ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,713 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    387

    Overall
    159,713

ตอนที่ 31 : เก่าไปใหม่มา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    10 มิ.ย. 57

      เก่าไปใหม่มา

      พระอาทิตย์เริ่มทอแสงแสดงถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ เหล่าแม่ทัพนายกองและบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับศึกในครั้งนี้ต่างมายืนรออยู่บนซุ้มประตูของกำแพงเมืองด่านชิงไห่ ถึงแม้ข่าวล่าสุดจะถูกส่งมาบอกว่าได้รับชัยชนะ จนทำให้ชาวเมืองที่ได้รู้ข่าวต่างแสดงความดีใจ แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับบัญชาการกลับมิใช่ จนกว่าจะทราบถึงจำนวนทหารที่สูญเสียว่ามีมากน้อยเพียงไร ถึงจะพอผ่อนคลายลงบ้าง

      "ดูเจ้าท่าทางอิดโรยยิ่งนัก เหมยฮวา กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ถ้าทุกคนกลับมาถึง จะส่งคนไปเรียก"

      "ข้าน้อยทนได้เจ้าค่ะ แต่ท่านชิงอู่ก็โปรดถนอมสุขภาพด้วย"

      "ฮืม"

      แม่ทัพชิงอู่กับเหมยฮวามาที่ซุ้มประตูตั้งแต่เมื่อคืนไม่ได้ไปไหน ทั้งสองต่างก็ยืนจ้องมองไปนอกกำแพงด่านเฝ้ารอกองทัพที่ออกไปรบกลับมา แต่แม่ทัพชิงอู่ดูจะหงุดหงิดบ้าง เพราะเรื่องที่ตนเองไม่ได้นำทัพไปเอง ด้วยถูกแม่ทัพและเหล่านายกองอ้อนวอนขอไว้

      เหมยฮวาก็เห็นด้วย ถ้าแม่ทัพใหญ่ที่เป็นเสาหลักของกองทัพหยวนเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ผู้ใต้บังคับบัญชาคงจะเสียขวัญกันไม่น้อย แม้ว่าถ้าออกไปด้วยจะยิ่งส่งเสริมให้เหล่าทหารหึกเหิม แต่มันก็เป็นดาบสองคม การลอบโจมตีครั้งนี้นับว่าเสี่ยง ถ้ามีเหตุคับขันเหล่าทหารคงมุ่งมาพะวงกับการป้องกันแม่ทัพใหญ่จนไม่สนการรุกกลับที่อาจจะพลิกสถานการณ์ได้

      "เรียนท่านแม่ทัพ กองกำลังทั้งหมดกำลังเดินทางกลับมา ห่างจากที่นี้ราวสิบลี้แล้วขอรับ"

      "ฮืม แล้วความเสียหายพอสรุปได้หรือยัง"

      "หลังจากเก็บกวาดสนามรบเสร็จ พอสรุปคร่าวๆขอรับทหารฝ่ายเราตายหกพันนาย บาดเจ็บสาหัสและเล็กน้อยราวแปดพัน ทัพที่เสียหายมากสุดก็คือทัพหลังขอรับ"

      ทหารพลสื่อสารเข้ามารายงานความเสียหายของกองทัพ แม่ทัพชิงอู่รับฟังไปด้วยสีหน้าที่ปวดร้าว แม้จะชนะแต่ก็สูญเสียพอดู

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     "ท่านข่าน โปรดระงับอารมณ์ไว้ พอพวกเรากลับไปถึงเมื่อไหร่ ค่อยมาเอาคืนพวกมันก็ยังไม่สาย"

      "ข้ารู้ ความอัปยศครั้งนี้ ข้าจะไม่มีวันลืม"

      "พวกเราเร่งเข้า อีกไม่นานก็จะถึงแล้ว"

      หลังจากทัพแตกกลุ่มของวอเค่อข่านก็หลบหนีมาทิศตะวันตกเพื่อกลับเผ่าของตน ทว่าถูกการไล่ล่าของทัพม้าหยวน จึงทำให้เสียเวลาและสูญเสียผู้คนจากสองพันเหลือเพียงพันเศษ เพราะอีกฝ่ายใช้ธนูยิงไกล ทำให้ไม่กล้าเข้าปะทะ

    ดินแดนทู่เจีย เป็นดั่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าจากปลายสุดด้านตะวันออกที่ติดกับโคกูรยอ ทอดตัวยาวไปทางด้านทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือ ด้านบนทาบขนานกับดินแดนของมองโกล ก่อนปลายสุดด้านตะวันตกจะปิดทับด้วยดินแดนมองโกลอีกที ด้านล่างติดกับสองแคว้นคือแคว้นหยวนที่อยู่ด้านตะวันออกไล่ไปตามความยาวด้านทิศตะวันตกราวกึ่งหนึ่งของดินแดนทู่เจียก็จะเป็นแคว้นฉู่เดิม

      เดิมทู่เจียมีเพียงหนึ่งข่าน ครั้นเมื่อเผ่าใหญ่ขึ้นมีผู้คนมากมาย ก็ย่อมมีปัญหาเยอะเป็นเงาตามตัว ข่านคนเดียวแค่ดูแลดินแดนทู่เจียก็ไม่ไหวแล้ว จึงได้แต่งตั้งลูกหลานหรือคนของตนเองช่วยปกครองผู้คนภายในเผ่า สุดท้ายขยายใหญ่จนมิอาจรับไหว จึงได้แบ่งผู้คนให้แล้วแยกตัวออกไปตั้งเผ่าของตน ทั้งยังใช้โอกาสนี้แบ่งเบาภาระของท่านข่าน โดยกำหนดเขตแดนให้ดูแล และคำเรียกหาก็ให้ใช้ว่า ข่าน เหมือนกัน ซึ่งชาวทู่เจียจะรู้กันเองเป็นการภายในว่าใครคือข่านที่มีอำนาจสูงสุด ด้วยคำเรียกที่เหมือนกัน ทำให้ผู้คนภายนอกที่ไม่รู้ถึงกับมึนงง เมื่อต้องติดต่อกับทางทู่เจีย

    "ท่านข่านดูนั่น ทัพของพวกเรามาช่วยแล้ว"

      "ฮ่าๆ ในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างข้า รอก่อนเถอะพวกหยวน ข้าจะเอาคืนให้สาสม"

      หลังจากมองดูก็เห็นทัพม้ามุ่งตรงมาทางนี้ การแต่งกายบ่งบอกว่าเป็นทัพทู่เจียไม่แปลกปลอม เหล่าทหารต่างก็ดีใจเมื่อรู้ว่าพวกตนมาช่วยแล้ว หลังจากถูกไล่ล่ามาทั้งคืน พอทั้งสองฝ่ายควบม้ามาจนใกล้จะถึงกัน

      "หยุ๊ดด!"

      "ผู้ใดนำทัพ รีบมาคุ้มครองท่านข่านเร็วเข้า"

      เสียงตะโกนสั่งให้หยุดม้า ก่อนตามมาด้วยคำสั่งให้ผู้นำทัพ รีบมาอารักขาวอเค่อข่านทันที

      " ข้าน้อยเองขอรับ ท่านข่าน"

      "นาหลันนาเยี่ย!"

      จู่ๆเสียงที่คุ้นเคยก็ตะโกนออกมา ทำให้วอเค่อข่านและคนอื่นๆถึงกับอุทานชื่อขึ้นมาทันที ผู้นำทัพที่ว่าก็คือนาหลันนาเยี่ย ที่เคยถูกเข้าใจว่าตายไปแล้วหลังจากรบแพ้ที่หน้าด่านชิงไห่ แต่ก็มีข่าวว่าพบเจอคนคล้ายนาหลันนาเยี่ยด้านทิศตะวันตก

      "เจ้านิ่งอยู่ทำไมรีบอารักขาท่านข่านเดี๋ยวนี้ พวกหยวนไล่ตามมาจะทันแล้ว"

      "ฮ่าๆ จะรีบร้อนกันไปใย เช่นไรพวกหยวนก็ย่อมต้องมาด้านนี้อยู่แล้ว ทำไมต้องเสียแรงออกไปต้อนรับด้วยเล่า จริงไหมขอรับท่านข่าน"

      "นะ..นี่เจ้ากล้าเล่นลิ้นกับท่านข่าน อย่างนั้นรึ"

      "หยุด...รีบหาทางหนี"

      "ท่านข่าน หรือว่า..."

      เสียงทหารคนสนิทที่กล่าวกับนาหลันนาเยี่ยแข็งกร้าวยิ่ง แต่กระนั้นนาหลันนาเยี่ย กลับยังเฉยเมย วอเค่อข่านก็ฉุกคิดขึ้นมาทันที ก่อนจะกระซิบบอกกับทหารคนสนิท

      " พวกเราล้อมมันไว้!"

      "นาหลันนาเยี่ย นี่เจ้าคิดจะทรยศท่านข่านอย่างนั้นรึ เจ้าบัดซบ"

      " ฆ่าพวกมัน!"

      พอคำสั่งหลุดออกมาจากปากของนาหลันนาเยี่ย กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังก็ถาโถมเข้าใส่กลุ่มของวอเค่อข่านทันที ด้วยกำลังคนที่นำมาเป็นหมื่น จึงเป็นการง่ายที่จะจัดการกับกองกำลังที่มีเพียงพันเศษของวอเค่อข่าน ทั้งอีกฝ่ายก็เหน็ดเหนื่อยจากการถูกไล่ล่ามาทั้งคืน งานเลยง่ายเข้ากว่าเดิม เพียงไม่นานก็เหลือวอเค่อข่านเพียงคนเดียวที่จงใจเหลือไว้ แต่ตามตัวก็ถูกฟันไปหลายแห่ง ก่อนจะถูกกุมตัวมาให้แก่นาหลันนาเยี่ย จากที่เคยดูองอาจทรนงและน่าเกรมขาม ตอนนี้ไม่เหลือเค้าเดิม หมดสภาพของท่านข่านผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ต้าเว่ยยังหวั่นเกรง

      "นาหลันนาเยี่ย เจ้าคิดดีแล้วใช่ไหมที่ทำกับข้าอย่างนี้"

      "ใช่แล้ว มิเช่นนั้น มีรึที่ข้าต้องมาดักรอท่านข่านให้เหนื่อยเปล่า"

      "เจ้าลงนามรับใช้ข้าแล้ว ทำเช่นนี้ไม่กลัวถูกตราหน้าว่าตระบัดสัตย์ หรืออย่างไร"

      "ฮ่าๆ ท่านข่านคงลืมไปว่า ใครกันที่จับตัวลูกเมียข้าไปทรมานและขู่เข็ญให้ข้าลงนาม การกระทำของข้านับว่าสมเหตุและผล"

     นาหลันนาเยี่ยโกรธแค้นวอเค่อข่านตั้งแต่รู้ว่าครอบครัวตนถูกจับไปทรมาน เพื่อบังคับให้ตนลงนามรับใช้ พอพ่ายแพ้ที่หน้าด่านชิงไห่ ก็คิดถึงโอกาสที่จะจัดการกับวอเค่อข่าน เพราะเห็นอานุภาพของทัพหยวน ทัพวอเค่อข่านต้องเสียหายหนักเป็นแน่ถ้าปะทะกัน ถึงตอนนั้นตนจะฉวยโอกาสจับปลาตอนน้ำขุ่นทันที โดยหนีกลับไปรวบรวมผู้คนจากเผ่าตนและเผ่าที่เคยถือข้างโอกุลข่าน แต่ยังได้ ไม่มากพอ ก็มีข่าวจากคนของตนส่งมาว่าทัพหยวนบุกโจมตี จึงรีบนำผู้คนมาดักรอเส้นทางที่วอเค่อข่านจะกลับถ้าหากพ่ายแพ้

      หากวอเค่อข่านชนะตนก็เตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว โดยจะอ้างว่า ตนเองตื่นกลัวทัพหยวนจนลืมตัวหนีไป พอนึกขึ้นได้ก็รวบรวมผู้คนมาช่วยเหลือ เพียงเท่านี้วอเค่อข่านจะทำเช่นไรได้ ถึงจะเกิดความระแวงก็เถอะ แต่เดิมตนก็ถูกเพ่งเล็งอยู่แล้ว จะมากขึ้นหรือน้อยลงก็มีค่าเท่าเดิม ไม่ว่าจะออกด้านไหนตนมีแต่ได้ไม่มีเสีย

     ขณะเดียวกันทัพม้าของหยวนที่ไล่ติดตามวอเค่อข่าน ก็มาถึงเพียงแต่หยุดมองดูอยู่ไกลๆเพื่อสังเกตุท่าที ซึ่งฝ่ายนั้นก็รู้สึกถึงการมาของพวกตนแล้ว ก่อนจะเห็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นควบม้ามายังทัพม้าของหยวน มือขวาชูกำปั้นขึ้นสูงเอาด้านฝ่ามือหันออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็น  เพื่อเป็นการแสดงว่าไม่มีเจตนาร้ายแต่ไม่อ่อนข้อให้แก่อีกฝ่ายถ้าคิดจะข่มเหงรังแก

      "ข้าอาซือนา ได้รับหน้าที่จากท่านนาหลันนาเยี่ย มาเจรจากับผู้นำของพวกท่าน"

      "ข้าจางหลี่ฮุย เป็นแม่ทัพคุมกองกำลังนี้ เชิญท่านว่ามาได้เต็มที่"

      อาซือนาผู้รับหน้าที่ในการเจรจา ลดกำปั้นลงมาไว้ที่หน้าอกซ้าย ท่อนแขนตั้งฉาก แสดงถึงการคำนับทักทายก่อนเอ่ยคำด้วยภาษาจงหยวน ถึงจะแปร่งหูไปซักหน่อยด้วยติดสำเนียงของภาษาทู่เจียแต่ก็สามารถฟังออก แม่ทัพหลี่ฮุยก็ขยับม้าออกมาจากกลุ่มกระทำเช่นเดียวกัน

      "ท่านนาหลันนาเยี่ย ต้องการทราบว่า แม่ทัพจางมีอำนาจในการตัดสินใจแค่ไหน"

      "ข้าเป็นเพียงแม่ทัพระดับล่างเท่านั้น นอกเหนือจากรับคำสั่งที่มาจากกองทัพหามีอำนาจใดไม่"

      อาซือนา ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนยกมือส่งสัญญาณให้พวกตนได้เห็น แล้วกลุ่มผู้คนด้านนั้นก็เริ่มเคลื่อนย้ายมายังทิศทางที่ทัพม้าหยวนรวมตัวกันอยู่ เท่านี้ทหารหยวนก็เห็นว่าไม่ใช่แค่กลุ่มคนแต่เป็นกองทัพต่างหาก เพราะถูกเนินดินบังไว้เลยไม่สามารถเห็นทั้งหมด หลี่ฮุยรีบยกมือบอกใบ้ให้ทุกคนอยู่เฉยๆ จนเข้ามาระยะที่ห่างราวห้าร้อยก้าว ทั้งหมดก็หยุดลงมีเพียงสามคนที่ยังคงควบม้าต่อ จนมาหยุดอยู่ข้างๆอาชือนาทั้งหมดกระซิบกระซาบกัน ก่อนผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำทัพเอ่ยขึ้นมา

      "ข้านาหลันนาเยี่ย ยินดีที่ได้พบท่านแม่ทัพจาง"

      "เช่นกันท่านนาหลันนาเยี่ย"

      "ข้ารู้มาว่าท่านกำลังไล่ตาม วอเค่อข่านเรื่องนี้จริงหรือไม่"

      หลี่ฮุยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน ขณะครุ่นคิด อาเช่อปาก็โพล่งขึ้นมาทันที

      "ถ้าใช่แล้วจะทำไม"

      "อาเช่อปา หุบปากของเจ้าเถอะ"

      "เหอะ กลัวอะไร ทำก็ทำ ไม่ทำก็ไม่ทำ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องคิดมาก"

      จายาตูต้องเอ่ยขัดให้อาเช่อปาเงียบ นาหลันนาเยี่ยพอได้ยินเสียงของอาเช่อปาก็จำได้ทันที ถึงจะเสียใจที่เพื่อนรักต้องมาตายเพราะอาเช่อปา แต่ความรู้สึกอับอายก็พอๆกันจนไม่กล้าพูดให้ใครฟังเพียงแค่บอกกับคนอื่นว่าตายในสนามรบ ก่อนจะหันกลับมากล่าวกับหลี่ฮุยต่อ

      "เรื่องนี้นับว่าง่ายขึ้น ท่านสามารถนำคำพูดของข้า ไปบอกแก่แม่ทัพใหญ่ของท่าน ว่าข้านาหลันนาเยี่ยมีข้อเสนอต้องการเจรจาด้วย"

      "ท่านเป็นใครข้ายังไม่รู้เลย แล้วข้อเสนอที่ว่าก็ด้วย"

      "ข้อเสนอของข้านับว่าง่ายดายยิ่ง เพียงทางเราต้องการให้ทางหยวนช่วยเหลือข้าซักเล็กน้อย"

      นาหลันนาเอ่ยออกมา แต่สายตากลับจดจ้องไปที่ธนูที่เหล่าทหารหยวนถืออยู่ในมือ หลี่ฮุยเหลือบตามองก็เข้าใจว่าคืออะไร

      "คงต้องถามกลับกัน ว่าอาศัยท่านมีความสามารถอะไรที่จะใช้มัน"

      "บังอาจ! กล้าเสียมารยาทกับท่านนาหลันนาเยี่ย คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม"

      "อาซือนา"

      อาซือนาแสดงท่าทางไม่พอใจที่ถูกนาหลันนาเยี่ยห้าม ก่อนจะเสมองไปด้านอื่นแทน

      "อาศัยสิ่งนี้ พวกเจ้านำตัวมา"

      "ท่าน....."

      พอเห็นว่าสิ่งที่ว่าคือวอเค่อข่าน ที่ถูกมัดมือทั้งสองข้างไพล่หลังด้วยเอ็น ฉุดกระชากให้เดินออกมาด้านหน้า แม่ทัพจางถึงกับพูดไม่ออก ส่วนนาหลันนาเยี่ยกระโดดลงจากหลังม้า ไปยืนใกล้กับวอเค่อข่าน

      "เราคงเจรจากันได้แล้ว ใช่หรือไม่แม่ทัพจาง"

      "ลองว่าข้อเสนอของท่านออกมา แต่ข้าไม่รับปากใดๆทั้งสิ้น"

      แม่ทัพจางก็ลงจากหลังม้า เพื่อคุยกันอย่างจริงจัง

      "ข้าเคยสังกัดท่านโอกุลข่าน ซึ่งทางหยวนก็ทราบดีว่าโอกุลข่านนั้นเป็นเช่นไร ถ้าข้าสามารถปกครองเผ่าทู่เจียได้ก็จะทำเฉกเช่นท่านโอกุลข่านคือไม่รุกรานหยวน"

      "เพียงเท่านี้ใครจะยอมเชื่อใจท่าน ไหนเรื่องที่จะปกครองทู่เจีย ท่านมีความสามารถถึงขั้นนั้น"

      "มีหรือไม่มี ข้าคงยืนยันด้วยลมปากไม่ได้ แต่ทว่าแบบนี้เล่า"

      'เช้ง!...ฉับ'

      'ตุ้บ'

      นาหลันนาเยี่ย ชักดาบออกมาฟันใส่ต้นคอของวอเค่อข่านอย่างรวดเร็ว จนเจ้าตัวไม่ทันร้องออกมาคอก็ขาดกระเด็นทันที

      "นี่คือสิ่งที่จะมอบให้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าข้าอยู่คนละฝ่ายกับวอเค่อข่าน"

      "ฮืม ข้าจะนำข้อเสนอของท่านไปบอกให้"

      "ดี แล้วข้าจะรอฟังข่าวดี พวกเรากลับ"

      เหล่าทัพม้าหยวนที่ลงทุนลงแรงไล่ล่าอย่างยากลำบาก เพื่อไม่ให้วอเค่อข่านกลับไปสมทบกับกองกำลังตน สุดท้ายบทจะตายก็ง่ายดายเพียงนี้ ในใจไม่รู้มีรสชาติอันใด แต่ทว่าก็ไม่กล้าอยู่นาน ต้องรีบออกจากพื้นที่นี้ โดยเร็วที่สุดก่อนจะถูกกองกำลังของวอเค่อข่านมาเจอเข้า

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      หลังจากทัพกลับมาโดยปราศจากทัพม้า เหมยฮวาถึงกับโมโหและกังวล ทั้งที่กำชับไว้แล้วว่า อย่าไล่ตาม เพราะอาจตกเข้าไปในวงล้อมของทัพข้าศึกที่ยกกำลังมาช่วย ทำแบบนี้ไม่ต่างจากฆ่าตัวตายชัดๆแล้วไหนจะ.... จนยามอิ่ว(17.00-18.59) ก็มีทหารมาส่งข่าวบอกว่าทัพม้ากลับมาแล้วพร้อมทั้งนำหัวของ วอเค่อข่านกลับมาด้วย นางแทบไม่เชื่อหูตัวเอง รีบวิ่งไปยังตึกบัญชาการทันที

      "ข้าน้อยเหมยฮวา ขออนุญาติเจ้าค่ะ ท่านชิงอู่"

      "ฮ่าๆ เหมยฮวา เข้ามาๆข้ากำลังรอเจ้าอยู่พอดี "

      "ข้าน้อยได้ยินมาว่า วอเค่อข่านถูกสังหารไปแล้ว"

      "ใช่ แต่ยังมีเรื่องอื่นอีก หลี่ฮุยเล่าให้นางฟังอีกครั้งหนึ่งได้หรือไม่"

      "ขอรับท่านแม่ทัพ คือว่าคุณหนู...."

      แม่ทัพชิงอู่กล่าวไปยิ้มไปคงจะดีใจที่สามารถสังหารวอเค่อข่านได้ ซึ่งเกินคาดกว่าที่ตนคิดไว้ ก่อนจะบอกให้แม่ทัพหลี่ฮุยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องที่มาของการสังหารวอเค่อข่านและข้อเสนอของนาหลันนาเยี่ยให้กับเหมยฮวาฟัง

      "นาหลันนาเยี่ยผู้นี้ดูแคลนมิได้จริงๆ"

      "เหอะ...ก็แค่คนที่อยากได้อำนาจมาครอบครองผู้หนึ่งเท่านั้น มีอะไรน่าชื่นชม"

      "ไม่หรอก ท่านชิงอู่ เพียงแค่ความมั่นใจของคนผู้นี้ก็เพียงพอแล้ว ไหนจะเรื่องที่ดูออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่าเช่นไรหยวนเราจะต้องช่วย"

      "หือ ทำไมหยวนเราต้องช่วย เพียงเท่านี้ทู่เจียก็มิอาจก่อความวุ่นวายให้เราไปพักใหญ่"

      "ตามที่แม่ทัพหลี่ฮุยพูดมา มีแต่คนของนาหลันนาเยี่ย ที่รู้เห็นการตายของวอเค่อข่าน"

      "เป็นเช่นนั้นขอรับคุณหนู"

      "ถ้าพวกเขาเหล่านั้น นำข่าวผิดๆไปประกาศ เช่นวอเค่อข่านถูกหยวนหยามศักดิ์ศรีจนได้รับความอัปยศก่อนตาย เหล่าบริวารของวอเค่อข่านย่อมรับไม่ได้เป็นแน่ จากเดิมที่เกรงกลัวและขาดเสบียง ทว่าคนเราเมื่อยามโกรธแค้นมากๆเข้าก็คงไม่คิดสิ่งใดแล้วนอกจากการแก้แค้นทวงเกียรติและศักดิ์ศรีที่เสียไปคืน เช่นนี้ที่พวกเรากระทำมาคงเปลืองแรงเปล่า"

      "ฮืม..มันก็อาจออกมาในรูปการณ์ที่เจ้าว่า ถ้ามีเรื่องคาราคาซังพวกเราคงไม่อาจจากไปได้อย่างหมดห่วง"

      แผนบุกโจมตีของแม่ทัพชิงอู่ กระทำขึ้นเพื่อสร้างความเสียหายให้มากที่สุด เพื่อให้สถานะการณ์ด้านนี้คลายตัวถ้าโชคดีการรบคงหยุดชะงัก โดยยอมแลกกับทหารสามหมื่นที่ติดตามมา เหตุผลนี้เองที่กระตุ้นให้เหมยฮวาลังเลขึ้นมาอีกที ก่อนจะตัดสินใจได้ จนเพิ่มการลอบออกไปของทัพม้าเพื่อจัดการเผาเสบียง บทสรุปกลับดีเกินคาดถึงขั้นเผาเสบียงจนหมด ทัพหยวนได้รับชัยชนะและสังหารวอเค่อข่านได้ แต่เรื่องสุดท้ายนี้แหละ ถ้าตัดสินใจผิดทุกอย่างอาจไร้ค่าขึ้นมาทันที

      ทุกอย่างที่กระทำมามีเพียงซื้อเวลาเพื่อกลับไปเตรียมการรับมือกับต้าเว่ย ถ้าหยวนสามารถต้านทานจนถึงหน้าหนาวได้ ต้าเว่ยคงจะรุกฆาตด้วยกองกำลังชาวเว่ยเดิม เพราะทหารกลุ่มนี้ทนความหนาวเหน็บได้เป็นอย่างดี แต่ทหารหยวนกลับมิอาจทานทนได้ จึงกลายเป็นต้าเว่ยยังแข็งแกร่งเท่าเดิม ต่อให้ตัดกำลังทหารจากที่อื่นออก และทหารหยวนกลับอ่อนโทรมที่สุดซึ่งกินเวลากว่าสี่เดือน

      "ข้าน้อยคิดว่า เช่นไรก็ควรต้องพบกับคนผู้นี้ซักครั้ง ถ้าการร้องขอ ไม่สิต่างคนต่างก็ได้ประโยชน์นาหลันนาเยี่ยต้องการขึ้นเป็นข่าน ส่วนด้านเราต้องการให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเรื่องขึ้นในช่วงที่กำลังรับมือต้าเว่ย ถึงแม้ภายหลังอาจต้องเปิดศึกกัน"

      "ได้ เพราะอย่างน้อยกว่าจะตัดสินว่าใครจะขึ้นเป็นข่านคงใช้เวลาหลายเดือน ข้าก็จะไม่ต้องกังวลด้านนี้อีก ส่วนสถานที่ทางฝ่ายเราจะเป็นผู้กำหนดเอง"

      หลังจากแม่ทัพชิงอู่ตกลงใจที่จะยอมเจรจากับนาหลันนาเยี่ย เหมยฮวาก็ขอตัว ก่อนเดินตรงไปที่กระโจมที่พักของทหารม้าอาสา แต่เพียงพ้นจากหน้าตึกบัญชาการ ก็พบกับหย่งเป่า ถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าทหารที่มาแสดงความยินดี พอเห็นเหมยฮวาเดินเข้ามา ก็หันมาทำความเคารพนาง ทั้งยังกล่าวยินดีด้วยกับนางที่เป็นผู้วางแผนการทั้งสองคนได้แต่ยืนยิ้มและกล่าวขอบคุณพอเริ่มซาผู้คนที่มารุมล้อม

      " คุณหนู ข้าน้อยกลับมาแล้ว"

      "ฮืม ดีแล้ว"

      หย่งเปาเดินตรงมาหานางก่อนคุกเข่ากล่าวคำ เหมยฮวาได้เพียงแต่ยิ้มกว้างให้กับอีกฝ่าย ส่วนคำพูดก็มีเพียงประโยคเดียว เพราะไม่รู้จะหาคำใดออกมาเอ่ย ถึงจะห่วงทุกคน แต่นับจากวันนั้นมา นางก็รู้สึกจะห่วงคนตรงหน้านี้มากกว่าใคร

      "บาดเจ็บหรือไม่"

      พอเอ่ยคำนี้ นางก็เผลอยืนมือออกไป ก่อนที่จะรู้ตัวชะงักไว้ได้ทัน เพราะรอบข้างมีคนเดินอยู่ขวักไขว่

      "ไม่เลยขอรับคุณหนู ทุกคนปลอดภัยดี รวมถึงข้าน้อย"

      "หน้าตาซีดเซียวขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่ไปพักผ่อน"

      พอรู้ว่าไม่เป็นอะไร ก็เห็นว่าหน้าคนพูดนั้นทั้งอิดโรยและขอบตาคล้ำจากการอดหลับอดนอน นางจึงเอ่ยดุอีกฝ่ายแต่น้ำเสียงไม่จริงจังนักกลับแฝงแววห่วงใยมากกว่า

      "หาเป็นไรไม่ขอรับ ขอคุณหนูอย่าได้กังวล"

      หย่งเป่าเงยหน้าสบตากับนางก่อนเอ่ยคำ เหมยฮวายิ้มน้อยๆสายตาจับจ้องใบหน้าอีกฝ่าย

      "ดีแล้ว ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว"

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      การติดต่อกับฝ่ายนาหลันนาเยี่ย ผ่านไปถึงสี่รอบถึงได้ข้อสรุปเรื่องสถานที่และวันเวลา โดยเป็นการตั้งกระโจมเจรจาห่างจากด่านชิงไห่ไปยี่สิบลี้ทางด้านทิศตะวันออก ทหารของแต่ละฝ่ายนำมาได้ไม่เกินสองพันนาย หยุดทัพรอก่อนถึงกระโจมสี่ลี้ และมีผู้ติดตามได้เพียงสิบนาย หลังจากการส่งคนของตนไปตรวจดูความเรียบร้อยและเดินทางไปกระโจมที่ใช้เจรจาก็กินเวลากว่าสองชั่วยาม การเปิดฉากเจรจาถึงได้เริ่มขึ้น

      "คารวะท่านแม่ทัพชิงอู่ ข้านาหลันนาเยี่ยยินดีที่ได้พบหน้า"

      "ข้าหยวนชิงอู่ ก็ยินดีเช่นกัน"

      ทั้งสองคนต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกันดียิ่ง แต่ที่จริงก็แค่หน้าฉาก ในใจคงจะระวังตัวแจ นาหลันนาเยี่ยผู้นี้อายุราวยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียว ดวงตาคมแฝงแววเจ้าความคิด เค้าหน้าไม่ได้โดดเด่นอันใด แต่ก็มีอำนาจสะกดผู้คน ผิวกายน้ำตาลคล้ำคงเพราะออกกลางแจ้งบ่อย หลังจากการเล่นละครจบก็ถึงเนื้อหาที่ต้องการจะเจรจา

      "ข้าน้อยจะไม่พูดอ้อมค้อม สิ่งที่ต้องการก็คืออาวุธธนูยิงไกลสามพันคันของทางหยวน ไม่ทราบว่าท่านชิงอู่คิดเห็นเป็นเช่นไร

      "หือ สามพันคัน ทางเราไหนเลยจะมีให้ท่านได้ เพียงที่มีก็แทบไม่เพียงพอแล้ว"

      "แต่ข้าน้อยได้ยินมาว่าท่านมีถึงหกพันกว่าคัน เราเพียงขอแบ่งมากึ่งหนึ่งจะมิได้เชียวหรือท่านแม่ทัพชิงอู่"

      "ท่านนาหลันนาเยี่ย ท่านก็น่าจะรู้ดีว่าทางหยวน ยังต้องรับมือกับต้าเว่ยอีก ถ้าเยอะขนาดนี้ทางเราคงให้มิไหว"

      "หือ ที่นี่กำลังเจรจาการศึก ไหนเลยถึงรอบสตรีมากล่าวคำ"

      นาหลันนาเยี่ยเอ่ยขอกันดื้อๆซึ่งเป็นจำนวนมากมายยิ่ง หนึ่งเดือนทางหยวนผลิตได้ราวพันคัน ไหนจะเป็นอาวุธชนิดใหม่ ราคาแต่ละคันถ้านำไปขายคงจะสูงลิ่ว จนทำให้แม่ทัพชิงอู่หน้าตึงทันใด เหมยฮวาจึงได้กล่าวแทรกขึ้นมาแทน นาหลันนาเยี่ยก่อนหน้านี้คิดเพียงว่า แม่ทัพชิงอู่นี้ช่างกระไร มาเจรจาเรื่องสำคัญยังนำอิสตรีมาด้วย พอได้ยินเสียงนางเอ่ยแทรกจึงมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ

      "อ่อ ข้าลืมแนะนำ นางก็คือกุนซือของข้า ชื่อหลี่เหมยฮวา"

      "กุนซือเป็นอิสตรี ไหนเลยมีเรื่องเช่นนี้"

      "ทำไมจะไม่ได้ ที่ทัพทู่เจียพ่ายแพ้ก็เพราะนาง แล้วอาวุธที่เจ้าขอก็เป็นนางคิดขึ้น เช่นนี้นางมีสิทธิกล่าวคำหรือไม่"

      "อ๊า..ข้านาหลันนาเยี่ย เสียมารยาทแล้ว แม่นางหลี่"

      พอรู้ว่า สตรีที่เอ่ยแทรก เป็นกุนซือที่ทำให้ทัพวอเค่อข่านพ่ายแพ้ย่อยยับ ทั้งยังเป็นผู้คิดธนูยิงไกลขึ้น นาหลันนาเยี่ยถึงกับหน้าแปรเปลี่ยน ก่อนจะกล่าวขอโทษขอโพยและแสดงคารวะอย่างน้อบน้อมแก่เหมยฮวาทันที

      "หามิได้ท่านนาหลันนาเยี่ย เอาเช่นนี้หรือไม่ ห้าร้อยคันกับลูกธนูห้าพัน"

      "แม่นางหลี่ล้อข้าเล่นแล้ว จากสามพันเหลือห้าร้อย จริงอยู่ลูกธนูห้าพันนับว่ามาก เพียงแต่ด้านเราหามีความจำเป็นเท่าธนูไม่"

      "เพิ่มป็นหนึ่งหมื่น รวมทั้งส่งมอบวิธีการทำให้ "

      "หืม มันก็น่าได้ แต่ทว่า ทางเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ทางท่านไม่หมกเม็ดวิธีการทำไว้ "

      นาหลันนาเยี่ยหันมาให้ความสนใจกับสตรีคลุมหน้าที่เป็นกุนซือผู้นี้มากขึ้น ข้อเสนอของนางนับว่าน่าสนใจอยู่มิน้อย

      "เรื่องนี้ คงต้องถามนายช่างใหญ่ทำธนู ว่าอยากช่วยเหลือท่านหรือไม่ เพราะว่านายช่างท่านนี้เป็นชาวทู่เจียเฉกเช่นเดียวกันกับท่าน"

      "อ๊า....มีเรื่องเช่นนี้ ข้าพอจะได้พบกับนายช่างผู้นี้หรือไม่"

      "ไว้เสร็จสิ้นการเจรจา ทางเราจะให้ท่านได้พบ  ส่วนที่ท่านจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้ตามไปกับท่านด้วยหรือไม่ ก็คงแล้วแต่ว่าท่านมีความสามารถโน้มน้าวแค่ไหน ทางด้านเราย่อมไม่ขัดขวาง"

      ที่นางกล่าวเช่นนี้ก็เพราะ เกอกัวแม้จะจัดสร้างธนูจนได้รับการนับหน้าถือตาจากชาวหยวน แต่ลึกๆแล้วอยากเป็นที่ยอมรับในทู่เจียมากกว่า ดังนั้นนางจึงวกเข้าเรื่องของนายช่าง เพราะวิธีการทำกาวที่เกอกัวคิดค้นทางนางก็รู้หมดแล้ว สู้ปล่อยให้เกอกัวไปทำสิ่งที่ค้างคาในใจนับว่าดีที่สุด ทั้งคนที่มานำไปอนาคตอาจเป็นถึงท่านข่านอีก

      "ตกลงตามนี้ ธนูห้าร้อย ลูกธนูหนึ่งหมื่น รวมทั้งวิธีการทำ ส่วนนายช่างก็สุดแล้วแต่ความสามารถของท่าน"

      "เดี๋ยวก่อน ในทัพม้าที่ข้าน้อยเคยพบ ดูเหมือนจะมีชาวทู่เจียอยู่ด้วย มิทราบมีความเป็นมาเช่นไร"

      แม่ทัพชิงอู่รีบเอ่ยตกลงเพื่อปิดฉากเจรจา ปกติน้อยครั้งที่ตนต้องมาคุย เพราะไม่ค่อยถนัดเรื่องราวพวกนี้ จู่ๆนาหลันนาเยี่ยก็ถามถึงเหล่ากองทหารอาสาที่ตนเคยพบ

      "เหล่านั้นเป็นทหารอาสา แต่ที่เป็นชาวทู่เจียจริงๆมีเพียงร้อยกว่านาย"

      "เพียงเท่านี้ก็ดีมากแล้ว มิทราบว่า ข้าสามารถคุยกับคนเหล่านั้นได้หรือไม่"

      "ฮือ.."

      "อย่างเพิ่งคิดในแง่ร้าย เนื่องจากข้าน้อยประทับใจในฝีมือ จึงอยากพบปะพูดคุย"

      แม่ทัพชิงอู่ พอฟังก็ไม่พอใจประมาณว่า ที่ขอมานี้ก็มากแล้วยังต้องการอะไรอีก จนต้องรีบแก้ความเข้าใจผิดโดยพลัน

      "ได้สิ ท่านนาหลันนาเยี่ย เพียงแต่ว่า ทางหยวนเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ทางท่านจะไม่หันมาโจมตีหยวน"

      "ลงนามในหนังสือสัญญา เช่นนี้ดีหรือไม่"

      "ทางเราไม่ต้องการ แต่อยากให้ท่านลั่นวาจา ถ้าผิดคำพูดของให้ถูกฟ้าผ่าตาย และวิญญาณก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากเทพหมาป่า"

      "ห๊า...เรื่องนี้ไหนเลยร้ายแรงขนาดนั้น"

      เหมยฮวารีบพูดถึงการรับปาก นาหลันนาเยี่ยก็เอ่ยถึงการลงนาม แต่ทว่าเหมยฮวารู้มาว่าในเผ่าทู่เจีย สัญญาหาสำคัญมากไม่ แต่ถ้าเป็นการเอ่ยคำสาบานดั่งว่ากลับยึดถือยิ่งนัก การถูกฟ้าผ่าบนทุ่งหญ้านับว่าเกิดยากยิ่ง ถ้าบุคคลใดโดนมักถูกหาว่าชั่วช้าจนสวรรค์ต้องลงโทษ และชาวเร่เร่อนต่างนับถือหมาป่าเป็นเทพเจ้าคุ้มครอง สองสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่หนักหนายิ่งนักสำหรับชาวเผ่าเร่ร่อน

      "หรือว่าท่านไม่มีความจริงใจในความร่วมมือ"

      "ท่านกุนซือ"

      "ถ้าท่านลั่นวาจาสาบาน ทางเราจะมอบวิธีทำดาบโค้งให้ ซึ่งเหมาะกับการต่อสู้บนหลังม้ายิ่ง"

      "เหมยฮวา"

      แม่ทัพชิงอู่พอรู้ว่านางจะมอบวิธีทำดาบโค้งให้ก็ถึงกับตกตะลึง แบบนี้มิเท่ากับเสริมอานุภาพให้กับทู่เจียมากกว่าเดิมหรือไร แต่สำหรับเหมยฮวา ถ้าแลกกับคำสาบานอันนี้นับว่ายิ่งกว่าคุ้ม เพราะนาหลันนาเยี่ยเพิ่งยี่สิบต้นๆ ถ้าได้ปกครองทู่เจียคงไม่ต่ำกว่าสามสิบปีที่หยวนจะปลอดภัยไร้ เรื่องราว ถึงแม้ว่าไม่ให้ตอนนี้ใครจะรู้อีกเพียงปีสองปี ชาวทู่เจียก็อาจทำขึ้นเองได้

      "ฮ่าๆได้ ข้าตกลง ข้านาหลันนาเยี่ย ถ้าบุกหยวนขอให้ฟ้าผ่าและวิญญาณไม่ได้รับความคุ้มครองจากเทพหมาป่า"

      เหล่าลูกน้องที่ตามมาต่างออกปากห้ามไม่ทัน หลังนาหลันนาเยี่ยได้เอ่ยจบ ทุกคนได้แต่อ้าปากค้าง ส่วนเจ้าตัวเคยเห็นดาบที่ว่านี้มาบ้างแล้ว ลองนึกตามดูก็เป็นจริงดั่งว่าจึงตอบตกลงทันที ในใจถึงไม่บุกหยวน เช่นไรหยวนก็คงจะมิรอดจากต้าเว่ย เท่านี้ตนเมื่อได้เป็นข่านก็สามารถบุกลงจงหยวนได้โดยไม่ผิดที่สาบานไว้ เพราะตอนนั้นหยวนคงไม่อยู่แล้ว

      "ตกลงตามนี้ หวังว่าท่านนาหลันนาเยี่ยคงประสบกับความโชคดี"

      "ฮ่าๆท่านแม่ทัพก็เช่นกัน ขอลา ส่วนเรื่องนายช่างกับชาวทู่เจีย"

      "พวกท่านสามารถรออยู่ตรงนี้ได้ ไว้จะส่งคนไปบอกให้มาพบ"

      แล้วก็เป็นไปดั่งที่เหมยฮวาคาดการณ์ เกอกัวรีบตกลงในทันใด ทั้งจายาตู อาเช่อปาและชาวทู่เจียคนอื่นก็ตอบรับคำเชิญชวน เพราะข้อเสนอที่นาหลันนาเยี่ยมอบให้นับว่ามากมายนัก ถ้าตนสามารถเป็นข่าน เผ่าทู่เจียโอโคอุลจะได้ขยับฐานะมาอยู่ชั้นบนทันที ส่วนเกอกัวก็จะได้รับการยอมรับในฐานะของช่างธนูของท่านข่าน ถึงแม้ว่านาหลันนาเยี่ยจะยังไม่ได้เป็นข่าน แต่ในเมื่อมีโอกาสผู้ใดบ้างจะไม่รีบคว้าเอาไว้ ส่วนเหล่าทู่เจียที่เป็นทหารอาสาก็ได้รับการให้เกียรติยิ่ง เพราะรู้ระบบการฝึกกองทัพมาระดับหนึ่งสิ่งนี้เองที่ทู่เจียขาด  จนทำให้นาหลันนาเยี่ยหมายมั่นปั้นมือ ว่าการสยบเผ่าต่างๆเพื่อให้ตนได้เป็นข่านอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

      แม่ทัพชิงอู่ตอนแรกไม่พอใจยิ่งที่เหมยฮวามอบวิธีทำดาบโค้งให้อีกฝ่าย แต่ถูกเหตุผลของนางที่ยกขึ้นมาก็เห็นดีเห็นงามด้วยทันที ส่วนที่ให้เหล่าจายาตูไป ก็เพราะอย่างน้อยก็จะมีสายสัมพันธ์กับทางทู่เจียที่เป็นคนใน ถ้านาหลันนาเยี่ยได้เป็นข่าน




    ปล.เพิ่งกลับมาจาก ตจว. เลยมีเวลาแต่งเอามาลง หัวตื้อๆเพราะแต่งช่วงบ่ายกว่านี้เอง
      ส่วนที่ให้วอเค่อข่านตายแบบนี้ เพราะคนเป็นแม่ทัพหรือไรพวกนี้ชอบรอดทุกที ที่ตายก็เป็น
ลูกน้องมากกว่า แม่ทัพใหญ่ไหนตายระหว่างศึกนับว่าซวยมากถึงมากที่สุด


 

     


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #2067 miss Iu (@zxto2500) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 07:23
    สมัยอาวุธร้อนจนถึง้ย็นกรรมวิธีการสร้างนี่ คือความลับสุดยอด นี่อะไรก็ให้หมดเหมือนแจกฟรีดีไม่แถมตัวเองให้ด้วย มาเป็นกุญซือ อต่ไม่โหดเ-้ยมกับศัตรูนี่ก็นะ แถมยืนหอกให้ย้อนแทงพวกเดียวกันอีก ถ้าเป็นคนที่มองการไกลผู้น้ำที่เด็ดขาดช่างถู่เจี่ยนั่นตายไปสิบรอบแล้ว ไหนจะดาบเขี้ยวหมาป่ามองโกลอีก ของพวกนี้ตีซ่งกระเจิงหมิงยังกลัว ตะวันออกกลางราบเป็นหน้ากลองมาแล้ว
    #2067
    0
  2. #1451 แฟนขลับ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 15:26
    ผู้หญิงเจอผู้ชายขออะไรก็ให้หมดหละ ความรอบคอบไม่มี สุดท้ายผลร้ายก็จักตกที่ลูกหลาน นี้คืออดีตไทยไม่นำหญิงเป็นผู้นำ
    #1451
    0
  3. #722 เมมฟิส (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 12:21
    เสียดายเหล่าจายาตูมากๆ อยากใหอยู่กับฮวาเอ๋อร์มากกว่า
    #722
    0
  4. #640 rai12 (@rinton12) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 21:00
    เบาะๆ แต่ระเบิดขวด
    #640
    0
  5. #638 Devil Walker Anders Evil. (@kanyaphak085) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 19:14
    โอ้! ได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว XD
     
    #638
    0
  6. #637 cup (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 16:29
    สนุกมากค่ะ แล้วตกลงพวกจายาตูแค่ไม่พบนาหลันนาเยี่ยหรือไปเข้าร่วมด้วยเลย?
    #637
    0
  7. #635 An-amethyst (@annlovehenrylau) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 20:49
    ดีที่ยังไม่ทำระเบิด ไม่งั้น หึหึ
    #635
    0
  8. #634 วิหคจันทรา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 18:54
    หวังว่าสิ่งที่แลกไปจะไม่สูญเปล่านะ สนุกมากๆค่ะ
    #634
    0
  9. #633 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 17:46
    มีคนที่อาจจะเป็นคู่แข่งเพิ่มมาอีกแล้ว
    นางเอกคิดอาวุธใหม่ๆได้อีกป่าวน้า เอาให้เจ๋งกว่าเดิม
    #633
    0
  10. วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 17:40
    สนุกมาก
    #632
    0
  11. #631 Zen (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 14:04
    รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องนี้ เพราะสังเกตุเห็นว่าไรต์เตอร์พิถีพิถันอธิบายเรื่องจัดทัพและการวางแผนของนางเอก แล้วนางเอกยังมีหัวคิดก้าวหน้ามองการไกลสมเป็นปราชญ์จริงๆ
    #631
    0
  12. #629 wkaew (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 11:42
    รอลุ้นวาใครจะได้คู่กับเหมยฮวา

    #629
    0
  13. #628 buleberry_heven (@buleberry-heven) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 11:01
    หย่งเปาก้อดีนะดูอบอุ่น อิอิ
    #628
    0
  14. #626 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 07:15
    พี่หย่งเปา จะได้เป็นพระเอกเหรอ
    #626
    0
  15. #625 น้ำ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 02:55
    จนป่านนี้แล้วนางเอกของเรายังไม่มีแฟน ยังไงกันละเนี่ย
    #625
    0
  16. #624 puiii (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 01:22
    เอาไปเป็นไม้เบื่อไม้เมากับนาหลันเยี่ยไง อิอิ
    #624
    0
  17. #623 Visitor (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 00:14
    ที่ให้ไปอาจจะเป็นเพราะมีอะไรที่ดีกว่าก็ได้มั้ง =w=
    #623
    0
  18. #622 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 23:13
    ไม่รู้อนาคตแสนไกลรู้แต่ใกล้ๆนี้เจอศึกใหญ่กับต้าเว่ยแน่
    #622
    0
  19. #621 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 22:45
    ถึงจะคิดว่าฝั่งทู่เจียจะได้เยอะไปหน่อยแต่ก็คุ้มที่ไม่ต้องรับศึกสองด้าน
    #621
    0
  20. #620 แพร่พิไล (@herojo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 22:45
    สนุกดีรออ่านอยู่น่ะ
    #620
    0
  21. #619 Moda (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 22:44
    สนุก เขียนได้ชวนติดตามมากๆ
    #619
    0
  22. #618 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 22:43
    ใช้วิธีซื้อใจคนเอาความเชื่อใจเข้าแลกเรอะ อย่าลืมล่ะ เวลาเปลี่ยน คนก็อาจเปลี่ยนได้ 
    #618
    0
  23. #616 เจี๊ยบ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 22:03
    ดีใจที่มา ขอบคุณค่ะ สนุกค่ะ
    #616
    0