#จะทำพะโล้ต้องใส่ชะเอม

ตอนที่ 2 : เข้ากันดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 พ.ย. 62

ตึก…ตึก…

ตึก…ตึก…

“แม่…ลูกว่าลูกแม่เจอเนื้อคู่แล้วล่ะ…”

[ห้ะ อะไรนะลูก หมายความวะ…]

“แค่นี้ก่อนนะแม่” ฉันตัดสายแม่ แล้วหันหน้ามาเผชิญกับคนที่ทำให้หัวใจของไอ้คนที่เคยสนใจใครอย่างฉันถึงกับเต้นผิดจังหวะ

มือเรียวยกขึ้นทาบอก รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นเร็วแรงเหมือนแทบจะหลุดออกมา

เอาไงดีวะ

ขาที่หยุดเดินเมื่อครู่ก้าวออกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เปลี่ยนจุดหมายมุ่งไปหาเจ้าของฮู้ดสีเทาแทน 

โต๊ะตัวยาวคือระยะห่างระหว่างฉันกับเธอคนนี้เท่านั้น ฉันหยุดนั่งลงตรงเก้าอี้ริมสุดห่างจากอีกคนเพียง 2 ช่วงแขนเท่านั้น แต่เหมือนว่าอีกคนจะจดจ่อกับถ้วยมาม่ามากกว่าจะสนใจคนข้างกาย

ฉันใช้จังหวะนี้พิจารณาคนตรงหน้า ยกมือท้าวคางไล่มองทุกองค์ประกอบตั้งแต่หน้าผากนูนได้รูป คิ้วทรงสวยที่รับกับดวงตากลมโต หางตาที่เชิ่ดหน่อยๆ กับจมูกโด่งรั้นน่าหมั่นเขี้ยว จนถึงริมฝีปากหนาสีแดงอมชมพูธรรมชาติ ทุกส่วนถูกจัดอยู่บนใบหน้ารูปไข่ แก้มที่ขึ้นสีเลือดฝาดน้อยๆ เพราะอากาศอบอ้าวช่วงกลางคืนของฤดูร้อน

คนอะไรวะ ทำไมทุกๆอย่างถึงดูเข้ากันไปหมด

แม่จ๋า ช่วยลูกด้วย ใจลูกเต้นเร็วเกินไปแล้ว

คงเพราะสายตาที่จดจ้องอย่างไม่ปิดบังทำให้เจ้าของใบหน้าสวยรู้ตัวจึงหันมามอง ทันทีที่เจ้าตัวหันมาก็ทำท่าตกใจรีบใส่มาสก์กลับคืนทันที

“โธ่เอ๊ย ไม่น่าออกมาเลย” เจ้าของเสียงหวานพึมพำกับตัวเอง

โอ้ย ขนาดเสียงยังเพราะขนาดนี้

ฮือ ลูกไม่ไหว ไม่ไหวจริงๆ

ทั้งที่ในใจแทบจะละลายไปกับไอมาม่าของอีกคน สีหน้าที่แสดงออกมาก็ยังคงนิ่ง มีเพียงดวงตาคู่นี้ที่ยังมองอย่างไม่ลดละ จนเจ้าของจุดสนใจเริ่มเหงื่อตก

“เธอ” หลังจากตะลึงมาสักพักก็หาเสียงตัวเองเจอ

“ค…คะ?” คนตรงหน้าตอบกลับเสียงเลิ่กลั่ก

”เธอชื่อไรอ่ะ ขอเบอร์หน่อย” 

“คะ?”

”ขอเบอร์หน่อย ชอบ จะจีบ” ฉันเน้นเสียงตรงคำว่าชอบ แสดงจุดประสงค์ชัดเจน

“คะ?!” อีกฝ่ายถึงกับหันหน้ามาตกใจตรงๆ

”จะคะอีกนานมั้ย ตกลงมีชื่อมั้ยเราน่ะ” ฉันเขยิบที่นั่งจากเดิมมาตัวที่อยู่ติดกับเจ้าของดวงตาคู่สวย

”เอ่อ…” ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกรอกซ้ายขวาเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก

ฉันนิ่งรอคำตอบ กำลังคิดว่ารุกหนักไปรึเปล่านะ ไม่เคยจีบใครด้วยสิ

”คุณ…ไม่รู้จักฉันหรอคะ” เธอว่าพลางช้อนตามอง

ห้ะ ฉันเคยเจอเธอมาก่อนหรอ ถ้าเจอกันก็ไม่น่ารอดมาถึงวันนี้นะ

”ไม่นะ ไม่รู้จัก แต่ตอนนี้อยากรู้จักมากๆ” ฉันตอบเสียงจริงจัง

คนตรงหน้าถึงกับชะงัก ดูตาแสดงความฉงนเต็มที่

”เราตอบเธอแล้ว เธอก็ตอบคำถามเราบ้างสิ ตกลงชื่ออะไร” ฉันถามอีกครั้ง กระตุ้นให้อีกฝ่ายกลับมาสนใจ

”…ชะเอมค่ะ” หลังจากนิ่งไปสักพักก็ตอบกลับมาเสียงเบา

ชะเอม…ชะเอม…

”อืม เข้ากันดี” ฉันเอ่ยพร้อมกับระบายยิ้มให้คนตรงหน้า

”อะไรเข้ากันคะ” ถามพลางมองเจ้าของรอยยิ้มอย่างสงสัย

”เรากับเธอไง”

”ยังไงคะ”

”เราพะโล้ เธอชะเอม เข้ากันจะตาย”

“…”

“…”

“…คิกๆ” อยู่ๆ ชะเอมก็หลุดหัวเราะออกมา จนคนรุกถึงกับเสียเซวฟ์เล็กน้อย

”ขำอะไร” ฉันถามเสียงขุ่นเล็กๆ

”ฮะๆ ขอโทษนะคุณ พอดีไม่เคยเจอใครชื่อพะโล้มาก่อน …ชื่อน่ารักดี” ชะเอมตอบเสียงหวานเงยหน้าสบตา

ชื่อน่ารักดี…ชื่อน่ารักดี…ชื่อน่ารักดี

ป้อง!

เหมือนได้ยินเสียงลมออกหู หน้าเห่อร้อนขึ้นมาเฉยๆ

อะไรเนี่ย เขาก็แค่ชมว่าชื่อน่ารักเองนะเห้ย ใจเย็นๆ ใจร่มๆ นะพะเอ้ย

”ละ…แล้วชะเอมล่ะ ใส่มาสก์ทำไม ไม่สบายหรอ” หลังจากตั้งสติได้ก็ถามกลับไป ไม่ใช่อะไร  อยากจะเห็นหน้าเจ้าของเสียงหวานจะแย่

”เอ่อ…ไม่ใช่หรอก…” พูดแค่นั้นชะเอมก็หันหน้ากลับไปที่เดิม

”แล้วไม่กินมาม่าต่อละหรอ เออใช่ โทษทีนะที่มาขัดจังหวะ” ถามเขาแต่ก็ลืมว่าตัวเองทำให้เขาไม่ได้กินสักที

ชะเอมหันมาสบตาหัวเราะน่ารักแล้วหันกลับไปถอดมาสก์ออก ภาพทุกอย่างที่ผ่านสายตาตอนนี้เหมือนกลายเป็นภาพสโลโมชั่นไปแล้ว

ตึก…ตึก…

ไม่สามารถละสายตาได้เลยจริงๆ

ชะเอมเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้า มีบ้างที่เส้นและน้ำซุปกระเด็นมาโดนมุมปาก เจ้าตัวก็ยกชายแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดแบบลวกๆ เหมือนเด็กๆ

แค่คนนั่งกินมาม่าต้องน่ารักขนาดนี้มั้ยวะ

”เอม…ชะเอม” 

”หืม” เจ้าของชื่อหันหน้ามามอง

”พะเรียกชะเอมว่าเอมได้มั้ย” พูดไปก็เขินไปเว้ย โอ้ย

ชะเอมมองหน้าฉันนิ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มสวย “อื้อ”

จึก!

พบคนหัวใจล้มเหลวหนึ่งอัตรา

ก่อนที่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงริงโทนลูกเจี๊ยบก็ดังขึ้น ชะเอมล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เมื่อเห็นว่าใครโทรมาก็รีบรับสายทันที

”ฮัลโหลค่ะ พี่หมอน” ชะเอมเหลือบสายตามาเล็กน้อย

อ่า ไม่อยากให้ฟังสินะ

ฉันจึงขยับตัวเองมานั่งตรงเก้าอี้ตัวแรกอีกครั้ง สายตามองออกไปนอกกระจกร้าน แต่หูก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่

”ชะเอมอยู่ห้องค่ะพี่ กลับถึงคอนโดปั้บก็เข้าห้องเลยค่ะ”

แน่ะ ร้ายใช่ย่อยนะเรา

”อ่า…จีพีเอสหรอคะ” เสียงหวานเบาลงเล็กน้อย แต่เงาในกระจกก็ยังสะท้อนใบหน้าแป้นแล้นของคนที่ทำผิดแต่ไม่สำนึกอยู่

หมั่นเขี้ยวจริง

”ชะเอมแค่ออกมาหาไรกินเองค่ะ อยู่แต่ในห้องมันน่าเบื่อ เซเว่นที่มาก็อยู่หน้าคอนโอเองพี่หมอน ชะเอมดูแลตัวเองได้…ไม่มีใครจับได้หรอกค่ะ” ท้ายประโยคเบาแทบกระซิบ หางตาเหล่มามองอีกคนที่นั่งเกร็งคอหันหน้าเข้าหากระจก

หน้าคอนโด? อย่าบอกนะว่าอยู่คอนโดเดียวกัน

นี่แล่ะ เนื้อคู่ของพะโล้ผู้โสดมานาน 19 ปี

”…ค่ะ…ค่ะพี่ บายค่ะ” ชะเอมตัดสายทิ้งแล้วถอนหายใจหนักๆ ทีหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าชะเอมคุยเสร็จแล้วก็ย้ายตัวเองกลับไปนั่งข้างเขาใหม่

”ไง ที่บ้านโทรตามหรอ“

“อ่า จะว่างั้นก็ได้” 

“ถ้าไม่ยังไง เราไปเดินไปกลับคอนโดด้วยกันมั้ย” ฉันถามอย่างไม่มั่นใจ เจอกันไม่ถึงชั่วโมงจะเร็วไปมั้ยนะ

”คุณอยู่คอนโดxหรอคะ” ชะเอมตาโตถาม

”ใช่ และอีกอย่างไม่ต้องเรียกพะว่าคุณหรอก เรียกสั้นๆว่าพะก็ได้” 

“…ค่ะ” 

“งั้นตกลงพะจะเดินกลับพร้อมเอมนะ” สบตาหวานด้วยความหวัง

”เอ่อ ก็ได้ค่ะ” ชะเอมตอบตกลงแล้วหันไปกินมาม่าที่อืดไปแล้วต่อ

 

 

หลังจากชะเอมกินเสร็จ เราสองคนก็เดินเข้าคอนโดพร้อมกัน เราไม่ได้คุยอะไรกัน ออกจะเกร็งๆ สงสัยแอลกอฮอล์จะหมดฤทธิ์ ความกล้าที่มีเมื่อชั่วโมงที่แล้วหดหายเหมือนดินสูบ เมื่อเข้าไปในลิฟต์ฉันก็กดชั้นตัวเอง แต่ก็ไม่ลืมเหลือบมองว่าอีกคนกดชั้นอะไร

ชั้น 14 ชั้นผู้เช่าวีไอพีใช่มั้ยนะ

เมื่อถึงชั้น 10 ฉันก็เดินออกจากลิฟต์ หันหลังกลับมองอีกคนในลิฟต์ ยืนอ้ำอึ้งอยู่จนประตูลิฟต์กำลังเลื่อนปิดก็สอดมือตัวเองกั้นไม่ให้ประตูปิดลง ชะเอมตกใจเล็กน้อยมองหน้าเจ้าของมือ

”มีอะไรรึเปล่าคะ”

”เอ่อ คือ…เราพะโล้ อายุ19 เรียนปี1 ที่มหาลัย¥ คณะอักษรศาสตร์ วันนี้ดีใจมากที่ได้เจอเอม ชอบ  จะจีบ บอกให้รู้ตัวก่อน ที่ทักเพราะจะจีบ อยากเป็นแฟน โอเคนะ?” หลับตาพูดรัวๆ ก่อนที่ลืมตาขึ้นมาจะเป็นภาพที่ชะเอมยืนอ้าปากอึ้งพร้อมกับประตูลิฟต์ที่ปิดลง

เอมจะเข้าใจที่พูดมั้ยนะ?

หลังจากไขประตูเข้ามาในห้องแรงที่มีก็สลายไปทันที ตัวลงไปนั่งกองกับพื้นห้อง ยกมือทาบอกข้างซ้าย ความรู้สึกยังคงอยู่ คนแรกที่ทำให้ใจไอพะคนนี้ถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะ

เอ๊ะ

เหมือนลืมอะไรสักอย่าง

ปิ้งป่อง!

”ทำไมไม่ขอเบอร์เอมไว้ห้ะ ไอ้พะโล้ววววว” 

 

 

To be continued …

 

 

~ นี่กตตน์เอง ~

เป็นไงบ้างคะ มันเฉื่อยไปมั้ยเอ่ย เหนื่อยมากๆเลย

การเขียนนิยายนี่ใช้สมองเยอะมากจริงๆ ;p

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น