[ Boy's Imp ] ไอ้ตัวร้าย...หวานใจรุ่นพี่ {YAOI}

ตอนที่ 11 : บทที่ 10 : [เริ่มเปลี่ยนไป]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    12 พ.ค. 59

 

บทที่ 10

::เริ่มเปลี่ยนไป::

 

 

 

ทำไมโทรหาไม่ติด

 ไอ้ซันเซตถามผมในระหว่างที่เรากำลังขับรถกลับบ้าน ตอนนี้กิจกรรมทุกอย่างจบลงแล้วครับและเริ่มเข้าสู่โหมดเรียนกัน นั่นเป็นสิ่งที่ดีเพราะผมไม่ต้องทนกลับบ้านทุ่มสองทุ่มอีกต่อไป แต่ก็แย่ตรงที่กลับมาแล้วไม่มีอะไรทำนี่แหละ

ส่วนเรื่องที่ไอ้หน้านิ่งถามไปเมื่อกี้ก็บอกเลยว่าผมทำโทรศัพท์หายตั้งแต่วันที่ฝนตก ตอนนี้ยังไม่ได้ซื้อใหม่เลย ต้องขอเงินบิดาก่อน และบอกว่าเครื่องเดิมมันไปไหนด้วย

 ถึงบ้านผมจะรวยแต่พ่อผมก็ไม่ให้ผมได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยอย่างคนอื่น ท่านชอบบอกผมว่าให้รู้จักคุณค่าของเงินที่ตัวเองใช้ด้วย เวลาผมขออะไรทีต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ อย่างโทรศัพท์ที่พึ่งพังไปนั่นผมก็ต้องไปช่วยงานพ่อที่บริษัทเป็นอาทิตย์ ไหนจะน้องแลมโบที่ขอพ่อซื้อเมื่อตอนขึ้นมอปลายอีก

ตอนนั้นผมต้องนั่งเถียงกับพ่อเป็นเดือนๆ ผมเลยประท้วงด้วยการไม่เข้าบ้านและหายหัวไปอยู่บ้านเพื่อนจนแม่ทนไม่ไหวถึงต้องไปบังคับให้พ่อซื้อให้ผม แต่พ่อดันมีข้อแม้ว่าจะหักค่าขนมที่ให้ผมทุกเดือนจนกว่าจะครบกับค่ารถที่ซื้อไป แหมท่านพ่อ เห็นรถมันราคาเท่าไหร่กันครับผมไม่ต้องถูกหักไปจนตายเลยหรือไงกว่าจะครบ

ผมเลยต้องตกลงกับพ่อผมใหม่ด้วยการลดให้มันเหลือครึ่งนึง พ่อก็ยอมผมนะ แต่การยอมของท่านนั้นต้องแรกกับการที่ผมต้องช่วยพ่อทำงานและห้ามผมเที่ยวหนึ่งเดือน ช่วงนั้นผมโคตรอนาถตัวเองเลย ทั้งถังแตกเงินที่ใช้แต่เดือนไม่พอเพราะพ่อหักจริงแถมหักไปตั้งครึ่งนึง ไหนจะไม่ได้เที่ยวเล่นแถมยังต้องมานั่งช่วยงานพ่องกๆ  รู้เลยว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆถึงจะมีเงินที่ใช้ให้ตายก็ไม่หมดก็เถอะนะ 

ทำหายตอนฝนตก” ผมบอกไอ้หน้านิ่งไป ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันกระเด็นไปที่ไหนแถมหน้าจอยังแตกอีก

ทำไมไม่บอก” เป็นพ่อกูรึไงสัส อยากจะสวนมันไปแบบนี้มากกว่าแต่ไม่มีอารมณ์มาเถียงกับมันเลยบอกปัดๆไปแทน

กูไม่ได้คิด

ถ้ามีเรื่องแล้วจะติดต่อกันยังไง” มึงพูดมากไปแล้วนะไอ้หน้านิ่ง ตอนที่มึงเล่นหัวกูกูยังไม่ได้คิดบัญชีมึงเลยนะสัส

เรื่องของกู

ยังไม่เลิกงอนกูอีกหรอ

งอนพ่อมึงดิ” แม่งเอาแต่บอกว่าผมงอนมัน รู้งี้ไม่บอกให้เสียภาพพจน์กูหรอก

อย่าเล่นพ่อนะวาเลน” ผมอยากจะเถียงมันต่อนะ แต่พอมันพูดแบบนี้ทีไรแล้วผมกลับพูดไม่ออก ถ้ามันเรียกชื่อผมแบบนี้เเสดงว่าไม่พอใจผมอยู่ ผมเลยต้องเงียบปากและเพิ่งคิดได้ว่าตัวเองพูดแรงไป

“...”

ไปซื้อใหม่” กูรู้แล้วไม่ต้องมาย้ำนักได้มั้ย กูไม่ปล่อยให้ตัวเองขาดการติดต่อนานหรอกสัส

เอามือถือมึงมาดิ กูจะโทรหาพ่อผมแบมือขอโทรศัพท์จากไอ้ซันเซต มันก็หยิบออกมายื่นให้ ดีที่ผมจำเบอร์พ่อตัวเองได้ครับ ผมกดต่อสายหาท่านรอสักพักก็มีคนรับ 

 

หวัดดีครับ” แหม เสียงนี่เพราะเชียว คงคิดว่าเป็นเบอร์ลูกค้าหรือเปล่าแน่ๆเลย

พ่อนี่วาเองนะ” ผมบอกให้พ่อได้รู้ว่าคนที่โทรไปคือลูกชายไม่ใช่ลูกค้าที่ไหน

วาไหนวะพ่อทำเป็นว่าจำลูกตัวเองไม่ได้ แต่ผมรู้ว่าท่านแค่เกรียนผมเล่นเท่านั้นแหละ

วาลูกพ่อนั่นแหละ

เอ้าไอ้ลูกสาวพ่อนี่เอง...แล้วทำไมเอาเบอร์คนอื่นโทรหาพ่อวะ” อยากต่อยพ่อตัวเองนี่ผิดมั้ยวะ!

โทรศัพท์ผมหาย จะโทรมาขอตังค์ซื้อใหม่เนี่ย

บอกแล้วไงว่าถ้าทำหายจะไม่ซื้อให้” มาแล้วความงกเงินของพ่อผม

มันเป็นอุบัติเหตุนี่หว่า” แล้วต่อให้ไม่หายมันก็พังอยู่ดีหน้าจอแตกระเอียดขนาดนั้น ยังไงผมก็ต้องได้ซื้อใหม่โว้ย

ขอเหตุผล ทำไมถึงหาย?” ถ้าบอกว่าผมโยนทิ้งนี่จะโกรธจนไม่ให้ผมซื้อมั้ยวะ

ผมทำตกน้ำคลองตอนที่ช่วยไอ้...พี่ซันเซตตกปลาที่หลังบ้าน” ผมเหล่ตาไปมองไอ้คนที่ผมใช้เป็นของอ้างให้ตัวเองรอดเห็นมันมองอยู่เช่นกัน ขอยืมชื่อมึงก่อนแล้วกันนะไอ้ซันเซต

อย่างแกหรอตกปลาไอ้วา เอาแค่แกขยันเดินให้บ้านนู้นเค้าเห็นหน้าแกพ่อยังคิดว่ายากเลย

ผมไม่ได้ขี้เกียจขนาดนั้นสักหน่อย

หราา~...ว่าแต่แกเป็นยังไงบ้างวะลูกชาย เห็นหายหน้าหายหนวดไม่ติดต่อพ่อกับแม่บ้างเลย...รู้มั้ยว่าแม่แกเพ้อหาแกให้พ่อฟังจนพ่อจะเอาสำลีมาอุดหูอยู่แล้ว แม่แกเป็นห่วงแกมากนะ

รู้แล้วน่า พ่อบังคับให้ผมมาอยู่ที่นี่เองนะ จะมาโทษผมไม่ได้” ผมก็ไม่ได้อยากพูดแบบนี้กับบิดาหรอกครับแต่ปากมันก็ไปไวจนห้ามไม่ทัน

เออๆ ยังไงก็ช่วยโทรหาแม่แกให้เขาได้ยินเสียงแกบ้างเถอะ

ซื้อให้ใหม่ก่อนผมจะโทร

เอาของแพงหรือของถูก” แน่นอนว่าถูกของพ่อผมต้องเป็นซัมซุงฮีโร่ ผมคงจะใช้หรอกครับ อย่างผมต้องรุ่นใหม่ล่าสุดแพงที่สุดจะได้ขอไลน์สาวแบบไม่อาย

ขอแพงดิ

ถ้าแพงก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” ว่าแล้วว่าไม่มีทางให้กันฟรีๆ แต่พ่อจะบอกให้ผมไปทำอะไรได้เพราะผมไม่ได้อยู่กรุงเทพแล้ว คงช่วยงานท่านไม่ได้แน่นอน

งานนี้ผมคิดว่าคงจะให้ผมเป็นเด็กดีห้ามทำเรื่องให้บ้านนี้เค้าหนักใจซึ่งอันนั้นผมก็เสแสร้งแกล้งทำอยู่ทุกวันอยู่แล้วคงไม่ยากเย็นอะไร

ว่ามาเลยพ่อ

แกต้องไปช่วยงานที่ไร่น้าออนเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์” ว่าไงนะให้ไปทำงานในไร่น้าออน ไร่อะไรแล้วผมจะทำเป็นหรอวะ

ไร่อะไรผมทำไม่เป็นหรอก ไปเกะกะเค้าเปล่าๆ

ให้ลูกชายน้าแกช่วยสอนสิ

ไอ้ซันเซตอะนะ...ไม่เอาอ่ะ ...พ่อจะให้ก็ให้มาเถอะอย่ามารีรา เดี๋ยวผมก็ฟ้องแม่เรื่องที่พ่อแอบหนีแม่ไปกินเหล้าหรอก” ลูกอย่างผมนี่แหละที่จะแบล็คเมล์พ่อตัวเอง ก็พ่อผมชอบตุกติกกับผมก่อนทำไม

รู้ได้ไงว่าพ่อแอบแม่แกไปกินเหล้า

ผมเห็นไงครับ ตอนที่พ่อบอกแม่ว่าติดประชุมที่บริษัท เลิกดึกเลยขอนอนที่นั่นแต่ผมดันเห็นท่านอยู่ที่ร้านเหล้าตอนที่ขี้รถผ่าน มันเป็นร้านที่อยู่ใกล้กับผับที่ผมชอบไปครับ แต่ผมก็ไม่ได้บอกแม่หรอกแต่ตอนนี้ขอเอามาแบล็คเมล์พ่อก่อนแล้วกันเก็บความลับมานานสุดท้ายก็ได้เอามาใช้ให้เกิดปนะโยชน์ซักที

เอาเป็นว่าผมรู้แล้วกัน รีบโอนเงินค่าโทรศัพท์มาได้แล้วผมขู่พ่อตัวเองครับ ลูกอะไรจะเลวได้ขนาดนั้น

งั้นพ่อจะเอาเรื่องที่แกนอนกับผู้หญิงไปฟ้องแม่แก” ทางนั้นก็แบล็คเมล์ผมกลับเช่นกัน แต่ผมรู้ว่าพ่อสามารถทำให้แม่เชื่อได้และผมก็จะซวยโดนแม่ด่าและอาจจะสั่งให้ผมเลิกเที่ยวไปเลยก็ได้ คำสั่งของแม่ถือเป็นประกาศิต สั่งคำไหนต้องเป็นคำนั้น

ไม่เอาน่าพ่อ เราพ่อลูกกันนะ” สุดท้ายผมก็ต้องยอมแก เกิดเป็นลูกผู้ชายคนนี้นี่ลำบากครับดันรู้ทันผมทุกเรื่อง

ตามนั้นเดี๋ยวพ่อโทรบอกไอ้ออนกับลุงสันก่อนนะ

 

ติ๊ดๆ

 

แล้วก็วางสายไป โดยไม่ให้ผมได้ร้องขออะไรเลย นี่พ่อรักผมจริงป่ะเนี่ย

อะ” ผมยื่นโทรศัพท์ให้ไอ้ซันเซตคืน มันก็รับไปวางไว้ จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ จนมันเริ่มขับรถเข้าเลนขวานั่นแหละผมเลยสงสัย

มึงจะไปไหน” ผมถามเมื่อมันตบไฟเลี้ยวรถเพื่อย้อนกลับ

พามึงไปซื้อมือถือ” ว่าไม่พอยังเลี้ยวรถกลับเข้าเมืองไปอีก นี่มันจะถึงบ้านแล้วยังต้องนั่งรถย้อนกลับไปอีกเหรอวะ มึงจะขยันไปไหมเนี่ย

ค่อยซื้อพรุ่งนี้ก็ได้มันจะถึงบ้านแล้ว กูขี้เกียจย้อนกลับ

กูย้อนมาแล้ว” มึงก็ย้อนกลับไปอีกเซ่กูจะกลับบ้าน ในใจได้แต่ประท้วงเสียงดังแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาครับ รู้ว่ามันชอบบังคับผม ถ้ามันจะไปต่อให้ผมจะพูดอะไรมันก็ไม่ฟังอยู่ดี ฉะนั้นเก็บแรงไว้ดีกว่า

 

ขับกลับมาถึงห้างจนได้สิน่า ผมเดินตามหลังไอ้ซันเซตต้อยๆเพราะไม่รู้ว่าโซนสมารต์โฟนอยู่ตรงไหน เลยต้องให้มันนำไป ห้างนี้ผมเพิ่งมาเป็นครั้งที่สองเอง ครั้งแรกตอนมาดูหนังผีนั่นแหละครับ

ไอ้ซันเซตพาผมขึ้นไปบนชั้นสองก่อนจะพาเข้าไปที่ศูนย์แอปเปิล ผมเลยเดินเข้าไปเลือกดูแต่หน้าตามันก็เหมือนกันหมดแหละผมเลยบอกพนักงานให้เอารุ่นใหม่ล่าสุดสีดำแล้วให้เค้าจัดการติดฟิมล์ใส่เคสให้เรียบร้อยเลย ระหว่างรอผมก็เดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อยจนเริ่มเบื่อครับ ส่วนคนที่พามาก็เดินดูอะไรไม่รู้อยู่อีกฟากนึง ผมเลยเดินไปหามัน

ไอ้ซันเซตกูหิว” ตอนนี้จะยอมคุยกับมันก่อนก็ได้เพื่อปากท้องและกันผมเบื่อ ผมไม่ชอบอยู่คนเดียวเท่าไหร่

อือ

พอมันตกลงผมก็เดินไปจ่ายเงินแล้วฝากของไว้ แล้วเดี๋ยวค่อยกลับมาเอาเพราะพนักงานยังจัดการมือถือผมยังไม่เสร็จ 

อยากกินไร” มันถามผมเมื่อเราเดินออกมาจากร้านโทรศัพท์แล้ว

อาหารญี่ปุ่น กูอยากกินไม่ได้กินนานแล้วครับมานี่กินแต่อาหารเหนือ

กูอยากกินอย่างอื่น” มันก็สวนขึ้นมาจนผมกับมันต้องเริ่มทะเลาะกัน ก็ผมอยากกินอาหารญี่ปุ่นนี่หว่าข้าวหน้าเนื้อยำสาหร่ายเงี่ย

งั้นแยกกันกินแล้วกันเจอกันที่ร้านโทรศัพท์

ไม่เอา” 

พอมันบอกจะแยกกันกินผมเลยสวนขึ้นมาทีนที จะให้ผมไปนั่งกินข้าวคนเดียวผมทำไม่ได้ว่ะ ถึงจะเป็นไอ้ซันเซตก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็อุ่นใจกว่ามั้ยวะ อย่างน้อยก็มีเพื่อนกิน ฉะนั้นผมต้องลากมันไปให้ได้

งั้นกินอาหารไทย

ไม่” จะว่าผมเอาแต่ใจก็ได้แต่ผมไม่กินอาหารไทยวันนี้แน่นอน

กูไม่ชอบอาหารญี่ปุ่น

เรื่องของมึงแต่กูจะกิน และมึงต้องไปเป็นเพื่อนกู” มันเริ่มชักสีหน้าใส่ผมเมื่อโดนผมบังคับ มันไม่พูดอะไรต่อจากนั้นนอกจากเดินหนีผม หนีกันดื้อๆอย่างนี้เลยเหรอวะ ได้!

 

หมับ!

 

ผมกระโดดขึ้นล็อกคอมันแล้วพาลากไปตามหาร้านอาหารญี่ปุ่น อยู่ตรงไหนไม่รู้แต่คาดว่าน่าจะชั้นสามมั้ง

ปล่อยเสียงที่นิ่งพอๆกับหน้าถูกเอ่ยออกมา คิดว่าผมกลัวนักหรือไงเสียใจผมฟังจนชินแล้วครับ ชอบใช้เสียงบังคับผมตลอด

ผมพยายามลากไอ้ซันเซตให้เดินตามอย่างทุลักทุเลเพราะมันตัวสูงกว่าผมมากแถมตัวก็ใหญ่ถึก  ถ้ามันเอาจริงผมก็คงสู้แรงมันไม่ได้หรอกครับ แต่พอผมไม่ปล่อยมันก็เริ่มขัดขืนด้วยการยื้อตัวเองไว้แล้วยืดตัวขึ้นเต็มความสูงทำให้ผมที่ล็อกคอมันอยู่ถึงกับลอยตัวขึ้นจากพื้นกันเลยทีเดียว

 

ตึก!

 

หน้าผมกระแทกเข้ากับอกแข็งของไอ้ร่างยักษ์จนเจ็บจมูก ผมรีบปล่อยแขนออกจากคอมันแล้วถอยหนีมือก็จับจมูกด้วยความเจ็บ ไอ้เหี้ยซันมึงชักจะเอาใหญ่แล้วนะเห็นกูยอมนิดยอมหน่อยก็แข็งข้อกับกูเลย ชิ!!

เจ็บ...?”นั่นคือประโยคคำถามครับ เพราะไอ้คนที่ประหยัดคำอย่างไอ้ซันเซตมันถามความรู้สึกผมเมื่อเห็นน้ำตาผมเล็ดออดมาที่หางตา มันเจ็บจริงๆนะถ้าไม่เชื่อลองเอาจมูกไปชนกับผนังห้องดูดิจะได้เข้าใจความรู้สึกผม

อือ” ผมพยักหน้าให้มัน อยากด่าแต่ด่าไม่ออกเพราะผมทำตัวเองทั้งนั้นถ้าไม่ไปล็อกคอมันไว้ผมก็คงไม่เจ็บตัวแบบนี้

แต่มันก็ผิดที่ไม่ยอมพาผมไปกินอาหารญี่ปุ่นนี่หว่า ถ้ามันยอมผมตั้งแต่แรกผมก็คงไม่ต้องทำแบบนี้และก็คงไม่เจ็บจมูกแบบนี้ด้วยผมไม่ผิด ขอย้อนขึ้นไปด่ามันได้มั้ย

ไหนขอดูหน่อย” ไอ้ซันเซตเดินเข้ามาหาผมแล้วดึงมือผมที่กุมจมูกอยู่ออก มันเลื่อนหน้าเข้าหาจนหน้ามันอยู่ในระดับเดียวกับหน้าผม เหล่สายตาลงมองจมูกผมนิดหน่อยแล้วกระตุกยิ้มตรงมุมปาก

แดงนิดเดียวทำเป็นสำออย” ไอ้เหี้ย!! ทำกูเจ็บแล้งยังมาบอกว่ากูสำออยอีก กลับบ้านไปกูต่อยมึงแน่บักหานี่(ภาษาไรของผมวะ?)

ผมดันหน้าไอ้ซันเซตออกแล้วเดินหนีมันไปไม่พูดไม่จา ขืนยังพูดกันเดี๋ยวผมอดใจไม่ไหวกระโดดต่อยหน้ามันกลางห้างจะเป็นเรื่องเอา อายด้วยคนเยอะเเยะ

จะไปไหนมันก็เดินตามผมมาครับ

กูจะไปกินข้าวมึงจะไปไหนก็ไป

ไม่ให้ไปเป็นเพื่อนแล้ว?”

มึงอย่ามากวนกูดิสัส เดี๋ยวกูต่อยมึงนะ” ผมเตือนไอ้หน้านิ่งแต่มันก็ยังลอยหน้าลอยตาเดินตามผมมาอยู่ได้ โว้ยยยยย! เกิดเป็นผมที่ต้องทนอยู่กับคนแบบนี้นี่ลำบากจริงๆเลยวุ่ย!!

 

ไอ้ซันเซตมึงจะตามกูมาทำไมวะ” 

ผมถามเมื่อเดินมานั่งที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแล้วสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อย คือผมสั่งไปสองสามอย่างแต่ไอ้เหี้ยตรงหน้าผมไม่ยอมสั่งอะไรสักอย่างแต่ก็เสือกมานั่งในร้านเค้าอีก มึงไม่ไปกินของมึงวะสัส!

มาเป็นเพื่อน

กูไม่ต้องการเพื่อนแล้ว มึงก็ไปหาเเดกของมึงสิไป!”

กินด้วย” ว่าไม่พอยังยกมือเรียกเด็กเสิร์ฟอีกครับ ไหนมันบอกว่าไม่ชอบกินไงแล้วทำไม... ชั่งแม่ง อยากจะแกล้งกูก็แกล้งไปเดี๋ยวมึงเจอกูแน่ไอ้เหี้ยซัน...

รับอะไรเพิ่มดีคะพนักงานถามไอ้ซันเซตตาก็จ้องมันไม่วาง จ้องขนาดนั้นไม่ลากมันลงไปกินในน้ำเลยล่ะวะ แต่ด้วยความไม่สนโลกของไอ้หน้านิ่ง มันเลยไม่สนใจพนักงานที่มองมันเหมือนจะกินเข้าไปทั้งตัวเลยครับ

สั่งให้หน่อย

หะ!” หันมาบอกผมหน้าตาเฉยจนผมงงเลย นี่จะกินยังต้องให้กูสั่งให้ด้วย แล้วเรื่องอะไรกูต้องสั่งให้มึงวะ

อยากกินมึงก็สั่งเองดิ

เร็วเขารอนานแล้วผมหันไปมองพนักงานที่ยืนเตรียมจดรายการอาหารอยู่ แต่ตานี่ไม่ได้มองเครื่องจดเลย แล้วไอ้เหี้ยนี่เป็นไรทำไมไม่สั่งเองวะ ไม่มีปากสั่งรึไง

 ด้วยความที่ผมรู้ว่ามันจะไม่สั่งเองแน่ๆ ผมเลยต้องหยิบเมนูอาหารขึ้นมาดูแล้วก็สั่งไปสองสามอย่าง แม่งบอกมั่วๆไปเลยแล้วกันกินไม่ได้ก็เรื่องของมัน

 

รอไม่นานอาหารของผมก็มาเสิร์ฟตามมาติดๆกันคือของไอ้ซันเซตที่ผมสั่งให้ ผมกับมันเลยลงมือทานกันเงียบๆชีวิตมันมีแต่ความเงียบรึไงมันพลอยทำให้ผมเงียบไปด้วยเลย พอเห็นแบบนี้ก็คิดถึงพวกไอ้มาร์ย ตอนอยู่ที่กรุงเทพพวกผมจะไปกินอาหารญี่ปุ่นกันอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ไปกันครบองค์พูดคุยกันสนุกเฮฮา

พอมาดูตอนนี้แล้วทำไมมันถึงได้เงียบอย่างกับป่าช้าวะ ไอ้คนตรงหน้าผมแม่งไม่พูดอะไรสักคำส่วนผมโกรธอยู่เลยไม่อยากพูดแต่เห็นทีจะไม่ได้เพราะผมทนกับความอึดอัดที่ต้องนั่งเงียบแบบนี้ไม่ไหว

ทำไมมึงชอบบังคับกูวะ?”

“...”มันเงยหน้าขึ้นมามองผมนิดหน่อย...แล้วก็ก้มลงไปกินต่อ เออดีพูดด้วยก็ไม่พูดด้วย

 

ผลัก!

 

ผมใช้เท้าเตะขามันที่อยู่ใต้โต๊ะ มันถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้งอย่างเคืองๆ สายตามึงทำอะไรกูไม่ได้หรอก หึ ว่าแล้วผมก็เตะเข้าไปอีกแต่ดันไม่โดนขามันสิครับเสือกไปโดนขาโต๊ะแทน

 

ผลัก

 

โอ้ย!กลายเป็นผมที่ต้องร้องโอดโอยแทนมัน แม่งเสือกหลบ แต่เมื่อกี้โดนเหลี่ยมขาโต๊ะอย่างจังเลย นี่กูจะซวยไปถึงไหนวะเนี่ย!

หึ” ไอ้คนตรงหน้าก็ยิ้มเยาะผมใหญ่ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง

 

ผมกับไอ้ซันเซตกินกันจนอิ่ม...เดี๋ยวๆ กินข้าวครับไม่ได้กินกัน นั่นแหละครับ พอพวกผมเอาบินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ผมก็ถือโอกาสนั้นให้แม่งจ่ายค่าข้าวผมพร้อมเลยและอย่าหวังว่าผมจะคืนให้มันด้วย คิดว่าเป็นค่าทำขวัญผมเมื่อกี้ที่เตะโต๊ะ

พอออกจากร้านอาหารมาก็ตรงไปที่ศูนย์สมาร์ตโฟนเพื่อไปเอาโทรศัพท์ที่ซื่อไว้ เสร็จธุระแล้วก็จะพากันกลับบ้านแต่ผมเพิ่งคิดอะไรได้เลยรั้งตัวไอ้หน้านิ่งไว้ก่อนที่มันจะพาผมลงบันไดเลื่อนไป

 

กูอยากดูโปรแกรมหนัง” อยู่ดีๆผมก็พูดขึ้นมาจนคนที่กำลังพาผมเดินลงไปชั้นล้างเพื่อกลับบ้านต้องหยุดเท้าลงแล้วหันมามอง ไม่ได้อยากดูแค่อยากไปดูโปรแกรมว่ามีหนังอะไรเข้ามาใหม่หรือน่าสนใจบ้างจะได้มาดูพร้อมพวกไอ้บอส 

อยากดู

กูไม่ได้อยากดูกับมึงแค่จะขึ้นไปดูโปรแกรมไว้เฉยๆ

ค่อยเช็คในมือถือเอา

แต่กูอยากขึ้นไปดูไหนๆก็มาแล้ว” 

“...อืม” สุดท้ายมันก็ยอมผมพร้อมทำหน้าเบื่อหน่าย หึหึ 

ผมกันมันขึ้นมาชั้นบนสุดของห้างแล้วพากันเดินมาตรงที่ฉายโปรแกรมหนัง ผมมองดูที่หน้าจอหน้าจอโปรเจคเตอร์ว่ามีเรื่องไหนน่าดูบ้าง ปรากฏว่ามีเรื่องที่ผมอยากดูมากๆอยู่หนึ่งเรื่อง

เรื่องนี้ผมรอมาตั้งหลายเดือนแล้วครับตอนแรกนัดกับพวกไอ้มาร์ยไว้ว่าถ้าออกจะมาดูด้วยกัน แต่ผมก็ดันระเห็จมาอยู่นี่ซะก่อน มันเข้านานยังวะ โอ้ยอยากดูสงสัยรอวันพรุ่งนี้ไม่ได้แน่เลย ขอวันนี้เถอะ

ไอ้ซันเซตกูอยากดูเรื่องนี้

อืม” มันบอกว่าอืมแต่เดินออกจากหน้าโรงหนังตรงไปที่บันไดเลื่อนลง เฮ้ยเดี๋ยวๆ ผมต้องรีบวิ่งเข้าไปห้ามมันไว้ครับ

มึงจะไปไหน

กลับบ้าน” ตอบได้หน้าตายมาก 

กูอยากดูหนังก่อน

ไหนว่าแค่มาดูโปรแกรมหนัง” ตอนแรกก็แค่แต่ตอนนี้อยากไง ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ผมจะไม่บังคับมันเลยแต่เรื่องนี้รอไม่ได้ผมอยากดู

แต่กูอยากดูเรื่องนี้จริงๆนะ รอพรุ่งนี้ไม่ได้หรอก

มันมืดแล้วค่อยดูพรุ่งนี้

งั้นมึงกลับไปเลย กูกลับเองก็ได้” ชิกูไม่ง้อมึงหรอกสัส ผมเดินกลับเข้ามาในโรงหนังเพื่อเดินไปซื้อตั๋วแต่ก็ถูกไอ้คนข้างหลังจับแขนไว้

อย่ามางี่เง่ากูจะทิ้งมึงได้ไง” ผมคิดว่ามันจะอยู่เป็นเพื่อนผมซะอีกเห็นพูดแบบนั้น แต่ เปล่าครับมันจะลากผมลงบันไดเลื่อน 

ไม่ไปกูจะดูหนังผมขืนตัวไว้แต่แรงไอ้ซันเซตก็ไม่ใช่ธรรมดาครับมันออกแรงกระตุกผมนิดเดียวผมก็ปลิวตามแรงดึงมันแล้ว ไอ้เหี้ยเอ้ยเห็นคนเยอะหรอกนะผมเลยขัดขืนมันไม่ได้มาก

พอเห็นผมไม่กล้าขัดมันก็เลยได้ใจลากผมมาขึ้นรถแล้วขับออกไปเลย ผมหันสายตาคมกริบไปมองมันอย่างโกรธจัด คือเข้าใจมั้ยว่าผมอยากดู ผมรอเรื่องนี้มาตั้งหลายเดือนพอเห็นออกก็เลยอยากดูแต่มันเสือกไม่ให้ผมดูแถมยังบังคับผมกลับบ้านอีก ไม่โกรธก็ไม่ใช่ผมแล้ว!!

 

ผมเดินขึ้นห้องทันทีเมื่อมาถึงบ้าน ตอนอยู่บนรถผมก็ไม่ได้พูดอะไรกับมัน ผมจะโกรธจนกว่าจะได้ดูนั่นแหละ แต่ตอนนี้ขอคิดก่อนว่าจะเอาไงกับมันดีถ้าคืนนี้ผมไม่ทำอะไรสักอย่างกับไอ้เหี้ยนั่นผมคงจะนอนไม่หลับ มันอัดอั้นตั้งแต่ที่มันจับหัวผมแถมตอนอยู่ห้างแล้วไหนจะเรื่องหนังอีกถ้าไม่ได้ระบายผมคงต้องตายแน่ๆ

คิดดิคิด จะเอาคืนมันยังไงไอ้วาเลน ผมเดินวนไปวนมาทั่วห้องพยายามใช้สมองอันมากมายก่ายกองคิดแผนเอาคืนไอ้ซันเซต อ๊ะ...คิดออกแล้ว มึงชอบนักใช้มั้ยความสะอาดน่ะ หึหึแต่ก่อนที่จะทำตามแผนได้ผมต้องหาลู่ทางซะก่อนครับ

ผมเดินออกไปตรงระเบียงหลังห้องตัวเองก่อนจะปีนมันเพื่อข้ามไปห้องข้างๆอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้คนข้างในได้ยิน ผมค่อยๆย่องเข้าไปใกล้บานประตูระเบียงห้องไอ้ซันเซตแล้วเปิดออกอย่างเบาที่สุด

แค่จะมาสำรวจดูว่าหลังห้องมันล็อกไว้รึเปล่า ไม่ล็อกก็ดีจะได้ง่ายต่อแผนการ ผมรู้ว่าตัวเองทำตัวเหมือนเด็กเจ็ดขวบแต่ผมไม่สนหรอก ขอให้ได้แก้แคนมันเป็นพอ ผมจะได้อารมณ์เย็นขึ้นมาบ้าง

 พอเช็คเสร็จก็ปีนกลับห้องแล้วรีบบึ่งลงข้างล่างทันทีครับ ผมเดินข้ามไปบ้านหลังใหญ่เพราะบ้านไอ้ซันเซตไม่มีของที่ผมต้องการ มาถึงก็เห็นพี่จ๋ากำลังล็อกบ้านอยู่พอเลย

พี่จ๋าอย่าเพิ่งล็อกครับ

อ้าวคุณวาเลน มีอะไรหรือเปล่าคะ

ผมมาเอาของนะครับพี่...ว่าแต่พี่จ๋าพอมีอะไรที่มันส่งกลิ่นเหม็นๆบ้างมั้ยครับ

ขอนเหม็นๆ...มีค่ะแล้วคุณวาเลนจะเอาไปทำไมกันคะ?” เอาไปจัดการเจ้านายพี่นั่นแหละ แต่เรื่องอะไรผมจะบอก

เอาไปทดลองอะไรนิดหน่อยครับผมบอกพี่จ๋าไป พี่แกก็ทำหน้างงใส่แต่ก็ยอมพาผมไปหาของที่ผมต้องการ

ในครัวน่าจะมีนะคะ คุณวาเลนต้องการเหม็นแบบไหนคะ

ขอแบบแรงๆเลยพี่ เอาแบบ...แบบนี้อ่ะพี่ผมชี้ไปที่กระปุกอะไรสักอย่างที่ข้างในเหมือนดองตัวอะไรไว้จนสีมันข้องค้างจะ...(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)

ปลาร้าหรอคะ คุณวาจะเอาปลาร้าไปทำไมกันคะเนี่ย” เถอะน่าพี่อย่าถามมากได้มั้ยเดี๋ยวไอ้ซันเซตก็ปิดประตูนอนก่อนหรอก

เถอะน่าพี่จ๋าตักให้หน่อยผมรีบผมเร่งพี่จ๋ายิกๆ

ค่ะๆพี่จ๋าเริ่มลงมือหยิบไอ้กระปุกนั่นขึ้นมา นี่ขนาดยังไม่ได้เปิดฝาออกยังส่งกลิ่นขนาดนี้ถ้าเปิดออกมาจะขนาดไหนวะ

พี่ว่าปลาร้ามันหอมจะตายใช้ทำกับข้าวก็อร่อย” อื้อหือ พี่กล้าพูดได้ไงว่าสิ่งนี้มันหอม ตอนพี่จ๋าเปิดออกมานี่ผมแทบสลบครับ กลิ่นแรงเหี้ยๆ พี่จ๋าเริ่มตักใส่ถุงให้ผมก่อนจะมัดปากถุงให้แล้วยื่นมาตรงหน้าผม

พอไหมคะ

ครับพี่ขอบคุณมากเลยนะ” ผมรับถุงจากพี่จ๋ามาแล้วรีบบึ่งกลับบ้านหลังเล็กทันที 

 

ผมเดินเข้าห้องมาไม่ลืมหยิบกรรไกรติดมือมาด้วย ผมเดินออกไปตรงระเบียงห้องตัวเองอีกครั้งก่อนจะปีนข้ามฝากไป พอข้ามมาได้ก็ค่อยๆย่องไปเลื่อนประตูระเบียงเพื่อแง้มออกนิดหน่อย ผมเลิกผ้าม่านออกพอให้ตาสามารถมองเห็นข้างในได้ ทำทุกอย่างด้วยเสียงที่เงียบมาก

ข้างในยังสว่างอยู่เลยครับ แสดงว่ามันยังไม่นอนแต่ผมมองหาตัวไอ้หน้านิ่งไม่เจอไม่รู้ไปไหน ผมเลื่อนผ้าม่านออกมาอีกหน่อยตอนนี้เห็นทั้งห้องเลยแต่กลับไม่เห็นตัวเจ้าของห้อง สวรรค์เข้าข้างผมสักที

 ผมถือวิสาสะเดินเข้าห้องมันก่อนจะสำรวจห้องที่เคยเข้ามาแค่ไม่กี่ครั้งแต่ก็รีบตลอดเลยไม่มีเวลาได้สังเกตห้องมันสักที ห้องมันก็ตกแต่งคล้ายๆห้องผมแต่ข้องมันมีเยอะกว่าชั้นหนังสือมันก็เต็มไปด้วยหนังสือที่มีเยอะน่าดูแถมยังเป็นระเบียบมาก ชอบนักใช่ไหมความสะอาดความเป็นระเบียบ เดี๋ยวมึงเจอกู

 

ผมวางถุงปลาร้าในมือไว้บนเตียงมันแล้วเดินไปรื้อหนังสือมันออกมาวางเกลื่อนทั่วห้อง อะไรที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบผมก็จัดการให้มันระเอียดยิบเลย บนพื้นไม่พอขอบนเตียงด้วยแล้วกัน ผมลงมือจัดการบนเตียงต่อจนมันเละไม่เป็นท่า

มองดูผลงานอย่างพอใจแล้วก็เริ่มจัดการตัดไอ้ถุงปลาร้าที่เตรียมมา เอาไปวางข้างๆเตียงให้มันส่งกลิ่นเล่นในห้องเป็นพอ ทีนี้พอมันกลับมาแล้วเห็นสภาพห้องตัวเองมันจะทำหน้ายังไงวะ แต่ชั่งเถอะ ผมรีบออกไปก่อนที่มันจะมาดีกว่า

คิดได้ดังนั้นผมก็ปีนกลับห้องตัวเองแล้ววิ่งไปล็อกประตูห้องเลยครับ แต่เดี๋ยวก่อนนะ...ไอ้ซันเซตมันมีกุญแจห้องผมนี่หว่า ล็อกไปแม่งก็เปิดได้  ไม่ได้การละ ผมต้องกลับไปเอากุญห้องตัวเองออกมาก่อน

แล้วผมก็ต้องปีนกลับไปห้องมันอีกครั้ง นี่ผมเคยเกิดเป็นลิงรึเปล่าเนี่ยปีนเก่งเชียว พอเข้ามาอีกรอบก็แทบล้มพับเพราะความเหม็นมันเกินจะบรรยายจริงๆ ผมรีบเดินหากุญแจห้องมือก็อุดจมูกไปด้วย ถ้าเป็นไอ้ซันเซตมันต้องเอาไว้ในลิ้นชักแน่นอนเพราะมันไม่ทีวันพกติดตัว

ผมเดินหลบหนังสือที่เกลื่อนกาจอยู่บนพื้นเพื่อข้ามไปที่ลิ้นชักตรงหัวเตียง เปิดมาชั้นแรกก็เห็นเลยครับมาเป็นพวงเลย แล้วดอกไหนเป็นกุญแจห้องผมวะ ชั่งมันหยิบไปทั้งยวงเลยแล้วกัน

หยิบได้ก็รีบวิ่งออกมาเลยครับ แต่ด้วยความที่ของเต็มพื้นทำให้ผมวิ่งไม่ได้มากเดี๋ยวเหยียบของมันเข้า ข้ามมาได้แค่ครึ่งเตียงก็ต้องหยุดชะงักกับเสียงที่อยู่ด้านหลังทำให้รู้ว่าเจ้าของห้องกลับมาแล้ว

มึง

ผมหันหน้าไปมองไอ้ซันเซตทันที เห็นมันยืนมองผมด้วยสภาพที่เปลือยท่อนบนส่วนท่อนล่างมีแค่ผ้าเช็ตตัวพันเอวไว้บ่งบอกว่าคนตรงหน้าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

ไอ้ซันเซตเลื่อนสายตามองไปทั่วห้อง สีหน้ามันเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อสายตาเลื่อนไปทีละจุดและเห็นสภาพห้องตัวเอง

ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นผมรีบวิ่งไปที่ระเบียงห้องไอ้มันเพื่อหนี ส่วนมันก็รีบวิ่งมาคว้าตัวผมไว้เหมือนกัน นี่ขนาดมีแค่ผ้าเช็ดตัวพันเองมันยังเร็วขนาดที่จะคว้าตัวผมได้ทันเลยนะเนี่ย แต่ก็ไม่ทันอยู่ดีเพราะผมข้ามมาฝั่งผมทัน และวิ่งเข้าห้องตัวเองไม่ลืมที่จะล็อกประตูระเบียงเรียบร้อย

รอดครับ แม่งอาบน้ำอยู่ก็ไม่บอกกูนึกว่าออกไปข้างนอกซะอีก แต่พอคิดถึงหน้ามันเมื่อกี้แล้วก็ตลกว่ะ เชื่อดิ ไม่เคยมีใครเห็นหน้าอึ้งๆของมันแน่นอนถ้าเมื่อกี้แอบถ่ายรูปมันได้ผมทำไปแล้วครับ หึหึ ฮ่าๆ

หึ!

 

ขวับ!

 

ผมหันไปมองทางต้นเสียงทันทีที่ได้ยิน มองไปเห็นไอ้ซันเซตยืนอยู่หน้าประตูห้องผมในสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดิมรัดเอว นอกนั้นเปลือย

 

ตึก

 

กุญแจในมือผมหล่นลงพื้นทันทีที่สบตามัน สายตามันดุยิ่งกว่าล็อกไวเลออีกครับ ไอ้ซันเซตเดินย่างสามขุมมาทางผมอย่างไม่รีบร้อนอะไร มันจะรีบทำไมเพราะยังไงผมก็หนีมันไปไหนไม่ได้อยู่แล้วนอกจากโดดระเบียงบ้านลงเท่านั้นแหละ

มึงเข้าห้องกูได้ไง” ไม่ตอบแต่ยกกุญแจในมือขึ้นโชว์ตรงหน้าผม เท่านั้นผมก็เข้าใจอย่างถ่องแท้เลยครับ มันแยกกุญแจห้องผมออกไปไว้อีกที่นึงหรอ แล้วที่ผมดั้นด้นไปเอามามันคืออะไรวะ

 

ผมเริ่มมองหาทางรอดของตัวเอง แต่ก็ไม่เจอเลยสักทางนอกจากโดดลงระเบียงจริงๆ แต่ดูจากหน้าไอ้ซันเซตที่โกรธจัดแล้วงานนี้ต่อให้โดดก็เอาวะ

 คิดได้ดังนั้นผมก็รีบวิ่งไปที่ประตูระเบียงทันทีไม่รอให้แม่งมาฆ่ากูหรอก แต่เจ้ากำผมล็อคมันไว้กว่าจะปลดล็อคได้ไอ้ซันเซตก็เข้ามาประชิดตัวผมได้ก่อนจะล็อคคอผมแน่นกันผมหนี

มึงทำอะไรห้องกู

กูเปล่า” ถึงหลักฐานจะคาตาแต่ผมก็ยังไม่ยอมรับง่ายๆหรอกนะ ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากการถูกล็อคคอ แต่ยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นแล้วลากผมออกจากประตูระเบียง

โกรธที่กูไม่ให้มึงดูหนังว่างั้น” เออ! กูโกรธมึงสัส!

ปล่อยกู

ผมตะโกนสั่งและออกแรงดิ้นอย่างสุดกำลังจนไอ้ซันเริ่มเสียหลักจะล้มลงพื้นแต่มันก็ไม่คิดที่จะล้มลงไปคนเดียวหรอกครับ มันดึงผมไปกับมันด้วย แต่ไม่ใช่พื้นนะครับเป็นเตียงเลยไม่เจ็บเท่าไหร่

ไอ้เด็กเอาแต่ใจ” ไอ้ซันเซตเอี้ยวหน้ามากระซิบด่าผมตรงหูแขนขาก็กอดรัดตัวผมไว้เพราะผมดิ้นไม่หยุด

กูไม่หนีแล้ว ปล่อยกูซักที

หึ มึงมันยิ่งกว่าจิ้งจอก” ไอ้เหี้ยยย เห็นกูไปคนยังไงวะ กูไม่ได้เจ้าเล่ห์ขนาดนั้นสักหน่อย

กูจะหนีมึงไปไหนได้สัสนี่บ้านมึงนะ” มันไม่ตอบแต่ก็ยังรัดไม่ปล่อย ผมเลยนอนนิ่งให้มันรัดเป็นงูไป

กูจะทำยังไงกับมึงดีวะ

ถามกูหรอ

อยากดูมากหรอ ถึงได้เก็บมาลงกับห้องกูทุกเม็ดเลย

เออไง กูรอเรื่องนั้นมาเป็นชาติถ้าพรุ่งนี้กูไม่ได้ดูนะกูจะโกรธมึง

เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปดู” นี่เค้าเรียกว่าง้อรึเปล่าวะ แต่ทำไมมันต้องมาง้อผมด้วย ความจริงมันต้องมาฆ่าผมที่ไปทำห้องมันรกดิ

ไม่ กูจะไปกับเพื่อนกู

เดี๋ยวเพื่อนมึงก็พาไปดูหนังผีหรอก” เออวะ ไอ้เหี้ยบอสยิ่งชอบแนวนั้นอยู่ด้วย

กูไปคนเดียวได้” ผมโกหก คนบ้าอะไรจะไปดูหนังคนเดียว สนุกตายล่ะ

อือ” ไอ้นี่ก็ยอมง่ายเหลือเกินไม่คิดจะบังคับผมเหมือนที่ผ่านๆมาเลย  สัสกูแค่เล่นตัวนิดหน่อยเอง

ปล่อยได้แล้วกูจะไปอาบน้ำ แล้วมึงก็กลับห้องมึงไปเลย

ผลงานมึงเยี่ยมยอดขนาดนั้นกูคงนอนได้

นอนไม่ได้ก็เรื่องของมึง

งั้นก็ไม่ต้องอาบ

เอ้าไอ้นี่! กูจะนอนแล้ว ถ้าไม่อาบกูจะนอนได้ไงเหนียวตัวนะเว้ย

นอนไม่ได้ก็เรื่องของมึง” มันมียอกย้องครับ

เออๆ จะนอนไหนก็เรื่องของมึง” ถ้าไม่ยอมเชื่อดิว่ามันไม่ปล่อยผมไปอาบน้ำหรอก

...

ปล่อยกูสิเฮ่ย” ผมท้วงเมื่อมันไม่ยอมปล่อยผมออก จะสิงร่างกูเลยมั้ยสัสซัน

ขอโทษกูก่อน

ไม่” เรื่องไรผมจะขอโทษมัน ทุกอย่างที่ทำก็สูญเปล่าหมดดิ

งั้นก็ไม่ต้องไป

อย่ามาบังคับกู” มันชักจะเยอะเกินไปแล้วนะเห็นผมยอมนิดยอมหน่อยก็บังคับผมใหญ่เลย ผมชั่งไม่ชอบล่ะ

ขอร้องกูดิ

“…” ผมเงียบและนิ่ง กูไม่ขอร้องและไม่ขอโทษด้วยอยากรัดก็รัดไปปล่อยเมื่อไหร่มึงก็ตายเมื่อนั้น

พอมันเห็นผมเงียบก็ยิ่งพูดจนช่วงนี้ผมไม่เอะใจและไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่มันจะพูดมากกับผม เพราะมันเป็นอย่างนี้ตลอดเวลาที่กวนตีนผม

งั้นนอน

“…”

“…”

“…”

“…”

เอ้อ!! กูยอมกูได้!!” สุดท้ายก็เป็นผมที่ทนความเงียบนี้ไม่ได้ อย่าคิดจะเล่นสงครามย็นกับไอ้ซันเซตเชียวอยังไงคุณก็แพ้มัน

หึ

จะเอาไงก็ว่ามากูจะไปอาบน้ำ!”

ขอร้องกูก่อน

เรื่อง...?” มันจะให้ผมขอร้องมันเรื่องอะไรกัน

ขอให้กูส่งมึงไปดูหนัง

กูไปเองได้สัส

กูไม่ให้ไป” ผมอยากจะเอาแข้งฟาดหน้ามันจริงๆเลย มาลอยหน้าลอยตาบังคับผมอยู่ได้

ขอ

หืม

กูขอแล้วไงปล่อยกูดิ

นั้นเรียกว่าขอ

เออ

กูไม่พามึงไปหรอก” ผมมองหน้าไอ้ซันเซตเคืองๆ ให้ผมขอผมก็ขอแล้วไง จะเอาอะไรกับผมอีกวะ “ขอใหม่

เรื่องมากว่ะ

เร็ว

พากูไปดูหนังหน่อย” เสียงที่เปล่งออกมายิ่งกว่าเสียงกระซิบอีกครับ ไม่ได้ยินก็เรื่องของมันเพราะผมไม่พูดอีกรอบแน่

พี่หายไปไหน” ไอ้... หมดคำจะสรรหามาด่ามันแล้วจริงๆ อะไรก็อธิบายความเป็นมันไม่ได้เลย

            “พี่...ซันเซพาผมไปดูหนังหน่อยครับ” พูดจบผมก็หาที่มุดหน้าทันที ผมพูดรัวเร็วจนฟังแทบไม่ทัน ลิ้นแทบพันกัน ถ้าไม่ทำแบบนี้ผมก็จะพูดไม่ออกไงเลยรวบรัดแม่ง ฟังไม่รู้เรื่องก็ชั่งจะไม่มีรอบต่อไปแน่นอน

            “หึหึ” หัวเราะหาพ่อมึงดิ ได้แต่ด่าอยู่ในใจครับ แต่ดีที่มันไม่อกให้ผมพูดใหม่

            “...” ที่เงียบไม่ใช่ไรครับ อายอยู่ ไม่รู้จะอายทำไมกับแค่ประโยคเดียว

            “ถ้าชื่อกูยาวทำไมมึงไม่เรียกกูว่าเซตเหมือนคนอื่น

            “กูไม่อยากสนิทกับมึงไปมากกว่านี้

            “ทำไม กลัวหลงรักกู” พูดมาได้ไม่อายปากนะมึง กูเป็นผู้ชายสัส

            “กูเป็นผู้ชายไอ้ห่า

            “แต่มึงบอกว่ากูหล่อ” นั่นกูเผลอเหอะ ถ้ากูรู้ว่ามึงแกล้งหลับกูจะไม่ชมมึงให้มึงมาล้อกูหรอกไอ้เหี้ย

            “ผีเข้าสิงกู นั่นไม่ใช่ตัวกู

            “เรียกกลับมาได้มั้ย กูอยากฟังอีก

            “...” ในใจเริมรู้สึกแปลกๆเมื่อได้ยินคำนี้ ผมไม่รู้ว่าผมรู้สึกยังไง ชอบ กลัว หรือเกลียด คำนี้มันไม่สมควรที่จะเอามาแกล้งกันเล่นป่ะวะ

ถึงมันไม่ได้คิดอะไร แต่ผมคิด ผมคิดว่ามันไม่ใช่ จะมีใครที่เกลียดกันแล้วมาพูดแบบนี้ใส่กัน แถมยังกอดกันแน่นอีก ผมว่ามันเริ่มไม่ใช่แล้วว่ะ เพราะตอนนี้ในหัวผมเริ่มคิดถึงแต่คำพูดเมื่อกี้ เหมือนอัดเสียงแล้วเปิดซ้ำ

เรียกกลับมาได้มั้ย กูอยากฟังอีก

เรียกกลับมาได้มั้ย กูอยากฟังอีก

เรียกกลับมาได้มั้ย กูอยากฟังอีก

เรียกกลับมาได้มั้ย กูอยากฟังอีก

 

อยากฟังพ่อมึงดิสาดดดดดดดซานนนนนนนนนนนนนน

 

 

#เด็กปีศาจ

 

-----------------------------------------------------------------------------------

------------------------------

 

เมื่อไหร่จะเรียกพี่ซันเซตว่าพี่เซตสักทีคะน้องวาเลน พี่จะได้พิมพ์ชื่อพี่เซตสั้นๆ

เห็นใจคนแต่งหน่อยเถอะนะคะ

 

อ่านแล้วอย่าลืมเม้นกันนะคะติกันได้ไม่ว่ากันค่ะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 01:44
    จริงอย่างที่วาเลนว่าค่ะ คือเริ่มไม่ใช่แล้วมั้ยพี่ซันเซ็ตแล้วพี่มีแฟนแล้วด้วยไงฮู่ววว
    +คำผิดนะคะ ปลาล้า=>ปลาร้า
    สนุกค่า รอต่อออ
    #24
    2
  2. #19 Pearl (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 21:59
    สนุกอะ ชอบวาเลนกวนดี. ซันเซตก็นิ่งดี
    #19
    0