[YAOI] DIARY'เริ่มต้นรัก

ตอนที่ 3 : บันทึก : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ม.ค. 63




Driary 2 

 

xx/xx/xxxx



วินวันนี้กูไม่กลับมานอนนี่นะ มึงไม่ต้องรอกู

ครับ

วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่คบกันมา ผมเลยออกไปซื้อของสดมาทำอาหารที่แฟนผมชอบเพื่อฉลองพร้อมกับของขวัญเล็กๆ แต่มันคงไม่จำเป็นอีกแล้ว เมื่อเดินเข้าห้องมาก็เห็นเขากำลังเตรียมตัวจะไปที่ไหนสักที่ ซึ่งผมรู้ดีว่าที่ไหนที่ผู้ชายคนนี้จะไป

มานี่สิเสียงทุ้มเรียกให้ผมไปหา ผมจึงนำของไปวางไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วเดินไปหาเขา

จู๊บ

กลับมาค่อยทำให้กูกิน ของที่มึงซื้อมาสัมผัสบนริมฝีปากที่อีกฝ่ายมอบให้คล้ายปลอบใจผมที่ถูกทิ้งให้อยู่ห้องคนเดียว

“....” ผมได้แต่ยิ้มรับทั้งๆ ที่ข้างในกำลังรู้สึกเจ็บ มันไม่เคยชินเลยสักครั้งที่ถูกกระทำแบบนี้

ให้กูกินมึงด้วยนะ

ครับ

แม้ในใจจะไม่รู้สึกยินดีแต่ผมก็มอบสัมผัสแบบเดียวกันให้เขา ส่งความรู้สึกที่เสแสร้งว่าไม่เป็นไรไปให้

ถึงอยากจะรั้งเขาให้อยู่กับผมในคืนนี้ แต่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เลยต้องยอมปล่อยเขาไป เพื่อที่เขาจะได้อยู่กับผมไปนานๆ

พอแล้ว...เดี๋ยวกูก็อดใจไม่ไหวหรอกไม่ไหวก็อย่าไป อย่าไปจากผม

ผมให้พี่กินได้ตลอด จะตอนนี้หรือพรุ่งนี้ ขอแค่พี่อยากจะกินผม

ขอแค่เขาอยู่กับผม

เดี๋ยวนี้ยั่วกูจังนะมึงน่ะ

แล้วขึ้นไหมล่ะครับ

ไม่เอากูไม่อยากขึ้นกับมึงตอนนี้ กูมีนัดผมส่งยิ้มไปให้พี่พายุเพื่อกลบเกลื่อนสีหน้าที่เศร้าหมอง พยายามท่องกับตัวเองเอาไว้ ว่าพี่พายุไม่ชอบเห็นอะไรแบบนี้ ผมถึงต้องยิ้มออกมา ต่อให้หัวใจต้องเจ็บปวดแค่ไหน สีหน้าที่ผมทำได้ต่อหน้าผู้ชายคนนี้มีแค่เรียวปากที่ยกขึ้นยิ้มให้เขา

ผมรักพี่พายุนะครับ

อือ

มือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวผม เพื่อบอกว่าเขารับรู้ในสิ่งที่ผมพูด

กูต้องไปแล้ว อยู่เฝ้าบ้านดีๆล่ะ

ครับสั่งเสร็จก็จูบผมอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป

ผมได้แต่ยืนมองตามหลังเขาจนลับหายไปพร้อมประตูที่ปิดลง และผมก็ไม่สามารถเก็บความรู้สึกได้อีกต่อไป น้ำตาหยดแรกไหลลงมากระทบแก้ม ก่อนที่มันจะไหลออกมาไม่ขาดสาย สายตาที่ทอดมองไปยังประตูและหวังให้มันเปิดอีกครั้ง แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่มันจะเปิดตอนที่ผมต้องการ ผมน่าจะชินชากับความหวังลมๆแล้งๆ ได้แล้ว เพราะยิ่งหวังมากมันก็ยิ่งเจ็บมาก

ในวันที่ไม่ได้รู้สึกต่อเขา

ถ้าผมรู้ตัวสักนิด

ทุกอย่างมันคงไม่เป็นแบบนี้



xx / xx / xxxx

 

 

เป็นยังไงบ้างประสบการณ์โดดเรียนครั้งแรกผมหันไปมองคนที่ถามคำถามนี้กับผม ตอนที่เรากำลังเดินออกมารอรถเมล์หน้าโรงเรียนด้วยกัน

ก็ตื่นเต้นดีครับ แต่ผมไม่ขอทำอย่างนั้นอีกดีกว่ามันไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่ที่หนีเรียนแบบนี้

โอเค งั้นฉันจะไม่บังคับนายอีก

ครับ

เราเดินคุยกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าป้ายรถเมล์ คนยังแออัดเหมือนเดิม โชคดีที่เราไม่ต้องรอรถนาน เพราะเมื่อมาถึงรถคันที่ผมต้องขึ้นก็ขับมาจอด ผมชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะขึ้นดีไหม เหตุการณ์ที่โดนลวนลามเมื่อคราวก่อนมันยังฝังใจผม ทำให้ผมกลัวการขึ้นรถเมล์

กลัวว่าจะถูกกระทำแบบนั้นอีก

หมับ

ในจังหวะที่ผมยืนลังเลอยู่หน้าประตูทางเข้า มือผมได้ถูกใครบางคนคว้าไปก่อนจะลากผมให้ขึ้นไปบนรถ

ไม่มีอะไรต้องกลัว ฉันอยู่ข้างหลังนายทั้งคนพี่พายุพูดกับผมจนต้องตอบรับไป บางทีมันอาจจะไม่เป็นอะไรถ้ามีพี่เขาอยู่

ครับ

ในตอนนี้ผมที่ยืนหันหลังให้พี่พายุก้มลงยิ้มกับตัวเองในคำพูดของรุ่นพี่มอหกที่ฟังดูน้ำเน่า แต่กลับอุ่นไปถึงข้างใน ทำให้ผมสบายขึ้นมาได้

ถ้ากลัวก็เอามือไปปิดไว้เดี๋ยวฉันจับนายไว้เองเขาดึงมือผมออกจากราวจับแล้วปล่อยลงล่าง ก่อนที่แขนใหญ่จะล็อกคอผมเอาไว้เบาๆ

ผมเอามือไปปิดตรงกลางลำตัวตามที่เขาบอกและเอนตัวไปข้างหลัง หวังใช้อกพี่พายุเป็นที่พิงแทน พี่เขาก็จับตัวผมเอาไว้ไม่ให้ไถลไปชนใครเข้าเวลาที่รถเบรกหรือเคลื่อนตัว

ทำแบบนั้นจนมาถึงป้ายที่ผมต้องลง เขาไม่ได้เดินลงมาส่งผมเหมือนครั้งก่อนและเราก็แยกกันตรงนั้น ผมไม่เคยรู้ว่าพี่พายุไปลงที่ไหนเพราะไม่เคยถาม และไม่คิดจะถามเพราะมันเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องรู้

 

ผมมาโรงเรียน เหมือนทุกวัน แต่ตอนกลับบ้านมันมีสิ่งที่แปลกไปจากเดิม ผมมักจะมองหาพี่พายุทุกครั้งที่มายืนรอรถ บางวันเขาก็มาก่อนผม บางวันก็มาหลังผมหรือบางครั้งเราก็มาพร้อมกัน แต่ไม่มีวันไหนที่ผมจะไม่เห็นเขาเลย

รอนานไหม?” ร่างที่สูงกว่าผมมากทักขึ้นเมื่อมาถึง ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงหอบหายใจหนักๆ ของเขา ผมไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรมาถึงได้มายืนข้างผมแบบนี้ เม็ดเหงื่อไหลตามกรอบหน้าจนชุ่ม

เห็นสภาพของเขาแล้วผมถึงกับส่ายหน้า ผมล้วงมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะส่งให้พี่พายุ

โชคดีที่ผมเป็นคนที่เหงื่อออกง่ายเลยมีผ้าเช็ดหน้าติดกระเป๋าไว้ประจำ

ขอบคุณครับ

ไปทำอะไรมาครับทำไมถึงได้เหงื่อออกเยอะขนาดนี้

เป็นครั้งแรกที่ผมถามเรื่องคนอื่นก่อน และเป็นครั้งแรกที่ผมอยากจะรู้เรื่องของรุ่นพี่คนนี้ ผมก็แค่สงสัยว่าเขาไปทำอะไรมา แต่ก็ถามไปอย่างนั้นโดยไม่ได้สนใจคำตอบอะไรมากนัก

เล่นบาสกับเพื่อนจนลืมเลยว่าต้องไปส่งวิน

ทำไมต้องไปส่งผม?” ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเท่าไร่ ในเมื่อเราก็กลับบ้าด้วยกันอยู่แล้ว

อ้อ! ...พี่ต้องไปส่งวินแล้วกลับบ้านด้วยไง กลัววินจะยังกลัวเรื่องนั้นอยู่

อ้อ ความจริงก็กลัวนะครับ แต่ผมกลับบ้านเองได้ ตอนไม่มีพี่พายุผมก็กลับคนเดียวตลอด

แต่พี่อยากให้วินกลับเองไม่ได้นะ พี่อยากไปส่งเดี๋ยวนี้มีพัฒนามาแทนตัวเองว่าพี่นะครับอ่ะ รถมาพอดีเลย...ไปกันเถอะ

พี่พายุรีบคว้ามือผมก่อนจะพาเดินขึ้นรถไปเหมือนทุกวัน

คนยังอัดแน่นเช่นเดิม และตัวผมก็ถูกคนด้านหลังคว้าเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัว ผมทาบแขนตัวเองลงบนแขนพี่พายุที่เกาะอยู่ตรงเอวผม เคาะนิ้วเล่นบนหลังมือใหญ่ พลางเอนหลังพิงอกพี่เขาไปด้วย แรกๆ ผมก็เกร็งอยู่เหมือนกันที่ทำแบบนี้ แต่หลังๆ ร่างกายมันไปเองโดยอัตโนมัติ

ทุกอย่างที่พี่เขาทำมันดูเป็นธรรมชาติมาก ตอนแรกแค่ล็อคคอไว้ หลังๆ เริ่มเลื่อนลงมาเรื่อยๆ จากไหล่ลงอกและลงมาที่เอว

ผมแทบไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ แต่ที่คาดไม่ถึงคือตัวเองไม่คิดจะห้ามปราม แถมยังเต็มใจให้เขากอด แต่นั่นแหละผมเป็นพวกไม่คิดอะไรที่มันซับซ้อนให้ปวดหัวอยู่แล้ว ตราบใดที่ผมไม่ลำบากใจที่พี่พายุทำแบบนี้ผมก็จะปล่อยให้พี่เขาทำไป

วันนี้ให้พี่ไปส่งที่หออีกไหมพอได้ยินเสียงที่ถามมาผมเลยเอี้ยวหน้าไปมองคนที่ยืนเป็นเสาร์ให้พิงอยู่ด้านหลัง

ไม่เป็นไรครับ พี่ดูเหนื่อยๆ กลับไปพักผ่อนเถอะครับ

พี่อยากไปส่งวิน จะได้คุยกันด้วย นะ

ครับเขารู้ว่าถ้าตื๊อมากๆ แล้วผมจะยอม ที่ผมยอมไม่ใช่เพราะใจอ่อนแต่ยอมเพราะอยากตัดปัญหาในการถกเถียงกันมากกว่า ถ้าผมบอกว่าไม่ยังไงพี่เขาก็จะบอกว่าจะไปผมเลยตอบตกลงไปเท่านั้น

 

ผมกับพี่พายุเดินลงจากรถเมล์เมื่อถึงป้ายที่ต้องลง เราเดินคุยกันไประเรื่อยระหว่างทางไปบ้านหอผม

ผมอยู่หอคนเดียวเพราะเลือกเรียนไกลบ้าน ในช่วงมอสี่อาจจะคิดว่าผมยังเด็กเกินไป แต่ครอบครัวผมรู้ดีว่าผมโตพอที่จะอยู่คนเดียวได้พวกท่านเลยอนุญาต

ทำไมน้องวินถึงอยู่คนเดียวล่ะครับพี่พายุถามผม ระหว่างที่เรากำลังเดินเข้าซอยที่หอผมตั้งอยู่

ผมไม่ชอบอยู่บ้านเลยเลือกเรียนที่นี่ครับ

มาอยู่คนเดียวแบบนี้พ่อแม่ไม่เป็นห่วงแย่เหรอ

พ่อกับแม่ผมเดินทางไปต่างประเทศบ่อย พวกเขาไม่ค่อยอยู่ติดบ้านกันอยู่แล้ว ความจริงจะอยู่ที่บ้านหรือที่นี่มันก็ไม่ต่างกันหรอกครับ

กลับบ้านไปก็ไม่มีใครอยู่แล้ว พี่ชายผมก็อยู่หอที่มหาลัย พ่อกับแม่ก็ออกไปดูงานที่ต่างประเทศ กลับมาก็มาอยู่แค่ไม่กี่วัน มันก็เหมือนผมอยู่คนเดียวอยู่ดี

เก่งจังนะพี่คงอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก เหงาแย่

“...” ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ

ทุกคนที่รู้ว่าผมอยู่หอก็มักจะบอกว่าผมเก่ง แต่ผมว่าไม่ใช่ความเก่งหรอก มันเป็นความชินต่างหาก ถ้าพ่อแม่ของพี่พายุชอบทิ้งลูกให้อยู่ลำพังในบ้านหลังใหญ่ เดี๋ยวก็ชินที่จะอยู่คนเดียวเองแหละ

ถึงหอแล้ว

เราหยุดยืนที่หน้าหอผม เป็นตึกแถวสี่ชั้น ห้องขนาดเล็กและแสนธรรมดา ที่จริงครอบครัวของผมต้องการให้ผมอยู่คอนโดใหญ่โตมากกว่า เพราะความสะดวกสบาย และความปลอดภัย แต่ผมเลือกที่จะอยู่ที่นี่เพราะผมคิดว่าตัวเองสบายกับห้องแคบๆ มากกว่า ห้องกว้างที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากเครื่องอำนวยความสะดวก พี่พายุเคยมาส่งผมที่นี่ครั้งหนึ่ง

งั้นผมไปก่อนนะครับผมบอกลารุ่นที่เดินมาส่งก่อนจะหันหลังแล้วออกเดิน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหนก็โดนเขาคว้าแขนเอาไว้จนต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

มีอะไรรึเปล่าครับ?” ความสงสัยที่ถูกรั้งตัวไว้ ทำให้ผมถามคนที่เงียบใส่ออกมา

“...”

อีกฝ่ายไม่ได้ตอบผมแต่กลับเดินเข้าหาผมแทน มือที่ว่างของพี่พายุเอื้อมมาคว้าหลังคอผมไว้ ก่อนที่หน้าของเขาจะตรงเข้าหาผมและประทับริมฝีปากลงมาทัน

ผมยืนนิ่งค้างด้วยความตกใจเมื่อโดนพี่พายุจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมไม่คิดว่าเขาจะทำตัวรุ่มร่ามกับผมแบบนี้ และผมก็ไม่เคยโดนใครจูบมาก่อน

นิ่งอยู่เพียงไม่นานพี่พายุเริ่มขยับปาก ผมที่เพิ่งได้สติก็ขัดขืนด้วยการดันอกเขาให้ออกไป แต่สองแขนของผมกลับดูไม่เต็มใจเลยสักนิด ผมผลักพี่พายุด้วยแรงที่เท่ากับเอานิ้วไปสะกิด ผลักอยู่สองสามครั้งก็เปลี่ยนมากอดเขาซะงั้น หลับตาลงพร้อมกับริมฝีปากที่ขยับอ้าเปิดรับเขาให้เข้ามา ก่อนจะเอียงหน้ารับองศาคนที่ชักนำผมไปไกล

เนิ่นนานกับจูบแรกที่เร่าร้อน และดูเหมือนผมจะหมดลมหายใจแล้ว พี่พายุถอนปากออกเมื่อเห็นผมทำท่าจะไม่ไหว ผมกำลังจะขาดอากาศหายใจกับจูบของอีกคน

ฮ่า ฮ่า...” รีบสูดอากาศเข้าปอดทันทีที่ปากเป็นอิสระ ตอนที่โดนจูบผมกลั้นหายใจตั้งนานสองนาน

ใครบอกให้กลั้นหายใจกัน หืมพี่พายุว่าผมด้วยสีหน้าราวขบขันกับการกระทำที่ดูเหมือนเด็กอินโนเซนต์ของผม

ผม...ไม่เคยนี่ครับ เลยไม่รู้ว่าต้องทำยังไง...”

ไม่รู้ก็เลยกลั้นหายใจมันซะเลยหรือ น่ารักจังครับ หึหึแล้วพี่เขาก็หัวเราะผม

ครับผมตอบรับทั้งที่หน้าเริ่มแดงขึ้นมาเรื่อยๆ โดนหัวเราะเยาะ อีกทั้งเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างเรา...

ให้พี่สอนให้ไหม?” พี่พายุหยุดหัวเราะผมก่อนจะพูดคำที่ผมไม่คิดว่าเขาจะพูดจริง แต่พอดูสีหน้าที่เรียบนิ่งคล้ายจริงจังกับคำพูดนั้น ผมเกิดหวั่นใจขึ้นมา

เรื่องแบบนี้มันสอนกันได้ด้วยหรือ

พี่พายุครับผมเรียกพี่พายุด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ ดวงตาของผมสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลที่จ้องมองมา ผมรู้ว่าตัวเองอ่อนต่อเรื่องพวกนี้ แต่การที่พี่เขาจูบผมมันก็ทำให้ผมรู้แล้วว่าพี่เขากำลังคิดอะไรอยู่

ว่าไงครับ

ผมเป็นผู้ชายครับพี่พายุ

พี่เห็น...และพี่ก็เป็นผู้ชายด้วย

ผมเป็นผู้ชายที่ไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกันแม้หน้าจะให้มากแค่ไหนก็ตาม ผมก็ยังชอบผู้หญิง ยังมองผู้หญิงเหมือนผู้ชายทั่วไป

พี่รู้...แต่คนเรามันเปลี่ยนกันได้

พี่อย่าหวังอะไรจากผมเลยครับ ผมไม่มีอะไรให้พี่หวังหรอก

ผมเปลี่ยนเพื่อใครไม่ได้หรอก ผมรู้ตัวดี ผมอยากเป็นตัวผมแบบนี้ไปตลอดมากกว่า

ครับ ถ้าน้องต้องการแบบนั้น พี่ก็จะไม่บังคับพี่วินถอยออกห่างจากผม สีหน้าที่ดูสลดลงไปแต่ก็ยังฝืนยิ้มกลับมาให้จนใจผมเริ่มกระตุกแปลกๆ

พรุ่งนี้เจอกันนะครับผมบอกลาพี่เขาแม้จะรู้สึกไม่ดี อยากจะขอโทษแต่ก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าจะขอโทษเขาทำไม เพราะสิ่งที่ทำก็แค่บอกให้เขาเข้าใจ

พี่ไปนะเขาบอกลาผมก่อนที่เราทั้งสองจะหันหลังให้กันไป ผมใช้คีย์การ์ดแตะเปิดประตูหอก่อนจะหันไปมองพี่พายุอีกครั้ง พอดีกับที่เขาก็หันมามองผม เราสบตากันแวบหนึ่งก่อนที่ผมจะหันกลับมาเพื่อหนีเขาแล้วเดินเข้าหอไป

ผมเดินขึ้นห้องไปโดยไม่หันกลับไปมองคนข้างหลังอีก อยากย้อนเวลากลับไปตอนที่พี่พายุไม่ดึงผมเข้าไปจูบจัง บางทีผมอาจจะแกล้งโง่ให้เขาทำทุกอย่างเหมือนเดิมต่อไปได้ เพราะตอนนี้ผมคงไม่สามารถให้เขาถูกตัวผมเหมือนอย่างเคยได้อีกแล้ว

 

 

วันนี้ทั้งวันผมเอาแต่คิดไม่ตกกับเรื่องที่จะต้องเจอหน้าพี่พายุหลังเลิกเรียน ผมไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงหากเจอเขา เขายังจะทักผมเหมือนเดิมไหม จะจูงมือผมขึ้นไปบนรถเมล์เหมือนเดิมหรือเปล่า ผมเอาแต่คิดเรื่องพวกนี้จนไม่เป็นอันเรียน หากเขาทำทุกอย่างเหมือนเดิม แล้วตัวผมล่ะ จะยังคงเหมือนเดิมกับรุ่นพี่คนนั้นได้อยู่อีกหรือ จะทำเป็นมองข้ามเจตนาของเขาแล้วปล่อยให้เขาสัมผัสตัวได้เหมือนเดิม ทำได้จริงๆ หรือวิน

กรี๊งงงงง~

เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นให้ใจผมกระตุกหน่อยๆ ผมเก็บของเข้ากระเป๋าก่อนจะลุกขึ้นบอกลาเพื่อนแล้วเดินออกไป ในใจเต้นรัวทุกครั้งที่คิดว่าอีกนิดเดียวก็จะถึงป้ายรถเมล์ แต่เมื่อไปถึงก็ต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะผมไม่เห็นร่างที่คุ้นตายืนอยู่เลย ผมมองหาพี่พายุอยู่นานแต่ก็ไม่เจอ จนเริ่มคิดว่าเขาหายไปไหน พอดีกับที่รถสายที่ผมขึ้นประจำขับมาจอด และทุกคนก็เดินขึ้นรถไป ผมเดินตามคนอื่นๆ ไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักตรงหน้าประตู

อยู่ๆ ผมก็เกิดนึกถึงเรื่องเมื่อตอนที่โดนลวนลามบนรถคันนี้ขึ้นมา ถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นวันนี้ล่ะ ใครจะช่วยผม

หันไปมองด้านหลังก็เป็นคนแปลกหน้าที่รอขึ้นรถอยู่ ผมชั่งใจอยู่ไม่นานก็ต้องเดินขึ้นรถไปเมื่อโดนสายตาทางด้านหลังกดดัน

ผมทำได้ ตอนที่ไม่มีพี่พายุอยู่ ผมยังขึ้นได้เลย ตอนนี้ผมก็ต้องขึ้นได้

ผมเอื้อมมือไปจับราวจับก่อนจะโดนคนข้างหลังเบียดเข้ามาจนตัวผมไปชนกับคนข้างหน้า และมันก็แออัดมาก

ผมเคยชินกับความแออัดนี้ แต่ตอนนี้มันกลับเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ มันไม่ได้ชินเหมือนเมื่อก่อน ผมหวาดกลัว ผมไม่สบายใจเมื่อถูกเบียดมากเข้า

ทำไมรถที่จะผ่านเข้าหอผมมันต้องมีแค่สายเดียวด้วยวะ หรือผมควรย้ายหอดี

ผมพยายามทำตัวเล็กๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายตัวเองไปเบียดกับคนอื่นมากนัก แต่ก็ดูมันจะไม่เป็นผลเลย เหงื่อผมผุดขึ้นตามใบหน้ามากกว่าปกติ เพราะผมหวาดระแวง กลัวเหตุการณ์มันจะซ้ำรอย ยิ่งตอนนี้ไม่มีใครอีกคนคอยอยู่ข้างหลังด้วยแล้ว ผมยิ่งระวังตัวหนัก

รถหยุดลงที่ป้ายแรก และผมยังต้องทนไปอีกสองป้าย ผมรู้สึกว่าเวลามันเดินช้า หรือรถขับช้ากันแน่ อดทนมาตั้งนานเพิ่งจะถึงป้ายแรกเองเหรอวะ ตอนนี้ผมชักหายใจไม่ออกแล้ว นี่ผมเป็นอะไรวะ เมื่อก่อนไม่เห็นจะเป็นแบบนี้

ในที่สุดความอดทนของผมก็สิ้นสุด เมื่อผมทนต่อไปไม่ไหวจนต้องเบียดคนอื่นๆ ลงจากรถ พอลงมาได้ก็แทบยืนหอบ มือรีบล้วงกระเป๋าควานหาผ้าเช็ดหน้าเพื่อนำมาเช็ดเหงื่อแต่ดันไม่มี

ลืมไปว่าผมได้มอบมันให้คนอื่นไปแล้ว และพี่เขาก็ยังไม่ได้เอามาคืนผม เลยต้องใช้หลังมือเช็ดแทน

เฮ้ออ~

ลงมาจากรถแบบนี้แล้วจะกลับหอยังไงล่ะทีนี้ ผมไม่เคยมาขึ้นรถที่ป้ายนี้ด้วย แล้วรถที่ผ่านสถานที่ที่ผมอยู่มันจะมีเมื่อไหร่กัน ไม่น่าลงจากรถโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

จะขึ้นแท็กซี่ก็ไม่ได้ ดูเศษเงินในกระเป๋าแล้วไม่น่าถึง เลยต้องทำใจไปนั่งรอรถที่ป้ายแทน

ผมพยายามมองรถที่เข้ามาจอดที่ป้ายนี้พยายามอ่านว่าผ่านที่ที่ผมอยู่หรือไม่ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีมาสักคัน ลองถามคนแถวนี้ดู และได้ความมาว่าถ้าจะรอรถสายที่ผ่านไปแถวนั้นคงต้องรออีกนานเลย จนตอนนี้ผมเริ่มทำใจได้แล้วว่าตัวเองต้องติดอยู่ที่นี่อีกนาน ผมหยิบมือถือขึ้นมาเล่นแก้เบื่อ เล่นจนจะเบื่ออีกรอบก็ยังไม่เห็นวี่แววของรถ เอาจนมืดและเหลือผมเพียงคนเดียวในป้ายรถเมล์

เฮ้อออ~

นั่งถอนหายใจเล่นไปแล้วกัน

ผมนั่งถอนหายใจเล่นกับตัวเองจนเวลาล่วงเลยไปอีก นี่ก็มืดสนิทแล้วผมต้องรออีกนานแค่ไหนกันนะ

ปิ๊นๆ ~

ในขณะที่ผมกำลังจะหมดความอดทนกับการนั่งรอรถกลับหอ เสียงแตรรถก็ดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง ผมเงยหน้าขึ้นมองหา เห็นรถจอดอยู่หน้าป้ายรถเมล์หนึ่งคัน

ตอนแรกก็งงว่ารถคันนี้มาบีบแตรทำไม แต่พอคนขับลงมาจากรถผมก็เข้าใจทันทีว่าเขาบีบแตรเรียกผม

ร่างสูงโปร่งของพี่พายุเดินดุ่มเข้ามาหาผม และมาหยุดอยู่ตรงหน้า ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่เขาเพราะตัวเองนั่งอยู่

มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวครับน้องวิน

ผมมารอรถกลับหอครับ

ทำไม่มารอตรงนี้อีกฝ่ายทำสีหน้าแปลกใจที่ผมมารอรถตรงนี้ แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรพี่เขาเรื่องที่ผมกลัวการขึ้นรถเมล์เวลาที่ไม่มีพี่พายุอยู่ข้างหลัง

คนมันเยอะเกินไปจนผมหายใจไม่ออก เลยลงป้ายนี้ กะจะต่อรถคันอื่นเข้าไปแต่ก็ยังไม่ผ่านมาสักคันเลยครับ

ให้พี่ไปส่งไหม?” อีฝ่ายอาสาไปส่ง ผมชั่งใจคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าควรไปกับเขาดีไหม แต่จะให้นั่งรอรถเมล์ที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่แบบนี้ผมก็ไม่ไหว

ขอบคุณครับไม่ต้องคิดให้มากความ ผมคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาสะพายและยืนขึ้นเตรียมพร้อม แค่นี้ก็ทำให้คนที่อาสาไปส่งยิ้มออกมาได้แล้ว

เอ่อ...ถามได้ไหมครับว่าทำไมวันนี้พี่ไม่ได้มารอขึ้นรถพร้อมผม

เรานั่งรถกันมาสักพัก ผมถึงเอ่ยถามสิ่งที่คาใจมาตลอดทาง แรกๆ ผมอึกอักที่จะถามพี่พายุ เพราะกลัวจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเขา แต่ความอยากรู้ก็ทำให้ผมตัดสินใจถามออกไปจนได้

 

วันนี้พี่เอารถมาน่ะ

ผมพยักหน้าทำเป็นเข้าใจ แม้จะมีคำถามอีกมากมาย แต่ก็เลือกที่จะเงียบ

ความจริงพี่มีเรื่องจะบอกวิน ที่วินเห็นพี่ไปขึ้นรถเมล์บ่อยๆ พอดีตอนนั้นรถพี่เสีย

เป็นเพราะรถเสียนี่เองที่ทำให้ผมได้รู้จักพี่พายุ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านั้นผมถึงไม่เคยเจอเขาเลยทั้งที่เรียนที่นี่มาจนจะปิดเทอมแล้ว ผมเข้าใจแล้ว

ตอนนี้พี่เอาไปซ่อมแล้ว เลยจะบอกวิน ว่าพี่จะไม่ได้ขึ้นรถเมล์พร้อมวินแล้วนะ

ครับผมที่มองหน้าพี่พายัพอยู่เมื่อกี้ก็ต้องหันกลับมาพลางก้มมองมือตัวเอง ในใจรู้สึกหนักอึ้งที่ได้ยินว่าพี่เขาจะไม่ได้มารอรถพร้อมผมอีกแล้ว มันหวิวๆ เหมือนใจหาย

วินขึ้นรถเมล์คนเดียวได้ใช่ไหม?” น้ำเสียงที่ดูเป็นห่วง ไม่ได้ทำให้ผมรู้ดีขึ้นได้เลย

ผมคิดว่าผมคงขึ้นรถเมล์คนเดียวไม่ได้แล้วล่ะครับ อาจจะต้องหาวิธีกลับบ้านใหม่ หึหึผมหัวเราะให้กับคำพูดของตัวเอง ไม่ได้จะขอให้พี่เขามารับผิดชอบกับการนั่งรถเมล์กลับบ้านไม่ได้ของผม เพียงแค่ผมไม่อยากโกหกพี่พายุเท่านั้น

วิน อย่าพึ่งพี่แบบนี้สิ พี่จะคิดว่าวินมีใจให้พี่นะ

“...” ผมเงียบเมื่อพี่พายุตีคำพูดผมเป็นนั้น ผมก็ไม่ได้อยากพูดให้เขาคิดแบบนั้นแต่ผมโกหกไม่เป็น ทุกคำที่ผมพูดมันมีแต่ความจริงที่ออกมา

ผมไม่รู้ครับพี่พายุ ตอนอยู่บนรถผมเอาแต่คิดว่าจะมีคนมาลวนลามผม พอไม่มีพี่อยู่ข้างหลังผมก็ยิ่งกลัว กลัวว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีกคงไม่มีใครช่วยผมได้

ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีกก็ร้องให้คนบนรถช่วยสิ

ผมก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พี่ไม่รู้หรอกว่าการร้องให้คนช่วยมันลำบากแค่ไหนถ้าไม่เจอกับตัวเอง ยิ่งผมเป็นผู้ชายด้วยแล้วมันก็ยิ่งน่าอาย

พี่พายุก็หักพวงมาลัยรถเข้าไปจอดข้างทาง ผมหันไปมองเขาด้วยไม่เข้าใจในการทำแบบนี้ของเขา พี่พายุปล่อยมือออกจากพวงมาลัยรถแล้วเอื้อมมือมาเฉยคางผมขึ้นให้มองสบตากับเขา

พี่ไม่เชื่อว่าวินจะไม่รู้สึกอะไรกับพี่ วินแค่ไม่ยอมรับมันใช่ไหม?”

ผม...” พูดไม่ออก

พี่จะจูบวิน ถ้าวินรังเกียจก็ผลักพี่ออกได้เลย แต่ถ้าไม่ พี่จะถือว่าวินคิดแบบเดียวกับพี่

พี่พายุขยับเข้ามาใกล้ผมก่อนจะโน้มหน้าลงมาสัมผัสที่เรียวปากของผมอีกครั้ง เขายังไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ แค่ค้างมันไว้เพื่อรอให้ผมตัดสินใจ

เขาคิดจะทำตามที่พูดจริงๆ น่ะหรือ แล้วตัวผมล่ะ ผมจะผลักไสเขาหรือตอบรับเขาดี

ขณะที่คิดพี่พายุก็เริ่มขยับปากช้าๆ จนผมตกใจ ผมส่งมือไปดันหน้าอกเขาให้ออกจากผม ผมไม่ต้องการแบบนี้ ผมไม่ได้เป็นเกย์นะ

พี่พายุไม่ได้ปล่อยผมเป็นอิสระเมื่อผมขัดขืน ตรงข้ามเขากลับโถมตัวเข้าหาผมมากขึ้น สองแขนของเขารั้งเอวผมให้ร่างแนบชิดกันจนไม่เหลือที่ว่าง

ปฏิเสธพี่ให้แรงกว่านี้ ถ้าทำไม่ได้พี่ก็ไม่ปล่อยเราไปหรอกนะอีกฝ่ายถอนริมฝีปากออกมากระซิบบอกผมก่อนจะประกบปากลงมาอีกครั้ง และรุกผมหนักกว่าเดิม

ในใจผมคิดจะผลักเขาออกไปแรงๆ แต่แรงที่ส่งกลับไม่เป็นไปดั่งที่คิด หนำซ้ำยังเบาหวิวจนสุดท้ายก็ตอบสนองเขา เหมือนครั้งแรกที่เราจูบกัน ผมกอดแผ่นหลังพี่พายุไว้แน่น ร่างกายที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นขยับเข้าหาอย่างลืมตัว เรียวปากเผยอขึ้นรับเรียวปากของเขา อนุญาตให้เขาล่วงล้ำเข้ามาอย่างง่ายดาย

เหอะ!

ไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะใจง่ายขนาดนี้

อืออ

พอเห็นผมตอบรับ เขาก็รุกผมหนักหน่วง ทั้งร่างผมสั่นไปตามอารมณ์ มันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน หัวใจผมเต้นรัว และแรงขึ้นทุกทีที่ถูกรุ่นพี่มอบสัมผัสอันวาบหวานให้ ผมที่ยังเด็กไม่รู้หรอกว่าต้องทำยังไง แค่ปล่อยให้มันเป็นไป ให้ร่างกายตามคนที่คอยนำทางไป ให้หัวใจมันเต้นและส่งเสียงไป จนกว่าจะพอใจ หรือเป็นผมที่ขาดอากาศตายอีกครั้ง

พี่หิวจังริมฝีปากหนาผละออกจากผมแต่หน้าก็ยังไม่ได้เลื่อนออกไปไหนไกล มือที่เคยกอดเอวผมไว้เลื่อนขึ้นมาจับแก้ม ก่อนจะเปลี่ยนมาเกลี่ยเล่น ผมสะดุ้งนิดหน่อยที่โดนพี่เขาทำแบบนั้น ผมไม่เคยให้ใครมาสัมผัสร่างกายแบบนี้ ไม่เคยมีใครได้เข้าใกล้ผมมากเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อน

“...ไป หาอะไรกินก่อนกลับก็ได้ครับผมที่เพิ่งหาเสียงตัวเองเจอพูดตอบเขาเมื่อคิดได้ว่าเมื่อกี้พี่พายุบอกว่าหิว

หึหึ...ฮ่าๆๆ

แล้วผมก็ถูกอีกคนหัวเราะใส่ พี่พายุถอยตัวออกไปนั่งตัวตรงแต่เสียงหัวเราะก็ยังไม่ได้หายไปไหนยังคงได้ยินอยู่เรื่อยๆ ผมกลับมานั่งตามเดิม พลางก้มหน้าอย่างเขินอาย ว่าแต่พี่เขาหัวเราะเรื่องอะไรกัน มีอะไรน่าตลกงั้นหรือ?

วินนี่เป็นคนตลกจัง...เด็กซื่อเอ๊ยผม ใช้หางตามองพี่พายุ เห็นเขากำลังนั่งยิ้มให้ผม ก่อนจะส่งมือมาลูบหัวผมสองสามครั้งแล้วผละออกไป

“...” ผมนั่งเงียบเพราะไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงต่อ หลังจากที่เราเพิ่งทำเรื่องน่าอายด้วยกันมา ตอนนี้ผมเป็นอะไรกับพี่พายุ หรือผมควรปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเลยกันนะ

พี่ไปส่งวินที่หอนะครับพี่พายุพูดขึ้นขณะที่สายตายังจ้องมองไปที่ถนน

ครับ

ผมเอนหลังลงกับเบาะพลางมองไปนอกหน้าต่างฝั่งตัวเอง ได้แต่นั่งเหม่อลอยในขณะที่สมองกำลังคิดถึงแต่เรื่องของพี่พายุ

ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีแล้วหรือ สิ่งที่พี่เขามอบให้ผมมันใช่สิ่งที่ผมต้องการจริงๆ น่ะหรือ ผมเอาแต่คิด เพราะยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง พี่พายุชัดเจนกับผมทุกอย่าง มีแต่ผมที่ไม่ชัดเจนกับพี่เขา ไม่เคยชัดเจนกับอะไร

พี่พายุครับผมเรียกพี่พายุโดยที่สายตายังจับจ้องไปที่เดิมไม่ได้หันไปมองเขา

ครับ

ตอนนี้เราเป็นอะไรกันเหรอครับ

วินอยากเป็นอะไรสำหรับพี่ล่ะ หืมแม้จะไม่ได้หันไปมอง แต่ก็พอรู้ว่าอีกคนกำลังมองผมอยู่ ทำให้ต้องเลื่อนมือมากุมกันไว้และลูบเบาๆ

ไม่รู้สิครับผมกำลังประหม่า

ถ้าอย่างนั้นตามใจพี่ได้ไหม

“...”

เงียบนี่คือตกลงใช่ไหมครับ

“...”

พี่จะถือว่าวินตกลงนะ

ผมแล้วแต่พี่พายัพเลยครับ

ผมไม่รู้หรอก ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับผู้ชายคนนี้ แต่เวลานี้ผมกลับก้มหน้ามองมือที่ผสานกันแน่นบนตักและยิ้มออกมา อ่า...ความรู้สึกที่ทำให้หัวใจเต้นแรงมันเพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกกับผม

จะเรียกมันว่าอะไรดีล่ะ รู้สึกชอบหรือรู้สึกหลงไหลกันแน่นะ

 

....
100%


#บันทึกรัก(พายุ)

Twitter : @Th_fondness

2 ความคิดเห็น