เพ้ย! พวกท่าน ข้านั้นเป็นเพียงตัวประกอบ

ตอนที่ 22 : เสวี่ยเอ๋อร์ผู้มิมีพรสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 266 ครั้ง
    20 ก.ย. 60


เสวี่ยเอ๋อร์ผู้มิมีพรสวรรค์


 


 


                สายฝนโปรยปรายพัดพาความเหงาให้มาเยือนจิตใจ พู่อันเสวี่ยเพิ่งรู้สึกได้ว่ามันคือช่วงฤดูฝนเมื่อไม่กี่วันก่อน เพราะที่ผ่านมานั้นไม่เคยมีวี่แววว่าฝนจะตกเลยสักนิด


                เนิ่นนานที่นางเท้าคางกับหน้าต่างเรือนนั่งดูเหล่าหยดน้ำตกกระทบบนหลังคากำลังไหลหล่นลงสู่พื้นดิน  นัยน์ตาว่างเปล่าทอดมองเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย เล่นเอาซิ่นอ้ายและพี่ๆสาวใช้ทั้งหลายกระสับกระส่ายทำตัวไม่ถูก


                สุดท้ายหนึ่งในสาวใช้ก็ทนไม่ไหว ลงไปนั่งคุกเข่าปล่อยโฮ ร้องไห้สะอึกสะอื้นขอร้องให้คุณหนูคนงามยกโทษให้


                พู่อันเสวี่ยหันกลับมามองต้นเสียงอย่างงุนงง มิเข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้นจึงถามออกไป


                “เป็นอันใดหรือเจ้าคะ?”


                “ฮือ คุณหนู ข้าน้อยผิดไปแล้ว ได้โปรดอย่าโทษตัวเองเลยเจ้าค่ะ”


                พู่อันเสวี่ยหรี่ตาพิจารณามองสาวใช้ผู้นี้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะร้อง อ๋อ แล้วพยักหน้าช้าๆสองสามครั้งเป็นอันเข้าใจ หางตาเหลือบไปเห็นภาพวาดลายเส้นยึกยือที่มองให้ตายอย่างไรก็มิอาจทราบได้ว่ามันเป็นรูปเกี่ยวกับอะไรแขวนอยู่บนพนังข้างประตูเรือน หวนคิดถึงวันที่ได้วาดภาพนี้ขึ้นมา


                ภาพที่พู่อันเสวี่ยรู้สึกภูมิใจที่สุดในชีวิต แต่ดูเหมือนว่าผู้อื่นจะไม่เห็นด้วย เพราะเมื่อองค์ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรก็เกิดอาการใบ้พระเสวยไปชั่วครู่ ฝืนยิ้มอ่อนหวานตรัสให้กำลังใจนางด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


                อ่า...เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าพยายามได้ดีมาก หากได้ขัดเกลาอีกสักนิดก็คงจะดีมิน้อย


                แล้วพระนางก็ขอตัวไปพักผ่อน ทิ้งนางกับเต๋อชิงลี่ไว้กลางสวนบุปผาข้างตำหนัก


                สุดท้ายภาพวาดสุดวิปลาสนี้ก็ถูกหิ้วกลับจวนสกุลพู่ไปแบบงงๆ


                ส่วนเต๋อชิงลี่ พู่อันเสวี่ยมิได้สนใจมากนัก ทราบเพียงแค่ว่า หลังกลับจากการเข้าเฝ้าองค์ฮองเฮาวันต่อมาก็มีพระราชโองการจากองค์ฮองเต้ให้เลื่อนงานแต่งขององค์รัชทายาทกับเต๋อชิงลี่เร็วขึ้นเป็นสามเดือนข้างหน้าและมีรับสั่งให้ท่านแม่ทัพเต๋อไปปราบกบฎทางใต้


                มันเป็นหนึ่งในเรื่องที่พู่อันเสวี่ยรู้สึกคาใจ ดูเหมือนว่าเนื้อเรื่องในนิยายที่นางอ่านนั้นเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เช่นเรื่องการไปเข้าเฝ้าองค์ฮองเฮาของเต๋อชิงลี่ที่ไม่มีในนิยายหรือการเลื่อนงานแต่งก็ดี อย่างไรก็ตามความรู้สึกคาใจนี้ก็ถูกลบเลือนไปภายในไม่กี่ชั่วยาม เนื่องจากพู่อันเสวี่ยมัวแต่จดจ่อกับการฝึกวาดภาพอย่างจริงจัง


                เริ่มจากการใช้ต้นไม้ดอกไม้รอบจวนสกุลพู่เป็นแบบวาด ลามไปถึงของใช้ภายในเรือน และจบลงด้วยการให้พี่ๆสาวใช้เป็นแบบในการวาดภาพ และนั่นก็ทำให้พู่อันเสวี่ยรู้ตัวว่าตนนั้นช่างมิมีพรสวรรค์ทางด้านนี้เอาเสียเลย


                เมื่อหนึ่งในสาวใช้เห็นภาพวาดที่ตนเป็นแบบให้ ก็ร้องไห้ประหนึ่งถูกสลัดรัก หัวใจแตกสลายวิ่งหนีพู่อันเสวี่ยไปเสียดื้อๆ นางได้แต่มองตามไปอย่างมึนงงทั้งๆที่พู่กันยังคาอยู่ในมือ ก่อนจะกวักมือเรียกสาวใช้ที่เหลืออยู่มาเป็นแบบให้ใหม่ แต่พวกนางดันส่ายหน้าปฏิเสธซ้ำยังหลีกลี้หนีหายกันเป็นหมดไม่เว้นแม้แต่ซิ่นอ้าย


                สุดท้ายพู่อันเสวี่ยก็มิได้ฝึกฝีมือขัดเกลาการวาดภาพของตนเองตามที่องค์ฮองเฮาได้ทรงตรัสไว้อีกต่อไป


                ฮือคุณหนู ข้าน้อยผิดไปแล้วจริงๆ ได้โปรดอย่าเศร้าเลยนะเจ้าคะ วันหลังหากคุณหนูอยากวาดภาพข้าน้อยยินดีเป็นแบบให้ใหม่ก็ได้เจ้าค่ะ จะไม่วิ่งหนีไปอีกแล้วด้วย


                คำร้องขอจากสาวใช้ผู้ที่วิ่งหนีพู่อันเสวี่ยเมื่อวันก่อน ทำเอานางมุมปากกระตุก ย้ายสายตาจากภาพวาดพิลึกกึกกือของตนกลับมามองเหล่าสาวใช้ทั้งหลายก่อนจะกล่าวปฏิเสธไม่ดีกว่า


                เท่านั้นล่ะ!


                ราวกับฝูงซอมบี้ในภาพยนตร์ที่นางเคยดู พี่ๆสาวใช้กรูกันเข้ามากอดเข่ากอดขาพู่อันเสวี่ย ร้องไห้เอ่ยคำสำนึกผิด บางคนถึงกับด่าทอสวรรค์ที่ทำให้คุณหนูของนางวาดภาพได้ห่วยบรรลัยขนาดนี้


            เอ่อไม่ต้องย้ำก็ได้มั้ง


                และก่อนที่เหล่าสาวใช้ทั้งหลายจะเล่นใหญ่ไปมากกว่านี้ จิวจื่อท่านพ่อบ้านน้อยก็เดินเข้ามาบอกว่าฮูหยินเหมยฮวาเรียกพู่อันเสวี่ยไปพบที่เรือน นั่นทำให้นางสามารถหลุดพ้นจากเหล่าซอมบี้ที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าสาวใช้สกุลพู่ได้อย่างปลอดภัย


 


                “อยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้างพี่จิวจื่อ?”


                เสียงหวานเอ่ยถามในขณะที่เดินตามเขาไปที่เรือนของท่านพ่อและท่านแม่


                “มีความสุขมากขอรับคุณหนู” น้ำเสียงจริงใจที่ส่งผ่านออกมานั้นทำให้พู่อันเสวี่ยยกยิ้มอย่างดีใจ รีบสาวเท้าไปอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้มีดวงตาสีแดงอมส้มอันแสนแปลกประหลาดก่อนที่จะเอามือไพล่หลังแล้วเงยหน้ามองเขาอย่างพินิจ


                ในขณะที่จิวจื่อเดินไปข้างหน้า พู่อันเสวี่ยก็เดินถอยหลัง จ้องมองบุรุษผู้นี้ไม่นานก็ส่งยิ้มหวานไปให้แล้วเอ่ย


                “แม้หน้าจะนิ่งเป็นหินอยู่เหมือนเดิมแต่ว่าแววตาของท่านดูมีความสุขจริงๆด้วย”


                “มันอันตรายนะขอรับคุณหนู” จิวจื่อหยุดเดินกล่าวดุผู้เป็นเจ้านาย มิทันขาดคำพู่อันเสวี่ยก็สะดุดขาตนเอง ยังดีที่จิวจื่อเข้ามาประคองไว้ทันมิเช่นนั้นคืนนี้คงได้นอนบนพื้นแทนเตียงไปแล้ว


                “ฮะๆ ขออภัยเจ้าค่ะ” ฉีกยิ้มให้เขาแล้วก็ต้องเจื่อนลงเมื่อเห็นสายตาแกมดุนั้นส่งมา


                “คุณหนูขอรับ”


                “โอ้ ท่านขมวดคิ้วเป็นแล้ว” นางเฉไฉ รีบสาวเท้าเดินนำหน้าไปยังจุดหมาย ทิ้งให้ท่านพ่อบ้านน้อยยืนถอนหายใจก่อนจะเดินตามมาอย่างเสียมิได้


                มินานก็เข้าใกล้เรือนของท่านเสนาบดีกับฮูหยินเหมยฮวา หน้าเรือนมีผู้คุ้มกันหน้าตายยืนอยู่เพียงลำพัง เขาก้มหัวเคารพเมื่อเห็นพู่อันเสวี่ย นางพยักหน้าแล้วเดินผ่านเขาจะเข้าไปเคาะประตู แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยภายในเรือน มันมิได้ดังมากแต่ก็พอจะทำให้ผู้ที่อยู่ไม่ไกลจากประตูอย่างพู่อันเสวี่ยได้ยินพอดี


                “สถานะการณ์ไม่ค่อยดีหรือเจ้าคะ?” ฮูหยินเหมยฮวากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดูเป็นกังวล


                “...คนผู้นั้น กำลังจะกลับมา” เสียงทุ้มของพู่อันหลงตอบภรรยาตนเอง


                คนผู้นั้น?


                “ชินอ๋องเป็น...”


                พู่อันเสวี่ยแอบฟังได้แค่นั้นก็ถูกขัดจังหวะจากจิวจื่อที่เพิ่งเดินตามมาสมทบ


                “คุณหนูขอรับ...”


                พู่อันเสวี่ยรีบหันไปกระซิบบอกให้เขาเงียบ มันเป็นการเอ่ยคำว่า เงียบ ที่ทำให้จิวจื่อตกใจไปวูบหนึ่งแม้ว่าใบหน้าจะยังคงความเรียบนิ่งไว้อยู่ก็ตาม เสียงกระซิบเต็มไปด้วยความแข็งกระด้างและเด็ดขาด สายตาตำหนิจากคุณหนูผู้ที่เขามิเคยคิดว่าจะมีด้านแบบนี้อยู่ถูกส่งออกมา เพียงแค่ชั่วพริบตา จิวจื่อรู้สึกเหมือนตนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ เย็นยะเยืยกจนร่างกายสะท้านเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคู่นั้น


                พู่อันเสวี่ยเซ็งมากเมื่อถูกขัด พยายามจับใจความใหม่แต่คนข้างในก็เปลี่ยนเรื่องไปเสียแล้ว


                “ท่านพี่ ข้าได้ยินข่าวจากวังหลวงเรื่องเสวี่ยเอ๋อร์ของเรา...”


                “เรื่องนั้นเจ้ามิต้องเป็นห่วงไป อย่างไรมันก็จะไม่เกิดขึ้น”


                “แล้วคนผู้นั้น”


                “ตอนนี้เขายังทำอันใดได้ไม่มากนัก อย่างมากก็สร้างคลื่นใต้น้ำ หาพรรคพวกให้ตนเอง”


                 “เช่นนั้นข้าจะพาเสวี่ยเอ๋อร์ไปอยู่เหนือสักพัก ท่านพี่คิดว่าอย่างไร?”


                “อืม...ตั้งแต่นางหายป่วยก็มิค่อยได้ออกไปไหน พาไปเปลี่ยนบรรยากาศเสียบ้างน่าจะดี นางจะได้มิต้องมารับรู้เรื่องไร้สาระ อีกอย่างปีนี้เจ้ายังมิได้ไปเลยนี่”


                พู่อันเสวี่ยแอบฟังมาถึงแค่ตรงนี้ อยู่ๆบทสนทนาก็กลายเป็นการเกี้ยวพาราสีของท่านพ่อที่ทำให้นางรู้สึกกระดากอายแทน ทนฟังไม่ไหวจึงเดินถอยออกมาหลายก้าวก่อนจะกระซิบถามจิวจื่อ


                “พี่จิวจื่อรู้จัก คนผู้นั้น ที่ท่านพ่อพูดหรือไม่?”


                “ไม่ขอรับ” จิวจื่อตอบแทบจะในทันที


                “แล้วท่านล่ะ?” นางสาวเท้าเข้าไปถามผู้คุ้มกันหน้าตายที่อยู่ใกล้ๆ แต่มิมีคำตอบใดออกจากปากเขาแม้แต่น้อย


                นางถอนหายใจหนึ่งเฮือก เอาเถิด คาดคั้นไปก็มิมีประโยชน์ ขี้เกียจจะสนใจแล้วจึงเดินไปเคาะประตูเรือนเสียงดัง


                “นั่นใคร?” เสียงท่านพ่อตะโกนถามจากอีกด้านของประตู


                “เสวี่ยเอ๋อร์เองเจ้าค่ะ”


 


 


                วันรุ่งขึ้น พู่อันเสวี่ยถูกปลุกตั้งแต่ยังไม่เช้า พี่ๆสาวใช้ก็ช่างขยันทำงานกันเสียเหลือเกิน จัดเตรียมสัมภาระเสร็จก่อนที่นางจะอาบน้ำแต่งตัวเสียอีก พู่อันเสวี่ยถูกเหล่าสาวใช้หิ้วมาส่งขึ้นรถม้าออกเดินทางไปเมืองทางเหนือของแคว้นที่เต็มไปด้วยภูเขาพร้อมกับท่านแม่ พี่ซิ่นอ้ายและผู้ติดตามอีกไม่กี่คน


                เมื่อคืนหลังจากที่นางนั่งฟังท่านพ่อเกี้ยวท่านแม่จบแล้ว ฮูหยินเหมยฮวาก็เอ่ยปากชักชวนบุตรีให้ไปเที่ยวที่เมืองทางเหนือกับท่านและยังเล่าว่าตั้งแต่พู่อันเสวี่ยต้องพิษ ทุกปีตัวฮูหยินเองจะเดินทางไปขอพรที่วัดทางเหนือเสร็จแล้วก็อยู่ทำโรงทานแจกจ่ายอาหารให้กับผู้คนในหมู่บ้านใกล้ๆกับเนินเขา


                ท่านแม่ยังเล่าอีกว่าจวนสกุลพู่ที่นั่นร่มรื่นมาก เหมาะสำหรับการพักผ่อนซึ่งพู่อันเสวี่ยเองก็มิคิดปฏิเสธ ยิ่งได้ยินคำว่า พักผ่อน ด้วยแล้วนางยิ่งอยากไป


                สุดท้ายก็ต้องมานั่งง่วงนอนอยู่บนรถม้ากับซิ่นอ้ายผู้คุ้มกันโนตมน่าอิจฉา


                “เสียดายที่พี่ซิ่นเล่อไม่ได้มาด้วย” พู่อันเสวี่ยกล่าวถึงแฝดน้องของซิ่นอ้ายผู้ที่ถูกท่านเสนาบดีพู่ยึดคืนไปทำงานบางอย่างพร้อมหาวหวอดๆมิสมกับเป็นกุลสตรี เคราะห์ดีที่ฮูหยินเหมยฮวาอยู่บนรถม้าอีกคัน มิเช่นนั้นคุณหนูคนงามคงถูกท่านแม่สั่งสอนไปแล้ว


                การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาสามวันกว่าจะถึงที่หมาย เพียงแค่ได้เห็นหน้าจวนสกุลพู่ น้ำตาแห่งความปลื้มปริ่มก็คลอหน่วย นี่ล่ะคือสิ่งที่นางอยากได้! บรรยากาศที่แสนร่มรื่นตั้งแต่หน้าจวน สัมผัสได้ถึงความเย็นสบายบริสุทธิ์ในแบบที่เมืองหลวงมิสามารถมี นางอยากจะซึมซับความรู้สึกนี้


                หากมิติดว่า


                เปาะแปะ เปาะแปะ...


                ซ่า!


                ฝนบัดซบที่ตกแบบมิมีปี่มีขลุ่ยทำลายบรรยายกาศอันแสนสุนทรีย์ของพู่อันเสวี่ยไปจนหมดสิ้น ทันทีที่กลิ่นสาบฝนลอยเข้ามาแตะจมูกนาง น้ำตาแห่งความปลื้มปริ่มก็เปลี่ยนเป็นน้ำตาแห่งความหดหู่ และมันทำให้พู่อันเสวี่ยเข้าใจถึงอะไรบางอย่าง...


                นางเกลียดฤดูฝน!


TALK


                เปลี่ยนโลเคชั่นกันบ้างเจ้าค่ะ ให้หนูเสวี่ยอยู่แต่กับจวน ตลาดแล้วก็วังนางคงเบื่อ ตอนนี้มาอยู่ภูเขาแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างน้า


(ยังไม่ได้ตรวจคำผิด)



               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 266 ครั้ง

1,271 ความคิดเห็น

  1. #993 PK Py PURI (@Spooky123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 22:18
    สนุกมากค่ะไรท์ มาต่อเร็วๆน่ะค่ะ
    #993
    0
  2. #992 dararat_enjoy (@dararat_enjoy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 09:44
    รอออ มาต่อไวๆน้า
    #992
    0
  3. #991 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 16:51
    ฝนตกเย็นดีออกกกก
    #991
    0
  4. #987 DARK (@Sky-Secret) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 18:18
    สนุกกกกก
    #987
    0
  5. #985 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 15:14
    แต่เราชอบหน้าฝนนะ มันเย็นสบาย
    #985
    0
  6. #984 pafrank (@pafrank) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 08:27
    5555! นางขิวมากเลย
    #984
    0
  7. #983 赵诗兰 (@059104581) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 08:09
    ขณะนี้ค่าตัวพระเอกยังรวมรวมไม่พอ
    #เศร้า
    #983
    0
  8. #982 Devil flower (@loveyouroomai) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 07:50
    ชอบบบบ
    #982
    0
  9. #981 snantaza (@snantaza) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 07:14
    อู้ยยย เราชอบหน้าฝนน้าา พระเอกไปไหน ค่าตัวแพง เหลือ เกิน ไม่ออกมาเลย
    #981
    0
  10. #980 cinnamon_kittyz (@mini_demon) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 07:05
    ถถถถ ฝนตกต้อนรับกันเลยทีเดียว
    #980
    0
  11. #979 Nunticha2540 (@Nunticha2540) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 06:54
    หน้าฝนนี่อากาศดีออกนะหนูเสวี่ย
    #979
    0
  12. #978 Nunticha2540 (@Nunticha2540) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 06:53
    หน้าฝนนี่อากาศดีออกนะหนูเสวี่ย
    #978
    0
  13. #977 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 06:41
    ขอบคุณค่า รอต่อน้า
    #977
    0
  14. #976 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 04:13
    #976
    0