ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,710 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    384

    Overall
    159,710

ตอนที่ 12 : เภสัชกรน้อยเหมยฮวา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    25 ก.ย. 57

เภสัชกรน้อยเหมยฮวา.......(ป่วยเหรอเอายาไหม)

      "ท่านแม่ทัพ มีการเคลื่อนไหวของทางทัพแคว้นเว่ย ขอรับ"ทหารพลสื่อสาร

      "รายงานมา"เหลยจื่อต้า แม่ทัพใหญ่ของแคว้นเทียนเฉา

      "จากที่สายรายงานทางกองทัพของแคว้ยเว่ยได้มีการเก็บกระโจม รื้อค่าย ขอรับ"ทหารพลสื่อสาร

      "เจ้าว่าอย่างไรนะ ! พวกเรารุดขึ้นไปบนกำแพง ชมดู"เหลยจื่อต้ารีบชักชวนเหล่าแม่ทัพ

      จากที่มองเห็นขณะนี้ทัพแคว้นเว่ย ที่คาดว่ามีกำลังทหารทั้งหมด สิบสี่หมื่น ได้เก็บกระโจม กลบเตาไฟ ค่ายบางส่วนได้รื้อไปแล้ว ยังมีทหารส่วนหนึ่ง ได้ทะยอยถอยลึกเข้าไปในแคว้นเว่ย

      "ฮ่าๆๆ พวกเจ้าดูพวกเว่ยขี้ขลาด มันยกทัพกลับแล้ว ฮ่าๆๆๆ"เหลยจื่อต้า

      "เพราะบารมีของท่านอ๋องและความเก่งกาจของท่านแม่ทัพใหญ่ พวกเว่ยถึงได้ท้อแท้ จนต้องถอนทัพกลับไป พวกท่านว่าจริงไหม"ว่านชุน รีบประจบ

      "ใช่ๆ ท่านแม่ทัพเก่งกล้าๆๆๆ" คนอื่นๆก็รีบส่งเสียงกันดังกระหึ่ม ทั่วทั้งกำแพงเมือง

      "ฮ่าๆๆๆ"เหลยจื่อต้า หัวเราะอย่างลำพอง

      "เดี๊ยวก่อนท่านแม่ทัพ พวกมันอาจมีแผนอื่นก็ได้"จูฟ่งกง ที่เป็นกุนซือ รีบกล่าวทักท้วง

      "ท่านก็เห็นอยู่ ว่าพวกเว่ยมันถอยทัพ ยังจะมีแผนอะไรอีก"ว่านชุนแย้ง

      แม่ทัพนายกองคนอื่นๆก็พากันพูดสนับสนุนคำพูดของ ว่านชุน เพราะตั้งแต่เกิดสงครามมา 5 ปี 4 ปีแรกถึงจะบอกว่าชนะ แต่ก็คือการที่ทัพเว่ย ตีเมืองอันซีไม่แตกต้องถอยทัพกลับไปที่มั่น และครั้งสุดท้ายที่ทัพหลักยกออกไปนอกกำแพงเมืองก็พ่ายแพ้ยับเยิน ออกไป แปดหมื่น เหลือกลับมาไม่ถึง สามหมื่น ทั้งที่ปะทะกับทหารแคว้นเว่ยเพียงห้าหมื่น ไหนจะสูญเสียจากการรบย่อยอีก จากทหารที่มี ยี่สิบสองหมื่น กลับเหลือไม่ถึง สิบหกหมื่น จากที่ดูจากควันไฟของเตาประกอบอาหารก็คำนวณคร่าว ๆว่าทางแคว้นเว่ย มีกำลังทหารอยู่ถึง สิบสี่หมื่น จากที่ยกมา สิบหกหมื่น ผลออกมาแบบนี้แทบจะเรียกได้ว่าทัพเว่ย ไม่สูญเสียเลย ตั้งแต่นั้นมา แม่ทัพนายกอง ในเมืองอันซี ก็อกสั่นขวัญแขวน กับความเก่งกาจของแม่ทัพแคว้นเว่ย ความดุดัน แข็งแกร่งของทหารเว่ย ทำให้ยิ่งจบเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีจะได้กลับบ้านซักที จึงสนับสนุนความคิดของแม่ทัพว่านชุน

      "พวกท่านก็อย่าได้หลอกตัวเอง พวกเว่ยอาจทำทีถอนทัพ แต่อาจมีแผนอื่น อาจวกไปตีที่เมืองเอี้ยนคัง กุ้ยอิงก็ได้"จูฟ่งกง

      "ลองว่ามาท่านกุนซือ"เหลยจื่อต้า

      "ตามความเห็นข้าคิดว่า เป็นไปได้ว่าจะไปตีเมืองเอี้ยนคัง เพราะผ่านเอี้ยนคังไปได้ก็จะเดินทัพไปที่แม่น้ำ แล้วต่อเรือแพ เดินทัพสู่เมืองฉางอันได้เลย แต่ว่าข้าก็ยังไม่เข้าใจ ทำไมเพิ่งมาทำเอา ตอนนี้"จูฟ่งกงชี้แจง

      "เหอะ มันจะกล้า ไหนจะสายข่าวที่เราวางไว้ ถ้ามีการเคลื่อนไหวเราก็จะรู้"หวังกว๋อม่อ

      "เอาล่ะๆ เราก็รอดูเหตุการณ์กันไปก่อน อย่าเพิ่งวุ่นวายกัน กลับไปประชุมเตรียมกันรับมือ"เหลยจื่อต้าออกปากปราม

      เมืองกุ้ยอิง ทัพของหม่าเฉวียนมาตั้งทัพอยู่ห่าง 10 ลี้ในป่าเพื่อซุ่มซ่อนกำลัง พักผ่อนเอาแรงกินเพียงแต่สเบียงแห้งที่เตรียมมาพอตกดึก ก็โจมตีอย่างรวดเร็ว ทหารที่ประจำการอยู่ราวๆ สองหมื่นก็ไม่อาจต้านทานได้เพราะมีกองกำลังแทรมซึมอยู่ในเมือง คอยเปิดประตูให้ ทำให้การยกกำลังเข้าไปภายในเมืองอย่างง่ายดาย แต่เปิดช่องทางเพื่อให้มีคนหนีไปแจ้งข่าวที่ทัพหลักเทียนเฉา ซึ่งที่เมืองเอี้ยนคังก็ไม่ต่างกันแต่ต่างตรงยุทธวิธีเพราะทัพใหญ่กว่าเท่าตัวซุ่มซ่อนยาก  จึงทำการโจมตีทันทีที่ไปถึง เมืองอันซี ถึงกับวุ่นวายไปในทันทีหลังทราบข่าวว่าเมืองกุ้ยอิง เอี้ยนคัง ถูกตีแตก

      "สายข่าวเราหายไปไหนหมด ทำไมถึงไม่มีรายงานมาเลยว่าทัพเว่ยยกทัพไป ห๊า"เหลยจื่อต้า

      "โปรดสงบใจลง ขอรับท่านแม่ทัพ ตอนนี้จะมัวมาหาคนผิดก็ไม่ช่วยอะไร ทางที่ดีหาวิธีแก้กันเถอะ"จูฟ่งกง

      "เหอะ...เชิญท่านกุนซือว่ามา"เหลยจื่อต้า

      ด้วยระยะเวลา 5 ปี แคว้นเว่ยไม่เคยโจมตีเมืองรอบข้างเลย มุ่งโจมตีแต่เมืองอันซีเพียงอย่างเดียว ช่วงปีสองปีแรกกวดขัน ทหารเทียนเฉาที่เป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องความหย่อนยาน นานๆเข้าก็ปล่อยปะละเลย ทหารลาดตะเวนทำบ้างไม่ทำบ้าง พอทำก็เดินออกจากประตูเมืองแค่ สองสามลี้ก็กลับ ซึ่งเป็นไปตามที่แคว้นเว่ยวางแผนไว้ผลจึงออกมาอย่างนี้ จูฟ่งกงแค่คิดดูก็ส่ายหน้าเพราะทราบถึงเหตุผลแทบจะทันที ที่ไม่มีสายข่าวมารายงาน

      "ตามรายงานที่สายข่าวบอกมาที่เมืองกุ้ยอิง มีทหารเว่ยปลอมปะปนอยู่ในเมือง เมืองเอี้ยนคังก็ไม่ต่างกัน ถ้าจะลำดับความสำคัญ เมืองเอี้ยนคัง มีความสำคัญเร่งด่วนที่สุด"จูฟ่งกง

      "อย่างนั้นควรยกกำลังไปเท่าไหร่ ท่านกุนซือ"เหลยจื่อต้า

      "คงต้องยกไปซัก เจ็ดหมื่น ทัพหลักตรึงที่นี้ไว้ ส่วนเมืองกุ้ยอิงน่าจะไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ"จูฟ่งกง

      "อย่างนั้น ข้าจะเรียกประชุม"เหลยจื่อต้า

      หลังจากประชุมก็ ให้ ว่านชุนเป็นแม่ทัพ หวังกว๋อม่อ เป็นรองแม่ทัพ นำกำลังไป เจ็ดหมื่น คงทหารอีก แปดหมื่นที่เป็นทัพหลักตรึงไว้ที่อันซี หลังจากว่านชุนนำกำลังออกไปได้หกวันทัพเว่ยก็เดินทัพเข้าประชิดถึงเมืองอันซีในวันที่แปด แบ่งกำลังเป็นสองส่วน ห้าหมื่นที่นำโดยรัชทายาทเว่ยไท่เหลียน โจมตีประตูหน้าด้านทิศตะวันตก อีก สามหมื่นนำโดยเฉินเยี่ย เคลื่อนทัพอ้อมไปโจมตีประตูเมืองด้านทิศเหนือและได้รับการช่วยเหลือจากทหารที่ปลอมปนอยู่ในเมืองมาช่วยเปิดประตู จนสามารถเข้าเมืองได้ หลังจากนั้นก็เป็นการฆ่าล้างเมือง เชลยที่จับได้ก็สั่งประหารทั้งหมด ใช้เวลาเพียง สองวันก็เก็บกวาดเรียบร้อย แม่ทัพเฉินเยี่ยก็นำกำลัง สี่หมื่นมุ่งตรงไปที่เมืองเอี้ยนคังตีกระนาบ ร่วมกับทัพของเว่ยหย่งที่ไล่ตามหลังทหารของเทียนเฉาที่ยกไปตีเอาเมืองเอี้ยนคังคืน แล้วโดนแผนเมืองร้าง หนีออกจากเมืองเพื่อมุ่งหน้ากลับเมืองอันซีเพราะยังไม่รู้ว่าถูกตีแตกแล้ว

      ส่วนหม่าเฉวียนที่เมืองกุ้ยอิง เมื่อไม่มีทัพของเทียนเฉายกมา ขณะจะยกกำลังไปช่วยก็ได้ข่าวว่าอันซี แตกแล้ว จึงกลับมาจัดระเบียบที่เมืองกุ้ยอิง เมืองเอี้ยนคังกับกุ้ยอิง รอดจากการฆ่าล้างเมืองเพราะได้รับคำสั่งห้ามฆ่าโดยไร้เหตุผล ถึงแม้ทหารเว่ยจะอัดอั้นจากการที่ถูกชาวเทียนเฉากดขี่ข่มเหง แต่ก็ต้องรักษากฏไว้อย่างเข้มงวด ผลร้ายจึงตกแก่เมืองอันซีที่ไม่มีคำสั่งห้าม ความโกรธแค้นและอัดอั้นจึงระบายลงที่ทหารและชาวเมืองอันซีอย่างบ้าคลั่ง การฆ่าที่กระทำเพียงฝ่ายเดียวผ่านไป  ถึงสี่วันสี่คืนถึงได้สงบลง ซากศพกองเป็นภูเขาเหลากา ไม่ว่าจะทหาร ชาวบ้านธรรมดา ลูกเล็กเด็กแดง ประเมินคร่าวๆมีถึง ยี่สิบหมื่นคนที่ตายในครั้งนี้ เฉพาะเมืองอันซี ข่าวความโหดร้ายนี้ก็ได้แพร่กระจายไปเมืองรอบๆภายใน สองสามวัน เจ้าเมืองต่างๆบ้างก็เข้ามาสวามิภักดิ์ บ้างก็เตรียมตัวสู้ แต่ก็มีถึง 7 ใน 10 ส่วน ที่มาขอสวามิภักดิ์กับแคว้นเว่ย เพราะกลัวถูกล้างเมืองถ้าลุกขึ้นสู้

      "คิกๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ ในที่สุดก็ทำสำมะเร็จ คึกๆๆ อีกสองวันค่อยเอาไปทดลอง ที่นี้ล่ะถ้าสำเร็จจะได้มีม้าเป็นฝูงๆอย่างรวดเร็ว ฮิๆๆ"เหมยฮวาหัวเราะกิ๊กกั่กๆ จ้องมองยาก้อนกลมๆในฝ่ามือ

      "อะไรสำเร็จ ฮวาเอ่อร์"ซ่งอี้ที่เดินผ่านมาได้ยินเข้า

      "อุ๊ย!ท่านน้าซ่งอี้ มะ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าค่ะ"เหมยฮวาสะดุ้ง

      "เจ้าทำอะไรสำเร็จ บอกน้าทีได้ไหม"ซ่งอี้ ทำสีหน้าสนใจเม็ดยาที่อยู่ในฝ่ามือเหมยฮวาทันที เพราะรู้ว่าหลานคนนี้ ทำอะไรแต่ล่ะอย่าง มักสร้างความอัศจรรย์ใจให้ทั้งนั้น

      "อะ...เอ่อๆๆ คะ..คือว่า...."เหมยฮวาพูดอ้ำๆอึ้งๆ

      "หือออ....."ซ่งอี้หรี่ตา คาดคั้นคำตอบ

      "คะ...คือ..."เหมยฮวา

      "นี้เจ้านักศึกษาขี้โรค มาคาดคั้นทำความลำบากใจให้ฮวาเอ่อร์หลานข้าทำไม"ไช่หลิง จู่ๆก็ดังแทรกเข้า ตอนนี้ไช่หลิงมาพักที่นี้ได้ สามเดือนกว่าแล้ว และจากที่พูดกระทบกันไปกระทบกันมาก็เปลี่ยนจากที่เรียก ท่านพี่ซ่งอี้มาเป็น เจ้านักศึกษาขี้โรคแทน

      "ก็ข้าแค่อยากรู้เท่านั้น แม่นางไช่หลิง ไม่ได้คาดคั้นซักหน่อย"ซ่งอี้

      "ใช่เจ้าค่ะ ท่านอา ท่านน้าไม่ได้มาคาดคั้นข้าซักหน่อย ที่ข้าตอบช้าเพราะยังนึกว่าจะอธิบายยังไงให้เข้าใจแค่นั้นเอง"เหมยฮวา ใส่ยากลับคืนในขวดใบเล็กแล้ววางไว้บนโต๊ะ ก่อนเดินไปหาไช่หลิง

      "งั้นก็แล้วไป "ไช่หลิง

      "ท่านอากับท่านพี่ฉู่ฉู่ มาหาข้ามีอะไร เหรอเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "อากับฉู่ฉู่ ก็มาตามหาเจ้านะสิ เดินหาจนทั่วไม่เจอ เลยนึกได้ว่าเจ้าน่าจะอยู่ที่ห้องปรุงยา ท่านแม่เจ้ากำลังตามหาเจ้า เพราะเพิ่งได้เนื้อเพลงมาใหม่จะเอาให้เจ้าหัด"ไช่หลิง

      "ไปเจ้าค่ะคุณหนูฮูหยินตามหาแต่บ่าย ป่านนี้คงเริ่มหงุดหงิดแล้วแน่ๆ ไปช้าเดี๋ยวจะโดนดุเอาได้นะเจ้าค่ะ" ฉู่ฉู่ เอ่ยพร้อมมาจูงมือเหมยฮวา

      "เดี๋ยวสิ ฮวาเอ่อร์ อย่าเพิ่งไป ช่วยบอกน้าก่อนว่านี้ยาอะไร"ซ่งอี้ยังสงสัย ขวดยาตอนนี้กำลังถือขึ้นมาดู

      "เอ่อ....มันคือ อ๋อ ยามอมประสาทเจ้าค่ะ ท่านน้าซ่งอี้ พอกินเข้าไปแล้วมันจะทำให้รู้สึกสะลึมสะลือ ไม่รู้สึกตัว"เหมยฮวาที่พูดออกมาเหมือนเพิ่งนึกได้เลยด้นสด

      "ห๊า! เจ้าทำยาแบบนี้ขึ้นมาทำไม" ไช่หลิง ซ่งอี้ร้องออกมาอย่างตกอกตกใจ ฉู่ฉู่ก็เอามือทาบอกตกใจไม่แพ้กัน

      "คะ...คือว่าๆ..อย่างนี้เจ้าค่ะ ถ้ามีคนบาดเจ็บมากๆ ก็จะดิ้นใช่ไหมเจ้าค่ะ จะทำแผลก็ลำบาก ข้าเลยทำยานี้ขึ้นมาเพื่อทำให้คนเจ็บสงบลง ยาอันนี้ข้าว่าอีก สองวันจะเอาไปทดลองกับม้าเจ้าค่ะ ถ้าใช้กับคนต้องแบ่งเป็น สี่ส่วนเพราะทั้งเม็ดมันจะแรงมาก"เหมยฮวาพูดไปก้มหน้าจ้องพื้นไป ยังก่ะว่าพื้นตรงหน้าเป็นศิลปะกรรมชั้นเอกที่รังสรรค์ขึ้นมาอย่างวิจิตรพิศดาร

      "ไปกันเถอะเจ้าค่ะคุณหนู ฮูหยินรอนานแล้ว"ฉู่ฉู่ เอ่ยปากพร้อมกับดึงมือลากไปทันทีหลังจากรู้แล้วว่าเป็นอะไร

      "ดะ..เดี๊ยวๆๆ" เหมยฮวาขัดขืนจะไปเอายาที่อยู่ในมือซ่งอี้กลับแต่ก็สู้แรงดึงของฉู่ฉู่ไม่ไหวสุดท้ายก็ต้องเลยตามเลย ถูกพาไป

      พอฉู่ฉู่กับเหมยฮวาไปจนลับตามแล้ว ซ่งอี้ที่เอาแต่จ้องมอง เม็ดยาก้อนเท่านิ้วโป้งอย่างสนใจ ก็ได้ยินเสียงไช่หลิงที่ไม่ได้ตามไปด้วยเอยขึ้นมาว่า

      "เหอะ....ข้ารู้นะว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ เจ้านักศึกษาขี้โรค คิดจะทำตัวเป็นหนูลองยา เพื่อจะเอาหน้า ฮวาเอ่อร์ของข้านะสิ"

      "ข้าทำแล้วจะทำไม แม่นางไช่หลิง"ซ่งอี้พูดพลาง ลงมือแบ่งยาเป็นสี่ส่วนตามที่เหมยฮวาพูดไว้ก่อนไป ก่อนเอาเข้าปากกลืนลงท้องไป ด้วยความอย่างที่ไช่หลิงว่า เค้าอยากให้หลานสาวดีใจ ยิ่งเป้าหมายของยาที่จะใช้กับคน แทนที่จะเสียเวลาไปลองกับม้า สู้เค้าทดลองเองเห็นผลเร็วกว่า และเค้าก็มั่นใจด้วยว่า ยานี้ยังไงก็ไม่มีผลร้ายแน่ๆเพราะของทุกอย่างที่ เหมยฮวาทำมีแต่สิ่งที่สร้างสรรค์

      "เอามานี้ เจ้าทำได้ข้าก็ทำได้ คิดจะเอาหน้าคนเดียวเรอะ อย่าได้หวังไปเลย"ไช่หลิงคว้าหมับเอายาอีกชิ้นที่แบ่งไว้เข้าปากทันที

      ทั้งสองนั่งที่เก้าอี้รอดูผลที่จะเกิดขึ้น ผ่านไปไม่ถึงชั่วจิบน้ำชา ไป สามจิบก็มีอาการ

      "นี้เจ้านักศึกษาขี้โรค เจ้าว่าอากาศวันนี้มันร้อนๆยังไงพิกลว่าไหม"ไช่หลิง

      "ไม่นี้ ก็ปกติดี"ซ่งอี้ปากแข็งไม่กล่าวตรงๆ เพราะตอนนี้ตนเองก็ไม่ต่างกัน ร้อนวูบวาบๆทั่วตัว ไหนจะหัวใจเต้นแรงผิดปกติเอง

      'ทำไมวันนี้เจ้านักศึกษาขี้โรค ถึงได้ดูดีกว่าทุกวันนะ ดวงตาอันอบอุ่นอ่อนโยน อกที่แข็งแกร่ง ถ้าข้า....อ๊าๆ..ข้าคิดอะไรออกไปนะ ไม่ๆๆๆๆ ห้ามคิดๆๆๆ'ไช่หลิงยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่าน สุดท้ายสะบัดหน้าไปมาเพื่อไล่ความคิดออกไป แต่ก็ยังไม่หยุดคิดซักที

      'ทำไมวันนี้ แม่นางไช่หลิง ถึงดูดีอย่างนี้ ท่าวางมือไว้บนโต๊ะ ก็ช่างดูนุ่มนวลชวนมอง อ๊ะ..ไหนจะท่าสะบัดผมของนางไปมาก็ช่างเย้ายวนยิ่งนัก ข้าคิดอะไรไปนี้'ซ่งอี้พอเริ่มคิด มือก็ไปเกาะกุมที่หัวไหล่กลมมนทั้งสองข้างของไช่หลิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  
     
ไช่หลิงถึงกับสั่นสะท้าน แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนเพราะอารมณ์ตอนนี้ ถูกพัดพาไปจนกระเจิดกระเจิงเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เริ่มคิดตอนที่รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

      "จะ...จะ....เจ้าจะทำอะไร" เสียงไช่หลิงที่เอ่ยถามที่ดังแผ่วเบาไม่ต่างจากกระซิบ ทั้งไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองดู

      ซ่งอี้ไม่ตอบกลับค่อยๆ เลื่อนมือจากไหล่ที่กลมกลึงมาแตะที่ปลายคางเบาๆ พร้อมกับเชยขึ้น ทำให้สายตาที่หวานเชื่อมของไช่หลิง ประสานสายตากับเค้าอย่างตรงๆ ซ่งอี้ถึงกับสมองมึนงงส่วนหูก็ได้แต่ยินเสียงลั่นอื้ออึง  โดยไม่รู้ตัวซ่งอี้ก็ค่อยๆโน้มใบหน้าก้มลงจูบที่ริมฝีปากแดงระเรื่ออ่อนๆที่นุ่มนิ่มของไช่หลิงอย่างแผ่วเบา  พอจะถอดริมฝีปากกลับกับไม่อาจทำได้ จากแผ่วเบากลายเป็นบดขยี้อย่างรุนแรงขึ้น แรงขึ้นตอนนี้สติของซ่งอี้ขาดผึงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนไช่หลิงหลังจากริมฝีปากของตนได้ถูกสัมผัสกับริมฝีปากของซ่งอี้ ร่างกายก็อ่อนระทวยแทบไม่อาจทรงกายบนเก้าอี้ได้อีกต่อไป ปล่อยให้พายุอารมณ์พัดโหมกระหน่ำ พัดพาตัวเองล่องลอยไป ลอยไปให้ถึงฝั่งฝันที่ใจ ตัวเองนั้นปราถนา โดยที่แท้จริงแล้วไม่รู้ว่าจุดหมายที่ว่านั้นอยู่ที่ใด

      ผ่านไปสองชั่วยาม เหมยฮวาก็รีบกลับมาหลังจากเฟยเอี้ยนสอนเสร็จ ในห้องไม่มีผู้ใดเหลือแล้ว มีแต่ขวดยาเล็กๆที่นางเอายาที่ทำวันนี้ใส่ไว้นอนกลิ้งอยู่บนโต๊ะ ก็รีบหยิบแล้วเดินกลับไปห้องตนเอง เพื่อจะอาบน้ำเข้านอน ถ้าเหมยฮวาเปิดดูขวดยาซักนิดก็จะรู้ว่า ยาได้หายไป 1 เม็ดจากทั้งหมด 10 เม็ด และถ้าก้มมองที่พื้นก็จะเห็นชิ้นส่วนยาที่ถูกแบ่งแล้ว 2 ชิ้นตกอยู่ข้างๆเก้าอี้

      ยาที่ว่านี้จริงๆแล้วไม่ใช่มอมประสาทอย่างที่เหมยฮวาบอกกับทุกคน แต่คือยาปลุกอารมณ์ที่นางจะเอาไปใช้กับม้า ด้วยความไม่รู้ในภพก่อนเคยเห็นว่า มีการเอาม้าไปผสมพันธุ์แทบทั้งปี นางจึงคิดหาวิธีช่วยท่านพ่อนางคือไป่หลงให้มีม้าเยอะๆจึงได้ทำยานี้ขึ้นมา ม้าจะได้เกิดการติดสัด นอกเหนือจากจะกระตุ้นอารมณ์ยังเพิ่มตัวยา ที่เค้าว่าบำรุงตัวเชื้อสเปิร์ม เข้าไปด้วย จะได้ทำให้ติดลูกง่าย แต่ที่นางไม่รู้ก็คือม้าตัวเมียต้องมีการตกไข่ด้วย ไม่ใช่แค่ให้ตัวผู้ติดสัด การที่ตัวเมียจะเกิดการตกไข่ จะต้องมีสภาพแวดล้อมที่มีแสงแดดที่เพียงพอ ถึงกระตุ้นให้ตัวเมียตกไข่ได้ ซึ่งประเทศไทยนั้นมีแสงแดดยิ่งกว่าพอตลอดทั้งปี การผสมพันธุ์จึงทำได้แทบตลอดปี ผิดกลับที่นี้ ต้องรอแค่ช่วงฤดูร้อนเท่านั้นม้าตัวเมียถึงจะตกไข่ พร้อมกับการผสมพันธุ์

      ผ่านไปสองเดือนข่าวที่ด่านเมืองอันซี แคว้นเทียนเฉาถูกตีแตกก็มาถึงเมืองชิงไห่ ในราชสำนักแคว้นหยวนก็วุ่นวายยิ่งนัก ต้องเตรียมการรับมือ ไหนจะเรื่องผู้อพยพหนีภัยสงครามจากแคว้นเทียนเฉา ที่ข้ามแคว้นฉินเข้ามาถึงแคว้นหยวน บางส่วนก็มาไกลถึงเมืองชายแดนอย่างเมืองชิงไห่ ไหนจะต้องดูว่า แคว้นเว่ยจะสามารถล้มล้างแคว้นเทียนเฉาได้หรือไม่ เพราะตอนนี้พอด่านอันซีแตก ทัพหลักเทียนเฉา ก็เสียหายยับเยิน แคว้นเทียนเฉาเท่ากับเปิดประตูอ้าต้อนรับทัพจากแคว้นเว่ยเข้าไปได้อย่างง่ายดาย รอแต่เวลาว่าจะ เข้ายึดเมืองฉางอันที่เป็นเมืองหลวงของเทียนเฉา ได้ตอนไหนเท่านั้นเอง และท่าทีของแคว้นเว่ยที่จะปฏิบัติต่อแคว้นอื่นๆหลังจากยึดเทียนเฉาได้ ซึ่งแคว้นอื่นๆก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก แต่แคว้นฉู่ดูจะหนักกว่าใครเพื่อน เพราะนอกเหนือจากนี้ยังรับมือกับการก่อกวนจากพวกมองโกลและทู่เจีย ที่หนักข้อและถี่ขึ้นทุกวัน รู้ทั้งรู้ว่าที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะแคว้นเว่ยให้การสนับสนุนในทางลับทั้งทางอาวุธและเสบียง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่าการยอมรับชะตากรรม ที่ตัดสินใจผิดไม่ยอมยกทัพเข้าตีแคว้นเว่ย ช่วยแคว้นเทียนเฉา

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #1725 คาณิน (@petchpailin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:35
    มายังคึก คนคงคัก อิอิ สนุกแน่คู่นี้อิอิ
    #1725
    0
  2. #1217 ROOM333 (@garnet-t) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 00:13
    เยอะดีเนาะแอบตาลาย แต่สนุกดี
    #1217
    0
  3. #1117 Nostale (@seiryklav) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 08:35
    แคว้นเล็กๆ มีทหารร้อยสี่หมื่น จอร์ช นี่มันระดับราชวงศ์ถังตอนรุ่งเรืองถึงขีดสุดแล้วมั้งเนี่ย แบบนี้เทียนเฉาไม่มีสักสองสามล้านเลยหรือไง
    #1117
    0
  4. #962 1964 (@leng1964) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 03:04
    รอค่ะสู้ๆ ไรท์รอบทต่อไปนะ
    #962
    0
  5. #740 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 21:22
    แอบงงบรรทัดตอนเปลี่ยนฉากอีกแล้ว ฮ่าๆๆๆ
    #740
    0
  6. #737 taranra (@nakayu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 20:49
    ในที่สุดสองคนนี้ก็คู่กันฮรี่ๆๆ ไรเตอร์อะ ฉากเรตนี้ยังไม่ค่อยฟินเลยขออีกๆ 555
    #737
    0
  7. #704 เมมฟิส (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 08:00
    อยากให้พระเอกมาไวๆจัง จะได้มีฉากน่ารักๆบ้าง
    #704
    0
  8. #526 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 21:23
    Thank u
    #526
    0
  9. #175 Sakurajung (@ink4658326) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 07:04
    ชอบอะ เราว่าไรเตอร์วางแผนการรบได้ซับซ้อนดี
    #175
    0
  10. #99 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 00:13
    โดนยา  แล้วเป็นไงต่อ
    #99
    0
  11. วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 22:12
    สนุกมาก
    #91
    0
  12. #90 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 22:07
    ขนาดให้ม้าคึกได้ แล้วคนจะเหลืออะไร
    #90
    0
  13. #72 ภัค (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 19:39
    เราชอบแบบมนะ เพราะเอาจริงๆถ้าไม่ฆ่าเค้าก่อน ก้ถูกฆ่า แต่เอาแบบมีเหตุผล สู้ๆนะอย่าหนีหายค่ะ
    #72
    0
  14. #54 123mo321 (@jmomiji) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 13:53
    ละ ละ แล้ว 2คนนั้นล่ะเฮ้ย!
    #54
    0
  15. #49 namiinc21 (@naminc21) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 01:40
    ชอบค่ะ เป็นกำลังใจให้ รีบอัพเร็วๆนะค่ะ ปูเสื่อรออ่านอยู่ค่ะ
    #49
    0
  16. #48 Pitikan Rupud (@pitikan-rupud) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 19:29
    เหมยฮวาน่ารัก คนเเย้งกันจนได้เรื่องเลยนั้น 555555
    #48
    0
  17. #47 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 19:17
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #47
    0
  18. #46 Nu Ceasar (@sadep) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 17:06
    อุอุอุ....ฮวาน้อยทำยาดีมากเลย5555
    #46
    0
  19. #45 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 16:18
    #45
    0
  20. #44 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 16:13
    #44
    0
  21. #43 ploythara (@ploythara) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 15:55
    เหมยฮวาน่ารักมากแถมยังเก่งด้วย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 พฤษภาคม 2557 / 19:18
    #43
    0