่ได้พูดนี่ครับว่าจะไปกับใคร แค่บอกว่าจะไปชมวิวที่ดอยปุยเฉยๆเอง"

"คุณทำให้ผมหงุดหงิดนะ"

"ทีตัวเองยังไปนั่งกินเบียร์หัวเราะทั้งคืนได้เลย อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับ ว่าเมื่อคืนหลังออกจากเต็นท์ผมคุณก็แอบไปนั่งกินเบียร์ต่อกับจ้อย...เมื่อเช้าก็เลยตื่นสายจนมาปลุกผมไม่ทัน"

"คุณก็เลยจะงอนผมเรื่องเมื่อเช้า?"

"ก็แล้วใครกันที่ผิดครับ...บุ้งเหรอ?"


พอสู้เขาไม่ได้เจ้าปีศาจน้อยก็งัดไม้ตายออกมาอีกแล้ว   ดวงต๋าใสแจ๋วจ้องมองเขาเหมือนจะร้องให้ออกมา ชาวินรู้ว่ามันก็แค่กลอุบายของคุณหนูที่อยากเอาชนะ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมแพ้เหมือนเดิม

"ไม่...ผมผิดเอง"

พูดแล้วก็เอามือเขี่ยปากที่กำลังเชิดอยู่อย่างหลงใหล แม้เจ้าปีศาจน้อยจะยอมเผยธาตุแท้ออกมาทางสีหน้าแล้วแต่ชาวินก็ยังมองว่ามันน่ารักอยู่ดี

"คืนนี้ยังจะออกไปกินเบียร์อยู่ไหมครับ"

"ไม่ไปแล้ว"

"แล้วจะหงุดหงิดบุ้งอีกหรือเปล่า"

"ไม่หงุดหงิดครับ"

"ดีมากครับ...ทีนี้ก็ปล่อยบุ้งได้แล้ว"

"ไม่มีทาง"


เรื่องอะไรจะปล่อย...ชาวินทนให้แผลงฤทธิ์อยู่ตั้งนาน

และตอนนี้มันถึงเวลาเอาคืนแล้ว

ท่อนแขนยาวรวบเจ้าตัวแสบมากอดรัดแน่นจนอีกคนโวยวายว่าหายใจไม่ออก ก่อนจะผ่อนแรงออกมาแล้วจัดการกับแก้มนุ่มหนึ่งข้างด้วยความมันเขี้ยว 

ตัวก็เล็กนิดเดียวแต่ชอบออกคำสั่ง...

"นี่คุณชาวินหยุดเลยนะ! บอกให้หยุดไง! ฟังผม!!"

"ผมไม่ได้เป็นลูกน้องคุณนะ เรื่องอะไรจะต้องฟัง"

"ไม่ฟังใช่ไหม?!! หือออ!"

"โอ้ย!!"

ร่างสูงร้องเสียงหลงทันทีเมื่อเจอบิดเข้าตรงสีข้าง ชาวินเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวดก่อนจะถอยออกมา แต่พอเห็นคนหน้าหวานทำจมูกเชิดแบบผู้ชนะเขาก็เลยตัดสินใจทำการจลาจลอีกรอบ

ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นมาปกคลุมเจ้าปีศาจตัวแสบเอาไว้ก่อนชาวินจะโถมตัวใส่จนล้มลงไปนอนทั้งคู่ บุญญากรตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก แต่พอตั้งสติได้เขาก็เสยเข่าขึ้นจนมันไปถูกของลับคุณชาวินเข้าอย่างจัง! เพียงเท่านั้นร่างสูงก็ยอมสงบลงอีกรอบ...

"อ่าาาา"

"สมควรแล้ว!"

แม้จะรู้สึกผิดเพราะไม่คาดคิดว่ามันจะโดนตรงนั้น แต่คนทำก็ยังคงปากแข็งก่อนจะเชิดหน้าอย่างผู้ชนะอีกรอบ บุญญากรไม่เคยทำร้ายใครก่อนหากไม่เข้าตาจนจริงๆ และคราวนี้คุณชาวินก็หาเรื่องเอง!

"โอ้ยยย เจ็บจะตายอยู่แล้ว"

"ไม่ต้องสำออยเลยครับ บุ้งแค่สะกิดนิดเดียว"

"แต่เจ้านี่มันบอบบางนะ..."

ไม่พูดเปล่า...คนบาดเจ็บยังเอามือกุมน้องชายไว้ก่อนจะแสร้งตีเนียนขยับขึ้นมานอนบนตักนุ่มนิ่มที่มีผ้านวมคลุมอยู่ แถมยังขมวดคิ้วทำเหมือนว่าตนเองเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสารมากๆด้วย

"ไม่ต้องเนียนเลย กลับเต็นท์คุณไปได้แล้ว"

"เดินกลับไม่ไหวหรอก...คืนนี้ผมนอนด้วยนะ"

"เต็นท์คุณเดินสองก้าวก็ถึงแล้วเหอะ!"

"อย่าเรื่องเยอะเลยคุณ นอนๆเดี๋ยวก็เช้าแล้ว"

"อะไรของคุณเนี่ย!"

คุณหนูโวยวายขึ้นเมื่อจู่ๆร่างสูงก็ลุกขึ้นมาจัดแจงหมอนกับผ้าห่มก่อนจะดึงเขาลงไปนอนด้วยกัน แถมยังเอาขามาพาดเพื่อป้องกันการหลบหนีอีกด้วย

"ลุกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคุณชาวิน!"

"ไม่เห็นเป็นไรเลยคุณ เรานอนด้วยกันมาตั้งหลายคืนแล้วคุณยังไม่ชินอีกเหรอ...ถือว่าซ้อมก่อนแต่งละกัน"

"ใครจะแต่งงานกับคุณ?"

"ก็คุณไงล่ะ เป็นแฟนผมก็ต้องแต่งกับผมสิ"

"เป็นแฟน...แต่ไม่ได้บอกว่าจะแต่งงานด้วยสักหน่อย บางทีผมอาจจะแต่งกับคนที่เจ้าเล่น้อยกว่าคุณก็ได้"

"ไม่มีทาง...ไอ้เรื่องเจ้าเล่ผมก็ยอมรับนะ แต่ผมเชื่อว่าคุณไปแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้หรอก ใครจะเพอร์เฟคกว่าผมอีกล่ะ คุณกินของพรีเมี่ยมมาแล้วก็คงไม่เหลียวแลพวกอาหารริมทางหรอกจริงไหม"

"เหอะ!"

คุณหนูที่ถูกกอดอยู่นิ่งอึ้งไปสักพักกับคำพูดที่แสนอวดดีพวกนั้น เกิดมาเขายังไม่เคยเห็นใครเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ทั้งหลงตัวเองแล้วก็ไม่เคยฟังคนอื่น บุญญากรไม่เข้าใจตัวเองว่าหลงกลไปตกลงเป็นแฟนกับคนแบบนี้ได้ยังไง

"มั่นใจขนาดนั้นเลยหรอครับ"

"อือ"

"คุณคงลืมไปแล้วสินะ ว่าผมชอบกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดข้างทางมากกว่าอาหารภัตตาคารหรู สำหรับผมน้ำแร่ขวดละหมื่นไม่มีความหมายถ้าเทียบกับโอเลี้ยงข้างทาง มันอยู่ที่ว่าผมอยากจะเลือกกินอะไรก็แค่นั้นเอง"

"หมายความว่าไง"

"หึ...."

"คุณจะคบกับผมแล้วไปแต่งงานกับคนอื่นเนี่ยนะ!"

"ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย...คุณพูดเองนะ"

"บุญ-ญา-กร"


คนที่เริ่มอารมณ์เสียลุกขึ้นนั่งแล้วมองแฟนตัวเล็กด้วยความหัวเสียสุดๆ ยิ่งเห็นใบหน้าหวานเชิดปากกับจมูกขึ้นอย่างผู้อยู่ชนะชาวินก็ยิ่งเครียด ประจวบเหมาะกับที่วันนี้มีประเด็นหนุ่มญี่ปุ่นมาเกี่ยวด้วยเขาก็เลยร้อนใจเหมือนถูกไฟลวก

"ผมกับไอ้หนุ่มเซซากินั่น! ใครหล่อกว่ากัน...."


ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วก็ยังจะกล้าถาม...ชาวินอยากตอกย้ำความมั่นใจอีกครั้งว่าเขาหล่อที่สุด แต่สุดท้ายก็ถูกบุญญากรหักหลังด้วยการปิดปากขำแล้วหันหน้าไปทางอื่น...บอกตามตรงว่าชาวินไม่ตลกด้วยเลย

"ผมถามว่าใครหล่อกว่ากัน?"

"หื้อ?...จะให้บุ้งตอบจริงเหรอครับ"

"ก็เอาสิ! ถ้ามันหล่อกว่าผมก็ไปแต่งงานกับมันเลย..."

"แน่ใจเหรอครับ?"

"ก็ลองดู! ไม่ผมกับมันก็ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง"


งอนจริงจังมาก...

บุญญากรทั้งขำแล้วก็สงสารเมื่อเห็นคุณลุงขมวดคิ้วหน้าแดงด้วยความโกรธ สายตาของคุณชาวินตอนนี้เหมือนกำลังมีลูกไฟลอยอยู่ในนั้น และถ้าปล่อยเอาไว้อีกสักพักก็คงจะระเบิดออกมาแน่ ทำไมถึงเป็นคนหัวร้อนง่ายขนาดนี้นะ

"โกรธอะไรเนี่ยคุณชาวิน เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้ว"

"ใช่สิ...ใครจะเหมือนคนบางคน ทำอะไรก็ดีก็เก่งไปหมด อายุน้อยกว่าผมแต่ถูกเรียกว่าพี่ อ้อ! มีตั้งชื่อให้กันด้วยนี่นา...คงมีความสำคัญมากสินะ"

"เอาอีกแล้วนะคุณชาวิน"

"เหอะ!"

"เหอะ!อะไรครับ? ถ้ายังไม่เลิกงอนก็กลับเต็นท์ไปเลย"

ทำเป็นขู่ไปอย่างนั้น...แต่คนที่ทำหน้าเหมือนยักษ์กลับหันหน้าหนีแล้วทำท่าจะออกจากเต็นท์ไปจริงๆ คราวนี้บุญญากรกลับเป็นฝ่ายเลิ่กลั่กแทน

"ทำไมขี้งอนจังเนี่ย..."

.
.
.

"เดี๋ยวก่อนครับ!"

พอเขาจะเปิดประตูเต็นท์ออกไปคนที่เอ่ยปากไล่กลับยื้อตัวเอาไว้เสียเอง บุญญากรคว้ามือของคนขี้น้อยใจก่อนจะออกแรงบีบเบาๆ เพียงเท่านั้นร่างสูงก็ยอมหันกลับมาสบตากัน

"บุ้งแค่ล้อเล่นครับ...พี่วินจะไปไหน?"

เมื่อคนน้องใช้สรรพนามว่า 'พี่' คนฟังก็ใจเหลวเป็นน้ำ

ร่างเล็กที่นั่งบีบมืออยู่มีสีหน้าเป็นกังวล เพียงเท่านั้นชาวินก็หายโกรธเหมือนไม่เคยอารมณ์เสียมาก่อนเลยในชีวิต...แต่ก็ยังต้องเก็บอาการเอาไว้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคุณหนูจอมอวดดี


"ไปหาไอ้จ้อย"


"จะไปกินเบียร์อีกแล้วใช่ไหม?! ห้ามไปนะ"


"ก็กินแล้วจะได้นอนหลับ ไม่ต้องคิดมากเรื่องอื่น"


"ก็แล้วจะคิดมากทำไมครับ!"


"......"


"ไม่เห็นมีเรื่องอะไรให้ต้องคิดเลย..."


"......"


"อยู่กับบุ้งแล้วยังจะต้องคิดเรื่องอะไรอีก"



น่ารัก...น่ารัก...น่ารัก

สมองของชาวินคิดได้แค่นั้นจริงๆ เจ้าปีศาจน้อยในร่างนี้เกินความคาดหมายไปเยอะมาก ชีวิตตอนถูกง้อนี่มันดีมากจริงๆ



"อย่าไปดื่มเลยนะครับ...มันไม่ดีต่อสุขภาพ"

"ผมจะกลับเต็นท์แล้ว"

"ไม่จริง! ยังไม่สัญญาเลย...เดี๋ยวคุณก็ออกไปดื่มอีก"

"คุณนอนเถอะ ผมจะดื่มเงียบๆไม่เสียงดัง"

"ไม่เอา!!!"


เริ่มขึ้นเสียงแล้ว...ชาวินก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเขาไม่ยอมเสียอย่างคุณหนูบุญญากรจะทำยังไง  


"แต่เมื่อกี้คุณเป็นคนไล่ผมเอง"

"ก็...ก็บอกแล้วไงว่าผมพูดเล่น!"

"ตกลงจะเอายังไง"
.
.
.

"ไม่เอาอะไรทั้งนั้น! บุ้งปวดเท้า...นวดเท้าให้บุ้งหน่อย"


บ้าไปแล้ว...คนอะไรจะเอาแต่ใจได้น่ารักแบบนี้ 

ไอ้ท่าทางเหยียดขาสองข้างออกมาจากผ้าห่มแล้วจับมือเขาเอาไว้เหมือนเด็กน้อยที่กำลังชวนเล่นด้วยไม่มีผิด ชาวินอยากขย้ำเจ้าเด็กน้อยคนนี้เหลือเกิน



"ถ้านวดเสร็จแล้ว...ผมก็ออกไปดื่มต่อได้ใช่ไหม?"



"........"



"........"



"ได้ครับ...แต่ถ้าดื่มแล้วไม่ต้องกลับมานอนที่นี่นะ"


"นอนที่นี่...หมายความว่าไง?"


"ก็บุ้งไม่ชอบกลิ่นเหล้าเบียร์ บุ้งไม่อยากนอนกับคนที่มีกลิ่นแบบนั้น"




"แล้วถ้าพี่ไม่ไปล่ะ"


"ก็นอนที่นี่กับบุ้งได้..."


"หือ?"


"ให้หอมแก้มสองข้างก่อนนอนด้วย"

.
.
.


"ตกลงครับ...พี่รับข้อเสนอนั้น"







#คุณชาวิน









Talk : 

ทำเป็นเล่นตัวไปงั้นแหละ!!
ยอมตั้งแต่ครึ่งวินาทีแรกแล้วเหอะ
เห่ออออ... >.<

ปล.เปิดตัวละครใหม่
ให้ยิ่งใหญ่สมกับเป็นเมนของไรท์ตอร์
คุณเซซากิเขาเป็นของชั้น!!





























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 411 ครั้ง

2,339 ความคิดเห็น

  1. #2328 NTW78 (@NTW78) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 05:26
    โอ๊ยเขินมาหกกกกกยหสหสฟไยยไสไสไสำสำสไ
    #2328
    0
  2. #2306 ออมม่า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 07:16

    เหมือนเป็นไบโพลา เดวดี เดวร้าย

    #2306
    0
  3. #2295 ฝานนี่ (@real__tyls) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 01:26
    แรงมากน้องบุ้ง!!!
    #2295
    0
  4. #2123 pbcy (@zensles) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 11:58
    ใจเหลวจริงๆตอนน้องบุ้งเรียกว่าพี่วิน ไม่ไหวววว
    #2123
    0
  5. #2006 LOMAbin (@LOMAbin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 11:47
    เห้อคนมีความรักอะเนอะ
    #2006
    0
  6. #1986 Vibrance (@Vibrance) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 03:41
    ลูกเราอ่อยเค้าอ่ะ!หนูบุ้ง!หนูดื้อจนิงๆ หลงกลตาลุงจนได้!555555555
    #1986
    0
  7. #1983 ppLindeep (@0872337915) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 02:49
    ชอบตอนนี้ที่สุดเลย อุแง้งงงน่ารักใจฟูไปหมด
    #1983
    0
  8. #1966 awz1 (@awz1) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 22:31
    น้องบุ้งของพี่่่่่่่่
    #1966
    0
  9. #1862 kkkup (@kkkup) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 16:25
    ดีมากเลยเจ้าขาาาาาา ดีมากกกๆๆๆๆๆๆ
    #1862
    0
  10. #1836 ฉันคือมิสแสนดี (@papare23-) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 03:18
    อ่านทุกเรื่อง ติดตามทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้เทอเขียนออกมาได้สมบูรณ์มากก ;&#8212;&#8212;; เก่งมากๆๆๆ สนุกมากเลย แง สู้ๆน้าเปนกำลังใจตลอดๆๆ
    #1836
    0
  11. #1830 fahneeny22 (@fahneeny22) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 11:33
    ไอเด้กกกกกก น่ารักกกก
    #1830
    0
  12. #1826 BEPBEP (@pcy_42) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 08:55
    พี่วินกับน้องบุ้งง ทำไมน่ารักขนาดนี้ก็ไม่รู้ ไรท์เก่งมากๆๆ ตอนนี้ก็ยาวอ่านจุใจเหมือนเดิม ฮื่อ ฟิคเรื่องนี้ดีมากๆๆ เขินม้วน
    #1826
    0
  13. #1756 Darkmate (@Darkmate) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 14:58
    โอ้ยยยร้ายทั้งคู่ เอ็นดูน้องบุ้งมากๆแต่น้องก็ร้ายมากๆ น่ารักมากๆๆๆ ชอบค่าา
    #1756
    0
  14. #1745 ` peachypeach (@monkieztam) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 00:04
    ยัยบุ้งงงงง กรี้ดดดด เดี๋ยวนี้เค้าปั๊ตตะนาาาา!!!
    #1745
    0
  15. #1744 Apadsara Jairak (@fearlyeiei) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 02:02
    น้องบุ้ง น้องบุ้งง น้องบู้งงงง ทำไงน่ารักอย่างงี้
    #1744
    0
  16. #1743 ขนมใส่น้ำตาล (@bmng) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 01:04
    เขินมากกกช่วยด้วยย
    #1743
    0
  17. #1742 QUIZB43 (@QUIZB43) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 14:48
    ไม่ไผวแล้วแงงงงงงง อยากได้นอนบุ้งบ้าง นังลุงถือว่าวาสนาดีมาก &#12640;&#12640; ฮือออออออออ
    #1742
    0
  18. #1741 QUIZB43 (@QUIZB43) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 14:37
    อือหื้อออ ;-; กับพี่เซียนนิก็ไม่ทำดา
    #1741
    0
  19. #1739 FONJAE💖 (@discouraged) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 20:53
    ยัยน้องบุ้งงงงงงง
    #1739
    0
  20. #1738 _kcphh (@_kcphh) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 01:56
    เขิงเปงบ้า>////<
    #1738
    0
  21. #1737 명롱이 (@parkpum002) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 00:25
    น้องบุ้งอย่าเล่นกะใจลุงนะ ใจลุงเหลวเลย
    #1737
    0
  22. #1736 somruethai1307 (@somruethai1307) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 18:04
    ความรุ้สึกเดียวกับพี่วินเลย น้องมีแต่คำว่า น่ารักๆๆๆๆ ใจเหลวเปนน้ำแล้ว
    #1736
    0
  23. #1734 pngprmxx (@pngprmxx) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 03:19
    น้องบุ้ง ;-;
    #1734
    0
  24. #1733 Lovesome94 (@agapta9431) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 00:40
    เปงเขิงไปโม้ดดดดดดดดดดดด
    #1733
    0
  25. #1732 _bebebeam_61 (@Ppcybk_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 20:48
    แพ้ความน่ารักของหนูบุ้ง;-;
    #1732
    0