ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,697 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    371

    Overall
    159,697

ตอนที่ 3 : นรกล่ะ...(หรือจะเถียงว่าไม่ใช่)(แก้ไข)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    1 ต.ค. 57

     

      นรกล่ะ.....(หรือจะเถียงว่านี้ไม่ใช่นรก)

      "ยัยนิดๆ!..เกิดอะไรขึ้น!." เสียงพูดที่ร้อนรนของคุณทิพย์ดังขึ้น หลังจากสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรีดร้องของลูกสาว

      "ยัยนิด.. อยู่ไหนลูก..." มาถึงก็เปิดไฟใช้สายตาคว้านมองหาลูกสาว ซึ่งปกติจะต้องเห็นอยู่บนเตียงนอนแต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า

      "ลูกอยู่ไหน!" ตอนนี้ใจของคุณทิพย์ชักเริ่มหวิว ทั้งอารามตกใจ เมื่อไม่เห็นลูกสาวบนเตียง ก็เริ่มร้อนรนจนละเลยที่จะสังเกตุดูห้องน้ำดีๆ ว่ามีแสงไฟลอดออกมา  ก่อนจะหันไปดูอีกห้องที่ถูกใช้เป็นห้องทำงานและเรียนของลูกสาว

      "ยะ..ยัยนิด!.ตะ..ตอบแม่ซิลูก..ลูกอยู่ไหน!"

      กว่าจะมองหาจนทั่วทุกซอกทุกมุมก็ใช้เวลามากกว่าชั่วอึดใจหนึ่ง ด้วยความที่ห้องนี้ทำใหญ่กว่าห้องปกติถึงสามเท่า เพื่อเก็บหนังสือและเอกสารจำนวนมากมายให้กับลูกสาว

      "ไม่มี! หรือว่าจะเป็นห้องน้ำ"

      "ยัยนิด ลูกอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่าลูก"

      สุดท้ายค่อยนึกถึงห้องน้ำ พอเอื้อมมือจับที่ลูกบิดประตูแล้วออกแรงดึง ก็มองเห็นรถเข็นของลูก สาว

      "ยัยนิด......"คุณทิพย์รีบพุ่งตัวไปหาร่างลูกสาวที่หัวทิ่มจิ้มลงในโถชักโครก     

      "ใครก็ได้! ช่วยที.....ช่วยด้วย...ยัยนิดๆ..ยะ..อย่าเป็นอะไรไปนะลูก..."เสียงร้องของคุณทิพย์ที่เปล่งออกมาสุดเสียง

      ซักพักก็มีเสียงเอะอะ ดังไปทั่วทั้งบ้าน คนในบ้านทั้งหมดก็ตื่นเพราะได้ยินเสียงร้องเรียกให้ช่วยจากคุณทิพย์ ถ้าจะให้บรรยายสภาพของนิดตอนนี้ก็คือ หน้าผากแตกเลือดไหลอาบ แต่สาเหตุการตายของนิดก็คือคอหักตายคาในโถชักโครก

      เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้น ตอนที่วิญญาณนิดยังอยู่คุยอยู่กับยมฑูต แต่นิดไม่รับรู้ในส่วนนี้เลยเพราะยมทูตที่มารับดวงวิญญาณของนิด ได้ปิดกั้นการรับรู้ทุกสิ่งเอาไว้ ซึ่งถ้ามีการรับรู้ มองเห็นเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว ดวงวิญญาณคนที่ตายก็จะยิ่งพลุ่งพล่านและสับสนยิ่งกว่าเดิม เลวร้ายอาจถึงขั้นขัดขืนและหลบหนีไปได้ การปิดกั้นการรับรู้จึงถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ช่วยให้การมารับและนำพาดวงวิญญาณของคนตายไปยังยมโลกง่ายขึ้น

-----------------------------------------------------------------------------

      ณ ปากทางเข้ายมโลก

      "เอาล่ะ เรามาถึงปากทางเข้ายมโลกแล้ว ซักครู่จะมียมทูตอีกท่านหนึ่งมารับเจ้าไป"เสียงยมทุตดังขึ้น ด้วยน้ำเสียงเนือยๆ เพราะประโยคนี้ ต้องพูดบอกซ้ำทุกๆครั้งที่ไปรับดวงวิญญาณมา

      "ดะ..เดี๋ยวนะคะ นี่หนูตายไปแล้วจริงๆใช่ใหมคะ" ฉันถามไปด้วยน้ำเสียงเครือๆ

      ยมทูตที่นำพาฉันมาไม่ตอบกลับ แต่หันหน้ากลับมา ก่อนเลือนหายไปจากการมองเห็นของฉันแทบจะทันที พอเห็นแบบนี้ฉันถึงกับรู้สึกเคว้งคว้างขึ้นมาทันที แต่ยังไม่ทันไรก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหน้าของฉัน

      "เราไปที่แผนกกล่อมเกลาจิตใจกันเถอะ เจ้าวิญญาณดวงน้อย"ยมทูตที่ด้านหน้าเอ่ยบอก แล้วมาดึงเชือกลากไปทันที

      ถ้านิดสามารถหลุดพ้นจากการปิดกั้นการรับรู้ได้ก็จะเห็นว่า บริเวณนั้นไม่ใช่มีแค่ดวงวิญญาณของนิดแค่ดวงเดียว แต่ในลานอันกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา ต่างแออัดเต็มไปด้วยวิญญาณอีกมากมาย รวมทั้งยมทูตเดินขวักไขว่ ทำหน้าที่กันให้วุ่นวาย สภาพดวงวิญญาณจะเหมือนๆกันทุกดวงคือนิ่งๆ เพราะนับตั้งแต่ตายก็ถูกพามาแทบจะทันที ไม่ให้มีการตั้งตัว ความเศร้าเสียใจ ความรู้สึกอื่นๆยังไม่ทันมีเวลาแสดงออก จะมีก็เพียงความมึนงงสับสนและจับต้นชนปลายยังไม่ถูก ทั้งเกิดคำถามอย่างเดียวกันก็คือ

      'ตัวฉันตายแล้วเหรอ ตายไปแล้วเหรอ'

      จู่ๆฉันมาโผล่ในสถานที่แห่งหนึ่ง รอบข้างมองไปเห็นแมกไม้ อันรมรื่น ใกล้ๆกันมีลำธารไหลเอื่อยๆ ตรงฉันอยู่เป็นเนินหญ้าเล็กๆเขียวขจี คำพูดสุดท้ายที่ได้ยินของฉันก็คือ ไปแผนกกล่อมเกลาจิตใจกันเถอะ รอบๆตัวมีเสียงน้ำในลำธารไหลเบาๆ เสียงลมพัด เสียงกิ่งไม้ไหวเอน และเสียงใคร คนหนึ่งก็ดังเข้ามาในหัวฉัน

      "เกิดแก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา มีพบ มีเจอ ย่อมมีพลัดพราก จงทำใจให้ยอมรับ ทุกสิ่งเมื่อมีเกิดก็ย่อมมีดับ..........................."น้ำเสียงที่ดังเข้ามาให้ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน ให้การปลอบโยน

      พอฉันเริ่มตั้งสติได้หลุดจากความมึนงง ก็รีบถามออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักทันที

      "นะ....หนูตายแล้วใช่ไหมคะ"

      "ใช่...ตัวเจ้านั้นได้ตายไปแล้ว ดวงวิญญาณจึงหลุดจากกายเนื้อมายังที่นี่"เสียงปริศนานั้นบอก

      "มะ..ไม่จริงอ่ะ...ละ..แล้วพ่อกับแม่ พี่นัทและทุกๆคนล่ะ..นะ.หนูอยากไปหาทุกๆคน"ฉันพูดตอบไป พร้อมกับรู้สึกว่าหัวใจเริ่มบีบรัดแน่นเข้ามาทุกทีๆ

      "จงปล่อยวางเถอะ เจ้าสิ้นสุดวาสนากับทุกคนที่ภพนั่นแล้ว"

      "ไม่! หนูไม่ยอม ปล่อยหนูไปหา พ่อแม่ พี่หนูนะ!"ฉันตะโกนกลับไปสุดเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด

      ทั้งๆที่ตอนแรกฉันคิดว่าตัวฉันทำใจได้แล้วแม้จะต้องตายจากทุกๆคนไปก็จะไม่เสียใจอะไรมาก แต่ตอนนี้ฉันไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เสียงปริศนาที่เอ่ยกล่าวคำสอนในเรื่องหลักธรรมต่างๆ ไม่เข้าไปในหัวฉันอีกแล้ว เพราะมันมีแต่ความเศร้าเสียใจ โกรธ ห่วงหาและความคิดถึงทุกคนที่เคยรู้จัก ทั่วบริเวณจึงดังไปด้วยเสียงกรีดร้องที่เปล่งออกมาอย่างโหยหวน  เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นที่ปานจะขาดใจ พร้อมกับการแสดงออกที่ฉันจะพอทำได้ นั่นก็คือการลอยพุ่งชนทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

      "อ๊า.....ฮือๆ....ไม่เอาๆ... ปล่อยหนูไป หนูจะไปหาพ่อแม่ พี่นัท...ฮือๆ...."

      ไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหน  ที่ฉันแสดงอาการแบบนั้นออกไป กว่าจะรู้ตัวฉันก็มาหยุดอยู่เหนือลำธารสายน้อย เสียงปริศนายังคงดังลอยเข้ามาในหัวฉัน จากดังแผ่วๆเริ่มดังขึ้นๆ จนดังชัดเจนเหมือนเสียงนั้นมาดังอยู่ข้างๆหู ตัวฉันเริ่มนิ่งฟังหลักธรรมคำสอนต่างๆที่ดังเข้ามาในหัว กาลเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ จากที่แค่นิ่งฟัง ฉันเริ่มรับรู้และเข้าใจในสัจธรรม จิตใจสงบนิ่ง ฟังหลักคำสอน จนตอนนี้เข้าใจและปล่อยวาง ทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ยอมรับมันเข้าถึงในความจริงและความเป็นไปของโลก

      ในแดนยมโลกนั้นเป็นดินแดนที่ไร้กาลเวลา อีกทั้งมิติและห้วงเวลาก็ทับซ้อนกัน ก็คือหากมีคนมายืนรอนิดหน้าทางเข้าแดนกล่อมเกลา แค่เสี้ยววิหลังจากที่เข้าไปก็จะเห็นนิดออกมาทันที ทั้งที่ความจริงนิดอาจอยู่ที่แดนกล่อมเกลาจิตใจเป็นสิบเป็นร้อยปี ถ้านับเวลาในโลกมนุษย์ ดังนั้นนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ถึงได้มีเวลามาจัดการเช่นนี้กับดวงวิญญาณทีละดวงๆ

      "เอาล่ะ ได้เวลาที่เจ้าจะออกไปยังอีกสถานที่แล้ว"เสียงที่เคยสอนฉันตั้งแต่เข้ามายังที่นี่ดังขึ้น

      "ค่ะ แล้วไปไหนหรือคะ"

      "ไปยังแผนกสืบค้นประวัติ..สถานที่นี้จะบอกถึงบุญบาปที่เจ้าได้ทำในภพที่เจ้ามา" เสียงนั้นบอก พร้อมทั้งอธิบายว่าเป็นสถานที่แบบไหน เหมือนจะรู้ว่าฉันจะถามคำถามนี้

      "ขอบคุณมากนะคะ สำหรับคำสอนของท่านที่มอบให้กับหนู " ฉันพูดตอบเสียงปริศนา ก่อนที่จะรู้สึกว่าตัวเองค่อยๆลอยขึ้นไปข้างบน

      "มันเป็นหน้าที่ของทางยมโลกอยู่แล้ว หากจิตใจเจ้าไม่สงบ ไหนเลยจะสำนึกผิดในบาปที่เจ้าก่อ ตอนตัดสินโทษ  ไปเถอะ..แล้วเราจะได้มาพบกันอีกเจ้าวิญญาณดวงน้อย"เสียงปริศนาเอ่ยให้ฉันได้ยินเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่ฉันจะไปโผล่หน้ายมทูตอีกท่านหนึ่ง

      "สวัสดีค่ะ ท่านยมทูต"

      "สวัสดี  เจ้าคือดวงวิญญาณภพที่ผ่านมาชื่อ นิตยา  จันทรากานต์ อายุยี่สิบสองปี ใช่หรือไม่"ท่านยมทูตเอ่ยทักและก็ถาม

      "ค่ะ"

      "อย่างนั้นก็ถูกต้องแล้ว หืม..เอาล่ะ ตอนนี้ข้อมูลบาปบุญ กำลังสรุปออกมา"เสียงของยมทูตบอก

      ฉันรู้สึกหัวใจมันเต้นตุ๊บๆต่อมๆ ถึงจะบอกว่าจิตใจที่ถูกกล่อมเกลาจนจิตใจสงบแล้ว แต่ก็ยังอด

รู้สึกเขม็งเกลียว คอยลุ้นฟังผลที่จะออกมาไม่ได้

      'ความรู้สึกแบบนี้คงเหมือนคนที่ซื้อหวยแล้วมาลุ้นคอยฟังผลแน่ๆ'

      "หึหึ...เสร็จแล้ว เดี๋ยวเจ้าไปฟังคำตัดสินจากท่านยม ข้อมูลทุกอย่างอยู่ที่ท่านแล้ว"พูดพร้อมกับยกมือปัดเบาๆ

      ฉันเหมือนมีอะไรบางอย่างมาพลักอย่างแรงให้ลอยไป จนต้องหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เจอกับยมทูตอยู่สามตนด้านหน้า ท่านตรงกลางคงเป็นผู้ที่เรียกว่า ท่านยมแน่ ๆ เพราะนั่งอยู่บนแท่นที่ยกขึ้นสูงกว่า ยมทูตอีกสองตน ดูไปแปลกกว่าทุกที ปกติตั้งแต่ที่ลงมายมโลก เวลาเจอยมทูตมักเป็นการเจอกันบนพื้นที่โล่งๆ กับท่านยมทูตที่มายืนต่อหน้าฉันตลอด จะต่างสุดก็สถานที่ๆเรียกว่ากล่อมเกลาจิต ที่สิ่งแวดล้อมเป็นธรรมชาติ ล้อมรอบ แต่อันนี้ไม่เจอตัวมีแต่เสียง ส่วนตรงนี้จะต่างก็ตรงมียมทูตสามท่านกับแท่น นอกนั้นก็เหมือนกันพื้นที่โล่งๆ ยมทูตก็สวมสูทผูกไท สีดำทั้งตัว แล้วฉันก็เหลือบไปเห็นเหมือนป้ายบอกตำแหน่งว่า

   [หัวหน้ายมทูต ที่แปดสิบหก ภพทางช้างเผือก แผนกตัดสินพิจารณา เขตภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้]

      'นั่นซินะ คนบนโลกเยอะแยะ ถ้าไม่แยกเป็นสัดส่วนคงวุ่นวายกันน่าดู วันหนึ่งๆไม่รู้คนตายกี่ร้อยกี่พันคน' ฉันกำลังคิดเพลินๆก็ได้ยินเสียงท่านเอ่ยขึ้น

      "หืม..หายากพอดูที่มนุษย์อายุยี่สิบกว่าปีจะเป็นเช่นนี้ กรรมชั่วที่มีก็ไม่หนักหนา ที่จะพอนับได้ ก็ตอนสี่ขวบแอบเอาไม้ไปตีสุนัขของคนข้างบ้าน กับทับลูกแมวเกือบตายเพราะเอาไปนอนกอดแล้วเผลอหลับตอนหกขวบ ส่วนกรรมดีนั้นมีแต่ไม่ถึงเกณฑ์พอที่จะขึ้นสวรรค์ บาปบุญแทบดั่งเด็กทารก ถือว่าหายากจริงๆ  งั้นข้าตัดสินให้เจ้าไปเกิดใหม่ ส่วนการชดใช้กรรมชั่วที่มีไม่มากก็ชดใช้ตอนที่ไปเกิดก็แล้วกัน"

      "ห๊า!..อะไรนะคะท่าน"หลังจากได้ยินท่านยมฑูตแจกแจ้งบาปออกมา ฉันถึงกับหน้าเห่อร้อนด้วยความอับอายแทนที่จะเป็นความรู้สึกผิด พอได้ฟังคำตัดสินก็ต้องตกใจลืมตัวถามออกไป

      "ดะ....เดี๋ยวนะคะท่านยม หนูได้ไปเกิดใหม่ง่ายขนาดนี้เลยเหรอคะ" ฉันถามแบบงงๆ

      "อ้าว...ก็แบบนี้ซิ หรือเจ้าอยากไปลงนรกในส่วนของการลงทัณฑ์"

      "เอ่อ...ขอโทษค่ะ"

      "งะ...งั้น หนูขออะไรซักอย่าง ก่อนไปเกิดใหม่ ได้ไหมค่ะ"ฉันเอ่ยปากอย่างกล้าๆกลัวๆ

      "หืออ...ว่ามา ข้ายังมีงานทำอีกเยอะ"ท่านยม บอก

      "คะ..คือว่า ตั้งแต่หนูเสียขาไป ก็มีความฝันอยากกลับมาเดินได้ตลอดเลย ก่อนไปเกิดหนูอยากทำความฝันให้เป็นจริงซักครั้ง ท่านพอจะช่วยได้หรือเปล่าค่ะ"ฉันพูดไปก้มหน้ามองพื้นไป

      "หืม..."เสียงของท่านยม ทุ้มต่ำคล้ายคุ้นคิด

      "ดะ..ได้ไหมค่ะ หนูจะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจในภพที่แล้ว ก่อนที่จะไปเกิด"ฉันทำเสียงอ้อนวอน

      "เห้อ...เอาเถอะ นานๆจะเจอแบบเจ้าที ข้าจะให้ตามที่ขอ"

      "ขะ.ขอบคุณ ทะ..ท่านยม มากค่ะ ..อึกๆๆ"ฉันตอบคำท่านยม พร้อมๆกับเหมือนก้อนสะอื้นดันขึ้นมา ถ้าไม่อยู่ใสภาพดวงวิญญาณ ฉันคิดว่าคงน้ำตาไหลพรากแล้วแน่ๆ

      "ฮ่าๆ... เจ้านี่หน๊า...เอ๊า"

      ท่านยมพูดเสร็จก็โบกมือขวาคราหนึ่ง ฉันรู้สึกว่าตัวฉันเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เริ่มกลางลำตัวก่อนค่อยปรากฏไล่ไปทั้งบนล่าง จนเป็นรูปร่างเดิมก่อนตายที่ส่วมใส่ชุดนอน จะผิดตรงที่ขาทั้งสองข้างของฉันนั้นกลับมามีเหมือนคนทั่วไป พอมีรูปร่างในดวงตาของฉันแดงก่ำ พร้อมกับน้ำตาที่ไหล  ออกมาอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจ ที่ความฝันของฉันนั้นได้กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้ถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นหลังจากฉันได้ตายจากโลกเดิมไปแล้วก็ตาม

      "ฮือๆ... อึกๆ... ขะ..ขอบคุณท่านยมมากค่ะ ฮือๆ..." ฉันร้องไห้ไปพูดไป แล้วก็รู้สึกตัวเอียงวูบ

      'ตุ๊บ!' เสียงดังสนั่นหลังจากล้มก้นจ่ำเบ้าลงไปที่พื้น

         "อู๊ยย...." ฉันลูบก้นปอยๆรู้สึกเจ็บด้วย ก่อนจะยิ้มร่าที่มีความรู้สึกอย่างนี้ เพราะนับตั้งแต่เป็นวิญญาณความรู้สึกต่างๆไม่เคยมีเลย

         "ฮ่าๆ......" เสียงหัวเราะดังมาจากท่านยม ท่านสุวรรณและท่านสุวานขึ้นมาพร้อมๆกัน

         "ข้าบันดาลให้ตามที่เจ้าขอตามภพเดิมที่เจ้าจากมา เพราะเจ้าไม่ได้เดินมาตั้งสิบห้าปี ดังนั้นตอนนี้เจ้าก็ไม่ต่างจากทารกหัดเดินนักเท่าไหร่หรอก ฮ่าๆ...."

         "อ๋อ....ค่ะ"ฉันตอบรับคำเก้อๆด้วยความอาย

    'คงต้องหัดจากนั่งแล้วตั้งไข่ ก่อนใช่ไหมนี้'ฉันค่อยๆลุกขึ้น แล้วก็ล้มแพล่ะๆ สี่ห้ารอบ ก็ได้ยินเสียงท่านยมเอ่ยคำออกมา

         "ฮ่าๆ....ยมทูตนักการ เข้ามาช่วยพยุงวิญญาณดวงนี้ พานางหัดเดินที" ท่านยมคงทนไม่ไหว เลยบอกให้ยมทูตตนอื่นมาช่วย

         "ขอรับ ท่านยม" ยมทูตนักการปรากฏร่าง ข้างๆนิดแล้วตอบรับคำ

         "ขอบคุณค่ะ ท่านยม"

         "อ๋อ....พานางไปที่บ่อกำเนิด ที่หนึ่งร้อยแปดนะไม่ต้องรีบ ค่อยๆพาไป ถือว่าตอบแทนที่นานๆจะมีใครซักคนมาสร้างความสำราญให้กับข้า ฮ่าๆ..."

         "ขอรับ"ยมทูตนักการตอบรับคำอีกครั้ง แล้วก็หันมาก้มตัวช่วยพยุงฉันให้ค่อยๆลุกขึ้น

         ระหว่างทางที่ไปบ่อกำเนิด ถึงจะเป็นการเดินแบบเตาะแตะ แล้วมียมทูตมาคอยพยุงพาเดิน แต่ฉันก็มีความสุขแบบล้นพ้น จากความรู้สึกที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้างสัมผัสพื้นและการก้าวย่างเดิน พอหัดเดินมาซักพักฉันก็เริ่มเดินได้เองโดยไม่ต้องช่วยพยุง ถึงแม้จะเดินไม่ตรงเท่าไหร่ก็เถอะ ขณะกำลังเดินอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้ยินเสียงของยมทูตนักการพูดกับฉัน

         "ข้างหน้าอีกนิดเดียวก็จะถึงบ่อกำเนิดที่หนึ่งร้อยแปดแล้ว"

         "ค่ะ"

         "แล้วบ่อกำเนิดมันมีเยอะมากเลยเหรอค่ะหรือมีแค่หนึ่งร้อยแปดบ่อ" ฉันถือโอกาสถาม

         "ทั้งหมดมีสองล้านล้านบ่อ แต่ละบ่อก็ต่างภพต่างช่วงเวลา"

         "อ่ะ... ค่ะ"

         "พอไปถึงบ่อกำเนิด เจ้าต้องชำระดวงวิญญาณ ด้วยน้ำลืมเลือนเพื่อให้ลืมชาติภพเดิม ถึงจะปล่อยให้ลงไปในบ่อกำเนิดเพื่อลงไปเกิดได้" ท่านยมทูตนักการอธิบายต่อ

         "ค่ะ...หืม...แล้วหนูจะขออนุญาตเข้าไปดูบ่อกำเนิดใกล้ๆได้ไหมค่ะ"

         "เอ่อ...เอาสิ แค่ดูเอง"ท่านยมทูตนักการพูดอนุญาต

         "ขอบคุณท่านยมทูตมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณ เสร็จแล้วก็เดินเตาะแตะๆ ไปใกล้ๆบ่อกำเนิดเพื่อดู

         "โห...น้ำทำไมใสแจ๋วจัง มองไม่เห็นก้นเลย"ฉันพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

         "ฮ่าๆ...ใช่ไหมล่ะ"

         ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ฉันจึงชะโงกหน้าก้มลงไปมองดูให้ใกล้ๆ โดยที่ลืมไปว่าตัวเองเพิ่งได้หัดเดินหัดยืนก่อนหน้านี้มานิดเดียว จึงทำให้ยังทรงตัวไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่พอก้มหน้านิดเดียว ทั้งตัวก็โน้มลงไปทันที

         "ว๊าย....ช่วยหนูด้วย" ฉันร้องออกสุดเสียง

         "เห้ย...."ท่านยมทูตนักการร้องเสียงหลง รีบพุ่งเข้ามาเพื่อคว้าตัวฉันไว้

         แต่ว่า ท่านยมทูตนักการคงนึกว่าลมเป็นไพ่จึงจั่วลมเข้าเต็มๆ วืดคว้าตัวไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

      ' ตูม!...' เสียงตกลงไปในบ่อกำเนิดดังสนั่น น้ำในบ่อกระจาย

      'ทำไมชีวิตฉันถึงได้ซวยแบบนี้นะ ตอนตายก็หัวทิ่มโถชักโครกจนตาย ตอนจะเกิดยังมาหัวทิ่มลงบ่อไปเกิดอีก เห้ออ..ชีวิ๊ตต' ฉันคิดโดยสมเพชกับตัวเอง

         " ทำอย่างไรดีๆ จะรายงานกับท่านยมอย่างไรดี" ท่านยมทูตนักการพึมพำ ออกมาอย่างเพลียๆในเรื่องที่เกิดขึ้น

         "ว่าเช่นไร นะ!"เสียงดังลั่นของท่านยมเอ่ยออกมาหลังจากฟังคำรายงาน จากยมทูตนักการเสร็จ

         "กระผมขอรับผิดยอมรับโทษตามกฎทุกประการขอรับ" ยมทูตนักการพูดออกมาหลังจากได้ยินเสียงท่านยม

         "หืม.....ป่านนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว ยังดีหน่อยที่ตกลงไปในบ่อที่กำหนดไว้ กงล้อแห่งชะตากรรมยังคงดำเนินไปได้อยู่"พูดจบก็จ้องมองขึ้นไปข้างบน ก่อนจะเปรยออกมาอีกว่า

         "ชะตากรรมไม่เคยลิขิตให้ทุกสรรพสิ่งในสากลโลก ดำเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบหรอก แค่กำหนดให้พบเจอเท่านั้นเอง ถ้าเจอสิ่งดีแล้วทำในสิ่งที่ผิดก็จะกลายเป็นเผชิญกับชะตากรรมที่เลวร้าย หรือว่าเจอกับชะตากรรมที่เลวร้าย ถ้าเจ้าตัวทำในทางที่ถูกก็จะกลายเป็นดีเอง เพราะฉะนั้นไม่ว่าชะตากรรมจะดีหรือร้ายก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เจ้าตัวเท่านั้นที่จะเป็นคนกำหนด  เอาเถอะครั้งนี้ ข้าจะยังไม่ลงโทษแค่ติดภาคทัณฑ์เอาไว้ หากมีครั้งหน้าอีกอย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน"  

   

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #1904 Xiaobao (@Xiaobao) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 17:28
    จะบอกว่านางเอกเข้าใจคิดดีนะ...ตอนตายหวทิ่มชักโครก ตอนเกิดก็ทิ่มบ่อ



    ขอบ่นนิดนึงค่ะ.....เห็นใช้คำว่า ..เห้ย....แล้วรู้สึกแปลกๆค่ะ   เพราะปกติมักเจอแต่คำว่า ..เฮ้ย...มากกว่าหน่ะค่ะ
    #1904
    0
  2. #1854 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 18:47
    สงสารนางเอก 5555
    #1854
    0
  3. #1811 kantshi (@kantshi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 15:17
    ชอบนางเอก ฮาแท้55
    #1811
    0
  4. #1622 nanami mew (@kanoknaphatlovem) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2558 / 16:14
    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนอ่อนไหวรึเปล่า แต่ตอนที่นางเอกเดินได้นี้ น้ำตาไหลพรากเลยคะ ซึ่งงงง  TT
    #1622
    0
  5. #1208 ROOM333 (@garnet-t) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 21:42
    เรื่องนี้น่ารักจัง อ่านไปยิ้มไป แฟนว่าบ้าแล้วตอนนี้
    #1208
    0
  6. #942 รุ้งวลี (@lugvle) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 10:11
    นางเอกช่างตายอย่างน่าอนาถแท้ 5555 ไม่รู้จะขำหรือสงสารดี
    #942
    0
  7. #826 ข้าวตู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 19:25
    นางเอกตายอนาถมากกกกกก
    #826
    0
  8. #729 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 23:55
    เธอจะจี้ไปไหน ฮ่าๆๆๆๆ
    #729
    0
  9. #600 Marine-L (@marine-l) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 19:01
    ดื่มน้ำแกงยายเมิ่งยังนี่ 5555 (แอบดูมาแล้วว่าไปเกิดยุคจีนๆ นี่ถ้าไปฝรั่งๆ เราจะเรียกว่าน้ำจากแม่น้ำเลธีนะ 555)
    #600
    0
  10. #598 งุงิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 07:19
    แต่เอาฮาใช่มะ 555
    #598
    0
  11. #269 มิล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 12:41
    ขอออกความเห็นนิด...เพราะเราเห็นว่าไรท์เตอร์แต่งเรื่องได้ค่อนข้างโอเคเลย

    ยกเว้นสิ่งที่อ่านแล้วเสียอรรถรสสุดๆ

    คือ!!!



    ค่ะ ใช้กับประโยค ตกลง เป็นคำลงท้ายประโยคให้สละสลวย เน้นคล้อยตาม



    คะ ใช้กับประโยคคำถาม ขอร้องกึ่งถาม



    ทำไมไรท์เตอร์ใช้ผิดหมดเลยล่ะคะ? (เห็นไหมคะ? คำถามใช้"คะ" ค่ะ)



    ยังดีหน่อยค่ะที่ทำการบ้านมาบ้าง ไรท์เตอร์เลยทราบว่า



    อย่างน้อย



    น่ะค่ะ ก็ควรใช้ ไม้เอก ผันคำตามเสียงให้เข้ากัน



    แต่





    ทำไมประโยคคำถาม คำพูดอะไรใช้คำลงท้ายผิดหมดคะ???



    ถ้าไรท์ยังไม่ม.ปลาย ไม่เป็นไรเท่าไหร่ค่ะ แต่อยากฝากให้สนใจนิดหนึ่ง



    แต่ถ้าไรท์ม.ปลายแล้ว



    ระวังคะแนนสอบเอ็นท์ภาษาไทยนะคะ



    ไม่ได้แช่งค่ะ แต่ออกความเห็น เพราะเห็นไรท์บอกเรื่องนี้เรื่องแรก



    ถ้าอยากจะแต่งนิยายให้ได้ดี คำผิดและวิธีใช้คำลงท้ายที่เป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดที่ถูกวิธีไม่ควรมองข้ามค่ะ
    #269
    0
  12. #199 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 13:19
    จะไปเกิดที่ไหนนะ
    #199
    0
  13. #116 kikza_kung (@sanares) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 21:11
    ไรเตอร์กลั่นแล้งนางเอกหัวทิ่มบ่อไปเกิดอีกรอบละ
    #116
    0
  14. #80 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 20:34
    หัวทิ่มไปเกิดดด 555
    #80
    0
  15. #73 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 19:44
    ซุ่มซ่ามตลอด 555
    #73
    0
  16. วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 18:51
    สนุกมาก
    #67
    0
  17. #60 นัตสึ (@8007821) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 16:37
    จะไปเกิดที่ไหนเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  *-*  (คงไม่ใช่อิสราเอลหรอกนะ) 5555+
    #60
    0