ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,718 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    392

    Overall
    159,718

ตอนที่ 26 : วอเค่อข่าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    24 พ.ค. 57

    

      วอเค่อข่าน

     ฤดูหนาว ณ ทุ่งหญ้าเขตแดนของทู่เจีย เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หนึ่งเดือนก่อนหน้าเหมยฮวาจะเดินทางไปเมืองต้าตู ตามคำชวนของหลินซือ

      รอบบริเวณกระโจมค่ายที่พำหนักของผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของชนเผ่าชาวทู่เจีย โอกุลข่าน ผู้อยู่ในฐานะเป็นผู้นำสูงสุดของชาวทู่เจีย เป็นตำแหน่งที่มอบให้แก่หัวหน้าเผ่าที่มีกำลังกล้าแกร่งมากที่สุด ด้วยความที่เป็นเผ่าเร่ร่อน ถึงแม้จะมีชื่อว่าชาวทู่เจียเหมือนกัน แต่ก็แบ่งแยกกันปกครองออกยิบย่อยมากมายหลายพันเผ่า มีความเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อใคร เมื่อถูกรุกราน จึงผลักดันทำให้เกิดการรวมตัวเพื่อต่อต้าน  ตั้งสภาเผ่าทู่เจียขึ้น

      ช่วงแรกแม้จะรวมตัวแต่ผู้อยู่ในอาณัติก็รับเพียงคำสั่งของหัวหน้าเผ่าตน ทำให้เกิดปัญหาในการออกคำสั่ง บางทีเมื่อหัวหน้าเผ่าใดไม่อยากทำก็ให้คนของตนขัดคำสั่งที่มาจากสภาเผ่าทู่เจียเอาดื้อๆเพื่อตัดปัญหาเหล่านี้ จึงได้เลือกหัวหน้าเผ่ามาหนึ่งคนเป็นหัวหน้า ที่เรียกว่า ข่าน เพื่อให้ออกคำสั่งได้เด็ดขาด ตั้งกฏถ้าขัดขืนฆ่า ยึดทรัพย์สิน ผู้คนในเผ่าถูกจับนำไปเป็นทาสแก่เผ่าอื่นในทู่เจีย

      จนบางเผ่าก็ถูกควบรวมกับเผ่าของท่านข่าน บางเผ่าก็ยอมศิโรราบ ยอมรับใช้และทำทุกอย่างเพื่อจะได้รับผลประโยชน์ต่างๆ ส่วนมากก็จะเป็นอภิสิทธิ์ในการครองพื้นที่เลี้ยงสัตว์ที่อุดมสมบูรณ์ ก่อนใคร จนภายหลังเผ่าของท่านข่านก็กลายเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งและมีคนมากที่สุด แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่มายุ่งเกี่ยว มีเพียงให้หยิบยืมกำลังของคนในเผ่าตน

      และก็มีบางเผ่า อย่างเผ่าของโอโคอุลพ่อของจายาตู ที่มีเพียงส่งบรรณาการเพื่อเป็นการยอมรับว่าท่านข่านเป็นหัวหน้าเผ่าสูงสุดของทู่เจีย ทุกเผ่าจะได้รับสิ่งที่เหมือนกันก็คือการปกป้องและคุ้มครองจากเผ่าของท่านข่าน แต่เผ่าของโอโคอุลพ่อของจายาตู จะไม่ได้รับสิทธิในการเลือกทำเลที่ดีเพื่อตั้งกระโจมเลี้ยงสัตว์ ต้องรอให้เผ่าของท่านข่าน เผ่าที่ยอมรับใช้และเผ่าที่ให้หยิบยืมกำลัง เลือกทำเลไปก่อน หลังจากนี้ก็จะถึงรอบของเผ่าโอโคอุล ดังนั้นทำเลที่เลี้ยงสัตว์จึงไม่ต่างจากของเหลือเดนที่เผ่าอื่นไม่เอา

      จนเมื่อเหมยฮวามาติดต่อซื้อขายขนแกะ ผ่านการแนะนำของไจ่เต๋อที่มีแม่ชาวทู่เจียเผ่านี้ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก เพราะเอาเพียงแค่ขนไม่ได้ฆ่าแกะ ทำให้แกะมีแต่เพิ่มไม่มีลด จนขยับฐานะจากล่างสุดมาอยู่ตรงกลาง ซึ่งสิ่งกำหนดความสูงต่ำในทุ่งหญ้า นอกจากกำลังคน ม้า ก็คือสัตว์ เลี้ยง สิ่งเหล่านี้ทำให้คนในเผ่าต่างซาบซึ้งและเทิดทูนเหมยฮวามาก ถึงแม้จะได้เลือกทำเลท้ายสุดเหมือนเดิม แต่ก็ไม่มีเผ่าทู่เจียอื่นมาดูถูกเหยียดหยามเหมือนแต่ก่อนอีก ซึ่งเจ้าตัวเองไม่เคยรู้เลย

      กระโจมที่พักส่วนตัวของโอกุลข่าน เป็นกระโจมที่อยู่กึ่งกลางค่ายและเป็นหลังใหญ่ที่สุดภายในเผ่า ตอนนี้เป็นเวลากลางยามไฮ่(21.00-22.59)

      "หลีกไป!ข้าจะเข้าพบท่านพี่ของข้า"

      "ท่านวอเค่อข่าน ตอนนี้ท่านข่านกำลังพักผ่อน ท่านเข้าไปมิได้ขอรับ"

      "เหอะ อาศัยพวกเจ้ากล้ามาขวางข้า ทหาร!"

      วอเค่อข่านพร้อมผู้ติดตามนับสิบ ได้มายืนออกันหน้ากระโจมที่พักส่วนตัวของโอกุลข่าน เพราะถูกทหารยามรักษาการณ์สี่นายขวางไว้มิให้เข้า พอเป็นเช่นนี้ ก็ปรายตาก่อนจะส่งเสียงอันดังร้องบอกทหารของตนเองที่ปะปนอยู่ด้วยกันกับทหารโอกุลข่าน พอสิ้นสุดคำก็มีเสียงร้องโหยหวนตามมา

      "อ๊ากกกกก!"

      "กบฏแล้ว ท่านวอเค่อข่านกบฏแล้ว"

      "อย่า! ข้าขอร้อง ข้ายังมีลูกมีเมีย จะ...เจ้าเป็นเพื่อนข้ามิใช่หรือ"

      หนึ่งในทหารของโอกุลข่าน ถึงกับคุกเข่าขอร้องทหารอีกคนที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของตนมาก่อน เพราะถูกคนข้างๆชักดาบเข้ามาฟัน เผอิญว่าหลบได้แต่ก็ทำให้แขนขวาขาดไป ก่อนที่จะถูกถีบให้ล้มกลิ้งขณะคุกเข่านั่งขอร้อง คนที่ถูกเอ่ยว่าเป็นเพื่อนก็ถ่มน้ำลายรดหน้า พร้อมทั้งเอ่ย

      "ถุย เหอะ หน้าอย่างเจ้าน่ะเหรอ จะมาเป็นเพื่อนกับข้า ฮ่าๆๆ ข้าเป็นถึงทหารคุมกองกำลังเป็นพัน ส่วนเจ้าก็แค่ทหารองครักษ์ธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่ข้ายอมลดตัวเพราะคำสั่งท่านข่านให้ปลอมตัวมาปะปนหรอก เจ้าถึงได้มาเป็นเพื่อนกับข้า นับว่าเป็นบุญของเจ้าแล้ว ฮ่าๆๆ"

      "จะ...เจ้าๆ..."

       'ควับ'

       'ตุ๊บ'

       "ไม่ต้องห่วงลูกสาวกับเมียของเจ้า ข้าจะดูแลให้เอง ฮ่าๆ"

      สิ้นเสียงตวัดดาบ หัวก็หลุดกระเด็นกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ ทำให้ไม่ได้ยินประโยคสุดท้ายของคนที่เคยเป็นเพื่อนและเสียงหัวเราะที่ค่อยๆเลือนลับหายไปกับเสียงกรีดร้องที่ดังอยู่ทั่วทั้งค่าย โอกุลข่านที่กำลังหลับสบาย ข้างกายมีหญิงงามนอนอยู่ใกล้ๆ กลับต้องสะดุ้งตื่น เมื่อได้ยินเสียงก็ทราบแล้วว่าเกิดเรื่อง จึงรีบจัดแจงเสื้อผ้าลวกๆ เร่งฝีเท้าออกมาจากกระโจมที่ใช้นอน มากระโจมที่ใช้ต้อนรับแขกที่เชื่อมติดกันทันที

      "เสียงเอะอะอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น"

      'ตุ๊บ! คลุ่กๆๆ'

      ไม่มีคำตอบ มีเพียงบางสิ่งถูกโยนเข้ามาในกระโจม ตกลงด้านหน้าก่อนจะกลิ้งไปแทบเท้าของ

โอกุลข่าน แสงไฟสลัวๆจากไต้ที่จุดจนทำให้ต้องเพ่งมองดูว่าคืออะไร ดวงตาของโอกุลข่านเบิกกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าสิ่งที่อยู่แทบเท้าตนเองก็คือหัวของคนนั้นเอง

      "เฮ่อ ข้าก็ไม่อยากทำหรอกนะท่านพี่ แต่มันขวางไม่ให้เข้าพบกับท่าน"

      เสียงของใครบางคนที่คุ้นเคยของโอกุลข่านดังมาจากหน้ากระโจม

      "จะ...เจ้า...วอเค่อ เจ้าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่!"

      "ยังต้องให้ข้าตอบอีกเหรอขอรับท่านพี่ที่เคารพของข้า"

      "นี้เจ้าคิดจะกบฏหรือไร ทหาร!"

      ถึงจะรู้แน่แก่ใจ แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องชายตนจะทำจริงๆ ถึงแม้จะเคยมีคนมาเตือนว่าอาจถูกน้องชายหักหลังเข้าซักวันแต่ก็ไม่เชื่อมากนัก ยิ่งในภายหลังยอมไม่เอาผลงานที่ยึดฉู่ ทั้งที่สามารถทำได้ กลับยินดีเป็นทัพหลังยกผลงานทั้งหมดให้กับทัพตนเองในการยึดฉู่ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อให้ทัพของตนถูกตรึงไว้ที่ฉู่ หลังจากโอกุลข่านส่งเสียงร้องเรียกออกไปก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

      "ท่านพี่ ข้าว่าท่านเหนื่อยแล้ว พักผ่อนเถอะเชื่อข้า ข้าจะดูแลทู่เจียแทนเอง"

      วอเค่อข่านกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล  แต่คนฟังกลับเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจโอกุลข่านสมกับเป็น นักรบยิ่งนัก หลังจากได้ยินคำพูดเมื่อครู่ถึงจะตกใจ แต่ก็ปรับสภาพจิตใจให้สงบนิ่งได้ทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า

      "ฮืม แต่ข้าอยากขอร้องเจ้าหลังจากข้าตาย เจ้าอย่าได้ฆ่าคนที่ยอมจำนน"

      "ถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ ท่านพี่"

      "ข้าเพียงขอร้องเจ้าในฐานะพี่ชายของเจ้า หวังว่าเจ้าจะเห็นใจ"

      "ได้ ข้ารับปาก จะไม่ฆ่าใครพร่ำเพรื่อ ท่านจากไปอย่างวางใจ"

      "ดี! เชิญ"

      โอกุลข่านยืนตัวตรงเอามือไขว้หลังอย่างทรนง ดวงตาจ้องมองใบหน้าของวอเค่อข่านผู้เป็นน้องชายโดยที่ไม่มีวี่แววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย แล้วเสียงแหวกอากาศของดาบที่อยู่ในมือวอเค่อข่านก็ดังเข้ามาใกล้ในทันใด

      'หวืดด'

      'ฉับ'

      'ตุ๊บ'

      หลังจากการพูดคุยกันไม่กี่คำ วอเค่อข่านก็จัดการสะบัดดาบเต็มแรงเข้าที่คอของโอกุลข่านพี่ชาย เพื่อจะได้ตายอย่างรวดเร็ว นี้นับว่าเป็นการปราณีที่สุดแล้ว พอลงมือเสร็จก็เดินออกไปหน้ากระโจม

      "ใครตามข้าอยู่ ใครขืนข้าตาย"

      "ขอรับท่านข่าน"

      หลังเสียงตอบรับของทหารทุกนายดังกระหึ่ม เสียงร้องและเสียงอาวุธกระทบกันก็ไปสิ้นสุดลงในตอนรุ่งสาง แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องลงมา จากมัวๆก็กลายเป็นภาพอันชัดเจน ซากศพกองอยู่ทุกหนแห่งทั้งในและนอกค่าย น้ำค้างบนยอดหญ้าวันนี้มีแต่สีแดงไปทั่วบริเวณที่มีการฆ่าฟัน

      ร่างของบุรุษอยู่ในวัยสามสิบกว่าปี แต่งกายด้วยเสื้อเกราะหนังสัตว์ ยืนเด่นเป็นสง่า ท่ามกลางซากศพ กำลังจ้องมองดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เส้นขอบฟ้า ช่างดูน่าเกรมขามยิ่งนัก ด้วยรูปกายอันสูงใหญ่ผิวกายคล้ำ ส่วนของแขนที่เปลือยเปล่ามีแต่ร่องรอยบาดแผลจากอาวุธเต็มไปหมด จู่ๆก็มีเสียงดังออกมาจากทางด้านหลัง

      "ท่านข่านทำเช่นไรกับร่างของท่านโอกุลข่านดีขอรับ"

      วอเค่อข่านหันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่แก้มซ้ายมีรอยแผลเป็นจากคมดาบ ริมฝีปากบางแต่ได้รูป จมูกโด่ง คิ้วหนาและเข้ม ดวงตาสาดประกายดุดัน ใครจ้องมองมีแต่เย็นยะเยือก

      "จัดพิธีให้สมเกียรติและยิ่งใหญ่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นพี่ข้า"

      "ขอรับท่านข่าน"

      "ไม่ได้ท่านข่าน"

      เสียงคัดค้านดังขึ้นมาจากด้านหน้า วอเค่อข่านกลอกสายตาไปมอง ก็เห็นชายในวัยสี่สิบกว่า สวมชุดคลุมสีขาวที่เหล่าบัณฑิตชอบใส่กัน รูปร่างผอมเกร็ง แต่อนิจจาใบหน้านั้นมีแต่รอยแผลเป็นจนแทบมองไม่เป็นผู้เป็นคน

      "เพราะอะไร ถึงไม่ได้ท่านฟ่งกง"

      วอเค่อข่านถามกลับ บุคคลหน้ารอยแผลเป็น ที่มีชื่อเต็มๆว่า จูฟ่งกง หรือก็คืออดีตกุนซือของแม่ทัพใหญ่คุมด่านอันซี ของแคว้นเทียนเฉาเดิม

      "เราควรจัดการกับเรื่องเผ่าต่างๆในทู่เจียให้แล้วเสร็จก่อน มิเช่นนั้นทัพที่อยู่ทางเหนือจะระส่ำระสาย  จนต้าเว่ยถือโอกาสโจมตีทัพแตกได้  ถ้าเรื่องภายในเสร็จสิ้น ค่อยปล่อยข่าวออกไป บีบให้พวกทัพทางเหนือที่ไม่ยอมรับในตัวของท่านข่าน มิอาจไม่ยอมรับได้  แบบนี้ท่านข่านก็จะได้ทั้งผู้คนแทนที่จะสูญเสียไป แล้วยังกำจัดพวกที่ขัดขืน โดยปล่อยให้ต้าเว่ยบดขยี้ เช่นนี้มิใช่จะง่ายดายกว่าหรือขอรับท่านข่าน

      "ฮ่าๆ ใช่ๆ พวกขัดขืนข้าก็ปล่อยต้าเว่ยมันช่วยจัดการ ข้าเพียงยืนดูก็พอเช่นนี้สบายยิ่งนัก นับว่าสวรรค์ส่งท่านฟ่งกงมาให้แก่ข้าแท้ๆ ข้าถึงทำอะไรทุกอย่างได้สะดวกราบลื่น"

      "หามิได้ขอรับท่านข่าน สำหรับคนสูญสิ้นแผ่นดินเช่นข้าน้อย ท่านข่านมีเมตตารับมาชุบเลี้ยง ข้าน้อยมีแต่ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ให้ข้าน้อยได้มารับใช้ท่านข่านขอรับ"

      "ดีๆ ฮ่าๆ เจ้าจัดการปิดข่าวไว้ก่อนตามที่ ท่านฟ่งกงบอก หลังจากที่ข้ารวบรวมทู่เจียแล้วเสร็จ ค่อยกลับมาจัดการกับเรื่องนี้อีกที"

      "ขอรับท่านข่าน"

      ทหารคนสนิทรับคำ ก่อนจะไปนำร่างโอกุลข่านใส่ไว้ในโลงแล้วโรยตัวยาเพื่อใช้รักษาสภาพศพเอาไว้

      จูฟ่งกง อดีตกุนซือของเทียนเฉาเมื่อหลายปีก่อน พอด่านอันซีจะแตกก็ได้หลบหนีออกมา ขณะเดินทางจะกลับไปฉางอันก็เกิดเปลี่ยนใจเพราะมองเห็นอนาคตของเทียนเฉาแล้วว่าไม่รอด จึงบ่ายหน้าขึ้นเหนือ หวังพึ่งพาแคว้นอื่นสุดท้ายเลือกแคว้นฉู่ แต่ทว่าด้วยสารรูปคล้ายดั่งผีมีแต่รอยแผลเป็น ที่เกิดจากน้ำมือของตัวเองเพื่อไม่ให้ใครจดจำได้ตอนหลบหนี จึงถูกเหยียดหยามดูถูก แม้ จะ มีสติปัญญาก็ตาม จนเกิดความไม่พอใจ ลาออกจากการรับใช้แคว้นฉู่

      ไม่นานก็มีข่าวทางเหนือทู่เจียบุกแคว้นฉู่พร้อมกับต้าเว่ยที่บุกจากทางใต้ จึงได้ไปขอพึ่งพาทู่เจีย ซึ่งขณะนั้น วอเค่อข่านเป็นผู้นำทัพ ด้วยสติปัญญาของจูฟ่งกง ทำให้วอเค่อข่านไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาคนสนิท ตั้งแต่นั้นมาแผนการล้มล้างโอกุลข่านก็ได้ดำเนินการจริงๆ หลังจากเป็นเพียงแค่ความคิดอยู่ในหัวของวอเค่อข่านมานาน

      แผนการของฟ่งกงก็คือ ให้ทัพวอเค่อข่านเป็นทัพหน้า พอบุกได้ครึ่งทางก็ถอนตัวมาเป็นทัพหลัง โดยใช้ข้ออ้าง ว่าทัพตนเองมีผลงานเพียงพอแล้ว อยากให้โอกาสกับทัพอื่นบ้าง ซึ่งก็คือทัพของโอกุลข่านพี่ชาย เพียงเท่านี้ก็ไม่มีใครฉุกใจคิดแล้ว ด้วยการบุกฉู่ตอนนั้นช่างง่ายดายยิ่ง คนที่เป็นทัพหน้านอกจากผลงานยังได้เงินทองมากมาย ใครบ้างจะปฏิเสธ สุดท้ายทัพหน้าจึงกลายเป็นกองทัพหลักของโอกุลข่าน ทัพหลังที่คุมเสบียงคือวอเค่อข่าน ทำให้การเคลื่อนย้ายกองกำลังของวอเค่อข่านไม่เป็นที่ผิดสังเกตุ ทั้งยังให้คนของตนปลอมตัวเข้าไปปนกับทหารองครักษ์โอกุลข่าน สรุปวอเค่อข่าน ใช้กำลังเพียงสองหมื่นโดยทิ้งอีกห้าหมื่นไว้ทำหน้าที่ส่งเสบียงและดูแนวหลังตามปกติ เพื่อไม่ให้ใครเอะใจ แล้วลอบยกกำลังมายังค่ายกระโจมที่พักของโอกุลข่านที่เหลือเพียงทหารหนึ่งหมื่น แต่ถูกเจาะทำลายจากตรงกลางจึงปั่นป่วน จนสามารถยึดอำนาจสำเร็จ ได้ในที่สุด

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      เมืองต้าตู แคว้นหยวน ปัจจุบัน

      ตำหนักกรมกลาโหม ที่ตอนนี้กำลังประชุมเครียด เพราะได้ข่าวที่ไม่สู้ดีนัก

      "จากการสอบถามเหล่าพ่อค้าที่ไปค้าขายยังแดนทู่เจีย และสายของเรา มีรายงานตรงกันว่าทัพของวอเค่อข่าน มีการเคลื่อนกำลังไปยังหลายจุดในทู่เจีย ทั้งยังมีการสกัดกั้นเส้นทางในบางเส้นทางด้วยขอรับ"

      "เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่านปึงอิง"

      "เมื่อต้นเดือนขอรับ ท่านชิงอู่ แต่ว่าก่อนหน้านี้ประมาณสองเดือนก่อน มีการส่งตัวแทนของวาเค่อข่านไปพบผู้นำเผ่าบางเผ่ามากกว่าสองครั้ง เอ่อ..แล้วก็..สายของเราที่อยู่ทางโอกุลข่านก็ขาดการติดต่อไปสองเดือนด้วยขอรับ"

      "อะไรนะ แล้วทำไมไม่ยอมรายงาน"

      "คือว่า....เพราะความสะเพร่าของข้าน้อยเองขอรับ ที่ไม่สั่งกำชับให้ลูกน้องตรวจดูข่าวที่มาจากทู่เจียให้ดี มัวแต่ไปให้ความสำคัญแต่ทางด้านต้าเว่ย"

      จะโทษการข่าวที่หละหลวมของหยวนทางฝั่งทู่เจียก็ไม่ได้เพราะแทบจะเรียกว่ามิตรประเทศกันมาตั้งกว่าหกสิบปี ไหนจะช่วงหลังต้าเว่ยคุกคามมากกว่าย่อมต้องสนใจทางด้านนี้มากที่สุด

      "เฮ่อ สายข่าวทางฝั่งโอกุลข่านหาย ทู่เจียปิดกั้นเส้นทาง  แล้วสายข่าวทางฝั่งวอเค่อข่านล่ะ"

      "มีแต่ข่าวเดิมๆของกองทัพวอเค่อข่าน ที่ทำหน้าที่ขนเสบียงจากที่ไหนบ้างเท่านั้นขอรับ"

      "แล้วเส้นทางที่ปิดกั้นเป็นเผ่าอะไร เกี่ยวข้องกับใคร ท่านปึงอิง"

      เหมยฮวาที่นิ่งเงียบมานาน หลังจากฟังทั้งสองคุยกัน ได้เอ่ยถาม หัวหน้าองครักษ์ปึงอิงก็ก้มหน้าดูรายชื่อเผ่าซักครู่ก็ร้องโพร่งขึ้นมา

      "อ่า..มีแต่เผ่าที่สนับสนุนโอกุลข่านขอรับคุณหนู"

      "แย่แล้ว โอกุลข่านอาจเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ ถึงขนาดต้องให้วอเค่อข่านกลับมาจากแนวรบ"

      แม่ทัพใหญ่ชิงอู่ ถึงกับหน้าซีด ก่อนเอ่ยออกมา

      "เช่นนั้นแนวรบทางเหนือ ทู่เจียก็อาจถอนทัพกลับน่ะสิ ในเมื่อผู้นำเกิดเรื่องเช่นนี้ ท่านชิงอู่"

      "ไม่มีอะไรผิดปกติขอรับคุณหนู ข่าวล่าสุดเมื่อหนึ่งเดือนก่อน กำลังทหารแนวหน้ายังไม่เปลี่ยนแปลง และไม่มีแนวโน้มที่จะถอนทัพแน่นอนขอรับ ประสิทธิภาพการข่าวทู่เจียของหยวน

เชื่อถือได้ยิ่งนัก"

      เหมยฮวาพูดจบ ปึงอิงก็โพล่งออกมาด้วยเสียงอันดัง พร้อมใบหน้าที่แดงฉาน คงทั้งอับอายและคิดว่าเหมยฮวาดูถูกสายการข่าวของตนทางด้านทู่เจีย

      สาเหตุก็มาจากการข่าวทางด้านต้าเว่ยล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ตอนต้าเว่ยยึดเทียนเฉาได้ มีการทุ่มงบเพื่อวางเครือข่ายการข่าวลงไปที่ฝูหลิงขนานใหญ่ จู่ๆต้าเว่ยก็ย้ายศูนย์กลางการปกครองก็คือราชธานีมาที่ฉางอัน ทำให้ปรับตัวไม่ทัน งบที่ทุ่มไปสูญเปล่า หยวนที่สภาพการคลังระยะหลังมานี้ก็อ่อนยวบ จึงไม่เหลืองบที่จะสร้างเครือข่ายข้อมูลใหม่ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

      "ไม่ว่าโอกุลข่านจะเป็นอะไรก็ตาม แต่ดูเหมือนโอกาสที่ทู่เจียจะเปลี่ยนมือผู้กุมอำนาจมีมากสุด ที่มีการส่งตัวแทนไปตามเผ่าคงเพื่อเจรจา แล้วบางเผ่าก็ไม่ยินยอมจึงได้ยกกำลังไป"

      "คงเป็นไปตามที่เจ้าพูด เหมยฮวา เช่นนี้ความวุ่นวายภายในทู่เจียย่อมเกิดขึ้นแน่ อีกไม่นานคงมีการถอนทัพกลับ แต่ปัญหาก็คือวอเค่อข่านแตกต่างจากโอกุลข่าน ตรงที่ชื่นชอบการรบมาก ถึงขนาดผิดใจกันกับโอกุลข่านพี่ชายก็หลายครั้ง ในเรื่องการจะยกทัพไปตีเผ่าที่แข็งข้อหรือเขตแดนรอบๆทู่เจียรวมทั้งหยวนด้วย"

      "คือเป็นเช่นนี้ขอรับคุณหนู โอกุลข่านนั้นจะเน้นเจรจาก่อน ถ้าไม่เป็นผลจะยกทัพไปกดดัน ถ้ายังไม่เป็นผลอีกจึงได้ยกเข้าตี แต่กับวอเค่อข่านเมื่อเจรจาไม่เป็นผล จะบุกโจมตีในทันทีหรือแม้แต่การยกเข้าตีโดยไม่มีการเจรจาเลยก็มีขอรับ ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้ทั้งสองข่านพี่น้องกินแหนงแคลงใจกันเรื่อยมา"

      "ฮืม แล้วเรื่องที่เคยจะบุกหยวนนี้ มีสาเหตุจากอะไร ท่านปึงอิง"

      แม่ทัพชิงอู่พูดถึงวอเค่อข่าน หัวหน้าองครักษ์ปึงอิงจึงได้เท้าความให้เหมยฮวารู้ที่มาที่ไปฟัง แล้วเหมยฮวาก็สะดุดใจตรงที่เคยจะบุกหยวน

      "ก็เพราะมีครั้งหนึ่งเสบียงไม่พอ เคยมาขอหยิบยืมเพื่อไปรบกับฉู่จากทางเราขอรับ แต่ว่าเราได้บอกปัดเพราะขาดแคลนเสบียงพอดี ทำให้วอเค่อข่านไม่พอใจเป็นอย่างมากถึงกับจะยกทัพมาปล้นชิงตามแนวชายแดนหยวนแทน แต่เรื่องรู้ไปถึงโอกุลข่านซะก่อนเลยถูกยังยั้งเอาไว้ได้ทันขอรับ"

      สิ้นคำพูดของหัวหน้าองครักษ์ปึงอิง เหมยฮวาถึงกับสีหน้าเคร่งเครียด กับเรื่องวอเค่อข่านที่อาจจะคุกคามหยวนอีกคน ข้างหน้ามีเสือข้างหลังก็มีหมาป่าอย่างทู่เจียที่จะคอยขย้ำ รวมแล้วตอนนี้ หยวนยิ่งกว่ามีโชคสามสี่ชั้น ต้าเว่ยและทู่เจียอาจบุก ท่านเสนาบดีหลินเซี่ยงเพิ่งสิ้น เพิ่มกำลังพลไม่ได้เพราะไม่มีอาวุธพอแจกจ่าย

      "ปึงอิง เจ้าเตรียมข้อมูลทั้งหมดทันประชุมที่ท้องพระโรงเช้าพรุ่งนี้หรือไม่"

      "ข้าน้อยจะเร่งมือขอรับ ท่านชิงอู่"

      "ดี ส่วนเรื่องหาข่าว เพิ่มคนลงไปอีก คิดว่าอีกสองเท่าตัวน่าจะเพียงพอ"

      "ขอรับ ข้าน้อยจะเตรียมคนลงไปหาข่าวเพิ่ม คิดว่าเตรียมการไม่เกินเจ็ดวันน่าจะแล้วเสร็จ"

      การส่งคนหาข่าวเพิ่มในกรณีเร่งด่วน ตอนนี้ก็คือการปลอมตัวเป็นพ่อค้าวาณิช จึงต้องเตรียมขบวนสินค้าต่อหนึ่งสายข่าว มีสินค้าและผู้คนไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบคน ป้องกันการถูกสงสัยให้มาก ที่สุด ช่างต่างกับภพก่อนของนางเหลือเกินเห็นในหนังเพียงแบกเป้ตัวคนเดียว แล้วอ้างตัวเป็นนักท่องเที่ยว ช่างภาพอิสระหรือนักวิจัย ก็ไม่ถูกสงสัยอะไรมาก

      รุ่งเช้าการประชุมก็เป็นไปอย่างเผ็ดร้อน ขยายไปอีกหลายเรื่อง เช่นงบทำอาวุธหน้าไม้ของเหมยฮวา ที่ทำแจกจ่ายได้เฉพาะเมืองด่านชายแดนที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ การเพิ่มกำลังพลที่ชิงไห่ซึ่งเป็นด่านสำคัญทางทู่เจีย แล้วก็วกมาเรื่องภาษี ในสุดก็ตกลงกันได้ในการขึ้นภาษี ท้ายสุดเรื่องแม่ทัพไปประจำที่ชิงไห่ ที่แม่ทัพใหญ่ชิงอู่จะให้องค์ชายเทียนหลงไปประจำ แต่ทางขุนนางก็คัดค้านเพราะขนาดต้าเว่ยยังลำบาก ควรส่งคนที่มากประสบการณ์ไปดูและควบคุมมากกว่า

       "เอาล่ะๆ ข้าตัดสินใจแล้ว ด่านชิงไห่จะให้น้องห้าชิงอู่ไป พร้อมทั้งท่านปราชญ์เพราะเป็นคนพื้นที่ ส่วนด่านเป่ยจิงทางต้าเว่ยจะให้เทียนหลงไป เช่นนี้ดีหรือไม่"

      "ทรงตัดสินพระทัยได้ดียิ่งพะยะค่ะ ท่านอ๋อง"

      พอท่านอ๋องหยวนตัดสินใจออกมา ท่ามกลางคำเยินยอของเหล่าขุนนาง แต่เหล่าแม่ทัพต่างส่ายหน้า เพราะทางทู่เจียยังไม่คับขันถึงขนาดต้องให้แม่ทัพใหญ่ต้องไปเอง ข่าวมีเพียงน้อยนิด แต่เหล่าขุนนางต่างหวาดกลัวทู่เจียจากคำร่ำลือที่ได้ยินมา ทั้งที่หยวนไม่เคยรบกับทู่เจียมาตั้งนาน ครั้งนี้ก็อาจจะตกลงกันได้ การที่ส่งแม่ทัพใหญ่ไปเท่ากับแสดงความไม่ไว้วางใจอีกฝ่าย

      ที่เป็นเช่นนี้ เพราะขุนนางเป็นบัณฑิตถูกปลูกฝังความเชื่อว่าพวกหูป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม ดังนั้นย่อมทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล รับมือยากและน่าหวาดกลัวกว่าต้าเว่ยอีก ถึงแคว้นหยวนจะมีนโยบายไม่กีดกันมาตั้งนาน เหล่าขุนนางส่วนมากก็ยังเชื่อเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เหล่าแม่ทัพหรือจะพูดสู้พวกบัณฑิตได้ ยกเอาเหตุผลต่างๆมากดดันท่านอ๋องจนตัดสินใจเช่นนี้ขึ้นมา

      แม่ทัพใหญ่ชิงอู่ จึงนำแม่ทัพระดับล่างไม่กี่คนกับกำลังทหารไปเพิ่มพร้อมเหมยฮวา ทิ้งแม่ทัพคนสำคัญทั้งหมดไว้ให้กับองค์ชายเทียนหลง พร้อมเสนอให้หลินซือออกจากการไว้ทุกข์ ตามไปช่วยด้วย ส่วนเหมยฮวาไม่ได้เข้าร่วมการประชุม เพราะเจ้ากรมคลังเฟิ้งเหยาที่ตอนนี้กุมอำนาจฝ่ายบริหารไว้ทั้งหมดคัดค้าน โดยให้เหตุผลว่า ตำแหน่งเหมยฮวาเป็นเพียงตำแหน่งลอย ไม่ควรมีสิทธิมาตัดสินใจในเรื่องพวกนี้     

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------                                                                           

      วอเค่อข่านได้นำทัพจำนวนหนึ่งหมื่นมายังเผ่าตู้ปาซึ่งเป็นเผ่าที่มีจำนวนคนมากสุด ในจำนวนสามเผ่าที่ยังไม่ยอมรับในตัวของวอเค่อข่าน การตั้งทัพประจัญหน้ากันแทบจะเรียงหน้ากระดาน ต่างฝ่ายต่างจดจ้องคนที่จะเป็นเป้าหมายของตนเอง

      " ตู้ปา ป่านนี้ยังไม่คิดจะยอมอีกหรือไร มีคนเพียงเท่านี้ยังคิดจะสู้ข้าอีก"

      "เหอะ! กับคนเนรคุณ เช่นเจ้า ต่อให้ข้าตายก็ไม่มีทางก้มหัวให้หรอก"

      "พูดได้ดี "

      "ไม่ต้องพูดมาก ฆ่าพวกมัน"

      "ฆ่า!"

      คำว่า ฆ่า หลุดออกมาทัพม้าทั้งหมดต่างก็พุ่งเข้าหาเป้าหมายที่ตัวเองจ้องไว้ทันที วอเค่อข่านจับจ้องตู้ปาเขม็ง ตู้ปาก็ไม่ต่างกัน ทั้งคู่พอควบม้าเข้าระยะก็ฟาดดาบในมือปะทะกันทันที

      'เคร้ง!'

      แขนของตู้ปาถึงกับสะบัดไปด้านหลัง ชาด้านไปทั้งมือจับดาบไว้แทบไม่อยู่ เพราะแรงปะทะเมื่อครู่ ยังไม่ทันตั้งตัวก็เห็นคมดาบพุ่งมาทางด้านหน้าแล้ว จนต้องเอนตัวเอาหลังแตะกับสะโพกม้าหลบรอดคมดาบได้อย่างหวุดหวิด

      "บัดซบ!"

      เสียงสบถจากปากของวอเค่อข่านดังขึ้นมา เพราะคิดว่าตู้ปาจะต้องตกม้าแน่ ก่อนจะเงื้อมดาบฟันใส่ทหารของตู้ปาที่พุ่งมาหาตน ถึงแม้นายทหารคนนั้นจะยกดาบกันไว้ได้ แต่ก็ต้องกระเด็นตกจากหลังม้าๆที่วิ่งตามหลังมาก็เหยียบเข้าทันที

      "อ้ากกก"

      เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาไม่ขาดสาย สลับกับเสียงกร๊อบแกร๊บและเสียงเหมือนแตงโมถูกเหยียบ

      "วอเค่ออ"

      ตู้ปาน้ำตาแทบเป็นสายเลือด ส่งเสียงเรียกชื่อวอเค่อข่านออกมาดังลั่น แค่เพียงระลอกแรกที่ควบ ม้าเข้าปะทะกัน คนของฝ่ายตนก็หายไปเกือบครึ่ง ต่างจากทหารวอเค่อข่านยิ่งนักที่ยังดูหนาตา

      "ฮ่าๆ เรียกให้ข้าไปฆ่าเจ้าหรืออย่างไร ตู้ปา "

      วอเค่อข่านวกม้ากลับมาประจัญหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะส่งเสียงยั่วยุตู้ปา เหล่าทหารของวอเค่อข่านก็หัวเราะครืน หลังจากได้ยินคำตอบโต้ของท่านข่าน

      "เจ้าบัดซบวอเค่อ!"

      "เข้ามา"

      "เฮ้!"

      เหล่าทหารวอเค่อข่านเห็นฝ่ายตนเหลือเยอะกว่าก็ยิ่งฮึกเหิม ส่งเสียงโห่ร้องข่มขวัญอีกฝ่ายกันสนั่นหวั่นไหว ปะทะกันรอบที่สองเสร็จ ทหารฝ่ายตู้ปาก็มองตากันเลิ่กลั่ก เริ่มขวัญเสียกันบ้างแล้ว พวกที่รั้งท้ายบางคนถึงกับควบม้าหนีไป พอมีคนแรก คนที่สอง ที่สามก็ตามมา

      "กลับมา! เจ้าพวกขี้ขลาด!"

      "ตู้ปา ดูเหมือนลูกน้องของเจ้าจะไม่ ยอมตายเป็นเพื่อนเจ้าซะแล้ว"

     ทั้งอับอายและแค้นเคือง จนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากบาดแผลตามตัว ตู้ปาก่อนตายต้องมาเป็นตัวตลกให้ผู้คนได้หัวเราะเยาะ มันช่างน่าเจ็บใจยิ่งนัก

      "ฮ่าๆ แล้วเป็นเช่นไร เก่งจริงก็มาเอาหัวข้าไปซิ "

      "ใช่! เก่งจริงก็มาเอาชีวิตพวกข้าไป เจ้าบัดซบ"

      เมื่ออับจนหมดหนทางรอด ตู้ปา ก็หัวเราะออกมากล่าวเย้ยหยันวอเค่อข่าน เหล่าทหารที่ยังอยู่ ก็ส่งเสียงเยาะเย้ยตาม วอเค่อข่านจากก่อนหน้านี้ยังหัวเราะก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แววตาดุร้ายยิ่งกว่าเดิมก่อนจะควบม้ามุ่งตรงเข้าหา ตู้ปา เหล่าทหารเห็นก็ควบม้าตามทันที

      "ตายซะ เจ้าบัดซบ ตู้ปา"

      "ฮ่าๆๆมาเลย เจ้าคนเนรคุณ "

      วอเค่อข่านเหวี่ยงแขนที่ถืออาวุธไปด้านหลังจนสุด แล้วก็เกร็งแขนวาดดาบขนานกับพื้นใส่ทั้งคนทั้งม้าเต็มแรง ตู้ปาเห็นแบบนั้นก็ทิ่มดาบตรงๆใส่ลำตัว แต่วอเค่อข่านว่องไวยิ่งเบี่ยงตัวเล็กน้อยก็หลบพ้นไม่โดนจุดสำคัญบนร่างกาย พร้อมกับฟันทั้งคอม้าและตัวของตู้ปาขาดครึ่งในทันที  ปลายดาบตู้ปาทำได้เพียงถากสีข้างของวอเค่อข่าน เป็นบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้นเอง

      "ก่อนตายทำได้เพียงเท่านี้เองหรือ ตู้ปา"

      "ตู้ปา ตายแล้วๆ"

      เสียงทหารฝ่ายวอเค่อข่านประกาศก้องหลังเห็นว่าตู้ปา ถูกท่านวอเค่อข่านฆ่าตาย ทหารฝ่ายตู้ปา ก็หยุดชะงักในบัดดล ก่อนจะมีเสียงเคร้งคร้างเป็นทอดๆ จากอาวุธที่โยนลงพื้น มีบ้างที่ควบม้าหนีไป

      หลังจากเก็บกวาดสนามรบเสร็จ ถึงเวลาเก็บกวาดเผ่าของตู้ปาต่อ

      "พวกอาวุโสเผ่าจับมันมา ให้มันเลือกเอาจะเชือดคอตัวเองหรือจะให้พวกเราฆ่า ส่วนคนอื่นยกเว้นหญิงสาวกับเด็กฆ่าให้หมด"

      "ขอรับท่านข่าน"

      และแล้วเผ่าทู่เจียก็หายไปอีกหนึ่งเผ่า ก่อนจะตามมาติดๆกันอีกสอง ถึงจะโหดร้ายแต่เรื่องราวแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติ คนที่ตายนับว่าไปสบาย คนที่อยู่ต่างหากไม่ต่างจากตกนรกทั้งเป็น ต้องถูกตีตรากลายเป็นทาส สภาพความเป็นอยู่ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง

 


             ปล.เห็นเม้นเพิ่งเอะใจ รู้สึกว่าตัวกระผมจะลงตอนนี้ผิดที่ผิดเวลาไปล่ะ 5555+
         คิดไว้ตั้งนาน ดันมาถึงตอนนี้ช่วงนี้พอดี ฮิๆ หวังว่าอย่าคิดมากนะครับ ไม่ได้เกี่ยวไรกัน
         ตอนนี้ก็จะเห็นแล้วว่า เหลือสามแคว้นใหญ่ๆ ต้าเว่ย หยวน ทู่เจีย ผมก่ะเอาให้เหมยฮวา
          โดนบี้จนกระดิกไม่ได้กันไปเลย
         

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #717 เมมฟิส (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 22:36
    หยวนมีขุนนางแย่ๆแบบนี้ถึงจะมีเหมยฮวาคอยช่วยก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก เซ็งกับขุนนางแบบนี้
    #717
    0
  2. #539 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 13:28
    โหดมาก
    #539
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #462 เสือเมฆ (@25112523) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 19:53
    เอามาให้ครบทุกแคว้น เดี๋ยวเหมอยฮวาน้อยจัดเต็มทีเดียว555
    #462
    0
  5. #461 วิหคจันทรา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 16:37
    การเมือง อำนาจ ช่างโหดร้ายจริงๆ
    #461
    0
  6. #460 ( . * M o O Y o N g * . ) (@seraph) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 15:55
    มีแค่ความรู้ ยังไม่เคยใช้กับศึกจริง. กับเว่ย ก็แทบจะไม่รอดแล้ว. ทู่เจียอีก. สงสารเหมยฮัวจริง
    #460
    0
  7. #456 aquamarine (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 04:43
    ถ้าเหมยหวายังไม่หาอำนาจไว้ในมือคงได้แต่มีสมอง แต่ไม่มีปัญญาทำอะไร กลายเป็นความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดแน่แล้ว จะทำยังไงกีเหมยหวาวิกฤตครั้งนี้เลวร้ายนัก
    #456
    0
  8. #455 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 02:38
    โหดอ่ะ 
    #455
    0
  9. #454 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 01:01
    โหดสัส
    #454
    0
  10. #452 Haruse (@g-i-o-t-t-o) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 23:48
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก
    #452
    0
  11. #448 แพร่พิไล (@herojo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 19:11
    รออ่านจร้า
    #448
    0
  12. #447 พิรา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 18:57
    กรรมตามแน่นอน เลว
    #447
    0
  13. #446 แม่ทะลบ (@naowarat2521) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 09:10
    มันฆ่าพี่ตัวเองหวังขึ้นเป็นใหญ่ ตอบตรงนี้เลยนะว่ามันไม่ใช่คนดีแน่ เลว
    #446
    0
  14. #445 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 01:22
    แล้ว? เกี่ยวอะไร จะบุกเผ่าของจายาตูเรอะ
    #445
    0
  15. #444 pim (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 23:32
    รอออออออออออต่อออออออออออ
    #444
    0
  16. วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 23:02
    เลวจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    กรรมจะตามทัน
    #443
    0
  17. #442 เหล่เข้าไป เหล่ให้พอ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 21:59
    เหมือน "สารขัณฑ์แลนด์" มาก ใครคุมกำลังแม่งใหญ่
    #442
    0
  18. #441 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 21:44
    แทนที่จะสามัคคีกันกลับเห็นอำนาจมากกว่าประชาชน แบบนี้ระวังนา กรรมมันจะตามสนอง
    #441
    0
  19. #440 ~Nu'Bee~ (@babybebee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 21:15
    รอมาต่อๆๆๆๆ
    #440
    0