ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,600 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    274

    Overall
    159,600

ตอนที่ 14 : เริ่มตระหนัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    6 พ.ค. 57

      เริ่มตระหนัก

      วันนี้ข้าติดตามท่านพ่อเข้าเมืองชิงไห่ ซึ่งห่างจากสถานปศุสัตว์ไป่หลง ราว 30 ลี้ เดินทางราว 2ชั่วยามก็มาถึงประตูเมือง ในคณะเดินทางก็มีเจ้าตัวแสบสองตัวที่ขอมาเที่ยวด้วย ท่านอาไจ่เต๋อ กับคนรับใช้อีก 8 คน ที่ข้าได้เข้ามาด้วยเพราะท่านพ่อเริ่มให้ข้าเรียนรู้งาน ซึ่งเริ่มจากงานที่ท่านพ่อคิดว่าข้าถนัดที่สุดคือเรื่องสุมนไพรเพื่อใช้รักษาม้าและคนในจวน ทั้งที่ห่างกันแค่ 30 ลี้แต่ข้าเพิ่งเข้ามาเมืองชิงไห่เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกก็มาตอนที่โดนข้อร้องให้มาช่วยอยู่เป็นเพื่อนท่านน้าซ่งอี้ แต่ข้าก็ไม่ได้ไปไหน อยู่แต่ในจวนเดิมของท่านตา ซึ่งตอนนี้แปรสภาพเป็นที่พักชั่วคราวเวลาที่คนตระกูลหลี่และตระกูลหยางเข้ามาทำธุระที่เมืองชิงไห่และอีกที่ก็คือร้านยาของท่านหมอเจิงข้างๆจวนท่านตา

      งานที่ว่าก็คือพาข้ามารู้จักร้านขายสมุนไพรที่ทางเราซื้อประจำ ตรวจดูราคาในตลาด ซึ่งตอนนี้ราคาไม่ลงเลยกลับเพิ่มขึ้นอีกส่วน หลังจากสงครามเว่ยกับเทียนเฉาจบ เว่ยก็รบกับฉินต่อ ทำให้เส้นทางขนส่งสินค้าแต่เดิม เทียนเฉาผ่านฉินมาหยวน ตอนนี้ต้องอ้อมเพื่อความปลอดภัยไปฉีเข้าฮั่นค่อยมาถึงหยวน เท่ากับว่าตอนนี้ท่านพ่อให้ข้ามาเรียนรู้ของจริงเลย ว่าต้องเจรจาต่อรองราคายังไง ควรพูดแบบไหน ให้ข้าออกหน้าโดยที่ท่านพ่อยืนดูและคอยเสริมถ้าข้าติดขัดตรงไหน มันทำให้ข้าถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว ไม่คิดว่าแค่ตกลงซื้อขายของมันจะลำบากขนาดนี้ กว่าจะตกลงได้ก็ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วยามถึงได้สมุนไพรบางส่วนมา บางอย่างที่ไม่ครบก็ต้องรออีก 2-3 เดือน     

      เช้านี้ท่านพ่ออนุญาติให้เที่ยวเล่นทั้งวันได้ พรุ่งนี้ค่อยกลับ จะได้เปิดหูเปิดตา นานๆเข้าเมืองทีโดยให้ท่านอาไจ่เต๋อ และคนรับใช้ทั้งหมดตามมาด้วยจะได้ดูแลและเที่ยวไปในตัว

      "เฟิ่งซี เซียนสือ พวกเจ้าอย่าวิ่งวุ่นซิ เดี๋ยวหลงหรอก"เหมยฮวาต้องเอ่ยบอกเพราะ สองคนนี้วิ่งวุ่น เดี๋ยวเข้าร้านนั้นเดี๋ยวดูร้านนี้ยุ่งไปหมดจนตามแทบไม่ทัน

      "ขอรับท่านพี่ โอ๊ะ  เซียนสือ โน้นๆมีขายถังหู่ลู่ด้วย ไปดูกัน"เฟิ่งซี ชี้มือบอกเสร็จก็วิ่งไปเลย

      "ไหนๆ ไปๆ"เซียนสือ

      "พูดยังไม่ทันขาดคำ เห้อ ช่างน่าเห็นใจคนดูแลประจำตัวสองคนนี้จริงๆ"เหมยฮวา

      "หึๆ นายน้อยกับคุณชายเซียนสือ ยังเด็กก็ย่อมต้องซนเป็นธรรมดา ขอรับคุณหนู"ไจ่เต๋อ

      "ท่านอาไจ่เต๋อ ทำไมในเมืองมีคนเร่ร่อนขอทานเยอะจัง ข้าเพิ่งสังเกตุก็วันนี้ล่ะ"เหมยฮวา

      "ก็คงเป็นพวกหนีภัยสงครามมาจากแคว้นเทียนเฉาและฉินนั้นล่ะขอรับ คุณหนู"ไจ่เต๋อ

      "อ้าว ทางแคว้นเราไม่ได้จัดพื้นที่ทำที่พักแล้วให้เช่าที่ทำกินหรอกเหรอ หรือว่าข้าได้ยินข่าวมาผิด"เหมยฮวาถามเพราะไม่ค่อยไปไหนนอกจากจวนกับคอกปศุสัตว์

      "จัดให้ครับถ้าจะมีปัญหาก็คือไม่อาจหาพื้นที่ให้เช่าทำกินอย่างเพียงพอได้ ทางแคว้นก็เลยทำการปิดกั้นไม่ให้เข้ามาเพิ่ม ก็มีบางส่วนพยายามลักลอบเข้ามา เลยไม่สามารถไปขึ้นทะเบียนกับกรมเมืองได้ จนต้องมาเป็นคนเร่ร่อนและขอทาน ขอรับคุณหนู"ไจ่เต๋อ

      "ทางกรมเมืองไม่ทำอะไรบ้างเหรอ"เหมยฮวา

      "ก็ทำขอรับ มีการจับตัวไปลงโทษก่อนส่งกลับแคว้นเดิม บางส่วนก็เอาไปเป็นทาสหลวง เพื่อนำไปประมูลขายเป็นทาสอีกที แต่ว่ายิ่งมายิ่งเยอะ จับกันไม่หวาดไม่ไหว จนสุดท้ายก็ทำเป็นลืมตาข้างหลับตาข้างขอรับคุณหนู" ไจ่เต๋ออธิบาย

      "เมื่อไหร่สงครามจะสงบซักทีก็ไม่รู้ น่าสงสารคนธรรมดาที่ต้องโดนกระทำอยู่ร่ำไป เห้ออ."เหมยฮวา

      "เมืองเรายังดีนะขอรับ เพราะเป็นชายแดนห่างไกล มากันไม่เยอะเท่าไหร่ ถ้ายิ่งใกล้เมืองหลวงยิ่งพบเห็นเยอะกว่านี้อีก"ไจ่เต๋อ

      "เราพอจะช่วยอะไรได้บ้างหรือเปล่านี้ "เหมยฮวา

      "คงยากขอรับ เห็นใจก็ส่วนเห็นใจ แต่การช่วยมันก็ต้องมีค่าใช้จ่าย"ไจ่เต๋อ

      "นั่นสินะ ต่อให้ข้าอยากช่วยก็คง ช่วยได้แค่ไม่กี่วันคนเยอะแยะขนาดนี้"เหมยฮวาทำหน้าปลงๆ

      "ท่านพี่ๆ มาทางนี้ๆ"เฟิ่งซี ส่งเสียงเรียกให้ไปหาที่ตรงขายถังหู่ลู่

      "มีอะไรเหรอเฟิ่งซี เซียนสือ"เหมยฮวา

      "แหะๆ พอดีเงินข้ากับเซียนสือไม่พอจ่ายค่าถังหู่ลู่นะขอรับ ท่านพี่"เฟิ่งซีกับเซียนสือยิ้มแหยๆก่อนตอบ

      "หือ...ข้าให้พวกเจ้าถือคนล่ะตั้ง 10 อีแป๊ะ ไม่พอได้ยังไง"เหมยฮวา

      "คุณหนูขอรับ ถังหู่ลู่ ของข้าน้อยขายไม้ล่ะ 5อีแป๊ะขอรับ คนชายน้อยทั้งสองกินไปคนล่ะ 3 ไม้แต่จ่ายข้ามาแค่ 20 อีแป๊ะขาดอีก 10อีแป๊ะขอรับคุณหนู"ท่านลุงขายถังหู่ลู่เอ่ยบอก

      "ห๊า......ทำไมขายแพงจังเจ้าค่ะ ท่านลุง"เหมยฮวาถึงกับตกใจในราคาของถังหู่ลู่

      "โถ คุณหนู ตอนนี้อะไรก็แพงทั้งหมดนั้นล่ะขอรับ น้ำตาลที่ใช้เชื่อมทั้งขายแพงทั้งหาซื้อยาก ปกติข้าน้อยจะไปเก็บดอกกุ้ยฮวา เพื่อมาคั้นเอาน้ำหวาน แต่ตอนนี้ใครๆก็พากันมาเก็บดอกกุ้ยฮวา เพื่อ ไปคั้นเอาน้ำหวาน กันทั้งนั้น ทำให้หาดอกกุ้ยฮวาได้ยากขึ้นขอรับคุณหนู ข้าก็ไม่อยากขึ้นราคาหรอกขอรับ เพราะจะทำให้ขายได้ยากขึ้น แต่ก็ต้องจำใจขึ้นราคาขอรับคุณหนู"ท่านลุงขายถังหู่ลู่กล่าวอธิบายซะยืดยาว

      "ฮืม..ข้าต้องขอโทษท่านลุงด้วยเจ้าค่ะที่เสียกิริยาเมื่อกี้ไป เพราะไม่เคยรู้จริงๆ นี้เจ้าค่ะ 10 อีแป๊ะ"เหมยฮวา

      "ขอบคุณขอรับคุณหนู"ท่านลุงขายถังหู่ลู่กล่าวขอบคุณก่อนยื่นมือรับเงิน

      "วันนี้พอก่อนนะ เฟิ่งซี เซียนสือ พี่เหนื่อยแล้ว เห็นโรงเตี้ยมข้างหน้าไหม พาคนรับใช้ทั้งหมดไปรอพี่กับท่านอาไจ่เต๋อที่นั้นก่อน แล้วพี่กับท่านอาไจ่เต๋อจะตามไปที่หลัง"เหมยฮวา

      "ขอรับท่านพี่"เฟิ่งซี เซียนสือรับคำ

      "มีอะไรหรือขอรับคุณหนู"ไจ่เต๋อ

      "ข้าไม่เคยรู้เลยนะนี้ว่า น้ำตาลมันจะหายากขนาดนี้ เอาแต่กินอย่างเดียว ท่านอาไจ่เต๋อเจ้าค่ะ ปกติ เราเอาน้ำตาลจากไหนมาเหรอเจ้าค่ะ"เหมยฮวาหันไปเปรยกับไจ่เต๋อก่อนที่จะถาม

      "เท่าที่ข้าน้อยรู้ มาจาก ดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีป ที่ต้องผ่านมองโกล ต้าซือ ซึ่งที่นี้มีการเพาะปลูกพืชที่เรียกว่าอ้อย แล้วก็ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเทียนเฉาจากพืชที่เรียกว่าตาลขอรับคุณหนู"ไจ่เต๋อกล่าว

      'อินเดียในภพที่แล้วของเราซินะ แล้วตาลก็คงมาจาก ลาว เวียดนาม เขมรไทย แน่ๆ'

      "แล้วทำไมทางเราไม่เอาอ้อยมาปลูกบ้างล่ะ น่าจะปลูกได้นี่"เหมยฮวา

      "อาจปลูกได้ขอรับคุณหนู แต่ว่าปัญหาก็คือ ที่ต้าซือ(อาหรับทั้งหมด) เป็นทะเลทรายที่ทั้งร้อนและแห้งแล้งกว่าจะข้ามเข้าเขตมองโกลก็ต้องเดินทางกันเกือบสองเดือน อ้อยที่จะนำมาก็แห้งตายแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าจะเอาเข้ามาปลูกในแผ่นดินหัวเซี่ยยังไงเลยขอรับ"ไจ๋เต๋ออธิบาย(หัวเซี่ยคือชื่อดินแดนที่เรียกรวมๆของแคว้นทั้ง 7 มองโกล ทู่เจีย และซ่งหนู)

      'ภพเก่าเราทำไมจำไม่ได้ว่ามันมีทะเลทรายคั้นหว่า หรือว่าจะจำผิด'

      "คุยเพลินจนเกือบเดินเลยโรงเตี้ยมไปล่ะ ท่านอาไจ่เต๋อเข้าไปคุยข้างในต่อเถอะเจ้าค่ะ ข้าเริ่มสนใจแล้ว"เหมยฮวาชะงักเท้าเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าเดินเลยโรงเตี้ยมก่อนหันกลับ

      พอเข้ามาก็สั่งให้ทุกคนสั่งอาหารกินกันก่อนเลย ส่วนเหมยฮวากับไจ่เต๋อแยกออกมาคุยกันที่โต๊ะติดระเบียงหน้าร้านเพื่อจะได้คุยกันสะดวกๆสั่งแค่น้ำชามาเท่านั้น

    "งั้นตอนนี้ก็คือแคว้นเราหาน้ำหวานเองได้แค่จากการคั้นดอกกุ้ยฮวา กับน้ำผึ้งเท่านั้นซินะ ข้าเข้าใจถูกหรือไม่เจ้าค่ะ ท่านอาไจ่เต๋อ"เหมยฮวา

      "ถูกแล้วขอรับ คุณหนู"ไจ่เต๋อ ถึงจะงงก็ยอมอธิบาย แต่ก็เข้าใจว่าการเป็นคุณหนูถึงจะเก่งและฉลาดขนาดไหนก็คงไม่มีทางรู้ถึงรายละเอียดปลีกย่อยพวกนี้ได้หรอกถ้าไม่สนใจจริงๆ

      "ตอนนี้น้ำผึ้งก็คงหายากด้วยสินะ เพราะนอกจากเอามากิน ยังใช้ผสมในตัวยา ไหนจะพอก บาดแผลเพื่อห้ามเลือด ยิ่งเกิดสงครามแบบนี้ด้วยก็ยิ่งขาดไปกันใหญ่"เหมยฮวาปากกล่าวแต่เหมือนตกในภวังค์เนื่องจากการใช้ความคิด

      'นึกซิ นอกจากอ้อย ตาล มะพร้าว ยังมีอะไรอีกที่เอามาทำน้ำตาลได้ นึกซิๆๆ เมเปิ้ลไซรัป ใช่แล้ว ต้นเมเปิ้ล แต่จะรู้ได้ยังไงว่าต้นแบบไหนมันให้น้ำหวาน'

     "ท่านอาไจ่เต๋อ แล้วท่านรู้จักต้นไม้ที่มีใบคล้ายๆนี้หรือเปล่า"เหมยฮวาถามไป เอานิ้วจุ่มน้ำชามา วาดรูปใบเมเปิ้ลให้ ไจ่เต๋อดู

      "น่าจะเป็นต้นเฟิง นะขอรับคุณหนูถ้าใบคล้ายๆนี้"ไจ่เต๋อบอก

      "อ่า....แล้วมันอยู่แถวไหนเยอะสุด ท่านอาไจ่เต๋อ"เหมยฮวาพอรู้คำตอบก็ตาเป็นประกาย

      "ก็มีทั่วไปขอรับ แต่เมืองเราต้องออกไปทางทิศใต้ราวๆ 10 ลี้ก็เริ่มมีให้เห็นแล้วขอรับ"ไจ่เต๋องงทำไมคุณหนูถึงถามถึงต้นไม้ที่เกิดไปทั่วป่าของทุกแคว้น

      "ฮิฮิ อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นสิเจ้าค่ะ ท่านอาไจ่เต๋อ ก็ท่านนึกดูสิข้าเคยออกไปไหนไกลๆบ้างล่ะไกลสุดก็ตัวเมืองนี้ มาจวนท่านตาหลังเดิม นอกนั้นที่จวนของเราก็ทุ่งหญ้าโล่งๆ ต้นไม้ที่ปลูกก็ไม่มีต้นเฟิงอะไรนี้ด้วยในสวนหลังบ้าน ข้าจะไปเห็นของพวกนี้ได้ยังไง ฮิฮิ" เหมยฮวา

      "ฮ่าๆๆ นั่นสินะ ข้าน้อยก็ลืมไป แล้วคุณหนูถามทำไมเหรอขอรับ"ไจ่เต๋อถามต่อ

      "ข้าเพียงแค่คิดว่า..."เหมยอวากำลังพูดก็ถูกเสียงหนึ่งดังออกมาขัด

      "ขออภัยขอรับ นี้ใช่ท่านหลิวไจ่เต๋อหรือไม่ขอรับ เสียคารวะแล้ว ข้าน้อยเป็นเถ้าแก่ของโรงเตี้ยมนี้ ชื่อหมิงคุน แซ่ซี ไม่ทราบว่าคุณหนูท่านนี้คือ..."เถ้าแก่ซี

      "นี้คือคุณหนูหลี่เหมยฮวา เป็นบุตรสาวของท่านหลี่ไป่หลง"ไจ่เต๋อออกตัวแนะนำ

      "คารวะเจ้าค่ะ ข้าหลี่เหมยฮวา"เหมยฮวา

      "เสียคารวะแล้วคุณหนูหลี่ คือว่า ไม่ทราบว่าท่านหลี่ ได้มาด้วยหรือไม่ขอรับ"เถ้าแก่ซี

      "ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับท่านพ่อหรือเจ้าค่ะ พอบอกกล่าวได้หรือไม่"เหมยฮวา

      "คือข้าน้อยอยากจะเจรจาเรื่องการค้า เกี่ยวกับ เหล้าเมามายพันวัน ที่ท่านหลี่คิดขึ้นมาขอรับ"เถ้าแก่ซี

      "อย่างนั้นเหรอเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "ข้าน้อยอยากให้คุณหนูหลี่ช่วยเรียนท่านหลี่ว่าเถ้าแก่ซีโรงเตี้ยมหมิงคุนอย่างขอพบเพื่อพูดคุยการค้าด้วยซักครั้งขอรับ"เถ้าแก่ซี

      "งั้นไว้ข้าพบท่านพ่อจะบอกให้นะเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "รบกวนแล้วคุณหนูหลี่ ขอบคุณมากขอรับ ถือว่าเป็นการพบหน้าครั้งแรกข้าน้อยขอเลี้ยงอาหารมื้อนี้ก็แล้วกันขอรับ ไม่รบกวนแล้ว ข้าน้อยขอตัวขอรับ"เถ้าแก่ซีกล่าวอย่างรวดเร็วแล้วก็เดินจากไปทันที

      "ดะ...ไม่ทันจะตอบอะไรเลย อะไรจะรีบขนาดนั้น"เหมยฮวาหันไปพูดกับไจ่เต๋อพร้อมกับส่ายหน้าเถ้าแก่ซีรีบจากไปเหมือนกลัวจะปฏิเสธน้ำใจ

      "ก็คงต้องแบบนั้นขอรับคุณหนู เพราะเหล้าเมามายพันวัน นั้นมีชื่อเป็นอย่างมาก แต่ท่านหลี่ไม่ยอมเอามาขาย อย่างมากก็นำไปมอบเป็นของขวัญแก่คนที่รู้จัก เคยมีคนมาขอเจรจาแต่ท่านหลี่ก็บอกปัดถ้ามาคุยเรื่องเหล้ามาตลอด จริงๆคงรู้อยู่คร่าวๆแล้วว่าคุณหนูเป็นใครแต่เพื่อความแน่ใจเลยเข้ามาทักก่อน คงอยากจะอาศัยให้คุณหนูคุยให้เพราะใครๆก็รู้ว่านายท่านรักคุณหนูมากจะได้เห็นแก่หน้าคุณหนูยอมให้เข้าพบ"ไจ่เต๋อสาธยาย

      "เหรอเจ้าค่ะ ท่านอาไจ่เต๋อข้าไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย"เหมยฮวาตอนยิ้มๆ

      "ขอรับ ถ้าไปถามคนเมืองอื่นถ้าพูดถึงชิงไห่ ทุกคนก็จะนึกถึงเหล้าเมามายพันวัน ขึ้นมาทันที"ไจ่เต๋อ

      "ฮิๆ ไม่นึกว่าจะมีชื่อเสียงขนาดนั้นจริงๆ  กลับกันเถอะเจ้าค่ะ เพราะดูเหมือนคนอื่นๆจะทานอะไรกันเสร็จแล้ว"เหมยฮวา

      ระหว่างทางกลับเหมยฮวาก็เห็นคนเร่ร่อนขอทานทั่วทุกมุมของถนน ด้วยใจที่อยากช่วยแต่ก็จะเอาเงินที่ไหนมาช่วยได้ตลอดรอดฝั่ง ถึงจะเอาอาหารมาแจกก็จะได้ซักกี่วันคนเยอะขนาดนี้ ครุ่นคิดจนกลับมาถึงจวนที่พัก

      "อ๊ะ ข้านึกออกแล้วท่านอาไจ่เต๋อ"เหมยฮวาดวงตาเป็นประกาย

      "นึกอะไรออกขอรับคุณหนู"ไจ่เต๋อ

      "ใช่ ท่านพี่คิดอะไรออกเหรอขอรับ"เฟิ่งซี เซียนสือ ที่อยู่ข้างๆก็ถามกับเค้าไปด้วย

      "จะช่วยคนยังไงล่ะเจ้าค่ะ วิธีที่ยั่งยืนที่สุดคือสร้างงาน ทั้งคนช่วยและถูกช่วยต่างก็มีรายได้เกื้อหนุนกัน ข้าจะลองไปคุยกับท่านพ่อ ท่านอาไจ่เต๋อมาช่วยข้าเกลี้ยกล่อมท่านพ่อด้วย"เหมยพูดจบก็รีบวิ่งไปหาไป่หลงทันที

      "อะไรนะขอรับ งานอะไร แค่คนดูแลม้าที่มีก็เยอะมากพอแล้วนะขอรับ"ไจ่เต๋อ

      "ไม่ใช่แบบนั้น มาเจ้าค่ะ เข้าพบท่านพ่อก่อน"เหมยอวาหันหลังกลับมาตอบ

      ไป่หลงกำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์เอนตัวอ่านหนังสือในเก๋ง ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นของหมู่แมกไม้ แต่วันนี้หางคิ้วเจ้าตัวกระตุกๆ ยังไงไม่รู้

      "ท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้าบีบไหล่ให้นะเจ้าค่ะ"เหมยฮวามาโผล่ข้างหลังก่อนจะบีบไหล่ให้กับไป่หลง

      "หือ...ฮวาเอ่อร์มาถึงก็มาบีบไหล่ให้พ่อ ถึงจะเหมือนปกติ แต่พ่อรู้สึกว่ามันแปลกๆ"ไป่หลงพูดไปถึงจะรู้สึกสบายแต่หางคิ้วยิ่งกระตุก

      ส่วนไจ่เต๋อ ได้แต่ยืนอมยิ้มก้มหน้าอยู่ข้างๆ

      "ท่านพ่อ วันนี้ข้าเดินภายในเมืองเจอคนเร่ร่อนขอทาน เต็มไปหมดเลยเจ้าค่ะ ไม่ทราบท่านพ่อมีความคิดเห็นเป็นเช่นไรในเรื่องนี้"เหมยฮวา

      "เรื่องนี้พ่อก็รู้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดจะช่วยพวกเค้า"ไป่หลง

      "เจ้าค่ะ ข้าเลยมาลองคุยกับท่านพ่อดู เผื่อมีทาง"เหมยฮวาหยุดบีบไหล่ เดินอ้อมมาด้านหน้าไป่หลงเพื่อคุยด้วยสีหน้าจริงจัง

      "เห้อ....ทำไมพ่อจะไม่อยากช่วย และก็ได้ช่วยไปแล้วโดยการบริจาคเงินให้กับท่านเจ้าเมืองเพื่อเอาไปซื้ออาหารมาแจกจ่าย ซึ่งท่านเจ้าเมืองได้ขอรับบริจาคเงินกับเหล่าพ่อค้าและคนมีอันจะกินในเมืองมาตั้งแต่ปีก่อน นอกเหนือจากนี้ก็ไม่อาจทำอย่างไรได้อีกแล้ว"ไป่หลงกล่าวปลงๆ

      "เอ่อ แล้วถ้าเราสร้างงานให้ล่ะเจ้าค่ะ ท่านพ่อคิดว่าอย่างไร"เหมยฮวา

      "งานอะไร"ไป่หลง

      "วันนี้ข้าเจอกับเถ้าแก่ซี มาคุยกับข้าว่าอยากขอเข้าพบคุยเรื่อง เหล้าเมามายพันวัน ของเราเจ้าค่ะ ข้าก็เลยคิดว่า ถ้าเราร่วมมือกับเถ้าแก่ซีสร้างโรงงานหมักเหล้าและกลั่นออกมาขาย คนงานก็ไปจ้างพวกคนเร่ร่อนภายในเมือง เพื่อให้พวกเค้ามีรายได้ ท่านพ่อคิดว่าเรื่องนี้พอเป็นไปได้หรือไม่"เหมยฮวา

      "อย่างนั้นเจ้าก็คงรู้แล้วซินะว่า พ่อบอกปัดทุกคนที่มาเจรจาเรื่องนี้"ไป่หลง

      "เจ้าค่ะ ท่านอาไจ่เต๋อบอกกับข้าแล้ว"เหมยฮวา

      "เหตุผลหลักๆ จะว่าพ่อเห็นแก่ตัวก็ได้ เพราะคนที่มาขอร่วมลงมือก็จะรู้ถึงสูตรที่เจ้าคิดค้นขึ้น ที่เรียกว่าการกลั่น ซึ่งถ้าพ่อตอบตกลง โดยที่ไม่ถามความเห็นเจ้าผู้คิดขึ้นมา มันก็ดูขัดๆ แต่ถ้าจะถามความเห็นของเจ้าว่ายินยอมให้สูตรการกลั่นไปตกอยู่ในมือคนอื่นหรือไม่ เจ้าก็ยังเด็กนักเกินกว่าจะตัดสินใจในเรื่องนี้ได้ดีพอ ภายหลังพอเจ้าโตพอที่จะคิดอย่างรอบคอบแล้วอาจจะเสียใจก็ได้ที่ยอมให้สูตรที่เจ้าคิดขึ้นไปตกอยู่ในมือคนอื่น พ่อก็เลยบอกปัดทุกคนที่มาขอคุยเรื่องนี้แต่ไม่ได้บอกเหตุผลหรอกนะ"ไป่หลงร่ายยาว

      "แล้วถ้าเราจะทำเองล่ะเจ้าค่ะ"เหมยฮวาถาม

      "เจ้ารู้ไหมว่าการจะทำการหมักเหล้าต้องทำเช่นไรบ้าง"ไป่หลงถามกลับ

      "ข้าวแล้วก็น้ำ รวมทั้งภาชนะที่ใช้ในการหมักด้วยเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "นั่นก็ถูก แต่ถ้าจะทำเพื่อขาย ก็ต้องการทำเลที่ตั้งของโรงงานและแหล่งน้ำ ทั้งสองอย่างต้อง สัมพันธ์กันต้องไม่ไกลจนเกินไป เจ้าคิดดูซิ ตรงเราทำปศุศัตว์ ถึงจะมีลำธารแต่ก็เป็นเพียงสายเล็ก แค่ที่ใช้สำหรับคนรอบๆกับให้สัตว์เลี้ยงดื่มกินบางปีแทบไม่เพียงพอ ปัญหานี้อาจแก้ได้โดยให้ท่านตาเจ้าไปคุยกับท่านเจ้าเมืองเจรจาขอซื้อหรือขอเช่าทำเลที่เหมาะสมเพราะท่านตาเจ้าก็เคยทำงานกับท่านเจ้าเมืองมาก่อน ซึ่งที่น่าเหมาะสุดเท่าที่พ่อจะรู้ก็คงเป็นทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือของเมือง"ไป่หลง

      "เจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "แล้วถ้าทำมันก็ต้องมีคนไปดูแล เราจะหาใครไปดูเพราะพ่อแค่ดูแลคอกปศุสัตว์ก็แทบไม่มีเวลาแล้ว ไหนจะต้องพึ่งคนทำบัญชีที่ไว้ใจได้มาทำ เลือกสุ่มๆก็ไม่ได้ ตรงนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่ ลำพังคนที่รู้หนังสือ หาที่ไหนก็ได้ ไหนจะจากพวกที่เร่ร่อนอาจมีนักศึกษาตกยากอยู่ด้วย แต่นักศึกษาที่รู้จักการคำนวณและทำบัญชีนั้นหาได้ยากยิ่ง  เจ้าก็คงเคยเห็นในห้องทำงานพ่อ พวกม้วนไม้ไผ่ไม่รู้มีกี่10 ม้วนที่จดรายละเอียดปลีกย่อยในแต่ล่ะเดือน และม้วนหนังที่ลงบันทึกสำคัญๆในแต่ล่ะเดือน คนทำบัญชีแค่คนสองคนนั้นไม่มีทางทำได้"ไป่หลง

      "เจ้าค่ะ คุณสมบัติของนักบัญชีก็คือ รู้หนังสือ รู้จักการคำนวณ การทำบัญชี และสุดท้ายต้องไว้ใจได้"เหมยฮวา

      "งั้นข้าขอดูบัญชีพวกนี้ได้ไหมเจ้าค่ะ อย่างน้อยเมื่อวานคุยเรื่องซื้อขายสมุนไพร ก็น่าจะมีการจดบันทึกลงบัญชี"เหมยฮวากล่าวต่อ

      "เอาสิ ยังไงหลังจากกลับไปที่จวนเรา พ่อก็ว่าจะสอนเจ้าในเรื่องนี้พอดี  ไจ่เต๋อ ช่วยไปหยิบพวกบัญชีมาซัก 2-3อย่างมาให้ที"ไป่หลงหันไปสั่ง

      "ขอรับ"ไจ่เต๋อรับคำก่อนหายไปซักพักก็กลับมาพร้อมกับม้วนไม้ไผ่ขนาดเท่ากับท่อนแขนผู้ใหญ่มา 2 ม้วนกับหนังสัตว์อีกจำนวนหนึ่ง มาวางบนโต๊ะ

      "ม้วนไม้ไผ่คือรายละเอียดปลีกย่อย ส่วนที่บันทึกในหนังสัตว์คือรายละเอียดที่สรุปไปแล้ว"ไป่หลงบอกกล่าวมือก็คลี่แต่ล่ะอย่างให้ดู

      เหมยฮวาก็ยกมาดูรายละเอียดในม้วนไม้ไผ่ก่อน เห็นรายละเอียดซึ่งมีทั้งรายรับรายจ่ายปะปนกันไปหมด ไหนจะจำนวนที่บ่งบอกก็เป็นตัวหนังสือ เพราะจากที่ดูจนหมดทั้งม้วนไม้ไผ่และในหนังสัตว์ ไม่มีตัวเลขเลย ถ้าคำนวณในจำนวนหลักหน่วย หลักสิบ แต่ถ้าหลักร้อยขึ้น การจะคิดคำนวณก็มีอย่างเดียวต้องใช้เครื่องมือช่วย ถึงว่าแค่รู้หนังสืออย่างเดียวไม่ได้ ต้องรู้การใช้ลูกคิดในการคำนวณอีก เหมยฮวาก็เพิ่งรู้วันนี้เอง เพราะปกติไม่ได้สนใจพวกนี้ ส่วนเวลาคิดคำนวณก็จะคิดในใจเอา ด้วยความที่ไม่มีกระดาษ การที่จะหอบหนังสัตว์หรือ ม้วนไม้ไผ่ไปมาก็พะรุงพะรัง ถึงจะเคยคิดถึงกระดาษแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะจำเป็นเพราะ มีแต่การคำนวณแบบง่ายๆ พอมาเห็นของเหล่านี้ถึงรู้เลยว่ากระดาษก็มีความจำเป็นมาก

      "ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ในส่วนถ้าเกิดสามารถตั้งโรงงานหมักเหล้าได้ ข้าจะขอท่านพ่อมาดูแลพวกนี้เองล่ะเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "ห๊า"ทั้งไป่หลงและไจ่เต๋อ ต่างอุทานมาเสียงดัง

      "แค่ดูผ่านๆเจ้าก็เข้าใจแล้วเหรอ แล้วไหนจะขอดูแลด้วยตนเอง เจ้าจะไหวเหรอ ฮวาเอ่อร์"ไป่หลง หลังหายจากตกตะลึง ก็เอ่ยออกมา

      "บางทีถ้าข้าไม่ไหว ช่วงแรกๆอาจขอร้องท่านอาซือ กับท่านน้าซ่งอี้มาช่วยก่อนเจ้าค่ะ และขอคำชี้แนะจากท่านพ่อ เพื่อข้าจะได้มีเวลาหาคนและสอนเรื่องบัญชีเจ้าค่ะ"เหมยฮวากล่าวด้วยดวงตาที่เป็นประกายสบกับสายตาของไป่หลง

      "เห้อ...ดูท่าพ่อคงจะไม่ให้เจ้าทำคงไม่ได้ซินะ สำหรับพ่อแค่คำแนะนำหรือต่อให้มากกว่านี้ก็สามารถทำให้เจ้าได้ ไว้กลับไปจะเรียกทุกคนมาคุยดู แต่ว่าหลินซือกับซ่งอี้ จะยอมลดตัวมาทำงานแบบนี้ให้เหรอ ซ่งอี้อาจยอมเพราะเป็นท่านน้าของเจ้า แต่หลินซืออาจไม่ยอมก็ได้ ด้วยความที่เป็นนักศึกษา และเจ้าก็รู้สิ่งที่ท่านอาซือเจ้าชอบนอกเหนือกาพย์ฉันท์โคลงกลอน ภาพอักษร ยังสนใจพวกหลักการปกครองและการทหารที่ดูยิ่งใหญ่ยิ่งนัก จะยอมลดตัวลงมาเพื่อเป็นนักบัญชี ที่ดูต่ำต้อยด้อยค่าในสายตาของบัณฑิตเหรอ " ไป่หลง

      "ฮิๆ ท่านอากับท่านน้า ต้องยอมช่วยข้าแน่ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ด้อยค่าจนไร้ค่า ที่ข้าจะมอบให้กับท่านน้าและท่านอา ขอท่านพ่ออย่าได้กังวล ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าค่ะ ขอลาเจ้าค่ะท่านพ่อ"เหมยฮวาพูดเสร็จก็หันหลังเดินลิ่วกับห้องพักทันที

      ปล่อยให้ไป่หลงกับไจ่เต๋อมองหน้ากันอย่างมึนงงกับคำพูดที่ทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินจากไป

      "สิ่งที่ด้อยค่าจนไร้ค่า"เสียงพึมพำของทั้งสองที่ดังซ้ำๆไปมา

 

 

 

       ปล.ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์งับ คำว่า ฮ่าๆ มีมากไปหรือไป่หลงเป็นคนอารมณ์ดีเหรอ คงเพราะด้วยนิสัยเคยตัวของผมที่ติดมาจากพิมคุยในเกม ถ้าไม่อะไรก็มักจะพิมคำนี้ออกมา ราวๆนี้ 5555+ เพื่อแก้ขัด หรือแสดงตัวขึ้นในเกือบทุกโอกาสวาระดิถี นะฮิๆๆๆ ยังไงก็พยายามปรับปรุงงับ

       มีบางเม้นท์ว่าอธิบายเยอะ ตอนนี้ก็เลยปรับดู บทพูดเยอะเลย ไม่ได้ประชดนะงับ แต่พยายามปรับนะ ไม่รู้จะว่ายังไงกัน ก็ขออภัยไว้ก่อน แต่คงไม่ไปแก้บทก่อนๆล่ะงับ ไม่ไหวจะเคลียร์ แล้วที่ถามมาว่าพระเอกจะมาเมื่อไหร่ ก็อย่างที่เคยเกริ่นๆไว้อ่ะคับว่า ยังไม่ได้คิดเลย อาจเป็นตัวละครที่โผล่มาแล้วหรือแค่เอ่ยถึงแว่บๆ เพราะยังจะมีตัวละครโผล่มาใหม่เรื่อยๆอีกพอสมควร เลยยังไม่ตกลงใจ แล้วก็ไม่อยากทำประมาณว่า แค่เจ้าตัวละครตัวนี้โผล่มา ก็ยังกับบนหน้าของตัว
ละครแปะคำว่า "ข้าคือพระเอก" โชว์หราอยู่

 

        มีอะไรที่อยากให้ปรับปรุงก็บอกนะคับจะพยายามเต็มที่เท่าที่สมองอันน้อยนิดจะคิดจะทำได้

                    ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #1787 F R E E D O M S (@p_rae_w) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 21:52
    อ่านแล้วสนุกมากเลยค่ะ น่ารักสุดๆเลยขี้อ้อนซะคนอ่านยิ้มกริ่มเลยค่ะ
    #1787
    0
  2. #1264 นารัน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 17:40
    อ่านตอนนี้ แล้วรู้สึกอ่านง่ายขึ้นค่ะ สนุกดีค่ะ
    #1264
    0
  3. #1218 ROOM333 (@garnet-t) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 00:53
    อี้งค้า เก่งเวอร์
    #1218
    0
  4. #227 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 12:49
    สนุกดีจ้า
    #227
    0
  5. #121 ohmama (@ohma) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 02:12
    เนื้อเรื่องน่าติดตามเลยคะ สนุก  
    #121
    0
  6. วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 20:56
    สนุกมาก
    #112
    0
  7. #111 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 20:18
    นางเอกจะทำอะไรต่อ อยากรู้จัง 
    รอจ้า
    #111
    0
  8. #109 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 19:38
    สนุกมากๆจ้า ตอนหลังๆนี่เริ่มลื่นไหลแล้ว แต่ตอนแรกๆยังติดขัดหน่อยๆ ค่อยกลับไปดูใหม่ละกัน
    #109
    0
  9. #105 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 14:17
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #105
    0
  10. #104 ความรัก มันเป็นเช่นไร (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 13:29
    ว้าว...เหมยฮวาจะเปิดกิจการแว้ววว...



    ปล.เมื่อไรพระเอกจะออกมาาา>>>เก๊ารอยุน้า (มาต่อไวๆ น้า...)
    #104
    0
  11. #103 pakz_naomi (@pakz_naomi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 13:25
    สนุกมากเลยค่ะ อัพบ่อยๆนะค่ะ
    #103
    0
  12. #102 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 12:56
    #102
    0