ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,718 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    392

    Overall
    159,718

ตอนที่ 1 : ชีวิตอันรื่นรมย์...ของฉัน(ใช่เหรอ)(แก้ไข)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    30 ก.ย. 57

ชีวิตอันรื่นรมย์...ของฉัน(ใช่เหรอ)

      นับตั้งแต่ที่ลืมตาดูโลก ชีวิตของฉันก็ดำเนินไปตามปกติเหมือนกับคนทั่วๆไป แต่ในตอนที่อายุได้เจ็ดขวบ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันมันก็ได้เริ่มขึ้น จนทำให้ตัวฉันแตกต่างจากผู้คนทั่วไปทันที

      วันนั้นเป็นวันที่พ่อมารับที่โรงเรียนไม่ได้ เลยให้น้ากรซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของแม่มารับแทน เพราะมาทำธุระแถวโรงเรียนฉันพอดี ระหว่างทางที่กลับ จู่ๆก็มีรถจักรยานยนต์มาตัดหน้าอย่างกระทันหัน ทำให้น้ากรต้องหักหลบ รถเลยเสียหลักพุ่งชนกับต้นไม้ ฉันที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ แม้จะไม่กระเด็นออกนอกรถเพราะรัดเข็มขัดไว้ แต่ก็ต้องถูกคอนโซลหน้าที่ยุบอัดทุบเข้ามาที่ขาทั้งสองข้างจนกระดูกแตกละเอียด ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็พุ่งจู่โจมเข้ามาทันที แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็มืดดับลง

      ฉันมารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว พร้อมๆกับขาทั้งสองข้างที่หายไป เพราะคอนโซลที่อัดยุบเข้ามาทำให้ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง ซึ่งอาจจะใช้เวลากว่าชั่วโมงถึงจะเอาตัวฉันออกมาได้ แต่เวลานานขนาดนี้ หน่วยฉุกเฉินที่มาช่วยเหลือลงความเห็นว่าตัวฉันอาจเสียชีวิตก่อน ดังนั้นเพื่อรักษาชีวิตฉันไว้จึงต้องตัดขาทั้งสองข้างทิ้ง แล้วเอาตัวฉันออกมา

      หลังจากนั้นชีวิตฉันก็ได้เพื่อนใหม่เป็นรถเข็น ถึงจะมีขาเทียมแต่ฉันก็ไม่ค่อยจะชอบใช้เท่าไหร่เพราะมันดูขัดๆยังไงไม่รู้ นอกจากจะใส่เพื่อเปลี่ยนอริยาบทจากการนั่งบนรถเข็น ป้องกันไม่ให้เป็นแผลกดทับ
    ทว่าดูเหมือนสวรรค์คงจะชื่นชอบฉันเป็นพิเศษ มอบโรคลูปัสหรือโรคพุ่มพวงมาให้อีกในปีถัดมา หากจะว่าไปเจ้าโรคนี้มันก็ติดตัวฉันมาตั้งแต่เกิดแล้วแหละ แต่เพิ่งแสดงอาการออกมา เป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ แทนที่จะต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมภายนอกร่างกายกลับมาต่อต้านและทำลายเซลล์ต่างๆในร่างกายตนเอง
     ถึงตอนนี้ฉันเข้าใจในคำว่า รู้หน้าไม่รู้ใจ อย่างสุดซึ้งทันที คิดดูซิขนาดเจ้าภูมิคุ้มกันของตัวเองแท้ๆ ก็ยังมาทรยศกันได้     ทุรยศ...ทุรยศแล้วว......

      ครอบครัวของฉันมีกันทั้งหมดสี่คน มีพ่อนนท์ แม่ทิพย์ พี่นัทและก็ฉัน นิดคือชื่อของฉันเอง ที่บ้านของฉันนั้นจะว่าเข้าขั้นรวยก็คงพูดได้เต็มปาก เพราะพ่อเป็นอาจารย์สอนศิลปะในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แม่ของฉันเป็น ผอ.โรงเรียนมัธยม ถือว่าเป็นครอบครัวครูโดยแท้ จะมีแต่พี่ชายของฉันนี้ล่ะที่ผ่าเหล่าผ่ากอไปเป็นหมอ แต่ถ้าได้ฟังเหตุผลที่พี่นัทไปเป็นหมอ ฉันก็ต้องอึ้งขึ้นมาทันที

      "ไหนสมัยก่อน พี่นัทเคยบอกว่าอยากเป็นครู ตอนนี้ทำไมถึงอยากเป็นหมอล่ะคะพี่นัท" ฉันเอ่ยถามพี่นัทในวันหนึ่ง ตอนที่พี่นัทรู้ผลสอบเข้าเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทลัยรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งได้ แล้วเข้ามาบอกกับฉัน  พี่นัทจ้องมองฉันด้วยสายตาอันอ่อนโยน พร้อมกับยกมือมาลูบที่หัวฉันอย่างนุ่มนวล

      "เป็นหมอ พี่ก็จะได้มารักษานิดให้หายป่วยไง ไม่ดีเหรอ"

      พอพี่นัทพูดจบ ขอบตาฉันก็รื้นขึ้นมาทันที จ้องมองพี่นัทค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดแบบตะกุกตะกักออกมาว่า

      "ถะ..ถึงจะหายจากโรคที่ว่า ตะ..แต่นิด ก็ยังเดินไม่ได้และเป็นภาระให้คนอื่นอยู่ดี"ฉันพูดออกไปพร้อมๆกับยื่นมือออกไปกุมหลังมือที่พี่นัทใช้ลูบหัวฉันไว้แน่น

      "สำหรับนิด ต่อให้พี่ต้องทำอะไรมากกว่านี้ ก็ไม่ถือว่าเป็นภาระหรอก พี่เต็มใจ"พี่นัทพูดเสร็จ ก็เปลี่ยนมากุมมือของฉันแทน

      ฉันเพิ่งรู้วันนี้เองว่า มือของผู้ชายที่หนาใหญ่และแข็งแกร่ง ดูไปเหมือนจะหยาบกระด้าง แต่มือคู่นี้ของพี่นัทพอกุมมือฉันไว้ กลับถ่ายทอดความอบอุ่นอ่อนโยนได้อย่างมากมาย

      "หลังจากพี่เรียนหมอแล้วอาจจะ มีเวลามาคุยและเล่นกับนิด บ่อยๆไม่ได้เหมือนเดิมแล้วนะ เพราะต้องย้ายไปอยู่ที่หอใกล้ๆมหาวิทยาลัยแทน แต่ยังไงพี่จะมาเยี่ยมเรา บ่อยๆทุกอาทิตย์ไม่ให้ขาด "พี่นัทลูบมือฉันเบาๆขณะที่พูด

      "ไม่ต้องก็ได้ค่ะพี่นัท ที่บ้านมีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะ นิดอ่านหนังสือก็แก้เหงาได้แล้ว เบื่อมากก็ไปนั่งวาดรูปเล่น พ่อกับแม่ก็คอยเป็นเพื่อนนิดทุกวัน ไหนจะลุงสอน ป้าจิต น้าชิด น้าฟ้า พี่มะลิอีก"ฉันพูดไปพร้อมๆกับทำท่าทางนับนิ้วมือให้พี่นัทดูว่ามีอะไรบ้าง

      ที่บ้านของฉันนอกจาก พ่อแม่และพี่ แล้วยังมีลุงสอนที่เป็นคนสวน ป้าจิตแม่ครัวของบ้านฉัน น้าชิดสามีน้าฟ้าที่เป็นคนขับรถ น้าฟ้าที่เป็นคนรับใช้ แล้วยังมีพี่มะลิที่เป็นลูกสาวของน้าชิดกับน้าฟ้า รวมกันแล้วก็เก้าคนที่อยู่ที่บ้านหลังนี้ ทุกๆคนในบ้านพอว่างก็จะเข้ามาคุย เป็นเพื่อนเล่นด้วยตลอด ทำให้ตัวของฉันไม่รู้สึกเหงาเลยซักนิดเดียว

      " ถ้าพี่เรียนจบเมื่อไหร่ เราจะไปเที่ยวกันซักสองเดือนเลย ดีไหม"พี่นัทจ้องมองฉันอย่างอ่อนโยนขณะที่พูด

      "ดีค่ะ ดีมากๆเลย"ฉันพูดไปพร้อมๆกับฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี

      "แต่พี่นัทจะไม่เหนื่อยเหรอ ต้องมาคอยเข็นรถเข็นให้นิดตลอดอ่ะ"ฉันหลุบตาลงหลังจากพูดจบ

      "ไม่มีทางหรอกดูนี่ ร่างกายของพี่มีกล้ามเป็นมัดๆ อกผายไหล่ผึ่งขนาดนี้ แค่เข็นรถเข็นพานิดเที่ยวทั้งวัน สบายมากอยู่แล้ว"พี่นัทพูดไปพร้อมๆกับ ทำท่าเบ่งกล้ามให้ดู ถึงกับทำให้ฉันต้องหัวเราะออกมาแทบจะทันที

      "นิด คิดที่จะไปไว้ได้เลย ว่าจะไปที่ไหนก่อนดี ไม่ว่าจะเป็นไปเหนือล่องใต้ ไกลแค่ไหน พี่ก็บ่ยั่น ฮ่าๆ"

      "ไปทะเลก่อนดีไหม เกาะสมุยก็ดีนะ ดูหาดทรายมองทะเลที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ลมทะเลพัดเอื่อยๆ จ้องมองดูคลื่นซัดกระทบฝั่ง พอตกดึกก็นอนเล่นที่ชายหาดแหงนมองดูดาวกัน มีพี่พ่อแม่แล้วก็นิด คงจะมีความสุขน่าดู" พี่นัท ยกไม้ยกมือทำท่าทางประกอบ

      "ค่ะ พี่นัท นิดจะรอค่ะ"ฉันพูดออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม

      "เอาล่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว พี่ไม่กวนเวลานอนของนิดล่ะ"พี่นัทตบหลังมือฉันเบาๆ

      "หลับฝันดีค่ะ พี่นัท"ฉันกุมมือพี่นัทตอบแบบหลวมๆก่อนจะปล่อย

      "เช่นกันจ๊ะ พี่ไปน่ะ"พี่นัทยื่นหน้ามาก้มลงจุ๊บที่หน้าผากของฉันทีหนึ่ง แล้วลุกเดินออกไป พอประตูปิดลงฉันก็ยื่นมือไปเพื่อปิดโคมไฟ ข้างๆเตียงนอน ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคอ ก่อนจะหลับตาลงพร้อมๆกับรอยยิ้ม นับเป็นอีกคืนหนึ่งที่ฉันมีความสุขที่สุด

      เหตุการณ์ในคืนนั้น ตอนนี้ก็ผ่านมาได้หกปีแล้ว ตอนนั้นพี่นัทอายุสิบแปดปี ส่วนฉันก็สิบสี่ นึกถึงทีไรก็มีความสุขทุกที พี่นัทใกล้จะได้เข้ารับปริญญา ในอีกสามอาทิตย์ข้างหน้านี้เอง  ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลิน ฉันก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ดังขึ้น

      'ก๊อกๆๆๆ'

      "ตื่นหรือยังจ๊ะ นิด"เสียงของแม่ที่เรียกเข้ามา

      "ตื่นแล้วค่ะ แม่"ฉันร้องตอบออกไป พร้อมกับที่แม่เปิดประตูเข้ามาในห้อง

      "หลับสบายไหม เมื่อคืน คนดีของแม่"แม่พูดพร้อมๆกับยื่นมือมาลูบที่หัวของฉัน

      "ค่ะ เช้านี้อากาศสดชื่นมากเลยค่ะ แม่"ฉันพยายามใช้แขนดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง

      "เมื่อคืน เห็นฟ้าบอกว่าลูก อ่านหนังสือซะดึกดื่นเลยไม่ใช่เหรอ คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะนิด เดี๋ยวจะไม่สบายเอาหรอก" แม่ทำเสียงดุๆ แต่จ้องมองดูฉันด้วยสายตาที่แสดงความห่วงใยอย่างชัดเจน

      "นิดหน่อยเอง ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ แค่นี้สบายมาก"พูดเสร็จฉันก็กอดที่เอวแม่ทันที

      "จ้าๆ เอาล่ะ ไปอาบน้ำ กันได้แล้ว พ่อกับเจ้านัท กำลังเตรียมของไปทำบุญ คงจะเสร็จพร้อมๆกัน"แม่พูดพร้อมกับขยี้ผมที่หัวฉัน

      "ฟ้าจ๊ะ เข้ามาช่วยฉันอุ้ม ยัยนิดไปอาบน้ำที"แม่หันหน้าออกไปนอกประตูเพื่อเรียกน้าฟ้าเข้ามาพาฉันไปอาบน้ำ

      "ค่ะคุณทิพย์ มาค่ะคุณหนู ไปอาบน้ำกัน"น้าฟ้า เข้ามาแล้วอุ้มตัวฉันเดินลิ่วไปที่ห้องน้ำทันที

      วันนี้เป็นพิเศษเพราะมันคือวันเกิดอายุครบยี่สิบปีของฉันเอง ทุกๆคนในบ้าน ต่างก็พากันเตรียมตัวจัดของกันวุ่นวาย เพื่อพาฉันไปทำบุญที่วัดใกล้ๆบ้าน ซึ่งปกติทุกวันถ้าเป็นวันธรรมดาไม่พ่อก็แม่หรือทั้งพ่อและแม่ จะพาฉันไปตักบาตรในตอนเช้าตลอดแทบไม่เคยขาด ถ้าฉันไม่มีอาการป่วยกำเริบขึ้นมา ส่วนวันเสาร์อาทิตย์บางทีพี่นัทก็จะกลับมานอนที่บ้านตอนเช้าก็จะมาตักบาตรด้วย

      "ยกแขนขึ้นค่ะ คุณหนู น้าจะได้ขัดตัวให้สะอาดๆ"น้าฟ้าพูดไปพร้อมก่ะก้มหยิบเอาฟองน้ำมเพื่อที่จะมาขัดตัวให้ฉัน

      "ค่ะ"ฉันยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมา ขณะที่ยกก็ก้มหน้ามองหน้าอก ตัวเองแว่บหนึ่ง

      'เห้อ หน้าอกฉัน ทำไมมันถึง ขยายเอาๆทุกปีแบบนี้  รู้สึกว่ามันชักไม่บาลานซ์ซะแล้ว'

      ฉันคิดงุบงิบในใจ ในความไม่เท่าเทียมกันระหว่างช่วงบนกับช่วงล่างของตัวเอง บนเกินล่างขาด ระหว่างกำลังคิดอะไรเพลินๆก็ได้ยินเสียงของแม่ลอยเข้ามาในห้องน้ำ

      "นี่ยัยนิด ทำไมโต๊ะของลูกถึงได้รกขนาดนี้ หือ...แล้วนี่อะไร หนังสือสมุนไพรเหรอ คิดยังไงถึงมาสนใจสมุนไพรล่ะรอบนี้ คราวก่อนก็ระบบการจัดการน้ำ ไหนจะการเกษตร เยอะแยะจนแม่กับ พ่อแทบตามลูกไม่ทัน"ช่วงแรกน้ำเสียงออกบ่นๆประโยคช่วงหลังออกไปทางงงๆกับความสนใจของลูกสาวตัวเอง

      "ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ หนูก็แค่ศึกษาดูเล่นๆ"ฉันหันกลับมาหลังจากหันหน้าไปที่ประตูเพื่อพูดตอบแม่ อันที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนไม่มีอะไรจะทำ ขณะเปิดเวป ดูผ่านๆไปเจอกับกระทู้ในพันทึบเข้า เรื่องเกี่ยวกับสมุนไพรกับยาแผนปัจจุบันแบบไหนดีกว่ากัน ในนั้นก็มีคนมาตอบเกี่ยวกับสมุนไพรของไทย จีน ของฝรั่งก็มีมากมาย พอได้อ่านแล้วก็เพลิน เลยสนใจที่จะศึกษาดู แถมหาตัวอย่างมาดูก็ง่ายด้วย เลยยิ่งชอบ

      "งั้นเอาแบบนี้ไหม เดี๋ยวแม่บอกให้พ่อเค้าไปซื้อพวกต้นสมุนไพร มาปลูกไว้ที่หลังบ้านไว้ให้หนูดูดีไหมจ๊ะ"เสียงของแม่ตอบกลับมา

      "จริงเหรอคะแม่ ขอบคุณค่ะ"ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงดีใจ พร้อมกับยกแขน หมุนตัวให้ น้าฟ้าขัดเนื้อขัดตัวได้สะดวก

      "เสร็จแล้วค่ะคุณหนู ต่อไปก็แต่งตัว"น้าฟ้าบอกหลังจากเช็ดตัวจนแห้ง แล้วเอาผ้าขนหนูมาห่อตัวฉันไว้ก่อนอุ้มออกไปยังห้องแต่งตัวทันที

      "แม่เลือกชุดไว้ให้แล้ว เสื้อลูกไม้กับกระโปรงสีชมพูที่หนูชอบ มา.. เดี๋ยวแม่ช่วยแต่งตัว"พูดเสร็จก็หยิบเสื้อมาใส่ให้ฉันก่อน พอแต่งตัวเสร็จ แม่ก็จับฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อสำรวจดู

      "ลูกแม่ แต่งอะไรก็สวยที่สุดเลย"แม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงปลื้มๆ

      "แม่ก็ พูดซะโอเวอร์ ฮิฮิ"ฉันหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินแม่พูดแบบนี้

      "สวย น่ารักจนแม่ชักหมั่นเขี้ยว"แล้วแม่ก็ก้มมาหอมแก้มซ้ายขวาของฉันข้างละสองที

      "อ๊ะ คุณทิพย์คะ เดี๋ยวแก้มคุณหนูก็ช้ำหมดหรอกค่ะ ฮิฮิ"น้าฟ้าท้วงมาเพราะแม่เล่นหอมซะเต็มแรง

       "ใช่ค่ะ แก้มหนูช้ำมาใครจะรับผิดชอบ"ฉันตอบอย่างเขินๆ

     "ไม่ได้ๆแม่ต้องรีบตัดหน้าพ่อของหนู ตุนเอาไว้เยอะๆ ก็ใครบอกให้ลูกของแม่น่ารักขนาดนี้ล่ะ"แม่พูดแบบยิ้มๆ

      หลังจากนั้นน้าฟ้าก็อุ้มฉันไปนั่งที่รถเข็น เพื่อออกไปที่หน้าบ้าน พอพ้นประตูก็เจอพ่อกับพี่นัทยืนยิ้มแฉ่งรอรับอยู่

      "อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อ  อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นัท"ฉันพูดทักทายพ่อกับพี่นัททันทีที่มองเห็น

      "โห ลูกสาวของพ่อ สวยจริงๆวันนี้ จริงไหมตานัท"พ่อเอ่ยชมฉันพร้อมกับหันไปทางพี่นัท

      "ครับพ่อ"

      แล้วพ่อก็เดินเข้ามาหาฉันแล้วหอมแก้มทีหนึ่ง ส่วนพี่นัทก็เดินอ้อมมาเข็นรถให้ แทนน้าฟ้า จนถึงรถ

      "มา พ่ออุ้มเข้าไปนั่งในรถ จะได้ไปวัดทำบุญวันเกิดให้หนูกัน"แล้วพ่อก็อุ้มฉันเข้าไปนั่งในรถ

      นั่งเสร็จแม่ก็เข้ามาแทนพ่อ ช่วยฉันจัดท่านั่งให้ดีๆที่เบาะหลัง พี่นัทก็เอารถเข็นไปเก็บที่ท้ายรถ

ส่วนพ่อก็หันไปเรียกน้าชิด

      "ชิด ป่ะ...พร้อมแล้ว"พ่อหันหน้าไปบอกกับน้าชิด

      "ครับผม"น้าชิด รับคำเสร็จก็ขับรถไปวัดทันที หลังจากนั้นไม่นานก็มาถึงวัดที่จะมาทำบุญ เพราะห่างจากบ้านแค่สี่ซอยเท่านั้นเอง

 

 

 

ปล..อาจไม่คล้องกับบทถัดๆไปในบางจุด กำลังไล่แก้ ไล่เก็บเปลี่ยนบางบทอยู่ครับ ไม่น่าเกินบทที่ 23-24 คงไม่ขัดแย้งกันแล้วในตัวของเนื้อหา ขอบคุณสำหรับเม้นที่บอกจุดที่ต้องแก้ไขมากๆครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #2060 khaw8251 (@khaw8251) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 11:07
    ยังเเต่งต่ออยู่มั้ยคะ
    #2060
    0
  2. #1995 GN88 (@GN88) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 00:38
    พึ่งเข้ามาอ่านค่ะ....ไรท์อยู่ไหม
    #1995
    0
  3. #1901 Xiaobao (@Xiaobao) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 13:18
    เพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาอ่านค่ะ...ฝากตัวด้วยคนนะคะ
    อยากบอกว่าแม้นางวเอกจะโชคร้าย แต่เธอมีครอบครัว และคนชิดใกล้ที่นำพาความสุขมาให้ตลอด
    จึงไม่แปลกใจที่เธอจะภูมิทางใจที่ทำให้ไม่เป็นโรคซึมเศร้า และใช้ชีวิตได้อย่างดี 
    #1901
    0
  4. #1875 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 21:59
    นางสู้ชีวิตมาก ^^
    #1875
    0
  5. #1852 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 18:21
    หนุกคะ น่าติดตาม 
    #1852
    0
  6. #1839 ja oh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2558 / 21:24
    แล้วน้ากร เป็นอะไรมั้ย ไม่เห็นกล่าว
    #1839
    0
  7. #1660 ตุ้ย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 20:56
    กลับมาอ่านตอนแรกอีกครั้งคะ เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องโรคอาไรนัก แต่เราว่าเราชอบตอนที่อยังไม่แก้ไขมากกว่า โรคที่เป็นมาแต่กำเนีดรักสาไม่หาย แบบยอมรับได้ว่าตัวเองไม่ปกกะติมาตั้งแต่กำเนีดโทษใครไม่ได้แบบเราว่าอาลมนางเอกตอนนั้นดีกว่านะ อ่านไปแล้วชื้งเข้าใจความรู้สืกของนางเอก แล้วก็ของพี่ชายด้วยพยายามอยู่กับสิ่งที่ตัวเองเป็นไม่ทำให้ใครต้องเป็นห่วง ขนาดกลับมาอ่านเราอยังจำอาลมตอนนั้นได้อยู่เลย

    อีกอย่างตอนที่แก้ไขนี้นางเอกมีขาเทืยมไช่ไหมคะเถิงจะไม่ค่อยชอบใช้ แต่เวลาอาบน้ำก็ไม่น่าจะให้แม่ หลืพี่เลื้ยงอุ้มแล้วก็อาบน้ำให้นะคะเพาะเถิงจะเป็นขาเทืยมแต่ก็เดีนได้ไม่เหมือนตอนที่เป็นโปริโอตอนนั้นเดีนไม่ได้จิงฯ ถ้าไม่แก้จะดีกว่าหลืปร่าวคะ? ขอบคุณคะ

    แต่อยังไงก็ชอบเรื่องนี้มาก จะแก้ไขหลืไม่เราก็จะติดตามต่อไปเป็นกำลังใจให้สู้ฯนะคะ

    เราเข้าใจคะว่ากานจะเขืยนให้ออกมาดีได้ขนาดนี้ไม่ไช่เรื่องง่าย และกานที่จะเขืยนให้ถูกใจทุกคนนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได็แต่ไรท์ก็ยังพยายามแก้ไขตามคำแนะนำของรีดหลายฯคนขอบคุณอีกครั้ง และสู้ฯนะคะ

    ปล.ตกพาสาไทยคะไรท์อ่านได้นะคะ

    #1660
    0
  8. #1161 Nostale (@seiryklav) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 17:33
    แก้แล้วลื่นขึ้นเยอะเลยครับ ไม่งั้นช่วงแรกๆผมนอยกับบทพูดอยู่เหมือนกัน คะ/ค่ะก็ใช้ถูกแล้วด้วย
    #1161
    0
  9. #1011 เทพบุตรสยบฟ้า (@mammon12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 16:57
    "จริงเหรอค่ะแม่" ต้องเปลี่ยนเป็น "จริงเหรอคะแม่" "คะ" "ค่ะ" ใช้ต่างกันครับ ลองค้นหาข้อมูลดูครับ ส่วนอื่นก็แต่งออกมาได้ดีครับ
    #1011
    0
  10. #907 1964 (@leng1964) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 03:41
    ดีใจที่ไรท์กลับมามีจินตนาการแต่งนิยายอีกครั้ง ฉากหวานๆ เลี่ยนๆ ต้องมีบ้างนะถึงจะติดๆ ขัดๆ ก็เถอะเดี๋ยวกลายเป็นนิยายสงครามการรบไปนะจะเป็นคนละหมวดที่ลงนิยายอัพไว้ พยายามหน่อยจ้ะเป็นกำลังใจให้นะ
    #907
    0
  11. #875 AppleBlue (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 18:55
    แปลกดีค่ะ....แต่เราว่าใช้ได้เลยนะ
    #875
    0
  12. #798 aaomaa (@goodbye16) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 09:26
    สนุกดีค่ะ ตัวเล็กไปนิด แต่อ่านแล้วเข้าใจดี

    ...นึกว่าคนแต่งเป็นผู้หญิงซะอีก เอิ๊กๆๆ
    #798
    0
  13. #783 Mingi Xronos (@undernetwork) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 17:54
    มือลั่นไปนิด ขอโทดนะคับ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 มิถุนายน 2557 / 17:56
    #783
    0
  14. #782 Mingi Xronos (@undernetwork) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 17:54
    อ้อ ใช่ แต่เคยได้ยินว่า โปลิโอหมดไปจากไทยแล้วนะคับ หาโรคอื่นมาดีกว่านะ ขาลีบแขนลีบจากภาวะครรภ์ที่ไม่สมบูรณ์ก็มีอยู่ให้เห็นกันอยู่นะ ใช้นี่จะโอเคกว่ามั้ยคับ ^^
    #782
    0
  15. #781 Mingi Xronos (@undernetwork) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 17:51
    ไม่เวิ่นเว้อเลยคับ ทุกประโยคล้วนมีนัยยะสำคัญ ไม่มากไม่น้อยเกินไป กำลังพอดีเลย
    #781
    0
  16. #727 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 23:41
    ว๊าววว  ไม่เคยเจอเลยแฮะ  *^*  น่าสนใจๆ
    #727
    0
  17. #636 นามิลล่า (@mamon0723) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 13:20
    เห็นด้วยกับโปลิโอ น่าจะเป็นพวกโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอะไรแทนแบบนี้ดีกว่า เพราะถึงจะรวยก็รักษาไม่หายอ่ะค่ะ
    #636
    0
  18. #599 Marine-L (@marine-l) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 18:55
    เห็นด้วยที่ว่าเป็นโปลิโอมันไม่เมกเซนส์
    ไม่ใช่แค่เหตุผลที่นางเอกเป็นคนรวยนะ แต่ยุคสมัยปัจจุบันอ่า
    วัคซีนโปลิโอ ได้ฉีดกันทุกคน
    #599
    0
  19. #372 JaJah (@kincho) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 01:48
    น่าจะเป็นโรคอื่นนะ อุบัติเหตุหรืออะไรก็ได้ทำให้เป็นอัมพาตตั้งแต่เด็ก คนรวยเป็นโปลิโอไม่เมกเซนส์ โรคโปลิโอคือการติดเชื้อไวรัสจากอุจจาระผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพบในพื้นที่ทุรกันดาร นางเอกไปเที่ยวไนจีเรียแล้วติดเชื้อมาหรือคะ
    #372
    0
  20. #310 Iamcrazybee (@branchest) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 21:12
    ติเรื่องคำว่า 'เดี๋ยว' ค่ะ ต้องใช้ว่า เดี๋ยว ไม่ใช่ เดี๊ยว นะคะ ส่วนเนื้อเรื่องเพิ่งอ่านได้ตอนเดียวถือว่าผ่านค่ะ น่าสนใจและลื่นไหลดี :)
    #310
    0
  21. #196 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 13:03
    น่านุกดี
    #196
    0
  22. #186 An-amethyst (@annlovehenrylau) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 23:58
    ชอบครอบครัวนี้ อ่านเพลินดีค่ะ นางเอกเหมือนจะน่าสงสาร เอ๊ะ ยังไง??
    #186
    0
  23. #158 Piggy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 13:13
    อยากให้ลองแก้เรื่องคำ ที่ยังใช้ผิดอยู่นะคะ เช่น คำว่า เดี๊ยว ต้องเป็น เดี๋ยว. เป็นต้น จะได้ไม่เสียอรรถรสในการอ่านเนอะ อิอิ
    #158
    0
  24. #78 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 20:13
    สนุกดี นางเอกมีเวลาอ่านหนังสือเยอะน่าดู
    #78
    0
  25. #69 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 19:16
    ครอบครัวอบอุ่นจัง
    #69
    0