ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,549 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    223

    Overall
    159,549

ตอนที่ 32 : คุมทัพพันลี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    10 มิ.ย. 57

      คุมทัพพันลี้

      "วันนี้คงจะบอกลากันแล้วซินะ"

      "ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่เลิกลาพี่จายาตู ข้าขอให้พวกท่านทุกคนโชคดี"

      "ข้าก็ขอให้หยวนจงโชคดีเช่นกัน โดยเฉพาะเจ้า เหมยฮวา คำนี้อาจไม่ควรที่จะกล่าว แต่ข้าอยากบอกเจ้าว่า ภายภาคหน้าหากหยวนไม่คงอยู่ เจ้าสามารถมาพึ่งพิงยังเผ่าของข้าได้ทุกเมื่อ ต่อให้ต้าเว่ยยิ่งใหญ่เช่นไร ก็มิอาจมาเบ่งอำนาจในทุ่งหญ้าของพวกเราชาวทู่เจียได้"

      "ขอบคุณแล้วพี่จายาตู จะดีกว่าถ้าไม่มีวันเช่นนั้น"

      วันนี้เป็นวันที่ขบวนของจายาตู จะออกไปสมทบกับทัพของนาหลันนาเยี่ย เหมยฮวา หย่งเป่าและเหล่าเพื่อนพ้องที่สนิทต่างพากันมาส่ง ในสายตาของจายาตู หยวนคงยากที่จะรอดพ้นจากต้าเว่ย ถึงแม้เหมยฮวาจะฉลาดหลักแหลม แต่กองทัพจะชนะได้มิอาจด้วยคนผู้เดียว ทั้งยังมีปัจจัยอื่นๆมาประกอบอีก ที่แน่ๆก็ขาดแคลนโลหะในการทำอาวุธเพื่อเพิ่มขนาดกองทัพ ถึงหยวนจะมีเงินทอง แต่ต้องทำสงครามกับทู่เจียด่านจึงถูกปิดเหล่าพ่อค้าจากต้าซือ(อาหรับ) ก็หยุดชะงักการค้าขาย ส่วนด้านต้าเว่ยก็ถูกห้ามซื้อขายแร่ให้กับหยวนตั้งนานแล้ว

      ถึงตอนนี้การรบระหว่างหยวนกับทู่เจียจะยุติลง ทว่าทู่เจียก็จะเปิดศึกภายในกันเอง เหล่าพ่อค้าย่อมหลีกเลี่ยงที่จะมาค้าขายในเส้นทางทู่เจียหยวนอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อให้หยวนยอมจ่ายมากเพียงไรก็ไม่อาจซื้อแร่ได้เลย ส่วนอาวุธที่ยึดจากทู่เจียก็ไม่มีทางเพียงพอแน่ ทั้งระยะทางจากด่านชิงไห่ การที่จะขนส่งไปอีกฝากหนึ่งของแคว้น ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองเดือน ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าหยวนจะยังคงอยู่หรือไม่  ส่วนด้านตนและคนอื่นแม้จะเข้าร่วมกับนาหลันนาเยี่ย หากภายหลังพ่ายแพ้ในการแย่งชิงตำแหน่งข่าน ขอเพียงเผ่าตนและคนอื่นๆ มอบบรรณาการให้กับผู้ที่ได้เป็นข่านก็ย่อมรอดพ้นจากการฆ่าล้างเผ่า ด้วยเป็นเผ่าเล็กๆจึงมิส่งผลกระทบใดๆ อย่างมากก็ถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด ขอเพียงผู้คนยังคงอยู่เช่นไรก็ตั้งต้นใหม่ได้

      "ใช่แล้วคุณหนู พวกต้าเว่ยย่อมมิอาจทำอะไรหยวนได้แน่นอน ถ้ายังมีคุณหนูอยู่ หรือไม่ก็หลังจากท่านนาหลันนาเยี่ยได้เป็นข่าน ข้าคนนี้จะขอกำลังคนยกทัพไปช่วยคุณหนูเอง ฮ่าๆ"

      "ขอขอบคุณพี่อาเช่อปาล่วงหน้าแล้ว หืม...นี้คือเหล้าผลไม้ที่ข้าสัญญาว่าจะให้ อาจไม่ร้อนแรงเท่าเมามายพันวัน แต่รสชาติไม่เลวนัก"

      "แหะๆ นึกว่าคุณหนูจะลืมเสียอีก"

      เหมยฮวานำเหล้าผลไม้ที่ทดลองหมักมาให้กับอาเช่อปา ก่อนที่เจ้าตัวจะกุลีกุจอรีบยกไหขึ้นมาจ่อที่ปากทันที

      "เดี๋ยวก่อนพี่อาเช่อปา วิธีกินเหล้าชนิดนี้ ต้องอมไว้ใต้ลิ้นเพื่อให้รสชาติกระจายทั่วปากก่อน จึงค่อยกลืนลงไป"

      "ห๊า!...ทำไมยุ่งยากถึงเพียงนี้เล่า"

      หลังจากอาเช่อปาเทเหล้าเข้าปากอย่างมากมาย ก็อมซะแก้มยุ้ย ก่อนที่จะยื่นส่งให้แก่คนอื่นต่อ ซึ่งแต่ล่ะคนก็ไม่ต่างกัน จากหน้าตาโหดๆมาทำแป่วแก้มป่อง ใครเห็นต่างก็ก้มหน้างุดกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่นไหว เหมยฮวาก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทันที

      "คิก...ข้าลืมบอกพวกท่านไปว่าให้ค่อยๆจิบคำเล็กๆ ใครใช้ให้เทจนเต็มปากเช่นนี้"

      "อ้าวเหรอ แต่รสชาตินุ่มนวลยิ่งนัก งั้นขอลองใหม่อีกรอบ เจ้าเอามานี้"

      อาเช่อปาหลังจากกลืนลงคอก็ รีบทวงไหเหล้ามาลองใหม่ตามที่เหมยฮวาบอกทันที

      "ฮืม นุ่มละมุนลิ้นยิ่งนัก รสชาติค่อยๆแผ่กำซาบภายในปาก ทั้งยังมีรสหวาน แตกต่างจากเหล้าหมักทั่วไป เยี่ยม เหล้าของเจ้าหนึ่งร้อนแรง อีกหนึ่งนุ่มละมุนจนสรรหาคำบรรยายมิได้ ช่างเป็นเหล้าที่เหมาะกับตอนนี้นัก เหมยฮวา"

      "มันก็จริง แต่ข้าชอบเมามายพันวันมากกว่า"

      "ก็เหมาะสมกับคนลิ้นจรเข้แบบเจ้าแล้ว อาเช่อปา"

      "เช่นนั้น ถ้าเหล้าเมามายพันวันที่ให้ไปหมด พวกท่านก็ค่อยมาเอา จวนตระกูลหลี่ยินดีต้อนรับพวกท่านทุกเมื่อ"

      "ขอรับคุณหนู ต่อให้ไม่บอก ข้าอาเช่อปาคนนี้ก็จะมาแน่นอน ฮ่าๆ "

      "ได้เวลาแล้ว ส่งเพียงเท่านี้ก็คงพอ หย่งเป่า หลงอิน เช่นไรข้าก็ขอฝากดูแลเหมยฮวาด้วย"

      "ได้ท่านพี่จายาตู"

      ก่อนจะจากจายาตูก็หันมาพูดกับหย่งเป่าและหลงอิน ซึ่งทั้งสองถือว่าเป็นกลุ่มแรกๆที่ตนฝึกมากับมือ จนก้าวมาอยู่ในระดับหัวหน้ากลุ่มแต่ไม่ได้เป็นชาวทู่เจีย นอกเหนือจากอาเช่อปา เข่อเจียงและตู้ลาคานที่กำลังติดตามตนไปนอกด่าน ดังนั้นคนที่จะเป็นองครักษ์ของเหมยฮวาจึงเหลือเพียงคนทั้งสองที่ตนวางใจว่ามีความสามารถพอที่จะคุ้มครองนางได้

      "ลาก่อนทุกๆคน ไว้พบกันอีกครั้ง"

      "เช่นกัน พวกเราไป"

      เหมยฮวากล่าวคำอำลากับทุกคน จายาตูและคนอื่นๆก็เอ่ยลาเช่นกัน ก่อนที่จะดึงบังเหียนให้ม้าวกหัวไปอีกด้านแล้วควบไปทันที แต่ในใจเหมยฮวาก็ยังมีคำพูดที่กล่าวมิได้อยู่ นั่นก็คือการพบกันในครั้งหน้าหวังว่า คงไม่ใช่การเผชิญหน้าในสนามรบระหว่างนางกับจายาตูและคนอื่นๆ ในอนาคตใครเล่าจะรู้วันนี้เพื่อนแท้ วันหน้าอาจเป็นศัตรูกันก็ได้ แม้แต่นางกับหยวนเองก็เถอะ

      "คุณหนู อย่าได้เศร้าเสียใจไปเลยขอรับ วันหน้าคงได้พบกันใหม่"

      "ฮืม ขอบใจเจ้ามากหลงอิน"

      "เอ่อ คุณหนู เช่นไรท่านพี่จายาตูและคนอื่นๆ ก็คงไม่ยอมหันอาวุธมาด้านเราแน่ ขอคุณหนูอย่าได้กังวล"

      หลงอินเห็นท่าทางของเหมยฮวา จึงได้พูดปลอบ แต่หย่งเป่านั้นรู้ว่าเรื่องที่คุณหนูตนหนักใจหาใช่การจากลาไม่ แต่เป็นอีกเรื่องจึงได้เอ่ยออกมาเพื่อให้กำลังใจนาง เหมยฮวาได้ยิ้มน้อยๆก่อนที่จะวกม้ากลับตึกบัญชาการด่านชิงไห่ทันที

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ตึกบัญชาการด่านชิงไห่

      "ท่านชิงอู่ ข้าน้อยเข้าไปได้หรือไม่"

      "เข้ามาเลย ทุกคนกำลังรอ เจ้าอยู่พอดี"

      "คารวะท่านชิงอู่และแม่ทัพทุกท่าน คงต้องขออภัยแล้วที่ทำให้รอนาน"

      "มิได้ขอรับคุณหนู"

      พอเหมยฮวาเข้ามาถึงภายในห้องก็กล่าวขอโทษทุกคนทันทีที่ทำให้ต้องรอ เหล่าแม่ทัพต่างรีบเอ่ยคำโบกไม้โบกมือว่าไม่เป็นไร ด้วยความเคารพและนับถือเหมยฮวาอย่างแท้จริง โดยไม่ยึดถือว่านางเป็นอิสตรีและอายุน้อยกว่าตนอีก ตั้งแต่ได้สติปัญญาของนางช่วยให้ชนะทู่เจีย ยกเว้นแม่ทัพทั้งสามเต๋อชิง จี้หย่งและหลี่ฮุย ที่มีความรู้สึกนี้ให้ตั้งนานแล้ว

      "ข่าวด้านต้าเว่ย ได้เตรียมทัพพร้อมแล้วคิดว่า คงจะบุกในเร็ววัน กว่าพวกเราจะเดินทางไปถึงคงเริ่มไปแล้ว"

      "ท่านแม่ทัพชิงอู่ขอรับ แล้วด้านนี้ควรทำเช่นไร"

      "คงต้องให้ประจำอยู่ที่ชิงไห่ไปก่อน ยกเว้นทัพม้าที่ต้องตามไป ส่วนแม่ทัพทหารราบทุกคนก็ให้อยู่ที่นี่ แต่ตั้งเต๋อชิงต้องตามไปกับข้า"

      "ขอรับ"

      พอเหล่าแม่ทัพเอ่ยถึงเหล่าทหารที่ตอนนี้สภาพพร้อมทั้งหมดหมื่นกว่านาย แม่ทัพชิงอู่ก็ตัดสินใจให้ประจำการอยู่ที่นี่ทันที ให้เพียงแต่ทัพม้ายกไปพร้อมตน ส่วนแม่ทัพมีเพียงหลี่ฮุยที่ต้องไปอยู่แล้วเพราะคุมทัพม้า และแม่ทัพทหารราบก็ให้แค่เต๋อชิงเท่านั้น ด้วยผลงานการรบกับทู่เจียในครั้งนี้แม่ทัพเต๋อชิงนับว่าแสดงฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่ง แต่ที่ไม่นำทหารราบไปก็เพราะต้องการไปถึงให้เร็วที่สุด ถ้ายังคิดพาไปคงเดินทางไม่ต่ำกว่าสามเดือน

      "แต่ที่ข้าหนักใจก็คือ กลุ่มทหารชาวเว่ยมากกว่า ไม่รู้ว่าตั้งทัพที่ด่านไหนกันแน่ระหว่างเป่ยจิงกับซันตง"

      "ตามความคิดข้าน้อยคิดว่า คงเป็นซันตงขอรับท่านแม่ทัพ เพราะระยะทางจากฉางอันมาที่ซันตงย่อมใกล้กว่าที่เป่ยจิง"

      "แต่ท่านหลี่ฮุย อย่าลืมว่าจากฉางอันไปด่านเป่ยจิง มีแม่น้ำฮวงโฮ ต้าเว่ยอาจยกกองกำลังนี้ไปทางเรือก็ได้"

      "นั่นล่ะคือปัญหาที่เราต้องขบคิด ทั้งสองด่านมีความเป็นไปได้หมด เหมยฮวาเจ้าคิดว่าน่าจะเป็นที่ด่านไหนกันแน่"

      พอพูดถึงทัพชาวเว่ย ก็ทำให้เหล่าแม่ทัพแสดงความคิดเห็นแตกต่างกันทันที เพราะอีกไม่ถึงสองเดือน ถ้าต้าเว่ยบุกโจมตีด่านทั้งสองไม่แตก คงพักการสู้รบรอจนหน้าหนาวก็จะใช้กองกำลังนี้มาโจมตี ซึ่งน่าจะมีราวสิบหมื่นกว่านาย ถ้าทุ่มกำลังไปประจำผิดด่านความพินาศจะตามมาทันที แม้ทั้งสองด่านจะเป็นช่องเขาที่บีบให้ยกกำลังเข้ามาได้ครั้งล่ะสองหมื่นที่ซันตงและสี่หมื่นที่เป่ยจิง  แต่ก็ไม่มีอะไรมารับประกันว่าจะต้านอยู่ถ้าถูกโจมตีซ้ำๆในยามที่ทหารหยวนอ่อนโทรมที่สุด

      "แล้วรายงานเรื่องจำนวนกำลังพลทั้งหมดของต้าเว่ย มีมาหรือไม่ท่านชิงอู่"

      "มีจำนวนราวสามสิบหมื่น ประจำอยู่ด่านละสิบห้าหมื่น"

      " ข้าน้อยคิดว่า ดีไม่ดี ทัพที่ยกมาตั้งค่ายที่เราเห็นอาจไม่มีทัพของชาวเว่ยเลยก็ได้ท่านชิงอู่"

      "มันก็จริงตามที่ประเมิน ถ้าต้าเว่ยยกกำลังทหารมาทั้งหมดคงมิต่ำกว่าหกสิบหมื่น ถ้าตัดกองกำลังที่เป็นชาวฉู่เดิมออกก็น่าจะมีราวห้าสิบหมื่น"

      การนับกำลังพลจะใช้การนับจากควันไฟจากเตาที่หุงหาอาหาร ซึ่งจะอยู่ท้ายสุดของค่ายทัพ ส่วนมากหนึ่งเตามักใช้สำหรับร้อยนาย การนับก็อาศัยการคาดคะเนของหน่วยสอดแนมในการแยกแยะ แล้วการที่แม่ทัพชิงอู่ตัดกองกำลังทหารชาวฉู่เดิมออก เพราะเพิ่งยุติศึกกับทางทู่เจียและกลุ่มที่ต่อต้านต้าเว่ย ดังนั้นในช่วงสองถึงสามเดือนที่ผ่านน่าจะยังคงต้องจัดระเบียบภายในยังไม่เรียบร้อย จนไม่อาจระดมทัพจากด้านนี้ได้

      "กองทัพที่ยกมาจึงน่ามีแค่ชาวฉิน เทียนเฉา ฉี ฮั่นและเว่ยเดิม  ทหารชาวฉินเชี่ยวชาญทางน้ำคง ได้เป็นเพียงทัพคุมเสบียง เพื่อคุมเรือนำเสบียงไปยังทั้งสองด่าน ก่อนจะส่งมอบตามท่าเรือ และตรงนี้นี่เองที่อาจใช้เพื่อการโยกย้ายกองกำลังชาวเว่ยไปมาระหว่างสองด่านด้วย  แต่ก็ต้องกระทำก่อนน้ำในแม่น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็ง ถ้าเป็นแม่ทัพชิงอู่จะทำเช่นไร"

      "ถ้าเป็นข้าจะตั้งทัพชาวเว่ยไว้ในจุดที่จะเคลื่อนย้ายกองทัพทางน้ำทั้งหมดได้ภายในหนึ่งเดือน ก่อนที่หิมะจะตก ส่วนการเดินทางๆบก ยังสามารถทำได้ในเดือนแรกของหน้าหนาว เช่นนั้นคงเป็นที่ด่านเป่ยจิงที่ใกล้กับแม่น้ำมากสุด"

      "แต่เพื่อความแน่ใจ เราคงต้องโจมตีเพื่อหยั่งเชิงดูซักครั้ง เพราะถ้าให้ต้าเว่ยบุกโจมตีก่อนคงไม่ยอมใช้กองกำลังกลุ่มนี้แน่"

      "โจมตี!"

      "ใช่แล้ว มีเพียงการโจมตีก่อน ถึงจะทำให้กองกำลังกลุ่มนี้เผยตัวออกมา ส่วนแผนการค่อยลงลึกในรายละเอียดคราวหลัง"

      พอได้ยินว่าเหมยฮวาจะสั่งทัพหยวนทั้งสองด่านเปิดฉากโจมตีก่อนทุกคนถึงกับอุทานออกมา นี้มันไม่ต่างจากการเอาไข่ไปกระทบหินชัดๆ ถึงจะบอกว่าเป็นการลองหยั่งเชิง ทว่าในแต่ละด่านมีทหารประจำการไม่เกินหกหมื่น ต่อให้ระดมคนมาเพิ่มก็ได้แค่คน อาวุธที่ยึดมาจากทู่เจียกว่าจะส่งไปถึงก็กินเวลาเป็นเดือนๆ แต่พอนางกล่าวคำโดยที่แววตาไม่สั่นไหวแม้เพียงน้อย ทุกคนก็เชื่อมั่นขึ้นมาทันที

      "เหมยฮวา ยังมีอีกเรื่องทำไมต้องปิดข่าวเรื่องที่เราโจมตีทัพทู่เจียจนพ่ายแพ้ไม่ให้ถูกส่งไปยังเมืองหลวง ทั้งที่ครั้งแรกการรบที่หน้าด่านชิงไห่ เจ้ากลับรีบให้ส่งไป"

      "ที่ข้าน้อยรีบให้ส่งไปเพราะจะได้สะกดทัพม้าของต้าเว่ย แต่เรื่องที่เราโจมตีจนได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดต่อทู่เจีย ไม่อาจให้กระจายไปรวดเร็วได้ เพราะจะกระทบต่อแผนการในขั้นต่อไป"

      "ฮืม แล้วจะปิดกั้นไม่ให้ผู้คนออกจากเมืองชิงไห่ไปอีกนานเท่าใด ถ้าเกินกว่าหนึ่งเดือนคงสร้างความไม่พอใจให้แก่เหล่าผู้คนภายในเมืองที่ต้องการเดินทางสัญจรเป็นแน่"

      หลังจากทู่เจียพ่ายแพ้ เหมยฮวาก็ให้ปิดกั้นตามเส้นทางต่างๆ เพื่อไม่ให้มีผู้คนนำข่าวเรื่องชัยชนะนี้รับรู้ไปยังเมืองอื่น ร่วมถึงรายงานทางกองทัพก็ไม่มีส่งไปยังเมืองหลวง นี่นับว่าเป็นข้อดีของสมัยนี้ที่การสื่อสารยังไม่รวดเร็ว และการปิดกั้นก็ทำได้ง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ

      "ภาพลักษณ์ของทัพหยวนเราคือสิ่งใดเจ้าค่ะ ท่านชิงอู่"

      "ฮ่าๆ เรื่องนี้ยังต้องถาม ก็ต้องด้านการตั้งรับที่แข็งแกร่ง ที่เกิดจากชัยภูมิของแต่ละด่านของหยวนนั้นคับแคบจนต้องบีบให้ไม่อาจยกทัพเข้ามาในจำนวนมากได้"

      "ใช่แล้ว ด้วยเหตุผลในข้อนี้ เรื่องที่เราโจมตีจนทู่เจียต้องพ่ายแพ้ จึงมิอาจหลุดรอดออกไปก่อนที่หยวนเราจะบุกโจมตีต้าเว่ย"

      "อ๊ะ!...ข้าเข้าใจแล้ว ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ทางต้าเว่ยชะล่าใจ เข้าใจว่าทางหยวนใช้แผนโจมตีไม่เป็น"

      "ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ขอรับคุณหนู"

      แม่ทัพชิงอู่พอฟังก็เข้าใจขึ้นมาทันที ส่วนแม่ทัพอื่นๆก็อดจะกล่าวชื่นชมนางออกมามิได้ ที่คิดการณ์รอบคอบไม่ยอมให้ตกหล่นแม้แต่เรื่องเดียว ทั้งที่จะว่าไปเรื่องเหล่านี้มันก็แค่ปลีกย่อย หาได้สลักลำคัญไม่แต่ถ้าลองตรองดูดีๆก็จะรู้ว่ามันส่งผลได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

      ในสมัยแคว้นเทียนเฉายังรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ ได้เคยยกทัพมาบุกด่านเป่ยจิงด้วยกำลังสิบกว่าหมื่น แต่ก็มิอาจทำให้ด่านแตกได้ เหตุผลก็เพราะเคลื่อนทัพเข้ามาได้เพียงคราวละสี่หมื่น แต่กำแพงบนด่านเป่ยจิงสามารถรองรับผู้คนได้เกือบสองหมื่นจึงสามารถต้านไว้ได้ ฝ่ายเทียนเฉาหลังจากบุกอยู่สองรอบก็เห็นว่าได้มิคุ้มเสีย อีกทั้งหน้าหนาวกำลังมาเยือนก็เลยถอนทัพกลับ ทั้งที่ความจริงถ้าเทียนเฉาบุกโจมตีระลอกที่สามด่านเป่ยจิงคงแตกเป็นแน่แท้ รวมทั้งแคว้นหยวนไม่มีการยกทัพไปโจมตีแคว้นอื่นมาเนิ่นนานมากแล้ว

       ดังนั้นเมื่อเอ่ยถึงทัพหยวน ทุกคนจะนึกถึงในด้านการป้องกันที่แข็งแกร่งดุจภูผาหิน และมักจะทึกทักไปกันเองว่า ทหารหยวนย่อมอ่อนด้านการโจมตีไปด้วยในตัว ซึ่งความคิดเหล่านี้ได้ฝังรากลึกลงไปแล้ว เพราะฉะนั้นจึงเป็นการดีจนอาจติดประมาท ทำให้เกิดผลดีต่อแผนการบุกโจมตีหยั่งเชิง

      "ขั้นต่อมา เราต้องสร้างข่าวลือขึ้นภายในเมืองหลวงแล้วให้กระจายไปจนถึงต้าเว่ย"

      "สร้างข่าวอะไร"

      "ข่าวที่ว่าก็คือ ด้วยการป้องกันอันแข็งแกร่งของทหารราบทำให้ทู่เจียสูญเสียทหารไปเป็นจำนวนมาก ในที่สุดก็ยอมถอนทัพกลับ ที่ข้าน้อยให้ทำเช่นนี้เพื่อตอกย้ำจุดเด่นของกองทัพและทหารราบหยวนให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นไปอีก"

      "ฮ่าๆตกลง ข้าจะได้สั่งให้หน่วยสื่อสารไปกระจายข่าว พรุ่งนี้จะได้เตรียมตัวเดินทาง"

      "ขอรับ"

      สิ้นคำสั่งทุกคนก็แยกย้ายทันที ส่วนที่เหมยฮวาไม่ได้เอ่ยถึงธนูเลยก็เพราะ พลธนูมีจำนวนน้อยจนไม่สร้างปัญหากับกองทัพทหารราบที่ใหญ่ขนาดนั้นได้มากนักและอาจทำให้อีกฝ่ายไม่ยอมปะทะตรงๆ ถ้าแค่ข่าวเรื่องทหารราบต่อให้ต้าเว่ยเกรงกลัว อย่างมากก็ไม่ส่งทัพม้าออกมา ด้วยถือดีที่กำลังมากกว่า ทหารราบหยวนเก่งกาจเพียงใดก็มิอาจต้านทานไว้ได้ ทั้งยังถูกปรามาสในเรื่องการรุก ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เอื้อต่อแผนการนางมากที่สุด

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      เมืองฉางอัน ต้าเว่ย

      "เฟิงหัว เรื่องที่ให้จัดการไปถึงไหนแล้ว"

      "ทูลฝ่าบาท ราวยี่สิบกว่าวัน เหล่าครอบครัวของพวกแม่ทัพก็จะมาถึงเมืองฉางอันครบหมดแล้วพะยะค่ะ"

      "ที่ว่ากว่านั่นเท่าไหร่ บอกมาให้แน่ชัด"

      "เอ่อ....ขอฝ่าบาทอย่าได้ทรงกริ้ว กระหม่อมจะรีบสั่งเร่งการเดินทางให้แล้วเสร็จไม่เกินยี่สิบวันพะยะค่ะ"

      "ฮึ ได้เช่นนั้นก็ดี"

      เว่ยไท่หวงตี้กล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอพระทัย เสนาฯซ้ายเฟิงหัวถึงกับรีบลนลานคุกเข่า ก่อนจะเอ่ยคำที่สบพระทัยองค์เว่ยไท่หวงตี้ เรื่องที่ทำให้พระองค์ไม่พอพระทัยก็คือทัพเกือบเตรียมการพร้อมสรรพแล้ว แต่ต้องมารอการเคลื่อนย้ายครอบครัวของเหล่าแม่ทัพนายกองที่สำคัญมาพำนักยังเมืองฉางอัน หรือก็คือมาเป็นตัวประกันนั่นเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเหล่าแม่ทัพที่เคยเป็นคนแคว้นอื่นมาก่อน เมื่อได้คุมกำลังพลแล้วจะไม่หันคมดาบมายังต้าเว่ยหรือไม่ตั้งใจทำการรบ  

      "เรื่องครอบครัวเหล่าแม่ทัพของฝ่าบาทอย่าทรงกังวล จะบุกช้าหรือเร็วก็มีค่าเท่ากัน เช่นไรพวกกองทัพที่ยกไปในครั้งนี้ก็เพียงตัดกำลังของพวกหยวน สุดท้ายกองทัพชาวเว่ยเราต่างหากที่จะเป็นผู้บุกขยี้หยวนพะยะค่ะ"

      "แล้วเรื่องที่ว่าทู่เจียพ่ายแพ้ เป็นเรื่องจริงแค่ไหน"

      "จริงพะยะค่ะ แต่หาสำคัญไม่ เพราะมีเพียงทัพหน้าสองหมื่นที่เปิดฉากโจมตีอย่างบุ่มบ่าม จึงทำให้ต้องพ่ายแพ้แก่ทหารราบสามหมื่น ทัพทู่เจียยังเหลืออีกไม่ต่ำกว่าหกถึงเจ็ดหมื่น ต่อให้ปราชญ์พิศดารแห่งชิงไห่เป็นเซียนลงมาจุติก็ไม่อาจรบชนะทู่เจียแน่นอนพะยะค่ะฝ่าบาท"    

      "แต่ข้าว่า เช่นไรก็ไม่ควรประมาท บอกทัพม้าทั้งหมดอย่าได้ออกไปปะทะ"

      "เรื่องนี้กระหม่อมได้กำชับแม่ทัพเมิ่งเถียนและทัพม้าทางด้านองค์ชายไท่อี้แล้วพะยะค่ะ"

      "การเคลื่อนย้ายทัพโดยเรือไม่ติดปัญหาใดๆ ใช่ไหม"

      "พะยะค่ะ ขอเพียงเปิดฉากโจมตี ถ้าหยวนยังต้านไหว กองกำลังชาวเว่ยจะรีบเคลื่อนย้ายโดยทางเรือไม่เกินสิบวัน และเดินทัพทางบกอีกสิบแปดวันก็จะไปถึงด่านเป่ยจิงเพื่อสับเปลี่ยนกองทัพได้แล้ว พอเข้าหน้าหนาวจะเริ่มบุกโจมตีจนกว่าด่านจะแตกพะยะค่ะ"

      "เฮ่อ ถ้าไม่มีเรื่องจัดการภายในของชาวฉู่ ข้าคงให้เฉินเยี่ยคุมกำลังบุกด่านเป่ยจิงไปแล้ว

     "ขอฝ่าบาททรงวางพระทัยในเรื่องนี้ ถึงแม้องค์ชายไท่อี้จะพระทัยร้อนเช่นไรก็ยังเกรงพระทัยองค์ชายไท่ซี ส่วนหยวนแม้จะเก่งกาจเพียงไรก็มิอาจหาญกล้ายกทัพมาโจมตีก่อนอยู่แล้วพะยะค่ะ"

      เสนาฯขวาเกาเว่ย รับหน้าที่กล่าวแทนเสนาฯซ้ายเฟิงหัว ที่ตอนนี้ยังไม่ลุกขึ้นด้วยกลัวว่าจะกริ้วหนักกว่าเดิม ก่อนที่จะสรุปสาระสำคัญต่างๆให้กับเว่ยไท่หวงตี้ทรงรับทราบ

      แม่ทัพคนสำคัญของต้าเว่ย ก็มีเมิ่งอ้าว มิ่งเถียนสองพ่อลูก เมิ่งอ้าวเป็นแม่ทัพใหญ่คุมทัพประจำที่ด่านซันตงหรือแคว้นฉินเดิม ส่วนเมิ่งเถียนเป็นรองแม่ทัพและเป็นผู้คุมกองทัพม้า ด้านด่านเป่ยจิงมีองค์ชายใหญ่ไท่อี้เป็นแม่ทัพใหญ่ทั้งยังคุมทัพม้าด้วย ส่วนองค์ชายไท่ซีไปในฐานะผู้สังเกตุการณ์ แต่แท้จริงแล้วเว่ยไท่หวงตี้ต้องการให้ไปคอยกำกับดูแลไท่อี้ไม่ให้ใช้อารมณ์หุนหันพลันแล่นในการสั่งการกองทัพ ในด้านแม่ทัพใหญ่เฉินเยี่ยยังคงวุ่นอยู่ที่แคว้นฉู่เดิม เพื่อจัดระเบียบภายใน ทั้งยังกรำศึกมาติดต่อกันอย่างยาวนาน จึงให้พักไม่ต้องลงมานำทัพในการบุกโจมตีหยวน

      "อย่างนั้น สั่งการลงไปหลังจากเรียบร้อยทางด้านฉางอันแล้ว ไม่เกินเจ็ดวันให้เตรียมทัพให้พร้อมเปิดฉากโจมตีทั้งสองด่าน"

      "พะยะค่ะฝ่าบาท"

      สิ้นเสียงเว่ยไท่หวงตี้ เสนาฯซ้ายขวาก็รับคำทันที

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ด่านซันตง เก้าวันหลังจากการประชุมที่ด่านชิงไห่ พลสื่อสารก็เข้ามายังตึกบัญชาการของด่านซันตง

      "ทูลองค์ชาย มีคำสั่งจากแม่ทัพชิงอู่มาถึงองค์ชายพะยะค่ะ"

      "รีบนำมาเร็วเข้า หวังว่าคงมิใช่ด้านชิงไห่เกิดเรื่องหรอกนะ"

      "ข้าน้อยว่าองค์ชาย อย่าเพิ่งร้อนใจ ไม่แน่ว่าอาจเป็นข่าวดีก็ได้พะยะค่ะ"

      "ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น ท่านหลินซือ"

      ทหารรับใช้นำสาส์นจากแม่ทัพชิงอู่ผู้เป็นเสด็จอา มามอบแก่องค์ชายเทียนหลง เจ้าตัวก็แสดงสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาทันที ก่อนที่จะถูกท้วงจากหลินซือผู้เป็นกุนซือ

      "ห๊า! โจมตี"

      "อะไร!โจมตีอะไรองค์ชาย"

      "ท่านอ่านดูเองก็แล้วกัน ท่านหลินซือ"

      หลินซือรับมาอ่านต่อ ก่อนค่อยๆพลิกดูแผนการที่แนบมา จากสีหน้าเคร่งเครียดก็ผ่อนคลายลง จนทั่วทั้งใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้ม

      "ฮ่าๆ เจ้าช่างคิดได้นะ ฮวาเอ่อร์ ฮ่าๆ"

      "ท่านยังเริงร่าได้อีกเหรอ ท่านหลินซือ"

      "องค์ชายทรงอ่านแผนการก่อน ค่อยทำหน้าเคร่งเครียดก็ยังไม่สาย"

      "ไหน จัดกองทัพม้า ทำเหล้า ฝึกทหารใหม่แล้วเอาไปช่วยรบเพื่อหยั่งเชิง ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร ก็ให้หยุดรบรอการประเมินสถานะการณ์"

      ในแผนการที่ส่งมา มีรายละเอียดการจัดกระบวนทัพม้าที่เลียนแบบกองกำลังเสวียนอู่ เพียงแต่ใช้แค่สี่นาย หน้าโจมตีซ้ายขวาหลังป้องกัน ก่อนมารวมตัวกันเป็นรูปร่างคล้ายดั่งนกสยายปีกโผบินซึ่งเป็นรูปแบบที่ตรงกันข้ามกับขบวนทัพม้าเหล็กหมาด ที่ใช้ด้านแหลมเข้าจู่โจม นี้กลับใช้ด้านกว้างเข้าจู่โจมแล้วค่อยขยายใหญ่สยายปีกกว้างขึ้นตามลำดับ

      ส่วนที่สองก็คือหลักการทำเหล้ากลั่น นำมาเป็นระเบิดไฟแบบที่เคยใช้กับทู่เจีย พร้อมทั้งให้ดึงทหารใหม่มาร่วมฝึกกับทหารเก่าโดยไม่ต้องรอดูผล เพียงแค่ทัพม้าชำนาญในการจัดกระบวนทัพที่ว่า ก็ส่งข่าวประสานไปทางด้านด่านเป่ยจิงให้ลงมือบุกโจมตีในวันเดียวกัน ทั้งยังให้ลดจำนวนทหารโล่ดาบลง เพื่อนำมาหลอมทำอาวุธเกอให้กับทหารใหม่ให้ได้จำนวนหนึ่งหมื่นคน ที่กำหนดเพียงหมื่นนั้นกลับไม่มีการบอกเหตุผลมา ส่วนที่สามก็คือแผนการทั้งหมดในวันที่โจมตี ว่าควรทำอะไรบ้าง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ด่านเป่ยจิง ตึกบัญชาการ

      ด่านเป่ยจิง ก็ได้รับข่าวเช่นกันเพียงแต่เร็วกว่าด่านซันตงหนึ่งวัน ซึ่งตอนนี้รักษาการณ์โดยรองแม่ทัพองค์ชายใหญ่หยวนผู่หลง ผู้ซึ่งมีอายุห่างจากองค์ชายสามนับสิบปีหรือก็คือตอนนี้องค์ชายใหญ่มีอายุสามสิบปีนั่นเอง องค์ชายผู่หลงนั้นเกิดจากพระชายารอง ที่เคยเป็นนางกำนัลในสมัยที่ท่านอ๋องหยวนยังเป็นรัชทายาท เค้าหน้าพิมพ์เดียวกับท่านอ๋อง จะมีก็รูปร่างที่สูงใหญ่กว่าถึงหนึ่งเซี๊ยะ และแววตาดุดันสมกับที่เป็นแม่ทัพ ด้วยถูกส่งมาเรียนรู้การศึกกับแม่ทัพชิงอู่ตั้งแต่สิบหกปี จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นถึงรองแม่ทัพประจำอยู่ที่นี่ตลอดมา เพราะมิได้เป็นองค์ชายที่เกิดจากฮองเฮา ย่อมไม่ถูกวางตัวไว้ที่เมืองหลวง ถึงแม้อ๋องหยวนจะมิยังแต่งตั้งใครเป็นรัชทายาท ก็เป็นที่รู้กันตามกฏมณเฑียรบาลที่จงหยวนยึดถือก็คือองค์ชายที่ฮองเฮาเป็นผู้ให้กำเนิดย่อมมีสิทธิ์เป็นลำดับแรก

      "ท่านเหวินโจว ด้านเรามีความมั่นใจซักกี่ส่วน ถ้าดำเนินแผนการตามที่เสด็จอาบอกมา"

      "ถ้าถามว่าเชื่อมั่นในแม่ทัพชิงอู่ไหม ข้าน้อยตอบได้เลยว่าสิบส่วนขอรับองค์ชาย"

      "ท่าน..เฮ่อ...ถ้าข้าเดาไม่ผิดนี้คงเป็นแผนการของปราชญ์พิศดารแห่งชิงไห่แน่ ถึงจะเอาชนะทัพทู่เจียได้เพราะแผนการของนาง แต่ก็แค่ทัพหน้า แล้วจะให้ข้าวางใจได้เช่นไร"

      เหวินโจวผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพและกุนซือคนสนิทขององค์ชายผู่หลง ตอบโดยแทบไม่คิดด้วยความที่เลื่อมใสแม่ทัพชิงอู่ยิ่ง ส่วนองค์ชายผู่หลงได้แต่กังวลกับแผนการที่ว่า

      "ต่อให้พ่ายแพ้ เราก็ต้องบุกโจมตีพะยะค่ะองค์ชาย ถ้าไม่ทำต่อให้ต้านอยู่ ถ้าเข้าหน้าหนาว กองกำลังชาวเว่ยก็จะเร่งโจมตีเรา ในความคิดของข้าน้อย ถึงแพ้อย่างน้อยก็สู้สุดกำลัง ย่อมดีกว่าพ่ายแพ้เพราะหมดสิ้นเรี่ยวแรงไม่ต่างจากยืนเฉยมองดูด่านเป่ยจิงแตก"

      "มันก็จริงของท่าน ข้าก็หวังว่าการบุกโจมตีครั้งนี้ จะทำให้กองกำลังชาวเว่ยเผยตัวออกมาไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร หยวนเราจะได้ทุ่มกำลังทั้งหมดมาต้านรับให้ถูกจุด แล้วเรื่องกลั่นเหล้า ทำเกอและเพิ่มทหารไปถึงไหนแล้ว"

      "เพิ่งเตรียมเครื่องมือเสร็จพะยะค่ะ ส่วนทหารจากที่คาดการณ์น่าจะระดมผู้คนได้ครบหมื่นภายในสี่วัน"

      "ดี ข้าต้องไปฝึกขบวนทัพม้าก่อน ฝากเรื่องทหารใหม่กับท่านด้วยแล้วกัน"

      "พะยะค่ะองค์ชาย"

      ข่าวทัพหน้าทู่เจียพ่ายแพ้แพร่กระจายไปทั่วแคว้นหยวน ยังผลให้ทุกที่ต่างดีอกดีใจ แต่ไม่กี่วันก็ต้องพากันเคร่งเครียดเพราะข่าวที่มาจากด่านชิงไห่เงียบหายไปจนผิดปกติ ทำให้ทางด้านเมืองหลวงและเมืองอื่นไล่ตามระยะทางต่างพากันกระวนกระวายใจยิ่งนัก

      แล้วจู่ๆก็มีข่าวเรื่องทัพทู่เจียถอนทัพกลับ ด้วยฝีมือของทหารราบหยวนที่ยกกำลังออกไปต้านรับที่หน้าด่านชิงไห่อีกครั้ง จนทัพทู่เจียสูญเสียผู้คนเป็นจำนวนมากยังผลให้ยุติการโจมตี ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ผู้คนต่างโห่ร้องฉลองกันอย่างครึ้กครื้น โดยเฉพาะที่เมืองหลวงถึงกับมีงานรื่นเริง คล้ายลืมเลือนทัพต้าเว่ยที่ตั้งทัพประชิดหยวนอยู่ตอนนี้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะชาวเมืองต่างมั่นใจว่า ในเมื่อรับมือทู่เจียได้ ต้าเว่ยย่อมง่ายดุจพลิกฝ่ามือ และการชนะทู่เจียยิ่งตอกย้ำให้ทุกผู้คนเชื่อในคำร่ำลือที่ทัพหยวนคือยอดทัพในการตั้งรับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ชายแดนต้าเว่ย ด้านด่านเป่ยจิง กระโจมบัญชาการ

      "เป็นไปได้อย่างไร ที่หยวนเอาชนะทู่เจีย มันแค่ข่าวลือโคมลอยใช่หรือไม่ บอกข้ามา!"

      "ท่านพี่โปรดระงับอารมณ์ด้วย ข้าคิดว่าคงมิใช่แน่ เพราะในเมืองต้าตูถึงกับจัดงานรื่นเริงฉลองให้กับชัยชนะ พวกหยวนคงไม่เสียสติถึงขั้นหลอกตัวเองหรอก"

      "ฮ่าๆ เช่นนี้ก็แปลว่าต้าเว่ยเรา ไม่ได้ซักกะพีกของหยวนน่ะซิ"

      "เรื่องมันเป็นแบบนี้ ท่านพี่จะเปรียบเทียบไปทำไม มีแต่จะทำให้เหล่าทหารกำลังใจตกต่ำ ถ้าต้องโจมตีขึ้นมาจะมีทหารคนใดกล้าบุกตะลุยเล่า"

      "ก็...."

      "ท่านพี่เป็นแม่ทัพใหญ่นะ หรือท่านอยากให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาเห็นท่านในสภาพนี้"

      องค์ชายไท่อี้ถึงกลับเดือดพล่านเมื่อรู้ข่าวว่าหยวนชนะทู่เจีย ที่เป็นเช่นนี้เพราะตนและทัพต้าเว่ยแทบทำอะไรทัพของพวกหูไม่ได้เลย ยิ่งนึกถึงการพ่ายแพ้จนต้องหลบหนีพวกซ่งหนู ก็ยิ่งทำให้อดเปรียบเทียบกันไม่ได้ ด้วยก่อนนั้นตนทั้งดูถูกและเหยียดหยามพวกหยวน ว่าเป็นพวกใช้การมิได้แต่ทว่าคนที่ถูกตนดูแคลนกลับจัดการกับพวกเผ่าหูจนราบคาบ เมื่อเป็นเช่นนี้มีใครบ้างจะทานทนได้ ก่อนจะถูกพระอนุชาพูดให้สงบลง

      "น้องข้า ขอบใจที่ช่วยเตือนสติ ถูกต้องตามที่เจ้ากล่าว ตราบใดที่ยังไม่ได้รบกัน ก็ไม่มีใครคาดเดาผลลัพธ์ได้"

      "ใช่แล้วท่านพี่"

      "เรื่องหยวนชนะทู่เจีย ห้ามแพร่งพรายออกไป ถ้าข้ารู้เจ้าต้องถูกตัดหัวแน่ เข้าใจหรือไม่"

      "พะยะค่ะองค์ชาย"

      เมื่อสงบจิตใจลง องค์ชายไทอี้ก็รีบสั่งการมิให้พลสื่อสารแจ้งข่าวแก่บุคคลอื่นอีกทันที เพราะข่าวนี้อาจจะทำลายความฮึกเหิมภายในกองทัพได้

      "ด้านนี้ใกล้จะจัดระเบียบกองทัพได้เรียบร้อยแล้ว แต่ข่าวจากทางฉางอันก็ยังไม่ยอมส่งมาซักที"

      "ข่าวล่าสุดอีกไม่เกินสิบหกวัน เหล่าครอบครัวแม่ทัพนายกองจากทางภาคเหนือก็จะถึงฉางอันพะยะค่ะองค์ชาย"

     "ดี เช่นนี้ก่อนจะเข้าหน้าหนาวอาจได้บุกด่านเป่ยจิงถึงสองรอบ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะแข็งแกร่งดั่งภูผาเหมือนคำร่ำลือหรือไม่"

      ด้านเหมยฮวาและแม่ทัพชิงอู่ก็รีบเร่งเดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก แต่ยังไม่กำหนดจุดหมายปลายทาง จนกว่าจะประเมินผลการรบที่จะเกิดขึ้นนี้ก่อน เช่นไรด่านทั้งสองก็อยู่ในทิศเดียวกัน เพียงแต่ถ้าจะไปซันตงต้องเบี่ยงหน้าไปทางทิศใต้ เมื่อเลยเมืองต้าตูไปราวเก้าสิบลี้ ด้วยระยะทางจากชิงไห่ไปถึงทางแยกที่ว่าต้องใช้เวลานับเดือน

      ส่วนเหมยฮวาต้องนั่งในรถม้า ด้วยทุกคนเป็นห่วงสุขภาพของนางจึงต้องบังคับให้เข้าไปนั่ง แต่ความเร็วก็ไม่ตกลงมากนักเพราะเทียมม้าถึงสี่ตัวทั้งนำทัพม้ามาด้วยนับพัน จึงทำให้ความเร็วในการเดินทางไม่ช้าลงแต่อย่างใด จากทางแยกไปเป่ยจิงใช้เวลาห้าวัน ถ้าไปซันตงก็เจ็ดวัน ถือว่าไม่ห่างกันจนเกินไป

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ด่านซันตง หลังจากเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงมาได้เดือนกับอีกสามวัน

      "ปล่อยสะพานลง!"

      'ครืดดๆ....ตึง!'

      จบคำสั่งเปิดประตูด่านซันตง สะพานก็ถูกชักรอกปล่อยลงให้ปลายอีกด้านแตะพื้นดิน เพื่อจะใช้เดินข้ามคูน้ำที่ขุดไว้ ซึ่งเป็นมาตราการป้องกันเมืองอย่างหนึ่ง แตกต่างจากด่านชิงไห่ ด้วยเป็นที่สูง และห่างจากแหล่งน้ำ จึงมิอาจทำคูน้ำได้ ถึงขุดไปพอเลยหน้าฝนเข้าฤดูใบไม้ร่วงก็แห้งขอด ดังนั้นด่านชิงไห่จึงแตกต่างจากด่านอื่นๆ  

      "องค์ชาย ขอให้ทรงปลอดภัยกลับมาพะยะค่ะ"

      "ข้าฝากที่นี่ไว้กับท่านด้วย ท่านหลินซือ"

      "พะยะค่ะ"

      "ออกเดินทาง!"

      "เฮ้ฮๆๆ"

      "ตึ่งๆๆ...หวู๊ดดด"

      องค์ชายเทียนหลงออกคำสั่งให้เคลื่อนทัพเสร็จ เสียงโห่ร้อง เสียงกลองศึกและเสียงเป่าหวูดก็ดังขึ้นมาทันที แม้หลินซือและเหล่าแม่ทัพจะห้ามมิให้องค์ชายเทียนหลงนำทัพไปด้วยตนเองด้วยห่วงความปลอดภัย แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล องค์ชายเทียนหลงดึงดันที่จะไปให้ได้ ที่สุดจึงต้องยอมจำนนให้นำทัพไป

      กองทัพประกอบไปด้วยทหารราบดาบโล่สองหมื่น พลทหารเกอหนึ่งหมื่นที่เป็นทหารใหม่ห้าพันทหารเก่าห้าพัน ทัพม้าห้าพัน รวมแล้วสามหมื่นห้าพันนาย เหตุผลที่ให้นำทหารใหม่ไปด้วย เพื่อให้คุ้นชินกับสนามรบ เพราะถึงจะฝึกเป็นปีถ้าไม่เคยสัมผัสกับสนามรบจริง ทหารเหล่านี้ก็มิต่างจากทหารฝึกใหม่มากนัก และยังมีเหตุผลอื่นอีกที่ทำให้ต้องส่งไปในการโจมตี



      ปล.มีปัญหามากมายกับการเขียนบทซึ้ง รัก ดราม่า แง่วตกลงทุกบทนั่นล่ะ อิอิ
     พยายามมาหลายรอบแล้วแต่ก็เท่าที่เห็น ผมทำได้เพียงเท่านี้อ่ะ อย่างไรก็อย่าได้หวังอะไรมากนะครับกับบทพวกนี้ แต่ก็จะพยายามเต็มที่ครับ เหอๆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #723 เมมฟิส (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 12:51
    หวังว่าพบกันครั้งหน้าเหล่าจายาตูและฮวาเอ๋อร์จะพบแบบมิตรเหมือนเดิม ไม่ใช่ศัตรูน่ะค่ะ ส่วนพระเอกอยากได้คนที่สุขุม ฉลาด เก่งทุกด้าน มีความเป็นผู้นำ และที่สำคัญมีฮวาเอ๋อร์เพียงคนเดียวทั้งกายและใจ
    #723
    0
  2. #667 คอกำลังภายในจ้า (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 21:22
    ไรต์คงตันหรืองานยุ่ง งานเข้า งานปะทะ งานอดิเรก งานเลี้ยง งานลา งานเงิบ! คอยอ่านจ้าาาาาาาาาาาสนุกง่ะ ดีทุกตอน

    ส่องทุกเช้าเย็น
    #667
    0
  3. #664 หนอนอ้วน (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 16:30
    องค์รักษ์กลับทูเจียไปหลายคน. เฮ้อยังมองหาพระเอกที่คู่ควรและยอมรับนางเอกแบบที่เป็น พี่องค์รักษ์คนดีก็น่าสน แต่ไม่เหมาะกันแต่เหมือนพี่ชายน่าจะเหมาะกว่า หาพระเอกที่เก่งพร้อมส่งเสริมนางเอกอย่างที่ควรเป็น ดีกว่า อย่างองค์ชายก็ดูดี แต่ชีวิตในวังนางเอกจะมีความสุขเหรอ.
    #664
    0
  4. #663 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 13:10
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    เป็นกำลังใจให้จร้า
    #663
    0
  5. #660 วิหคจันทรา (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 13:35
    เอาใจช่วยให้หยวนรอดนะ

    เรื่องบทรัก ซึ้งไม่ต้องมากก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้เทียนหลงเป็นพระเอกได้ไหมคะ

    อิอิอิ
    #660
    0
  6. #659 zarizia (@zarizia) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 13:13
    สู้ๆๆน่ะค้าาาคนแต่ง ^^ อ่านแล้วสนุกมากก
    #659
    0
  7. #658 สมุดบันทึก (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 05:23
    เข้ามารอตอนต่อไปจ้า
    #658
    0
  8. #655 คอกำลังภายในจ้า (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 18:52
    ชอบใจจริงๆไม่มีบทนั้นก็ได้บู๊ก่อนก็ได้ คอยอ่านอย่างใจจดจ่อให้กำลังใจมคนอาไรเขียนได้ยาวและดีด้วยหุหุ
    #655
    0
  9. #652 rai12 (@rinton12) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 13:11
    ก็แบบว่ามัน สนุกอะนะ ลุ้นกันต่อไป อิอิ
    #652
    0
  10. #651 ภูผาหมอก (@pattanawanun) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 11:56
    สนุกมากค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #651
    0
  11. #649 ใบบัว (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 09:38
    ทำระเบิดแบบยุคปัจจุบันเลยจ้าาาาาา หวังผลเพื่อทำลายล้าง ก๊อไม่มีเหล็กให้ทำอาวุธนี่นา
    #649
    0
  12. #648 แพร่พิไล (@herojo) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 09:21
    555 ลุยๆๆๆ
    #648
    0
  13. #647 เสือเมฆ (@25112523) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 06:58
    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ งานนี้นางเอกเราจัดเต็ม รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
    #647
    0
  14. #645 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 00:18
    อยากไปดูว่าจะบุกที่ไหน จบศึกก่อนค่อยว่าเรื่องรักกิ ตอนนี้คงไม่มีอารมณ์โรแมนติกหรอก
    #645
    0
  15. #644 Moda (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 23:44
    ชอบแนวการเบียนของคุณมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #644
    0
  16. #643 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 22:36
    ของจริงคือนับจากนี้สินะ
    #643
    0
  17. #642 fon (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 22:24
    สนุกมากเลยค่ะ รอติดตามอ่านทุกวันเลย สู้ๆนะคะไรเตอร์
    #642
    0
  18. #641 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 21:58
    รู้สึกว่าตอนนี้อ่านจุใจมาก อยากรู้เร็วๆจังว่าตกลงยัยหนูจะไปสังกัดที่ด่านไหน
    #641
    0