[YAOI] DIARY'เริ่มต้นรัก

ตอนที่ 2 : บันทึก : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ม.ค. 63



Driary 1 

 

xx/xx/xxxx 

 

 

ผมนั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่นั่งประจำก่อนจะหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมา เป็นสมุดบันทึกสีดำที่ไม่ใหญ่มากนัก ตรงด้านหน้าเขียนด้วยปากกาสีทองว่า ‘Diary’ ก่อนจะเปิดไปหน้าแรกของมัน ที่เขียนเล่าเรื่องราวความรักของคนสองคนเอาไว้

เรื่องราวที่หากใครได้อ่านก็คงจะบอกว่ามันเป็นความรักทั่วไป เป็นความรักที่ไร้เดียงสา แต่ถ้าลองได้อ่านให้ถึงตอนจบแล้วจะรู้ว่า… มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

...หากแต่จุดเริ่มต้นของความรักมักสวยงามเสมอ 





xx/xx/xxxx 

 

ในยามบ่ายสามโมงของทุกวัน เป็นเวลาที่เหล่านักเรียนจะมาออกันที่หน้าประตูทางออก กระทั่งถึงเวลาที่กงเหล็กเปิดถึงได้ทยอยกันออกมาจากหน้าประตูโรงเรียน บ้างก็ขับรถมา บ้างก็มีรถมารับถึงด้านหน้า สถาบันแห่งนี้แม้จะไม่ได้เป็นที่หนึ่งด้านการศึกษาแต่ก็มีความโดดเด่นพอที่ผู้รากมากดีจะส่งลูกหลานมาเรียน จึงไม่แปลงที่จะพบเห็นขบวนเบนซ์มาจอดเรียงแถวกันยาวเฟื้อย

แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เลือกจะเดินทางด้วยรถประจำทาง สถานที่ป้ายรถเมล์จึงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยเหล่านักเรียนที่มายืนรอรถกัน

ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนพวกนั้นเช่นกัน เพื่อรอขึ้นรถเมล์สายที่ต้องขึ้นประจำกลับหอ

หลายคนคงสงสัยว่าผมอายุเท่าไหร่กันถึงได้ออกมาอยู่หอได้ 

ความจริงผมก็เป็นแค่เด็กเกรดสิบเท่านั้น หากเทียบชั้นก็มัธยมปลาย หรือมอสี่นั่นเอง แต่ผมเลือกสอบเข้าที่นี่เพียงเพราะผมไม่ต้องการอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ มันไม่ได้ไกลมากแต่หากต้องเดินทางไปกลับก็ใช้เวลามากเช่นกัน ผมจึงขอพ่อกับแม่ออกมาอยู่หอ พวกท่านอนุญาต เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนผมก็อยู่ตัวคนเดียว เพียงแค่ย้ายสถานที่ให้แคบลง

ระหว่างที่รอรถผมมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย แสงแดดในยามบ่ายแก่ๆ ไม่ได้ทำให้อากาศใจกลางเมืองเย็นลงเลยสักนิดมันร้อนพอๆ กับเที่ยงวันนั่นหล่ะ ผมยังคงมองรถที่วิ่งผ่านไปมา มองความวุ่นวายในเมืองหลวง กระทั่งรู้สึกถึงความมืดที่เข้ามาบดบังตัวผมไว้ ผมหันความสนใจไปที่เงาที่บังแสงแดดให้ สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นหลังกว้างของชายคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้ เขาตัวสูง หุ่นค่อนข้างดี รูปร่างที่ชวนมองของเขา แม้จะไม่เห็นหน้าผมก็คิดว่าคนคนนี้ต้องหน้าตาดีแน่ๆ ขนาดใบหูยังดูดีขนาดนี้

สายตาของผมหยุดอยู่นาน ขนาดแผ่นหลังยังสะกดผมได้ขนาดนี้ อยากเห็นหน้าซะแล้วสิ ว่าจะดึงดูดสายตาของผมได้เท่ารูปร่างของเขาหรือเปล่า

และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ถึงความต้องการของผม เขาถึงได้เปลี่ยนมายืนหันข้างให้ผมแทน ผมเหมือนต้องมนต์สะกดทันทีที่เห็น

ดวงหน้าคมเข้มนิ่งเรียบสนิทกำลังมองดูรถที่วิ่งผ่านไปมา ดวงตาสีดำนั้นดุดันเมื่อสีหน้านั้นเรียบเฉย คิ้วที่เรียงตัวสวยรับกับดวงตาคู่คม

มองเลยลงมาที่จมูกโด่งเป็นสัน มันต้องแสงจนดูดีเหมือนดาราถ่ายภาพนิ่ง ริมฝีปากหนาอมชมพูหน่อยๆ ไม่ได้ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูน่ารักแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับทำให้เจ้าตัวดูหล่อเหนือใคร

เป็นครั้งแรกที่ผมหยุดสายตามองใครนานขนาดนี้

 

 

กว่าจะเลิกมองได้ก็เมื่อรถเมล์สายที่ผมต้องขึ้นแวะมาจอด ผมเดินขึ้นรถไปอย่างนึกเสียดายที่ไม่ได้มองเขาให้นานกว่านี้ หากไม่กลัวว่าจะถูกเขาจับได้หรือผมต้องพลาดรถเมย์สายนี้ไป ผมคงนั่งมองเขาทั้งเย็นนี้แน่ แต่ผมก็ต้องตัดใจเพราะรถที่ผ่านเส้นทางที่ผมจะไปมันมีน้อยเหลือเกิน 

จำนวนคนที่ขึ้นรถสายนี้เยอะจนไม่มีที่นั่งเหลือมาถึงผม มันเป็นเรื่องปกติที่ผมต้องยืนเกาะราวจับผมชินแล้ว อีกทั้งคนในรถค่อนข้างแออัดจนเกินไป และผมต้องทนเกาะอยู่แบบนี้ไปอีกสามป้าย

ในระหว่างที่รถวิ่งไปตามถนน ผมก็ยืนเหม่อลอยมองออกไปด้านนอก พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย รถคันนี้จอดลงที่ป้ายแรกคนที่ลงรถไปน้อยมากแต่คนที่เพิ่มขึ้นกลับมีมากจนคนด้านหน้าเบียดผมมา

ผมขยับไปด้านหลังหน่อยเพื่อนเว้นระยะห่างจากคนด้านหน้า จนแผนหลังชนเข้ากับคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

ขอโทษครับ” ผมหันไปขอโทษอีกฝ่ายก่อนจะรู้สึกคุ้นหน้าเขาขึ้นมา

เป็นคนเดียวกับที่ผมยืนมองที่ป้ายรถเมล์นั่นเอง

อีกฝ่ายทำเพียงชำเลืองมองมาชั่วครู่เท่านั้น เมื่อเห็นว่าเขาไม่ว่าอะไรตอบจึงหันหน้ากลับมา

บนรถร้อนมากเพราะความอัดแน่นของผู้โดยสาร ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าวันนี้ผู้โดยสารเยอะกว่าทุกวันที่ผมขึ้น

เหงื่อมากมายไหลออกมาชุ่มมือที่จับราวจับ ผมปล่อยมือที่ชุ่มเหงื่อกะจะเปลี่ยนไปจับอีกมือ แต่มันดันพอดีกับที่รถเบรกอย่างกะทันหัน

อ่ะ...”

ตัวผมแทบไถลไปข้างหน้า หากไม่ได้คนข้างหลังจับเอาไว้

ระวังหน่อยสิ!” น้ำเสียงที่ดุดันหน่อยๆ ถูกเอ่ยขึ้นมา ผมขมวดคิ้วแปลกใจกับน้ำเสียงที่ได้ยิน...ทำไมเขาต้องดุผมด้วย เราไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย

ขอบคุณครับ”

แม้จะข้องใจแต่ผมก็เลือกที่จะขอบคุณเขาไป และขยับตัวหนีมือที่กอดเอวผมเอาไว้แทน เขาที่เห็นท่าทีของผมดิ้นหนีวงแขนแข็งแกร่งนั่นถึงได้ละออกไปแนบตัวเช่นเดิม ใบหน้าเรียบนิ่งหันไปมองด้านข้างตามเดิมเหมือนเลิกใส่ใจผมแล้ว

ผมก็เลิกสนใจเขาและหันหลังให้ ทุกอย่างจึงกลับเข้าสู่ความเงียบตามปกติ กระทั่งรถขับมาจอดที่ป้ายที่ผมต้องลง

 

 

หลังจากวันนั้นผมก็พบผู้ชายคนนั้นบ่อยๆ เพราะเขามายืนรอรถพร้อมผมทุกวัน นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ผมเจอหน้าเขา เขามักจะยืนอยู่ด้านหลังผมเงียบๆ และผมก็ยืนหันหลังให้เขาเงียบๆ เช่นกัน 

เราไม่ได้พูดคุยหรือเอ่ยทักในตอนเจอหน้ากัน สิ่งเดียวที่ผมรู้คือเขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนผม เพราะเข็มแยกรุ่นที่ติดอยู่บนปกเสื้อนักเรียนของเขามันเป็นสีน้ำเงิน สีของรุ่นพี่เกรดสิบสอง

ตามนิสัยของผม ผมไม่ได้สนใจอะไรใครอยู่แล้ว จึงไม่คิดจะทักทายหรือทำความรู้จักกับใคร ผมเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เพราะไม่เข้าหาใครก่อนถึงได้ไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก

ตึก!

ความคิดผมหยุดลงเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่พุ่งมาชนเท้าให้ผมต้องก้มหน้าลงไปมอง

“...” เป็นลูกบาสนั่นเอง

แถวที่ผมนั่งอยู่มันเป็นโต๊ะหินอ่อนที่อยู่ใกล้สนามบาสนี่นะ ไม่แปลกที่จะมีลูกบาสกลิ้งหลงมาทางนี้

ผมก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาก่อนจะมองหาเจ้าของ พอดีกับที่เห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังวิ่งมาทางนี้ เขาวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าและยื่นมือออกมาคล้ายขอลูกบาสที่อยู่บนมือผมคืน

นี่...ของฉันเอง” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยืนค้ำหัว ก่อนจะเอะใจเพราะใบหน้าที่ดูคุ้นเคย

จะเรียกได้ว่ารู้จักก็ไม่เชิงสะด้วยสิ

เป็นเขาคนนั้นที่ผมเพิ่งนึกถึง เป็นเขาคนนั้นที่ผมเจอทุกเย็นตลอดหนึ่งอาทิตย์นี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหลชุ่มทั้งตัว จนเจ้าตัวต้องยกชายเสื้อนักเรียนที่หลุดลุ่ยขึ้นมาเช็ด

สายตาผมเลื่อนลงต่ำอย่างไม่ได้ตั้งใจ และเกิดเห็นเนื้อหนังที่พ้นสาบเสื้อออกมา หน้าท้องขาวเนียนปรากฏตรงหน้าผม ก้อนซิกแพคน้อยเรียงตัวสวย ดูไม่กำยำและไม่น่ากลัวเหมือนคนเพราะกล้าม เอวคอดนิดหน่อย แต่สิ่งที่ทำให้ผมเลือดกำเดาแทบพุ่งคือร่องลึกทั้งสองข้างที่หายเข้าไปในกางเกงนักเรียนต่างหาก มันดึงดูสายตาผมให้จ้องอยู่นาน

ถ้าเป็นผู้หญิงเห็นก็คงคิดถึงส่วนที่ถูกปกปิดภายในจนอยากจะถอดมันให้พ้นทาง

แต่กับผมก็แค่อิจฉา อิจฉาที่ผู้ชายคนนี้มีหุ่นที่ผู้หญิงต้องอ่อนระทวย และผู้ชายอย่างผมก็อยากมีบ้าง

ผมละสายตาจากหน้าท้องที่ล่อตาล่อใจนั่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนส่งลูกบาสไปให้รุ่นพี่ที่ยืนรอรับมันอยู่

ขอบคุณครับ” เขาบอกขอบคุณผม ก่อนจะส่งยิ้มมาให้และวิ่งออกไป

ผมมองการกระทำของรุ่นพี่คนนั้น เป็นอีกครั้งที่ผมต้องแปลกใจ ทั้งที่อีกฝ่ายก็เดินออกไปไกลแล้ว แต่ผมก็ยังยืนมองอยู่

รอยยิ้มเมื่อกี้นี้มันอะไรกัน

มันเหมือนจะยั่วยวนแต่ก็เหมือนจะยิ้มให้ธรรมดา หัวใจของผมกระตุกไปแวบหนึ่งตอนที่เขาส่งรอยยิ้มประหลาดนั้นมาให้ นี่มันคืออะไรกันนะ

 

 

เจอกันอีกแล้ว” เขาทักผมทันทีที่มาถึง วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เรามายืนรอรถพร้อมกัน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาก็ทักผมก่อน

ครับ”

เป็นรุ่นน้องสินะ...”

ครับ”

พูดเป็นอยู่คำเดียว?”

“...” ผมเงียบเมื่อถูกทักแบบนั้น

จะไม่ให้ผมตอบไปแบบนั้นได้ยังไงก็คำถามของเขามันชวนให้ตอบไปแบบนั้นนี่ ผมเป็นรุ่นน้องเขาจริง และเราก็เจอกันอีกจริงๆ

“...”

รุ่นพี่ที่ทักผมเงียบกลับเมื่อเห็นผมเงียบ เขาเลิกสนใจผมแล้วหันไปมองถนนด้านหน้า ผมจึงหันกลับมาบ้าง เราต่างคนต่างเงียบไม่สนใจจะพูดคุยกันจนรถมาจอด

ผมเดินนำหน้าขึ้นรถไปก่อน ส่วนรุ่นพี่คนนั้นก็เดินขึ้นตามหลังมา ทุกอย่างเหมือนเดิม เขายืนอยู่ข้างหลังผมและคนก็แน่นจนที่นั่งเต็มเหมือนเดิม

ผมน่าจะเปลี่ยนเวลามารอรถบ้าง เพราะตั้งแต่ที่ขึ้นมาก้นผมยังไม่เคยได้สัมผัสกับเบาะอันเลอค่าเลยสักครั้ง แถมคนยังเบียดกันยิ่งกว่าข้าวต้มมัดซะอีก

หมับ!

เฮือก!

ผมสะดุ้งตกใจเมื่ออยู่ๆ ก็มีมือมาจับที่ร่องขาของผม อยากจะก้มลงไปดู แต่ด้วยความที่คนบนรถเบียดกันแน่นจนไม่สามารถก้มลงไปดูได้ หรือต่อให้ทำได้ก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นมือใคร

ผมขยับถอยหลังหนีเบียดกับคนข้างหลัง ในใจก็สั่นกลัวเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

ถูกลวนลามบนรถเมล์

ผมเคยคิดว่าทำไมคนที่ถูกลวนลามถึงไม่ร้องตะโกนให้ใครช่วย แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว เพราะมันร้องไม่ออกไง

ด้วยความที่อายเกินกว่าจะให้ใครมารับรู้เรื่องพวกนี้ได้

ผมพยายามเอื้อมมือลงไปคว้ามือไอ้บ้ากามนั่นไว้ไม่ให้มันลากสูงขึ้นมาแต่เหมือนจะไม่ทัน เพราะมือมันเลื่อนมาจนจะถึงส่วนกลางลำตัวของผมอยู่แล้ว ด้วยความกลัว ผมต้องถอยหนีมือที่น่าขยะแขยงนั่นไปอีก ถอยจนหลังแนบอกคนข้างหลัง พยายามหันตัวหนีมือที่น่ารังเกียจนั่น

เป็นอะไรหรือเปล่า?” เสียงของรุ่นพี่ที่เอ่ยถามเรียกให้ผมมีสติขึ้นมา

ผมจึงรีบหันไปหาเขา หวังให้เขาช่วยผมจากเรื่องร้ายที่เผชิญอยู่ตอนนี้

ร่างสูงใหญ่ก้มลงมากระซิบถามผมอีกครั้ง เพราะท่าทีที่แปลกไปของผม ทำให้อีกฝ่ายเกิดสงสัยขึ้นมา

ชะ...ช่วยด้วย...” เสียงที่สั่นเทาเรียกร้องให้เขาช่วย มันสั่นจนแทบพูดไม่ออก ดีที่หน้าเราอยู่ใกล้กันเขาจึงได้ยินคำขอของผม

ช่วยอะไร?” เขาดูจะไม่เข้าใจว่าผมต้องการให้เขาช่วยอะไร

มือผมขยุ้มเสื้อนักเรียนของเขาเอาไว้แน่น เมื่อมือไอ้บ้ากามยังไม่ละไปไหน มันกลับมาขย่ำก้นผม ยิ่งมือมันขยับผมก็ยิ่งพยายามถอยหนี ถอยจนจะสิ่งร่างรุ่นพี่คนนี้ได้อยู่แล้ว

ช่วยด้วย...อึก...” ผมร้องขอเขา อย่างน้อยเขาก็คือคนเดียวที่ผมพึ่งได้ตอนนี้

อะไร...?” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเริ่มรำคาญที่ผมพูดไม่รู้เรื่อง

ผะ...ผม โดนลวนลาม”

พรึบ!

เมื่อรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นเขาก็พริกร่างให้สลับกัน โดยการเอาตัวมาบังผมทันที ก่อนที่ผู้ชายคนนี้จะดึงผมให้เข้าไปอยู่ในวงแขนแน่น

อยู่แบบนี้ไปจนกว่าจะถึงได้ไหม”

คะ...ครับ”

ผมไม่กล้าเรียกร้องอะไรเพราะกลัว แถมยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

ผมโดนรุ่นพี่ที่ไม่รู้จักกอดเอวไว้จนมาถึงป้ายที่ต้องลง รุ่นพี่ที่ช่วยผมไว้ก็เดินตามผมลงมาด้วย

ขอบคุณครับ” ผมยกมือไหว้ขอบคุณเขา

ไม่ต้องไหว้ก็ได้ฉันไม่ได้แก่คราวพ่อนายสักหน่อย”

ยังไงคุณก็ช่วยผมไว้”

อ่า...งั้นขอเป็นข้าวจานหนึ่งแทนคำขอบคุณละกัน ได้ไหม?”

ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าควรตกลงดีไหม แต่ไหนๆ เขาก็ช่วยผมแล้ว แค่ข้าวจานเดียว ได้อยู่ล่ะมั้ง

ครับ”

งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่โรงอาหารนะ”

ครับ”

ผมยิ้มตอบกลับไปเมื่อเห็นเขายิ้มให้ หลังจากนั้นเราสองคนก็แยกย้ายกันไปทางใครทางมัน ผมไม่ได้ถามว่าพี่เขาชื่ออะไร และเขาก็ไม่ได้ถามชื่อผมเช่นกัน เราต่างไม่รู้จักกันและกัน ไม่รู้ทำไมผมถึงได้คิดว่ามีพี่เขามายืนรอรถเป็นเพื่อนก็รู้สึกดีแปลกๆ ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่เคยคิดแบบนี้เลยแท้ๆ

 

 

กริ่งงงง~

เสียงออดพักเที่ยงดังขึ้น ทำให้ผมรีบเก็บของเข้ากระเป๋าก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไปที่โรงอาหาร

ไอ้วิน จะรีบไปไหนวะ!” เพื่อนผมตะโกนไล่หลังผมมา แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ใจผมมันจดจ่ออยู่ที่โรงอาหารทั้งวันจนไม่มีสมาธิเรียน

ปึงๆ ๆ

ผมรีบเบียดเพื่อนๆ ออกจากห้องก่อนจะวิ่งไปที่ทางลงบันไดเพื่อตรงไปที่โรงอาหาร เสียงเท้าที่กระทบพื้นดังไปรบกวนคนอื่นให้หันมาต่อว่าจะรีบไปไล่ควายที่ไหน! แต่ผมก็ไม่สนใจเท่าไหร่

เฮ้ๆ ใจเย็น จะรีบไปไหนเนี่ย” เสียงหนึ่งเบรกตัวผมไว้ ผมเลยต้องหยุดวิ่งและหันไปมองเพราะเสียงมันคุ้นมาก

พี่” ผมเรียกเขาอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเจออีกฝ่ายที่นี่ “มาอยู่ที่นี่ได้ไงครับ”

ก็มาหานายไง”

มาหาผม?” ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองงงๆ เรานัดกันที่โรงอาหารไม่ใช่หรือไง แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าผมเรียนตึกไหน

ฉันกลัวนายจะเบี้ยวนัดเลยมาดักรอก่อน”

ผมไม่เบี้ยวพี่หรอกครับ” ใครจะกล้าเบี้ยวผู้มีพระคุณกัน

แล้วนายจะรีบไปไหนล่ะ”

ก็รีบไปโรงอาหารไงครับ”

ต้องรีบขนาดนั้นเลยหรือไง”

ครับ ผมกลัวพี่จะรอนาน”

หึ น่ารักจริงๆ เลยนะนายเนี่ย” รุ่นพี่เอื้อมมือมายีหัวผมเหมือนเอ็นดูเด็ก 

ความจริงแล้วผมไม่ชอบให้ใครมาเล่นหัวเท่าไหร่หรอกนะ แต่พอพี่คนนี้ทำผมก็ยืนนิ่งให้เขาจับเล่นเฉยเลย

ไปกันได้ยัง ฉันหิวแล้ว”

ครับ”

 

 

ผมกับรุ่นพี่เดินมาที่โรงอาหารของโรงเรียน มาถึงอีกฝ่ายก็อาสาไปซื้อข้าวให้และให้ผมนั่งจองโต๊ะรอ ระหว่างทางที่เดินมา ผมสังเกตเห็นพวกผู้หญิงมองพวกเราด้วยล่ะ สงสัยรุ่นพี่คนนี้จะป๊อปในหมู่สาวๆ น่าดู ก็หน้าตาออกจะดีขนาดนี้นี่เนอะ

มาแล้วครับ” จานข้าวถูกวางลงตรงหน้าผมก่อนพี่เขาจะอ้อมโต๊ะไปนั่งอีกฝั่ง

อะ...เอ่อ เงินทอนด้วยครับ” แบมือขอเงินทอนจากรุ่นพี่คืน เพราะมันเป็นค่ารถของผมตอนเย็นด้วย

อ่อ...ลืมไปโทษที” พี่เขาก็หยิบเงินในกระเป๋าออกมายื่นให้ผม ผมจึงรับคืนมา เก็บลงกระเป๋าแล้วลงมือทานข้าว

ไม่มีเพื่อนหรือไง...เห็นอยู่คนเดียวตลอด” รุ่นพี่เริ่มชวนผมคุย คงเห็นผมเอาแต่เงียบๆ

มีครับ แต่พวกมันชอบแกล้ง ผมเลยชอบหนีมาอยู่คนเดียว”

เพื่อนที่สนิทก็มีอยู่คนหนึ่งละมั้ง

แล้วชอบให้เขาแกล้งหรือไง”

ก็ไม่ครับ แต่ก็ห้ามไม่ได้”

ไม่ชอบก็บอกไปสิว่าไม่ชอบ จะไปยืนเงียบให้เขาแกล้งทำไม” ผมคิดไปเองหรือเปล่าที่ฟังน้ำเสียงของรุ่นพี่เหมือนจะดุผมกลายๆ

ครับ” ผมตัดปัญหาด้วยการบอกตกลงไปเพราะไม่อยากเถียงกับใคร แต่ความจริงคงไม่พูดหรอก เพราะพูดไปก็คงไม่ฟังกัน บวกกับคนพวกนั้นก็แกล้งผมเล่นไม่ได้จริงจังอะไรนัก

อยากให้ช่วยก็บอกนะ แลกกับข้าวจานหนึ่ง” คนคนนี้ก็ดูเหมือนจะมีตังค์อยู่หรอก แต่ทำไมถึงชอบขอให้ผมเลี้ยงข้าวก็ไม่รู้

ครับ” ผมตอบรับไปส่งๆ เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรให้พี่เขาช่วยเหลืออีกแล้วละนะ

ทานข้าวกันจนอิ่มผมจึงยกจานไปเก็บ เสร็จแล้วก็กะจะเข้าห้องสมุดไปเลย แต่เดินไปได้แค่สองก้าวก็โดนรุ่นพี่คนเดิมกักตัวไว้

จะไปไหน”

ไปห้องสมุดครับ” ผมตอบไปและหวังให้เขาปล่อยตัวผมสักที

เดี๋ยวขอซื้อขนมก่อนค่อยไปพร้อมกัน”

ที่ห้องสมุดเขาไม่ให้เอาของกินเข้าไปไม่ใช่เหรอครับ” มันเป็นกฎเหล็กของห้องสมุดเลยล่ะ

คนมีสิทธิ์พิเศษจะเอาอะไรเข้าไปก็ได้” ยังไงผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ก็ยอมยืนรออยู่ตรงนี้ พอซื้อเสร็จรุ่นพี่ก็เอาขนมมายัดลงกระเป๋าผมแล้วดึงไปถือให้ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร

จากนั้นเราก็มายังหอสมุดที่ตั้งอยู่กลางโรงเรียน มันเป็นเหมือนหอสมุดที่มีขนาดใหญ่ มีประมาณสามชั้น แต่ผมไปสูงสุดก็ชั้นสองเพราะชั้นสามไม่ค่อยมีอะไร และคนก็มักจะขี้เกียจเดินขึ้นไปด้วย

ผมเลือกที่ประจำของตัวเอง ที่ท้ายสุดของชั้นหนังสือเป็นผนังพิงได้ ล็อกนี้เป็นพวกประวัติศาสตร์จึงไม่มีผู้คนเข้ามาใกล้และค่อนข้างสงบที่สุด

นั่งอยู่ตรงนี้ก่อน ฉันจะไปติดสินบนแปบเดียว”

ครับ” ถึงจะไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไรแต่ผมก็ไม่คิดถามและตอบตกลงไป

พี่เขาเดินหายไป ส่วนผมก็เลิกใส่ใจพลางหยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาอ่านต่อ

ผมชอบประวัติศาสตร์นะ มันทำให้รู้เรื่องราวในอดีดและความคิดของคนสมัยก่อน ถึงคนสมัยนี้จะคิดอะไรได้เจ๋งกว่า ไฮเทคกว่า แต่แนวคิดก็มาจากคนรุ่นก่อนทั้งนั้น ที่เรามีตัวหนังสือให้เรียน มีภาษาให้พูด อ่าน เขียน ก็มาจากคนรุ่นก่อนทั้งนั้น ผมว่ามันเจ๋งดี ไม่รู้เขาคิดได้อย่างไร ปัจจุบันผมยังสงสัยอยู่เลย

อ่านไปได้สักพักคนที่บอกจะไปติดสินบนก็กลับมานั่งพิงผนังข้างๆ ผม

อ่านอะไรอยู่” เขาพลิกหนังสือในมือผมดูก่อนจะเบ้หน้าใส่ทันที “อ่านเข้าไปได้ไง”

น่าสนใจออกครับ” ยิ้มตอบเขา

กรอบ

ขนมถูกยัดเข้าปากผมหลังจากที่พี่เขาแกะห่อ ผมเลยหันไปมองคนที่ถือวิสาสะเอาขนมมายัดปาก ก่อนจะเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วหันกลับมาอ่านหนังสือที่ค้างไว้ต่อ

ถ้าถูกจับได้ก็รับผิดด้วยกันนะ”

โห่พี่ ใส่ร้ายผม” ผมพูดติดตลก ปากก็ยังรับขนมที่เขาส่งเข้าปากมาเคี้ยวและอ่านหนังสือไป

พี่ชื่อพายุ...นายล่ะ” อยู่ๆ เขาก็แนะนำตัวกับผม ก่อนจะถามชื่อผมกลับ

ผมทวินครับ”

ผมตอบเขาสายตาก็ไม่ได้ละไปจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ พี่พายุไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากนั้น และปล่อยให้ผมอ่านหนังสือไป โดยที่เขาก็ไม่ได้หยุดป้อนขนมผมเลย บางทีเขาก็แกล้งผมทำเป็นยื่นขนมมาใกล้ปากผม พอผมอ้ารับก็เอาหนี จนผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเขาถึงได้ยื่นมาให้ใหม่

ผมไม่รู้ว่าใช้เวลาอ่านหนังสือไปนานเท่าไหร่ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงออดเข้าเรียนช่วงบ่ายดังแล้ว และผมกำลังจะเข้าเรียนสาย

ผมเตรียมขยับตัวเพื่อลุกขึ้น แต่ความหนักตรงไหล่ทำให้คิดได้ว่าพี่พายุนอนพิงไหล่ผมอยู่ ถ้าลุกออกไปตอนนี้หัวเขาคงฟาดพื้น เลยต้องเอื้อมมือเขย่าตัวเขาเบาๆ เพื่อปลุกให้เขาตื่น

พี่พายุครับ” ผมส่งเสียงเรียกเมื่อเขย่าแล้วพี่พายุไม่ยอมตื่น ร่างของเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผม

หือ...ว่าไง?”

เอ่อคือ...มันบ่ายแล้วครับ ต้องไปเรียนคาบต่อไปแล้ว”

ยังง่วงอยู่เลยขอนอนต่ออีกหน่อยได้ไหม” เสียงพี่พายุดูงอแง ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมางอแงใส่ผม

คือผมต้องไปเรียนแล้วครับ นี่ก็สายแล้วด้วย”

โดดได้ไหม”

ตกใจนิดหน่อยที่เขาพูดแบบนั้น เขาพูดเหมือนการโดดเรียนเป็นเรื่องที่ง่ายดาย แต่สำหรับผมมันไม่ใช่

มันไม่ดีนะครับ”

ก็เหมือนขาดนั่นแหละคิดมากแค่วันเดียวเอง นะ”

แต่ผมไม่กล้า...” (โดด)

ลองสิ จะได้รู้ว่าเป็นยังไง ถ้าวินไม่ชอบก็ไม่ต้องทำอีก โดดแค่ครั้งเดียวไม่ทำให้นายสอบตกหรอกน่า” พี่พายุพยายามเกลี้ยกล่อมผม หัวใจผมสั่นไหวเพราะไม่เคยโดดเรียนมาก่อน มันเลยกลัว กลัวว่าจะถูกจับได้ และกลัวคนอื่นจะมองผมเป็นเด็กไม่ดีถ้ารู้ว่าผมหนีเรียน

ผะ ผม...”

ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ไง...นะ”

ครับ”

เฮ้ออ~ แล้วผมก็ตอบตกลงไป ไม่รู้ทำไมแต่ผมรู้สึกไม่กล้าขัดใจเขา

ผมกลับมานั่งที่เดิมแล้วหยิบหนังสือเล่มที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง พี่พายุก็เหมือนจะเอนหัวมาพิงผมต่อ แต่รอไปสักพักก็ไม่รู้สึกถึงแรงกดทับลงมา เลยต้องหันหน้าไปมอง

วินาทีที่หันไป ปลายจมูกผมได้ชนเข้ากับจมูกโด่งของพี่พายุ ผมเพิ่งรู้ว่าพี่เขาเอี้ยวตัวเข้ามาใกล้ผมขนาดนี้ และด้วยความที่ตกใจเพราะใบหน้าเราอยู่ใกล้กันมาก ผมเลยเอี้ยวตัวหนี แต่ก็ถูกพี่พายุคว้าตัวเอาไว้แล้วดึงร่างผมให้เข้าหาอีกครั้ง

เดี๋ยวก็หงายหลังหรอก” พี่เขาดุผมอีกแล้ว สายตาที่จ้องมองมาก็ดูนิ่งมากด้วย

“...” ผมเอาแต่มองหน้าเขาหวาดๆ เพราะตอนนี้เขาไม่ได้ละหน้าออกไปไหนแถมผมยังรู้สึกว่ามันเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ใกล้จนน่าหวั่นใจ

สั่นทำไม พี่รุกนายเร็วไปหรือ”

ที่ผมสั่นเพราะผมกลัวเขา แต่ที่เขาบอกว่ารุกผมมันคืออะไรผมไม่เข้าใจเลย

ช่วยขยับออกไปหน่อยได้ไหมครับ” ถึงจะกลัวแต่ผมก็พูดขออีกฝ่ายดีๆ ไม่ได้ทำท่ารังเกียจ

รู้ไหม ทุกคนบอกว่านายเหมือนราชสีห์”

“...”

แต่ฉันว่านายเหมือนแมวซื่อๆ มากกว่า”

หมายความว่าไงครับ”

ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยสักนิด เขาพูดถึงเรื่องอะไรกัน

เหมือนแมวที่รักสันโดษ จะทำให้เชื่องก็ไม่ยากสักนิด” ผมพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่พี่พายุพูด เขาบอกว่าผมเป็นแมว ผมรู้แค่นั้นจริงๆ

พี่ชอบแมวหรอครับ” เห็นเขาพูดแต่เรื่องแมวๆ เลยคิดว่าเขาอาจจะชอบแมว และไม่อยากเก็บเรื่องที่พี่พายุพูดมาใส่ใจ เพราะผมไม่ชอบคิดอะไรที่มันยุ่งยาก

ซื่อจริงๆ ด้วย” พี่พายุยิ้มออกมาก่อนจะถอยตัวออกไปนั่งหลังตรงตามเดิม

เมื่อทุกอย่างเข้าสู่ปกติ ผมที่กลับมานั่งตัวตรงตามเดิม เลิกสนใจพี่พายัพทันที ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ต่อ

บางทีถ้าวันนั้นผมใส่ใจในคำพูดของพี่พายุสักนิด แล้วรีบถอยออกมา เรื่องต่างๆ ก็คงไม่เลยเถิดมาไกลขนาดนี้


....
100%


#บันทึกรัก(พายุ)

Twitter : @Th_fondness



B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #1 Kahlii (@Zaimonzuun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 19:13
    แงงง.... เตรียมใจไว้ก่อนเลย

    เปิดเรื่องมาแบบนี้

    อย่ามาทำร้ายกันนะ
    #1
    0