ฝืนลิขิตฟ้า ท้าสวรรค์

ตอนที่ 47 : การประลองครั้งเเรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 905 ครั้ง
    4 ก.ค. 62


เมื่อฉินหลิงและหลิวชิงหวินสนทนากันเสร็จ จึงเดินออกจากห้องก็ปรากฏหญิงสาวหน้าตางดงามผู้หนึ่งที่เสื้อผ้าสวมใส่ของเธอไม่ใช่เสื้อผ้าของหญิงสาวทั่วไปสวมใส่กันแต่สวมชุดบุรุษสีม่วงทำให้ดูแปลกตาอย่างยิ่ง

 

หลิวซีอิงที่กำลังยืนรอหน้าห้องก็สังเกตุเห็นบิดาเดินออกมาพร้อมกับฉินหลิงผู้ที่มีชื่อเสียงชั่วร้ายพร้อมรอยยิ้ม ทำให้เธอขมวดคิ้วแน่นแล้วชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่พอใจ

 

“ ฉินหลิง เจ้าคนสารเลว หากว่าเจ้าเก่งจริงก็อย่าได้เอาตระกูลฉินมาข่มขู่บิดาข้า ข้าขอท้าประลองกับเจ้าตัวต่อตัว หากเจ้าพ่ายแพ้จงไสหัวออกจากเมืองแห่งนี้ไปซะ !! ” หลิวซีอิงที่ได้ยินจากบิดากล่าวไว้ว่ามีจอมยุทธถึงสองคนคอยคุ้มกันชายผู้นี้ จึงทำให้เธอคิดว่าฉินหลิงต้องเข้ามาข่มขู่บิดาเธอเรื่องที่เขาก่อในร้านค้าทาสเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นจะมีเหตุผลอะไรได้อีกที่ชายหนุ่มที่มีชื่อเสียงเลวร้ายคนหนึ่งจะมาขอเข้าพบบิดาเธอ

 

ด้านฉินหลิงที่กำลังอารมณ์ดีหลังจากการเจรจากับเจ้าเมืองชินโจวเป็นไปได้ดีก็เผยสีหน้างงงวยอย่างยิ่งที่โดนเด็กสาวไม่รู้จักเอ่ยท้าประลอง

 

หลิวชิงหวินที่เดินตามหลังฉินหลิงมาก็มีสีหน้าอับอายกับพฤติกรรมของบุตรสาวก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้ามืดครึ้ม “ อิงเอ๋อร์อย่าเสียมารยาท ”

 

ครั้นเมื่อเห็นสีหน้าบิดาไม่สู้ดีนัก หลิวซีอิงก็เข้าใจไปแล้วว่าบิดาตนคงโดนเด็กชายผู้นี้กดดัน ก็ยิ่งทำให้เธอโมโหมากยิ่งขึ้น “ ฉินหลิง เจ้าไม่อายบ้างรึยังไงที่ต้องคอยให้คนอื่นปกป้องตลอดเวลา ดีแต่ใช้ชื่อตระกูลฉินมารังแกผู้อื่น แน่จริงก็ขึ้นมาประลองกันซัก300กระบวนท่าซิ ”

 

ฉินหลิงที่โดนด่าก็ขมวดคิ้วแน่นกับบุตรสาวของเจ้าเมืองผู้นี้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้เลยว่าเขาไปหาเรื่องอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เมื่อโดนท้าสู้ต่อหน้าเช่นนี้ หากผู้อื่นรู้เข้าว่าเขาไม่ตอบรับคงดูขี้ขลาดตาขาดไม่สมกับเป็นทายาทตระกูลฉิน

 

“ ได้ ไปประลองกัน ให้ข้าได้เห็นความร้ายกาจของบุตรสาวเจ้าเมืองชินโจว ” ทางด้านฉินหลิงเองก็อยากรู้ฝีมือของอีกฝ่ายเช่นกัน เพราะตัวเขาเองก็เคยแต่ฝึกซ้อมวิทยายุทธกับหมิงฮ่าวผู้เดียวเท่านั้น และไม่เคยลองสู้จริงหรือประลองกับผู้ใดเลย ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการลองสู้แต่เป็นเพราะในเรือนที่เขาอยู่นอกจากหมิงฮ่าวแล้วที่เหลือก็เป็นสตรีทั้งนั้น จะให้เขาฝึกซ้อมกับคนงานในหอการค้าตะวันฉายก็ไม่ได้เพราะพวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา นี้จึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสแสดงฝีมือ

 

หมิงฮ่าวที่ยืนอยู่ด้านข้างประตูก็เห็นและได้ยินเรื่องราวทั้งหมดพลางมองไปยังด้านหญิงสาวที่ใส่ชุดบุรุษด้วยสีหน้าเห็นใจเล็กน้อย

 

ไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยอะไรอีก บุตรสาวเจ้าเมืองชินโจวเดินก็เดินนำทางชายหนุ่มไปยังลานฝึกยุทธด้านหลังจวนเจ้าเมืองชินโจวอย่างรวดเร็ว

 

ฉินหลิงที่เดินตามไปก็ได้ยินเสียงขอโทษต่อความไร้มารยาทของบุตรสาวจากหลิวชิงหวิน ซึ่งฉินหลิงก็พยักหน้าเบาๆอย่างไม่ถือสา

 

เมื่อคนทั้งหมดมาถึงลานประลอง หลิวซีอิงยืนรออยู่ที่มุมหนึ่งของเวที เธอก็คว้าเอาแส้หนังที่เก็บไว้ใต้แขนเสื้อออกมาสะบัดอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นเสียงดังแล้วหันมามองฉินหลิงก่อนจะเอ่ยท้าทายด้วยสีหน้าอหังการที่ไม่เข้ากับใบหน้าอันสวยงามแม้แต่น้อย “ ข้าเองก็อยากจะรู้นักว่าทายาทตระกูลฉินจะเก่งกาจซักแค่ไหนเชียว ”

 

“พี่หมิง ขอยืมกระบี่ท่านหน่อย” เอ่ยจบฉินหลิงก็คว้ากระบี่ที่ผู้เป็นองครักษ์ส่งมาให้แล้วเดินขึ้นเวลาประลองด้วยสีหน้าเรียบเฉย เพราะอย่างไรเขาก็ประลองกับหมิงฮ่าวเป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกอะไรมากนักที่ต้องต่อสู้กับสตรีตรงหน้า

 

เมื่อเห็นฉินหลิงขึ้นมายังลานประลอง หลิวซีอิงก็เผยสีหน้าดูถูกก่อนจะเบิกตากว้างกับพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของชายหนุ่มด้านหน้ากำลังทำอยู่

 

หลิวชิงหวินที่ดูอยู่ด้านล่างก็ปรากฏสีหน้าไม่เข้าใจก่อนจะหันไปถามหมิงฮ่าวที่ยืนอยู่ไม่ไกล “ เขากำลังทำอะไรอยู่รึ ?  

 

หมิงฮ่าวที่เหมือนกับรู้เรื่องราวอยู่แล้วก็ยิ้มแห้งๆออกมา “ สิ่งที่นายน้อยกำลังทำเรียกว่าการวอร์มขอรับ ”

 

“ ตระกูลฉิน มีกระบวนท่าแปลกประหลาดเช่นนี้ตั่งแต่เมื่อไหร่กัน ?  ” หลิวชิงหวินบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นท่าทางการวอร์มของชายหนุ่มบนลานประลอง

 

ทางด้านหมิงอ่าวเองก็พลันนึกไปถึงตอนเขาฝึกฝนให้แก่ฉินหลิงครั้งแรก เขาเองก็ตกใจมากเช่นกันเมื่อเห็นผู้เป็นนายทำท่าแปลกประหลาดและเมื่อเขาเอ่ยถามว่าทำอะไร อีกฝ่ายก็บอกมาว่าการทำแบบนี้เป็นการอบอุ่นร่างกายและการผ่อนคลายกล้ามเนื้อสามารถลดอาการบาดเจ็บจากการฝึกฝนได้ และต่อจากนั้นก่อนที่ฉินหลิงจะเริ่มต้นฝึกยุทธเขาก็มักทำเช่นนี้ จนผู้เป็นองครักษ์ชินตาไปเสียแล้ว

 

เมื่อฉินหลิงวอร์มเสร็จเขาก็เอามือจับกระบี่ที่ตั้งอยู่บนพื้นก่อนจะหันไปมองด้านหญิงสาวที่มีสีหน้าถมึงทึงแล้วเอ่ยออกมา “ ข้าเตรียมพร้อมเสร็จแล้ว เข้ามาได้เลย ”

 

หลิวซีอิงที่เห็นชายหนุ่มทำท่าแปลกประหลาด ในคราแรกเธอคิดว่าอาจจะกระบวนท่าพิเศษของตระกูลฉิน แต่เมื่อได้ยินว่าเขาเตรียมพร้อมด้วยท่าทางประหลาดเหล่านั้น จึงทำให้เธอคิดว่าเขาต้องการล้อเธอเล่นจึงทำให้เธอโกรธยิ่งขึ้น

 

“ ฉินหลิง  ตายซ่ะ !!

 

แส้ยาวสีม่วงของหลิวซีอิงถูกสะบัดออกจากมือขาวของหญิงสาวใส่ฉินหลิงอย่างรวดเร็วราวกับอสรพิษที่พุงเข้าไปหาเหยื่อ

 


ฉินหลิงที่เห็นความอาฆาตจากสีหน้าหญิงสาวก็ทำให้เขาตื่นตัวพลางนึกว่าเขาเองก็ไม่ได้เคยไปทำอะไรให้นางเจ็บปวดใจ แล้วทำไมนางถึงต้องโกรธแค้นเขาเพียงนั้นด้วย

 

กว่าเขาจะได้สติปลายแส้สีม่วงก็เข้ามาปะทะบนใบหน้า  ฉินหลิงเห็นเช่นนั้นจึงเอามือออกมาป้องกันไว้จนถูกแส้ฟาดเข้า จนเขาต้องก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะตั้งหลักได้ พลางรู้สึกเจ็บที่มือซ้าย

 

ในการฝึกซ้อมกับหมิงฮ่าว เขาเคยรับมือกับกระบี่ในรูปแบบต่างๆมากมายจากผู้เป็นองครักษ์  แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับคู่ต้อสู้ที่ใช้แส้เป็นอาวุธจึงทำให้เขาจับจังหวะการโจมตีไม่ถูก เพราะแส้ของหญิงสาวถูกสะบัดไปมาอย่างรวดเร็ว ถึงแม้เขาจะมองเห็นแต่จับทิศทางการโจมตีไม่ได้เลย

 

“ ทายาทตระกูลฉิน ทำได้เพียงแค่นี้เองรึ ? ” หลิวชิงอิงพูดอย่างได้ใจเมื่อเธอจู่โจมโดนฉินหลิงตั้งแต่ครั้งแรก

 

ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พักหายใจ บุตรีเจ้าเมืองชินโจวก็โจมตีต่ออย่างรวดเร็ว

 

ฉินหลิงที่เห็นแส้ยาวเข้ามาปะทะ เขาจึงรีบกระโดดออกจากขอบเขตการโจมตีของแส้อย่างรวดเร็ว

 

เสียงแส้ดังขึ้นบริเวณตำแหน่งที่ฉินหลิงเคยยืนอยู่  หากเขาก้าวออกช้าไปแม้แต่น้อย เขาอาจจะโดนโจมตีอีกครั้งเป็นแน่

 

นี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ต่อสู้กับคนที่ใช้แส้เป็นอาวุธ  ดังนั้นเขาจึงไม่วู่วามเข้าไปในรัศมีการโจมตีของอีกฝ่าย เพราะหากเขาเข้าไปย่อมต้องโดยกระหน่ำจากแส้สีม่วงเป็นแน่

 

“ แน่จริงอย่าหลบซิ ” หลิวซีอิงเอ่ยออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นว่าไม่อาจพิชิตอีกฝ่ายได้ง่าย และหงุดหงิดเมื่อเห็นฉินหลิงวิ่งไปรอบๆจนเธอไม่อาจโจมตีโดน

 

ฉินหลิงไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่ายพลางวิ่งหลบไปรอบๆพร้อมศึกษาทิศทางการโจมตีของแส้และคอยหาโอกาสโจมตี แต่ด้วยรัศมีแส้ทำให้เขาหาโอกาสเข้าประชิดไม่ได้เลยจึงทำได้เพียงวิ่งไปรอบๆเท่านั้น

 

หลังจากไล่ต้อนฉินหลิงมาเกือบหนึ่งก้านธูป(ราว15นาที) หลิวซีอิงก็สามารถกดดันจนอีกฝ่ายเข้าประชิดขอบเวทีของลานประลองได้

 

หลิวซีอิงที่ใบหน้าปรากฏหยดเหงื่อมากมายก็ยิ้มโหดเหี้ยมออกมา  “ ดูซิ ทีนี้เจ้าจะหนีไปไหนได้อีก ” เอ่ยจบไม่รอช้าด้วยอารมณ์โกรธเธอก็สาดแส้ใส่ฉินหลิงอย่างรุนแรง

 

ดวงตาฉินหลิงเปร่งประกายขึ้นทันที่เมื่อเห็นหญิงสาวแส้ฟาดเข้ามา เขาก็ยกกระบี่ขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะเข้าปะทะแส้ของหญิงสาว แต่แทนที่ชายหนุ่มจะใช้กระบี่ต้านความรุนแรงของแส้ที่ฟาดออกมา ฉินหลิงกับปล่อยมือออกจากกระบี่แล้ววิ่งเข้าประชิดหญิงสาว

 

ทางด้านหลิวซีอิงที่เห็นว่าอีกฝ่ายใช้กระบี่ต้านก็ทำให้เธอยิ้มออกมา และเตรียมสะบัดแส้ไปยังอีกด้านเพื่อหลบคมกระบี่เพื่อให้แส้โค้งเข้าปะทะร่างกายของฉินหลิงแทน แต่เธอกลับนึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มผู้นี้กลับปล่อยกระบี่ออกจากมือและการเปลี่ยนทิศทางของแส้เธอจึงโดนเพียงอากาศที่ว่างเปล่า

 

เมื่อเห็นฉินหลิงเข้ามาประชิดตัว เธอก็เบิกตากว้างตกใจ ก่อนจะรีบดึงแส้เพื่อเข้ามาป้องกัน

 

แต่น่าเสียดายที่ชายหนุ่มรวดเร็วกว่า ประกอบกับการที่เธอใช้แส้ฟาดต้อนชายหนุ่มจนเสียพละกำลังไปไม่น้อย หากเทียบพละกำลังของบุรุษกับสตรีก็บ่งบอกได้ชัดเจนแล้วว่ากำลังของฝ่ายไหนเยอะกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉินหลิงที่ตลอดการประลองเขาไม่ได้เขาไปปะทะซึ่งหน้ากับหญิงสาวและทำการออมแรงไว้ตลอดเวลาจึงทำให้เรี่ยวแรงยังเต็มเปี่ยม

 

ฉินหลิงเองก็ไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้ได้โอกาสโต้กลับ  เขารีบเข้าประชิดตัวแล้วแทงข้อศอกเข้าหน้าท้องของหญิงสาวอย่างรุนแรง แล้วหันไปเตะข้อมือขาวนวลที่กำแส้ไว้แน่น

 

เมื่อโดนแรงเตะของชายหนุ่ม ข้อมือที่บอบบางของหญิงสาวก็คลายออกและทำให้แส้หลุดออกจากมือทันที

ส่วนหญิงสาวที่โดนโจมตีเข้าที่หน้าท้องก็รู้สึกจุกอย่างยิ่ง จนยืนไม่อยู่และล้มลงก่อนจะไอออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด

 

ฉินหลิงที่เห็นหลินซีอิงนอนลงไปกับพื้นก็รู้สึกว่าตัวเองลงมือกับสตรีผู้นี้หนักเกินไป  เมื่อนึกขึ้นมาได้ก็รู้สึกผิดไม่น้อยพลางยิ้มแห้งๆออกมา

 

หลิวซีอิงที่นอนเอามือกุมท้องด้วยความเจ็บปวดเงยหน้าขึ้นมามองจึงเห็นรอยยิ้มที่น่ารังเกียจของชายหนุ่มก็ยิ่งทำให้เธอเกียจชังชายหนุ่มผู้นี้อย่างยิ่ง พลางกัดฟันแน่น “ อย่าคิดว่าเรื่องราวจะจบลงแค่นี้ ข้าหาทางเอาคืนเจ้าแน่ ”

 

ดวงตาของฉินหลิงเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาไปสร้างความเกียจชังให้นางมากมายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

“ อิงเอ๋อร์เป็นเช่นไร ” เมื่อเห็นผลแพ้ชนะหลิวชิงหวินก็ขึ้นมาประคองบุตรสาวพลางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

 

หลิวซีอิงเหลือบไปมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าเจ็บใจ “ลูกไม่เป็นไร มือเท้าไม่มีตา วันนี้ถือว่าลูกอ่อนซ้อมถึงได้แพ้ให้กับนายน้อยฉิน ไม่อาจโทษผู้ใดได้”

 

หมิงฮ่าวที่ยืนอยู่ด้านหลังฉินหลิงก็มองเห็นแววตาโกรธเคืองของบุตรสาวเจ้าเมืองผู้นี้แล้วหันมามองเจ้านายตนพลางส่ายหัวเบาๆ “ ท่านไม่รู้จักรักหยก ถนอมบุพผาเลยรึไง ถึงได้ลงมือหนักหน่วงเช่นนี้กับสตรี ”

 

ฉินหลิงเบิกตากว้างก่อนจะให้ไปมองผู้เป็นองครักษ์และเอ่ยถาม  “ ไม่ใช่ว่าเจ้าบอกข้าเองหรอกรึ ว่าการออมมือให้คู่ต่อสู้มันเป็นการเสียมารยาท ”

 

ในโลกที่เขาจากมาย่อมไม่มีการต่อสู้กันเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงตั้งใจศึกษาหลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติของผู้คนในโลกใบนี้ไม่น้อย  ซึ่งในระหว่างฝึกฝนกับหมิงฮ่าว เขาเองก็โดนย้ำเตือนจากผู้เป็นองครักษ์หลายรอบว่าห้ามดูถูกคู่ต่อสู้และห้ามออมมือให้ศัตรูเด็ดขาด ดังนั้นเขาจึงจดจำไว้ในใจเสมอมา แต่พอเขาลงมือจริงจังกับคู่ต่อสู้ แทนที่จะได้คำชมกับโดนหมิงฮ่าวตำหนิซะได้ ย่อมทำให้งงงวยไม่น้อย

 

“เรื่องอื่นท่านคิดอ่านได้ไม่ธรรมดาจนแม้แต่ข้ายังตกตะลึง แต่ทำไมเรื่องแค่นี้ท่านกลับไม่รู้” เอ่ยจบหมิงฮ่าวก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

หลิวชิงหวินที่เห็นว่าอาการบุตรสาวไม่เป็นอะไรมากก็ถอนหายใจออกมาพลางมองฉินหลิงด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ หากจะพูดถึงความงดงามของหลิวซีอิงเขาย่อมมั่นใจว่าน้อยคนนักที่จะเทียบได้ จึงทำให้มีคนมากมายต่างหลงเสน่ห์ในตัวลูกสาวประกอบกับตัวเขาเองที่เอ็นดูลูกสาวคนสุดท้องผู้นี้จนนิสัยของนางเกเรไปบ้าง แต่เขากลับนึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าทายาทตระกูลฉินผู้นี้ลงมืออย่างหนักหน่วงโดยไม่สนใจใบหน้าที่งดงามของลูกสาวเขาเลยแม้แต่น้อย แล้วฉายาจอมราคะฉินที่เห็นสตรีรูปงามจนเข้าไปตระครุบหายไปไหน  เขารู้สึกอยากจะตบคนที่ปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จเช่นนี้นัก

 

“ข้าขอพาอิงเอ๋อร์ไปพักก่อน ไว้อีกซักสองสามวัน ข้าจะเตรียมโฉนดเสร็จแล้วข้าจะให้คนไปตามพวกเจ้าเอง”

 

“รบกวนท่านอาแล้วขอรับ” เอ่ยจบฉินหลิงคารวะแล้วเดินจากไป

 

 

 

 

 

 

พี่หลิงฝากมาบอก ตบเด็ก เตะหมา ท้าผู้หญิงต่อย สอยคนแก่ รังแกคนท้อง ของถนัด (ล้อเล่นเน้อ)

 

ปล. สำหรับขั้นหลอมกายานั้นมีเพียงความแข็งแกร่งและความคล่องตัวที่มากกว่าคนธรรมดา แต่ยังไม่มีพลังปราณนะขอรับ ดังนั้นการต่อสู้จึงไม่มีการปลดปล่อยพลังปราณสีฟ้า สีน้ำเงินออกมาเหมือนจอมยุทธได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 905 ครั้ง

2,237 ความคิดเห็น

  1. #1712 jkooktaev (@jkooktaev) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 04:12
    ชอบบบบ~ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็คือ ... มาก คุณเธอไม่ฟังไรเลยอยู่ดีๆก็มาว่าร้ายแล้วท้าสู้เฉย เหอเหอ ไม่ใช่ว่าพอรู้ความจริงแล้วมาตีสนิทนะ ...
    #1712
    0
  2. #987 stepjazmetalbeat (@stepjazmetalbeat) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 03:00

    ต่อกลอนให้นะคะ


    "รังแกคนท้อง ปกป้องน้องเมีย"

    #987
    0
  3. #842 paprika5301 (@paprika5301) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 06:50
    ทำไมรู้สึกรำคาญยัยคุณหนูนี่จริง น่าตบมาก
    #842
    0
  4. #573 sillaprakop (@sillaprakop) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 11:24

    กำลัง??’???’???’???’???’?

    #573
    0
  5. #114 เทพศาสตรา (@moon2) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 19:20
    เนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้นล่ะหลังจากตอนที่28 เน้นความสมจริงดี เวลาเดินช้าพอควร เป็นนิยายที่แนวกำลังภายในสมัยใหม่ที่ต้องมีการหาเงินทองใช่จ่ายไม่ได้บ้าฝึกกำลังภายในแบบเก่าที่หาที่มาของเงินไม่ได้55555
    #114
    0
  6. #105 I AM A BEAR (@soulmaster1312) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 07:04
    เหมือนตัวเองเก่ง ไม่ค่อยชอบพระเอกเท่าไหร่ฝึกปราณไม่ฝึกบ่อย จริงๆต้องขึ้นเซียนเทียนไว้ก่อน ปลอดภัยเเน่นอน อันนี้ทำไมโดนทีเดียวจอดเลย เเต่เรื่องความรักผมชอบนะครับ ละครไทยดี เเต่หารสู้กับเเส้โดยใช้กระบี่รับเเส้โง่มาก วิธีเเส้คดเคี้ยวหมุน ป้องกันไปมันก็ม้วนคัวโดนหลังโดนมืออยู่ดี จำเป็นต้องค่อยๆดูเเล้วหลบ ผมหวังว่าไรต์จะคำนึงถึงธรรมชาติของอาวุธด้วยนะครับ
    #105
    1
    • #105-1 I AM A BEAR (@soulmaster1312) (จากตอนที่ 47)
      5 กรกฎาคม 2562 / 07:06
      ดีไม่ดีทำให้กระหักได้ด้วย ครับ เเต่ก็เเต่งออกมาได้สนุกมาก
      #105-1
  7. #104 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:13

    ไม่ชอบบางความคิดของตัวเอกทำให้ปู่ทุกข์มากๆแต่ไปเหนแก่ผู้หญิงคนเดียวงั้นก้อตายไปอีกรอบเถอะเกลียดคนทีาไม่รักครอบครัวเหนผู้หญิงดีกว่าครอบครัวทั้งที่ปู่ทุ่มเทความรักให้

    #104
    0
  8. #102 the7golf (@the7golf) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 18:30

    ความวุ่นวายจากพวกนี้น่าลำคาญมาก

    #102
    0
  9. #101 กอล์ฟ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 18:19

    ได้อีกซักตอนจะดีมากครับ

    #101
    0
  10. #100 สมควรโดน (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 18:05

    โดนแค่นี้ยังน้อยไป จะได้หัดเปิดตาเปิดหูดูสะบ้าง ไม่ใช่เอะอะ ๆ ก็ท้าตีท้าต่อยคนอื่นไปทั่ว คิดว่าตัวเก่ง มีพ่อใหญ่ ไม่โดนตบหน้าหันฟันล่วงก็ดีเท่าไหร่แล้ว....หัดถามความจากคนอื่นก่อนค่อยท้าตีก็ไม่สาย แต่อีนี้ ไม่ฟังเชี่ยไร โดนก็ควรละ...อย่าเอาเข้าฮาเร็มนะ เมียเดียวพอแล้ว

    #100
    1
    • #100-1 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 47)
      4 กรกฎาคม 2562 / 18:36
      ใช่ เอาเเต่คิดว่าตัวเองถูกไฟ ไม่เคยถามคนอื่นเลย ขนาดเราเป็นผู้หญิงเหมือนกันยังเอือมอ่ะคิดดู
      #100-1
  11. #99 thamanzxc03 (@thamanzxc03) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 17:54

    ขอบคุณครับ
    #99
    0