ฝืนลิขิตฟ้า ท้าสวรรค์

ตอนที่ 164 : พูดคุยกับเฒ่าหม่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 399 ครั้ง
    2 พ.ย. 62

เมื่อได้ยินผู้เฒ่าหม่าเอ่ยถึงขวดแก้วใสที่มีโอสถสีแดงอยู่ภายใน ฉินหลิงก็รับรู้ได้ทันทีว่าขวดแก้วที่กลุ่มการค้าจี้หลิงผลิตเป็นจำนวนมากในตอนที่เขายังเป็นปุถุชนอยู่นั้นคงไปเตะตาผู้อาวุโสคนนี้เข้าแล้วอย่างแน่นอน

 

ฉินหลิงที่กำลังเดินออกไปพร้อมเจ้าอ้วนเหอก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับชายชราตรงหน้าทันที

 

“อะไรรึ?” ตาเฒ่าหม่าเอ่ยออกมาพร้อมกับสีหน้างุนงงเมื่อเห็นท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้าที่เปลี่ยนไปจนไม่เหมือนปกติ

 

ฉินหลิงยิ้มออกมาเล็กน้อย “ท่านคิดว่าขวดแก้วนี้เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?

 

“โอ้... เจ้านี้เรียกว่าขวดแก้วเองสิน่ะ ถ้าจะถามมันเป็นอย่างไรก็คงเรียกว่าแปลกตาดีทีเดียวทั้งผิวสัมผัสที่ลื่นไหลและความโปรงใสจนมองทะลุได้ แต่มันช่างน่าแปลกจริงๆที่ขวดวิเศษนี้ไม่ได้มีไอวิญญาณ... ”  ตาเฒ่าหม่าพูดถึงขวดในมือ “เอ๋... เดี๋ยวก่อนน่ะ เมื่อครู่เจ้าเรียกว่ามันขวดแก้วหรือ?

 

ฉินหลิงที่ยืนตรงหน้าชายชราก็พยักหน้าเบาๆ

 

เฒ่าหม่าอ้าปากค้าง “หะ.. หรือว่าขวดนี้เป็นของที่เจ้าสร้างขึ้น?  อ่า...เป็นเช่นนี้เองรึ ตาเฒ่าผู้นี้ตกหลุมพรางของเจ้าเสียแล้ว”

 

ชายชรารับรู้ได้ทันทีว่าขวดใสที่ไม่มีไอวิญญาณนั้นย่อมต้องเป็นสิ่งที่ฉินหลิงสร้างขึ้นมาอย่างแน่นอน ด้วยความสามารถของขวดโปร่งใสที่สามารถเก็บไอวิญญาณของเม็ดยาไม่ให้จางหายไปไม่ต่างขวดยาที่ผลิตมาจากดินวิเศษเลยนั้นย่อมต้องเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาและย่อมต้องเป็นที่รู้จักกันไม่น้อย แต่เกี่ยวกับชื่อของขวดแก้วอันนี้นั้นแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนจึงทำให้เขามั่นใจว่านี้ต้องเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าคิดค้นขึ้นมาอย่างแน่นอน

 

แววตาของหนึ่งหนุ่มหนึ่งเฒ่าเปล่งประกายซึ่งแฝงไปด้วยแผนการขึ้นมาทันที

 

ตาเฒ่าหม่าหันไปมองเจ้าอ้วนเหอด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าอ้วน.. เองออกไปรอข้างนอกก่อน ข้าต้องการพูดคุยกับน้องชายท่านนี้ซักหน่อย!!

 

เจ้าอ้วนเหอที่เห็นท่าทีแปลกไปของชายชราก็รู้สึกลังเลแต่เมื่อเห็นฉินหลิงพยักหน้าบ่งบอกว่าไม่เป็นอะไร เขาจึงเดินออกจากเรือนไม้หลังเล็กและไปยืนรออยู่ด้านหน้า

 

เมื่อเจ้าอ้วนเกินออกไป เฒ่าเหอก็โบกมือเล็กน้อยเพื่อปิดประตูบ้านไม้ก่อนจะควักยันต์ขึ้นมาและโยนขึ้นกลางอากาศ

 

ยันต์ที่ผู้เฒ่าหม่าโยนขึ้นสลายไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำแพงสีใสครอบคลุมทั่วห้องอย่างรวดเร็ว ฉินหลิงเองก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองอย่างสงสัยและเฝ้าระวัง ต้องอย่าลืมว่าเขายังเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นก่อตั้งวิญญาณตัวน้อยๆหากชายแก่ผู้นี้ทำอะไรขึ้นมาเขาไม่มีสิทธิ์จะขัดขืนได้เลย

 

“มันคือยันต์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บเสียงและขวางกันจิตสัมผัสน่ะ” เฒ่าหม่าเอ่ยบอกเมื่อสังเกตได้ถึงสีหน้าเป็นกังวลของฉินหลิง การตัดสินใจที่ใช้ยันต์ราคาแพงเช่นนี้เป็นเพราะสถานที่พวกเขาอยู่นั้นเป็นสำนักใหญ่และมีผู้ฝึกตนอยู่มาก ตาเฒ่าหม่าย่อมไม่อยากให้ความลับของขวดวิเศษที่ชายหนุ่มตรงหน้าครอบครองอยู่ถูกผู้อื่นล่วงรู้

 

“เอาล่ะมาพูดเรื่องการค้าของเรากันดีกว่า?” ชายชราเอ่ยขึ้นมาเพื่อต้องการรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าต้องการ

 

ฉินหลิงหัวเราะเบาๆ “ไม่ต้องกังวลไปหรอก.. ยังไงข้าก็ไม่หนีท่านไปไหนอยู่แล้ว” เอ่ยจบฉินหลิงก็มองไปรอบๆด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “จะว่าไปสำนักขจีไพรสันอันยิ่งใหญ่แห่งนี้กลับให้ที่พักแก่ผู้อาวุโสได้น่าอดสูยิ่งนัก หากเป็นข้าคงไม่ทนอัปยศเช่นนี้หรอกน่ะขอรับ”

 

ฉินหลิงเอ่ยเช่นนี้ออกไปตัดสินใจตรวจสอบท่าทีของเฒ่าหม่า และการเดิมพันของฉินหลิงก็ถูกต้องเมื่อเขาเห็นสีหน้าของชายชราบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความโกรธเคืองจนปิดไม่มิด

 

 ถึงแม้เขาจะพอสรุปเรื่องราวความขัดแย้งของตาเฒ่าผู้นี้ได้แต่เขายังต้องการดูท่าทีจริงๆว่าเขาเสแสร้งรึไม่? ซึ่งหากเขาเดิมพันผิดฝั่งอนาคตของเขาในสำนักแห่งนี้อาจพังเอาก็ได้ ดังนั้นฉินหลิงจึงต้องคิดอย่างรอบคอบ เขาไม่ต้องการถูกใครหลอกอีกแล้ว!!

 

 “พอแล้ว!! ไม่ต้องพูดมาเพื่อทดสอบเรื่องของข้าอีก หากเจ้าอยู่สำนักไปนานเข้าซักวันเจ้าเองก็รับรู้ได้ว่าข้าไปผิดใจกับคนผู้หนึ่งจนถูกบีบให้มาเป็นผู้อาวุโสภายนอกที่ต่ำต้อยเช่นนี้” เฒ่าหม่าเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมกับท่าทางที่ยากจะควบคุม

 

 “ในโลกมนุษย์นั้นมีคำพูดที่ว่าลูกผู้ชาย 10ปี ล้างแค้นก็ยังไม่สาย เราต้องรอคอยโอกาสให้มาถึงก่อนจะลงมือ ข้าเองก็คิดว่าท่านคงมีความคิดไม่ต่างจากนี้สิน่ะขอรับ” ฉินหลิงเอ่ยด้วยเสียงเรียบเฉย

 

ตาเฒ่าหม่าที่กำลังระเบิดอารมณ์ก็ต้องหันมาจ้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสับสน ตัวเขาที่ถูกกลั้นแกล้งจนไม่หลงเหลือหนทางใดๆอีกยังจะมีโอกาสลงมือใดๆได้อีก ความแค้นที่อยู่ลึกในใจทำให้เขาไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้ “คนอย่างเจ้าที่พึ่งเข้าสู่หนทางฝึกตนจะไปรู้อะไร?

 

ฉินหลิงส่ายหน้าเบาๆ “ถึงแม้ผู้ฝึกตนและมนุษย์จะไม่เหมือนกันแต่สิ่งที่ทั้งสองมีเหมือนกันคือสิ่งที่เรียกว่าอารมณ์ความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความเสียใจความรังเกียจ ความโกรธ ความคาดหวัง ความสุข ในอดีตยามที่ข้าเป็นเพียงปุถุชนก็ได้ประสบเจอสิ่งต่างๆมาไม่น้อยและสุดท้ายสิ่งที่ทำให้ข้ารับรู้ความจริงของโลกก็คือหากเราไม่แข็งแกร่งพอสุดท้ายตัวเราก็จะเป็นเพียงเศษซาก ท่านที่ทนอดกลั้นต่อศัตรูผู้นั้นก็ย่อมแสดงว่ามีแผนการบางอย่างสิน่ะ!!!

 

ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของฉินหลิงนั้นเขาเองก็ผ่านสิ่งต่างๆและได้พบเจอเรื่องราวมาไม่น้อย หากเทียบกับปุถุชน เขาก็เหมือนได้ใช้ชีวิตไปหนึ่งชีวิตแล้ว

 

ตาเฒ่าหม่าเบิกตากว้าง ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าบอกออกมาแต่เขาก็มั่นใจว่าฉินหลิงผ่านสิ่งต่างๆมาหลากหลายอย่างแน่นอนถึงคาดเดาความคิดของเขาได้มากถึงเพียงนี้

 

ความเงียบดำเนินผ่านไปครู่ใหญ่ ฉินหลิงก็เอ่ยขึ้น “เอาล่ะมาพูดถึงเรื่องของเรากันดีกว่า ท่านว่าขวดแก้วนี้สมควรมีราคาเท่าไหร่?

 

“โดยปกติขวดที่มีไว้สำหรับใส่โอสถวิเศษระดับหนึ่งนั้นจะซื้อขายกันที่หินวิญญาณหนึ่งถึงสามก้อนซึ่งขวดโอสถพวกนี้ทำมาจากดินที่มีไอวิญญาณหนาแน่นเพราะหากขวดโอสถไม่อาจกักเก็บไอวิญญาณของเม็ดยาไว้ได้ สรรพคุณต่างๆของเม็ดยาก็ค่อยๆจางหายไปแต่ขวดโอสถของเจ้าที่สามารถเก็บกลิ่นอายของเม็ดยาระดับสามได้อย่างประหลาดนั้นข้าไม่แน่ใจว่าราคามันจะเท่าไหร่?” เฒ่าหม่าอธิบายออกมาด้วยความรู้ของเขา

 

“แล้วปกติขวดโอสถที่เอาไว้ใส่เม็ดยาระดับ3มีราคาเท่าไหร่รึ? ฉินหลิงเอ่ยถามเพราะเขาต้องการคำนวณราคาที่เหมาะสมแก่สินค้าที่จะสร้างความมั่นคั่งให้แก่เขา

 

“เม็ดยาระดับ3ที่มีราคานับหมื่นหินวิญญาณนั้นย่อมต้องใส่ขวดโอสถที่ทำมาจากดินวิเศษชั้นสูง ดังนั้นจึงทำให้มันมีราคาร้อยหินวิญญาณเป็นอย่างต่ำ แต่ขวดโอสถของเจ้านั้นข้าเองก็ไม่มั่นใจเช่นกันว่าสามารถกักเก็บกลิ่นอายของเม็ดยาที่มีระดับสูงกว่าโอสถระดับ3ได้รึไม่?” การที่ตาเฒ่าผู้นี้ร้อนรนอยากร่วมมือกับฉินหลิงเป็นเพราะส่วนแบ่งที่จะได้จากการขายขวดโอสถชนิดใหม่นี้ย่อมต้องสร้างรายได้ให้แก่เขาเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

 

อย่างไรก็ตามคำพูดถัดมาของฉินหลิงก็ทำให้ความฝันของชายชราดับลงอย่างรวดเร็ว “แล้วท่านคิดหรือว่าเพียงแค่ตัวท่านสามารถเก็บความลับเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ หากคู่แค้นของท่านรับรู้เข้าเกี่ยวกับสิ่งนี้มันผู้นั้นจะไม่มาหาเรื่องท่านอีกรึ”

 

ตาเฒ่าหม่ากำหมัดแน่น สีหน้าของเขาเผยความเกียจชังจนไม่อาจปกปิดได้

 

ฉินหลิงเองก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ในโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายยังมีหนีไม่พ้นความเกียจชังแล้วโลกแห่งการฝึกตนที่อาศัยความแข็งแกร่งเป็นตัวตัดสินมีหรือที่จะไม่มีความแค้นก่อเกิดขึ้นมา

 

“แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางหรอกน่ะ” ฉินหลิงเอ่ยขึ้นมาในขณะที่ภายในหัวของเขาคิดถึงใบหน้าของหญิงสาวรูปงามผู้หนึ่ง ซึ่งนางก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเเต่ก็คือคุณหนูใหญ่เเห่งสำนักขจีไพรสันนั้นเอง


..........................................

 

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ประตูของเรือนไม้หลังเล็กที่ถูกปิดอยู่นานก็เปิดออกมาพร้อมกับชายหนุ่มในชุดสีดำที่เดินมาพร้อมกับชายชราที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแจ่มใส

 

“ฮาๆ น้องชายไว้ว่างๆก็เข้ามาดื่มชาในบ้านข้า” ตาเฒ่าหม่าเอ่ยออกมาด้วยท่าทีสนิทสนมจนเจ้าอ้วนเหอที่ยืนพิงต้นไม้อยู่ไม่ไกลต้องขยี้ตาไปมาด้วยความสงสัย ตาแก่ไร้ยางอายตรงหน้าไปกินอะไรมาถึงเป็นเช่นนี้ได้

 

ฉินหลิงเองก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปทางเจ้าอ้วนเหอ

 

“พี่ชาย ท่านไปทำอะไรกับเจ้าเฒ่านั้นล่ะ ทำไมเขาถึงมีท่าทีน่าขนลุกเช่นนั้น ไม่ใช่ว่าตาเฒ่าหม่าใช้เคล็ดวิชาแปลกๆใส่ท่านหรอกน่ะ” เจ้าอ้วนเหอรีบเดินเข้ามาถามฉินหลิงด้วยความสงสัย

 

“ไม่มีอะไรหรอก” ฉินหลิงหัวเราะเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าอ้วนพูดออกมาแต่เขาก็ไม่ได้บอกอะไรแก่เจ้าอ้วนเหอมากนัก

 

ผ่านไปไม่นานเจ้าอ้วนเหอก็พาฉินหลิงเดินออกมาจากบริเวณตีนเขามายังพื้นที่รอบนอกที่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสวนสมุนไพรจนดูเหมือนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่

 

กลิ่นหอมของสมุนไพรวิญญาณทำให้ฉินหลิงรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก หากเทียบพื้นที่โดยรอบนี้แล้วนั้นไอวิญญาณยังถือได้ว่าน้อยกว่าบนภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนัก

 

เจ้าอ้วนเหอที่เห็นท่าทางของฉินหลิงก็หัวเราะออกมา “พี่ชาย ท่านเป็นผู้ฝึกตนพเนจรคงหาพื้นที่ที่เต็มไปด้วยไอวิญญาณเช่นนี้ยากสิน่ะ ถึงพื้นที่แถวนี้จะไม่ได้มีไอวิญญาณหนาแน่นเหมือนข้างในสำนักแต่มันก็ดีการต้องบำเพ็ญเพียรในที่อื่นยิ่งนัก”

 

ฉินหลิงเองก็รับฟังเรื่องราวต่างๆของเจ้าอ้วนเหอ

 

เจ้าอ้วนเหอนั้นเป็นเพียงเด็กน้อยที่อายุ16ปีเท่านั้น ตระกูลของเจ้าอ้วนเองก็เป็นตระกูลฝึกตนเล็กๆที่อยู่ในพื้นที่ไม่ห่างไกลจากสำนักขจีไพรสัน เมื่ออายุได้ 10 ขวบ เจ้าอ้วนก็ได้รับการตรวจสอบว่ามีแกนวิญญาณซึ่งเป็นพื้นฐานที่ผู้ฝึกตนต้องมีและจากนั้นทางตระกูลก็จัดหาเม็ดยาและเคล็ดวิชาเพื่อฝึกฝนเจ้าอ้วนให้เข้าสู่หนทางฝึกตนก่อนจะฝากฝังเข้ามาเป็นศิษย์รับใช้ในสำนักแห่งนี้

 

เรื่องราวของเจ้าอ้วนนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปในพื้นที่นี้เพราะโดยรอบของสำนักใหญ่มักจะมีการตรวจสอบเด็กน้อยเพื่อมุ่งหวังหาศิษย์เข้าสำนัก ด้วยไอวิญญาณที่หนาแน่นกว่าในแผ่นดินที่ฉินหลิงจากมานั้นจึงทำให้เหล่าทารกที่เกิดมามีโอกาสเป็นผู้ฝึกตนได้มากกว่าเด็กในพื้นที่รกร้างไอวิญญาณอย่างแคว้นต้าเหยี่ยน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 399 ครั้ง

2,215 ความคิดเห็น