คุณชาวิน -CHANBAEK-

ตอนที่ 21 : CHAPTER 21 : นัดละลายพฤติกรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 386 ครั้ง
    13 ต.ค. 62












CHAPTER 21 : นัดละลายพฤติกรรม





เสียงแก้วกระทบกันท้ายสวนไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่เหมือนหลายคืนที่ผ่านมา อย่างน้อยมันก็บ่งบอกได้ว่าคนในวงเหล้ายังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้ต่อยตีกันจนตายเหมือนอย่างที่บุญญากรจินตนาการไว้ 

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเห็นดีเห็นงามไปด้วยเสียทุกเรื่อง...โดยเฉพาะการตั้งวงกินเหล้าแบบนี้

"คุณบุ้งบะไปผ่อเปิ้นหน่อยก่ะ ปล่อยไว้จะอั้นจะดีก่อ"

คุณป้าฟองคำที่เดินเข้ามาในครัวถามด้วยความเป็นห่วง ไม่ต่างไปจากคนที่กำลังเก็บจานเข้าตู้ที่ก็มีสีหน้าลำบากใจเหมือนกัน

"ไม่ดีกว่าครับ ปล่อยเค้าสังสรรกันเองเถอะ ผ่านมาตั้งหลายนาทีแล้วก็ยังอยู่กันได้ ถ้าบุ้งเข้าไปมีหวังได้หาเรื่องกันอีกแน่...แต่คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ บุ้งเตือนสองคนนั้นแล้วว่าอย่าเมาเยอะ เดี๋ยวถ้าเสียงดังกันเกินไปบุ้งจะจัดการให้เอง"

"บะเป๋นหยังเจ้า ปล่อยเปิ้นม่วน เอ้ย! สนุกกั๋นเต็มตี้"


สนุกอะไรกันครับป้าฟอง...คืนนี้ถ้าไม่มีเลือดตกยางออกก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว 

อะไรเข้าฝันให้สองคนนั้นออกไปกินเหล้าด้วยกันต่อนะ ถึงจ้อยจะเป็นคนชวนก็เถอะ แต่คุณชาวินน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องแน่ ห่วงก็แต่พี่เซียน...รายนั้นเคยมีเรื่องกับใครซะที่ไหน เอาแต่ทำงานวิจัยไปวันๆ ถ้าพูดถึงเรื่องเล่ห์เหลี่ยมแล้วก็คงจะเอาชนะคุณชาวินยากหน่อย 

แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยคุณชาวินก็สัญญาแล้วว่าจะไม่หาเรื่องพี่เซียนก่อน

หวังว่าวันนี้คงไม่ต้องปวดหัวกับคนทะเลาะกันหรอกนะ...

เฮ้อ...บุญญากรท้อเหลือเหลือเกิน



.
.
.
.
.












อีกฝั่งหนึ่งของไร่ชา


ความเงียบกำลังปกคลุมเข้ามาเมื่อสองร่างต่างก็เอาแต่นั่งดื่มเบียร์กันคนละฝั่ง โดยมีจ้อยเป็นกรรมการห้ามทัพเนื่องจากได้รับคำสั่งจากคุณหนูบุ้งมาอีกที 

เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง...เขาแค่รับปาก แต่ว่าตอนนี้อยากกลับบ้านไปนอนมากกว่าเพราะบรรยากาศมันน่าอึดอัดเสียเหลือเกิน

"ผมว่าเฮาเปลี่ยนจากเบียร์มาเป๋นเหล้าเตอะ จะได้เมาละก็จะได้แยกย้ายกั๋นนอน เอาแต่จ้องหน้ากั๋นจะอี้กะเดี๋ยวได้แลกลูกกุยกั๋นแน่"

จ้อยหยิบแก้วสองหนุ่มมาเทเบียร์ทิ้งก่อนจะชงเข้มเพื่อเพิ่มดีกรีความเมาเข้าไป ก่อนหน้านี้คุณชาวินกับคุณนักวิจัยก็เกือบจะวางมวยกันไปแล้วหนึ่งรอบ มันน่ากลัวตรงที่ว่าสองคนนี้เอาแต่เงียบแล้วก็จ้องหน้ากันอยู่แบบนั้น 

เด็กหนุ่มไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก...รู้แต่เพียงว่าทั้งคู่ต่างก็ถูกคุณบุ้งขู่มาเหมือนกัน ว่าถ้าหากมีเรื่องกระทบกระทั่งกันคุณบุ้งจะหนีกลับกรุงเทพคืนนี้ และมันก็น่าจะได้ผล เพราะทั้งสองคนก็เหมือนจะแค่หยั่งเชิงไม่มีคนเริ่มเปิดก่อนสักที

"รู้จักบุ้งมานานเท่าไหร่แล้ว"

คำถามแรกมาจากนักธุรกิจหนุ่ม ชาวินรับแก้วเหล้าจากจ้อยมาถือก่อนกระดกมันลงคอ

"ผมจำเป็นต้องตอบคุณไหม"

ความขมเฝื่อนของเหล้าบวกกับคำตอบแบบนั้นทำให้ร่างสูงถึงกับต้องขมวดคิ้วเป็นปม แตกต่างจากเด็กหนุ่มที่เอาแต่ทำหน้านิ่งก่อนจะยกแก้วดื่มตาม

"ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ไม่ได้อยากรู้มากมายขนาดนั้น"

"สิบสามปี...ตั้งแต่ไฮสคูล ตั้งแต่บุ้งเริ่มโตเป็นหนุ่ม ตั้งแต่บุ้งเริ่มมีความรักครั้งแรก"


กวนบาทา...


"แล้วคุณล่ะ รู้จักบุ้งได้ยังไง...ป้าเดือนแขแนะนำเหรอ"

"อันนี้ผมคงไม่จำเป็นต้องตอบ...แต่ผมดันอยากตอบ...เรารู้จักกันตั้งแต่บุ้งสองเดือน ตั้งแต่บุ้งแบเบาะปากมีแต่กลิ่นน้ำนม และที่สำคัญ...ตอนนั้นผมได้หมายหมั้นบุ้งกับป้าเดือนแขเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว"

"หึ...หมายหมั้นแบบไหนครับ แบบคลุมถุงชนเหรอ?"

"อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ให้เกียรติคำ'แฟน'ของผมกับบุ้งด้วย เราสองคนอุตส่าห์คบกันเองโดยที่ยังไม่ได้บอกผู้ใหญ่เลย...เป็นเพราะความใจร้อนของบุ้งแท้ๆ"

"งั้นเหรอครับ? แต่เพิ่งเป็นแฟนแค่สองวัน...ผมต้องขอโทษคุณชาวินไหม? ที่เผลอหลุดปากพูดออกไปเหมือนไม่ให้เกียรติคำนั้นเลย"

"ไม่ต้อง...เก็บปากไว้กินเหล้าเถอะ"

...........

...........


"จนแก้ว! จนแก้วๆๆ!!!"

พอเห็นท่าไม่ดีเด็กชงเหล้าจึงรีบตะโกนขึ้นขัดจังหวะ ก่อนเสียงแก้วกระทบกันจะดังก้องขึ้นกว่าเดิม 

ในยกแรกนี้ดูเหมือนว่าทั้งสองจะเสมอกันในเรื่องประทะฝีปาก แต่ถ้าวัดจากความหัวร้อนนั้นคุณชาวินดูท่ากินขาดเพราะตอนนี้เริ่มกระดิกนิ้วเท้าแล้ว


"เมื่อกี้ถ้าผมฟังไม่ผิด คุณบอกว่าอยู่กับบุ้งตั้งแต่เขามีรักครั้งแรก พอจะเล่าเรื่องนั้นได้หรือเปล่า?คุณเซซากิ"

"แน่ใจเหรอครับว่าอยากรู้ หรืออันที่จริงคุณชาวินแค่อยากถาม ว่าคนๆนั้นใช่ผมหรือเปล่า...ก็แค่นั้นเอง"

"จะพูดแบบนั้นก็ได้ ผมยอมรับ...แล้วสรุปคุณคือคนนั้นหรือเปล่า แต่จากการสันนิฐานแล้วผมคิดว่าไม่ใช่"

"ฮึ...ไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็นแค่คนที่ทำให้บุ้งตัดใจจากรักครั้งนั้นได้ และผมก็คือคนที่อยู่เคียงข้างบุ้งมาโดยตลอด...จนกระทั่งถึงวันนี้...วันที่เขามีคุณ"

หนุ่มนักวิจัยพูดเสียงอ่อนลงก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด อีกฝ่ายจึงรีบกระดกตามก่อนจะจ้องหน้ากลับเพื่อหาความหมายจากถ้อยคำที่ฟังแล้วไม่ค่อยลื่นหู

ดูเหมือนว่าคืนนี้จะยาว...ชาวินเริ่มเมาแต่เขาคิดว่าไอ้หมอนี่มันเมากว่า เพราะฉะนั้นยังไงคืนนี้เขาก็ต้องได้คำตอบว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่

"บุ้งมีผมแล้วมันเป็นยังไง มันเกี่ยวอะไรกับคุณ"

"ก็เมื่อก่อนบุ้งมีแค่ผมคนเดียวไง บุ้งมองแค่ผม..."

"หมายความว่ายังไง?"

"ก็บุ้งชอบผมไง! เราสองคนชอบกัน"

"ชอบกัน...บุ้งเคยบอกแบบนั้นเหรอ?"

"ใช่"

"แล้วทำไมนายถึงไม่คบกับบุ้ง"

"ก็เพราะว่ามันยังไม่ถึงเวลา...ตอนนั้นผมยังไม่พร้อม บุ้งรู้เหตุผลดีว่าผมทำแบบนี้เพื่อใคร...เขาควรรอผม  แต่ตอนนี้เขากำลังคบกับคุณ...คุณกำลังแย่งบุ้งไป"

"แย่งงั้นเหรอ? นายกับบุ้งยังไม่ได้คบกันเลยด้วยซ้ำ"

"แต่ใครก็ดูออกว่าเราสองคนชอบกัน!"

"แต่คุณก็ไม่เคยพูดคำนั้นออกมา! คุณเคยบอกชอบบุ้งหรือเปล่า...เคยพูดแบบนั้นเหรอ! จากที่ฟังมาคุณก็เอาแต่คิดเรื่องของตัวเองทั้งนั้น แถมยังอวดดีมาทำให้แฟนผมอึดอัดกับการไปหลงชอบคนแบบคุณอีก รองั้นเหรอ? ฮึ...ที่พูดว่าไม่พร้อมแล้วตอนนี้มาทำตัวบ้าบอ...นิสัยแบบนี้มันหมาหวงก้างชัดๆ เห็นแก่ตัว..."

คนอายุน้อยกว่านั่งนิ่งเมื่อถูกตะคอกใส่หน้า...เซซากิหลุบตามองแก้วที่จับอยู่ในมือ ก่อนจะต้องอึ้งอีกครั้ง เมื่อได้ฟังประโยคที่บาดลึกถึงใจ

"ถ้าไม่นับช่วงเวลาที่ขาดหายไป...คุณมีโอกาสมากกว่าผมเกือบสิบสามปี เพราะฉะนั้นมันคงไม่ใช่ความผิดของผมที่ขอคบกับบุ้งก่อน แต่มันคือความผิดพลาดของคุณเอง เสียใจด้วย...แต่ตอนนี้ผมกับบุ้งเราคบกัน และผมจะไม่ทำให้บุ้งต้องอึดอัดเหมือนตอนอยู่กับคุณเด็ดขาด เพราะฉะนั้นปล่อยบุ้งซะ หมดเวลาสำหรับคนขี้ขลาดแบบคุณแล้ว"

แก้วในมือของนักวิจัยถูกวางลงบนเสื่อ มือเรียวสวยกำลังสั่นเทาไปด้วยความโมโห เซซากิยอมรับความจริงทุกอย่างและเขาไม่สามารถโต้ตอบได้เพราะเรื่องราวทั้งหมดมันล้วนเป็นความจริง

ก่อนหน้านี้เขาให้ความสำคัญกับอย่างอื่นมากเกินไป จนลืมเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เคยบอกชอบเขา เซซากิควรจะตอบตกลงไปตั้งแต่วันนั้น เขาไม่ควรปล่อยให้น้องบุ้งรอมานานขนาดนี้ ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเขาเอง เพราะเขามันขี้ขลาดเกินไป เขากลัวว่าการคบกันจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเปลี่ยน กลัวจะต้องเสียใจภายหลัง...และมันก็เกิดขึ้นแล้ว

เซซากิไม่อยากเสียบุ้งไป แต่เขาคงไม่มีทางเลือก...

"คุณจะคบกับบุ้ง...แบบจริงจังใช่ไหม? คุณจะไม่ทำให้บุ้งเสียใจเหมือนอย่างที่ผมเคยทำใช่หรือเปล่า"

คนที่รู้สึกเหมือนกำลังจะพ้ายแพ้เงยหน้ามองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายที่อ่อนแรง นักวิจัยหนุ่มไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน อาจเป็นเพราะฤทธิ์สุราดีกรีแรงหรือคำพูดที่เสียดแทงความรู้สึก...มันทำให้เขาอยากทิ้งทุกอย่างแล้วเดินจากไป...แต่สุดท้ายก็ยังอยากมีเด็กคนนั้นอยู่ในสายตาอยู่ดี

"ผมเป็นห่วงบุ้งมากนะ ถ้าคุณคบกับเขา...ห้ามทำ-"
 "หยุดพล่ามแล้วฟังผม"

เสียงเข้มแทรกขึ้นมา....

"ผมกับบุญญากรเราสนิทกันมากขนาดไหนคุณก็ยังไม่รู้เลย อย่าบังอาจออกคำสั่งกับเรื่องของเราสองคน เพราะคุณคงคิดไม่ถึงแน่ๆ ว่าผมชอบบุ้งมาก มากจนสามารถแลกได้ทุกอย่าง...เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าสอนในเรื่องที่คุณทำไม่เคยได้...ขอบคุณ"

แพ้แล้วจริงๆ

เพราะท่าทางมั่นใจเหมือนคนที่สามารถเอาชนะทุกอย่างบนได้ทำให้เด็กหนุ่มถึงกับต้องถอนหายใจออกมา เซซากิปล่อยให้ความเจ็บปวดแทรกซึมเข้ามาในทุกของร่างกาย ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อคุณชาวินเทเหล้าใส่แก้วให้...พร้อมกับเสียงปรบมือเอาใจช่วยจากเด็กหนุ่มชาวไร่ที่นั่งอยู่ข้างๆกัน


"ดื่มซะ ผมจะไม่แนะนำให้คุณลืมเรื่องของบุ้ง แต่ในฐานะของคนที่อยู่บนโลกนี้มานานกว่า...ผมอยากให้มันเป็นบทเรียน...ว่าคุณไม่ได้มีดีคนเดียวบนโลก"

"เฮอะ! พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย"

"คุณคงคิดว่าตัวเองหล่อมากสินะ ใช่คุณหล่อ...แต่ผมว่าผมหล่อกว่าคุณนิดหน่อย บวกกับความใจถึงที่คุณไม่มีด้วย...ผมก็เลยกินขาด"

"อยากจะบ้า"

"เพราะฉะนั้นตอนนี้คุณควรเลิกคิดถึงเรื่องแฟนผมได้แล้ว...เขาได้คนที่ดีกว่าคุณ หล่อกว่าคุณ แถมยังพร้อมที่แลกทุกอย่างได้มากกว่าคุณ แค่นั้นคุณยังจะต้องการอะไรอีก"


"........."


"ต่อไปนี้ผมจะดูแลปกป้องบุ้งเอง...เพราะผมเป็นคนที่บุ้งจะแต่งงานด้วย...หวังว่าคุณคงเข้าใจ"













#คุณชาวิน









เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มที่บุญญากรยังไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับได้ เป็นเพราะเสียงเอะอะโวยวายของกลุ่มคนที่ตั้งวงกันอยู่ท้ายสวน แถมมือถือก็ยังเอาแต่ส่งเสียงร้องไม่หยุดรบกวนการนอนของเขา ไม่เข้าใจว่าเมาแล้วจะโทรมาทำไม...ทั้งคุณชาวินทั้งพี่เซียนเลย!

ครืดดดดด ครืดดดดดด

ครืดดดดด ครืดดดดดด

คงจะดื่มกันหนักมากถึงได้แสดงอาการแบบนี้ออกมา โดยเฉพาะคุณชาวินที่เอาแต่บ่นว่าอยากมีลูกไม่หยุด ส่วนพี่เซียนก็เอาแต่ตัดพ้อเรื่องที่เขาไม่รอ...ปกติสองคนนี้เคยพูดเรื่องแบบนี้เสียที่ไหน พอเมาแล้วก็บ้ากันใหญ่...บุญญากรเบื่อคนขี้เมาจริงๆ!

ครืดดดดด ครืดดดดดด

ครืดดดดด ครืดดดดดด

"อะไรกันนักหนาเนี่ย ฮึ่ย! เฮือก...คุณแม่โทรมา"


เพราะเบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไม่เป็นอย่างที่คิด บุญญากรจึงรีบกดรับสาย

เป็นเพราะสองคนนั้นแท้ๆ...ทำให้คุณแม่ต้องรอนาน!


"สวัสดีครับคุณแม่"

"น้องบุ้ง~คุณแม่คิดถึงลูกค่ะ"

"คิดถึงเหมือนกันครับ ว่าแต่คุณแม่ทำไมยังไม่นอนอีก ปกติคุณแม่นอนสามทุ่มนี่นา มีอะไรหรือเปล่าครับ"

"ไม่มีค่ะ ก็เมื่อกี้พี่ชาวินโทรมาหาคุณแม่ ถามว่าคุณแม่อยากคุยกับน้องบุ้งไหม คุณแม่ก็เลยโทรมาค่ะ"

"ครับ?!"

"จะถามว่าทำไมน้องบุ้งนอนดึกจัง มันไม่ดีต่อสุขภาพนะคะลูก พรุ่งนี้ตื่นมาหน้าตาจะไม่สดชื่นเอานะ"


ลุง-ชา-วิน!!!


"เอ่อ...บุ้งจะนอนแล้วครับ"

"น้องบุ้งอย่าดื้อกับพี่วินสิคะ พี่เค้าเป็นห่วงก็เพราะอยากให้หนูนอนเร็วนะลูก คุณแม่ฝากพี่เขาดูแลหนู" 

"บุ้งยังไม่ได้ดื้ออะไรเลยครับคุณแม่!"

"ทุกอย่างที่พี่เขาทำก็เพราะเป็นห่วงนะคะ"

"คุณชาวินบอกอะไรคุณแม่ครับ?"

"พี่วินบอกว่าหนูเอาแต่นั่งทำงาน ไม่ยอมหลับตอนสามทุ่มมาสองคืนแล้ว โทรมาเตือนน้องบุ้งก็ไม่รับ"

"อะไรนะครับ?!"


หนอย! ลุงคนนี้....


"ถ้าน้องบุ้งไม่เชื่อพี่เขาคุณแม่ก็จะเป็นห่วงมากนะลูก หรือจะให้คุณแม่ตามไปหาดีคะ? คุณแม่จองตั๋วเลยดีไหม? คุณแม่ไปหาคืนนี้เลยดีกว่า"

"ไม่ได้นะครับ! คุณแม่จะมาตอนนี้ได้ยังไง! บุ้งยังไม่ได้ทำอะไรเลยครับ...ก็คุณชาวินเค้า!"

"พี่เค้าทำไมคะ?"


ไม่ได้! จะบอกได้ยังไงว่าลุงคนนั้นเมาแล้วกุเรื่องขึ้นมา

ขืนบอกแบบนั้นคุณแม่ก็ต้องยิ่งเป็นห่วงแน่...


"เอ่อ...บุ้งจะนอนแล้วครับคุณแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ"

"ไม่เอาดีกว่าค่ะ ความจริงแล้วคุณแม่คิดถึงหนูมาก คุณแม่กำลังจะเตรียมชุดแล้ว พรุ่งนี้เช้าคุณแม่จะตามไปหาหนูที่รีสอร์ทนะลูก อยากกอดอยากหอมค่ะ"

"คุณแม่ครับ!"


ไม่ได้การแล้ว! คนตัวเล็กลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบเสื้อกันหนาวขึ้นมาใส่ ก่อนจะรีบมุดออกจากเต็นท์เพื่อรีบไปหาตัวช่วยก่อนที่ทุกอย่างจะวุ่นวายมากไปกว่านี้

ลุงชาวินกำลังทำให้เขาเดือดร้อน แต่ในทางกลับกันลุงคนนั้นก็เป็นคนเดียวที่จะสามารถหยุดคุณแม่ได้ บุญญากรไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้มากนัก เขาโกรธลุงคนนั้นแต่ตอนนี้ต้องหยุดคุณแม่ก่อน ถ้าคุณแม่รู้ว่าเขากินนอนอยู่ที่นี่มีหวังท่านเป็นลมแน่ๆ

ไม่ได้เด็ดขาดเลย!!


"คุณชาวิน!!"

คนที่รีบวิ่งมาถึงท้ายไร่ตะโกนออกมาจนสุดเสียงเมื่อพบกับภาพที่เห็นตรงหน้า

บุญญากรคิดว่าตัวเองดูไม่จืดแล้วเพราะต้องวิ่งออกมาด้วยรองเท้าแตะกับผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง แต่สภาพสามคนบนแคร่ตอนนี้กลับแย่กว่า พี่เซียนกำลังฟุบหน้าลงกับโต๊ะเตี้ยๆ จ้อยสบบอยู่ข้างกัน ส่วนคุณชาวินนั่งเคาะมือถืออยู่บนหัวพี่เซียนด้วยแววตาหยาดเยิ้ม

นี่มันอะไรกันเนี่ย!

"ทำอะไรกันครับ! ทำไมถึงเมากันขนาดนี้"

เพราะปิดเสียงสายคุณแม่เอาไว้บุญญากรก็เลยกล้าพูดออกมา 

สภาพตอนนี้เหมือนทุกคนเพิ่งผ่านสงครามขนาดย่อมมาแบบสดๆร้อนๆ มีแต่คุณชาวินเท่านั้นที่เอาชวิตรอดออกมาได้...แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ! สภาพย่ำแย่ไม่ต่างกันเลย


"น้อง~ เคยบอกชอบไอ้หมอนี่อ่อ? ชอบมันเนี่ยนะ"

"น้องอะไรของคุณ ไม่ต้องมาเรียกเสียงแบบนั้นเลยนะ ทำไมถึงเมาขนาดนี้ครับ บุ้งไม่อยากจะเชื่อเลย"

"น้องบุ้ง~"

น่าปวดหัวจริงๆ บุญญากรอยากจะร้องไห้เมื่อมองไปรอบๆ ตอนนี้คุณแม่พยายามเรียกเขาเสียงดังขึ้น และบุ้งคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลองเสี่ยงดู

"คุณช่วยพูดกับคุณแม่หน่อยสิ คุณแม่จะตามมา เราจะให้ท่านรู้เรื่องมาพักที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด คุณต้องห้ามคุณแม่เดี๋ยวนี้เลย เฮ้อ! จะไหวไหมเนี่ย"

"อื้อ! เอามา"

เป็นไงเป็นกัน เพราะตอนนี้โทรศัพท์ถูกคุณชาวินแย่งไปแล้ว คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากภาวนาขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด อย่างน้อยเสียงของคุณชาวินก็ยังเหมือนคนปกติอยู่ แม้ท่าทางกับสีหน้าจะดูไม่ไหวแล้วก็ตาม

"ครับคุณแม่"

"แม่-อะ-ไร-ของ-คุณ!"

คนน้องทำปากขมุบขมิบแบบไม่มีเสียงก่อนจะทำหน้าเหมือนคนอยากตาย เขาต้องบ้าไปแล้วไม่แน่ๆที่เลือกคนเมามาช่วยแก้ไขปัญหา

"ครับ? จะมาหาเหรอครับ? อ่า....เอายังไงดี...."

"ห้าม-คุณแม่-หน่อย-ห้าม-ท่าน-มา"


มือเล็กโบกไปมาแสดงถึงความไม่เห็นด้วย 

บุญญากรอยากจะร้องไห้เพราะอีกคนเอาแต่พูดอือออตอบกลับไปไม่หยุด จนเขาต้องยกมือไหว้ขอร้อง คุณชาวินถึงยอมเงียบก่อนจะแตะแก้มตัวเองสามทีแล้วทำปากบอก (หอม-แก้ม-ผม)


ไม่เอา! เหม็นเหล้า!!

คนน้องไม่ได้พูดออกมาเหมือนอย่างที่คิดแต่ก็ทำหน้าเบ้เป็นการปฏิเสธ พอทำอย่างนั้นได้สักพักคนพี่ก็เริ่มกวนกลับด้วยคำที่พูดกับปลายสาย

"ถ้าคุณป้าจะมา...ความจริงก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ"

"ไม่-ได้-นะ-พี่-วิน!"

คมเจ้าเล่ห์เผยยิ้มออกมาก่อนจะชี้ลงที่แก้มตัวเองอีกครั้งเป็นการแลกเปลี่ยน บุญญากรไม่มีทางเลือกอื่นก็เลยต้องก้มลงไปหอมจริงๆ 


"ฮึ่ย!"


 ฟอด...


แต่หลังจากนั้นก็ถูกดึงลงนั่งบนตักด้วย แม้จะดิ้นขลุกขลักแต่คุณชาวินก็ไม่ยอมปล่อย แถมยังหัวเราะคิกคักผ่านลำคอทำให้คุณแม่สงสัยอีกว่าทำอะไรกัน..,สุดท้ายก็เลยต้องยอมนั่งดีๆ

"อีกไม่กี่วันก็จะกลับแล้วครับคุณป้า ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ลูกชายคุณป้าสบายดี...แถมตอนนี้ผมก็ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด ถ้าคุณป้ามาก็แย่งหน้าที่ผมหมดเลยสิครับ ไม่เอาดีกว่า....ครับ....ครับ....ไม่ต้องเป็นห่วงครับ....ฝันดีครับคุณป้า....สวัสดีครับ"

กึก....

พอวางสายปุ๊บคนที่นั่งอยู่บนตักก็เริ่มดีดดิ้นทันที บุญญกรทั้งฟาดทั้งรัวมือลงบนท่อนแขนที่กอดรัดเขาแน่นอย่างแรง แต่คนที่ถูกกระทำกลับไม่ยอมแพ้...เอาแต่หลับตาพริ้มเกยคางบนไหล่แบบไม่สะทกสะท้านเลย

"โทรไปหาคุณแม่ทำไม! บอกว่าผมเอาแต่ทำงานไม่ยอมนอนงั้นเหรอ...คุณอยากตายสินะ?! แล้วดูสภาพพี่เซียนตอนนี้สิ คุณคิดจะทำอะไรกันแน่! คุณนี่มันจริงๆเลยนะคุณชาวิน!!"

"คนอะไร...ตอนด่ายังเร้าใจเลย"

"นี่!!!"

"ผมล้อเล่น"

ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว...บุญญากรโมโหจนหน้าแดง วันนี้ตั้งแต่เช้าคุณชาวินเอาแต่ทำเรื่องให้ปวดหัวทั้งวัน อายุก็เยอะแล้วทำตัวเป็นเด็ก บุญญากรไม่คิดเลยว่าจะต้องมาคบกับคนแบบนี้

ร่างเล็กสูดหายใจแล้วสงบนิ่ง เขาพยายามดับทุกข์ด้วยตัวเองจนสำเร็จ สถานการณ์ตอนนี้คงเอาอะไรไม่ได้กับคนเมา แต่ถ้าถึงพรุ่งนี้เช้ารับรองจะต้องมีคนหัวขาดแน่นอน...

"ล้างหน้าล้างตาแล้วช่วยบุ้งจัดการจ้อยกับพี่เซียนเดี๋ยวนี้เลยครับ มันดึกแล้ว..."

"อือออ"

"อือแล้วก็ขยับหน้าออกไปสิครับ ปล่อยบุ้งด้วย เดี๋ยวคุณพาจ้อยกลับบ้านนะ ส่วนพี่เซียนเดี๋ยวบุ้งปลุกเอง"

"ฮึ! ห่วงแต่คนอื่น...ทีผมไม่เห็นเป็นห่วงบ้าง"

"ก็คุณยังมีสติ"

"ผมไม่มีสติ ผมเมา...แค่ผมไม่แสดงออกมา"

"คุณชาวิน"

"คุณเคยบอกชอบคนอื่น ผมอยากเมาให้ตายไปเลย เพราะผมเข้มแข็งคุณก็เลยทำร้ายจิตใจผมแบบนี้สินะ"

"พูดอะไรของคุณเนี่ย!"

"ไม่รู้แหละ คืนนี้คุณต้องนอนกอดผมทั้งคืน ปลอบผม"

"ไม่ได้ครับ คืนนี้คุณต้องนอนเต็นท์ของตัวเอง ผมจะไม่นอนกับคนที่มีกลิ่นเหล้าแบบนี้เด็ดขาด เลิกทำตัวอ่อนแอแล้วก็ลุกขึ้นพาจ้อยไปส่งบ้านเดี๋ยวนี้เลยครับมันดึกมาแล้ว ลุกขึ้นเลยครับ!"

"แล้วหมอนั่นล่ะ"

"บุ้งปลุกเอง...คืนนี้ฝากพี่เซียนนอนด้วยนะครับ"

"ไม่เอา!!"

พอเป็นเรื่องของพี่เซียนเข้าหน่อยคุณชาวินก็เอะอะโวยวายอีกรอบ คุณลุงคนนี้คงไม่มีทางปล่อยเขาไว้กับพี่เซียนสองคนแน่นอนบุญญากรเชื่อแบบนั้น

"งั้นบุ้งก็ต้องพาพี่เซียนไปนอนที่เต้นท์บุ้ง"

"อยากเห็นมันตายเหรอ..."

"ถ้าอย่างนั้นพี่เซียนจะไปนอนที่ไหนล่ะ?"

"........"

"ผมไม่ได้เป็นห่วงใครมากไปกว่าคุณนะครับ แต่ตอนนี้มันดึกมากแล้วยุงก็เยอะมากด้วย คุณจะให้ผมปล่อยพี่เซียนนอนตรงนี้เหรอ? ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ"

"........"

"พี่วินก็รู้ว่าบุ้งเป็นคนยังไง"

คนเมาหยุดนิ่งไปชั่วขณะเพราะประโยคไม้ตาย 'พี่วิน' มันเพราะมากขนาดไหนชาวินถึงได้ยอมหมดทุดอย่าง แค่ได้ยินคำสั้นๆสมองมันก็รวนไปหมดแล้ว

"จะเอายังไงครับ?"

"ยังจะถามอีก...บุ้งบังคับพี่ทางอ้อม"

"ไม่ได้บังคับครับ แต่พี่วินควรจะช่วย...ตัวเองมอมเหล้าเขาจนกลายเป็นแบบนี้ก็ต้องรับผิดชอบสิ อย่าคิดว่าบุ้งเดาไม่ออกนะครับ บุ้งรู้หมดแหละว่าพี่วินต้องการอะไร...แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับที่ยอมปรับความเข้าใจกับพี่เซียน...ถึงจะผิดวิธีหน่อยก็เหอะ"

ก็เกือบไปแล้วล่ะ เกือบตะบะแตกตอนได้ยินว่ามันทำให้คุณหนูของเขาเสียใจ เกือบพุ่งไปต่อยมันตอนเล่าว่าเคยแอบหอมแก้มน้องตอนหลับไปแล้วตั้งหลายรอบ...เฮอะ!! 

ไอ้หน้าขาว! มึงรอดคืนนี้ไปได้เพราะน้องบุ้งขอร้องแท้ๆ

 

"คุณชาวินครับ...ไปนอนได้แล้ว"


"อือ....ผมอยากได้น้ำเย็น"


"เดี๋ยวบุ้งไปเอาให้นะครับ"


"หมายถึงคุณต่างหาก...น้ำเย็นของผม"



มือหนากอดรัดความชุ่มฉ่ำของเขาแล้วก้มลงเอาจมูกสูดกลิ่นหอมบนบ่า ชาวินไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด บุญญากรเป็นเหมือนน้ำเย็นในยามที่หัวใจของเขาร้อนรุ่มเหมือนเปลวไฟ ชาวินไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน


เขาไม่เคยอยากทำความรู้จักกับคนอื่นเพียงแค่ว่าอยากอยู่กับใครสักคนด้วยความเข้าใจ เขาไม่เคยต้องยอมสงบศึกกับใครเพื่อความสบายใจของคนเพียงคนเดียว...บุญญากรทำให้เขาเปลี่ยนแปลง


ชาวินใจเย็นขึ้น อดทนมากขึ้น รับฟังคนอื่นมากขึ้น

ที่ตรงนี้เป็นเหมือนแอ่งน้ำเย็นขนาดใหญ่ มีลมพัดอ่อนโชยในยามค่ำคืนที่แสนสงบ ชาวินมีความสุขที่ตนเองได้อยู่ตรงนี้...สถานที่แห่งนี้เรียกว่าบุญญากร



"ผมอยากแต่งงานกับคุณนะ เมื่อไหร่จะยอมใจอ่อนกับผมสักที ตอนนี้ต่อให้เวลาผ่านไปแค่หนึ่งนาทีก็ถือว่านานมากแล้ว...แต่งงานกันนะ"


.
.
.



"ไม่แต่งครับ บุ้งไม่ชอบคนเมา...บุ้งเหม็น!"


















#คุณชาวิน











เป็นเช้าที่ชาวินตื่นมามีแต่ความกระอักกระอ่วน...ทั้งลำไส้ทั้งสมองต่างก็รวนไปหมดเพราะพิษสุรา เมื่อคืนเขาดื่มไปหนักมาก ทั้งเหล้าแดงเหล้าขาวสลับกับเบียร์ปนเปกันไปหมด 

เพราะไอ้จ้อยคนเดียว...


หนักกว่านั้นเมื่อคืนต้องนอนกอดกับไอ้เผือกศัตรูหัวใจอย่างเจ้าเซซากิด้วย! ชาวินสะดุ้งตื่นมาขนลุกไปสามครั้งเพราะฝันว่าได้กอดกับเจ้าปีศาจน้อย พอรู้ตัวว่าเป็นเจ้านั่นเขาก็แทบจะลุกขึ้นมาอ้วกทุกที แต่อย่างน้อยเช้านี้หมอนั่นก็หายหัวไป...ดีเหมือนกัน ขืนตื่นขึ้นมาตอนสภาพนอนกอดกันชาวินคงมองหน้ามันไม่ติดอีกไปอีกนาน



"ปวดหัวชะมัด"



"ปวดหัวก็กินข้าว!"

แกร๊ก....

ถาดสีเงินที่มีชามข้าวต้มกับน้ำถูกวางลงตรงหน้าอย่างแรงจนคนมองสะดุ้ง ชาวินปวดหัวกับแอลกอฮอล์ไม่พอยังต้องมาปวดหัวกับอารมณ์ของแฟนเด็กอีก บุญญากรงอนเขาตั้งแต่เช้า...เมื่อคืนเมาแค่นิดเดียวจะอะไรนักหนา

"วางให้มันดีๆหน่อยคุณหนู ผมไม่ใช่ไอ้ถั่วดำนะ อีกอย่างผมอายุมากกว่าคุณตั้งหลายปี ทำแบบนี้มันไม่น่ารักเลย"

"ก็มันหลุดมือ!"

"หลุดมือหรือตั้งใจ...ผมให้คุณตอบอีกที"

"ถ้าจะบ่นขนาดนี้ก็ไม่ต้องกิน...คนอุตส่าห์ทำมาให้แล้วยังจะตั้งท่าจับผิดอีก ไม่ต้องกินแล้ว!"

"ใจร้ายจังคุณหนู ผมปวดหัวอยู่นะเนี่ย..."

"แล้วใครใช้ให้คุณเมาขนาดนั้นล่ะ สมควรแล้วที่เป็นแบบนี้ ขอให้แฮงค์ไปทั้งวันเลยเถอะ! สมน้ำหน้า!"

เฮ้อออ บ่นเป็นคุณนายแย้มศรีไปได้ นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งงานกันยังบ่นมากขนาดนี้ อีกหน่อยชาวินเป็นคงไม่ได้ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนแน่นอน บอกเลิกตอนนี้เลยดีไหม!! (ฮึ...กล้าเหรอ?)

ร่างสูงได้แต่บ่นในใจคนเดียวไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ยอมจับช้อนขึ้นมา...มือสั่นงั่กจากอาการเมาค้างตักข้าวขึ้นจ่อปากตัวเอง ก่อนจะซดได้แค่น้ำซุปเท่านั้นเพราะแสบทัองเกินจะทน


"เอาหลอดไหมล่ะ?! หรือจะให้ผมต่อสายน้ำเกลือดี แต่อย่างคุณคงอยากได้สายต่อเหล้ากับเบียร์มากกว่า คืนนี้ก็เมาอีกนะครับ ดื่มยันเช้าไปเลย!"

บ่นเหมือนแม่... 

บ่นตั้งแต่หกโมงเช้ายันแปดโมง...

คุณนายแย้มศรีที่ว่าช่างประชดประชันยังต้องยอมแพ้ 

ชาวินคิดว่าปากที่ชาตอนนี้ยังแพ้หูของเขา...ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องมานั่งฟังเด็กบ่นตั้งแต่เช้าด้วย แค่เมาไม่ได้ไปฆ่าคนตาย...ชาวินคิดได้แต่กลับตอบโต้อะไรไม่ได้เลย ทำได้อย่างเดียวคือซดน้ำข้าวต้มด้วยอินเนอร์ของผู้พ่ายแพ้เท่านั้น

"ขอกาแฟดำได้ไหม"

"กินข้าวครับ"

"คุณน้องบุ้งครับ...."

"ยังไงคุณก็ต้องกินข้าวลงท้องสักหน่อยไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ปวดท้องอีก!"

"มันกินไม่ได้อ่ะ ผมอยากอ้วก"

"เบื่อคนเมาจริงเลย!"


เฮ้ออออ ไม่น่าดื่มไปเยอะเลยไอ้ชาวิน...
เมื่อคุณหนูขี้บ่นยอมเดินไปชงกาแฟชาวินก็ถึงกับต้องฟุบลงไปบนมือของตัวเอง ยอมรับว่าเมาค้างมากและต้องการนอนต่อ แต่พอเห็นหน้าคุณหนูก็อยากอยู่ด้วยมากกว่า...สงสัยต้องมีแผนการสักหน่อยแล้ว

คนชอบวางแผนเดินไปแถวพงหญ้าก่อนจะทำเป็นนั่งทำเสียงโอกอ้ากปานจะขาดใจ ยิ่งพอเห็นคนหนูเดินถือแก้วมาไกลๆชาวินก็ยิ่งโก่งคอแกล้งอาเจียนจนแทบจะอ้วกออกมาจริงๆ

"อ้ววววก"

"คุณชาวิน!! อ้วกเหรอครับ?! อ้วกเหรอ!"

"มาช่วยหน่อยสิคุณ ผมจะอ้วก...อึกกก"

"งั้นคุณก็อ้วกออกมาเลยครับ! แต่ผมไม่เข้าไปช่วยนะ เดี๋ยวอ้วกตามอ่ะ!"


เวรกรรม...จะอ้อนแฟนทั้งที ดันลำบากอีก

พอไม่เป็นไปตามแผนเล็กน้อยชาวินจึงแกล้งหันเข้าพงหญ้าก่อนจะทำเสียงอ้วกอีกรอบเพื่อความเนียน แต่สุดท้ายพอเห็นว่าบุญญากรไม่ยอมตามมาจริงๆร่างสูงจึงเล่นตามน้ำยอมเดินกลับมาหาน้องด้วยสภาพอ่อนแรงเหมือนคนป่วย

"คุณชาวินครับ อ้วกออกไหม?!"

"อือ...ผมปวดหัวชะมัดเลย"

พอทำเสียงอ้อนเข้าหน่อยคุณหนูตัวน้อยก็แสดงท่าทีเป็นห่วงด้วยการประคบผ้าเย็นที่ถือติดมือมาด้วยลงบนก้มและหน้าผากของเขา แต่เท่านั้นมันยังไม่พอ ชาวินต้องการอ้อนมากกว่านี้...เขาจึงทำเป็นยืนตัวเอียงแล้วซบหน้าลงบนบ่าเล็กหอมๆ

"ปวดหัว...เหมือนจะตายเลย"

"ไหวหรือเปล่าครับ?"

ปีศาจน้อยหลงกลถึงได้ยกมือขึ้นจับแขนหนาแล้วลูบด้วยความเป็นห่วง 

"ต้องไปโรงพยาบาลไหม? คุณยืนไหวหรือเปล่าครับ"

"ผมอยากนอนพัก..."

"เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ...เดินไหวไหม?"

"ไม่ไหวหรอก..."

พูดไปแบบนั้นแล้วก็ทำเป็นตัวอ่อนให้เจ้าปีศาจน้อยพยุงไปนอนในเต็นท์ ชาวินใช้แขนยาวของตัวเองให้เกิดประโยชน์ด้วยการเอื้อมมือไปรูดซิบปิดเต็นท์ ก่อนจะดันร่างเล็กให้นอนราบลงแล้วตามไปกอด

"นี่!!"

"ไหนบอกจะให้ผมนอนพักไง..."

"คุณก็นอนไปสิ! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะ"

"โอย...ปวดหัวจังครับ"

"โกหก!!"

"ไม่ได้โกหก ผมปวดจริงๆ ก็คุณเล่นเอาแต่บ่นผมตั้งแต่เช้า คนเพิ่งแฮงค์เหล้านะ ไม่เห็นใจกันเลย"

"แล้วใครบอกให้คุณกิน! ไม่ต้องมาทำเป็นตัดพ้อผมเลยนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย!! ปล่อย!"

"อุววว....อึกกก...จะอ้วก"

"ยะ ยะ อย่านะ"

"อื้อออออ ผมปวดหัวจริงนะ...เลิกบ่นสักทีเหอะ"

"ว่าบุ้งบ่นเหรอ?!"

"อื้อ บ่นเยอะขนาดนี้...พี่สำนึกไม่ทันหรอก"

"พี่ชาวิน!"

"ครับบบบ"

จริงๆเลย!! บุญญากรได้แต่ทุบไปบนแผ่นหลังเบาๆด้วยความแค้น พอจะตีแรงก็กลัวว่าอีกคนจะอ้วกออกมาก่อน...เขาจึงทำได้เพียงเท่านี้จริงๆ

ไม่ได้สงสารหรอกนะ แต่บุญญากรไม่ชอบเห็นคนอ้วก!

ปกติคุณชาวินเป็นคนที่หน้าหมั่นไส้มาก แผนการเยอะเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อคืนก็เล่นเขาไปตั้งหลายนัด พอตื่นเช้ามาแฮงค์เหล้าก็ยังไม่วายมีแผนมาหลอกล่อเขาอีก 



แปะ แปะ แปะ


เป็นคนไม่ดี...ที่เกิดมาพร้อมกับดวง


แปะ แปะ แปะ


ฝนตก...

พอจะหนีออกไปจากเต็นท์ฝนก็ดันมาตกเข้าข้างคุณชาวินอีกจนได้ บุญญากรยอมแพ้ชะตาชีวิตแล้ว...สงสัยต้องนอนให้คนเจ้าเล่ห์กอดอยู่แบบนี้ไปอีกสักพัก

"ฟ้าฝนยังเข้าข้างผมเลย ได้กอดคุณแบบนี้รับรองอีก 20 นาทีผมคงหายเป็นปลิดทิ้ง"

"ไม่ต้องพูด!"

"อย่าดุนักเลย...อย่างน้อยผมก็เมาเพื่อสร้างมิตรนะ  กับเจ้าเด็กญี่ปุ่นนั่นตอนนี้เราสนิทกันแล้ว ความจริงผมก็ไม่อยากดื่มหรอก มันเป็นการละลายพฤติกรรม"

"พูดดีจังนะครับ! เมาก็คือเมานั่นแหละ ถ้าคุณจะคุยกับพี่เซียนตอนไม่เมาก็ทำได้เหมือนกัน...ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย"

"ก็เอาเป็นว่าผมดีกับมันแล้วตามที่คุณขอ..."

"........"

"แล้วไหนล่ะของรางวัลผมล่ะ?"

"รางวัลอะไรของคุณ"

"จูบอันแสนเร่าร้อนของเราไง"

"จะบ้าเหรอ?!"


บุญญากรดึงมือของตัวเองที่ดันอยู่บนอกขึ้นมาปิดปาก เขาไม่เคยสัญญากับคุณชาวินเลยสักครั้ง เรื่องน่าอายแบบนี้ก็มีแต่ลุงชาวินเท่านั้นแหละที่กล้าพูดออกมา



"มาจูบกันเถอะ จูบแบบเร่าร้อนน่ะ"

"ไม่เอานะคุณชาวิน!"

"งั้นคุณต้องบอกว่าชอบผม"

"อะไรของคุณ?!"

"ก็เมื่อคืนไอ้หนุ่มญี่ปุ่นมันบอกว่าคุณเคยพูดว่าชอบมัน...จริงหรือเปล่า?"

"อะ อะ อะไร?!!"

"คิดยังไงถึงกล้าไปจีบผู้ชายก่อน...คุณชอบมันขนาดนั้นเลยเหรอ ใช่สิ...มันหล่อนี่! ชอบมันมากสินะ"

"อะไรของคุณเนี่ย?!"

"แต่ผมก็หล่อเหมือนกัน...เพราะฉะนั้นตอนนี้คุณต้องบอกชอบผมบ้าง"

"ไม่เอา!"

"งั้นคุณก็ต้องมอบจูบอันเร่าร้อนให้ผมแทน ไม่อย่างนั้นผมจะถือว่าคุณลำเอียง..."

"ไม่มีทาง!!"

"เลือกเร็วคุณ..."

"ไม่นะ! เดี๋ยวคุณ...คุณจะทำอะไรน่ะ?!"



บุญญากรโวยวายเมื่อถูกขึ้นคร่อมกอนที่ร่างสูงจะทิ้งน้ำหนักลงมาทับเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เขาหนีไปไหนได้


"คุณจีบมันก่อนจริงเหรอ? ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลย"

"จะ จะ จีบอะไร?!!"

"ชัดเลยคุณหนู สรุปคุณจีบผู้ชายก่อนจริงๆ"

"ห้ะ!!"

"มันมีอะไรดีกว่าผม...ถามจริงเหอะ"


ใบหน้าที่แสดงถึงความมั่นใจแบบนั้นมันคืออะไรกัน? บุญญากรมองลุงตรงหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว ก่อนจะต้องทำหน้าเหม็นยิ่งกว่าเดิมเมื่อคนตรงหน้าทำท่าหล่อด้วยการเสยผมขึ้นแรงๆ


"ไหนบอกมาหน่อยสิว่ามันมีอะไรดีนักหนา"

"......"

"ตอบผมสิ"

.
.
.


"พี่เซียนเขาหล่อ...แล้วก็แสนดีด้วยครับ"

"เหอะ! ถ้าดีขนาดนั้นแล้วมาคบกับผมทำไม?"


.
.
.



"ก็...คุณนวดเท้าเก่ง...ผมชอบ"

"อะไรนะ?"

"นวดเท้าให้หน่อยสิ..."


คุณหนูแกล้งทำหน้าเจ้าเล่ห์ตอนตอบคำถาม เพราะเป็นแบบนั้นก็เลยถูกหอมแก้มแรงๆหนึ่งที ก่อนที่คนตัวสูงจะกัดเข้าที่แก้มอีกข้างด้วยความมันเขี้ยว



"อื้อ!"


"ตัวแสบ คุณเห็นผมเป็นแค่คนนวดเท้างั้นเหรอ?! คิดดีแล้วเหรอครับ คุณหนูน้องบุ้ง...หืม?"


"ห้ามจูบนะ! เหม็นอ้วก!"



จมูกโด่งคลอเครียร์อยู่บนแก้มนิ่มไม่ห่าง คนถูกแกล้งไม่ได้รู้สึกแย่กับคำพูดแสนอวดดีของเด็กดื้อเลยสักนิด ตรงกันข้าม...เขากลับคิดว่าคุณหนูตัวเล็กดูหน้ากัดมากขึ้นตอนพูดยั่วโมโหเขา

จะเหม็นอ้วกได้ไง ในเมื่อชาวินไม่ได้อ้วกจริง เขาแค่สำออย...



"ลุกขึ้นไป...ผมหนัก!"

"ไม่เห็นจะหนักเลย ตัวผมเบานิดเดียว"

"หนัก! ลุกขึ้นไป- อื้อออ!! เหม็นอ้วก!"


พอถูกฟัดเข้าหน่อยก็รีบหาข้ออ้างเอาตัวรอด ชาวินมองความน่ารักที่ทำหน้าบูดก่อนจะยิ้มออกมา 

การได้ฟังเรื่องราวของเด็กคนนี้ทำให้ชาวินยิ่งตกหลุมรักเข้าไปใหญ่...

อย่างน้อยเขาก็ได้เห็นความเป็นบุญญากรมากยิ่งขึ้น ได้รับรู้ว่าเด็กคนนี้ซื่อสัตย์กับหัวใจตนเองมากแค่ไหน ถึงจะเคยบอกชอบคนอื่นหรือเคยมีความรักมาก่อนจนทำให้เขาหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็หลอมรวมกันทำให้เกิดความน่ารักแบบนี้



"คุณชาวิน บุ้งหนักครับ...หยุดหอมก่อน!"


ใครจะเชื่อว่าความสวยงามเหล่านี้จะหลงเข้ามาในชีวิตของเขา 

ชาวินมีความสุขมากที่เจ้าตัวแสบยอมตกลงคบกัน ถึงแม้ว่าบุญญากรจะเคยบอกชอบคนมาเป็นร้อยเป็นพัน...แต่สุดท้ายคำว่า'รัก'มันก็ต้องเป็นของชาวินเพียงคนเดียว


"ไหนบอกเวียนหัวไงครับ! หยุดก่อน!"


ความหอมและความนุ่มของผิวเนียนละเอียดทำให้ชาวินไม่สามารถหยุดตามคำขอได้ คนตัวสูงจึงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินก่อนจะลากจูบไปเรื่อยๆ จากแก้มถึงริมฝีปากสีสวยที่ชอบปั่นหัวสมองเขาเล่น


"อื่อ!"


เมื่อความอบอุ่นได้สัมผัสกันชาวินก็รีบเอาใจคนน้องด้วยการกุมแก้มสวยไว้ทั้งสองข้าง..ก่อนจะลูบเบาๆ 

การปลอบโยนแบบนี้ทำให้ร่างกายน้อยเริ่มผ่อนคลาย ก่อนจะค่อยๆเปิดปากขึ้นรับจูบเขาอย่างง่ายดายโดยที่ชาวินไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด


เสียงในลำคอสวยเริ่มขาดหายเมื่อเขาเริ่มบดขยี้ความเนียนนุ่มนั้นอย่างไม่เป็นจังหวะ ลิ้นของเราสองคนเกี่ยวพันกันจนไม่สามารถแยกจากกันได้ คนหนึ่งใช้ประสบการณ์คอยสั่งสอน ส่วนอีกคนก็ใช้ความพยายามเรียนรู้แม้จะเขินอาย และสุดท้ายคนที่ด้อยประสบการณ์ก็ยังต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อยู่ดี


"อึก...แฮ่ก"


"คุณน่ารักมาก...ผมหลงคุณจะแย่อยู่แล้ว"


"อึก..."


ให้เวลาได้พักหายใจแค่สามวินาทีคนเป็นพี่ก็เริ่มจูบอีกรอบอย่างคนหิวกระหาย ปากอิ่มสวยถูกดูดกลืนซ้ำอยู่แบบนั้นโดยไม่มีทีท่าว่าอีกคนจะหยุดทำแต่อย่างใด...ส่วนความรู้สึกภายในใจของหนุ่มน้อยก็ถูกแสดงออกมาในรูปแบบที่คล้ายกัน


บุญญากรอึดอัดและยังไม่ชินกับการถูกกอดจูบแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่เขาก็ยังพยายามปรับตัวและจูบตอบกลับไปแบบเก้ๆกังๆ 

ยอมรับว่าความรู้สึกตอนนี้ก็คงไม่ต่างจากคุณชาวินมากนัก...

เขาคงกำลังตกหลุมรัก 

และหลงเสน่ห์คนแก่เข้าให้แล้วจริงๆ



"อึก...เดี๋ยวครับ อึก..."


"น้องบุ้ง...ผมอยากจูบคุณทั้งวันเลย ให้ตาย...จุ๊บ"


"พอแล้วครับ บุ้งเหนื่อย...อึก"


"เหนื่อยก็ดี เพราะนี่ถือเป็นการลงโทษ..."


"อื้ออ?!"


"ถึงคุณจะมองว่ามันหล่อและแสนดีกว่าผม แต่ผมก็จะทำให้คุณเห็น...ว่าผมเป็นได้มากกว่านั้นอีกมากมาย"


"......."


"นอกจากจะเป็นคนที่นวดเท้าได้ดี...ผมก็ยังเซ็กซี่มากด้วย"


"ห้ะ? อึก...คิกกก"


คนฟังที่กำลังหน้าแดงเพราะความเหนื่อยหลุดยิ้มออกมาจนตาปิด ดวงตาเหมือนพระจันทร์เสี้ยวกำลังส่องประกาย ส่วนแก้มที่ยกขึ้นก็ขยายเพราะความน่ารักกำลังเข้าครอบงำ...ชาวินเห็นแล้วก็อยากจะฟัดทั้งวันทั้งคืนอย่างที่พูดจริงๆ


แปะ แปะ แปะ 


เสียงฝนด้านนอกยิ่งเป็นตัวสร้างบรรยากาศ 

ความน่ารักของบุญญากรตอนนี้เหมาะมากกับการจับหัวมาหอมซ้ายขวาแล้วรวบหัวรวบหางกลืนลงท้องไป 

ติดอยู่ตรงที่ว่าตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ แถมยังได้ยินเสียงคนงานในไร่ฮัมเพลงกันอยู่ไม่ไกลนัก ขืนชาวินไม่ยอมระงับอารมณ์แล้วทำบางอย่างขึ้นมาจริงๆ...มีหวังเต็นท์พัง...คนงานแตกตื่นกับอย่างแน่นอน

สถานที่มันไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย...

ไม่ได้การละ


"บุ้งครับ...เย็นนี้เราออกไปเที่ยวกันนะ ไปกันสองคน"


"ไปไหนครับ"


"ก็ไปที่ที่บุ้งอยากไป...ไปไหว้พระครูบา เดินถนนคนเดิน แวะเที่ยวต่อไนท์ซาฟารี เสร็จแล้วก็ออกมาหาข้าวกินแถวริมแม่น้ำ ฟังเพลงดินเนอร์กันสองคน...เสร็จแล้วก็หาที่พักสวยๆแถวนั้นนอน"


ได้พักผ่อนที่รีสอร์ทน้องคงสบายตัวแน่...

แต่ชาวินไม่รับรองว่าจะได้นอนหรือเปล่านะ 

ขึ้นอยู่กับความน่ารักของคนบางคน



"แล้วเราจะต้องค้างคืนด้วยเหรอครับ...มันดึกเหรอ?"

"ก็คุณบอกว่าอยากไปเที่ยวสวนสัตว์ตอนกลางคืนนี่...ที่นั่นมีเสือออกหากินตอนกลางคืนด้วยนะ แล้วมันก็มีแววตาที่ดุมาก...ดุเหมือนผม...แต่คุณต้องคอยเอาผ้าปิดแก้มไว้นะ"


"ทำไมเหรอครับ"


"เพราะถ้ามันเห็นเนื้อน่ากินแบบนี้...คงทนไม่ได้แน่นอน"



นิ้วเรียวยกขึ้นเกลี่ยความขาวอมชมพูด้วยอินเนอร์ของเสือดุร้าย 

คืนนี้เสือจะได้กินเหยื่อไหม...มันก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะบุคคล




"ไปไหมครับ...ไปดูเสือกัน"

.
.
.




"ไปสิครับ...บุ้งก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเสือมันจะดุจริงไหม"


"ฮึ...."


"แต่เตือนไว้ก่อนนะครับว่าบุ้งมือไว...ถ้าเสือจะวางแผนทำร้าย...บุ้งทุบตายคากรง"

















#คุณชาวิน

















Talk : 

กล้าไหมพี่เสือ? กล้าป่าวคับบบบ???








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 386 ครั้ง

2,337 ความคิดเห็น

  1. #2314 ออมม่า (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 07:03

    5555 คุณหนูบุ้ง ดับฝันเสือเลยอะ

    #2314
    0
  2. #2290 Tungmma (@Tungmma) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 00:04
    สมน้ำสมเนื้อ!!!555555555
    #2290
    0
  3. #2189 Jo-ahRes (@joahmtza) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 10:51

    อิตาลุงคนนี้เขาร้ายตลอด 555555 ให้น้องบุ้งทุบซะเลย
    #2189
    0
  4. #2125 pbcy (@zensles) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 12:58
    แผนเยอะจริงๆนะตาลุงชาวินอ่ะ55555
    #2125
    0
  5. #2103 littleCB (@tualak2140) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 15:07
    55555555
    #2103
    0
  6. #2014 명롱이 (@parkpum002) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 20:19
    เสือจะดุจริงหรอออออ
    #2014
    0
  7. #2013 awaa2 (@Awaa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 23:32
    ขอนอกเรื่องนิดนึงนะคะ จะมาอัพโลกลองไข่ต้มอีกมั้ยคะอยากอ่านมากๆๆๆๆไม่อยากให้เทเลยค่ะ
    #2013
    0
  8. #2009 Taetaeismine_pie (@crazypen) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 14:41
    แต่ว่านะน้องบุ้งน่ะพี่ชาวินอ้อนนิดอ้อนหน่อยก็อ่อนแล้วไม่รู้จะไปถึงขั้นไหนหรือพี่ชาวินจะตายและยอมมอบให้น้องเพราะคำพูดหวานๆกันแน่นะ
    #2009
    0
  9. #2008 thienthieng (@thienthieng) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 13:12
    พี่เสือจะได้กินเนื้อไหมมมมม
    #2008
    0
  10. #2007 LOMAbin (@LOMAbin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 12:08
    ฉันขำ555555555555555
    #2007
    0
  11. #1992 wariyapcy (@wariyapcy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 11:50
    น้องบุ้งน่ารักมากกกก อยากจับกลืนแงงงงงง
    #1992
    0
  12. #1991 joyjoynarak9 (@joyjoynarak9) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 09:30
    เจ้าเล่ห์นักนะ วางแผนจะกินน้องหรอ
    #1991
    0
  13. #1990 promlikit (@promlikit13) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 09:29
    -พี่เสือ น้องบุ้งเขารู้ทันแกหมดแหละ ทำมาเป็น!!555555555555
    #1990
    0
  14. #1989 Vibrance (@Vibrance) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 04:10
    กรี๊ดดดดดดดเอาเส้ะะะลูกชั้นสู้คนเด้อตาลุง!
    #1989
    0
  15. #1987 ppLindeep (@0872337915) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 03:46
    ร้ายทั้งคู่เลย
    #1987
    0
  16. #1981 Wonkyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 13:30

    งุ้ยยย อยากไปดูเสืออออ ??‘???‘?

    #1981
    0
  17. #1967 awz1 (@awz1) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:16
    ระวังเสือดุด้วยนะคะน้องบุ้ง55555
    #1967
    0
  18. #1959 pbhoney (@bhyp) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 07:19
    น้องบุ้งทำมะดาที่ไหนล่ะ!55555
    #1959
    0
  19. #1958 maomao_j (@chutikan-10) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 10:17
    งุ้ยยยน้องบุ้งน่ารักมากลูกหนูต้องตามให้ทันตาเสือเฒ่านะลูก
    #1958
    0
  20. #1957 pngprmxx (@pngprmxx) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 09:35
    เสือจะโดนทุบก่อนได้กินเนื้อไหมนะ 555
    #1957
    0
  21. #1956 PinkwaterNamwann (@PinkwaterNamwann) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 08:05
    ลุงชาวิน น้องบุ้งเค้ารู้ทันลุงเด้อ 55
    #1956
    0
  22. #1951 NPP_PCY (@NPP_PCY) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 23:17
    จัวแล้ว555555
    #1951
    0
  23. #1950 okurr (@okurr) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 10:12
    หมั่นไส้พี่ชาวินนนนนน lolz
    #1950
    0
  24. #1949 CB-614 (@xxxibgygy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 09:42
    ลุงนี่มันเจ้าเล่ห์เพทุบายจริงๆ5555555
    #1949
    0
  25. #1948 Chakbann (@kronyees_cm12) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 08:57

    เสือระวังสิ้นลายนะฮะ แบคเตือนแล้วนะ

    #1948
    0