ตอนที่ 11 : SF RAIN 4 ( RAVI X KEN )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 พ.ค. 59

RAVI  X  KEN

BY HKYOYA18






"จะกลับแล้ว"

 

"เมื่อไหร่"            

 

"อาทิตย์หน้า"

 

"ผมไปรับไหม"

 

"อืม"

 

"อย่าลืมของฝากนะ"

 

"สองที่"

 

"ครับ"

 

"บาย"

 

"บาย"

 

บทสนทนาเรียบๆในเมสเสจถึงคนที่อยู่บ้านเกิด เขาไม่ได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวตั้งแต่แต่แจฮวานมาอยู่ด้วยปีกว่าแล้ว แม้ว่าคนน้องจะกลับไปทุกปีก็เถอะ ใจนึงคือขี้เกียจนั่งเครื่องไปนั่นแหล่ะ แต่เห็นว่าอาทิตย์แจฮวานจะกลับบ้านเลยคิดว่าน่าจะกลับบ้านตัวเองเหมือนกัน บ้านที่เกือบจะลืมไปแล้วว่าเคยมีอยู่

 

คนตัวสูงเดินกลับเข้าไปในห้องนอนหลังออกไปคุยกับใครบางคนที่ระเบียง สอดตัวลงใต้ผ้าห่มอุ่นๆที่คนตัวเล็กนอนอยู่ เพียงแค่นั่งลงได้คู่เดียว ก้อนกลมๆที่กอดหมอนข้างหันหน้าไปอีกด้านของเตียงก็กลิ้งมาอยู่ใกล้เขา แขนขาวกอดเอวผมทั้งๆที่นอนอยู่

 

"แกล้งหลับเหรอเรา"ผมว่ายามอีกคนที่ลืมตาทันทีเมื่อโดนจับได้ ใบหน้าหวานยื่นปากอิ่มนุ่มนิ่มใส่นิดหน่อยแล้วหันตัวหนีไปกอดหมอนข้างตามเดิม ทำให้ผมต้องรีบขยับตัวตามไปสะกิดอีกฝ่ายซ้ำๆให้หันหน้ากลับมา

 

"อย่าแกล้ง จะนอน"แจฮวานส่งเสียงแบบรำคาญแล้วถูไถหัวเข้ากับหมอนนุ่มๆเพื่อจมในนิทราต่อ

 

"พี่จะกลับด้วยนะ"ผมบอกคนตัวเล็กที่ตอบอืมๆในลำคอ แต่ก็ยังไม่ยอมหันหน้ากลับมาเมื่ออีกคนเงียบใส่ผมเลยพูดแกล้งอีกฝ่ายอีกครั้ง คราวนี้ถึงกลับลุกขึ้นนั่งหันมาทางผมด้วยใบหน้างงเลยทีเดียว

 

"ไหนๆแล้ว เรามาเป็นแฟนกันเลยไหม"

 

"พี่ เป็นอะไรมากป่ะ กินยาผิดขวดเหรอไง"แจฮวานถามอีกคนอย่างงง ที่มาแกล้งตอนนอน เพื่อบอกว่าพูดอะไรแบบนี้ออกมามันไม่ตลกเลยนะ

 

ไม่ได้กินอะไรผิดสักหน่อย แค่บอกว่าเห็นเป็นน้องชายนี่เชื่อจริงๆหรือไงกัน ผมคิดในตอนแรกนะว่าจะเริ่มต้นกับอีกฝ่ายยังไงดี เริ่มยังไงตั้งแต่เจอหน้าครั้งแรก ตอนที่ผมถูกส่งให้ไปรับอีกฝ่ายที่เกาหลีนั้นผมแทบจะวิ่งรอบบริษัทตัวเองเพราะความดีใจไปแล้ว เพราะชื่อนั้น ชื่ออีแจฮวาน คนที่บังเอิญเจอกันตอนฝนตกเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ผมยังไม่ได้ถูกย้ายให้มาทำงานที่นี่ คนที่ยิ้มตอบผมในวันที่ผมถูกแฟนบอกเลิกพอดิบพอดี พอเห็นฝนที่ไรก็อดคิดถึงวันนั้นไม่ได้สักที วันที่เราเจอกันครั้งแรกแล้วผมเผลอบอกชื่อใครบางคนออกไปแทนชื่อตัวเอง

 

ผมเริ่มต้นจีบอีกฝ่ายเมื่อเห็นคนคนนี้ที่บริษัท ผมเคยทำงานที่เดียวกับแจฮวานนั่นแหล่ะ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่จริงๆ สามสี่วันก่อนการเดินทางซึ่งผมจะทำอะไรไม่ได้ เลยฝากญาติห่างๆคนหนึ่งไปส่งของให้แทน คิมวอนชิค น้องชายห่างๆของผม เราสนิทกันมากถึงขั้นคุยเรื่องความลับกันอย่างเปิดเผยมาตลอด ผมคุยกับเขาเรื่องที่อยากจีบเด็กคนนั้นและฝากของต่างๆให้อีกฝ่าย โดยมารู้ทีหลังว่าแจฮวานนั้นเอาของไปให้เพื่อนตัวเอง ซึ่งวอนชิคนั้นชอบเธอมากด้วย แต่ติดที่ผมขอให้ช่วยเรื่องแจฮวานเลยไม่ได้จีบ

 

วอนชิคที่ทั้งดีใจเรื่องได้คบกับคนที่ตัวเองชอบและเสียใจที่ทำงานให้ผมไม่สำเร็จนั่นทำอะไรแทบจะไม่ถูก เวลามองหน้าแจฮวานแล้วก็รู้สึกผิดทุกที รู้สึกผิดที่ทำตามคำขอผมไม่ได้ มันมีช่วงหนึ่งที่บริษัทปิดปรับปรุงตึกทั้งหลัง และทำให้ผมได้กลับบ้าน กลับไปทำความรู้จักกับอีกฝ่ายในช่วงที่วอนชิกส่งของให้นั่นแหล่ะ เราสองคนเข้ากันได้ดี แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าเป็นที่ปลอมตัวเป็นวอนชิคก็ตาม

 

และวันนั้น วันที่ผมใกล้จะได้เดินทางกลับไปทำงานเพราะอีกไม่นานบริษัทจะเปิดกิจการหลังปิดปรับปรุงมายาวนาน ผมแอบไปหาเขาด้วยแหละ และเอาข้ออ้างของน้องชายที่กำลังมีปัญหากับแฟน เรื่องที่วอนชิคมาปรึกษาผมเรื่องรุ่นน้องที่มาติดพันกับแฟนตัวเอง วันนั้นอีกฝ่ายไปดื่มเหล้าและค้างบ้านเพื่อน ส่วนผมก็ป่วยพอดิบพอดีที่มาหาแจฮวาน แถมได้กำไรนิดหน่อยจากอีกฝ่ายด้วย 

 

แต่สิ่งที่ผิดคาดไปนิดคือวันต่อมานั้นแฟนของวอนชิคดันมาที่ห้องแจฮวาน ผมที่อยากช่วยเลยส่งเมสเสจบอกให้วอนชิคมารับอีกฝ่ายที่หอของแจฮวาน แล้วผมก็ออกไปเคลียร์เรื่องของน้องชายให้ สวมบทบาทได้เนียนถึงขั้นที่ว่าแจฮวานแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ผมแอบรู้สึกผิดนะที่เห็นอีกฝ่ายตบบ่าผมแบบให้กำลังใจ ทั้งๆที่มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าตัวคิดสักนิด

 

"พี่ชอบนายจริงๆนะ"ผมบออีกฝ่ายพลางลุกขึ้นมานั่งเช่นกัน

 

ดวงตากลมโตเสมองไปทางอื่น ริมฝีปากอิ่มโดนฟันขบเม้มขณะครุ่นคิดเรื่องในใจ พี่บอกว่าคิดกับผมแค่น้องชายไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมถึงได้เป็นแบบนี้กันนะ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

"จำวันที่ฝนตกได้ไหม"ผมเลือกที่จะถาม ถึงแม้ว่าลึกๆแล้วไม่อยากรื้อหื้นมันขึ้นมาเพราะอีกฝ่ายอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำไป แต่ว่าผมก็อยากให้เขารับรู้ว่าทำไมผมถึงชอบเขา 

 

"พี่ราวี่ นั่นพี่เหรอ"คนตัวขาวหันหน้ากลับมาพร้อมถามด้วยดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ นิ้วชี้นั้นยกขึ้นมาชี้หน้าผมอย่างสั่นๆ พร้อมรอคำตอบที่ผมตอบว่าใช่

 

แม้ว่าคำตอบจะทำเอาแจฮวานตกใจไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ทันได้พูดอะไรเมื่อคนตอบดึงชายหนุ่มเข้าไปกอดเต็มแรง ทำให้เขานอนทับอีกฝ่ายที่หงายหลังลงนอนบนเตียงไปแล้ว กองอยู่บนตัวอีกฝ่ายที่จู่ๆก็ดันพลิกให้เขาลงนอนใต้ร่างเฉยเลย

 

"แล้วคำตอบของพี่ล่ะ"ผมถามพลางมองเข้าในดวงตาที่กำลังสับสน งุนงง ปนเปจนแยกไม่ออก ก็ไม่แปลกเท่าไหร่หรอกนะที่อีกฝ่ายจะเป็นแบบนี้

 

โดนกรอกหูอยู่ทุกวันว่าเอ็นดูเหมือนน้องชายแล้วจู่ๆมาบอกว่าชอบ มาขอเป็นแฟน ก็มีบ้างแหล่ะ แต่ก็ยังดีที่ไม่โกรธเขาจนหนีเตลิดไปเสียก่อน ถ้าแจฮวานทำแบบนั้นผมก็คงไปต่อไม่ถูกแล้วล่ะ

 

"ผมคิดกับพี่แค่พี่ชาย ขอโทษนะครับ"แจฮวานตอบไปตามจริง ทำเอาคนที่รอคำตอบหน้าเสียไม่น้อยเลย 

 

"พี่ที่ไหนจะหาโอกาสกอดน้องชายทีเผลอทุกครั้ง แอบจูบน้องชายอยู่ทุกคืนกันเล่า"ผมบอกอีกฝ่ายที่เหมือนจะทำหน้าตกใจไม่น้อยเลย ตอนผมบอกว่าจูบทุกคืน 

 

"จะจูบผมทะทุกคืน"อีกฝ่ายว่าตะกุกตะกัก แถมแก้มสองข้างยังขึ้นสีแดงจางๆอย่างน่าเอ็นดู

 

แจฮวานที่เพิ่งรู้ความจริงถึงกับไปต่อไม่ได้ ไอ่คนที่นอนด้วยทุกวันมาจูบผมทุกคืน มิน่าล่ะตอนเช้าๆบางครั้งถึงได้แสบปาก เหมือนมีอะไรมากัด มาจูบผมแบบไม่ขออนุญาตนี่มัน…………

 

"ก็อยากจะทำมากกว่านี้อยู่หรอกนะ แต่พี่คิดว่ารอเราโอเคค่อยทำก็ได้"

 

ยิ่งคำพูดของคนอายุมากกว่าเข้าโสตประสาทมากเท่าไหร่ แจฮวานก็เหมือนใจเริ่มเต้นเพราะความโกรธหรือเขินก็ไม่รู้ เรื่องแบบนี้พูดออกมากันง่ายๆขนาดนี้เลยหรือไงพี่ราวี่คนขี้เล่นนั้นหายไปไหนแล้วววว

 

"พี่ต้องล้อผมเล่นแน่ๆ"แจฮวานที่เพิ่งตั้งสติถึงกลับพูดอีกอย่างที่ทำให้คนเพิ่งอารมณ์ดีไม่นานถึงกับขมวดคิ้วชนกัน

 

"พี่ไม่ล้อเราเล่นหรอกนะ"ผมบอกคนใต้ร่างแล้วทาบทับริมฝีปากตัวเองลงไป

 

แจฮวานถึงกับอึ้งจนตาเบิกกว้างอีกครั้ง ยิ่งปลายนิ้วเกลี่ยแก้มอุ่นของเขามากเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็ยิ่งขบเม้มริมฝีปากเขามากขึ้นเท่านั้น การจูบแบบนี้ยิ่งทำให้คนที่กำลังสับสนนึกถึงวันที่ตัวเองโดนวอนชิคจูบในตอนเช้า ค่อยๆขบเม้มราวกับขออนุญาตเหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้มันถอดแบบกันออกมาชัดๆ เพียงแค่เผลอก็โดนจับคางให้เผลอริมฝีปากสอดเนื้อนุ่มนั้นเข้าไปภายใน

 

"พี่ราอืม"เสียงนุ่มหลุดพูดออกมายามที่ผมถอนริมฝีปากออกมาเปลี่ยนองศาในการรับรสสัมผัสอีกฝ่าย โพรงปากคนอายุน้อยกว่าเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆของขนมปังที่ทานไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน รสหวานนุ่มยามสัมผัสปลายลิ้นอีกฝ่ายชักชวนให้ชายแทบจะลืมเลือนสติตัวเอง

 

"พี่คงจะหยุดไม่ได้ ถ้านายไม่ตกลง"ผมพูดกับคนที่หน้าเริ่มแดง หอบหายใจหนักๆเพราะเมื่อครู่นั้นเหมือนจะหายใจไม่ทัน 

 

คำถามของคนที่เพิ่งฉวยโอกาสนั่นทำให้คนตัวขาวถึงกับหน้าแดงมากขึ้น ถ้าเขาปฏิเสธก็จะโดน ถ้าเขาตกลงแล้วมีอะไรมารับปนะกันว่าอีกคนจะไม่ทำต่อกันละ เพราะยิ่งเสตามองต่ำครุ่นคิดคำตอบก็ดัรมองเห็นอะไรบางอย่างในความมืด อะไรสักอย่างที่เหมือนจะดันเนื้อผ้ากางเกงจนนูนขึ้นมา ตอบแบบไหนก็ดูจะไม่รอดจริงๆ

 

"เงียบแบบนี้ ตกลงสินะ"คนถามเองตอบเองพูดออกมา ก่อนจะก้มตัวลงไปตักตวงความหวานนั้นอีกครั้ง 

 

อีกครั้ง 

 

และอีกครั้ง

 

จนร่างกายที่อยากจะต่อต้านถึงกับหมดแรง นอนหอบหายใจปรือตามองเสื้อผ้าของตัวเองกับคนอายุมากกว่าหลุดหลุ่ยไปตั้งแต่เมื่อไม่รู้

 

 

.

 

 

.

 

 

ผมคิดถึงที่นี่มากจริงๆ ความคิดที่ลอยเข้ามาเมื่อเห็นแผ่นดินบ้านเกิด เมื่อเครื่องบินจากโซนยุโรปกำลังใกล้ลงจอดในสนามบิน ผมกวาดสายตาดูเมืองที่ยังคงเหมือนเดิมแต่มันก็ทำให้ผมแปลกใจเสมอเมื่อกลับมาบ้าน ผมหันหน้าไปมองคนข้างกายที่เอนตัวมาพิงผมทั้งๆที่หลับตั้งแต่ขึ้นเครื่องที่อังกฤษ จนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปบีบจมูกนั่นอย่างหมั่นไส้ ไม่รู้จะหลับอะไรนักหนา

 

"แจฮวาน อย่าแกล้ง"เสียงทุ้มปนง่วงเอ่ยเบาๆทั้งที่ยังหลับตา

 

"ถึงเกาหลีแล้ว ตื่นได้ยัง"

 

"ง่วงอยู่เลย จูบปลุกหน่อยสิ"แบบนี้ก็ได้เหรอ ผมคิดเมื่อได้ยินเสียงคนอายุมากกว่าบอกแบบนั้น 

 

"ตื่นแล้วก็ลืมตา ไม่ต้องเนียน"ผมว่า แต่ดันถูกคนที่นอนอยู่ลืมตาขึ้นมาขโมยจุ๊ปปากผมไปเบาๆ จนอยากจะโวยวายถ้าไม่ติดว่าแกล้งใจคนในเครื่องเดียวกัน

 

ตั้งแต่วันที่ผมโดนบังคับให้ตกลงรับคำขอเป็นแฟน เรียกว่าบังคับก็ไม่ผิดหรอกครับ เพราะว่าผมยังไม่ได้ตกลง วันนั้นผมยังไม่ได้เสียอะไรเลยจนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ดี ถึงเกือบจะโดนกินหลายครั้งแต่พี่ราวี่ก็ยังควบคุมตัวเองได้ดีว่าไม่ควรทำ รอผมเต็มใจก่อนค่อยทำ น่ารักใช่ไหมล่ะครับ แต่ถึงจะไม่ได้กินผมก็ยังโดนอีกฝ่ายหอมแก้มบ้าง จูบบ้างเวลาอยู่ห้องกันสองคน

 

"พี่จะกลับบ้านเลยไหมครับ"ผมถามขณะที่เราเดินลงจากเกสต์เพื่อไปหยิบกระเป๋าของตัวเอง 

 

"ก็คงจะเป็นแบบนั้น แล้วเราจะส่งที่อยู่มาให้พี่หรือถ้าพี่อยากไปหา"ราวี่ถามคนตัวบาง พลางแย่งกระเป๋าอีกฝ่ายมาถือเอง แต่ไม่ได้หนักอะไร เพราะเจ้าตัวหอบมาแค่ของใช้กับชุดสองสามชุดเท่านั้น ผมเลยยื่นของฝากน้องชายไปให้อีกคนถือแทน

 

"ไม่อ่ะ รอวันกลับค่อยเจอกันไม่ดีกว่าเหรอครับ"

 

"พี่คงขาดใจก่อนพอดี"

 

"ราวี่ แจฮวาน"เสียงคุ้นหูที่เรียกคนสองคนที่ยืนคุยกันเพราะตกลงกันไม่ได้ คนหนึ่งอยากไปหา คนหนึ่งกลับอยากอยู่แบบสงบกับครอบครัวมากกว่า

 

"พี่เลโอ พี่เอ็น วอนชิก"แจฮวานเอ่ยเสียงเบาในชื่อสุดท้ายเมื่อหันไปเจอ คนเรียกนั่นเป็นพี่เลโอที่มารับผมยืนข้างพี่เอ็น และด้านหลังนั่นเป็นวอนชิกกับเพื่อนของผมที่ติดสอยห้อยตามมาเพราะอะไรไม่รู้

 

"ไอ่เด็กแสบ"ราวี่เรียกน้องชายห่างๆที่ไม่ได้เจอกันหลายปี เมื่อคนที่มารับเดินมาหา 

 

"ก็ยังเหมือนเดิม"คำเปรยหลังจากดูราวี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าของพี่เลโอที่ทำเอาผมกับพี่เอ็นหลุดหัวเราะกันสองคน ถ้าพี่จะมองเพื่อนด้วยสายตาแบบนี้ก็น่าสงสารคนโดนมองอยู่เหมือนกัน

 

"ไอ่ปากเสีย"ราวี่ว่าเพื่อนตัวเองพลางดึงคนพูดเมื่อครู่ไปกอด และตามด้วยคนหน้าคล้ายตัวเองตามลำดับ 

 

ผมรู้ก่อนจะกลับมาที่นี่ว่าพี่ราวี่มีลูกพี่ลูกน้องห่างๆที่นานๆเจอกันที แต่สนิทกันมากๆ หน้าตาเหมือนถอดแบบกันมาด้วยอีกต่างหาก เพราะแบบนั้นถึงจะมองอีกฝ่ายก็ยังแอบกระอักกระอ่วนใจนิดหน่อย เมื่ออีกฝ่ายเป็นคนที่เคยแอบรัก ถึงแม้ว่าจะเข้าใจผิดมาตลอดก็ตาม

 

"สบายดีไหม"เสียงหวานของเพื่อนสนิทผมถาม เธอเดินมาหาผมและเหมือนอยากจะกอดแต่ก็ไม่กล้าที่จะทำมันสักเท่าไหร่ ถึงได้ยกมือขึ้นค้างกลางอากาศแล้วก็เอาลงแบบเดิมเมื่อสายตาของวอนชิกมองตามมาแบบหึงหวง แต่แจฮวานไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ชายหนุ่มดึงเพื่อนสาวของตัวมาสวมกอดอย่างคิดถึง

 

"สบายดี ไม่โกรธใช่ไหมครับที่ไม่ได้บอก"

 

"โกรธสิตาบ้า โกรธมากๆเลยด้วย ไปก็ไม่ยอมบอก กลับมาก็ไม่ยอมบอก ฮึก"เสียงหวานโวยวายตรงอกผม ผมลูบหลังเธอเบาๆและรู้สึกชื้นที่อกตัวเอง น้ำเสียงสั่นๆตรงปลายเสียงนั้นเดาไม่ยากเลยว่าบ่อน้ำตื้นของเธอนั้นได้แตกออกเสียงแล้ว ไหล่บางสั่นไหวยามสะอื้นตรงช่องว่างเล็กน้อยตรงอกของผม

 

(ต่อจากนี้จะเป็นการแกล้งแจฮวาน จะมีแค่ส่วนพูดนะ ถ้าอธิบายมันอาจจะยาวกว่านี้)

 

แจฮวาน : ไถ่โทษด้วยของฝากดีไหม

 

เพื่อนสาว : ไม่เอา

 

แจฮวาน : งั้นไปเที่ยวกันไหม

 

เพื่อนสาว : ไม่เอา

 

แจฮวาน : อยากได้อะไรครับ

 

เพื่อนสาว : ตอบว่าเป็นแฟนกับพี่ราวี่แล้วเราจะหายโกรธ

 

แจฮวาน : ......!......

 

เพื่อนสาว : ว่าไงแจฮวาน

 

ราวี่ : แฟนนายนี่ร้ายจริงๆ

 

เอ็น : แจฮวานคิดหนักเลยเหรอ เพื่อนเราไม่ดีขนาดนั้นเชียวเหรอครับแทคอุน

 

แทคอุน : แค่ปากเสีย มือไวเท่านั้นเอง

 

ราวี่ : คำชมกูเหรอว่ะ

 

แจฮวาน : หรอกครับ

 

ราวี่ : เดี๊ยวๆเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ จะคืนคำเหรอ

 

แจฮวาน : ผมไม่ได้ตกลงกับพี่สักหน่อย

 

ราวี่ : ทำขนาดนี้แล้วยังปากแข็งอีกนะ

 

แจฮวาน : พี่เป็นแบบนี้ไง ใครจะอยากตกลง

 

ราวี่ : งั้นพี่ไม่กลับบ้านล่ะ จะไปค้างบ้านเรา

 

แจฮวาน : พี่ราวี่!

 

ราวี่ : เรียกพี่ทำไมครับเรา

 

แจฮวาน : เป็นก็เป็น แต่ไม่ต้องมาค้างบ้าน พอใจกันหรือยัง

 

ทุกคนยกเว้นแจฮวาน : 55555555555

 

ราวี่ : เดี๊ยวพี่ไปเยี่ยมเรานะพรุ่งนี้

 

แทคอุน : เดี๊ยวไปส่ง

 

เพื่อนสาว : เราไปกันด้วยไหมคะวอนชิก

 

วอนชิก : ตามใจคุณเลยครับ

 

แจฮวาน : บอกว่าไม่ไง

 

เอ็น : กลับบ้านเราก่อนหรือจะไปบ้านราวี่ก่อน

 

แจฮวาน : พี่เอ็น

 

แทคอุน : บ้านแจฮวาน จะได้ไปทำความรู้จักไว้ก่อน

 

แจฮวาน : ไม่ไปนะ

 

ราวี่ : ดีเลยๆ งั้นเดินทางกันเถอะ

 

แจฮวาน : ผมบอกว่าไม่ไง :(




END


*ด้วยความป่วงและไม่มีสาระ เราพยายามหั่นตอนมันนะ พาร์ทละ 10 หน้า 

**ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ จากใจผู้ทดลองแต่งคะ....................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #50 SYMJDH (@forfine) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 13:56
    เราด่าวอนชิคมาหลายตอนมาก รู้สึกผิดเลย หน้าแตกด้วยเนี่ย 555 พลิกล๊อคกันแบบคาดไม่ถึงทีเดียวเชียว
    #50
    0
  2. #26 แบ็คกี้ย่าส์ (@baeky-yah) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 10:40
    คดีพลิกกกกกก โหหหหหหหวอนชิกเราขอโทษ
    เราสาปส่งนายไปหลายตอนมากอะ 55555 ทำไมเป็นคนงี้ ทำแจฮวานร้องไห้ทำไม คนนิสัยเสีย บลาๆๆๆๆ
    ซอรี่ๆๆๆ คิดละขำ ตอนนี้หันมาสาปส่งพี่ราวี่แทน
    อะไรของพี่เนี้ยยยยยย ไปปลอมตัวเป็นชิกกี้ไมมมมมมม
    ตอนป่วยนี้ก็มาอย่างน่าสงสารเลย นี่วอนชิกรักแจฮวานสินะ ไม่ได้รักเพื่อนนั้นสักหน่อย
    แล้วก็กลับไปเลือกคนนั้น ให้แจฮวานหนีมา โฮฮฮฮฮตอนนี้คือสาปวอนชิกไปเยอะมากจริงๆ ขอโทษชิกกี้อีกทีนะ
    แต่จบแบบแฮปปี้ทุกคนอย่าแกล้งแจฮวานนี่ขนาดนั้น
    เค้ายอมเป็นแฟนกะพี่ราวี่แล้ว ไปค่ะไปเปิดตัวกะคุณพ่อคุณแม่ได้แล้วค่ะ ^^
    #26
    0