ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,678 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    352

    Overall
    159,678

ตอนที่ 28 : ปฐมบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    28 พ.ค. 57

      ปฐมบท

      กองทัพทู่เจียของวอเค่อข่านจำนวนแปดหมื่น ได้เคลื่อนทัพลงมาตั้งค่ายทัพหลักห่างจากด่านชิงไห่สามสิบลี้(15 กม.) ตั้งแต่เดือนสุดท้ายในหน้าฝน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อเตรียมการบุกตีในต้นฤดูใบไม้ร่วง(ก.ย.-ต.ค.) แม้วอเค่อข่านอยากยกทัพมาทั้งหมดสิบสี่หมื่นแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมีเหตุผลในด้านเสบียง เนื่องจากเห็นการเตรียมการตั้งรับที่แปลกใหม่ของหยวน ที่เรียกว่าสนามเพลาะ ทำให้จูฟ่งกงคาดว่าศึกนี้คงยืดเยื้อมากกว่าหนึ่งเดือน จึงลดจำนวนทหารลงให้เหลือแปดหมื่นเพื่อให้อยู่ได้ถึงสองเดือน

      การที่วอเค่อข่านไม่หยุดพักในการรบเลยทำให้เสบียงมีจำกัด แต่ที่ต้องรีบก็คือหลังจากถอนทัพทางเหนือ ต้าเว่ยก็ต้องหันมาโจมตีหยวน ถ้าตนช้าอาจจะไม่เหลืออะไรให้หยิบฉวย และเหล่าทหารของตนก็พักการสู้รบมานานมากแล้ว จากแผนที่จะโค่นล้มโอกุลข่าน ตอนนั้นวอเค่อข่านประกาศว่าจะเป็นทัพหลังเหล่าทหารก็แสดงความไม่พอใจอย่างมาก เพื่อป้องกันแผนการรั่วไหลออกไป จึงไม่อาจบอกแผนการแก่ทุกคนที่ไม่เกี่ยวข้อง

      ด้วยเหตุนี้เองวอเค่อข่านจึงได้ลั่นวาจาออกไป ว่าจะพาทุกคนบุกหยวนตอบแทนการที่ยอมเป็นทัพหลังหลังเสร็จศึกจากทางเหนือ ตอนนี้ก็ยุติศึกแล้ว ถ้าตนยังชักช้าไม่ยกทัพมาตีหยวนตามที่พูดกองทัพอาจระส่ำระส่าย พวกผู้นำเผ่าที่เคยถูกบังคับให้ลงนามรับใช้ อาจใช้โอกาสนี้สร้างความปั่นป่วนก็ได้

      "ท่านฟ่งกง ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรกับสิ่งที่เรียกว่าสนามเพลาะนั่น"

      "ตามตวามคิดของข้าน้อย สิ่งนี้ทำเพื่อให้ทัพม้าของเราชะงักงัน จนมิอาจควบม้าเต็มฝีเท้าได้ แม่ทัพหยวนคงต้องใช้พลธนูจู่โจมขณะที่ทัพม้าเกิดการชะงักเป็นแน่ขอรับท่านข่าน"

      "คงต้องหาทางรื้อพวกไม้ที่ปักไว้ ทัพม้าของเราถึงจะสามารถแสดงอานุภาพได้อย่างเต็มที่สินะ"

      "ถูกต้องแล้วขอรับท่านข่าน วิธีการคงมีเพียงส่งคนไปรื้อทำลายโดนมีมือธนูคอยยิงคุ้มกันพลธนูของหยวน ถึงแม้ทางเราอาจสูญเสียคนแต่หยวนก็คงไม่ต่างกันกับพวกเรา"

      "เหอะ ช่างคิดยิ่งนักแม่ทัพของหยวนผู้นี้ มีใครรู้หรือไม่ว่าเป็นใคร"

      วอเค่อข่านเรียกประชุมเหล่าขุนศึกในกระโจมเพื่อเตรียมการวางแผนรบ แต่เพราะสนามเพลาะนั่นนับว่าเป็นปัญหาต่อทัพม้าพอควร สุดท้ายจึงมีเพียงส่งคนไปรื้อทำลายโดนใช้ลำต้นของต้นไม้แบกไปกระทุ้งให้เสาไม้ที่ปักไว้ล้ม โดยมีมือธนูคอยยิงสกัดพลธนูของอีกฝ่าย ซึ่งมาจากความคิดของจูฟ่งกงผู้เป็นกุนซือ ก่อนจะสอบถามถึงชื่อของแม่ทัพผู้คุมทัพของหยวนในครั้งนี้

      "จากข่าวที่ทราบมาคือ แม่ทัพใหญ่ของหยวน ชื่อหยวนชิงอู่ขอรับท่านข่าน"

      "ฮ่าๆ ไม่นึกว่าจะหยวนส่งแม่ทัพใหญ่ชิงอู่มารับมือ นับว่าให้เกียรติข้ายิ่ง ดี! สั่งการลงไปให้ตัดต้นไม้มาทำไม้กระทุ้งร้อยอัน ให้แล้วเสร็จภายในสามวัน ซาฮานูเตรียมคนรื้อทำลายพันนายและบุกกำแพงหมื่นนาย ส่วนเจ้านาหลันนาเยี่ยเตรียมพลธนูยิงสกัดห้าพันนาย พอทหารบุกถึงกำแพงก็ให้ยิงก่อกวน และเจ้า เยบี้หลุนเตรียมทัพสามหมื่นให้พร้อม เพื่อบุกชิงไห่"

      "ขอรับท่านข่าน"

      ซาฮานู นาหลันนาเยี่ย และเยบี้หลุนคุกเข่ารับคำสั่งก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปจัดการ

      ด่านชิงไห่คือซุ้มประตูที่สร้างระหว่างเขาสองลูกห่างกันสิบสองลี้(6 กม.) ด้านหน้าของภูเขาถูกทำให้สูงชันด้วยฝีมือแรงงานของคน เพื่อให้ยากแก่การปีนป่าย ซึ่งด่านชายแดนทุกที่จะมีลักษณะแบบนี้ทั้งหมด จะต่างกันก็ตรงความห่างของช่องเขา

      สนามเพลาะดักม้าของเหมยฮวา สร้างไว้มีทั้งหมดสามชั้น ในระยะหกลี้(3 กม.) เริ่มตั้งแต่หน้าประตูด่านจะเป็นพื้นที่ว่างหนึ่งลี้ แล้วถึงจะต่อด้วย สิ่งที่เรียกว่าสนามเพลาะจริงๆ นั่นก็คือ หลุมดินลึกสองเซี๊ยะ(ราว50ซม.)กว้างหนึ่งจ้าง( 2.31 ม.) หน้าหลุมดินจะปักด้วยท่อนไม้ขนาดเท่าท่อนขาสูงเจ็ดเซี๊ยะห่างพอคนลอดผ่านได้จนครบหนึ่งลี้(500 ม.) แล้วก็เว้นหนึ่งลี้สนามเพลาะหนึ่งลี้จนครบสามชั้น เพียงแต่ชั้นที่สามไม้ด้านนอกสุดจะปักชิดกันจนเป็นกำแพงมีไม้ค้ำยัน ภายในสนามเพลาะ ก็จะเว้นพื้นที่ว่างเป็นช่องไฟสลับปิดช่องของแต่ละชั้น เพื่อให้ทหารหยวนสามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ทั่วสนามเพลาะตลอดความกว้างและยาวหกลี้อย่างสะดวก

      แต่สำหรับฝ่ายบุกที่เป็นทหารม้าทู่เจียที่เคยใช้ความเร็วของม้าบุกเข้าจู่โจม จะชะงักจนไม่อาจควบม้าได้เต็มฝีเท้า ถ้าคิดจะกระโดดข้ามอาจทำให้ม้าเสียหลักล้มลงได้ มีเพียงขี่เข้ามาตามช่องว่างของสนามเพลาะ ซึ่งจะกลายเป็นเป้านิ่งให้มือธนูยิงโดนอย่าง่ายดายโดยทันที

      เช้าวันที่สี่กองสอดแนมของหยวนก็รีบควบม้ากลับมารายงาน ถึงการเคลื่อนไหวของทัพทู่เจีย แม่ทัพชิงอู่ก็สั่งให้ทหารลั่นกลองศึกภายในค่ายโดยทันที เมื่อมีสัญญาณกลองเช่นนี้ดังขึ้น ทหารทุกนายต่างก็รีบวิ่งเข้าไปประจำที่ของตนเอง ตามที่เคยฝึกซ้อมเอาไว้โดยไม่ต้องรอคำสั่งใดๆอีก

      พลธนูที่ตอนนี้เพิ่มเป็นหมื่นนายก็รีบมาประจำจุดบนกำแพง แบ่งเป็นพลธนูธรรมดาห้าพัน พลธนูเขาสัตว์ห้าพันที่ใช้เวลาทำเกือบสี่เดือนถึงได้จำนวนเท่านี้มา พลธนูเขาสัตว์มีหน้าที่ยิงระยะหกร้อยก้าว ก็คือช่องว่างระยะสนามเพลาะชั้นในสุดกับชั้นกลาง มือธนูธรรมดายิงระยะร้อยถึงสองร้อยก้าว ด้วยความมั่นใจในระยะยิงที่ไกลของธนูเขาสัตว์ว่ามากกว่าธนูทั่วไปถึงห้าร้อยหกร้อยก้าว จึงได้ส่งกองทหารม้าและทหารม้าอาสา แบ่งเป็นสามกอง ห้าร้อยสอง หกร้อยหนึ่งก็คือทหารม้าอาสายกกำลังออกไปนอกกำแพงด่านห่างไปสิบลี้(5 กม.) ตามด้วยพลทหารราบที่ฝึกใช้กระบวนทัพเสวียนอู่จนช่ำชองอีกหนึ่งหมื่น นาย มีตั้งเต๋อชิงเป็นแม่ทัพคอยบัญชาการ ไปตั้งทัพรอหน้าสนามเพลาะชั้นนอก

      "ฮ่าๆ ท่านหัวหน้าจายาตู รู้รึเปล่าว่าใครเป็นทัพหน้าของวอเค่อข่านวันนี้"

      "เจ้าคิดจะเรียกข้าแบบนี้ไปอีกนานไหม อาเช่อปา"

      "อ้าวก็เจ้าเป็นหัวหน้ากอง ถ้าไม่เรียกแบบนี้จะให้เรียกแบบไหน จริงไหมหย่งเป่าฮิๆ"

      จายาตูผู้ถูกทุกคนแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากอง กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์เวลาถูกเรียกว่าหัวหน้า เพราะปกติจะคุ้นชินกับการเรียกชื่อจายาตูมากกว่า

      "ทุกครั้งเลยสิน๊า ทำไมชอบดึงข้าเข้าไปยุ่งด้วย อาเช่อปา"

      " ก่อนออกมาข้าได้ยินคุณหนูกับแม่ทัพชิงอู่คุยกันว่า ทัพหน้าวันนี้เป็นของเยบี้หลุน ช่างสมใจยิ่งนัก ตอนที่ข้าอยู่ในเผ่า ได้ยินมาว่ารบเก่งตั้งแต่อายุสิบแปดสิบเก้าปี ตอนนี้คงจะยี่สิบห้ายี่สิบหกปีได้แล้วมั้งแล้ว"

      "ฮ่าๆ เจ้าคงไม่หลอกข้าหรอกนะ อาเช่อปา ข้าอยากลองสู้กับมันมานานแล้ว เจ็บใจนักที่เผ่าของข้าเล็กกว่า แค่สิทธิ์ท้าประลองยังไม่มี"

      "เจ้าก็คิดแบบข้าจริงๆด้วย เหอะ! ใครดีใครได้ เรื่องแบบนี้ โอกาสใช่จะมีมาบ่อยๆ ข้าก็อยากพิสูจน์ดูเหมือนกันว่าจะเก่งสมคำร่ำลือหรือเปล่า"

      "นี่ พวกเจ้าสองคน อย่ามัวแต่อยากสู้จนลืมคำสั่งที่คุณหนูกำชับไปซะล่ะ"

      "เหมยฮวาสั่งไว้ไหนเลยข้าจะลืม ถึงอยากจะสู้ตัวต่อตัวแค่ไหน ข้าก็ไม่ทำให้รูปกระบวนเสียหรอกหย่งเป่า"

      "ใช่ๆ แต่ว่าพวกมันขี่ม้าหรือขี่เต่ามากันแน่ ถึงยังมาไม่ถึงซักที"

      สิ้นคำของอาเช่อปา ก็ทำให้ทั้งหมดต่างหัวเราะครืนออกมา ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของทั้งกองทหารม้าได้ทันที

-----------------------------------------------------------------------------

      "เรียนท่านเยบี้หลุน มีกองทหารม้าหยวนจำนวนราวพันกว่าคน ตั้งทัพรอห่างจากที่นี่หกลี้(3 กม.)ขอรับ"

      "ฮ่าๆ แค่พันกว่า ยังกล้ามาตั้งทัพรอ เหอะ ข้าจะไม่ให้พวกมันมาได้แต่กลับไม่ได้  เยบี้ข่าหลู่เจ้าจงนำทัพล่วงหน้าไปจัดการพวกมันซะ"

      "ขอรับท่านพี่"

      หลังจากทหารสอดแนมนำข่าวเรื่องกองทหารม้าหยวนมาตั้งทัพรอ เยบี้หลุน ก็สั่งให้น้องชายคือเยบี้ข่าหลู่นำกำลังที่อยู่ใต้บังคับบัญชาจำนวนหมื่นนาย รีบควบม้าไปยังจุดที่กองทัพทหารม้าหยวนอยู่ทันที

      พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนจนคนที่อยู่บนหลังม้ายังรู้สึกได้ ทัพม้านับหมื่นของเยบี้ขาหลู่ จากที่ได้ยินแต่เสียงของกีบเท้าม้ากระทบพื้นดิน ก็เริ่มมองเห็นเป็นจุดดำๆปรากฏขึ้นบนเนินทุ่งหญ้าทางทิศเหนือ ก่อนจะชัดเจนเข้ามาทุกทีๆ กองทหารม้าของหยวนทั้งหมดก็กำคันธนูที่อยู่ในมือแน่นขึ้นมาทันใด

      "เตรียมพร้อม!"

      เสียงตะโกนสั่งการที่มาจากแม่ทัพจางหลี่ฮุย ผู้คุมกองทหารม้าทั้งหมดก็ดังออกมา พอสิ้นคำสั่งเตรียมพร้อมทหารทุกนายต่างก็ยกคันธนูทำมุมสี่สิบห้าองศากับพื้นดินพร้อมลูกธนู  เสียงโห่ร้องของทหารม้าทู่เจียนับหมื่นดังใกล้เข้ามาทุกขณะ

      "ง้าง!"

      พอเข้าระยะสองลี้( 1 กม.)คำสั่งง้างก็ตามมา ทหารทุกนายตอนนี้แทบจะกลั้นหายใจ ทุกคนต่างง้างสายธนูจนคันธนูมีรูปร่างโค้งงอคล้ายดั่งพิญไล่ร่าของกรีกโบราณ พอเข้าระยะพันก้าว

    ***100 ก้าวราวๆ 80 เมตร ธนูเขาสัตว์ของมองโกลมีบันทึกไว้ว่ายิงได้ไกลถึง 560 เมตร.ถ้านับเป็นก้าวก็ราวๆ 700 ก้าว แต่ถ้าทำมุมยิงขึ้นฟ้าให้โค้งลงคงยิงได้ไกลถึง 700-800เมตรราวๆ 1000 ก้าวโดยการคิดอย่างหยาบๆ ถ้าเทียบกับธนูที่ใช้รบทั่วไปที่ยิงระยะหวังผลได้ราว 100 กว่าก้าวราวๆ 80เมตร นับว่าธนูเขาสัตว์ของมองโกลก็คือปืนไรเฟิลในสมัยนั้นดีๆนี้เอง***

      "ยิง!"

      'ควับๆๆๆ'

      พอสิ้นคำสั่งยิงลูกธนูจำนวนพันหกร้อยดอกก็พุ่งขึ้นฟ้า ก่อนจะมุดโค้งทำมุมตกลงมาใส่ทัพม้าทู่เจียที่ควบม้าเข้าหาพอดี เยบี้ข่าหลู่ที่นำทัพมาไม่ได้สั่งหยุด ถึงแม้จะมองเห็นว่าอีกฝ่ายง้างสายธนูไว้รอแล้ว ในใจเยบี้หลุนและเหล่าทหารคนอื่นๆได้แต่แสยะยิ้ม แต่ใครจะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะปล่อยธนูมาในระยะพันก้าว แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้สนใจยังควบม้าอย่างเต็มกำลังเท่าเดิม ก่อนจะได้ยินเสียงหวีดหวิวของลูกธนูที่ตัดอากาศตกลงมายังทัพของตน เท่านี้ทุกคนในทัพต่างก็หน้าซีดขึ้นมาทันที

      'หวี๊ดด'

      "อ๊ากก"

      'กร๊อบบ!'

      เสียงแผดร้องออกมาอย่างโหยหวนของคนที่ถูกปักด้วยลูกธนูที่หยวนยิงออกไป กองทหารม้าหลังจากปล่อยชุดแรกแล้วไม่ต้องรอคำสั่ง ต่างง้างสายยิงติดต่อกันไปอีกคนล่ะห้าชุด ด้วยที่ทัพเยบี้ข่าหลู่ที่ยกมาหมื่นคนยังควบมาเป็นขบวน คิดจะมากระจายกำลังโอบล้อมในภายหลังเมื่อเข้าสู่ระยะประชิดแล้วก็คือราวๆหนึ่งลี้ แต่กลับถูกห่าธนูยิงใส่ตั้งแต่เลยระยะสองลี้มาเพียงนิดเดียว

      กลายเป็นว่าตอนนี้ด้วยการควบม้าเต็มกำลังและแถวยาว พอด้านหน้าถูกยิงจนตกม้า ไม่ม้าก็ถูกยิง พอม้าบาดเจ็บก็ควบคุมไม่อยู่ ม้าบางตัวก็สะบัด บางตัวก็ล้มลง ทำให้ขบวนม้าที่ตามอีกนับพันล้มลงกันเป็นแถบๆ พวกที่หลบรอดจากขบวนม้าที่ล้มก็ถูกธนูที่ยิงในชุดที่สอง สาม จนครบห้าชุด

      เรื่องแบบนี้กล่าวไปจะมีใครเชื่อ ว่าทัพม้าพันกว่าคนจะใช้เพียงธนูจัดการกับทัพทู่เจียที่มีจำนวนนับหมื่นล้มหายไปเกินครึ่ง สภาพทัพม้าทู่เจียที่ตอนแรกควบมาอย่างหึกเหิมหวังขยี้ทัพจำนวนพันกว่าคนของหยวน กลับกลายเป็นทุลักทุเลยิ่งนัก

      "บุก!"

       "เฮ้ฮฮฮ!"

      คำสั่งจากแม่ทัพจางหลี่ฮุยพอเอ่ยว่าบุก ทหารม้าหยวนหนึ่งกอง ทหารม้าอาสาหนึ่งกอง แยกออกซ้ายขวา ตีวงโอบล้อม เจอเป้าหมายก็ยิงธนูเข้าใส่โดยทันที ส่วนกองทหารม้าที่มีแม่ทัพจางหลี่ฮุยอยู่ด้วยต่างก็เก็บธนูชักดาบโค้ง แล้วไสม้าเข้าหาพวกที่เล็ดรอดจากห่าธนู ด้วยระยะใกล้เกินไปการใช้ธนูอาจเสียรูปขบวนทัพ

      "กะ....เกิดอะไรขึ้น"

      "ข้าไม่รู้ขอรับท่านแม่ทัพ"

      "สะ..สิ่งนั้นคือธนูใช่ไหม เป็นไปไม่ได้ๆ"

      "ทะ..ท่านแม่ทัพหนีเถอะ พะ..พวกมันมาแล้ว"

      เยบี้ข่าหลู่และเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา ที่หลุดรอดจากห่าธนูมาได้ราวสองร้อยคน แต่ตามตัวก็มีลูกธนูปักอยู่เพียงแต่ไม่โดนจุดสำคัญ  สภาพจิตใจตอนนี้ถูกทำให้หวาดหวั่นยิ่งกว่าเจอภูตผีซะอีก เสียงลูกน้องคนสนิทร้องเตือน แต่เยบี้ข่าหลู่หูกลับไม่ได้ยินสิ่งใดเสียแล้ว จากที่เคยมั่นใจสุดขีดกลับกลายเป็นเสียขวัญสุดกู่

      "ท่านแม่ทัพ! ย๊ากก"

      'เคร้ง! แคร่กก ฉับ!'

     'ตุ๊บ'

      ทหารคนสนิทเห็นฝ่ายตรงข้ามเงื้อมดาบจะฟันเข้าใส่เยบี้ข่าหลู่ ก็ร้องตะโกนเตือน ก่อนจะใช้ดาบฟันปะทะเพื่อหยุดดาบรูปร่างประหลาดของอีกฝ่าย พอกระทบกลับกลายเป็นว่าความโค้งของดาบทำให้คมดาบของอีกฝ่ายครูดกับคมดาบของตนจนหลุดไปฟันเข้าที่คอของเยบี้ข่าหลู่ขาดกระเด็นตกลงพื้น โดยไม่ทันส่งเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดอะไรออกมาได้เลย ส่วนตนเองที่ฟาดดาบเข้าใส่อย่างเต็มแรงก็เสียหลักตกลงจากหลังม้าแล้วก็ถูกม้าเหยียบในทันที

      "อ๊ากก"

      "ฆ่าพวกมันให้หมด"

      "เฮ้ฮฮฮ"

      ทหารทู่เจียด้านหน้าสองร้อยนาย ถูกทหารม้าหยวนห้าร้อยนายใช้ดาบโค้งเข้ามาสังหารเป็นว่าเล่น เพราะนอกเหนือจากอาการตื่นตระหนก แล้วยังความคุ้นชินที่เคยแต่ปะทะกับดาบใบตรงทำให้กะระยะกันผิดพลาดไปจนหมด มองดูคล้ายกับฝ่ายทู่เจียพอประดาบก็โน้มตัวเสนอร่างกายไปให้ทหารหยวนเอาดาบฟันเล่นซะอย่างนั้น

      ส่วนอีกสองกองที่แยกซ้ายขวา ก็ไล่ยิงพรมลูกธนูเข้าใส่กลุ่มที่เพียงแค่ม้าล้มลงกองกับทุ่งหญ้า อย่างเมามันส์ ด้วยที่ยิงมาจากทั้งสองด้านจึงทำให้ไม่มีทางหลบพ้น บางคนที่ไม่โดนยิง ก็รีบลุกแล้วพยายามจะวิ่งหนีให้ไกลที่สุด พอคิดว่าพ้นจึงผ่อนฝีเท้า

      "แฮ่กๆ ในที่สุดขะ...."

      'ฉึก'

      "อ่อก"

      "ดะ...ได้โปรด อย่าฆ่าข้า...อ่อก"

      จากผู้คิดที่จะล่า เพียงพริบตากลายเป็นผู้ถูกล่า ความรู้สึกนี้ผู้ใดไหนเลยจะทานทนไหว ตื่นตระหนก เสียขวัญและหมดกำลังใจ บางคนถึงกับแข้งขาอ่อน บางคนถึงกับนั่งอยู่บนม้านิ่งๆทำอะไรไม่ถูก เพราะทหารทู่เจียรบด้วยสัญชาตญาณ ระบบกองทัพแทบไม่ได้ฝึก แล้วทุกครั้งที่รบก็อาศัยความดุดันและเหี้ยมโหดเข้าข่มฝ่ายข้าศึก พอตกเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ จึงมีสภาพไม่ต่างจากเด็กอมมือ ที่รอผู้ใหญ่เข้ามาเชือดเพียงอย่างเดียว สุดท้ายทัพหนึ่งหมื่นถูกสังหารไปเกือบหมด เหลือพวกรั้งท้ายที่หนีรอดไปได้ไม่ถึงพัน แต่จำนวนที่ถูกธนูสังหารจริงๆมีไม่เกินสี่พันนาย ส่วนมากถูกม้าล้มทับ ไม่ก็ม้าที่ตามหลังมาเหยียบตายซะเป็นส่วนใหญ่

      "เฮ้ฮฮฮ"

      เสียงโห่ร้องด้วยความหึกเฮิมของเหล่าทหารม้า ก่อนจะมีเสียงโห่ร้องตอบกลับดังมาจากด้านหลังห่างออกไปสี่ลี้ ที่ได้รับข่าวเรื่องชัยชนะของทัพม้าเพียงพันกว่าคน ที่สามารถสยบทัพนับหมื่นลงได้โดยไม่มีใครล้มตาย สิ่งนี้เป็นยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ซะอีก ทหารทุกนายของหยวนตอนนี้ หลังจากได้ทราบข่าวกำลังใจเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด ความหวั่นเกรงทู่เจียไม่มีหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

     "ถอยทัพ!"

      จางหลี่ฮุ่ยตะโกนสั่งการ ทหารสื่อสารก็เป่าหวูดเป็นสัญญาณถอยทัพ กองทหารม้าทั้งหนึ่งพันหกร้อยนายก็รีบกลับมาเข้ากระบวน ก่อนจะถอยร่น ไปตั้งทัพห่างจุดเดิมสองลี้ ทุกคนต่างถูกกำชับไม่ให้สนใจสิ่งของที่ข้าศึกทิ้งไว้  มิเช่นนั้นถ้ามัวแต่เสียเวลาไล่เก็บสิ่งของอาจถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวได้

      แผนการเริ่มต้นก็คือยิงธนูจัดการข้าศึกแล้วล่อหลอกให้ไล่ตามโดยแยกเป็นสามกอง แล้วให้วกอ้อมไปจู่โจมด้านหลังของกองทหารที่ไล่ตามของอีกฝ่าย ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ล่อหลอกจนมาถึงทัพทหารราบหนึ่งหมื่นนาย ที่เตรียมไว้ แต่แผนนี้ถูกใช้แค่เพียงยิงธนูใส่ฝ่ายข้าศึกก็แตกพ่ายไปแล้ว

      รูปแบบการศึกนี้ก็คือสิ่งที่เหมยฮวาจำมาจากการใช้กองทัพม้าของเจงกีสข่านในภพก่อน ที่พิชิตไปครึ่งโลกเพียงแต่ดัดแปลงไปบ้างเพราะทหารม้าหยวนมีข้อจำกัดด้านการขับขี่ม้า ใช้ระยะยิงของธนูที่มีความได้เปรียบอย่างมหาศาล ยิงๆถอยๆ ซึ่งชาวมองโกลขับขี่ม้าเก่งอยู่แล้ว ต่อให้กลับหลังขี่ม้าแล้วยิงธนูใส่คนที่ตามมา ก็ยังควบคุมม้าได้อย่างสบาย พอข้าศึกเข้ามาจวนตัวก็ขี่ม้าหนี ก่อนจะมีอีกกองมาไล่ยิงตามหลัง ค่อยๆเก็บลดจำนวนข้าศึกไปเรื่อยๆ จนมั่นใจว่าชนะแน่จึงทุ่มกำลังเข้าไปเผด็จศึก

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ห่างออกไปสี่ลี้จากจุดที่เยบี้ข่าหลู่ถูกสังหาร ทัพหน้าจำนวนสองหมื่นของเยบี้หลุน ค่อยเดินทัพด้วยความเร็วปกติ ด้านหลังมีทัพม้าพลธนูห้าพันของนาหลันนาเยี่ย ห่างออกไปลี้กว่าเป็นทัพที่เตรียมไว้รื้อทำลายสิ่งกีดขวางและบุกกำแพงเมืองจำนวนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันของซาฮานู จู่ๆก็มีม้าเร็วของพลสื่อสารควบม้าหาเยบี้หลุน อย่างเร่งร้อน พอเห็นดังนั้นจะยกมือให้สัญญาณให้หยุดม้า

      "เรียนท่านเยบี้หลุน ตอนนี้ทัพของเยบี้ข่าหลู่แตกพ่ายไปแล้วขอรับ"

      "เจ้าว่าอะไรนะ! ไหนว่าทัพพวกหยวนมีแค่เพียงพันกว่า หรือพวกมันมีกำลังมาเสริมทัพหนึ่งหมื่นของน้องข้าถึงได้แตกพ่าย"

      พอได้ฟังรายงาน แทบจะไม่เชื่อหูตัวเองว่าทัพของน้องชายจะพ่ายแพ้ไปซะแล้ว ก่อนที่ส่งเสียงตะโกนถามทั้งๆที่อยู่ใกล้กันเพียงนิดเดียว ส่วนพลสื่อสารก็ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว เพราะนอกจากรายงานข้างต้นแล้วยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ยังไม่กล้าบอก พอถูกถามด้วยเสียงอันดังของเยบี้หลุนก็รีบกระโดดลงจากหลังม้าเพื่อให้ออกห่างจากเยบี้หลุน เท่าที่จะเป็นได้แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งก่อนตอบคำถาม

      "เรียนท่านเยบี้หลุน ทหารม้าหยวนไม่มีกำลังมาเสริมขอรับ พวกมันใช้ธนูยิงระยะไกลกว่าพันก้าวยิงใส่ทัพของท่านเยบี้ข่าหลู่ แล้วก็...."

      "พันก้าว เจ้าบ้าแล้วหรืออย่างไรมีธนูที่ไหนจะยิงได้ไกลถึงพันก้าว แล้วก็อะไรอีกรีบพูดออกมา"

      "ท่านเยบี้ข่าหลู่ถูกสังหารไปแล้วขอรับ ท่านเยบี้หลุน"

      "อะไรนะ! ไม่มีทาง ข้าไม่เชื่อ น้องชายข้าต้องยังไม่ตาย ทหารจับเจ้าคนปากพล่อยนี้ไปฆ่าทิ้งซะ"

      "ขอรับท่านเยบี้หลุน"

      "มะๆๆ..ไม่....ท่านเยบี้หลุน ข้าไม่ได้โกหก ขอท่านได้โปรดเมตตาข้าน้อยด้วย"

      "ฆ่ามันเดี๋ยวนี้"

      "อย่า!ข้าน้อยขอร้องท่าน"

      'ฉับ'

      "อั่ก"

      เยบี้หลุนตัวนี้โมโหจนหน้ามืด ไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น ทหารพลสื่อสารที่ดวงซวยต้องมารายงานเรื่องนี้กล่าวขอร้อง ก็ไม่สนใจสั่งให้ทหารคนสนิทลงดาบกับพลทหารสื่อสารที่กล่าววาจาพล่อยๆนี้ในทันที หลังจากหาที่ระบายอารมณ์ได้บ้างแล้วแต่ก็ยังไม่หมดไป

      "กองกำลังทั้งหมดจงฟัง เร่งฝีเท้าม้าเต็มที่"

       เยบี้หลุนสั่งการให้ทัพสองหมื่นเร่งฝีเท้าม้า เพื่อไปให้ถึงจุดที่เกิดการปะทะกันในทันที ส่วนทัพของนาหลันนาเยี่ย ที่ไม่ทราบเรื่องพอเห็นทัพหน้าเร่งฝีเท้าม้า ก็รีบตามโดยทันใด  แต่ทัพหลังซาฮานูเพราะต้องขนบันไดยาวและเครื่องกระทุ้งต่อให้อยากเร่งตามเพียงไรก็ยิ่งถูกทิ้งห่างไปทุกที

      ช่วงเวลาไม่ถึงสามเค่อ(45นาที) ทัพทั้งหมดก็มาถึง มองไปเห็นแต่ซากคนซากม้านอนระเกะระกะเต็มไปหมด เยบี้หลุนสอดส่ายสายตามองหาน้องชายเยบี้ข่าหลู่ ก่อนจะไปเจอศพที่ไร้หัวแต่งตัวด้วยชุดแบบเดียวกับเยบี้ข่าหลู่นอนตายอยู่ข้างหน้าสุด

      "น้องข้าๆ เจ้าทำไมถึงได้จากข้าไปเช่นนี้ น้องข้า!"

      "ท่านเยบี้หลุนโปรดสงบสติอารมณ์ด้วยขอรับ มิเช่นนั้นอาจจะกระทบถึงกองทัพได้"

      "สงบสติอารมณ์อย่างนั้นรึ"

      'เช้งง...ฉับ!'

      "อ๊าก"

      เยบี้หลุนที่รีบลงจากม้าแล้วไปกอดศพของน้องชาย พอได้ยินเสียงทหารคนสนิทร้องเตือนจึงบันดาลโทสะที่อัดอั้น ชักดาบมาสังหารนายทหารคนสนิทในทันที

      "พวกเจ้าทั้งหมด ตามข้าไปล้างแค้นให้กับเยบี้ข่าหลู่น้องข้าเดี๋ยวนี้"

      ด้วยความโมโหและเสียใจที่น้องชายเยบี้ข่าหลุนถูกสังหาร หลังจากให้คนนำร่างน้องชายกลับไปก็สั่งเดินทัพสองหมื่นเต็มกำลังโดยทันที ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็มองเห็นทัพม้าที่ว่านั้น

      "บุกเข้าไป! ใครฆ่าพวกมันได้ข้าจะให้หัวล่ะหนึ่งตำลึงทอง"

      "เฮ้ฮฮฮฮ!"

      รางวัลตำลึงทองต่อหัวช่างยั่วยวนใจยิ่งนัก เสียงโห่ร้องดังกระหึ่ม ซึ่งแตกต่างจากทัพทหารม้าของหยวนที่เงียบสงบ เพียงยกคันธนูขึ้นเช่นเดิม แต่คราวนี้แตกต่างกว่า ด้วยทั้งจำนวนมากถึงสองหมื่นจึงกินพื้นที่กว้างมาก ทหารม้าจึงแยกออกเป็นสามกองเพื่อยิ่ง ซ้ายขวาและตรงกลาง

      "ยิง!"

      'ควับๆๆๆ'

      "อ๊ากกก"

      "บุกเข้าไป!"

      ถึงแม้จะถูกยิงด้วยธนูแต่เยบี้หลุน กลับไม่สนใจยังออกคำสั่งให้เดินหน้าห้ามหยุดม้า เสียงแผดร้องอย่างเจ็บปวดดังมาไม่ขาดระยะ แต่ดูเหมือนทัพของเยบี้หลุนไม่ได้สนใจยังควบม้าเข้ามาใกล้ทุกทีๆ ทหารม้าหยวนยิงไปอีกสามชุดก่อนหันหัวม้า แยกย้ายกันหลบหนี ซ้ายขวา มีเพียงกองของจางหลี่ฮุยควบม้าไปตรงๆ กลับไปหา กองทหารราบที่ตั้งกระบวนทัพเสวียนอู่รออยู่

      "ฮ่าๆ จายาตู เห็นหน้าเจ้าเยบี้หลุน หรือไม่ ช่างถูกใจข้ายิ่งนัก"

      "เจ้าอย่ามัวแต่พูด ยิงให้มันดีๆหน่อย"

      อาเช่อปาขนาดถูกทัพม้าทู่เจียที่แยกตัวตามมามากกว่าสองสามพันยังยิ้มร่า พูดจาหยอกล้อกับจายาตู ส่วนมือก็ง้างยิงไม่หยุด

      " วกม้าๆอ้อมไปท้ายขบวนมัน จายาตู"

      หย่งเป่าร้องบอกกับจายาตูให้ขี่ม้าตีเป็นวง พอทำเช่นนี้กลายเป็นว่าทหารม้าทู่เจียถูกยิงจากด้านข้างของตน ส่วนธนูที่พกมาก็ยิงไม่ถึงอีกฝ่าย หลายคนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าจะไล่ฆ่าพวกหยวนได้ เพราะยิ่งไล่ตามก็ยิ่งถูกยิงร่วงไปทีละหลายๆคน  

      ส่วนเยบี้หลุนที่นำทัพที่มีมากกว่าหมื่นคน ก็ตามกองทหารม้าของจางหลี่ฮุย ที่คอยยิงใส่ไม่ขาดระยะ ล่อหลอกให้ตามไปทางทหารราบที่เตรียมไว้

      "ตั้งเต๋อชิง!"

      "เข้ามา! เตรียมตัวปะทะ"

      จางหลี่ฮุยร้องตะโกนบอก ตั้งเต๋อชิงพอได้ยินแล้วก็ตะโกนร้องสั่งให้ทหารทุกนายที่ตั้งกระบวนทัพเสวียนอู่กลุ่มล่ะห้าสิบนายเตรียมการปะทะทันที ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะมั่นใจในกำลังแขนของเหล่าทหารที่มีมากจนทนแรงปะทะจากม้าได้ แต่เป็นความมั่นใจในท่อนไม้ที่เตรียมมาค้ำโล่ ทหาร ด้านที่จะปะทะจำนวนยี่สิบนายเพียงแค่จับโล่ให้มั่นไล่ระดับสี่ชั้นสูงราวเก้าเซี๊ยะทำมุมเอียงไปด้านหลังเพื่อจะได้กระจายแรงปะทะให้มากที่สุด ซึ่งไม้ที่ค้ำโล่มีปลายแหลมเวลาปะทะจะได้ปักลง พื้นดินช่วยรับอีกแรง

      "เฮ้ฮฮฮฮฮ"

      'ปึ๊ง'

      "อ๊าออ"

      พอปะทะเสร็จพวกที่ตามหลังมาก็ปะทะกับม้าที่อยู่ด้านหน้า กลายเป็นกำแพงให้ทัพหยวนได้อีกชั้น ถึงแม้บางกลุ่มจะแตก แต่ในภาพรวมยังถือว่าทัพหยวนยังได้เปรียบ  

      "เกิดอะไรขึ้น พวกด้านหน้าทำไมถึงล้มลง"

      "มีกองทหารหยวนถือโล่เข้ามาปะทะขอรับ ท่านเยบี้หลุน"

      "เป็นไปได้อย่างไร คนที่ไหนจะมีแรงพอปะทะกับม้าได้"

      เยบี้หลุนตอนนี้รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้ด้วยความโกรธจึงสั่งการโดยไม่คิด หลังจากเห็นทหารม้าด้านหน้าที่ปะทะกับทหารราบแล้วล้มลง ก็เหมือนถูกน้ำเย็นราดรดหัว รู้สึกตัวขึ้นมา สมองก็คิดอย่างฉับไวถึงธนูที่ยิงได้ไกลเป็นพันก้าว แล้วไหนจะกองโล่ที่แยกเป็นกลุ่มอีก พอคิดทบทวนเช่นนี้เสร็จ ความหวาดกลัวก็เข้ามาแทนที่โดนทันที

      "เดินหน้า!"

     "เฮ้ฮฮ..."

      'ตุ๊บ'

      ตั้งเต๋อชิงพอเห็นทัพม้าทอดตัวล้มมากพอแล้วก็สั่งการให้ กระบวนทัพเสวียนอู่เดินหน้าไปทีละก้าวๆโดยตั้งใจกระทืบเท้าลงไปที่พื้นจนเกิดเสียงดังพร้อมๆกัน ซึ่งสิ่งนี้จะมีผลต่อสภาพจิตใจของฝ่ายตรงข้ามพอสมควร ถ้าอยู่ในสภาวะความตึงเครียดเช่นนี้ตามที่เหมยฮวาเคยบอกไว้ มือหอกที่มีสิบคนต่อกลุ่มก็ริ่มทิ่มแทงหอกสังหารพวกทู่เจียและม้าที่นอนอยู่ เหยียบย่ำซากศพทั้งคนและม้ารุกคืบไปเรื่อยๆ ทุกๆเสียงของฝีเท้าที่ กระหน่ำลงพื้นลงดินต่างข่มขวัญพวกทู่เจียที่เหลือดั่งเสียงก้าวเท้าของพญามัจจุราชที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะจิต

      "ข้าไม่กลัวพวกเจ้าหรอก ย๊าก!"

      'โป๊ง'

      ทหารทู่เจียบางคนก็ฮึดสู้ควบม้าเข้ามาที่กลุ่มโล่แต่ก็เพียงเท่านั้น นอกจากฟันถูกโล่ที่ยกขึ้นกันจนแทบไม่มีช่องว่างก็ไม่มีอะไรอีก ถูกทหารที่ถือหอกแทงสวนออกมาจนตาย

      ทหารราบหยวนนั้นสูญเสียไปราวหลักร้อยนาย บาดเจ็บอีกกว่าพัน แต่ทหารม้าทู่เจียหนักยิ่งกว่า เพียงถูกทหารม้าหยวนยิงถล่มก็ตายเกินสองพัน รวมกับที่บาดเจ็บอีกเกือบสามพันกว่าคน ยังไม่รวมกับที่เพิ่งปะทะกับทหารราบที่จัดทัพแปลกๆนี้อีกจำนวนหลายพัน ถ้าเยบี้หลุนยังไม่รู้ตัวว่าพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงก็ต้องบอกว่าโง่เง่าดักดานยิ่งนัก

      "ถอย!ทุกคนถอยเดี๋ยวนี้"

      เสียงตะโกนสั่งการให้ถอยทัพของเยบี้หลุนตั้งขึ้นมาทันที แต่ทว่าสายไปเสียแล้ว เพราะทัพม้าที่แยกตัวออกไปไล่ล่าทหารม้าสองกองของทัพหยวนหลายพันนาย ถูกพาวิ่งตีวงอ้อมเป็นวงกลมดั่งแมวไล่จับหนู ตอนแรกยังไล่ตามแต่พอฝ่ายตัวเองถูกยิงตายเพิ่มขึ้นทุกทีๆ ก็เริ่มถอดใจเพราะพวกด้านหน้าและด้านข้างถูกยิงร่วงตกจากม้าตลอดเวลา เริ่มพากันหนีสุดท้ายหายไปกันหมด

      'ฉึกๆๆๆๆ'

      "อ๊าก"

      "ท่านเยบี้หลุนหนีไป อ่อก!..."

      ตอนนี้ทัพทู่เจียเหลือราวห้าพันนาย ถูกโอบล้อมด้วยทหารราบด้านหน้าที่เริ่มกระจายโอบด้านซ้านขวา ส่วนด้านหลังทหารม้าของหยวนก็ยิงห่าลูกธนูเข้าใส่ไม่มีหยุด จะควบม้าหนีก็ลำบากแล้วตอนนี้ เพราะซากศพของคนและม้าอยู่ล้อมรอบทัพทู่เจียที่เหลือเป็นที่เรียบร้อย

      "แน่จริงมาสู้กันอย่างนักรบซิ เจ้าพวกขี้ขลาดหลบอยู่แต่ในกระดอง"

      เยบี้หลุนพอรู้ว่าหมดหนทางรอดก็ตะโกนของมากลางกองทัพทันที ตอนนี้หลงเหลือคนราวสองพันที่ถูกโอบล้อมบีบให้รวมกลุ่มโดนมีเยบี้หลุนอยู่ตรงกลาง

      "ใครยิงถูกเจ้าคนที่ตะโกนขึ้นมาเมื่อซักครู่นี้ได้ เป็นผู้ชนะ"

      "ฮ่าๆ หย่งเป่า เจ้าก็อยากประลองด้วยหรือไร เอาสิ ระยะหกร้อยกว่าก้าว ข้าว่าข้าไม่พลาดแน่"

      "ดี ข้าเอาด้วย"

      จู่ๆหย่งเป่าคิดอย่างไรก็ไม่รู้ ปกติไม่ค่อยพูดจา วันนี้ถึงกับกล่าวท้าแข่งกับคนในกองทหารม้าอาสาขึ้นมา อาเช่อปาชอบอยู่แล้วเรื่องแบบนี้ ก่อนที่คนทั้งกองอาสาต่างก็ร้องขอลงแข่ง จายาตูถึงกับส่ายหน้า สงสัยจะติดเชื้อบ้าของอาเช่อปาไปแล้วจริงๆ แต่ตัวเองก็ยกธนูเข้าร่วมแข่งด้วย

      'ควับๆๆๆ'

      "แน่จริง พวกจะ..."

      'ฉึกๆๆๆๆ'

      "อั่ก"

      เยบี้หลุนเพราะความหุนหันพลันแล่นที่สูญเสียน้องชายเยบี้ข่าหลู่ไปแท้ๆ ถึงได้ประสบกับความพ่ายแพ้เพียงนี้ ขณะจะตะโกนด่าพวกหยวนต่อ ทว่า เป้านิ่งของธนูนับหกร้อยคันอย่างเยบี้หลุน ย่อมรอดจากความตายได้ยากยิ่งนัก ทั้งตนและคนข้างๆบนร่างมีลูกธนูปักเต็มไปหมดไม่ต่างจากตัวเหม่นเลยซักนิด พอเห็นเยบี้หลุนตาย ทหารทู่เจียที่เหลือก็โยนดาบลงพื้นขอยอมแพ้ในทันที

      เสียงควบม้าดังเข้ามาใกล้หน้าสนามเพลาะทุกทีๆ เป็นเสียงทัพม้าพลธนูของนาหลันนาเยี่ยที่มีจำนวนห้าพันนายนั่นเองที่ตามมา แต่ที่ไม่ได้มาพร้อมกับทัพของเยบี้หลุนเพราะทิ้งห่างจากทัพหลังของซาฮานู นาหลันนาเยี่ยจึงได้หยุดรอ แต่กลับเป็นว่าซาฮานูควบม้ามากลับทหารคนสนิท ล่วงหน้ามาก่อนทัพหลัง ทั้งหมดเห็นทหารทู่เจียบางส่วนหนีสวนกลับมา แต่ไม่อาจเข้าไปรั้งตัวสอบถามได้ แต่จากที่เห็นทัพของเยบี้หลุนคงเกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้ว จึงได้พากันควบม้าเต็มฝีเท้า เพื่อตามมาช่วยเหลือ

      สิ่งที่เจอสภาพไม่ต่างจากทัพของเยบี้ข่าหลู่เลยซักนิด เสียหายยับเยิน แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจก็คือภาพสุดท้ายของเยบี้หลุนที่ถูกยิงด้วยธนูจากระยะหกร้อยก้าวในแนวระนาบ ทุกคนต่างก็อ้าปากค้างในสิ่งที่พบเห็นและตกตะลึงชะงักงัน กว่าจะรู้สึกตัวก็ถูกพบเห็นด้วยทหารของหยวนไปแล้ว

      ทหารทู่เจียห้าพันกว่านายรวมทั้งเหล่าผู้นำทัพ ต่างตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับตัวเพราะถูกอานุภาพของธนูของอีกฝ่ายสะกดนิ่ง นอกจากเสียงร้องโหยหวนที่มาจากความเจ็บปวดของเหล่าทหารที่บาดเจ็บทั้งสองฝ่ายดังออกมาแผ่วๆเพราะส่งเสียงร้องมาก่อนหน้านี้นานแล้ว ตอนนี้จึงอ่อนระโหยโรยแรงสุ่มเสียงแหบแห้งจนแทบไม่มีเสียงร้องดังออกมา และเสียงสายลมพัด เสียงทุกอย่างแทบไม่มี ด้วยที่ทัพหยวนได้ยินเสียงม้าควบเข้ามาใกล้ก็ชะงักเสียงโห่ร้อง เตรียมการตั้งรับ ทู่เจียก็นิ่งเพราะตกตะลึง

      "เห้ย! พวกจะ...."

      'ฮี้ฮฮฮ'

      "อ่า"

       'ตุ๊บ'

       "แอ่ก"

       'กร๊อบบ'

       "อั่ก"

      "ซาฮานู!"

      ระหว่างที่ทุกคนต่างเงียบเสียง จู่ๆอาเช่อปาก็ทนไม่ไหว จึงร้องตะโกนเต็มเสียง เพื่อจะถามอีกฝ่ายว่าจะเอาเช่นไร แต่กลับกลายเป็นว่า ทำให้ม้าตกใจกันทั้งสองฝ่าย แต่คนโชคร้ายกลับเป็นซาฮานู ที่คว้าบังเหียนม้าเอาไว้ไม่ทัน ถูกม้าสะบัดตกลงมา ม้าตัวอื่นที่ตกใจข้างๆเอาเท้าลงพอดีจึงเหยียบตายในทันที

      "ฮ่าๆ"

      ฝ่ายหยวนพอเห็นดังนั้นต่างก็หัวเราะ โห่ร้องขึ้นมาทันใด

      "เตรียมยิง!"

      "ง้าง!"

      "ถอยยย!"

      "ยิง!"

      'ควับๆๆ'

      จางหลี่ฮุยตะโกนสั่งมือธนู นาหลันนาเยี่ยเห็นดังนั้นจึงสั่งถอยหันหัวม้าถอยทัพทันที ทิ้งเสียงร้องของทหารที่ถูกยิงไว้ข้างหลังโดยไม่เหลียวหันกลับมามองอีกเลย ตัวนาหลันนาเยี่ยก็เกือบถูกยิงโดน แต่ทหารคนสนิทรีบกระโดดมาขึ้นม้าเอาตัวบังไว้ให้จึงรอดตายอย่างหวุดหวิด

     ส่วนอาเช่อปานั้นพอกลับเข้าไปในด่าน ก็กลายเป็นที่นับถือของทุกๆคนมากกว่าเดิม ด้วยเพียงแค่ส่งเสียงร้องก็ทำให้ม้าตกใจจนสะบัดคนขี่ตกแล้วก็ถูกม้าเหยียบเลือดกระอักออกเต็มปากตาย ร่ำลือ กันไปๆมาๆ กลายเป็นเหลือแค่ร้องตะโกนข้าศึกก็กระอักเลือดตายแล้ว

 

 

ปล.ลงให้ก่อนเดี๋ยวค่อยแก้ ส่วนมุขช่วงหลังนี้ก็ไม่เชิงเป็นมุขหรอกนะ พอดีนึกถึงเตียวหุยหรือเปล่าไม่แน่ใจในเรื่องสามก๊ก ที่เพียงแค่ตะโกนก็มีแม่ทัพของอีกฝ่ายตกใจจนกระอักเลือดตาย เคยอ่านเจอในเวปแล้วมีการวิเคาะห์กันแต่จำไม่ได้แล้วว่าจากที่ไหน สาเหตุก็คงเป็นแบบที่เขียน ก่อนที่จะถูกลือกันจนตัดทอนใจความสำคัญไปจนหมด แต่เพื่อเพิ่มความน่าเกรงขามก็เลยไม่มีการมาแก้ไขในภายหลังล่ะมั้ง ฮิฮิ

     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #1878 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 12:18
    เสียงช่างมีอานุภาพร้ายแรง 5555555 พี่แกดันตะโกนตินที่คนอื่นเขากำลังกดดัน บรรยากาศเงียบ ๆ คนอื่นก็ตกใจอ่ะดิ
    #1878
    0
  2. #1507 hkjj (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 21:34
    มันมาก อัพเร็วๆน่าาาา
    #1507
    0
  3. #777 MeMie (@pm4319371) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 00:08
    อาปาเช่ นี่ คาแลตเตอร์ เตี่ยวฮุ่ยในเรื่องสามก๊กเลยอ่ะ 5555
    #777
    0
  4. #720 เมมฟิส (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 10:23
    สนุกมากมาย รับอัพไวๆน่ะ สู้ๆ
    #720
    0
  5. #540 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 15:30
    สนุกค่ะ
    #540
    0
  6. #532 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 10:14
    ทัพใหญ่ของวอเค่อข่านล่ะ
    #532
    0
  7. #529 ณัฏฐ์ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 07:42
    มาได้แล้วคะ สมาชิกรออยู่
    #529
    0
  8. #524 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 21:07
    ตอนนี้สนุกมาก มีมุขฮาๆด้วย
    #524
    0
  9. #516 วิหคจันทรา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 17:31
    อ่านแล้วเห็นภาพตามเลยค่ะ บรรยายได้ดีมากๆ
    #516
    0
  10. #514 555 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 16:52
    ต่อเร็วๆนะครับกำลังสนุก
    #514
    0
  11. #512 shinosako (@fonzazand119) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 12:43
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ 

    ตอนนี้อ่านไปขนรุกไปสองสามรอบ ฮ่าๆๆ อ่านเพลินมาก ๆ 

    รอตอนต่อไปนะคะ  สู้ ๆ 
    #512
    0
  12. #508 แพร่พิไล (@herojo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 08:58
    555+มันๆๆๆ
    #508
    0
  13. #506 cup (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 08:34
    โห แน่มาก
    #506
    0
  14. #504 Bereryl (@alarmerys) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 06:33
    แบบนี้หยวนสบายเลย เดิมที่มีปัญหาหนักๆก็เรื่องขาดเหล็ก

    มาเจอทัพเป็นหมื่นเอาอาวุธชุดเกราะมาประเคนให้ถึงที่


    #504
    0
  15. #501 Haruse (@g-i-o-t-t-o) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 01:21
    สนุกอ่ะ
    #501
    0
  16. #500 An-amethyst (@annlovehenrylau) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 01:13
    สนุกมาก อ่านทุกตัวอักษร เป็นกำลังใจให้นะคะ ดูแลตัวเองด้วย
    #500
    0
  17. #499 beoulve (@sarayuto) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 01:10
    สนุกมากจ้า อ่านเพลินเลย
    #499
    0
  18. #498 fuukifuun (@puidan) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 00:54
    สนุกมาก รออ่านต่อจ้า
    #498
    0
  19. #497 p-o-t-e (@p-o-t-e) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 00:37
    รอ รอ รอ สนุกมากๆ มาต่ออีกเร็วๆนะ
    #497
    0
  20. #496 Treerainbow (@treerainbow) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 00:36
    สนุกจ้า อาเช่อเปากลายเป็นเก่งเมพไปแล้ว....
    รอตอนต่อไปจ้า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 พฤษภาคม 2557 / 00:37
    #496
    0
  21. #495 ~Nu'Bee~ (@babybebee) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 23:56
    รอรอรอ กำลังหนุกเลย
    #495
    0
  22. #494 หมาป่าในคืนเหงา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 23:55
    ==;กะอักเลือดเป็นของจิวยี่แต่นั้นโดนแผนขงเบ้ง เตียวหุยตะโกนได้แค่ไล่ข้าซึกในสะพานข้ามแม่น้ำ กับโจโฉครับ
    #494
    0
  23. #493 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 23:36
    ยุทธวิธีนี้ใช้ได้แค่ไม่นาน หากอึกฝ่ายแก้ได้ก็หมดสิทธิรอด
    #493
    0
  24. #492 gie (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 23:30
    สุดยอดดดดดดดดดดดดดด
    #492
    0
  25. #491 รื่นจ้า (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 23:28
    ตาม ๆ
    #491
    0