ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,562 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    236

    Overall
    159,562

ตอนที่ 30 : เปิดศึกโกงความตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    3 มิ.ย. 57

     

      เปิดศึกโกงความตาย

      "ท่านชิงอู่ ไม่เป็นการเสี่ยงมากไปหรือเจ้าค่ะ"

      "ย่อมเสี่ยง แต่เช่นไรก็ต้องทำเพื่อให้หยวนมีเวลาพอ ถ้าเจ้ายังลังเล ข้าก็จะไม่บังคับ"

      "ข้าน้อย...."

      "ข้าเตรียมแผนการคร่าวๆไว้แล้ว ทุกคนยอมตายเพื่อสิ่งที่ต้องการปกป้อง แล้วเจ้าล่ะ หวังว่าเจ้าจะคิดได้ในเร็ววัน เชิญ"

      แม่ทัพชิงอู่ไม่รอฟังสิ่งที่นางจะพูดต่อ เอ่ยปากไล่กลายๆ เหมยฮวาจึงได้แต่หันหลังเดินออกมาจากตึกบัญชาการอย่างโง่งม นางก็มีสิ่งที่อยากปกป้อง แต่.... ไม่รู้ว่าเหมยฮวาเดินใจลอยมาได้ไกลแค่ไหน จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาด้านหลัง

      "คุณหนู รู้สึกไม่สบายใจอีกเหรอขอรับ"

      "พี่หย่งเป่า"

      "ไม่ว่าคุณหนูจะตัดสินใจเช่นไร ก็ไม่มีใครตำหนิคุณหนูหรอกขอรับ"

      หย่งเป่าถูกไหว้วานให้คอยดูแลเหมยฮวา มากขึ้นกว่าปกติจากทุกคนที่ตระกูลหลี่

      "พี่หย่งเป่าก็รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ"

      "ขอรับ ข้าน้อยพูดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นัก แต่ข้าน้อยอยากบอกว่า ขอเพียงคุณหนูไม่หนีความเป็นจริงก็พอขอรับ"

      "ฮืม"

      เหมยฮวารับคำก่อนจะเดินต่อไปเงียบๆ หย่งเป่าก็ไม่เอ่ยอะไรอีกเพียงแค่เดินตามไป แล้วนางก็เอ่ยถามหย่งเป่าขึ้นมาโดยไม่หันมามอง

      "พี่หย่งเป่า ฆ่าคนครั้งแรกรู้สึกเช่นไร"

      "เอ่อ ข้าน้อยจะพูดเช่นไรดี ข้าน้อยเพียงต้องการหยุดเขาเท่านั้นเอง แต่ตอนนั้นมีเพียงฆ่าถึงจะหยุดเขาได้ ถ้าไม่หยุดคนที่ข้าน้อยรักทุกคนคงถูกเขาฆ่าแน่นอน"

      "พี่หย่งเป่าไม่กลัวบ้างเหรอ"

      "กลัวขอรับ เพียงแต่ข้าน้อยกลัวคนที่ข้าน้อยอยากปกป้องตายด้วยน้ำมือพวกเขามากกว่า เอ่อ ข้าน้อยรู้ว่าคุณหนูนั้นจิตใจดี แต่ก็ต้องให้ถูกคน มิเช่นนั้นคุณหนูจะเสียใจไปตลอดชีวิตนะขอรับ"

      หย่งเป่าเห็นเหมยฮวาเงียบก็เอ่ยขึ้นมาต่อ

      "คุณหนูไปบอกคนเหล่านั้นไม่ให้บุกมาฆ่าคนที่คุณหนูรักได้ไหมขอรับ"

      "ไม่ได้ "

      "ระหว่างฆ่าเขาหนึ่งชีวิต แลกกับอีกเป็นสิบชีวิตที่ตายด้วยน้ำมือเขา แบบไหนที่คุณหนูคิดว่าดีกว่ากัน คุณหนูก็น่าจะรู้ชาวหยวนไม่เคยก่อสงครามกับใครก่อน คนเช่นนี้สมควรมีชีวิตที่ดีมิใช่หรือ แล้วใยต้องมาตายเพื่อให้คนที่ชอบฆ่าคนอื่นไม่หยุดมีชีวิตต่อไปล่ะขอรับ"

      "นั่นสินะ"

      เหมยฮวานั่นรู้ดี มีเพียงฆ่าเท่านั้นถึงหยุดจะสงครามได้ ถึงนางจะกลัวแต่ก็ข่มใจได้แล้วตั้งแต่คุยกับท่านแม่ ทว่ายังขาดอีกอย่างที่เฝ้ารอนั่นก็คือความคิดและเหตุผลจากคนอื่น อีกนิดเดียวนอกเหนือจากปกป้อง ถ้าท่านแม่หรือคนอื่นแสดงความคิดแยกแยะออกมา เหมยฮวาก็จะไม่ลังเล ตอนแรกใครๆก็ย่อมกลัวทั้งนั้นถ้าได้ยินเสียงร้องโหยหวนของคนใกล้ตาย เวลาผ่านไปย่อมหายเอง ถึงนางจะใจดีใช่ว่านางต้องเป็นคนใจพระ นี้ก็คือการเรียกร้องความสนใจในแบบของนางนั่นเอง

      เหมือนจะเป็นการเห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจ แต่ตลอดมานางก็รู้สึกแปลกแยกจนโดดเดี่ยวจากคนอื่นๆ ทั้งการกระทำและความคิด ท่ามกลางการล้อมรอบของผู้คนมากมาย สิ่งที่ให้มามีแต่ความเคารพและเทิดทู ทำอะไรก็เห็นดีไปหมด คล้ายใกล้ชิดแต่ก็ไกลห่าง นางอยากฟังคำตักเตือนและเหตุผลทางความคิดของผู้อื่นบ้าง ไม่ใช่รอเพียงความคิดนางแล้วชื่นชม สิ่งเหล่านี้มันทำให้รู้สึกว่านางก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งแบบพวกเขา อย่างเช่นที่ท่านอาซือ และพี่นัททำในภพก่อน

      "ไปกันเถอะ พี่นัทในภพนี้"

      เหมยฮวาหันกลับมายิ้มเล็กๆ ให้กับหย่งเป่า แต่เจ้าตัวยังงงกับภาษาแปลกๆของนาง แต่เมื่อเหมยฮวายื่นมือออกมา หย่งเป่าก็ลืมตัวยื่นมือไปกุมมือนางไว้แน่น ก่อนพาเดินกลับไป ไม่รู้ทำไมตัวเขาถึงรู้ว่าคุณหนูนั้นอยากไปที่ไหน ซึ่งคือตึกบัญชาการด่านชิงไห่นั่นเอง แต่ก็ต้องรีบปล่อยมือก่อนที่จะมีใครมาเห็น
       อบอุ่นอ่อนโยนแต่ก็แฝงความแข็งแกร่ง ช่างเหมือนกับมือพี่นัทยิ่งนัก ที่มักจะทำแบบนี้เพื่อปลอบโยนและคอยเป็นกำลังใจ แต่ความรู้สึกเหมือนนี้ก็มีที่แตกต่าง เหมยฮวาเองก็บอกไม่ถูก

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      "เรื่องนี้ข้ายอมไม่ได้ คุณหนูทำเช่นนี้ คิดว่าพวกเราเป็นตัวอะไรกัน"

      "จะพูดอะไรก็เกรงใจ เหมยฮวาบ้าง อาเช่อปา"

      "เหอะ!...มีอะไรที่ต้องเกรงใจ จายาตู ในเมื่อคุณหนูไม่เคยคิดถึงหัวอกของข้าเลยซักนิดเดียว จริงไหมพวกเรา"

      "ใช่ๆ คุณหนูทำแบบนี้ไม่ถูก"

      อาเช่อปาพูดเรื่องที่ตนเองไปแอบรู้มาว่าเหมยฮวากำลังคิดจะทำอะไร ก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปหาเสียงสนับสนุนจากกลุ่มเพื่อนๆในกองทหารม้าอาสา

      "คุณหนูช่างใจร้ายกับข้ายิ่งนัก ไม่น่าเชื่อเลยว่า หน้าตาซื่อๆแบบคุณหนูจะทรยศข้าได้ลงคอ สวรรค์ท่านช่างโหดร้ายกับข้าเกินไปแล้วว"

      "เฮ่อ อาเช่อปา พอเถอะ ใช่ว่าคุณหนูจะชอบ ที่ทำไปเพราะจนใจต่างหาก"

      หย่งเปาที่เงียบมานานจึงได้กล่าวขัดขึ้นมา ส่วนเหมยฮวาที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกตั้งแต่ต้น เพราะบังเอิญมีธุระกับกองทหารม้าอาสาจึงได้มายังที่นี่ พอรู้ว่าเรื่องอะไรก็เอ่ยออกมาทันที

      "ข้าทำร้ายจิตใจมากไหม"

      "คุณหนู!"

      ทุกคนที่อยู่แถวนั้นต่างอุทานออกมา เพราะถูกการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเหมยฮวา ทำให้ตกใจ

      "ใช่ ข้าเอง"

      "ไม่จริงใช่ไหม ที่คุณหนูจะเอาเหล้าเมามายพันวัน ไปปาใส่พวกวอเค่อข่านนั่น ข้ายอมรับไม่ได้ ของดีๆเช่นนี้พวกมันไม่คู่ควร"

      "ก็ใช่ แต่ไว้ข้าจะเอาเหล้าแบบอื่นให้ลองแทนการทำร้ายจิตใจพี่อาเช่อปาในครั้งนี้ ดีไหม"

      "อ๊า!"

      พอรู้ว่ายังมีเหล้าแบบอื่นให้ลองอาเช่อปาก็ตาลุกวาว ส่งเสียงอุทานออกมา

      "แหะๆ..คุณหนูไม่หลอกข้าเล่นหรอกใช่ไหม"

      "ไม่ ข้าได้ลองหมักเหล้าผลไม้ไว้ อีกเดือนสองเดือนคงได้ที่"

      "โอ้ ดีๆข้ารอไปถล่มพวกวอเค่อข่านจนทนไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆ"

      เหมยฮวาถึงกับส่ายหัวยิ้มๆกับความบ้าๆบอๆของอาเช่อปาและอีกหลายคน ถึงอาเช่อปาจะชอบทำเรื่องไม่เรื่องให้เป็นเรื่อง แต่ก็สามารถพึ่งพาได้ รับปากอะไรไม่เคยว่าทำไม่ได้ซักอย่าง ที่พูดไปก็แค่บ่นระบายตามประสา แต่นางก็ชอบจุดนี้ของอาเช่อปา เพราะดูเป็นกันเองดี ถึงบางทีจะมีปวดหัวบ้างก็เถอะ ส่วนที่จนใจนางก็จนใจจริงๆนั้นแหล่ะ ที่ต้องใช้สิ่งนี้ฆ่าคน

      "แล้วเจ้ามีอะไรถึงได้มากระโจมนี้ได้"

      "ข้าต้องการผู้ชำนาญเส้นทางในทุ่งหญ้า ช่วยทำแผนที่"

      จายาตูเอ่ยถามเหมยฮวา เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่นางมาที่กระโจมของค่ายทหารม้าอาสา คงเพราะเรื่องตัดสินใจที่จะโจมตีวอเค่อข่านที่นางตัดสินใจไปเมื่อวาน แต่ด้วยค่ายที่ตั้งทัพหลักของวอเค่อข่านอยู่ในที่โล่งบนทุ่งหญ้า การที่จะลอบโจมตีคงยากที่จะไม่ถูกพบเห็นก่อนแน่ๆ

      ตึกบัญชาการด่านชิงไห่

      "ตรงนี้เป็นเนินดินที่ใหญ่พอดู คิดว่าน่าจะซุ่มซ่อนกำลังได้ซักสองพัน แต่ทางนั้นก็น่าจะรู้ดี คงตรวจตรากันอย่างเข้มงวด"

      "เช่นนั้นก็ต้องดึงความสนใจ"

      จายาตูซึ่งเป็นผู้รับหน้าที่มาอธิบายรายละเอียดของแผนที่ เพราะแผนที่เดิมไม่ได้ปรับปรุงมาห้าหกปี เนินดินบางเนินก็ถูกทำลายไปแล้วเพราะการตั้งกระโจมเลี้ยงสัตว์ จึงต้องให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่มาบอกจุดที่ควรเพิ่มหรือปรับปรุง

      "เจ้าจะส่งคนไปก่อกวน ใช่ไหมเหมยฮวา"

      "ไม่ แต่เป็นม้า ท่านชิงอู่"

      ตามแผนเดิมคร่าวๆของแม่ทัพชิงอู่จะชิงจู่โจมด้วยกำลังเพียงสามหมื่นที่นำมาเท่านั้น ส่วนทหารรักษาการณ์ประจำด่านชิงไห่หมื่นนายก็ยังคงทำหน้าที่ปกติ ด้วยการป้องกันบนกำแพง ทหารเท่านี้ก็มากแล้ว เพราะกำแพงด่านสามารถรับผู้คนได้เต็มที่ราวหกถึงเจ็ดพันคน ส่วนที่เหลือถ้าไม่นำมาใช้งานก็จะเปลืองเสบียงไปเปล่าๆ ครั้งล่าสุดก็มีเพียงหมื่นกว่านายที่ใช้ในการรบ การจะให้ทหารอยู่เฉยโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆความฮึกเหิมอาจหดหายไป แผนจู่โจมจะใช้ม้าที่ยึดมากว่าหกพันเป็นทัพหน้าโดยการต้อน ตามด้วยการยิงธนูใส่ให้ตกใจวิ่งเตลิดไปยังค่ายทัพหลักวอเค่อข่าน แต่มันก็มีช่องโหว่ที่จะถูกพบเห็นและถูกสกัด ก่อนจะถึงระยะห่างที่เหมาะสม

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ค่ายที่พักทัพหลักวอเค่อข่าน กลางยามโฉ่ว(01.00-02.59)     

      'ตึ่งๆๆๆ'

      "ข้าศึกบุกๆ"

      "เรียกรวมพล ส่งคนไปรายงานท่านข่าน"

      เสียงเอะอะดังขึ้นภายในค่ายรอบนอกของวอเค่อข่าน เมื่อจู่ๆก็มีเสียงกลองศึกดังขึ้นในกลางดึกที่เงียบสงบ จนทหารที่หลับอยู่ได้ยินสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกว่าจะสงบก็กินเวลาไม่นาน เพราะเสียงที่ว่าดังเข้ามาภายในค่าย ก่อนจะถูกจับได้

      "เรียนท่านข่าน เป็นม้าที่ผูกกลองศึกติดไว้บนหลังม้าขอรับ"

      "เหอะ ช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก คิดจะก่อกวนทัพของข้าหรืออย่างไร"

      ทหารได้เข้ามารายงานสาเหตุที่มาของเสียงกลองศึกกลางดึก เพราะนำกลองศึกสั่งการประจำกองที่มีขนาดเล็กเวลาใช้จะวางลงแล้วตี แต่ตอนนี้นำมาติดบนหลังม้าให้นอนขวาง ติดไว้ด้วยแท่นไม้ที่มีเสาตั้งขึ้นปลายเสามัดกิ่งไผ่เรียวเล็กมัดที่ตีไว้ พอม้าวิ่งกิ่งไผ่ก็จะเหวี่ยงตัวขึ้นลงจนกลายเป็นการตีกลอง ถึงจะไม่ดังมากเท่าคนตีแต่กลางคืนที่เงียบสงบเสียงก็ดังพอที่จะได้ยินไปหลายลี้

      "ท่านข่านโปรดอย่าได้สนใจ พรุ่งนี้เราก็เพิ่มเวรยามและระยะทางการลาดตระเวนให้ไกลกว่าเดิม แต่เพื่อไม่ประมาท ข้าน้อยว่าควรจะส่งทหารไปตรวจสอบตามเนินดินที่อาจซ่อนผู้คนได้ให้ถี่ขึ้น"

      "ฮืม แล้วอีกกี่วันหอรบถึงจะสร้างเสร็จ ท่านฟ่งกง"

      จูฟ่งกงที่ถูกเสียงดังทำให้ตื่นก่อนจะรีบวิ่งมาที่กระโจมของวอเค่อข่าน ทั้งที่แต่งตัวยังไม่เรียบร้อย

      "ราวๆสิบวันก็เสร็จแล้วขอรับ"

      "ดี ข้าจะได้ให้พวกมันได้สำนึกที่กล้ามาล้อเล่นกับข้า"

      การสร้างหอรบที่ต้องใช้เวลานานหลายวัน เพราะยังไม่มีการใช้ตะปู พวกงานไม้จะใช้การเจาะรู ทำสลัก ทำเดือยเพื่อเชื่อมต่อไม้เข้าด้วยกัน นับว่าเป็นงานที่ยากยิ่ง ถ้าไม่ชำนาญพออาจพลาดจนถึงขั้นทำให้ชิ้นงานเสียไปเลย ดังนั้นพอวอเค่อข่านรู้ว่าจูฟ่งกงจัดสร้างสิ่งนี้ได้ ถึงกับดีใจ เพราะชาวเผ่าเร่ร่อนไม่มีความรู้ด้านงานไม้ระดับสูง ด้วยที่เพียงสร้างกระโจม ใช้ไม้ไม่กี่ชิ้นมาเป็นเสาก่อนทับด้วยหนังสัตว์ที่เย็บติดกัน จึงไม่มีความจำเป็นต้องเรียนรู้อะไรมากมายนักในงานช่างไม้

      แต่เหตุการณ์เสียงกลองศึกดังกลางดึกก็ยังคงดำเนินไปอีกห้าวันรวมแล้วก็หกวัน ถึงจะเพิ่มเวรยามและลาดตระเวณไกลมากกว่าเดิม ม้าเจ้ากรรมก็หลุดเข้ามาก่อกวนได้ครั้งล่ะสิบตัวทุกคืน เพราะเหมยฮวาให้ทหารสวมชุดสีดำและนำผงถ่านมาทาตามเนื้อตัว รวมทั้งม้านอกจากทาผงถ่านยังพันกีบม้าด้วยผ้ากันเกิดเสียงดังขณะวิ่ง จนถึงระยะที่จะปล่อยค่อยเอาผ้าออก ที่ทำเช่นเพื่อดึงความสนใจ แล้วส่งทหารลอบออกไปครั้งล่ะห้าร้อยนาย แยกเป็นกลุ่มๆล่ะร้อยนาย ซึ่งเป็นทหารม้าทั้งหมด ทั้งยังนำทหารที่พอขับขี่ม้าเข้าขั้นชำนาญมาเพิ่มจนครบสองพันคน ทหารกลุ่มนี้นอกจากจะจัดผ้าคลุมสีดำให้ยังทาตัวม้าด้วยผงถ่าน กีบม้าพันผ้า นอกจากธนูเขาสัตว์ ยังมีเหล้าที่กลั่นบรรจุไว้ในเครื่องดินเผาอุดด้วยผ้าปล่อยยาวออกมาคนล่ะสี่อัน แล้วนำทางโดยคนที่รู้เส้นทางเป็นอย่างดี เดินทางตีวงอ้อมไปยังจุดนัดพบ ที่เป็นด้านหลังของค่ายทัพหลักของวอเค่อข่านที่ห่างไปราวยี่สิบลี้ ซึ่งน่าจะไปสบทบกันได้ภายในสองวันเพราะต้องเดินทางเฉพาะกลางคืน

      ส่วนเสบียงก็ได้พวกอาหารแห้งที่นางคิดตู้อบจัดทำขึ้น จึงไม่ต้องก่อไฟทำอาหาร แต่ด้วยข้อจำกัดทั้งการจัดหาเครื่องดินเผา รวมทั้งเหล้าหมักที่ใช้กลั่น ที่ส่งคนไปกว้านซื้อตามเมืองรอบๆเพื่อให้ได้มากที่สุด ทั้งการกลั่นเหล้า อบเนื้อ ถึงแม้ทางตระกูลหลี่จะมีจำนวนมากเพราะต้องทำไว้ให้กับสำนักคุ้มภัยที่ตอนนี้เพียงเดินทางแค่ภายในแคว้นหยวน แต่ก็ไม่เพียงพอ จึงต้องค่อยๆทยอยจัดของเป็นชุดๆให้กับทหารที่ลอบออกไป ทว่าก็เป็นข้อดีเพราะกองกำลังเล็กๆเคลื่อนที่ได้คล่องตัวกว่าทั้งยากแก่การถูกพบเห็น

      "การจัดทำอาวุธสี่วันมานี้รวดเร็วยิ่งนัก เพราะเจ้าแท้ๆเหมยฮวา"

      "มิได้ ท่านชิงอู่"

      สิ่งที่เหมยฮวาทำก็คือเครื่องเป่าลมช่วยในการเร่งความร้อนให้กับเตาไฟ แทนการใช้พัดเพื่อเร่งไฟในเตา ด้วยการนำหนังสัตว์มาตัดเป็นเส้นยาวขนาดฝ่ามือ ปลายทั้งสองข้างตัดเฉียง แล้วจับปลายเข้าหากันก่อนเย็บติดเป็นชิ้นเดียวแต่คล้ายถูกพับทบไปมาเป็นรอยหยักแบบพับกระดาษ เชื่อมรอยต่อด้วยกาวเชื่อมธนูตามด้วยคลั่ง ประกบด้วยแผ่นไม้บนล่างปลายด้านหนึ่งเกือบประกบกันเป็นสามเหลี่ยม ปลายอีกด้านที่ห่างกันนำเหล็กเส้นมาขดเป็นวง ซึ่งก็คือสปริงนั่นเองมาติดไว้

      เวลาใช้ก็กดมือลงด้านท้ายที่ติดสปริงหรือวางพื้นใช้เท้าเหยียบ ถึงจะไม่เป็นดั่งที่นางคิด แต่มันก็เร่งไฟได้แรงกว่าพัดมากมายนัก  แรงพอที่จะเร่งไฟจนหลอมโลหะในเวลาที่รวดเร็วกว่าเท่าตัว พอละลายก็เทลงแม่แบบดินเหนียวเป็นรูปอาวุธต่างๆ พอเย็นก็นำมาลับจนคม ช่วยให้การสร้างลูกธนูและใบมีดขนาดไม่ใหญ่มากได้อย่างรวดเร็ว เพราะวิธีการเดิมจะเป็นการตีขึ้นรูป จะให้มาคอยพัดเพื่อเร่งไฟตลอดจนโลหะหลอมละลายคงมีล้าไปก่อนแน่ พอเป็นเช่นนี้จึงทำให้การจัดสร้างอาวุทรวดเร็วตาม

      "ใบหอก ข้าก็พอเข้าใจแต่เจ้าใบมีดที่เป็นรูปตะขอนี้ไว้ทำอะไร เพียงแค่ทำหอกซัดที่เจ้าว่าก็ไม่มีเวลาพอแล้วเหมยฮวา"

      "สิ่งนี้ก็คือเกอ ข้าน้อยจะนำไปติดเพิ่มให้กับหอกที่เรามีแบบนี้เจ้าค่ะ ท่านชิงอู่"

      แม่ทัพชิงอู่เห็นใบมีดที่ตั้งฉากกับตัวด้ามจับ ถูกทาบที่ปลายสุดของด้ามหอกก่อนถึงใบหอก ก็ตาเป็นประกาย เพราะหอกใช้แทงตรงเพียงอย่างเดียว ถ้ามีใบมีดนี้ย่อมเกี่ยวและสับได้ ส่วนเจ้าหอกซัดเหมือนหอกปกติ เพียงด้านปลายหอกจะมีน้ำหนักมากกว่าท้ายเท่าตัว สามารถพุ่งไกลเกือบร้อยก้าว ถึงจะใกล้กว่าธนู แต่พลังทำลายรุนแรงกว่ามาก ทั้งยังใช้กีดขวางได้ดีในระดับหนึ่งด้วย

      "เพียงนำมาติดให้กับพลหอกฝึกซ้อมไม่กี่วันก็น่าจะเพียงพอให้คุ้นชิน ส่วนหอกซัดจะเร่งจัดทำให้มากที่สุด เห็นผลฝึกซ้อมการซัดหอกในห้าวันที่ผ่านมานับว่าอยู่ในขั้นดี

      "ดี พรุ่งนี้จะได้เริ่มซักที หวังว่าพวกที่ลอบออกไปจะไม่ถูกพบซะก่อน การเดิมพันในครั้งนี้นับว่าหนักหนายิ่งนัก แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยข้าก็เบาใจ ที่เจ้าไม่มีความลังเลหลงเหลือในจิตใจอีกต่อไปแล้ว"

      "ท่านชิงอู่"

      "เจ้าไปทำงานต่อเถอะ ข้าเองก็คงเหมือนกัน"

      ที่จัดสร้างอาวุธได้มากเช่นนี้ก็ต้องขอบคุณทัพทู่เจียในรอบก่อนที่เอาอาวุธมาทิ้งไว้ให้มากมาย แต่อาวุธชุดเกราะทัพหยวนต่างมีสำหรับทหารทุกนายอยู่แล้ว การที่จะเพิ่มกำลังพลตอนนี้ยังทำไม่ได้ เพราะไม่ได้ต่อสู้กับทหารราบ แต่สู้กับทหารม้า ถ้าฝึกซ้อมขบวนทัพไม่เพียงพอ ถูกข้าศึกมองออกคงถูกโจมตีจุดนี้ด้วยความเร็วจนเกิดการชุลมุนพาลขัดขวางกระบวนทัพอื่นได้ จึงต้องมาเสริมด้านความแข็งแกร่งให้กับทหารเดิมทดแทน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ต้นยามซวี(19.00-20.59) เวลาเท่านี้ความมืดก็ปกคลุมไปทั่วจนมองไม่เห็นทางแล้ว ทัพทหารราบสามหมื่นก็แยกเป็นสามกองๆล่ะหมื่น หน้ากลางหลังออกจากประตูเมืองมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ส่วนม้ากว่าหกพันตัวที่ไล่จับมาพันกีบเท้าด้วยผ้าตั้งแต่บ่าย ถูกไล่ต้อนตามไปทีหลังไปทางทิศตะวันตก การเดินทัพในความมืดนับว่ามีปัญหาบ้าง แต่พอถึงทุ่งหญ้าก็สามารถมองเห็นจุดหมายที่จะไปเพราะมีแสงไฟที่สว่างขึ้นสู่ท้องฟ้าในที่โล่งห่างไกล นั่นก็คือค่ายทัพหลักของทู่เจีย

      ในคืนที่เงียบสงบที่มีเพียงแสงดาว จู่ๆแผ่นดินก็สั่นสะเทือนไปไกลกว่าสิบลี้ อันเกิดจากม้าจำนวนมากที่ถูกทำให้ตกใจด้วยลูกธนูหลายร้อยลูกไล่จากด้านหน้าสุดจนถึงท้าย  นายทหารที่เอาหูแนบพื้นดินฟังเป็นระยะๆ ก็ส่งสัญญาณบอกทัพหยวนที่เดินทางมาได้กว่าสิบห้าลี้ว่าอีกด้านได้เริ่มแล้ว พอแม่ทัพที่คุมทัพทราบก็สั่งการให้รีบเร่งเดินทัพโดยเบี่ยงเส้นทางเยื้องไปทางทิศตะวันตกในทันที ที่เป็นเช่นนี้เพื่อป้องกันการถูกพบเห็นทั้งหมด จึงได้แยกกันเดินทาง

     กระโจมทัพหลักของวอเค่อข่าน

      "เกิดอะไรขึ้น รีบรายงานมา"

      "เรียนท่านข่าน มีเสียงควบม้ามาจากทิศตะวันตกมุ่งตรงมาด้านนี้ขอรับ น่าจะมีจำนวนหลายพันตัว"

      "เหอะ..คราวนี้พวกหยวนคิดจะเล่นลูกไม้อะไรอีกล่ะ"

      หลังฟังรายงานของพลสื่อสาร วอเค่อข่านก็ทำสีหน้าเหยียดหยาม เนื่องจากถูกส่งม้าติดกลองศึกมาก่อกวนตลอดหกวันที่ผ่านมา แต่รอบนี้ถึงกับใช้ม้าจำนวนหลายพันตัวคิดจะเล่นลูกไม้อะไรกันแน่

      "ท่านข่านขอรับ พวกหยวนอาจวางแผนเพื่อหลอกล่อให้เราสับสน ข้าน้อยคาดว่าคงจะมีการส่งทัพมาลอบโจมตีและอาจจะมาทางด้านตะวันออกขอรับ"

      "ถึงกับยกทัพมาลอบโจมตี ช่างกล้ายิ่งนัก ดี ฟูบีสั่งการลงไปให้ทหารทุกนายด้านค่ายตะวันออก เตรียมพร้อม นำกำลังจากค่ายกลางไปเพิ่มอีกสองหมื่น"

      "ขอรับท่านข่าน"

     ฟูบีที่รับตำแหน่งรองแม่ทัพแทนเยบี้หลุน รับคำทันที

      "ฮึ เวลาเช่นนี้ เจ้านาหลันนาเยี่ย ที่ได้ข่าวยังไม่ตาย ก็ไม่ยอมโผล่หัวมาพบข้าอีก ช่างน่าตายจริงๆ ไว้เสร็จจากพวกหยวน ข้าจะจับมันมาสับเป็นหมื่นๆชิ้นให้ดู"

      "เรื่องนี้นับว่าเป็นปัญหาพอควรท่านข่าน ข้าน้อยกลัวว่านาหลันนาเยี่ย จะหันคมดาบมาหาเราในภายหลังยิ่งนัก"

      " จบศึกนี้ข้าคงต้องหันกลับมาจัดการกับพวกที่เคยถือข้างพี่ข้าจริงๆจังๆ ซักที เอาล่ะ พวกเราไปกันเถอะ ดูซิว่าพวกหยวนมันจะยกกันมาซักกี่คน"

      หลังจากพ่ายแพ้หน้าด่านชิงไห่ นาหลันนาเยี่ยก็หายตัวไป ตอนแรกเข้าใจว่าตายไปแล้ว แต่มีรายงานว่าพบเห็นคนคล้ายนาหลันนาเยี่ยทางด้านตะวันตก วอเค่อข่านกล่าวเสร็จก็ลุกขึ้น เดินออกไปนอกกระโจมทันที

      "เอารั้วไม้มาๆ"

      "รีบเอามากั้นด้านนี้ ส่วนพวกที่เหลือเตรียมเชือกเร็วเข้า"

      เสียงตะโกนสั่งการกันโหวกเหวก ให้นำรั้วไม้มากั้นเพื่อหยุดหรือชะลอม้าที่พุ่งเข้ามาในค่ายรอบนอก รวมทั้งเชือกที่จะใช้ในการคล้องม้า

      "เฮ่อ อีกแล้วเหรอ พวกหยวนนี้มันจะไม่ยอมให้พวกเราได้นอนหลับกันสบายๆบ้างเลยรึไง"

      "ใช่ ส่งม้ามาก่อกวนห้าหกวันติดกัน จนข้านอนแทบไม่พอ"

      "นี่! ยังไม่รีบไปช่วยเตรียมเชือกอีก หรือพวกเจ้าอยากจะโดนลงโทษ ห๊า!

      เพราะถูกก่อกวนติดๆกันจนทำให้ทหารบางกลุ่มถึงกับเบื่อหน่าย ไม่ได้คิดจะลงมือทำอย่างเต็มที่

      'คึ่กๆๆๆ'

      พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนจนคล้ายการเต้นระบำของปฐพี ที่เกิดจากการวิ่งห้อมาเต็มเหยียดของเหล่าม้า

      "ทางนี้ๆ กั้นเสร็จแล้วรีบหลบไป"

      "มันมาแล้วหลบเร็วเข้า!"

      เหล่าม้าที่ตื่นตกใจก็พุ่งเข้าชนรั้วไม้ที่กั้นไว้ทันทีพอมาถึง บางคนที่ยังตื่นนอนไม่เต็มที่ก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้งทันที

      'กร๊อบบ'

      "เห้ย! หลบๆ"

      เสียงรั้วไม้หักที่เกิดจากม้าพุ่งเข้าชนดังมาเป็นระยะๆ เพราะความเป็นทุ่งหญ้า ในการจัดหาไม้ที่มาสร้างรั้วกั้นจึงไม่ได้ใช้ขนาดใหญ่ เน้นเพียงกีดขวางผู้บุกรุกเท่านั้น ฝูงม้าที่บุกเข้ามา ถึงจะไม่ได้ทำร้ายจนมีใครบาดเจ็บมากนัก เพราะพากันหลบทัน แต่ก็ทำให้กระโจมที่พักพังเป็นแถบๆ รั้วที่ปักสร้างอย่างถาวรก็พังไปกลายเป็นช่องในหลายๆจุด

      "ฮ่าๆ คงมีแค่นี้ล่ะมั้ง พวกข้างในหลบดีๆก็แล้วกัน"

      พอม้าวิ่งผ่านไปยังด้านในค่าย พวกทหารที่อยู่รอบนอกก็โล่งใจ

     "จะทำอย่างไรกันดิ...อั่ก"

    'หวี๊ดด....ปึ๊กๆๆๆ"

    "อ๊ากกก"

     "ข้าศึกบุกๆ"

      เสียงหวีดหวิวของลูกธนูที่พุ่งตัดอากาศดิ่งลงมาใส่เหล่าทหารที่เริ่มจับกลุ่มกัน พลธนูทหารราบห้าพันนายยิงธนูเบิกร่องเข้ามาในค่ายทันที

      'ตึ่ง..ตึ่งๆๆ'

      "เฮ้ฮฮ"

      " สอง ระยะห่างสาม รุกสิบ"

      "สอง ระยะห่างสาม รุกสิบ ๆๆ"

      สิ้นเสียงกลองสั่งบุก แม่ทัพเต๋อชิงที่เป็นทัพหน้าก็สั่งการให้ตั้งกระบวนทัพเสวียนอู่ สองแรกก็คือสองหมู่ๆละสิบเป็นยี่สิบ ระยะห่างสามก็คือเว้นระยะห่างแต่ละหมู่สามก้าว รุกสิบก็คือรุกเข้ายึดพื้นที่อีกสิบก้าวแล้วหยุด นายหมู่ทุกหมู่ย้ำคำสั่งไล่กันเป็นทอดๆเพื่อให้ได้ยินคำสั่งชัดเจนกันทั้งหมดหมื่นนาย

      "ฆ่ามัน! ย๊ากก!"

      'เคร๊งงๆๆ....ซ๊วบๆๆ'

      "อ๊าก!"

      เหล่าทหารของทู่เจียเมื่อเห็นข้าศึกบุกเข้ามา เมื่อคว้าอาวุธได้ก็วิ่งเข้าใส่ในทันที ทว่าก็มิอาจฟันผ่านโล่เข้าไปทำร้ายอีกฝ่าย ก่อนถูกปลายหอกที่โผล่พ้นจากกลุ่มโล่แทงใส่จนตายเกลื่อน พอรุกคืบจนครบสิบก้าวก็หยุดตรึงกำลังรบป้องกันพวกทู่เจียที่ดาหน้าเข้ามา

      ทหารทู่เจียกว่าสามในสี่ ที่เพิ่งลุกจากที่นอนในกระโจมอย่างกะทันหันเพื่อมาป้องกันการบุกรุกของม้าและคน จึงไม่ได้ขี่ม้า บ้างก็ยังไม่สวมเกราะ และบางคนถึงขั้นร่างกายเปลือยเปล่าควงดาบออกมาต่อสู้ เพียงไม่ทันไรก็ถอยร่นจนกลายเป็นหนีตายแทน

      "ถอยๆๆ!....."

      "อ๊ากก.."

      "ธนู สิบก้าว สองชุด!"

      "เตรียม!..ง้าง!....ยิง!"

      เมื่อเห็นข้าศึกถอยร่น หัวหน้ากองธนูก็สั่งพลธนูห้าพันนาย ที่อยู่ด้านหลัง เดินเข้าไปใกล้ทัพหน้าอีกสิบก้าว เพื่อจะยิงธนูปูพรมใส่เหล่าทหารทู่เจียที่หลบหนี

      'ควับๆๆๆ.......หวี๊ดดด........ปึ๊กๆๆ!"

     "อ๊ากก!"

      พอยิงครบสองชุดก็เข้ากลับประจำที่เดิมเพื่อรอคำสั่ง ทัพสามหมื่นของแม่ทัพอู่ชิง ประกอบไปด้วยทหารราบที่ฝึกขบวนทัพเสวียนอู่ สองหมื่นนาย ที่ประกอบไปด้วยพลโล่กับดาบ และพลเกอหรือพลหอกติดใบมีดเพิ่มเข้าไปซึ่งจะมีสองคนทุกๆสิบนายของกลุ่มทัพหน้า อีกหนึ่งหมื่นแยกเป็นพลธนูห้าพัน พลเกอที่คัดเลือกจากพลดาบที่มีแววว่าใช้อาวุทยาวได้ดีอีกห้าพัน ทั้งยังสะพายหอกซัดอีกคนละสามเล่ม การจัดทัพคือทหารราบหน้าหลังด้านละหมื่นนาย ตรงกลางพลเกอยืนสลับกับพลธนูจนครบหมื่นนาย

      "ทัพม้าติดโล่ทั้งหมดไปด้านทิศตะวันตกเร็วเข้า"

      "ขอรับท่านข่าน"

      วอเค่อข่านหลังจากมาประจำที่ด้านตะวันออกของค่าย เพื่อรอการจู่โจม ก็ต้องหันขวับไปด้านตะวันตก เมื่อได้ยินเสียงกลองศึกที่หยวนตีสั่งการ ก่อนจะออกคำสั่งให้ ฟูบีที่เป็นรองแม่ทัพของทัพวอเค่อข่านและแม่ทัพของทัพทหารม้าติดโล่ รีบยกทัพไปช่วยทางด้านนั้นทันที

      "ข้าน้อยคำนวณผิดหรือนี่"

      "ไม่เป็นไรท่านฟ่งกง ค่ายทางตะวันตกมีกำลังกว่าสองหมื่นคงจะยันเอาไว้ได้"

      "ขอรับท่านข่าน เอ่อ ข้าน้อยคิดว่า เราควรยกกำลังอ้อมไปตีตลบหลัง เพื่อกดดันอีกทางน่าจะเกิดผลดีกว่านะขอรับ"

      "ได้ สั่งการลงไป แบ่งกองกำลังออกมาหนึ่งหมื่นเตรียมม้า แล้วอ้อมไปด้านหลังทางตะวันตก แล้วสั่งคนในค่ายกลางส่งกำลังมาเพิ่มอีกห้าพัน ช่วยดูด้านตะวันออก"

     เมื่อเป็นเช่นนี้ทัพหกหมื่นของวอเค่อข่าน ก็จะมีกำลังทหารด้านตะวันออกหมื่นห้า ค่ายกลางห้าพัน ทัพม้าที่กำลังมุ่งไปด้านตะวันตกอีกสองหมื่น และค่ายตะวันตกที่กำลังปะทะกับทัพหยวนอีกสองหมื่น แต่ทว่าที่วอเค่อข่านไม่รู้ก็คือทัพสองหมื่นด้านตะวันตกกำลังหนีตายกันจ้าละหวั่น

      "หนีเร็วเข้า!"

      'คึ่กๆๆ'

      "อ่า!พวกเรามาช่วยแล้วว!"

      "เฮ้ๆ"

      "หลบไปเจ้าพวกโง่!"

      'พลั่กก!....กร๊อบบ!'

      "อ๊ากก"

      พวกที่กำลังหนีตาย เมื่อได้ยินเสียงควบม้ามาตามช่องว่างของกระโจม ก็จ้องมองไปยังทิศทางของเสียง พอเห็นว่าเป็นพวกของตน ด้วยความดีใจก็กรูกันเข้าไปหา แต่ก็ต้องถูกม้าพุ่งชน หรือไม่ก็ถูกเหยียบตาย สุดท้ายกลายเป็นต้องหนีตายทั้งด้านหน้าจากพวกตนเองและด้านหลังจากทัพหยวน ก่อนจะแตกฮือกันไปด้านข้างอย่างลนลานแทน

      "ทัพม้ามา!ๆ"

      "พลธนูแทรกกลาง ห่างหน้าสามกลุ่ม!"

      คำสั่งให้พลธนูวิ่งแทรกระหว่างช่องว่างของกลุ่มเสวียนอู่ ไปยังด้านหน้า โดยให้หยุดที่กลุ่มขบวนทัพเสวียนอู่ ชั้นที่สามจากหน้าสุด

      "ตั้งโล่ อย่าหยุด!

      "ตั้งโล่ๆๆ!"

     คำสั่งตั้งโล่ขึ้นบนเหนือหัวของฟูบี ถูกรับการบอกต่อกันเป็นทอดๆ ตอนนี้ทัพม้าหนึ่งหมื่นที่พุ่งมาเริ่มเรียงแถวเป็นหน้ากระดาน เพราะพื้นที่ตั้งกระโจมตรงนี้ถูกม้าที่หยวนทำให้ตกใจวิ่งมาทำลายไปแล้วเลยกลายเป็นที่โล่ง มีเพียงเศษซากกระโจมและซากศพนอนระเกะระกะ

      "ยิง!"

      'ควับๆๆ'

      คำสั่งยิงชุดแรกจบ ชุดสอง สามก็ยิงตามติดทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งเพิ่ม

      'ปุๆๆ...ปึกๆๆ.'

      "อุ๊...อย่าให้ข้าถึงตัวก็แล้วกัน อย่าหยุด ควบไป!"

      เสียงลูกธนูที่ตกกระทบโล่หนัง ดังขึ้นถี่ยิบ ถึงจะกันได้แต่ก็มีบางส่วนหลุดรอดผ่านโล่เข้ามา สร้างบาดแผลให้กับทัพม้าที่ควบเข้าหาทัพหยวน แต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนัก

      "ธนูถอย!"

      "หก ระยะเดิม เตรียม!"

      แม่ทัพตั้งเต๋อชิง เห็นว่าธนูไม่เป็นผล จึงออกคำสั่งรวมกลุ่มเป็นหกกลุ่ม รับการปะทะ

      "หอกซัด แทรกกลาง!"

      พลเกอที่สะพายหอกซัดคนล่ะสามเล่ม ห้าพันนายมือหนึ่งถือเกออีกข้างดึงหอกซัดออกมาเตรียมคนละเล่ม แล้ววิ่งแถวตอนเรียงหนึ่งแถวล่ะห้าคนไปตามช่องว่าง ช่องละสองแถวโดยแต่ละแถวจะแยกวิ่งชิดซ้ายขวา เว้นช่องตรงกลางเพื่อวิ่งกลับ จะได้ไม่ขวางทางคนที่ตามมาซัดหอกต่อจากตนเอง

      'คึ่กๆๆๆ'

      "บุกไป อย่าหยุด!"

      "เฮ้!"

      ฟูบีพอควบม้าเข้าใกล้ระยะร้อยกว่าก้าวก็สั่งการอีกรอบ อาวุธในมือก็ถูกกวัดแกว่งเตรียมฟาดฟันเข้าใส่ทหารราบของหยวนที่ตั้งทัพรอทันที   

      "ซัด!"

      'ฟุ๊บๆๆ....ซ๊วบ!..ฉึก!ๆๆๆ'

      "อ๊ากก....อั่ก!"

      "อย่าหยุด!"

      พลทหารเกอหลังขว้างหอกซัดออกไปก็รีบวิ่งกลับไปประจำที่เดิมทันทีโดยไม่หยุดมองดูว่าผลงานของตนเองจะเป็นเช่นไร ทำซ้ำๆจนครบทุกนาย หอกซัดที่พุ่งขึ้นฟ้าตามกันดั่งระลอกคลื่นพอหมดแรงส่ง คมหอกที่เคยชี้ขึ้นเบื้องบนก็กลายเป็นชี้ลงมายังเบื้องล่างแทน ด้วยน้ำหนักด้านปลายของคมหอกที่มากกว่า ก่อนดึงตัวเองทิ้งดิ่งลงมาใส่เหล่าทหารม้าที่อยู่เบื้องล่าง ทัพม้าทู่เจียที่ยกโล่ขึ้นกันต่างก็บาดเจ็บล้มตายเกือบเท่าจำนวนหอกที่ซัดออกไป เพราะน้ำหนักที่มากกว่าลูกธนูหลายร้อยเท่าพอปะทะกับโล่หนังจึงถูกเจาะทะลุและฉีกกระชากจนขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี แต่กระนั้นก็มิอาจหยุดทัพม้าทู่เจียนับหมื่นนายที่กระจายตัวกินพื้นที่กว้างเอาไว้ได้

      'ปัง!...พลั่ก!.....กร๊อบบบ'

      "อ๊ากก"

      " ต้านไว้ๆ!...ต้านไว้อย่าให้เจาะถึงทัพกลาง!"

      "อ๊าก"

      ตอนนี้สภาพกลายเป็นตะลุมบอนกันเป็นที่เรียบร้อย พลธนูต้องถอยร่นลึกจนเกือบถึงทัพหลัง พลทหารเกอก็รีบขึ้นหน้าทั้งจ้วงแทงและสับทหารม้าที่เจาะทะลวงเล็ดลอดจากทัพหน้ามาถึงทัพกลาง ขณะทัพหลังกำลังจะสั่งให้ไปเข้าเสริมทัพกลาง 

      "บุกเข้าไป"

      'หวู๊ดด'

      "เฮ้

      'คึ่กๆๆๆๆ'

      เสียงสั่งการของวอเค่อข่านก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเป่าหวูดเขาสัตว์สั่งบุก พื้นดินก็สั่นสะเทือนด้วยทัพม้านับหมื่น ที่ยกทัพวกอ้อมมาตีตลบหลังทัพหยวน เพราะถูกดึงความสนใจจากด้านหน้า จึงไม่รู้สึกถึงการมาในครั้งนี้ กว่าจะรู้ตัวทัพม้าของวอเค่อข่านก็เข้ามาใกล้เกือบร้อยก้าวแล้ว

      "เตรียมปะทะ!"

      "บัดซบ!ออกศึกครั้งแรก ข้าก็ประมาทเลิ่นเล่อ จนถูกลอบโจมตี มันน่านัก"

      "ท่านแม่ทัพ ไม่มีเวลาแล้ว รีบเถอะ"

      แม่ทัพอู่จี้หย่ง ที่ได้เป็นทัพหลังคอยระวังการลอบโจมตี หลังจากสั่งการตั้งรับแบบกะทันหันเสร็จ ก็สบถออกมาอย่างเจ็บแค้น ด้วยความไม่ได้เรื่องของตน ถึงจะสั่งการไปแต่ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะรวมกลุ่มกัน ผลจึงไม่ต่างจากทหารราบทั่วไปที่ถูกบดขยี้อย่างง่ายดาย

      "อ๊าก"

       'พลั่ก!..กร๊อบบ.."

      "ช่วยข้าด้วย อ๊ากก"

      เสียงแผดร้องของทัพหลังหยวนดังขึ้นมาไม่ขาดระยะ แม่ทัพจี้หย่งได้แต่มองดูด้วยดวงตาแดงฉาน ทั้งคลั่งแค้นทั้งโทษตัวเอง ที่มิอาจช่วยพวกพ้องที่กำลังปะทะอยู่ด้านหน้าของตนได้

      "ฆ่าให้หมด"

      "ฆ่า!"

      ทหารทู่เจียบุกอย่างเมามันส์ ถึงจะมีโล่ในมือแต่ทหารหยวนที่ส่วนมากต้องแยกกันรับมือเพียงเดี่ยวๆ จึงถูกสังหารคนแล้วคนเล่า แต่ก็พอมีบ้างที่จับกลุ่มกันเป็นขบวนถึงจะผิดเพี้ยนไปจากที่ฝึกซ้อมมา ทว่ายังพอต้านได้ในระดับหนึ่ง

      "พวกเราสู้! รวมกลุ่ม! ต้านไว้ๆ!"

      พลธนูก็เริ่มยิงไม่เป็นระเบียบ ด้วยกลัวถูกพวกเดียวกัน ตอนนี้จึงเป็นการง้างเล็งยิงเป็นคนๆไป แต่ด้วยความมืดก็ทำให้เล็งลำบากมากขึ้นกว่าเดิม เพราะตรงที่ทัพม้าทู่เจียบุกไม่มีแสงไฟจากไต้ที่จุดภายในค่ายทหารไปถึง เห็นแค่เพียงเงาสลัวๆ มีเพียงระยะประชิดเท่านั้นถึงจะแยกแยะได้ว่าใครเป็นใคร

      ด้านหน้าก็เป็นการตะลุมบอน ด้านหลังก็ถูกบีบให้ถอยร่นไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปคงต้องถูกโอบปิดล้อม ไปไหนไม่ได้เป็นแน่

      "อ๊ากก....ช่วยด้วยๆ ร้อนๆ"

      'เพล้ง! พรึ่บบ'

      จู่ๆท้องฟ้าทางทิศเหนือก็แดงฉานขึ้นมาในพริบตา

      "ฮ่าๆ เป็นเช่นไร เหล้าเมามายพันวัน รสชาติร้อนแรงหรือไม่"

      "หยุดพูดเล่นซักทีเถอะอาเช่อปา กระโจมด้านโน้นยังเหลือ รีบไป"

      กองทหารม้าจำนวนสองพันนาย ที่ซุ่มซ่อนห่างจากที่นี่ไปยี่สิบลี้ มาถึงก็ลงมือโจมตีเปิดทางด้วยธนูโดยไม่ให้ตั้งตัว เหล่าทหารที่ประจำการที่ทัพกลางได้แต่ถอยร่นไปยังด้านในไม่กล้าเข้าปะทะ แล้วนำขวดที่บรรจุเหล้ากลั่น ไปจ่อกับไฟให้จุกที่เป็นผ้าปล่อยยาวลุกไหม้ ก่อนจะขว้างใส่ตามกระโจมต่างๆ นี้ก็คือระเบิดขวดที่เหมยฮวาทำออกมานั่นเอง เพราะเหล้ากลั่นก็คือแอลกอฮอล์พอขวดแตกก็ติดไฟลุกพรึ่บขึ้นทันที กระโจมทัพกลางกลายเป็นทะเลพลิงอย่างรวดเร็ว ก่อนลามไปติดกระโจมข้างเคียง ด้วยตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงอากาศแห้งแล้ง ยิ่งส่งเสริมอานุภาพให้รุนแรงยิ่งขึ้น

      "อ๊ากก ร้อนน"

      "ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย"

      ทัพกลางถูกจู่โจม ค่ายทัพด้านะวันออกพอเห็นเป็นเช่นนั้น ก็รีบยกกำลังไปหาทางดับไฟ แต่เพราะไม่มีแหล่งน้ำเพียงพอสุดท้ายก็ลามกระจายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นเช่นนี้ ทหารทู่เจียก็เริ่ม แตกฮือหนีตายแทน

      "ไฟไหม้!ๆ หนีเร็ว"

      เสียงตะโกนร้องเป็นภาษาทู่เจีย ดังกึกก้อง ทัพด้านทิศตะวันตกจากที่เริ่มชะงักหันกลับมองยังด้านหลังไม่กี่คนก็มีมากขึ้นๆจนครบ พอรู้ว่าไฟลุกลามขยายมาตามกระโจมเรื่อยๆ เหล่าทหารทู่เจียที่ต่อสู้อยู่ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะรีบควบม้าหนีทันที เพราะต่างก็คิดว่าทัพหนุนของหยวนคงมาจำนวนมาก จนโจมตีทัพด้านตะวันออกกับทัพกลางแตกเป็นที่เรียบร้อย

      "กลับมา! เจ้าพวกขี้ขลาด"

      "ไฟไหม้!ทัพแตกแล้วๆ"

      ฟูบีคำรามลั่นที่คนของตนต่างหนีเอาตัวรอด ส่วนคนที่ส่งเสียงดังจนได้ยินกันทั่วก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อาเช่อปานั่นเอง เพราะมีผลงานที่เกิดจากพลังเสียงอันทรงพลังในการรบครั้งก่อนเป็นที่ประจักษ์ จึงได้รับหน้าที่ในการส่งเสียงเพื่อกระตุ้นให้ทุกคนหันหลังมา โดยมีรางวัลล่อใจก็คือเหล้าแบบใหม่ที่เหมยฮวา เตรียมไว้มอบให้เมื่อจบศึก คงมีเพียงครั้งนี้เท่านั้นที่ อาเช่อปาดูจะตั้งอกตั้งใจทำเป็นพิเศษ

      "บุกเข้าไป"

      "เฮ้ฮ"

      ทัพม้าหยวนที่มาเสริมสองพันนายก็ไสม้าเข้ามาปะทะทัพม้าทู่เจียทันที เพราะตอนนี้ต่างก็ลนลาน บ้างก็พาตัวเองออกจากวงต่อสู้ บ้างก็สู้ไปสอดส่ายสายตาไปมา จนไม่มีกะจิตกะใจในการสู้รบ ทัพฟูบีที่ถูกโจมตีทั้งหน้าและหลัง ก็ถูกเข่นฆ่าเอาถ่ายเดียว ด้วยความตื่นกลัวที่คิดว่าทัพแตกแล้วจึงไม่ยอมสู้ คิดเพียงหนทางหลบหนีโดยไม่สนคำสั่งใดๆ

      "อ๊ากก"

      "สู้!อย่าหนี!"

      "ฟิ้วว..ฉึก!"

      "อ่อก"

      "ไม่หนีก็ ตายอยู่ที่นี่แล้วกัน"

      เมื่อฟูบีตระโกนสั่งการจึงทำให้รู้ว่าใครเป็นผู้นำทัพ ดังนั้นเลยกลายเป็นเป้าธนูของจายาตูในทันที ตามที่เหมยฮวาบอก จับโจรต้องจับหัวหน้า

      "เหวออ ท่านฟูบีตายแล้ว หนีเร็วเข้า"

      พอหัวหน้าถูกจัดการ ลูกน้องคนสนิทก็ร้องลั่น ผลตามมาก็ยิ่งซ้ำเติมทัพหน้าทู่เจียมากกว่าเดิมพวกที่ต่อสู้อยู่รีบหันหัวม้าฝ่าวงล้อมข้าศึกหนีอย่างไม่คิดชีวิตทันที

      "ไปช่วยทัพหลังเร็วเข้า"

      ความตึงเครียดผ่อนคลาย เพราะทหารทู่เจียหนีไปกันจนหมดหลังจากผู้นำทัพตาย เหลือเพียงซากศพและผู้บาดเจ็บที่ร้องโอดโอยเพราะไม่มีกำลังพอขึ้นม้าควบหนีไป ด้วยถูกสั่งกำชับมาจากเหมยฮวาให้เปิดช่องทางหนีไว้ต่อให้มีความได้เปรียบ ก็ห้ามปิดล้อมจนอีกฝ่ายเข้าจุดอับ มิเช่นนั้นจะถูกการสู้กลับอย่างไม่คิดชีวิตของศัตรูทันที บางครั้งอาจร้ายแรงถึงขึ้นพลิกสถานะจากแพ้เป็นชนะในพริบตา

      'เพล้ง.....พรึ่บ'

      เสียงโยนขวดเหล้าไปที่ว่าง เพื่อให้มองเห็นศัตรูได้ชัดๆ

      "ท่านข่าน ไฟไหม้ๆ"

      "ไฟอะไร ทำไมถึงได้ลุกขึ้นฉับพลันเช่นนี้"

      "ท่านข่าน ค่ายเราไหม้หมดแล้ว"

      เสียงพูดของเหล่าทหารที่ปลุกให้ วอเค่อข่านหันมาสนใจสิ่งรอบตัวนอกจากการฆ่าฟัน พอเห็นจุดที่ไฟไหม้บนพื้นที่ห่างออกไปก็ตะลึง ก่อนจะเหลือบไปเห็นด้านตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของทัพกลางไฟไหม้จนท้องฟ้าแดงฉาน เท่านี้ตาก็เบิ่งค้าง จ้องมองอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง เพราะด้านหน้ามีแต่ทหารหยวน ที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าทัพของฟูบีแตกแล้ว รวมทั้งทัพกลางและค่ายด้านตะวันออกก็คงประสบชะตากรรมเช่นเดียวกันกับทัพทหารม้าติดโล่ของฟูบี

      "ท่านข่านหนีเถอะ"

      'ฉับ'

      "อ๊าก"

      "กล้าพูดคำว่าหนี ต่อหน้าข้าอย่างนั้นรึ"

      พอทหารคนสนิทบอกให้หนี วอเค่อข่านก็ตวัดดาบเข้าใส่อีกฝ่ายจนตายในทันที

      "บุก!"

      "เฮ้ฮฮ"

      'เคร้งๆ..ฉับๆ....ซ๊วบบๆ'

      พอรู้ว่าทัพตนเองจะกำชัยชนะในครั้งนี้ไว้ได้ ทหารทุกคนก็ฮึดสู้ขึ้นมาทันใด ดาบ โล่ เกอต่างประเคนเข้าใส่ไม่ยั้ง แม้จะเป็นจังหวะห้าสิบๆทุกคนก็พร้อมเอาตัวเข้าแลก จนทัพม้าทู่เจียรับมือกันพัลวันและเสียท่าไปจำนวนมาก

      "ท่านข่าน รีบตัดสินใจด้วยขอรับ"

      "อ๊ากก!....ซักวันข้าจะตอบแทนพวกหยวนให้สาสมกับที่พวกมันได้ทำกับข้าในครั้งนี้ ทั้งหมดถอย!"

      "ถอยๆ!"

      "เฮ้ๆๆ"

      เสียงสั่งถอยของวอเค่อข่านถูกถ่ายทอดออกไป ทหารม้าทู่เจียที่ตอนนี้หลงเหลือราวเจ็ดพันก็แตกฮือไปคนละทิศละทาง มีเพียงกองทหารคนสนิทของวอเค่อข่านจำนวนสองพันที่ยังรวมกลุ่มกันติดตามวอเค่อข่านหนีไป เหล่าทหารหยวนทั้งหมดต่างโห่ร้องยินดีขึ้นมาทันที

      "ทัพม้าทั้งหมดจงฟัง ตามไปน้อมส่งวอเค่อข่านกันซักระยะ"

      หลังจากเคร่งเครียดมานานหลายวันที่ทัพม้าต้องคอยหลบๆซ่อนๆให้พ้นจากการถูกพบเห็น แม่ทัพจางหลี่ฮุยก็รู้สึกผ่อนคลาย จนคำสั่งไล่ล่าที่ออกมามีติดตลก เรียกเสียงหัวเราะครืนให้กับผู้ที่ได้ยินทั้งหมดในทันที พร้อมๆกับทัพม้าที่เคลื่อนตัวออกไป






 

    

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #779 พิม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 09:54
    สนุกมากกกกตื่นเต้นไปด้วยยังกะอยู่สนามรบแน่ะ..ยังโหวตหย่งเป่านะ
    #779
    0
  2. #609 ณัฏฐ์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 17:46
    เข้ามารอคะ อย่าหายไปนานนะคะ
    #609
    0
  3. #602 1234 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 23:27
    มารอตอนต่อไปจ้าาาาาาาา
    #602
    0
  4. #596 พิรา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 18:01
    สนุกมาก
    #596
    0
  5. #595 nont2520 (@nont2520) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 15:01
    ท่านข่านเหลือทหารสองพัน แม่ทัพหยวนเหลือทหารหนึ่งหมื่นไล่ตาม ข้างหน้าท่านข่านมีเยบี้หลันรอขยี้ซ้ำ สะใจจริงๆ
    #595
    0
  6. #594 Zen (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 12:53
    อ่านแล้วสนุก บรรยายเนื้อหาได้เห็นภาพการจัดทัพ น่าติดตามสมกับชื่อเรื่องจริงๆ
    #594
    0
  7. #591 ณัฏฐ์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 09:35
    รอลุ้นต่อจ้า
    #591
    0
  8. #589 แพร่พิไล (@herojo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 20:11
    สนุกดี
    #589
    0
  9. #588 kittiba (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 20:10
    ไม่มีพระเอกจะดีกว่า
    #588
    0
  10. #587 1111111 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 17:36
    ดีแล้วที่ไม่มีพระเอก เห็นเกือบทุกเรื่อง ย้อนมาหาผัวแท้ๆๆ
    #587
    0
  11. #586 1111111 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 17:36
    ดีแล้วที่ไม่มีพระเอก เห็นเกือบทุกเรื่อง ย้อนมาหาผัวแท้ๆๆ
    #586
    0
  12. #583 Moda (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 12:20
    สุดยอดมาก
    #583
    0
  13. #581 Phirena (@phirena) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 10:33
    สนุกค่ะ แต่นางเอกดูเก่งจนหาพระเอกที่คู่ควรไม่ได้เลยแฮะ555
    #581
    0
  14. #580 vbvb (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 07:09
    อย่าให้หนีไปได้นา เดี๋ยวมันก็กลับมาอีกพวกนี้อ่ะ
    #580
    0
  15. #579 Nattapong Thambuacha (@numtham22) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 06:20
    เยี่ยมยอดคร้าบบบบบบบ
    #579
    0
  16. #578 อัลโตนิโอ (@77264) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 00:57
    ลุ้นสุดๆตอนนี้
    #578
    0
  17. #576 วิหคจันทรา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 00:19
    อ่านไปลุ้นไป กลัวจะแพ้ สนุกมากๆๆค่ะ
    #576
    0
  18. #574 แม่ทะลบ (@naowarat2521) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 23:18
    หยงเป่า ก็พอมีลุ้นอยู่มั่งเนาะ
    #574
    0
  19. #572 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 22:59
    แหมนึกว่าจะเสียท่าซะแล้ว
    #572
    0
  20. #571 1234 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 22:55
    สนุกดี เรามารออ่านทุกวันเลย ^^
    #571
    0
  21. #570 ploythara (@ploythara) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 22:11
    รออ่านตอนต่อๆไปค่ะ ตอนนี้สนุกมาก
    #570
    0
  22. #569 Nutthawut Sommith (@437892) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 22:01
    สนุก! มันส์มาก แถมไรต์อัพเเต่ละตอนเยอะจุใจ อัพถี่ด้วย ^O^
    #569
    0
  23. #567 Pitikan Rupud (@pitikan-rupud) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 21:49
    ตอนนี้สุดยอด สุดสอดเลยค่ะ อะไรจะมันขนาดนี้ เเต่อยากเห็นนางเอกบู๊มั้งอะ เเต่ให้นางเอกไปบู๊กับ เหล่าองค์ชายเเคว้นต้าเว่ยดีกว่า ^O^
    #567
    0
  24. #566 Pitikan Rupud (@pitikan-rupud) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 21:49
    ตอนนี้สุดยอด สุดสอดเลยค่ะ อะไรจะมันขนาดนี้ เเต่อยากเห็นนางเอกบู๊มั้งอะ เเต่ให้นางเอกไปบู๊กับ เหล่าองค์ชายเเคว้นต้าเว่ยดีกว่า ^O^
    #566
    0