#จะทำพะโล้ต้องใส่ชะเอม

ตอนที่ 3 : 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 พ.ย. 62

ตอนที่ 3 :

“พะโล้…มึง”

“…”

“มึง…”

“…”

“อีน้ำดำ!!”

“เฮ้ย!” ฉันสะดุ้งจนเกือบตกเก้าอี้หันไปมองหน้าเพื่อนรักเจ้าของเสียงเรียกน่าถีบ “มึงจะเรียกเสียงดังทำไมเนี่ย กูก็อยู่แค่นี้”

“เออ มึงอ่ะอยู่แค่นี้ แต่ใจมึงอ่ะลอยไปกับเมฆโน่นละ” ไอโจ๊กสวนกับมาหน้ามุ่ย ไอนี่มันหน้าตาดี ถึงจะทำหน้ายับยังไงมันก็หล่อ

“เออๆ โทษที แล้วมึงเรียกกูทำไม” 

“คนอื่นเขากลับบ้านช่องไปหมดละ เหลือแค่มึงกับกูเนี่ย จะกลับมั้ยบ้านอ่ะ” ฉันหันไปมองรอบห้องก็พบว่าไม่เหลือใครแล้วจริงๆ จึงหันมายิ้มแหยให้เพื่อน

“กลับดิวะ ปะ ไปกัน” ฉันรีบเก็บของและเดินตามหลังมันไป

เพิ่งรู้สึกตัวว่าที่เรียนไปวันนี้ไม่ได้เข้าหัวเลยสักนิด มัวแต่คิดถึงคนที่อยู่คอนโดเดียวกัน แต่ไม่รู้วิธีติดต่อ แต่จะไปดักรอหน้าลิฟต์ก็ดูจะน่ากลัวเกินไป เอมยิ่งดูเหมือนคนขี้กลัวขี้ตกใจ จะว่าเป็นสตอกเกอร์เปล่าๆ

เราสองคนเดินลงจากตึกกำลังไปหาร้านกินข้าวแถวหน้ามอ ฉันหันไปกะจะถามโจ๊กว่าจะกินอะไรก็เห็นมันทำหน้าบูด

“เป็นไรล่ะมึง”

“มึง” ไอโจ๊กหันมามองหน้านิ่ง

“ว่า”

“กูว่าพี่น้ำฟ้าแปลกๆ” มันถามหน้าจริงจัง

“แปลกยังไง” ฉันเลิกคิ้วถาม

“ช่วงนี้พี่เขาชอบโทรหากูบ่อยๆ ชวนกินข้าวบ้างล่ะ ชวนไปนั่นนี่บ้างล่ะ กูว่าพี่เขาต้องทะเลาะกับเพื่อนแน่เลยมึง มึงเป็นน้องรหัสพี่เขาอ่ะ มึงรู้ป่ะ” เอาเข้าไปเพื่อนกู ถ้าจะโง่ก็ควรมีขอบเขตป่าววะ หรือกูเลี้ยงมึงมาดีเกินไป กูล่ะเพลียแทนพี่เขาจริงๆ

“พี่เขาไม่ได้ทะเลาะกับใครนะ มึงอ่ะคิดมาก” ฉันว่าไป

“แล้วพี่เขาจะมากินข้าวกับกูทำไมวะ” มันทำหน้าสงสัย

“เขาอาจจะแค่อยากอยู่กับมึงก็ได้”

“อยากอยู่กับกู? แล้วพี่เขาจะอยากอยู่กับกูทำไมวะ ไม่ไปอยู่กับเพื่อนพี่เขาอ่ะ” ฟังคำตอบแล้วอยากตบทุยมันจริงๆ แต่ยังยั้งมือได้อยู่

ใจเย็นๆ พะ ใจเย็นๆ เพื่อนต้องใช้เวลา

“แล้วมึงคิดว่าไงล่ะ การที่คนๆนึงอยากจะเจอ อยากเห็นหน้า อยากพูดคุยกับมึง คิดว่าเขารู้สึกยังไงล่ะถึงทำแบบนั้น” ฉันถามอย่างใจเย็น

“รู้สึกยังไงหรอ…” มันครุ่นคิดก่อนจะหันหน้ามาเบิกตากว้าง สีหน้าตกใจ “มึงกูว่ากูไปก่อนดีกว่า ไปนะ” พูดเสร็จมันก็วิ่งไปเลย ฉันได้แต่ส่ายหัวยิ้มให้ตามหลังมัน

 

 

 ก่อนกลับคอนโดฉันแวะที่ห้างใกล้ๆ เพื่อจะซื้อของไปทำกินที่ห้อง อยู่ๆ ก็อยากกินพะโล้ขึ้นมา ขณะกำลังมองหาผงพะโล้สำเร็จรูปอยู่นั้น ก็เห็นว่ามีคนหนึ่งกำลังเอื้อมสุดแขนเพื่อหยิบของจากชั้นบน ฉันจึงเดินไปซ้อนหลังและเอื้อมหยิบให้

 “อ๊ะ…ขอบคุ..” คนตัวเล็กว่าหันหน้าที่มีมาสก์คาดกลับมา ก่อนที่คำพูดจะหายไปในลำคอ

 ฉันก้มลงมามองคนพูดแต่แล้วก็ชะงักตามเมื่อเห็นดวงตาทรงเสน่ห์คู่เดิมก็รู้ทันทีว่าคนตรงหน้าคือใคร

 “เอ้า ชะ..” พูดไม่ทันครบก็ถูกมือเล็กปิดปากเสียก่อน ฉันมองคนตัวเล็กอย่างสงสัย 

 แค่เรียกชื่อก็ไม่ได้หรอ

 “ว้าย” ชะเอมสะดุ้งเอามือออกจากปากอีกคนเมื่อคนตัวโสงกว่าจูบที่มือสะงั้น เงยหน้ามาค้อนวงใหญ่

 “ฮะๆ เอมจะเอามือปิดปากพะทำไม แค่เรียกชื่อเองนะ” ฉันถามขำเมื่อเห็นอีกคนแสดงท่าทีน่ารัก

 “เอ่อ ขอโทษค่ะ งั้นขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบก็เดินจากไปทันที

 “ไม่เอาแล้วหรอของน่ะ” ฉันถามตามหลังไป ก่อนที่อีกคนจะหันมาคว้าของจากมือฉันและหนีไปพร้อมกับหูแดงๆ

 หึหึ น่ารัก

 

 

[Sha-ame]

หึ้ยยยยย ทำไมถึงบังเอิญขนาดนี้เนี่ย

เหตุการณ์เมื่อคืนยังจำไม่ลืมเลย วันต่อมาก็เจออีกแล้ว

“เราพะโล้ อายุ19 เรียนปี1 ที่มหาลัย¥ คณะอักษรศาสตร์ วันนี้ดีใจมากที่ได้เจอเอม ชอบ จะจีบ บอกให้รู้ตัวก่อน ที่ทักเพราะจะจีบ อยากเป็นแฟน โอเคนะ?”

แล้วการที่บอกด้วยหน้าตาจริงจังแบบนั้นน่ะ ชีวิตนี้ไม่เคยมีผู้หญิงพูดแบบนั้นใส่มาก่อนเลย เวลาเจอกันต้องทำตัวยังไงล่ะ พะโล้ก็ไม่รู้ด้วยว่าเราเป็นใคร ว่าแต่มันมีหรอคนที่ไม่รู้จักเราน่ะ

“สินค้าราคารวมทั้งหมด 560 บาทค่ะ คุณลูกค้า” ฉันล้วงกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา แต่ก็ต้องตกใจเพราะบัตรเครดิตที่อยู่ในกระเป๋าหายไปหมดเลย

พี่หมอน พี่ทำอย่างนี้กับชะเอมได้ยังไงงงงงง

“อ่ะ นี่ค่ะ” ยังไม่ทันคิดว่าจะทำยังไงต่อ ก็มีมือเรียวยื่นมาจ่ายเงินทั้งหมดให้ ฉันเงิยหน้ามองเจ้าของมือก็ต้องเบิกตากว้าง

“พะโล้!” อีกฝ่ายหันมายิ้มแป้นแล้นให้ก่อนขยิบตาให้หนึ่งที

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น