ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,641 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    315

    Overall
    159,641

ตอนที่ 2 : แดดิ้นสิ้นชีวา(แก้ไข)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    30 ก.ย. 57

แดดิ้นสิ้นชีวา(ไม่จริงมั้ง)

      หลังจากถวายสำรับอาหารคาวหวาน และพระให้ศีลให้พรเสร็จ ครอบครัวฉันทั้งหมดสี่คนก็พากันมาเดินเล่น ชมดูบรรยากาศภายในที่สงบและร่มรื่น ทำให้จิตใจทุกๆคนที่เข้ามาภายในวัดต่างก็ผ่อนคลาย จิตใจสงบไม่ฟุ้งซ่าน

      "วันนี้หนูมีความสุขมากเลยค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ พี่นัท ขอบคุณมากนะคะ"ฉันพูดแสดงความรู้สึกอย่างนั้นจริงตามที่พูด เพราะนานๆครั้งฉันถึงจะมีโอกาสได้ออกมาข้างนอก ถึงการอยู่แค่ที่บ้านจะไม่ทำให้ฉันรู้สึกอุดอู้มากเท่าไหร่ก็ตาม

      "แค่ได้เห็นลูกมีความสุขแม่กับพ่อ ก็ดีใจมีความสุขไปกับลูกแล้วล่ะ ไม่ต้องมาขอบคุณอะไรหรอก"

      "ใช่ ความสุขของลูกก็คือความสุขของพ่อและแม่" พ่อพยักหน้า ขณะที่พูดออกมา

      "อ้าว... ทำไมลืมนับผมเข้าไปด้วยล่ะครับ คุณพ่อคุณแม่ผมน้อยใจนะ" พี่นัทเอ่ยคำออกมา พร้อมแกล้งทำหน้าเศร้า

      "ยัยนิดทำน่ะน่าดู แต่แกทำน่ะน่าถีบเจ้านัท"คุณพ่อแบบยิ้มๆ

      "คุณก็ ไปว่าลูกแบบนั้น ฮิๆ.."

      "โอ่ๆ.. ไม่งอนนะคะพี่นัท ฮิๆ..." ฉันก็อดขำไม่ได้ ดูทำหน้าเข้า

      "หึ ชมแต่ยัยนิด งอนจริงๆล่ะ งั้นผมขโมยลูกสาวสุดหวงสุดห่วงของคุณพ่อไปดีกว่า" ว่าแล้วพี่แกก็เข็นรถเข็น พาฉันไปที่ท่าน้ำทันที

      พวกเราทั้งหมดนั่งคุยเล่นกันที่ท่าน้ำประมาณ ชั่วโมงหนึ่งก็ชักชวนกันกลับบ้าน ระหว่างที่นั่งรถกลับบ้าน จู่ๆฉันก็อาการกำเริบขึ้น เริ่มรู้สึกเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ พอแม่หันมาเห็นเข้า ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงอันร้อนรน

      "ตานัทๆ..หยิบยามาเร็ว ยัยนิดมีอาการอีกแล้ว"

      "ครับแม่" พี่นัทรับคำพลางมือก็รีบหยิบกระเป๋าใบขนาดกลาง ที่ภายในเต็มไปด้วยยา สิ่งของที่จำเป็นต่อการรักษาและบรรเทาอาการป่วยของฉัน พอรื้อค้นนั่นนี่อยู่ครู่หนึ่ง ก็ยื่นยาให้พร้อมกับหันไปรินน้ำไว้รอ

      "เป็นยังไงบ้างยัยนิด ดีขึ้นบ้างไหม"

      "พอไหวค่ะ หนูทนได้"ฉันตอบแม่ไปทั้งที่ยังหน้าซีด หลังจากทานยาและน้ำตามเสร็จแล้ว

      "ทนอีกหน่อยนะยัยนิด พอถึงบ้านแล้วค่อยให้ตานัทเชคดูอีกที"พ่อพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาแสดงความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน

      โรคลูปัสหรือโรคพุ่มพวง เป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติ เพราะมันจะมีช่วงเวลาและปัจจัยที่จะทำให้เกิดอาการขึ้นมา

      อาการของโรคนี้ก็แบ่งแยกแตกต่างกันไปแล้วแต่ตัวบุคคล ซึ่งมีหลากหลาย อย่างเช่น อาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ ระบบผิวหนังที่แพ้แสงและระบบทางเดินหายใจเป็นต้น แต่ที่ร้ายแรงถึงชีวิตก็คือไปเกิดกับไต เป็นต้น ส่วนในเคสของฉันนั้นมีเพียงอาการอักเสบของพวกกล้ามเนื้อและข้อ เวลาเกิดอาการจึงทำให้ปวดและบวมตามข้อต่อ อ่อนเพลียและมีไข้  พอเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีหรือโชคร้ายมากกว่ากัน ที่ไม่ต้องมาหลังเท้าบวมหรือปวดข้อตั้งแต่เข่าลงไป เพราะมันถูกตัดออกตรงเหนือหัวเข่า ตอนช่วยชีวิตจากอุบัติเหตุไปแล้ว

      ด้วยมันเป็นโรคที่รักษาให้หายไม่ได้ จึงทำได้แค่เพียงประคับประคองและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน รวมทั้งลุกลามไปยังระบบอื่นๆในร่างกาย เช่นหัวใจและไต ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้

      ส่วนเรื่องการเรียนของฉันเหรอ ก็คือการเรียนที่บ้าน ที่เรียกว่า ระบบ Home School ด้วยความที่พ่อกับแม่นั้นเป็นครู ก็เลยจัดการเรียนการสอนให้ฉันได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างมาก นอกจากเรื่องพื้นฐาน ที่พวกท่านสามารถสอนเองได้  ถ้ามีด้านไหนที่ฉันสนใจ แล้วท่านไม่ถนัดก็จะจ้างแกมขอร้อง ให้เพื่อนที่เป็นอาจารย์ รุ่นน้องหรือลูกศิษย์ ที่เก่งในด้านนั้นมาสอน ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าอัจฉริยะหรือเปล่า แต่คนที่มาสอน ต่างก็พูดชมฉันว่าเรียนรู้ได้เร็วมาก อธิบายรอบเดียวก็จำได้แล้ว แต่จะว่าไปนอกจากวิชาการในทางด้านภาคทฤษฎีแล้ว วิชาการที่มีภาคปฏิบัติฉันแทบไม่เป็นอะไรเลย ด้วยสุขภาพของฉันที่มันไม่เอื้ออำนวย

      ตัวฉันมีสิ่งที่ภูมิใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ การออกแบบวัสดุบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ แล้วบริษัทยักษ์ใหญ่ของเครื่องสำอาง ก็มาขอซื้อสิทธบัตรไป ทำให้ฉันไม่ต้องทำมาหากินอะไร นั่งกินนอนกินอยู่กับบ้าน(ปกติก็เป็นแบบนั้น) ก็มีเงินไหลเข้ามาในกระเป๋า ตราบเท่าที่เค้าใช้ของที่ฉันออกแบบใส่เครื่องสำอางขาย อย่างน้อยๆก็สิบปี ซึ่งมันเกิดขึ้นตอนที่ฉันอายุได้สิบสอง

      พอพูดถึงเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องตลกร้ายนะ ตอนที่แม่ตั้งท้องฉันแรกๆ แล้วไปให้หมอดูทำนายทายทัก หมอดูก็บอกว่าลูกที่จะเกิดมาจะนั่งกินนอนกิน ร่ำรวยมีเงินทองตั้งแต่อายุน้อยๆ แม่ฉันถึงกับอารมณ์ดียิ้มกว้างหุบแทบไม่ลงอยู่เป็นวัน

      จะว่าไปหมอดูท่านนั้นเค้าก็แม่นจริงๆนั่นแหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนั่งกินนอนกิน เรื่องร่ำรวยมีเงินทองตั้งแต่อายุน้อยๆ  ฮิๆ....

      ส่วนเรื่องที่ว่าฉันอาจจะจากทุกคนไปได้ทุกเมื่อ ฉันก็เตรียมใจไว้บ้างแล้วล่ะ อยู่ได้นานแค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ใช่ว่าฉันไม่สนใจ หรือไม่รักพ่อแม่และพี่นัท แต่หนทางที่จะรักษาให้หายมันไม่มีเลย เพราะแบบนี้ฉันถึงได้ทำตัวให้สดใส ร่าเริง ทำใจให้ไม่คิดฟุ้งซ่าน จะกลัวก็อย่างเดียวก็คือกลัวว่าหลังจากฉันจากไปแล้ว พ่อแม่กับพี่นัทจะเสียใจมาก  

-----------------------------------------------------------------------------

      สองปีต่อมา

      "ทำไม ยังไม่นอนอีกล่ะลูก นี่จะสี่ทุ่มแล้วนะ" เสียงของแม่ถาม  ขณะที่เดินเข้ามาในห้องของฉัน

      "แปปค่ะแม่ เหลือนิดเดียวเอง เสร็จแล้วจะเข้านอนค่ะ" ฉันตอบแม่ไปโดย ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากงานตรงหน้า

      "ไม่ได้ๆ พอแล้วมานี่เลย มานอน" แม่ทำเสียงดุๆ พร้อมกับดึงรถเข็นที่ฉันนั่ง มาใกล้เตียงนอน ก่อนจะก้มลงเพื่ออุ้มฉันให้ขึ้นไปนอนบนเตียง

      "อ๊ะ ไม่ต้องค่ะแม่ หนูขึ้นเตียงเองได้ เดี๋ยวแม่จะเหนื่อยเอา"พูดจบฉันก็ใช้มือดันตัวเอง ขึ้นนิดหนึ่ง แล้วค่อยไถลตัว ขึ้นเตียงนอน ซึ่งทักษะเหล่านี้ เกิดขึ้นจากการฝึกออกกำลังกาย และทำโยคะ

ที่ดัดแปลงให้ทำได้ง่ายๆในท่านั่ง กำลังแขนของฉันถึงแข็งแรงขึ้น ฉันเริ่มมาสนใจเรื่องพวกนี้เมื่อสองสามปีที่แล้วนี้เอง

      "จ๊ะ แม่รู้" แม่พูดเสร็จก็เอามือมาขยี้ที่หัวฉันเบาๆ

      "ยังสนใจพวกสมุนไพร ไม่เลิกเลยนะ เราน่ะ" แม่พูดไปดึงผ้าห่มให้ฉันไป

      "ก็มันเยอะแยะมากเลยนี้ค่ะ ดูของไทย จีน หมดแล้วตอนนี้กำลังดูของทางฝั่งยุโรป ตัวอย่างก็หาง่าย ยิ่งทำยิ่งเพลิน"ฉันทำตาแป๋วตอนที่พูด

      "จ๊ะ... ยังไงก็นอนได้แล้ว มันดึกมากแล้วนะ หลับฝันดีนะลูกรัก" แม่ก้มลงจูบที่หน้าผากของฉัน

      "ค่ะ หลับฝันดีค่ะคุณแม่"

      พอแม่เดินออกไป ฉันก็หลับตาเพื่อจะนอน แต่รู้สึกว่ามันช่างคาใจเหลือเกินในเรื่องกำลังอ่านก่อนที่แม่เข้ามา ทำให้รู้สึกไม่ง่วงเลย  ช่วงนี้พ่อก็มักไม่ค่อยอยู่บ้าน เพราะด้วยหน้าที่การงานเพิ่มมากขึ้น ไหนจะสอน ไหนจะถูกเชิญไปบรรยายที่ต่างๆทั่วโลกในด้านศิลปะ จริงๆพ่อไม่อยากไปไหนไกลแต่ ทนการอ้อนวอน ขอร้องจากคนรู้จักไม่ได้เลยต้องไป ส่วนพี่นัทตอนนี้ก็กำลังทำงานเพื่อชดใช้ทุนที่ต่างจังหวัด เห็นว่าทางภาคเหนือ นานๆกลับมาบ้านที แต่ครั้งล่าสุดบอกว่า จะไม่ทำถึงสามปี พอครบสองปีก็จะขอมาเรียนต่อในด้านเฉพาะทาง ซึ่งจะครบในเดือนหน้านี้เอง

       "อ๊ะ...อยากเข้าห้องน้ำแหะ..."

   "อ้าว...ไปไหนแล้ว ซวยล่ะอยู่ในห้องน้ำนี่หว่า"ฉันบ่นเมื่อเอียงตัวก้มลงข้างเตียงแล้วไม่เจอที่ใช้สำหรับปวดเบา ก่อนจะนึกได้ว่าลืมไว้ในห้องน้ำ

       "อึบ...เจ้ารถเข็น มาม่ะๆ...."พอขึ้นนั่งบนรถเข็นได้ ก็ตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันที
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

      "อา...สบายตัว ฮิๆ.."

      หลังจากทำธุระเสร็จ ฉันก็ยื่นมือไปจับราวข้างผนัง เพื่อยกตัวเองไปนั่งบนรถเข็น พอหย่อนก้นลงบนที่นั่งได้ ขณะกำลังใช้แรงแขนยกตัวเองอีกรอบเพื่อให้นั่งได้เต็มก้น

      "ว๊ายย!......" ฉันร้องออกมาจนสุดเสียง เพราะระหว่างที่ยกตัวเองอยู่นั้น มือเจ้ากรรมที่ใช้จับพนักแขนของรถเข็นดันลื่น ทำให้ช่วงบนของฉันโน้มไปข้างหน้า ภาพของโถชักโครกและน้ำที่กำลังหมุนวนอยู่ในโถ ก็เคลื่อนเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว

      'ปึ๊ก!...'

      "อ่อกก..ปุ้งๆ...."ความรู้สึกเจ็บแปร๊บทั้งหัวและภาพสีขาวของโถชักโครกที่ถูกย้อมเป็นสีแดง คือความรู้สึกและภาพสุดท้ายที่ฉันได้เห็นก่อนทุกอย่างจะวูบดับไป

      "เห้อ.....ตกใจแทบตาย นึกว่าจะหัวแตก ปากเจ่อซะแล้ว"ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะนึกว่าจะเจ็บปวด แต่พอลืมตาขึ้นมาก็ไม่เจ็บอะไรเลยซักนิดเดียว

      "หน้าผากจะปูดมากป่าวนี้"

      "หือ...อ๊ะ....มะ..มือฉันล่ะ  มือฉันหายไปไหน ตัวฉันด้วย"

     "มะ....มันเกิดอะไรขึ้นมากับฉัน" ฉันถึงกับร้องครางออกมา

      "ดวงวิญญาณนิตยา ข้ามารับเจ้าแล้ว"เสียงเรียกชื่อฉัน มันดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

      "คะ..ใครเรียกอ่ะ"ฉันถามออกไปพร้อมกับหันหลังกลับไปดู

      ภาพที่เห็นก็คือ ผู้ชายที่หน้าตาดุดัน ใส่สูทผูกไท เครื่องแต่งกายทั้งตัวเป็นสีดำทั้งหมด

      "คุ...คุณเป็นใคร มาจากไหน ยะ..อย่าเข้ามานะ"ฉันพูดออกไปทั้งๆที่กลัว อยากจะขยับหนี ก็ขยับไม่ได้

      "ทำใจให้สงบเถิด ดวงวิญญาณนิตยา"ผู้ชายคนนั้นพูดบอกกับฉัน

      "วะ....ว่าอะไรนะคะ   ดะ....ดวงวิญญานอะไร"ตอนนี้หัวสมองของฉันเริ่มหมุนติ้ว รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วและแรง

      เอ๊ะ...แขนขากับตัวก็ไม่มี แล้วทำไมถึงยังรู้สึกแบบนี้ได้อยู่อีก'อย่างน้อยฉันก็ยังประคองสติอยู่ถึงได้คิดเรื่องนี้ออก

      "เจ้าดวงถึงฆาตแล้ว ข้าเป็นยมทูตมารับเจ้าไปยังยมโลก"ขณะที่พูดก็หงายฝ่ามือ เผยให้เห็นด้ายสีแดงสด ขนาดเท่าหัวไม้ขีดยาวไม่ถึงนิ้ว แต่จู่ๆมันก็พุ่งยืดยาวออกมา แล้วตรงเข้ามารัดที่ตัวฉันทันที พอฉันจะพยายามขยับเพื่อให้หลุด คนที่บอกว่าเป็น ยมทูต ก็หันหลังกลับก้าวเท้าเดินทันทีระหว่างนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า

      "เราไปกันเถอะ ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งเห็น เจ้าก็จะยิ่งอาลัยอาวรณ์ในภพนี้มากขึ้น"

 


    ปล.ขอบคุณทุกเม้นที่บอกจุดแก้ไขครับ

 

     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #2000 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 12:28
    เป็นการตายที่....
    #2000
    0
  2. #1903 Xiaobao (@Xiaobao) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 15:35
    นางเอกก็น่าสงสารนะ...แต่นึกสภาพที่แม่ หรือคนอื่นมาเห็น แล้วยิ่งสลดใจ
    หากมีใครมาถามว่า  เป้นอะไรตาย...คงเป็นอะไรที่แย่มากๆเลย สำหรับคนที่ยังอยู่คอยตอบคำถามเหล่านี้
    ยิ่งคนเป็นแม่คงโทษตัวเองน่าดูเลย...ว่าดูแลลูกได้ไม่ดี...เศร้า
    #1903
    0
  3. #1853 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 18:31
    ตายได้น่าจดจำมากคะ 5555
    #1853
    0
  4. วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 00:40
    ทำไมนางเอกถึงตายในสภาพเช่นนั้น
    #1815
    0
  5. #1810 kantshi (@kantshi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 15:07
    นางเอกตายได้...
    ทุกคนคงจดจำไปอีกนาน55
    ติดตามๆ เอาใจช่วยค่าา
    #1810
    0
  6. #1441 คิคิ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 15:22
    สหยองอะตายได้แบบคิดภาพตามมีคนมาเจอแล้วแบบ
    #1441
    0
  7. #1302 ไพรกาฬ (@pat-dago) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2557 / 15:36
    พ่อแม่พี่มาเจอคงเงิบก่อนแล้วค่อยเศร้าอ่ะ
    #1302
    0
  8. #1122 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 14:20
    อย่างนี้แหละที่เค้าเรียกว่า " ตายอย่างอนาถ "
    #1122
    0
  9. #1120 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 22:12
    นางเอกเล่นประวัติรันทดโรครุมเร้า ถึกไม่ตาย มาตายเอาตอนหน้าทิ่มชักโครก... //กุมขมับ
    #1120
    0
  10. #1063 Noovan (@wilaiwan-naka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2557 / 18:27
    ไว้อาลัยแด่นางเอก อาเมน
    รู้สึก คำว่า คะมำ จะเขียนอย่างนี้นะคะ

    #1063
    0
  11. #1047 love_you (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 21:30
    ทำไมนางเอกของเราตายได้อนาถขนาดนี้



    ตกซ้วมตาย เอิ่มมมมมม
    #1047
    0
  12. #1000 koly (@-emptines-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 19:32
    นางเอกช่างอาภัพ ตายดีๆหน่อยก็ไม่ได้ เฮ้อออ
    #1000
    0
  13. #955 usa zaza (@paandpu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2557 / 18:56
    แหม่ ไรเตอร์คะ นั่งกินนอนกินมาตั้งนานน่าจะให้ตายแบบสวยๆหน่อย 5555
    #955
    0
  14. #788 sakiri (@aritni) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 21:46
    ตายดีกว่าหน่อยก็ได้นะไรต์ สงสารนางเอก ฮือ T^T
    #788
    0
  15. #728 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 23:47
    ตาย .. ?? ชักโครกเนี๊ยนะ !!!
    #728
    0
  16. #701 พรรณิกา (@ahfei) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 21:42
    มันฮาตรงที่ตายในชักโครกนี่เเหละ 5555
    #701
    0
  17. #691 เมมฟิส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 17:11
    ใช่ๆ อนาตแท้ เสียชีวิตคาชักโครก เฮ้อนางเอกเรา
    #691
    0
  18. วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 00:33
    แอบอ่าน 55 ตายคาชักโครกกันเลยทีเดียว 
    อนาจแท้ๆๆ
    #657
    0
  19. #593 Milkymillet Sarunporn (@milkymillet) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 11:58
    เอวัง ตายตลกไปมั่ยหนูนิด -0-!!!!! 5555555
    #593
    0
  20. #510 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 11:08
    สนุกมาก
    #510
    0
  21. วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 20:35
    วาระสุดท้ายในภพนี้ของนางเอก...เสียชีวิตคาชักโครกช่างอนาจแท้
    #463
    0
  22. #198 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 13:10
    กำ  ซิกๆๆๆ
    #198
    0
  23. #146 FanTaLime (@puybcbat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 17:01
    กรรม โรคมีเยอะแยะไม่ตาย ตายคาชักโครกนี่อะนะ เอิ่ม.... ไว้อาลัยด้วยอีกคน 555555555
    #146
    0
  24. #115 kikza_kung (@sanares) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 21:07
    สนุกดีค่ะ
    แต่นางเอกตายอนาถไปหน่อยนะ
    #115
    0
  25. #114 ขวัญใจ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 13:59
    สนุกดีค่ะ ทำไมฉากนี้นางเอกตายอนาถจัง หรือฉากสถานที่แคบอยู่แแค่ในห้องไม่รู้จะหัวโขกอะไรดี เลยเอาชักโครกดูอลังการ์ฮ่าดีค่ะ เป็นกำลัง

    ให้พยายามต่อไปค่ะ
    #114
    0