#จะทำพะโล้ต้องใส่ชะเอม

ตอนที่ 1 : เนื้อคู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 พ.ย. 62

 

12:36 น. 

“เอ้า! ชนนนน!” แก้วเหล้าในมือยกขึ้นชนตามเสียงเชียร์ของรุ่นพี่สายรหัสแสนสวย ก่อนจะยกขึ้นดื่มจนหมดแก้วในครั้งเดียว

วันนี้พี่ๆสายรหัสพามาเลี้ยงต้อนรับเด็กใหม่ซึ่งก็คือฉัน แต่ก็ดูเหมือนพี่เขาจะสนุกกันไม่น้อย เพราะตอนนี้ทั้งพี่รหัส ลุงรหัส และยายรหัสพากันลากสังขารตัวเองออกไปเต้นหน้าเวทีเรียบร้อย

พี่น้ำฟ้า รุ่นพี่ปี2 หันมาถามฉันที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ ขยับปากไม่มีเสียงชวนฉันออกไปเต้นด้วยกัน ฉันจึงยิ้มน้อยๆพร้อมส่ายหน้าตอบกลับไป พี่เขาจึงพยักหน้าให้ทีหนึ่งแล้วหันกลับไปเต้นกับพี่คนอื่นต่อ

นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ฆ่าเวลา หัวก็โยกตามจังหวะเสียงเพลงในคลับย่านสถานบันเทิงชื่อดัง

“ขอโทษนะครับ” ฉันละสายตาจากเครื่องสี่เหลี่ยมในมือ เงยหน้ามองผู้มาใหม่ที่เข้ามาทักตรงหน้า เลิกคิ้วข้างหนึ่งให้ชายหนุ่ม

“คะ?” ฉันถามออกไปน้ำเสียงติดจะรำคาญหน่อยๆ

คนที่เท่าไรแล้วนะวันนี้ เห้อ

“คุณชื่ออะไรหรอครับ ผมขอเบอร์ได้มั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับระบายรอยยิ้มหวาน

“ขอโทษนะคะ ฉันไม่สนใจ” ฉันตอบกลับไปเสียงเรียบ

“ครับ?” อีกฝ่ายทำหน้าเหลอหลา ไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพูด

“ฉันบอกว่าฉันไม่สนใจคุณ ขอตัวนะคะ” ฉันว่าก่อนจะลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำ แต่ก็ยังได้ยินเสียงเอ่ยตามหลัง 

“เหอะ คิดว่าสวยมากสิ”

ก็มั่นใจประมาณนึงแล่ะ

มุมปากกระตุกยิ้มพลางคิดในใจ

หลังจากทำธุระเสร็จ ฉันก็เดินออกมาล้างมือตรงอ่างล้างหน้า ก่อนที่พี่ฟ้าจะเดินเข้ามายิ้มหวานให้

“เห้อ แกนี่ยังไงนะ หนุ่มหล่อๆมาจีบทำไมไม่สนใจบ้าง ถ้าเป็นฉันนะ คงไม่เหลือ หึหึ” คนตัวเล็กว่าพลางหัวเราะในลำคอ ชายตามองฉันที่เช็ดมืออยู่ข้างๆ

“ก็ไม่ได้ชอบ ทำไมต้องไปสนใจด้วย” ฉันหันหน้าไปหาพี่แก ท้าวมือกับขอบอ่าง

“ฉันถามจริง แกไม่เคยสนใจใครเลยหรอ ฉันเห็นผู้งานดีๆมาตามจีบแกเต็มไปหมด” 

“ไม่เคยอ่ะ” แขนสองข้างยกขึ้นมากอดอก

ทั้งชีวิตฉันไม่เคยสนใจใครเลย ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ก็แค่ไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษ แต่ละคนที่เข้ามาก็เหมือนกันหมด ไม่มีใครพิเศษ

“ให้ตายสิ ฉันมีน้องรหัสสุดฮอตขนาดนี้ แต่ไม่สนใจใครสักคน ส่วนฉันที่หน้าบ้านๆ เด็กสาวตาดำๆ ผู้เฝ้ารอรักแท้กลับไม่มีใครสนใจ” เจ้าตัวว่าพลางแกล้งเอามือเช็ดน้ำตาทิพย์

“นี่พี่น้ำ น้องจะสนใจไม่สนใจใครก็ไม่เกี่ยวไรกันเลย ส่วนพี่เองก็น่ารักจะตาย อย่าคิดว่าไม่รู้นะว่าพี่อ่อยไอ้โจ๊กเพื่อนน้องน่ะ” รุ่นพี่หน้าบ้านๆ หันมายิ้มทะเล้นให้ ฉันก็ได้แต่ยิ้มส่ายหัวให้ไปที

“ก็แหม แกเองก็สวย เพื่อนแกก็หล่อ ฉันก็แค่บริหารเสน่ห์เป็นพิธี”

“แล้วยังไงล่ะ ได้เรื่องมั้ยล่ะ เพื่อนน้องน่ะ” ฉันยักคิ้วถามแบบกวนๆ

“ได้อะไรล่ะ! ชวนติวหนังสือก็แล้ว ชวนกินข้าวก็แล้ว ล้มใส่ก็แล้ว น้องโจ๊กก็ไม่ทำอะไรสักที จนฉันเริ่มท้อละนะ” พี่น้ำฟ้ายู่ปากพ่นลมออกจากปากเล็กๆนั่น

“ฮ่าๆๆๆ พี่ไม่รู้หรอว่าเพื่อนน้องมันโง่!” ฉันหัวเราะเสียงดัง ในใจคิดถึงไอ้โจ๊กเพื่อนสนิทตั้งแต่อนุบาล มันก็เป็นแบบนี้ คนที่ไม่รู้จักมันดีคงคิดว่ามันเป็นสุภาพบุรุษมาก ไม่เคยจีบผู้หญิง ทั้งที่จริงๆมันก็แค่โง่เรื่องผู้หญิงมากไปหน่อย เวลามีคนมาจีบก็ไม่เคยรู้ตัว

ที่จริงเราสองคนก็คล้ายๆกันนะ เราก็แค่ไม่ได้สนใจใคร ถึงแม้ฉันจะรู้ตัวแต่มันไม่รู้ก็เถอะ

“ฉันว่าฉันก็อ่อยแบบตรงๆละนะ ทำยังไงโจ๊กถึงจะรู้ตัวสักทีล่ะ” พี่น้ำฟ้าทำหน้าจริงจังถาม

“พี่จริงจังกับมันขนาดนั้นเลยหรอ” ฉันแปลกใจ ไม่คิดว่าพี่เขาจะคิดจริงขนาดนี้ นึกว่าแค่เล่นๆ เท่านั่น

“กะ...ก็โจ๊กมันก็ดี…” คนตัวเล็กกว่าก้มหน้าเล็กน้อย ปากเล็กๆขมุบขมิบพูดเสียงเบา ใบหน้าขึ้นสีที่ไม่ใช่สาเหตุมาจากแอลกอฮอล์

“เห้ย นี่พี่เขินหรอ” ตั้งแต่รู้จักกันมา ถึงจะไม่นานแต่ก็ทำให้รู้ว่าพี่น้ำฟ้าเป็นสาวมั่นมากๆ ไม่ว่าจะไปอ่อยใครก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ พี่แกเคยบอกว่า ‘เกิดเป็นหญิงไทย ต้องด้านได้อายอด’

“เออน่า แกก็อย่าพูดมาก ฉันต้องทำไงวะ มันถึงจะหันมาสนใจฉันบ้าง”

“ไม่ยากพี่” ใบหน้าน่ารักเงยมองทำหน้าสงสัย

“ยังไง”

“คนอย่างไอ้โจ๊กมันก็ตรงๆ เหมือนน้องนี่ล่ะ ถึงจะโง่ไปหน่อยก็เถอะ แค่พี่บอกมันไปตรงๆว่าพี่กำลังจีบมันอยู่ มันก็รู้แล้ว ง่ายๆพี่” ฉันยักไหล่ทั้งสองข้าง

“จะบ้าหรอ มันไม่ตรงไปรึไง” เจ้าตัวร้องขึ้น สีหน้าไม่มั่นใจ

“ไหนว่าด้านได้อายอดไง” ฉันถามเสียงเรียบ

“ก็… เออ ก็ได้ เอาวะ คิดจะอ่อยก็ต้องอ่อยให้สุด” พี่น้ำฟ้ากำมือขึ้นให้กำลังใจตัวเอง หน้าตามุ่นมั่นทีเดียว

ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นดูหน้าจอ บ่งบอกเวลาตีหนึ่งกว่าๆ จึงคิดว่าควรกลับคอนโดได้แล้ว

“พี่ น้องกลับก่อนนะ พรุ่งนี้มีเรียนต่อ”

“เอ้างั้นหรอ เออๆ แล้วแกกลับได้ใช่มั้ย เมารึเปล่า แกเองก็ดื่มไปหลายแก้วนะ” พี่แกหันมาถามด้วยความเป็นห่วง

“กลับได้ เดี๋ยวขึ้นแท็กซี่ แล้วพี่ชนะกับเจ๊ฝนล่ะ จะไปลาสะหน่อย” ฉันถามหาลุงรหัสและยายรหัส

“สองคนนั้นน่ะหรอ ยังเต้นอยู่เลยมั้ง เมาทั้งคู่ ไม่เป็นไรหรอก กลับเลยก็ได้ พวกนั้นน่าจะจำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ”

“โอเค งั้นน้องกลับละนะ” ฉันว่าพลางหมุนตัวเดินออกไป

ฉันให้แท็กซี่จอดแวะที่เซเว่นหน้าคอนโด คิดว่าจะซื้อขนมปังไว้กินตอนเช้าก่อนไปมอตุนไว้ที่ห้องสะหน่อย

ขาคู่ยาวในกระโปรงลายสก๊อตสีแดงดำเดินมายังโซนขนมปัง เลือกที่คิดว่าน่ากินมาสองสามห่อ ขณะที่กำลังจะเดินต่อโทรศัพท์ในมือก็สั่น เมื่อยกขึ้นดูเห็นชื่อสายเรียกเข้าก็กดรับทันที รอยยิ้มระบายออก กรอกเสียงทักทายปลายสาย

“เฮลโหลว นายแม่ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

[นายม่งนายแม่อะไรล่ะ แม่สบายดี ว่าแต่เราเถอะทำอะไรอยู่ ป่านนี้ไม่นอน รับสายไวเชียวนะ] เสียงมีอายุของคนปลายสายถาม

“ลูกเพิ่งไปฉลองสายกับรุ่นพี่มา ตอนนี้อยู่เซเว่นหน้าคอนโดค่ะ” ฉันตอบพลางเดินไปยังโซนเครื่องดื่ม รู้สึกคอแห้งหน่อยๆ เลือกน้ำรสใหม่ที่เห็นโฆษณาบนหน้าตู้กระจกออกมา 

[งั้นหรอ นี่แม่เองก็กำลังออกไปกับพวกเพื่อนๆอยู่เหมือนกัน]

“รอบนี้ไปไหนอีกล่ะคะ ในโปรตุเกสมีที่เที่ยวเหลือให้แม่ไปอีกหรอ” ฉันถามพลางหัวเราะเดินวนดูของกินเล็กน้อย ผ่านหลังของคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะติดกำแพงที่เขาจัดไว้ให้ลูกค้าในร้าน คนตัวบางใส่เสื้อฮู้ดสีเทาคลุมหัว ใส่แมสก์สีดำ มีมาม่าตั้งอยู่ตรงหน้า 

ไม่ร้อนรึไงนะ

ฉันมองผ่านๆ ก่อนจะเดินตรงไปหน้าเคาน์เตอร์ ยื่นของทั้งหมดให้พนักงานคิดเงิน

[ที่จริงแม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮะๆ เพื่อนเขาพาไปไหนแม่ก็ไป] แม่ตอบกลับเสียงขบขัน

เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยก็หยิบเครื่องดื่มที่เลือกมาเตรียมเปิดฝาขณะที่กำลังก้าวออกประตู

พลันหางตาเห็นคนที่โต๊ะถอดแมสก์ออกเพื่อจะกินอาหารตรงหน้า แมสก์ที่ถอดออกเกี่ยวหูข้างขวาไว้ เผยให้เห็นใบหน้าฝั่งซ้ายชัดเจน

ตึก…ตึก…

ตึก…ตึก…

[เอ้อลูกรัก แม่ว่ารอบหน้า…] ยังไม่ทันจบประโยคฉันก็เอ่ยแทรกสวนขึ้นมา

“แม่…ลูกว่าลูกแม่เจอเนื้อคู่แล้วล่ะ…”

 

To be continued …

 

 

~ นี่กตตน์เอง ~

เป็นยังไงบ้างคะ ภาษาเขียนเป็นยังไงบ้าง มีตรงไหนแนะนำบ้างมั้ยคะ

จะมีใครสงสัยว่าทำไมตั้งชื่อเรื่องนี้มั้ยนะ5555 เดี๋ยวก็รู้ค่ะ 

จะขอบคุณมากๆเลยถ้าคอมเมนท์ติชมกันมานะคะ

บัยบุย~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น