ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,702 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    376

    Overall
    159,702

ตอนที่ 15 : เริ่มลงมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    8 พ.ค. 57

      เริ่มลงมือ.......จะไหวเหรอ

      เมื่อวานหลังจากกลับมาถึงจวนที่คอกปศุศัตว์ ข้าก็เก็บตัวในห้องนั่งคิดว่าจะเริ่มต้นยังดี ควรเอาเรื่องไหนก่อน เพราะมีหลายเรื่องมาก ดังนั้นเรื่องแรกที่จะกล่าวกับทุกคนต้องเป็นเรื่องที่เห็นภาพได้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวข้า ลบภาพของเด็กอายุ 13 ให้หมดไป ถึงทุกคนจะรู้ว่าข้ามีความเฉลียวฉลาดแค่ไหน แต่ก็แค่เด็กอาจคิดเพ้อฝันแบบเด็กๆไป ในที่สุดก็กำหนดหัวข้อแรกที่จะเริ่มต้นได้ ส่วนเรื่องอื่นๆถ้าทำให้เชื่อมั่นแล้วก็สามารถบอกปัดไปได้

      ตอนเช้าหลังจากทุกคนทั้งจากตระกูลหลี่และตระกูลหยางได้จัดการธุระส่วนตัวแล้วเสร็จกันหมด ต้นยามซื่อ(09.00-10.59น.) ในห้องหนังสือของบ้านสกุลหลี่ เพราะมีขนาดกว้างขวางจึงได้ใช้ที่นี้เป็นที่ประชุมกัน ตอนนี้ในห้องก็มีท่านตา ท่านพ่อ ท่านน้าซ่งอี้ ท่านอาซือ ท่านอาไจ่เต๋อ แล้วก็ข้ารวมแล้วก็ทั้งหมด 6 คนภายในห้อง

      "ข้าขออนุญาติท่านพ่อตาขอรับ"ไป่หลง

      "เชิญ"ชิงเหลย

      "ทุกท่านคงจะทราบในเบื้องต้นแล้วว่า ที่เรียกมาในครั้งนี้ เพราะ เหมยฮวาบุตรสาวข้า ต้องการช่วยเหลือคนเร่ร่อนขอทานที่หนีภัยสงครามมา จึงอยากจะหางานให้กับคนเหล่านี้ ซึ่งงานที่ว่าก็คือการทำเหล้ากลั่น ที่เหมยฮวาคิดค้นวิธีการขึ้นมา ออกมาขาย แต่ก็ยังต้องการความคิดเห็นของทุกๆท่านในที่นี้ว่าคิดเห็นเป็นเช่นไร หลังจากนี้ข้าจะให้ ฮวาเอ่อร์ได้เป็นผู้อธิบาย"ไป่หลงลุกขึ้นขออนุญาติชิงเหลยที่ถือว่าอาวุโสที่สุดขึ้นมากล่าวเกริ่นให้กับเหมยฮวา

     "ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ วันนี้ข้ามีเรื่องกล่าวทั้งหมด 4-5หัวข้อ ก่อนอื่นเลย หลังจากที่ข้ากับท่านพ่อพูดคุยกันนั้น การที่จะสร้างโรงงานกลั่นสุรา ต้องหาพื้นที่ๆเหมาะสม คนดูแล และนักบัญชี  ในส่วนผู้ดูแล ข้าคิดว่าข้าสามารถทำได้ อาจต้องการผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านสุรามาช่วยบ้างแต่ในส่วนนี้ ข้าคิดว่าหาได้ไม่ยากเพราะทุกคนนอกจากข้าแล้วล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญกันทั้งสิ้น"เหมยฮวากล่าวติดตลกเพื่อลดบรรยากาศตรึงเครียดและมันก็ได้ผล

     "หึๆๆ"ทุกคนในห้องไม่หัวเราะในลำคอก็ยิ้มๆ

      "ในส่วนการหาทำเลสร้างต้องขอให้ท่านตาช่วยเจรจากับท่านเจ้าเมืองก่อนถึงจะรู้ว่าได้หรือไม่ แต่เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เลยถ้าได้สร้าง สิ่งที่จะต้องมีคือนักบัญชี ข้าเหมยฮวา ขอเข้าเรื่องเลยนะเจ้าค่ะ การคำนวณตอนนี้ คือการใช้ลูกคิดในการคำนวณจำนวนสิ่งของที่จดบันทึกลงเป็นตัวอักษร ดังนั้นเริ่มแรกข้าจึง คิดว่าจะให้ท่านน้าซ่งอี้กับท่านอาซือมาช่วยในขั้นเริ่มไปก่อน เพราะข้าอาจหาและสอนคนทำบัญชีไม่ทันในช่วงเริ่มต้น ไม่ทราบว่าท่านน้ากับท่านอา คิดเห็นเป็นเช่นไร"เหมยฮวากล่าวยิ้มๆทำให้คำพูดที่ถามไปคล้ายการหยั่งเชิง

      "ข้าเต็มใจช่วยเจ้าอยู่แล้วฮวาเอ่อร์"ซ่งอี้กล่าวขึ้นมาก่อน

      "ฮืม ข้าก็ต้องดูก่อนว่า เจ้ามีจะดีอะไรพอที่จะให้ข้าช่วย ฮวาเอ่อร์"หลินซือ

      "ขอบคุณเจ้าค่ะท่านน้าซ่งอี้ ส่วนท่านอาซือของดีที่ว่า สำหรับบัญฑิตอย่างท่านอา คงต้องชอบมากแน่นอน ข้ารับประกัน เพราะข้ามีให้ท่านอาซือถึง 2 อย่างแต่ให้ก่อนหนึ่งอย่างเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "หึๆ เจ้านี้ มันน่านัก จะอมพะนำยั่วท่านอาซือเจ้าไปถึงไหน"ชิงเหลยท่านตาของเหมยฮวาต้องกล่าวเร่งเพราะหลังจากหลินซือได้ยินว่ามีให้ถึง 2 อย่างก็ขมวดคิ้วหมุ่นคิดอย่างหนัก

      "ฮิๆ ท่านตาก็  อย่างแรกนั่นข้าว่าคงให้ได้ทุกคน"เหมยฮวาพูดเสร็จก็จิบน้ำชาก่อน หนึ่งอึกทำ ให้หลายๆคนในห้องแทบกลั้นใจตายด้วยความอยากรู้ พอได้ยินประโยคนี้

      "ทุกๆท่านคงรู้แล้วว่า จำนวนนับเรามี 1 ถึง 10 ซึ่งใช้ตัวอักษรแสดง แต่ที่ข้าจะพูดก็คือข้าจะเอาสัญลักษณ์อื่นมาแทนที่เรียกว่าตัวเลขซึ่งมีชื่อเรียกว่า ตัวเลขฮินดู"เหมยฮวา

      "ห๊า....มะ...มันเป็นยังไง"ทุกคนแทบร้องออกมาพร้อมกัน ดวงตาเบิกโพลง

      "ก่อนอื่นข้าขออธิบายก่อนตัวเลขฮินดู มี 10 ตัวเหมือนกัน แต่ถือว่าเป็นจำนวนนับแค่ 9 และตัวเลขฮินดูนี้มันเขียนง่ายกว่า คนไม่รู้หนังสือก็สามารถเขียนได้ เรามาเริ่มต้นที่ตัวพิเศษสุดที่เป็นตัวที่ไม่ค่ากันก่อนเลยนะเจ้าค่ะก็คือตัวกลมๆตัวนี้ ที่เรียกว่าตัวเลขศูนย์ ตามด้วยหนึ่งแบบนี้ ....."เหมยฮวาเอานิ้วเขียนลงในกะบะทรายที่นำมาให้ดูไล่ไปจนถึงเก้าก่อนบอกให้ทุกคนเขียนตาม ซึ่งแปปเดียวก็จดจำทำตามได้หมด    

      " เก้าแล้วก็จะวนไปเป็นจำนวนสิบแบบนี้เจ้าค่ะ พอครบสิบเก้าขึ้นยี่สิบก็เอาเลขสองอยู่หน้าศูนย์อยู่หลังทำแบบนี้จนถึง เก้าสิบเก้า ก็เอาหนึ่งอยู่หน้าแล้วก็เพิ่มศูนย์เป็นสองตัวเจ้าค่ะหลักพันก็ใช้หลักการเดียวกันกับร้อยคือเพิ่มศูนย์เข้าไปอีกหนึ่งและเพื่อให้ดูง่ายใช้จุดเพื่อแยกห่างกันทุกๆศูนย์สามตัวเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      ที่เหมยฮวาเรียกว่าตัวเลขฮินดูเพราะว่ารู้สึกขัดใจที่ตัวเลขนี้ชาวฮินดูเป็นคนคิดขึ้นมาก่อนแล้วชาวอาหรับนำไปใช้ต่อ ทางฝั่งยุโรปเห็นว่าใช้ง่ายกว่าของโรมันเลยนำไปใช้แล้วเรียกว่าตัวเลขอารบิก ถึงภายหลังจะเรียกเพื่อให้เกียรติแก่คนคิดว่า ตัวเลขฮินดู-อารบิกแต่คนจำนวนมากก็ยังเรียกแต่เลขอารบิก

      "งะ...ง่ายดายปานนี้เลยเหรอ ฮวาเอ่อร์"หลินซือเอ่ยออกมาดั่งละเมอ ส่วนคนอื่นๆก็แทบไม่ต่างกัน ขนาดไจ่เต๋อที่แทบไม่รู้หนังสือยังเข้าใจ คนอื่นก็ไม่ต้องพูดถึง

      "นะ..นี้นะเหรอสิ่งที่เจ้าบอกพ่อวันก่อนว่า ด้อยค่าจนไร้ค่า"ไป่หลง

      "ก็ศูนย์ยังไงล่ะเจ้าค่ะท่านพ่อ ที่ไร้ค่าแต่ว่าก็ขาดไม่ได้ สำหรับกลุ่มสัญลักษณ์ที่เรียกว่าตัวเลข"เหมยฮวา

      "แล้วมันนอกจากเขียนง่ายแล้วทำอะไรได้อีก ฮวาเอ่อร์"ชิงเหลย

      "เจ้าค่ะท่านตา เพราะมันเป็นตัวเลขไม่ใช่ตัวหนังสือ เราจึงเอามารวมหรือเรียกว่าบวก หักออกหรือเรียกว่าลบ ส่วนการหารและคูณข้ายังไม่บอกตอนนี้เพราะต้องใช้เวลานาน ข้าขออธิบายหลักการใช้ตัวเลขบวกลบให้ดูนะเจ้าคะ ซึ่งสามารถคำนวณโดยไม่ต้องพึ่งลูกคิดให้ติดตัวไปไหนมาไหน ทำได้ในทุกๆสถานที่ ตราบเท่าที่มีที่ให้เขียนเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      เพียงหนึ่งชั่วยามทุกคนนั้นทำได้คล่องกันหมดแล้วยกเว้นไจ่เต๋อที่ยังติดขัดอยู่เล็กน้อย

      "เป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ พักก่อนดีไหมเจ้าค่ะ เพราะข้ายังมีอีก 2-3เรื่องให้พวกท่านอีก"เหมยฮวากล่าวยิ้มๆเพราะตอนนี้ทุกคนต่างทำสีหน้าไม่ถูกจะว่าดีใจก็ไม่ใช่จะบึ้งตึงก็ไม่เชิงดูแล้วน่าขบขันยิ่งนัก

      "ไม่ต้อง"ทุกคนแทบจะกล่าวออกมาพร้อมกันอีกแล้วนี้น่าจะเป็นครั้งที่สองของวันนี้ แต่ว่าคงเพราะยังตกตะลึงจนไม่มีใครเอะใจถามเหมยฮวานั้นเอาตัวเลขพวกนี้มาจากไหน

      "แบบนี้ท่านอาซือจะยอมมาช่วยข้าได้หรือยังเจ้าค่ะ"เหมยฮวาท้วงถาม

      "หึๆ แค่ตัวเลขข้าก็ตกใจพอแล้ว ฮวาเอ่อร์ไหนจะวิธีบวกลบที่เจ้าว่าอีก สิ่งนี้ถูกใจข้ายิ่งกว่าสิ่งใดๆซะอีก ข้าตกลงช่วยเจ้าตั้งแต่เจ้าพูดเรื่องตัวเลขออกมาแล้ว"หลินซือหัวเราะแห้งๆ

      "ที่จริงการหานักบัญชีก็มิได้เป็นเรื่องด่วน ถึงจะหาที่สร้างได้แต่ก็ต้องใช้เวลาในการสร้าง มีเวลาหาคนมาทำหน้าที่นี้พอสมควรเจ้าค่ะ แต่ข้าต้องการแสดงให้เห็นว่า ข้ามีหลักการคิดที่จะทำให้ท่านตา ท่านพ่อ ท่านน้าและท่านอา มีความเชื่อมั่นในตัวข้าจึงต้องพูดถึงนักบัญชีก่อนเพื่อเชื่อมโยงไปหาเรื่องตัวเลขเจ้าค่ะ ฮิๆ เพราะมีอีก 2-3 เรื่องที่ ข้ามีเพียงแนวคิดเจ้าค่ะ ยังไม่เคยเห็นของจริงหรือทดลองทำดู "เหมยฮวา

      "เอาเถอะ ถึงตอนแรกข้าจะรู้สึกว่าแปลกๆทำไมต้องรีบหานักบัญชีมีจุดประสงค์อย่างนี้นี่เอง แต่นับว่าพวกข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ต่อให้เจ้าคิดอะไรที่แปลกประหลาดกว่านี้ ก็ย่อมต้องมีคนเชื่อ พวกเจ้าว่าจริงไหม"ชิงเหลย

      "ข้าจะพยายามลองเชื่อดู หวังว่าจะไม่เป็นเช่นตอนนั้นอีก"ซ่งอี้เผลอพูดออกมา เพราะนึกถึงตอนทดลองยาให้เหมยฮวา

     "เหอะ....แล้วใครกันล่ะที่ดีใจจะเป็นจะตายหลังจากนั้นอีกสามเดือนต่อมา"ไป่หลงแค่นเสียง

      "ฮ่าๆ"หลินซือกับชิงเหลยพอได้ยินก็นึกออกเพราะรู้เรื่องยานั้นเหมือนกันจึงขบขันยิ่งนัก

      "เอ่ ตอนไหน ใครทำอะไรเหรอเจ้าค่ะ"เหมยฮวาเอ่ยออกมาแบบงงๆ ว่าไปทำอะไรให้ตอนไหนเหรอ นึกยังไงก็นึกไม่ออก

      "ไม่มีอะไรหรอก ต่อเลย ฮวาเอ่อร์"ชิงเหลยรีบตัดบท

      "เจ้าค่ะท่านตา เรื่องที่สองทุกท่านคงทราบแล้วว่าน้ำตาลตอนนี้ขาดแคลนจนราคาพุ่งสูงขึ้นมาก จากที่ข้ารู้มา นอกเหนือจากอ้อย มะพร้าว ตาล ดอกกุ้ยฮวายังมีต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่ให้น้ำหวานได้เจ้าค่ะ จากที่ข้าสอบถามท่านอาไจ่เต๋อจึงรู้ว่ามันคือต้น เฟิ่ง"เหมยฮวา

      "หือ....เป็นไปได้ยังไง ต้นเฟิงที่เกิดอยู่ทั่วไปนี้เหรอ ส่วนไหนของมันที่ให้น้ำหวาน"หลินซือ

      "หึม ว่าต่อไป ฮวาเอ่อร์"ชิงเหลยนึกถึงต้นเฟิง(เมเปิ้ล)แต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะมีน้ำหวานให้

      "คืออย่างนี้เจ้าค่ะ ต้นเฟิงมีหลากหลายพันธุ์ จะมีอยู่หนึ่งพันธุ์ที่เวลาเราเจาะรูเข้าไปในลำต้น น้ำ เลี้ยงของมันจะไหลออกมา เราก็แค่หาท่อยัดเข้าไปพอประมาณแล้วอุดด้วยอะไรก็ได้เช่น ดินเหนียว เพื่อให้ท่อมันไม่หลุดออกแล้วเอาภาชนะมารองรับน้ำหวาน หลังจากนั้นก็นำไปเคี่ยว เราก็จะได้น้ำหวานมาเจ้าค่ะ แต่ที่ข้าไม่รู้ก็คือในหัวเซี่ยจะมีพันธุ์นี้หรือเปล่าซึ่งต้นและใบก็เหมือนๆกัน ดังนั้นนี้น่าจะเป็นอีกงานหนึ่งที่สามารถว่าจ้างได้เพื่อทดลองเสาะหาดู"เหมยฮวา

      "ฮืม..ทั้งช่วยคนเร่ร่อนทั้งสามารถลดปัญหาน้ำตาลขาดแคลนได้ถ้าเจอขึ้นมา ไหนจะเอามาทำการค้าได้อีกถ้ามีเยอะ นับว่ามีแต่ผลดี"หลินซือ

      "แล้วทุกท่านจะยอมเสี่ยงลงทุนในเรื่องนี้หรือเปล่าเจ้าค่ะ ซึ่งคิดว่าป่ารอบๆเมืองก็น่าจะทราบผลแล้วว่ามีหรือไม่มี"เหมยฮวา

      "น่าเสี่ยงดู เพราะค่าจ้างก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรงเท่าใดนัก เพราะไม่ถือว่าเป็นงานเฉพาะด้าน ทุกท่านเห็นเป็นเช่นไร"ไป่หลง

      "ได้ ลองหาซักเดือนหนึ่ง คงใช้เงินไม่มากเท่าไหร่ คนๆหนึ่งแค่เจาะรูต้นไม้ วันหนึ่งก็น่าจะได้เกือบร้อยต้น ทางใต้ของเมืองห่างราว 10 ลี้ก็มีอย่างแน่นขนัด เริ่มจากป่าตรงนั้นก่อน ข้าเอาด้วย"หลินซือ

      "งั้นก็ตกลงตามนี้"ชิงเหลยสรุป

       "ขอบคุณเจ้าค่ะ เรื่องที่สามก็แค่แหล่งน้ำเจ้าค่ะ ทุกท่านคงทราบดีว่าบางปีน้ำแทบไม่พอ"เหมยฮวา

      "เจ้าคงไม่คิดจะให้พวกข้าบริจาคสร้างเขื่อนหรอกนะ ไหนจะค่าวัสดุ ไหนจะค่าแรง สร้างได้ไม่ถึงครึ่ง คงได้เป็นคนเร่ร่อนไปกับเค้าด้วยแน่ๆ"ซ่งอี้

      "ฮิๆ ถูกแล้วเจ้าค่ะเป็นเขื่อน แต่เขื่อนของข้าที่จะบอกนี้มันไม่ได้ใหญ่โตอะไร ความสูงและความกว้างแล้วแต่ว่าต้องการแบบไหนเจ้าค่ะ อาจสูงแค่ หนึ่งเซี๊ยะ กว้างหนึ่งจ้าง ความหมายของข้าก็คือเราแค่ทำที่กั้นจากก้อนหินที่อยู่ข้างๆลำธาร ซึ่งวิธีการนี้เหมาะกับลำธารเล็กๆอย่างยิ่ง เพื่อให้เป็นแอ่งเก็บกักน้ำ ถึงจะไม่ใหญ่มาก แต่ถ้าทำตลอดลำธาร ก็น่าจะกักเก็บน้ำได้พอดู"เหมยฮวา

      "ฮ่าๆ ถ้าเจ้าไม่พูดข้าก็นึกภาพไม่ออก ทำไมถึงคิดกันไม่ได้นะ ทำเล็กๆและใช้แรงงานคนเพียงน้อยนิด ไม่ต้องลงทุนขุดสระหรือทะเลสาป ถึงไม่เยอะถ้ามีมากจุดก็เก็บได้มากตาม ดียิ่ง"หลินซือ

      "นับว่าเส้นผมบังภูเขาจริงๆ เรื่องนี้นำไปเสนอท่านเจ้าเมืองเติ้งเพื่อให้ท่านออกหน้ามิเห็นจะมิได้ อย่างนั้นวันที่เข้าพบเจ้าไปกับข้าก็แล้วกัน ฮวาเอ่อร์"ชิงเหลย

      "เจ้าค่ะท่านตา ข้าหมดเรื่องเพียงเท่านี้  ส่วนเรื่องที่จะให้ของอีกอย่างแก่ท่านอาซือคงต้องรอหลังทุกอย่างลงด้วยเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "เหอะ...คิดจะหลอกใช้ข้าจนพอใจล่ะสิ ไม่ว่า"หลินซือ

      "ฮิๆ ที่ข้ายังไม่ให้ท่านอารู้เพราะว่า ถ้าให้ไปท่านอาคงไม่อยู่ช่วยงานข้าแน่ๆเพราะท่านคงเอาแต่ดูของที่ว่าจนไม่เป็นอันทำอะไร"เหมยฮวา

      " ฮ่าๆ มีด้วยเหรอสิ่งที่จะทำให้ข้า สนใจจนไม่ยอมทำอะไร"หลินซือ

      "ข้าคิดว่าสิ่งนี้น่าจะใช่ เพราะเป็นสิ่งที่ชื่นชอบของท่านอาซือมากที่สุด"เหมยฮวา

      "เอาเถอะ...แล้วเราควรจะเริ่มอันไหนกันก่อนดีท่านชิงเหลย"หลินซือหันไปถามคนที่อาวุโสที่

สุดในห้อง

      "ข้าอยากรู้ความคิดเห็นของฮวาเอ่อร์ มากกว่า ถ้าจะเป็นเจ้าของที่ใดที่หนึ่ง ต้องหัดคิดเรียงลำดับความสำคัญเองให้ได้"ชิงเหลย

      "ฮืม"ไป่หลงพยักหน้าเห็นด้วย

      "เจ้าค่ะ ข้าจะจัดเตรียมอาหารไปแจกจ่ายและประกาศรับคนงาน เพราะคงไม่มีวิธีไหนจะเรียกคนมารวมกลุ่มได้ดีเท่าวิธีนี้ เริ่มจากหมู่บ้านใกล้ๆเรานี้ ให้มาทดลองทำที่กั้นลำธารที่ทางจวนของเราและละแวกใกล้เคียงใช้กันก่อน แล้ววันที่เจ้าเมืองอนุญาติให้เข้าพบได้ ก็ใช้วิธีเดิมประกาศรับคนไปเจาะต้นเฟิงไว้วันรุ่งขึ้นค่อยไปทำ เรื่องอาหารข้าคงต้องไปรบกวนท่านแม่กับท่านอาไช่หลิงและท่านยายช่วยออกความคิดเห็นเจ้าค่ะเจ้าค่ะ"เหมยฮวาร่ายยาว

      "เอาล่ะ ตกลงตามนี้ วันนี้ข้าจะส่งเทียบขอเข้าพบท่านเจ้าเมืองให้เลย"ชิงเหลยสรุป

      "ข้าขอขอบคุณท่านตา ท่านพ่อ ท่านน้าซ่งอี้ ท่านอาซือ ท่านอาไจ่เต๋อมากเจ้าค่ะ"เหมยฮวาลุกขึ้นมาคารวะ

      "คุณหนู อย่าทำแบบนี้ข้ารับไม่ไหวหรอก ขอรับ"ไจ่เต๋อถึงกับสะดุ้งก่อนรับมาพยุงแขนให้ลุกขึ้น

      "เจ้าก็อย่าทำให้ ไจ่เต๋อต้องลำบากใจเลย ฮวาเอ่อร์ ดูหน้าสิ ฮ่าๆ"ไป่หลง

      "ก็ได้เจ้าค่ะ อย่างนั้นข้าขอตัวเจ้าค่ะ "เหมยฮวา

      พอเหมยฮวาออกไปพ้นประตูหลินซือก็กล่าวขึ้น

      "มีใครจะไปทบทวนเลข ที่ว่านั้นกับข้าไหม จะได้สนุกๆ ผลัดกันตั้งโจทย์ แล้วแข่งกันหาคำตอบ"หลินซือยังไม่วายหาเรื่องสนุกๆทำ

      "ได้ ข้าเอาด้วย ไจ่เต๋อเจ้าก็มาด้วยเลย"ไป่หลง

      "ขอรับ"ไจ่เต๋อ

      "พวกท่านลืมข้าไปแล้วหรือไร"ซ่งอี้ก็นึกสนุกด้วย

      วันนั้นลานดินหน้าบ้านถ้ามองมาไกลๆจะเห็นผู้ใหญ่ 4 คนยืนนั่งดูเหมือนกำลังเขี่ยดินเล่นแบบเด็กๆเป็นที่ขบขันของคนที่ผ่านมาเห็นยิ่งนัก

      หลังจากที่เหมยฮวาออกมาจากห้องหนังสือก็เดินตรงดิ่งไปหาเฟยเอี้ยนทันทีเพื่อชักชวนไปหาท่านอาไช่หลิงและท่านยายของนางเพื่อคุยเรื่องว่าจะเตรียมอาหารอะไรไว้แจกจ่าย พอจะผ่านหน้าห้องก็หันไปเจอ เฟิ่งซีกับเซียนสือ กำลังเล่นรถเด็กเล่นแบบง่ายๆมีเพียงท่อนไม้ติดกับล้อมีแกนหมุนที่นางสร้างให้จากไม้กันอย่างสนุกสนาน คงเรียนเสร็จแล้วถึงได้ว่างมาเล่นแบบนี้ เซียนสือมาเล่นแต่ที่จวนจนท่านอาไช่หลิงเปรยเล่นๆว่าจะยกให้คนที่นี้ไปให้รู้แล้วรู้รอด เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างทันที เพราะชอบมาอยู่จนดึกดื่นจนต้องมาตามแทบทุกวัน เจอไม้นี้เข้า ด้วยความคิดแบบเด็กๆคงกลัวท่านอาไช่หลิงยกให้จริงๆ เซียนสือจึงกลับจวนตรงเวลาตั้งแต่นั้นมา

      ในเรื่องการเรียนของทั้งสองคนนั้น ถึงจะไม่เห็นด้วยตั้งแต่ตอนที่ข้ายังเป็นเด็กที่สอนให้ท่องจำกับคัดรายมือบนกะบะทราย แทบไม่มีการให้คิดเอง แต่ข้าก็พยายามสอดแทรกให้จากเหล่าของเล่นที่ทำให้พวกเค้า เพราะเคยถูกตำหนิจากท่านพ่อท่านแม่ว่าอย่าเสียมารยาทต่อท่านอาซือ ทั้งๆที่ข้าเพียงสอบถามในเรื่องที่สอน จนบางทีกลายเป็นการถามที่ไม่มีสิ้นสุด แต่นับว่าข้าโชคดี ที่ท่านอาชือนั้นดูจะไม่โกรธที่ข้าสงสัยในสิ่งที่สอน กลับชอบใจด้วยซ้ำเพราะท่านอาซือก็มีแนวความคิด คล้ายๆข้า จากที่ตอนแรกปฏิบัติแบบอาจารย์กับศิษย์ ท่านสอนข้าฟังอย่างเดียว หลังๆมาก็เหมือนเพื่อนคิดของท่านอาซือมากกว่า เพราะว่าท่านอาซือมักสอนไปถามความคิดเห็นของข้าไปด้วย  แต่สำหรับอาจารย์ที่มาสอนเฟิ่งซีกับเซียนสือ คงทำไม่ได้ ข้าก็เลยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับแนวทางการสอน จะสอนเองก็คงมีคนคัดค้านเพราะข้ายังเด็ก จะไปขอร้องท่านอาซือมาสอนให้ก็คงไม่ได้เพราะว่าไม่ว่างพอแบบเมื่อก่อน ได้แต่ช่วยสอดแทรกเนื้อหาให้

      "ข้าเหมยฮวา คารวะท่านยายเจ้า"เหมยฮวา

      "นั่งก่อนทั้งสองคน เห็นท่านตาเจ้าบอกตอนกลับมาว่าจะมาคุยเรื่องอาหารที่จะทำแจกจ่ายคนพรุ่งนี้ใช่ไหม"ลั่วอวี่(ท่านยายเหมยฮวา)

      "ขอบคุณท่านแม่ เจ้าค่ะ"เฟยเอี้ยนกล่าวเสร็จก็ไปนั่ง

     "ขอบคุณท่านยายเจ้าค่ะ ใช่แล้วเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าจะทำสิ่งไหนที่พอแจกจ่ายคนเยอะๆได้เจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "อาได้คุยกันไว้แล้วหลังจากรู้จากท่านพ่อว่าเจ้าจะมาปรึกษาเรื่องอาหาร ก็เลยคิดว่าจะทำข้าวต้ม เพราะง่ายและสะดวกสุด"ไช่หลิง

      "เหรอเจ้าค่ะท่านยาย"เหมยฮวา

      "ใช่ คงพอทำได้แค่นี้ เพราะในช่วงมีสงครามอะไรๆก็หายากและมีน้อย ถึงแคว้นเราจะไม่ได้มีการรบด้วยแต่ก็ได้รับผลกระทบพอควร"ลั่วอวี่

      "เจ้าค่ะ แต่วันก่อนข้าเดินเข้าไปดูในครัว เห็นพวกในครัวเก็บผักป่ามากินกัน เราน่าจะลองเอามาต้มกับกระดูกที่ทุบพอประมาณ เพิ่มอีกอย่างดูนะเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "อ๊า..จริงด้วย เอากระดูกมาต้ม ยังไงก็ดีกว่าเอาไปทิ้งถึงจะไม่มีเนื้อผสมอยู่แต่คงมีกลิ่นของเนื้อปนอยู่ในน้ำต้มผัก"ลั่วอวี่

      ด้วยความที่คนแคว้นหยวนไม่ได้ขัดสนในเรื่องอาหารการกิน ถึงไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนแคว้นเทียนเฉาแต่ก็ไม่ขาดแคลนอาหาร ยิ่งเนื้อยิ่งมีเยอะเพราะติดทู่เจีย ที่มักฆ่าแพะแกะที่เลี้ยงเพื่อเอาหนังมาขาย เนื้อเกินความจำเป็นจึงตากแห้งเอามาขายด้วย ด้วยเหตุมีเนื้ออยู่แล้วจึงไม่คิดทำอาหารที่มาจากกระดูกให้ลำบาก กระดูกจึงถูกทิ้งหลังการชำแหละมาขาย

      "อย่างนั้น แม่จะได้ไปสั่งให้คนไปถามหาซื้อกระดูกที่โรงชำแหละ ในเมืองดู ตอนนี้เพิ่งกลางยามอู่(11.00-12.59น.) ไปกลับคงทันตอนเย็น"เฟยเอี้ยน

      "แล้วถ้าเอามาต้มเคี่ยวนานๆ น้ำแกงจะอร่อยและหอมกว่าน้ำแกงที่ทำจากเนื้ออีกนะเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "จริงเหรอ" ทั้งสามพูดออกมาพร้อมกัน

      "ฮิๆ ใช่แล้วเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "เอ่อ..ฮวาเอ่อร์ จากที่ฟังจากท่านพ่อเล่า ต้นเฟิงที่เจ้าว่ามันจะให้น้ำหวานจริงๆ"ไช่หลิง

      "จริงเจ้าค่ะท่านอา แต่ในแคว้นเราไม่รู้ว่าจะมีต้นที่ว่านี้ หรือเปล่า เพราะแยกออกยากมาก

ด้วยความที่มันมีลักษณะเหมือนกันทุกอย่าง วิธีเดียวคือต้องเฉาะเข้าไปในเนื้อไม้ล่ะแตะชิมดู เจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "หืม ถ้าเจอก็นับว่าดียิ่งนัก ต่อไปคงไม่ขาดแคลนน้ำตาลแบบตอนนี้อีก แล้วไม่มีใครคิดว่าจะทำมาขายบ้างเหรอ"ลั่วอวี่

      "ยังไม่คิดเลยเจ้าค่ะ เจอก่อนค่อยมาคิดอีกที"เหมยฮวา

      "เอาล่ะ ตกลงตามนี้ล่ะกัน"ลั่วอวี่

     "เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านยาย ท่านแม่และท่านอาด้วยเจ้าค่ะ ที่ยอมทำในสิ่งที่เอาแต่ใจของข้า"เหมยฮวา

      "เรื่องแค่นี้เอง ปกติพวกข้าก็อยู่ว่างๆกันอยู่แล้ว ยิ่งท่านตาเจ้าหลังจากลาออกมาก็เอาแต่บ่นว่าไม่มีอะไรให้ทำเลย พอมีแบบนี้ถึงกับคึกคักขึ้นมาทันที นอกจากมีอะไรทำแล้วยังได้ช่วยเหลือคนอีก เรื่องแบบนี้ไม่ถือว่าเอาแต่ใจได้หรอก"ลั่วอวี่

      "เจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      ตกเย็นม้าเร็วที่ให้เอาเทียบไปส่งก็กับมาพร้อมกับคำตอบให้เข้าพบได้ในวันพรุ่งนี้ตอนบ่าย  ทำให้ต้องตกลงกันใหม่กันอย่างฉุกละหุก โดยให้ท่านแม่ ท่านยายดูแลหน้าที่แจกจ่ายอาหาร ท่านพ่อกับท่านน้าซ่งอี้ดูแลเรื่องคนและการสร้างฝายตามลำธาร ส่วนท่านตา ข้า ท่านอาไช่หลิง ท่านอาไจ่เต๋อ กับส่วนเกินอีกสองที่ร้องจะมาด้วยให้ได้ จนต้องยอมพาเข้าเมืองมาด้วย ท่านอาซือนั้นขอดูการทำฝาย แล้วจะตามมาดูต้นเฟิงด้วยในภายหลัง ท่านอาไช่หลิงเข้าเมืองมาช่วยข้าคุมคนครัวทำอาหาร ด้วยที่ข้าไม่ถนัดทำอาหารและการคุมคนใช้

      และแล้วก็ถึงเวลา ตอนนี้ข้ามานั่งอยู่ในห้องที่ใช้รับแขกของจวนท่านเจ้าเมือง ในใจก็ภาวนาขอให้การเจรจาขอเช่าหรือซื้อพื้นที่ผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเถิด ข้ามัวแต่คิดอะไรเพลินๆ เสียงท่านตาก็ดังขึ้นมา

      "คารวะท่านเจ้าเมืองเติ้ง ไม่ได้พบกันนาน ท่านสบายดี"

 

 

ปล.ตอนนี้แก้มา 2รอบแบบถอนยวง รอบแรกบทคุยเยอะเกิน รอบ 2 เลยรวบเป็นอธิบายพอเป็นแบบนี้กลายเป็นสั้นเกินอีก นี้รอบที่ 3ผมก็รู้สึกยังไม่ถูกใจ แต่ไม่ไหวล่ะงับ ถ้าไม่มีช่วงนี้ก็ไปต่อไม่ได้ เลยเอามาลง อาจน่าเบื่อหน่อยก็อย่าว่ากันงับ สำหรับบทนี้  ช่วงนี้หัวตื้อๆเพราะม่ะวานไปแสดงมิวสิควิดีโอ ท่ามกลางสายฝนมา หวัดจะรับประทานเอา เลยคิดได้แค่นี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #2056 Mildlim Mpp (@mildniw) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 05:36
    อ่านมาหลายตอนแล้วหงุดหงิดการใช้ เจ้าคะ เจ้าค่ะ ที่ผิดตลอด กับเดี๊ยว ที่จริงๆต้องเป็นเดี๋ยว
    #2056
    0
  2. #743 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 22:02
    ตอน 15 .. ยังไม่รู้ว่าใครคือพระเอก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #743
    0
  3. #706 เมมฟิส (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 10:26
    รีบอัพไวๆน่ะ สู้ๆ
    #706
    0
  4. #229 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 13:13
    สนุกดีจ้า
    #229
    0
  5. #136 Treerainbow (@treerainbow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 14:02
    สนุกมากค่าาาา เหมยฮวาน่ารัก เนื้อเรื่องเองก็น่าติดตาม บรรยายได้ไหลลื่นดีค่อยเป็นค่อยไป
    เหมือนคอยดูพันาการความเทพของหนูน้องเหมยฮวา ไม่ตัดฉากเดินเรื่องเร็วเกินไป
    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ค่า สู้ๆจะรอติตามค่าาาาาาาา 
    #136
    0
  6. #134 555 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 08:44
    อัฟบอยๆนะคับ
    #134
    0
  7. #133 kwang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 23:16
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #133
    0
  8. #132 ohmama (@ohma) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 23:01
    เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตามคะ. แต่สำนวนต้องปรับปรุง  
    #132
    0
  9. #131 รื่นจ้า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 20:02
    สนุกมากค่ะ อ่านไปรู้สึกว่าเป็นคนเก่งที่ไม่เวอร์ คือหยิบเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันมาใช้ได้ครอบคลุม นางเอกเก่งแบบที่ไม่แสงว่าตัวเองเก่ง บทบรรยายเยอะแต่อย่างสนุกเพราะไม่เยิ่นเย้อหรือเร็วเกินไป พิมพ์ตกหล่นบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ
    #131
    0
  10. วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 19:56
    สนุกมาก
    #130
    0
  11. #129 manow.m (@manow-madison) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 19:38
    ชอบๆสนุกดีค่ะ สุ้ๆนะค่ะไรเตอร์จะคอยเปนกำลังใจให้ค่ะ
    #129
    0
  12. #128 Lying-Fraud (@lying-fraud) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 19:38
    ขอให้หายไวๆ จะลอยคอรอตอนต่อไปจ้า
    #128
    0
  13. #127 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 19:24
    สนุกมากๆ ชอบจัง
    #127
    0
  14. #126 PeachesPie (@luk-peach) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 16:12
    นี่ขนาดอายุแค่นี้ยังเมพ โตเป็นสาวจะขนาดไหนเนี่ยย :)
    #126
    0
  15. #125 somza1 (@somza1) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 16:04
    มาแล้ว ๆๆ
    #125
    0
  16. #124 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 15:28
    #124
    0
  17. #123 deny (@tonrak_m) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 14:57
    เย้ มาแล้วคอยกด F5 ทั้งวันเลย อิอิ
    #123
    0
  18. #122 p-o-t-e (@p-o-t-e) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 14:54
    สู้ สู้ นะคะ ไรเตอร์ ปูเสื่อรอยุค่ะ หายไวไวนะ อิอิ
    #122
    0