ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,583 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    257

    Overall
    159,583

ตอนที่ 18 : กองคุ้มกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    11 พ.ค. 57

 กองคุ้มกัน

      หลังจากที่ข้าทำความเข้าใจกับขบวนสินค้า ก็ทำให้ข้าเข้าใจคร่าวๆว่า จะประกอบไปด้วยลูกหาบที่ทำหน้าที่ขนสินค้าและดูแลสินค้าไม่ให้เสียหาย และคนคุ้มกัน ลูกหาบก็คือลูกจ้างที่ทำงานกับพ่อค้านั้นๆอยู่แล้ว คนคุ้มกันประจำซึ่งมีจำนวนก็แล้วแต่ว่าพ่อค้าคนนั้นมีกำลังจ้างแค่ไหน เพราะมีค่าจ้างสูงมากสำหรับคนกลุ่มนี้ พ่อค้าเล็กๆจนถึงกลางแบบท่านพ่อข้าจึงมีเพียงไม่กี่คน ถ้าต้องเดินผ่านเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูงและสินค้ามีมูลค่ามาก ก็จะไปจ้างพวกนักบู๊รับจ้างมาเพิ่ม คนกลุ่มหลังนี้จะคล้ายพวกทำงานอิสระ เป็นคนที่เคยเป็นทหารมาก่อนหรือมีฝีมือในการต่อสู้ มีการว่าจ้างคุ้มกันทีก็จะไปชักชวนกันมาทีตามจำนวนที่พ่อค้าต้องการ เพราะการจ้างนักบู๊จะไม่มีการจ้างคนเมืองอื่นเพื่อความปลอดภัย ทำให้นานๆถึงจะมีงานพอจบงานก็แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพเดิมของตน

      "ข้าจะฝึกคนคุ้มกันค่ะ ท่านพ่อ"เหมยฮวา

      "เจ้าเอาอะไรมาพูดฮวาเอ๋อ รู้ไหมว่าค่าใช้จ่ายในการจ้างอาจารย์มาสอนและค่าจ้างคนคุ้มกันที่ต้องจ่ายประจำมันสูงมากขนาดไหน"ไป่หลง

      "นั่นสิ ขอรับคุณหนู ขนาดนายท่านที่ทำการค้าม้ายังจ้างประจำได้เพียง ห้าคน"พ่อบ้านหวัง

      "ข้าคิดดีแล้วค่ะ ในส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ข้าคิดว่าถ้าช่วงไหนที่ว่างจากคุ้มกันสินค้าของเรา ก็จะไปรับการว่าจ้างคุ้มกันกับพ่อค้าคนอื่นเพื่อมาจ่าย"เหมยฮวา

      "ต่อให้มีแต่มันจะเพียงพอเหรอ ใช่ว่าจะมีการคุ้มกันรายใหญ่ที่ต้องการผู้คุ้มกันเพิ่มเข้ามาทุกวัน ไหนจะความเชื่อมั่นอีก"ไป่หลงเริ่มเคร่งเครียด

      "ถ้าสินค้าได้รับความเสียหายเราก็จะรับประกันชดใช้ให้ค่ะ"เหมยฮวา

      "ถ้าเกิดจำนวนเงินที่ต้องชดใช้มีจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะชดใช้ได้ล่ะ จะทำเช่นไร"ไป่หลง

      "ข้าก็จะเพิ่มกิจการเข้ามาอีก เพราะตอนนี้ร้านฟาไฉ ก็อยู่ตัวแล้วมีกำไรเข้ามาเรื่อยๆ สามารถเอากำไรส่วนนี้ไปทำการลงทุนได้สบายๆ"เหมยฮวา

      "แล้วเจ้าจะทำอะไร"ไป่หลง

      "ทอผ้าค่ะ เพราะเท่าที่ข้าดู ผู้หญิงทุกคนในจงหยวนต่างก็ทอผ้าเก่งกันทั้งนั้น แล้วส่วนมากก็ว่าง เพราะไม่ค่อยมีใครจ้างผู้หญิงชาวบ้านเข้าทำงาน เราเพียงแค่ป้อนวัตถุดิบให้ ถ้าไม่สะดวกมาทำกับเราที่ข้าจะสร้างโรงทอ ก็ส่งไปให้ทำที่บ้านซึ่งทุกบ้านต่างก็มีหูกทอผ้าทั้งนั้น"เหมยฮวา

      "เจ้าจะไปซื้อไหมที่ไหน ทุกที่ต่างผูกขาดขายให้กับโรงทอผ้าประจำ หรือว่าเจ้าจะปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ความรู้ด้านนี้ไม่มีใครอยากถ่ายทอดให้คนนอกหรอก"ไป่หลงพยายามพูดให้เหมยฮวาเปลี่ยนใจในเรื่องนี้ให้ได้ เพราะมีแต่การลงทุนที่บานปลาย ทำให้ไจ่เต๋อกับพ่อบ้านหวังได้แต่มองตาปริบๆดูการถกเถียงของสองพ่อลูก

      (ผ้าไหมในจีนนั้นมีมานานมากแล้วเพราะมีการค้นพบในสุสานของราชวงค์โจวตะวันออกก่อนที่แคว้นฉินจะรวมประเทศซะอีก เป็นผ้าไหมที่ทอและย้อมอย่างปราณีตด้วยเทคนิคอันซับซ้อน)

      "จากที่ข้ารู้มาทุ่งหญ้าของทู่เจียและมองโกล มีแกะ ใช่ไหมค่ะท่านอาไจ่เต๋อ"เหมยฮวาหันไปพูดกับไจ่เต๋ออย่างกะทันหันจนทำให้สะดุ้งขึ้นทันที

      " ถูกแล้วขอรับคุณหนู นอกจากม้า ยังมีการเลี้ยงแกะมากมายเพื่อนำมาเป็นอาหารและถลกหนังเพื่อมาขาย"ไจ่เต๋อ

      "ถ้าข้าบอกว่า มีวิธีทำแบบไม่ต้องฆ่าแกะเพื่อถลกหนัง ก็สามารถเอามาทำเสื้อผ้าได้ล่ะ"เหมยฮวา

      "ห๊า!... มีด้วยเหรอวิธีนั้น"ทั้งสามคนต่างอุทานขึ้นมาพร้อมกัน

      "มีค่ะ แต่คงอธิบายให้เข้าใจยากจนกว่าจะได้เห็นของจริง ส่วนคนที่จะสอนใช้อาวุทคงต้องรบกวนท่านอาไจ่เต๋อให้สอนการใช้ดาบกับการใช้ธนู กระบี่นั้นข้าคิดว่าสอนได้"เหมยฮวา

      "จะดีเหรอขอรับคุณหนู ถึงข้าน้อยจะใช้ดาบเป็นแต่จะให้ถึงขั้นสอนคนอื่นนับว่ายากมาก"ไจ่เต๋อตอบได้ไม่เต็มเสียงแต่แววตาสั่นระริกคงเพราะดีใจที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในงานของคุณหนูที่ตัวเองเคารพและเทิดทูน

      "ตอนนี้ที่เราขาดก็คือคนสอนการต่อสู้โดยใช้มือเปล่า และถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากได้ช่างตีอาวุธกับช่างทำธนูเพราะจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องไปซื้อของพวกนี้มาให้กับคนคุ้มกัน"เหมยฮวา

      "ในเมื่อเจ้าคิดรอบคอบจนถึงขั้นนี้พ่อก็จะไม่ขัดขวางเจ้าแล้ว ฮวาเอ๋อ ช่างตีอาวุธเรามีอยู่แล้ว เพราะในคอกปศุสัตว์มีช่างเหล็กที่คอยทำเกือกม้าให้อยู่ บางครั้งก็ทำและซ่อมแซมอาวุทให้ฝีมือถือว่าใช้ได้ ส่วนเรื่องอื่นคงต้องถามไจ่เต๋อ"ไป่หลง

      "ในเมืองเราก็พอมีอาจารย์หมัดมวย แต่ว่าปัญหานอกจากค่าจ้างที่แพงมากในการเชิญมาสอน แล้วยังมีการใช้เวลาที่ฝึกค่อนข้างนานจนชำนาญถึงขั้นนำไปใช้จริงได้ เห็นว่ามีบางสำนักต้องเริ่มฝึกตั้งแต่เด็กๆกันเลยทีเดียว แต่ว่าก็มีวิชาต่อสู้มือเปล่าที่ไม่ต้องสอนนานแค่สอนพื้นฐานก็สามารถนำมาใช้จริงได้ก็คือมวยปล้ำของชาวมองโกลทู่เจีย และช่างทำธนูที่พอมีฝีมือนั้นในจงหยวนถือว่า หา ยากยิ่ง เพราะเมื่อมีฝีมือมักจะเข้าไปรับใช้ให้แก่ราชสำนัก ถ้าจะว่าจริงๆจงหยวนมีแต่ช่างที่ขึ้นชื่อในเรื่องการทำเกาทัณฑ์มากกว่า คนที่ชำนาญในด้านการทำธนูจริงๆก็อยู่ที่นอกด่าน"ไจ่เต๋อ

      "มวยปล้ำเหรอ งั้นข้าอยากเห็น ท่านอาไจ่เต๋อพอจะทำให้ดูได้ไหม"เหมยฮวา

      "เอ่อ พอเป็นบ้างขอรับ แต่ก็ไม่ถนัดจนถึงขนาดอธิบายหรือสอนได้ ลูกพี่ลูกน้องของข้าน้อยที่อยู่นอกด่าน ข้าอาจไปขอให้มาสอนให้ได้ขอรับ"ไจ่เต๋อมีพ่อเป็นชาวหยวนแม่ชาวทู่เจีย

      "ฮืม ที่ข้าต้องการคือไม่ต้องถึงขั้นชำนาญแค่พอสอนออกมาเป็นคำพูดได้ ส่วนช่างธนูก็เหมือนกัน เพราะจากที่ข้าฟังคร่าวๆคิดว่าคงต้องมีการดัดแปลงกันบ้าง ถ้าได้คนที่จะมาสอนนั้นเป็นยอดฝีมืออาจมีทิฐิ ที่จะยอมรับการปรับเปลี่ยนวิธี"เหมยฮวา

      "อย่างนั้น ข้าน้อยพอนึกออกแล้วขอรับ แต่คงต้องใช้เวลาในการตามหาถ้าเกิดทางนั้นมีการเปลี่ยนที่ตั้งกระโจมจากเดิม"ไจ่เต๋อ

      "อย่างนั้น ก็เอาตามที่ท่านอาไจ่เต๋อบอก แล้วตอนที่ไปเจอช่วยบอกทางนั้นด้วยว่า ทางเราจะรับซื้อขนแกะโดยให้ราคาเท่ากับราคาหนัง ท่านอาไจ่เต๋อพร้อมที่จะออกเดินทางเมื่อไหร่"เหมยฮวา

      "จะเอาขนแกะมาทำไม"ไป่หลง

      "นี้ล่ะคะ ที่ข้าบอกท่านพ่อว่าจะเอามาใช้ทอผ้า เพียงแต่ต้องใช้วิธีการหน่อย"เหมยฮวา

      "พรุ่งนี้ก็ไปเลยแล้วกันไจ่เต๋อ วันนี้เจ้าออกไปเตรียมตัวก่อนเถอะ"ไป่หลง

      "ขอรับนายท่าน"ไจ่เต๋อรับคำก่อนที่จะเดินออกไปเพื่อเตรียมตัว

      "ขอบคุณค่ะท่านพ่อ ฮิๆ"เหมยฮวาร่าเริงขึ้นมาทันที

      "ใครบอกให้ ข้าเป็นพ่อเจ้าล่ะ ฮวาเอ่อร์"ไป่หลงพูดยิ้มๆ อย่างยอมจำนนเพราะถ้าเรื่องถกปัญหามีแต่แพ้ตลอด ถึงแม้เริ่มแรกจะเป็นเรื่องที่แทบจะไม่มีเหตุผลรองรับแต่สุดท้ายเหมยฮวาก็หาเหตุผลมาจนชนะได้ทุกที

      'ข้าจะถูกพวกแกะมันด่าไหมนะ ที่อยู่ๆก็ไปตัดขนมันถึงตอนนี้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิมันก็ยังเย็นอยู่ดี แต่ก็ดีกว่าถูกฆ่าเพื่อเอาหนังล่ะมั้ง'เหมยฮวา

      ไจ่เต๋อหายไปนอกด่านได้ห้าวันก็กลับมาเพราะญาติชาวทู่เจีย กลุ่มนี้ไม่ได้เปลี่ยนที่ตั้งกระโจมจากที่เดิม ช่วงฤดูนี้จะมาตั้งกระโจมใกล้กับชายแดนแคว้นหยวนเพื่อง่ายต่อการมาซื้ออาหารจำพวกข้าวและแป้งที่หมดไปช่วงฤดูหนาว ข้อเสนอที่จะรับซื้อขนแกะที่ตัดในราคาเท่ากับหนังนั้นได้รับคำตอบตกลงแบบไม่ต้องคิดอะไรเลย แต่ว่าปัญหาก็คือเรื่องคนที่พอจะสอนวิชามวยปล้ำยังไม่รับปาก ส่วนช่างทำธนูนั้นบอกปัดทันที แต่ไจ่เต๋อบอกยังมีลูกชายของช่างทำธนูคนก่อนที่รู้เรื่องทำธนูพอสมควรแต่ฝีมือด้อยกว่าช่างคนทำธนูคนใหม่มาก จึงไม่ค่อยมีใครในเผ่าจ้างให้ทำ ดังนั้นอาจจะขอร้องให้คนผู้นี้มาเป็นช่างทำธนูให้ได้ สุดท้ายเหมยฮวา ไป่หลง และไจ่เต๋อ ก็ออกเดินทางไปด้วยกับคณะเกวียนที่จะไปรับซื้อขนแกะ เพื่อจะได้พูดคุยกับทางนั้นอีกที ในตอนบ่ายของวันที่สี่ก็มาถึงที่ตั้งของกระโจมของโอโคอุล ซึ่งเป็นชื่อของหัวหน้าเผ่า หลังจากที่ทำความเคารพทักทาย ก็เริ่มการเจรจาในกระโจม

      "ต้องขอบคุณท่านโอโคอุลที่ยอมขายขนแกะให้กับทางเรา"ไป่หลงเอ่ยขึ้นเพื่อวกเข้าเรื่องที่จะมาคุย

      "มิได้ๆ ฮ่าๆ มีใครบ้างจะปฏิเสธข้อเสนอดีๆอย่างนี้ได้ลงคอละ ท่านไป่หลง"โอโคอุล

      "ส่วนเรื่องที่ทางเราจะขอจ้างวานให้คนของท่านไปช่วยสอนหลักการใช้มวยปล้ำไม่ทราบว่า พอจะนำมาทบทวนอีกซักรอบได้หรือไม่"ไป่หลง

      "ถ้าแค่สอนทางเราคงไม่ปฏิเสธ แต่ได้ยินจากไจ่เต๋อว่าพวกท่านจะนำวิชาการต่อสู้ของทางเราไปปรับเปลี่ยนซึ่งทางเรายอมรับไม่ได้"โอโคอุล

      "ทางเราเพียงจะเพิ่มเติมเสริมจุดที่บกพร่องเข้าไปเท่านั้นเอง เวลาใช้จริงจะได้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่านไม่คิดว่ามันไม่ดีกว่าเหรอ"เหมยฮวาที่วันนี้ใส่ชุดรัดรูปแบบผู้ชาย บนหัวก็โพกผ้าไว้เพื่อคลุมใบหน้าที่ต้องเผชิญกับลมแรงที่มาปะทะตอนอยู่บนทุ่งหญ้าโล่ง ตอนนี้แค่ปลดที่ผ้าที่ปิดจมูกกับปากลงเท่านั้นกล่าวออกมา

      "เหอะ...วิชามวยปล้ำของเรายังมีจุดไหนที่บกพร่อง หนุ่มน้อยเสียงยังไม่แตกพานอย่างเจ้าอย่าได้มาพูดให้ข้าขำเลย"โอโคอุลที่พูดแบบนี้เพราะยังไม่มีการแนะนำจึงไม่รู้ ส่วนเรื่องเสียงแหลมเล็กก็นึกว่าคงเพราะเป็นเด็กผู้ชายวัยไม่กี่สิบขวบเสียงจึงยังไม่แตกหนุ่ม

      "ข้าก็แค่จะบอกว่า ถ้าเป็นการสู้ตัวต่อตัวและตามกติกาที่พวกท่านกำหนดนั้นย่อมไม่มีจุดบกพร่อง แต่ถ้าสู้แบบเอาชีวิตโดยไม่สนวิธีการและถูกกลุ้มรุมเพียงแค่วิชามวยปล้ำอย่างเดียวคงไม่อาจเอาชนะได้"เหมยฮวายกมือขึ้นห้ามไป่หลงและไจ่เต๋อเพราะรู้ว่าจะพูดอะไร

      ตั้งแต่ได้เห็นที่ไจ่เต๋อแสดงมวยปล้ำให้ดู ก็อยากได้วิชานี้เพราะมันใกล้เคียงกับมวยไทยมากที่สุดที่เน้นการใช้กำลังกาย และการสอนให้เข้าใจก็ไม่ต้องใช้เวลานานแบบหมัดมวยของที่นี้ ที่มีหลักการเยอะ ถ้าไม่ชำนาญจริงๆคงยากจะใช้ออก นางไม่มีเวลามาคอยขนาดนั้น แต่ที่ไม่ยอมเสนอตัวสอนมวยไทยเองเพราะรู้แค่ไม่กี่อย่างจึงคิดจะเอาหลักการของมวยปล้ำมาประยุกต์ใช้เพราะมวยปล้ำก็มีข้อเสียตรงที่  ถ้าเจอคนคนที่แข็งแรงกว่าโอกาสชนะนั้นจะยากยิ่งกว่าเดิม และถ้าไปสอนเองคงโดนถูกห้ามด้วยความเป็นหญิง ท่านแม่เฟยเอี้ยนของนางคงจะลมจับแน่ๆถ้ารู้ว่าลูกสาวมายกแข้งยกขาแตะต่อยให้ผู้ชายจำนวนมากได้ดู

      "ถ้าเจ้าแสดงให้ข้าเห็นได้ ข้าก็จะยอมรับสิ่งที่เจ้ากล่าวมา เจ้าจะว่าอย่างไร"โอโคอุล

      "คุ..."ไจ่เต๋อ

      "ตกลง ข้าจะลองดู" เหมยฮวาต้องรีบแสดงมือเพื่อห้ามไม่ให้คนอื่นกล่าวก่อนตอบตกลง

      "ใครอยู่ที่ข้างนอก ไปเรียกจายาตูมาทีซิ"โอโคอุลตะโกนบอกคนนอกกระโจม

      ซักพักจายาตู ซึ่งเป็นบุตรชายของโอโคอุลเป็นเด็กหนุ่มอายุราวๆสิบเจ็ดสิบแปดปี ก็มาถึง

      "ท่านพ่อมีอะไรเหรอถึงเรียกข้า"จายาตู

      "ข้าจะให้เจ้าพิสูจน์ฝีมือกับเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้"โอโคอุล

      "ฮ่าๆ จะให้ข้ากับเจ้าหนูน้อยคนนี้นี่นะสู้กัน คิดจะล้อข้าเล่นหรืออย่างไรท่านพ่อ ข้าไม่ชอบรังแกเด็กหรอกนะ ท่านก็รู้ในรุ่นราวคร่าวเดียวกันข้าเก่งที่สุด"จายาตู

      "หรือท่านไม่กล้า"เหมยฮวาเริ่มกรุ่นๆเพราะรู้สึกว่าโดนดูถูก

      "โห.....ปากกล้าจริงเชียวเจ้าหนู ฮ่าๆ ได้ข้าจะเล่นกับเจ้าซักรอบ เชิญออกมาข้างนอก"จายาตู

      หลังจากมาถึงลานประลองมวยปล้ำที่เป็นลานดินโล่งๆมีเส้นวงกลมวาดไว้สามสี่วง แต่วันนี้ ยกเว้นให้สามารถใช้พื้นที่ทั้งหมดของลานดินได้ เหมยฮวาถึงกลับหน้าแดงระเรื่อขึ้น เพราะเห็นจายาตู ปรากฏตัวออกมาพร้อมชุดมวยปล้ำที่เป็นแบบเสื้อกั๊กตัวเล็กๆทำให้เห็นหน้าท้องและอกที่มีมัดกล้าม ไหนจะกางเกงเล็กจิ๋วที่ทำจากหนังสัตว์ ขนาดชาติที่แล้วเหมยฮวาก็ยังไม่เคยเห็นผู้ชายมาเปลือยอกยืนต่อหน้าต่อตานางใกล้ขนาดนี้ซักที

      "ฮ่าๆ เจ้าเด็กน้อย ข้าว่าเจ้าเลิกดีกว่ามั้ง ดูหน้าเจ้าสิท่าทางจะไม่สบายแล้ว แค่ออกมาโดนลมในทุ่งหญ้านิดเดียวเอง"จายาตู

      "เหอะ....การประลองเค้าไม่ใช่ปากกันหรอก"เหมยฮวาทั้งเขินทั้งฉุน

      "ได้ แล้วจะหาว่าข้าไม่เตือน"จายาตู

      จบคำจายาตูก็ก้มตัวพุ่งเข้ามาเพื่อชนแล้วจะใช้แขนรัดตัว เหมยฮวาเห็นแบบนั้นก็วิ่งสวนเข้าไปหาเหมือนกัน แล้วก็กระโดดแทงเข่าเมื่อเข้าระยะ พอจายาตูเห็นก็ชะงักนิดหนึ่งก่อนที่จะตั้งแขนขึ้นเพื่อกันเข่า พอแขนปะทะกับเข่าขณะจะใช้แขนอีกข้างโอบรัด

      'ปึ๊ก!'

      'ตึ่ง!'

      จายาตูก็รู้สึกมีอะไรกระแทกเข้าที่กลางกระหม่อมอย่างจัง ก่อนที่สติของจายาตูจะดับวูบลงจำได้แต่ว่าเจ้าหนูน้อยคนนี้ตัวช่างนุ่มนิ่มยิ่งนัก เพราะหลังจากที่โดนเหมยฮวาสับศอกลงกลางหัวจนหมดสติ แต่แรงพุ่งเข้าปะทะของจายาตูก็ยังมีอยู่ทำให้ล้มทับตัวของเหมยฮวาล้มกลิ้งไปด้วยกันทันที ส่วนคนอื่นๆต่างก็อ้าปากค้างไม่คิดว่าผลการประลองจะจบลงอย่างรวดเร็วขนาดนี้ พอรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นเหมยฮวาดิ้นขลุกขลักพยายามดันตัวจายาตูที่ทาบทับลงมาให้พ้นห่าง ไจ่เต๋อรีบวิ่งมาดึงตัวจายาตูออกทันที ส่วนไป่หลงนั้นระหว่างที่พยุงเหมยฮวาให้ลุกขึ้นตาก็แทบถลนด้วยความโมโห

      'ลูกสาวข้า'ไป่หลง

      'คุณหนูของข้า'ไจ่เต๋อ

      "อะแฮ่ม....เอ่อ เราเข้าไปพูดคุยกันในกระโจมกันก่อนดีไหม"โอโคอุลกระแอมไอแก้เก้อที่รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดขึ้นมาหลังจากตรวจดูอาการของจายาตูแล้วว่าไม่เป็นอะไรมาก

      "ได้"ไป่หลงจับเนื้อจับตัวเหมยฮวาดูจนแน่ใจว่าไม่มีตรงไหนบาดเจ็บก็พูดตอบกลับมา

      "ฮ่าๆได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ผู้กล้าน้อย ในเมื่อมีกระบวนท่าอันเยี่ยมยอดขนาดนี้ถึงจะแปลกประหลาดไม่เคยเห็นมาก่อนก็เถอะ ทำไมยังจะเรียนรู้วิชามวยปล้ำของพวกเราอยู่อีกเล่า"โอโคอุลเอ่ยขึ้นหลังจากเข้ามากระโจมกันหมดแล้ว

      "ขอบอกตามความจริง ข้ารู้เพียงไม่กี่ท่าและไม่รู้ถึงหลักการๆต่อสู้ด้วยมือเปล่า พอได้เห็นการต่อสู้ของวิชามวยปล้ำจึงคิดว่าน่าจะนำหลักการของมวยปล้ำมาใช้ได้"เหมยฮวา

      "ฮืม มันก็จริงถ้าไม่รู้ถึงหลักการใช้ก็ย่อมไม่อาจเปล่งอานุภาพของมันได้อย่างเต็มที่ ตกลงข้าจะส่งคนไปสอนให้ ส่วนค่าจ้างไม่ต้องถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนวิชาต่อสู้  คนที่จะไปสอนข้าจะให้เจ้าจายาตูที่สู้กับเจ้าเมื่อกี้ไปก็แล้วกัน ถึงจะแพ้เจ้าแต่ถ้าพูดถึงวิชาต่อสู้นับว่าจายาตูไม่เป็นรองใคร แล้วเจ้าชื่ออะไรล่ะ อายุเพียงเท่านี้ก็เก่งกล้ายิ่งนัก"โอโคอุล

      "ข้าหลี่เหมยฮวา เป็นบุตรสาวของท่านพ่อหลี่ไป่หลง ตอนนี้ก็อายุได้ สิบสี่ปีแล้ว"เหมยฮวา

      "จะ.เจ้าเป็นเด็กผู้หญิงเหรอนี้  ฮ่าๆๆ จายาตูเอ๋ยจายาตู ฟื้นขึ้นมาจะทำหน้ายังไง ถ้ารู้ว่าพ่ายแพ้แก่เด็กผู้หญิงอายุแค่สิบสี่ปี ฮ่าๆ"โอโคอุลหลังจากรู้ก็ถึงกลับหัวเราะลั่นกระโจมจนทำให้คนอื่นสงสัยเข้ามาดูแล้วก็รู้ว่าคนที่สู้กับจายาตูเป็นเด็กผู้หญิงก็ขบขันยิ่งนัก แปปเดียวก็รู้กันทั้งเผ่า

      "ท่านโอโคอุล แล้วเรื่องช่างทำธนู ข้าได้ยินมาจากไจ่เต๋อ ว่านอกเหนือจากช่างคนปัจจุบัน ในเผ่าท่านยังมี เกอกัว ที่เป็นลูกชายของช่างทำธนูคนก่อนอยู่ ไม่ทราบว่าพอจะมอบคนผู้นี้ให้กับทางเราได้หรือไม่ เพราะเห็นว่ามีความรู้ในด้านการทำธนูพอตัว"ไป่หลง

      "ใช่แล้วท่านไป่หลง  ถ้าอยากได้ข้าก็ไม่ขัด แต่ท่านคงต้องไปคุยกับ เกอกัวเอง"โอโคอุล

      "อย่างนั้น ข้าขอไปพบกับ เกอกัว ตอนนี้ได้หรือไม่ท่านโอโคอุล"เหมยฮวา

      "เอาสิ ไจ่เต๋อน่าจะรู้ว่าอยู่กระโจม ให้พาไปหาก็ได้"โอโคอุล

      "อย่างนั้น ข้าขอตัวค่ะ ท่านอาไจ่เต๋อ ช่วยพาข้าไปหาเกอกัวทีค่ะ"เหมยฮวา

      หลังจากที่เดินผ่านกระโจมไปสามสี่หลังท่ามกลางสายตาของคนในเผ่าที่รู้เรื่องว่าเป็นยังไง ต่างก็ชี้ไม้ชี้มือแล้วก็หัวเราะคิกคัก

      "ท่านเกอกัว ใช่หรือไม่ ข้าหลี่เหมยฮวา มาขอรบกวนท่านซักเล็กน้อย"เหมยฮวากล่าวแนะนำตัว

      "ใช่ ข้าเกอกัว ไม่ทราบพวกท่านมีอะไร"เกอกัว ซึ่งเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีตอบออกมา

      "ข้าได้ยินว่าท่านเกอกัว มีความรู้ในด้านการทำธนู ดังนั้นจึงอยากมาเชิญท่านเกอกัว ไปช่วยงานกับทางเรา พอจะเป็นไปได้หรือไม่"เหมยฮวา

      "ข้าไม่คิดที่จะทำธนูอีกแล้ว เพราะทำออกมาก็ไม่อาจเทียบชั้นกับช่างคนอื่นๆ"เกอกัว

      "แล้วถ้าข้าบอกว่า ข้าต้องการช่างแบบท่านล่ะ"เหมยฮวา

      "ข้าไม่เข้าใจ"เกอกัว

      "เพราะช่างที่เก่งกาจส่วนมากมักมีทิฐิ"เหมยฮวา

      "คุ...คุณหนู"ไจ่เต๋อถึงกับสะดุ้งกับคำพูดเพราะถ้าคิดกลับกันก็เท่ากับพูดว่าเกอกัวไม่เก่ง

      "เหอะ.....จะว่าข้าไม่มีฝีมือก็ว่ากล่าวมาตรงๆเลยดีกว่า อย่างนั้น เชิญ ข้าไม่ส่งแล้ว"เกอกัวผายมือเพื่อแสดงว่าไล่แล้ว

      "ท่านเกอกัวน่าจะฟังให้จบก่อน ความหมายของข้าคือช่างที่เก่งจนคนยอมรับมักจะไม่ยอมรับฟังคำชี้แนะและการเปลี่ยนแปลง ยิ่งเป็นคนอย่างข้าที่ไม่รู้เรื่องการทำธนูเลย"เหมยฮวา

      "นี้คือสิ่งที่ข้าคิด ท่านมีความคิดเห็นเป็นเช่นไร"เหมยฮวาพูดต่อเพราะเกอกัวทำเป็นไม่สนใจก่อนที่จะยื่นกระดาษที่วาดรูปอะไรบางอย่างให้

      "แล้วยังไง ก็แค่รูปวาดของธนู "เกอกัวกวาดตาเห็นเป็นรูปธนู แต่สิ่งที่เขาสงสัยคือเจ้าแผ่นบางๆที่ใช้วาดต่างหาก

      "ถ้าข้าบอกว่า ส่วนคันธนูคือไม้ ส่วนปีกธนูทำจากเขาสัตว์ที่ตัดจนได้รูปล่ะ ท่านพอจะสนใจหรือไม่"เหมยฮวา

      "เจ้าคงจะล้อข้าเล่นแน่ๆ"เกอกัวถึงพูดแบบนั้นออกไปแต่ตาก็จ้องเขม็งดูรูปหัวสมองเริ่มคิดตาม

      " ส่วนการเชื่อมต่อเขาสัตว์ที่ตัดกับคันธนูข้าก็รู้ว่าต้องใช้อะไร อย่างที่บอกข้ามีแต่แนวคิด ส่วนท่านคือผู้ที่จะทำขึ้นมา ท่านสนใจที่จะมาทำงานให้กับเราหรือไม่"เหมยฮวา

      "จะ....เจ้ารู้!"เกอกัว

      "สิ่งประดิษฐ์ที่ท่านกำลังถือก็คือ กระดาษ ที่ข้าทำขึ้นมาสามารถยืนยันถึงความสามารถในแนวคิดของข้าได้ และข้าจะบอกคร่าวๆว่า เจ้าธนูอันนี้ยิงโดยเอียงทำมุมเพียงนิดเดียวก็ไปได้ไกลประมาณหกร้อยถึงเจ็ดร้อยก้าว"เหมยฮวา

      "ห๊า!"เสียงอุทานของเกอกัวและไจ่เต๋อ

      "ฮ่าๆ เจ้าอย่าได้กล่าวเหลวไหลธนูที่ไหนจะยิงได้ไกลขนาดนั้นได้ อย่างมากก็ ร้อยกว่าก้าว เกาทัณฑ์บางทียังยิงได้ไกลไม่เท่า"เกอกัว

      (อาวุธยิงสมัยก่อนที่เรียกว่าเกาทัณฑ์กับธนู ความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างก็คือเกาทัณฑ์จะมีขนาดใหญ่มากความยาวของเกาทัณฑ์ก็ระดับสองเมตรได้ ทำให้ยิงได้ไกลและแรงแต่ว่าด้วยขนาดที่ยาวกว่าสองเมตรทำให้พกพาลำบากและเกะกะ)

      "ถ้าข้าบอกเป็นเรื่องจริงล่ะ ท่านจะสนใจหรือไม่"เหมยฮวา

      "ตกลงในเมื่อเจ้ากล้าพูดขนาดนี้ ข้าก็จะยอมเชื่อเจ้าดูซักครั้ง"เกอกัว

      "ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังแน่นอน"เหมยฮวา

      ในที่สุดก็ได้สิ่งที่ต้องการมาครบ ขนแกะได้มาถึงสามเกวียน ส่วนจายาตู

      "ข้าต้องขออภัยด้วยคุณหนูหลี่"จายาตูกล่าวขอโทษเหมยฮวาโดยไม่กล้าจ้องหน้าตรงๆ

      "มิได้ๆ ท่านจายาตู ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด"เหมยฮวาถึงจะกล่าวแบบนั้นแต่อดนึกถึงภาพในตอนประลองขึ้นมาไม่ได้ถึงกับหน้าแดงระเรื่อ

      "ฮ่าๆ ดีๆแบบนี้สิ คนเราถ้าคิดจะทำการใหญ่ต้องไม่คิดเล็กคิดน้อย แล้วท่านไป่หลงคิดเช่นไร ถ้าข้าจะขอนางมาเป็นลูกสะใภ้ ฮ่าๆ นอกจากจายาตู ข้ายังมีลูกชายอีกสองสามคน หวังว่าท่านจะนำไปทบทวนดู"โอโคอุล

      "หึ"ไป่หลงถึงกับพูดไม่ออกเพิ่งจะเห็นถึงข้อเสียของการเป็นคนพูดตรงของชาวเผ่าเร่ร่อนก็วันนี้ๆเอง

      จายาตูกับเหมยฮวาแทบจะแทรกแผ่นดิน หลังได้ยินคำพูดของโอโคอุล ส่วนเหมยฮวาถึงกับรู้สึกแปลกๆกับคำพูดนี้ เพราะตลอดมาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย

      พอกลับมาก็ทำโรงปั่นขนแกะเป็นด้ายบนที่ดินของตระกูลหลี่ โดยรับผู้หญิงจากหมู่บ้านรอบๆมาทำงานซึ่งมีมากกว่าสามสิบคน พอเป็นด้ายก็มีการส่งไปให้คนรับทอเป็นผ้าตามบ้านไปก่อนเพื่อรอสร้างโรงทอเสร็จ หน้าที่พวกนี้ก็ได้ท่านแม่ ท่านยาย ท่านอาไช่หลิงมาช่วยทำให้หายว่างไปอีกนาน ส่วนข้าเดือนหนึ่งก็เข้าไปดูร้านฟาไฉที แล้วก็แอบไปสอนท่ามวยไทยที่รู้ไม่กี่ท่ากับจุดอ่อนบนร่างกายของคนเพราะการรักษาโรคต่างๆต้องรู้เรื่องร่างกายเป็นอย่างดีให้กับพี่จายาตู สมแล้วที่ท่านโฮโคอุลบอกว่าเก่งในการต่อสู้ ไม่นานก็นำสามสิ่งมารวมกันได้ถึงจะดูหยาบแต่ก็เหลือแค่ขัดเกลาเพื่อให้เหมาะกับการฝึก ระหว่างนั้นการทำธนูกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำได้สำเร็จก่อน

      "มีทั้งหมดกี่คัน ท่านเกอกัว"ไจ่เต๋อ

      "หนึ่งเดือนมานี้ทำได้แค่ สี่คันเพราะต้องปรับแก้หลายจุดและหาวัสดุที่เหมาะสมมาใช้"เกอกัว

      "ดี ข้าจะขอทดสอบก่อนเลย อยากรู้นักว่าจะเหมือนคำโอ้อวดของน้องเหมยฮวาหรือไม่"จายาตู

      "เชิญพวกท่านตามสบาย เพราะข้ามั่นใจในตัวท่านเกอกัวว่าต้องทำออกมาได้อย่างที่ข้าคิดไว้แน่นอน"เหมยฮวา

      "พ่อกับท่านน้าซ่งอี้ของเจ้า ก็อยากรู้ยิ่งนักกับธนูรูปร่างแปลกๆที่เจ้าคิดขึ้นมา"ไป่หลง

      "อยู่นี้แล้วขอรับ"เกอกัวหันกลับไปหยิบธนูทั้งสี่คันมาแจกคนทั้งสี่ให้ได้ทดลองยิงดู

      "น้ำหนักพอๆกับธนูปกติ หือ แรงต้านจากที่เหนี่ยวสายดู ไม่น่าเชื่อว่าคันเล็กๆแบบนี้จะมีเยอะมาก"ไจ่เต๋อ

      ทุกคนต่างก็หยิบลูกธนูขึ้นสายแล้วเหนี่ยว ก่อนที่จะปล่อยสายให้ลูกธนูพุ่งออกไป

      "ฮ่าๆ เป็นอย่างไรบ้างทุกท่าน ถึงกับอึ้งกันหมด"เกอกัวพอเห็นผลงานก็ถึงกับดีใจจนเนื้อเต้นกับผลงานชิ้นนี้

      "สุดยอดมากท่านเกอกัว น้องเหมยฮวา นี้กว่าหกร้อยก้าวอย่างที่บอกจริงๆ"จายาตูพูดออกมาด้วยเสียงอันดังหลังจากเห็นลูกธนูพุ่งไปได้ไกลกว่าหกร้อยก้าวอย่างที่บอกไว้จริงๆ

      "ใช่ ไม่น่าเชื่อว่าเขาสัตว์จะมีความยืดหยุนได้ขนาดนี้ สมแล้วที่ฮวาเอ๋อได้รับฉายาว่า ปราชญ์พิศดารแห่งชิงไห่ ฮ่าๆ"ซ่งอี้นั่นภูมิใจกับคำว่าปราชญ์ของหลานสาวยิ่งนัก

      "หึๆ"ไป่หลงหัวเราะแห้งๆ ปราชญ์นั่นก็ชอบอยู่หรอกแต่ทำไมต้องมีพิศดารด้วย

     "ขอบคุณค่ะท่านน้าซ่งอี้ แต่ก็ต้องยกความดีให้กับท่านเกอกัวด้วยที่ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม"เหมยฮวา

      "มิได้ๆ"เกอกัว

      หลังจากนั้นโรงทอผ้าขนสัตว์ก็แล้วเสร็จในฤดูฝนพอดี แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นมาให้แก้อีกเพราะผ้าขนสัตว์นั้นยังเอาออกมาขายไม่ได้ ถึงจะมีข้อดีที่ให้ความอบอุ่นได้แบบหนังสัตว์ พอเป็นชุดก็ไม่เทอะทะ แต่ว่ามันก็มีข้อเสียที่โดนน้ำไม่ได้ ทำให้ต้องเก็บไว้ขายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงอีกทีเป็นอย่างเร็ว ดีที่ได้เหล้ากลั่นมาช่วยด้วยการเพิ่มการผลิตขึ้นอีกสามเท่าถึงได้ผ่านพ้นมาได้ เพราะเป็นฤดูฝนจึงไม่มีปัญหาเรื่องนำน้ำมาใช้ ส่วนการตั้งกองคุ้มกันที่ว่า ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงฝึกเลยเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก คัดเลือกมาได้ยี่สิบคนจากคนในเมืองชิงไห่กับจายาตูที่ไปพาเพื่อนสนิทในเผ่ามาฝึก หย่งเป่าก็ขอมาฝึกกับเขาด้วย

      ส่วนการฝึกก็ผสมผสานกันการใช้ดาบ มวยไทยที่ประยุกต์ของจายาตู ขี่ม้า ยิงธนู ส่วนกระบี่ที่เหมยฮวาว่าจะสอนกลับไม่มีคนสนใจต่างบอกว่าไม่สมเป็นชายชาตรีถ้าใช้กระบี่ เหมยฮวาถึงกับงอน เลยยัดการฝึกการปีนป่ายเพราะเคยได้ยินพวกหน่วยทหารในภพก่อนฝึกกัน โดยให้ช่างเหล็กช่วยตีตะขอเกี่ยวสำหรับปีนป่ายตามแบบที่เหมยฮวาคิดออกมา รวมถึงการจัดระเบียบแถวของทหารให้ด้วย ส่วนเรื่องโรงทอเหมยฮวาได้แต่ทำตาปริบๆเพราะดูท่า ท่านยาย ท่านแม่ และท่านอาไช่หลิงจะชอบใจยิ่งนักแทบไม่ให้เหมยฮวามายุ่งเกี่ยว การดูแลบัญชีก็ให้ฉู่ฉู่ดูที่ร้านฟาไฉ ไห่ถังมาช่วยดูที่โรงทอ เดือนหนึ่งถึงเอามาให้เหมยฮวาตรวจดูทีหนึ่ง

      ตอนนี้ๆเองที่ทุกคนรู้แล้วว่าไม่น่าให้เหมยฮวาว่าง เพราะไม่มีอะไรทำเหมยฮวาเลยบังคับมาเรียนหนังสือและการคำนวณโดยเหมยฮวาเป็นคนสอนเอง ไม่ว่าจะเป็นคนรับใช้ พวกที่ฝึกเป็นผู้คุ้มกัน ขนาดอินเอ๋อ เพิ่งสี่ขวบกว่ายังโดน จากที่ติดเหมยฮวาแจหลังๆพอถึงตอนเรียนชอบแอบหนีไปกับเฟิ่งซีและเซียนสือจนต้องตามหาตัวทั้งสามคนประจำ










 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #1457 ผ่านมา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 15:56
    ครั้งหนึ่งขงเบ้งเคยประดิษฐิ์หน้าไม้ที่ เรียกกันว่าหน้าไม้ขงเบ้ง จนถึงกับสร้างความปั่นป่วนให้กับทั่วแผ่นดิน



    แต่ว่า เหมยฮวา นี่สามารถจดจำยุทธวิถีการทหาร 35 บทของ ซุนวู่ได้ นี่นับว่าสติปัญญาเป็นเลิศเลยนะครับ ถ้าหากสามารถจำกลยุทธฺุ์ของหานซิ่นได้นี่คงไร้เทียมทาน
    #1457
    0
  2. #1266 นารัน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 22:40
    ถ้าเหมยฮวาทำหน้าไม้เป็นนี่ซวยเลยนะ 555+
    #1266
    0
  3. #1220 ROOM333 (@garnet-t) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 02:00
    เนื้อหาหนักเนาะ แต่ก็สู้ๆนะคะ
    #1220
    0
  4. #746 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 22:42
    เป็นครูน้อยไปแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ
    #746
    0
  5. #233 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 13:58
    สนุกดีจ้า
    #233
    0
  6. #189 An-amethyst (@annlovehenrylau) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 03:24
    รอตอนต่อไปค่ะ ^^
    #189
    0
  7. #187 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 00:26
    จะสร้างกองทัพปีศาจสินะ...

    รอตอนต่อไปจ้า
    #187
    0
  8. #185 shinosako (@fonzazand119) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 23:45
    ฮ่า ๆๆ เหมยฮวาอยู่เฉย ๆ ไม่เป็นสินะ 5555

    รอตอนต่อไปเจ้าค่ะ สนุกมาก >///<
    #185
    0
  9. #181 p-o-t-e (@p-o-t-e) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 21:19
    มาต่อไวไวนะคะ 
    #181
    0
  10. วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 17:51
    สนุกมาก
    #179
    0
  11. #176 555 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 08:32
    อัฟไวไวนะคับ
    #176
    0
  12. #173 deny (@tonrak_m) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 00:39
    คห.18 นางเอกพึ่ง 14 อยากพึ่งคิดถึงพระเอกค่ะ 

    ปล.สงสัยไรท์จะรอเซอร์ไพท์
    #173
    0
  13. #171 อะยุ่น (@ayun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 22:57
    สนุกมากเลย แต่แอบคิดถึง พระเอกอยู่ไหนนนนน
    #171
    0
  14. #169 ..... (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 22:37
    วันนี้มาสองตอน คนเขียนน่ารักจุง



    #169
    0
  15. #168 fuukifuun (@puidan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 21:57
    เป็นพวกว่างไม่เป็นสินะฮวาน้อย  ไม่เคยอยู่เฉยๆกับเค้ามั่งเลย

    สนุกมากค่ะ  มาลงบ่อยๆนะคะ
    #168
    0
  16. #167 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 21:54
    555+

    น่ารักดีน่ะ

    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #167
    0
  17. #166 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 21:44
    สนุกจังเลย
    #166
    0