ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,555 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    229

    Overall
    159,555

ตอนที่ 34 : พยุหะหงสา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5057
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    16 มิ.ย. 57

    พยุหะหงสา

      ชายแดนด้านด่านซันตง

      "รายงานองค์ชาย ตอนนี้ทัพต้าเว่ยได้ยกทัพมาแล้วพะยะค่ะ

      "มีจำนวนเท่าไหร่"

      "ทูลองค์ชายมีราวเจ็ดหมื่น กำลังเคลื่อนทัพเข้ามาห่างจากทัพเราไปราวหกลี้พะยะค่ะ"

      "ฮ่าๆ ดี ในที่สุดก็มา สั่งการลงไปให้จัดขบวนทัพดั่งที่ฝึกซ้อม และเตรียมก่อกองไฟไว้ ถ้าทัพต้าเว่ยอยู่ในระยะสายตาก็ให้จุดคบเพลิงแจกจ่ายทหารม้าเกราะเบา"

      "พะยะค่ะ"

      สิ้นคำสั่งเหล่าแม่ทัพนายกองก็แยกย้ายกันไปเตรียมขบวนทัพ ส่วนเกวียนที่ต้าเว่ยเห็นแต่มิอาจรู้ได้ว่าเป็นสิ่งใด คราแรกคาดคะเนว่าเป็นพวกกระโจมที่จะเอามาตั้งค่าย แต่จำนวนเกวียนมีเพียงห้าคันรถหากเป็นการบรรทุกพวกอุปกรณ์สำหรับตั้งกระโจมให้กับทหารสามหมื่นนายย่อมเป็นไปมิได้ สิ่งที่บรรทุกมาในเกวียนแท้จริงแล้วก็คือท่อนฟืนและคบเพลิงที่เตรียมไว้สำหรับเป็นเชื้อไฟในการจุดคบเพลิงนั่นเอง

      หลังจากทัพของต้าเว่ยเข้ามาในระยะสายตาคบเพลิงก็ถูกจุด ก่อนแจกจ่ายให้กับทหารม้าเกราะเบาทั้งหมดสองพันนายจนครบภายในเวลาเค่อกว่าๆ แล้วจึงรีบควบม้ามาตั้งขบวนทัพด้านหน้าริมสุดซ้ายมือของกองทัพทันที ซึ่งมีทหารม้าเกราะหนักตั้งทัพรออยู่ก่อนแล้ว

      การจัดทัพนับจากขวามือ ก็คือทหารราบสองหมื่น แบ่งเป็นสองกลุ่มๆละหมื่นนายเรียงหน้ากระดาน ซึ่งพร้อมแปรเปลี่ยนเป็นขบวนทัพเสวียนอู่ทันทีถ้ามีการปะทะต่อท้ายด้วยพลทหารเกอ ริมสุดซ้ายมือของกองทัพคือทัพม้าเกราะเบา อยู่หน้าต่อด้วยทัพม้าเกราะหนัก

      องค์ชายเทียนหลงซึ่งวันนี้สวมเกราะหนักสีดำ มือขวากำดาบง้าวที่ทั้งด้ามและตัวดาบยาวเกือบจ้าง(2.30 ม.) มองดูแล้วโดดเด่นเป็นสง่ายิ่งนัก ดั่งนักรบสวรรค์ประทับบนหลังอาชาตามจินตนาการของผู้คน  พอเห็นว่าทุกอย่างจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว ก็สั่งการโดยทันที

      "ลั่นกลองศึก!"

      "พะยะค่ะ  ลั่นกลองศึกได้!"

      'ตึ่งงงๆ'

      "เฮ้ฮฮ"

      ด้านแม่ทัพหนิงคังซึ่งเป็นทัพหน้าถึงกับงุนงง นี้ทัพหยวนจะเล่นสงครามประสาทกับตนไปถึงไหนกัน เพียงเข้าระยะสายตา พวกหยวนพอจัดทัพแล้วเสร็จก็ลั่นกลองเปิดศึกทันที แต่ที่เหนือกว่างุนงงก็คือเจ็บใจ ที่ตนเพียรอุตส่าห์คิดหาคำพูดมากล่าวเสียดิบดี เวลาประจัญหน้ากันจะได้ใช้ข่มอีกฝ่าย ซึ่งปกติตามธรรมเนียมการศึกทั่วไปย่อมเป็นเช่นนั้น สุดท้ายคำพูดอันสวยหรูที่เตรียมไว้มลายกลายเป็นอากาศธาตุ ยิ่งคิดก็ยิ่งขุ่นเคือง

      "สั่งทหารทุกคน รีบจัดขบวนทัพ ข้าจะสอนให้พวกหยวนรู้ว่าอย่าได้มาหาญกล้าต่อหน้าต้าเว่ยเช่นนี้อีก"

      "ขอรับท่านแม่ทัพ เตรียมทัพ ลั่นกลองศึก!"
      'ตึ่งๆๆ!' 

      เสียงสั่งการที่แฝงไว้ด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่งของแม่ทัพหนิงคัง ทำให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาต้องรีบหลบไปปฏิบัติตามคำสั่งโดยไว เพราะอยู่นานคงไม่พ้นต้องถูกดุด่าเป็นแน่แท้ ใครบ้างจะไม่โมโหในเมื่อแผนการต่างๆที่ตนเองเตรียมไว้ เพื่อเล่นงานด้านจิตใจของเหล่าทหารของหยวน ยังมิทันได้ใช้กลับต้องมาเปิดศึกซะก่อน ท้ายสุดจึงมีเพียงจัดทัพให้เป็นระเบียบที่สุดแล้วดาหน้าเข้าปะทะทันทีเมื่อเข้าระยะที่กระทำได้ ด้วยจำนวนกำลังพลที่เหนือกว่า ถ้าทัพเกิดชะงักเพียงเพราะอีกฝ่ายคิดจะเปิดศึกทันที คงกระทบต่อความฮึกเหิมของเหล่าทหาร ดังนั้นจึงต้องรีบสั่งการเพื่อคงสภาพกำลังใจของเหล่าทัพเอาไว้

      การที่ลั่นกลองศึกทันทีโดยไม่มีการเจรจา ก็เพราะองค์ชายเทียนหลงต้องการคงสภาพกำลังใจของเหล่าทหารฝ่ายตนไว้เช่นกัน เกิดทำแบบปกติเจรจากันก่อนรบนานเข้า ทหารใหม่ที่นำมาอาจตื่นกลัวจนก่อความสับสนในกองทัพ อีกทั้งเพื่อบีบให้อีกฝ่ายต้องแต่งทัพดาหน้าเข้ามา ยิ่งเรียงเป็นหน้ากระดานเพื่อโอบล้อมทัพตนยิ่งดี เมื่อเป็นเช่นนี้ทัพหยวนก็เพียงแปรเป็นขบวนทัพเสวียนอู่ในพื้นที่ของตน การตั้งรับได้ก็จะกระทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น

            แม้จะบอกว่าจะโจมตี แต่แผนการก็แฝงไว้ด้วยการตั้งรับอย่างแยบยล ดั่งเช่นที่นำไปใช้ในการลอบโจมตีทู่เจียแล้วยึดพื้นที่ภายในค่าย เพียงเท่านี้อีกฝ่ายย่อมต้องเข้ามาหาเอง ส่วนจะเปล่งอานุภาพมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจและพร้อมเพรียงของเหล่าทหารที่จัดตั้งขบวนทัพแล้ว

      "แม่ทัพฉินขอรับด้านหน้า กำลังจะเปิดศึกแล้วขอรับ"

      "ข้ารู้แล้ว"

      "แล้วเราไม่รีบตามไปหรือขอรับ"

      "ยัง...ให้ทุกคนเดินทัพตามปกติ เราต้องออมแรงไว้ใช้ยามคับขัน"

      "ขอรับท่านแม่ทัพ"

      แม้ทัพหน้าจำนวนห้าหมื่นที่ห่างไปราวสี่ลี้(2 กม.)จะลั่นกลองศึกเพื่อเปิดฉากโจมตี แต่ทัพหลังของแม่ทัพฉินกลับทำเพียงเดินทัพตามปกติ ด้วยคิดว่าต่อให้ตนรีบเร่งไปก็ไม่ต่างจากขวางมือขวางเท้าแม่ทัพหนิง สู้เก็บแรงเอาไว้ยามต้องเก็บกวาดสนามรบน่าจะดีที่สุด เผื่อโชคดีตกได้ปลาตัวใหญ่ สามารถจับกุมแม่ทัพระดับสูงของข้าศึกได้ ผลงานอาจดูน้อยหน้ากว่าแม่ทัพหนิงแต่เช่นไรก็ย่อมดีกว่าไม่มีผลงานใดเลย ที่คิดเช่นนี้ก็เพราะเสียงจากกลองศึกที่ดังขึ้นครั้งแรกน่าจะเป็นของหยวน แม่ทัพหนิงพอถูกกระตุกหนวดเสือขนาดนี้คงยอมไม่ได้ กำลังทหารมีเท่าไหร่คงถูกส่งไปบดขยี้อีกฝ่ายในคราเดียวแน่

      "แม่ทัพหยวนคนนี้ ข้าอยากรู้จริงว่าเป็นใคร ช่างทำอะไรสิ้นคิดนัก มีกำลังพลเพียงเท่านี้กลับกล้าประกาศเปิดศึกก่อน"

      "จริงด้วยขอรับ ถึงกับกล้าทำให้แม่ทัพหนิงโกรธ เช่นนี้คงถูกทัพทั้งห้าหมื่นบดขยี้ในคราวเดียวแน่นอน"

      "ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า เฮ่อ....ถือว่าวันนี้ไม่ใช่วันของพวกเราเลยจริงๆ"

      แม่ทัพฉินบ่นคล้ายปลงๆกับทหารคนสนิทของตน เพราะนึกอิจฉาในความโชคดีของแม่ทัพหนิง ถ้าแม่ทัพหยวนไม่ประกาศเปิดศึกก่อน แม่ทัพหนิงย่อมต้องแบ่งทัพเข้าโจมตีเพื่อให้ทัพตนเสียหายน้อยที่สุด แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อให้ทัพเสียหายมากเพียงไรแต่ถ้ายังกำชัยชนะ แม่ทัพหนิงก็จะมีข้ออ้างในการเลี่ยงถูกกล่าวหาหรือบทลงโทษจากกองทัพ ในการทำให้ทัพสูญเสียผู้คนมากมาย ทั้งยังรักษาความดีความชอบไว้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มโจมตีก่อน

      "ถ่างขบวนทัพออก โอบล้อมข้าศึก"

      "ถ่างขบวนทัพ โอบล้อมๆ!"

      เสียงสั่งการของแม่ทัพหนิงให้ทหารทั้งห้าหมื่นนายของตน ที่แยกออกเป็นห้ากองๆละหมื่นนาย ให้เริ่มเรียงหน้ากระดานเข้าหาทัพหยวน พร้อมทั้งถ่างระยะห่างแต่ละกองออกเพื่อปิดล้อมอีกฝ่าย

      "จงซิ่น ข้าฝากด้านนี้ด้วย"

      "พะยะค่ะองค์ชาย"

      องค์ชายเทียนหลงนัดแนะทำความเข้าใจกับแม่ทัพชิวจงซิ่นไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นจึงได้กล่าวเพียงสั้นๆก่อนจะกระตุ้นม้าให้วิ่งไปทางทัพทหารม้าด้านซ้ายมือ

      "ทหารราบทุกคน จงฟังถอยหลังไปยี่สิบก้าว"

      "ถอยหลังยี่สิบก้าว!ๆ"

      ถ้าแม่ทัพหนิงมาได้ยินคำสั่งนี้คงได้ตกจากหลังม้าแน่ มีที่ไหนกัน ตนเป็นผู้ประกาศโจมตีก่อน กลับสั่งให้ทัพตนถอยหลังแทนที่จะเข้าปะทะ

      การถอยทัพระยะยี่สิบก้าวจะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย ถ้าไม่กี่สิบคนนั้นง่ายดายยิ่ง แต่เมื่อเป็นจำนวนถึงสามหมื่น เพียงสั่งให้ถอยไม่กี่ก้าวก็อาจเกิดความชุลมุนในกองทัพขึ้นมาได้ถ้าเหล่าทหารฝึกซ้อมไม่ดีพอ

      "ท่านแม่ทัพ พวกหยวนทำอะไร นั่นพวกมันกำลังถอยทัพนี่ขอรับ"

      "ฮ่าๆ คงมิใช่เพิ่งจะนึกหวาดกลัวต้าเว่ยเราขึ้นมาหรอกนะ"

      "จริงด้วยขอรับท่านแม่ทัพ พวกหยวนเพียงแค่เห็นทัพเราก็หวาดกลัวจนถอยหนีแล้ว ฮ่าๆ"

      "ดี สั่งทุกคนให้มุ่งหน้าตรงไปอย่าได้หยุด"

      "พวกหยวนหวาดกลัวแล้วๆ"

      "เฮ้ฮฮๆ"

      เสียงโห่ร้องของทหารต้าเว่ยดังกระหึ่มขึ้นมาทันที ความฮึกเหิมเพิ่มขึ้นมาอักโข เมื่อจ้องมองไปที่ทัพหยวน ก็เห็นเหล่าทหารราบเคลื่อนทัพถอยหลัง อีกทั้งทัพม้าก็ฉีกตัวออกด้านข้าง ซึ่งเป็นด้านขวามือของทัพต้าเว่ย

      "ทัพด้านขวาสองหมื่น เพิ่มระยะห่างขึ้นอีกอย่าให้ทัพม้ามันหลุดรอดไปได้"

      "ปีกขวาสองหมื่นเพิ่มระยะ โอบล้อมทัพม้าเอาไว้"

      "โอบล้อมทัพม้า!ๆ"

      จากที่เรียงหน้ากระดานเพื่อโอบล้อม ปีกซ้ายและปีกขวาจำต้องถลำหน้าทัพกลางขึ้นมาถึงหนึ่งช่วงทัพ พลันเสียงสั่งการขององค์ชายเทียนหลงก็ดังสวนเสียงสั่งการของอีกฝ่ายทันที หลังจากที่เห็นปีกขวาของต้าเว่ยรุกเข้ามาในระยะแปดร้อยก้าว

      "ทหารม้าเกราะเบาโจมตี!"

      "ทหารม้าเกราะเบาๆ!"

      คำสั่งโจมตีดังออกมา ทัพม้าเกราะเบาจำนวนสองพันก็ควบม้าจับคู่กันระหว่างมีกับไม่มีคบเพลิง จัดขบวนเรียงแถวหน้ากระดาน เข้าใส่ปีกขวาของทัพต้าเว่ยทันที

      "ระวังทัพม้ามาแล้วๆ"

      "อย่าแตกตื่น รีบตั้งขบวนทัพเสวียนอู่"

      "ตั้งขบวนทัพเสวียนอู่!"

      "ห้า ระยะคงเดิม!ๆ"

      ถ้าเหมยฮวามาเห็นทัพต้าเว่ยตั้งกระบวนทัพเสวียนอู่คงต้องอ้าปากค้างเป็นแน่ ด้วยไม่คิดว่าข่าวการจัดขบวนทัพเสวียนอู่ของตนจะถูกฝ่ายข้าศึกล่วงรู้ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ทั้งยังเอาไปฝึกซ้อมแล้วนำมาใช้รบกับทัพหยวนอีก
     ซึ่งไม่ต่างจากเหล่าทหารม้าเกราะเบาของหยวนที่ถาโถมเข้าใส่ถึงกับชะงักไปวูบหนึ่งแต่ก็มิได้หยุดฝีเท้าม้า เพียงเหล่าทหารตรงกลางบังคับม้าให้ชะลอฝีเท้าช้าลง สวนทางกับปีกซ้ายกับปีกขวาที่เร่งความเร็วขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้จากเรียงหน้ากระดาน ทัพทหารม้าเกราะเบาก็แปรสภาพเป็นครึ่งวงกลมโอบล้อมทัพต้าเว่ยที่จัดตั้งขบวนทัพเสวียนอู่อยู่

      ด้านปีกซ้ายของทัพต้าเว่ยหรือก็คือปีกขวาของทัพหยวน ซึ่งมีแม่ทัพชิวจงซิ่นคุมทัพอยู่ ก็สั่งการกองทัพทั้งหมดทันทีหลังทัพต้าเว่ยเข้ามาในระยะสองร้อยก้าว

      "หนึ่ง เดินหน้าเข้าปะทะ!"

      คำสั่งจัดกลุ่มหนึ่งกลุ่มสิบนายดังออกมาเป็นทอดๆ พอเตรียมเสร็จก็ขยับเดินหน้าทีละก้าวเพื่อเข้าปะทะ ทิ้งให้พลทหารเกอรั้งท้าย คอยเข้าสนับสนุนตามช่องว่างของกลุ่มขบวนทัพเมื่อเห็นกลุ่มใดถูกเจาะจนแตก

      "ฆ่ามัน บุกเข้าไป ต้าเว่ยๆ"

      "ต้าเว่ย!ๆๆ"

      คำว่าต้าเว่ยที่แปลว่า เว่ยยิ่งใหญ่ ประกาศก้อง ซึ่งแตกต่างจากทัพหยวนยิ่งนักที่สงบนิ่ง มีเพียงค่อยๆสืบเท้าเข้าหาอย่างเชื่องช้า เมื่อเห็นภาพดังกล่าวทหารต้าเว่ยยิ่งได้ใจ ด้วยนึกว่าพวกหยวนคงกลัวจนตัวสั่น แม้แต่เสียงจะเปล่งออกมาเพื่อกระตุ้นเหล่าทหารของตนยังไม่มี

      "ย๊ากก"

      'เคร้ง!ๆๆ'

      "อ๊ากก"

      ปีกซ้ายจำนวนหนึ่งหมื่นเข้าปะทะ โดยไม่สนใจเรื่องขบวนทัพในทันที ดังนั้นจึงไม่พ้นฟันถูกแต่โล่ ก่อนจะถูกอาวุธเกอด้านที่เป็นหอกอันคมกริบพุ่งออกมาจากกลุ่มโล่เสียบทะลุร่าง แม้ทหารต้าเว่ยบางคนจะหลบรอดไปได้ แต่ก็ไม่ทันได้หายใจอย่างทั่วท้องที่ตนเองสามารถหลบรอดจากความตายได้อย่างหวุดหวิด ก็ถูกจังหวะดึงเกอกลับใบดาบความยาวหนึ่งเซี๊ยะขนาดเท่าใบหอกที่ถูกติดตั้งในแนวขวาง ก็เกาะเกี่ยวดึงทหารต้าเว่ยผู้โชคร้ายคนนั้นเข้าหากลุ่มโล่ก่อนจะถูกโล่กระแทก ไม่ก็ถูกเกอเล่มอื่นที่ทั้งสับในแนวขวางและแทงสวนในแนวตรง จากเสียงโห่ร้องกระหึ่มก็กลายเป็นแผดเสียงร้องอย่างโหยหวน

      "ชะ....ช่วยข้าด้วย"

      "อ๊าก...ไส้ข้าๆ"

      หลังจากถูกเกอสับเข้าที่ข้างลำตัว ซึ่งมีเกราะป้องกันอ่อนกว่าด้านหน้า พอทหารผู้เป็นเจ้าของเกอดึงกระชากเกอกลับอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่จากด้านข้างจนเกือบถึงกลางลำตัวด้านหน้าทันที เพียงเท่านี้อวัยวะภายในก็ทะลักล้นดันเกราะที่ส่วมใส่โผล่พ้นออกมาด้านนอก ทำให้เหล่าเพื่อนทหารที่พบเห็นต่างสยดสยอง ไม่กล้าหันกลับมามองดูอีกรอบหลังจากเห็นแล้วในครั้งแรก

      จากบุกเข้าหาอย่างคลุ้มคลั่งกลายเป็นก้าวเท้าถอยหลังอย่างลืมตัว กว่าคำสั่งจากแม่ทัพหนิงจะมาถึงให้จัดขบวนทัพ ก็สูญเสียไปนับพันนาย

      "เจ้าพวกปัญญาอ่อน ข้ายังไม่สั่งให้โจมตีก็รุกเข้าไปแล้ว มันน่าคลั่งตายเสียจริง"

      "ข้าน้อยจะไปช่วยปีกซ้ายเองขอรับ"

      "นำพลหอกไปห้าพัน ช่วยในการทำลายขบวนทัพโล่"

      "ขอรับ"

      แม่ทัพหนิง หลังจากสั่งการให้ทหารคนสนิทนำพลหอกไปช่วยเจาะทลายกลุ่มโล่ทัพหยวนก็หันไปมองดูจำนวนทัพของตนที่ตายไปนับว่าพอเบาใจได้ เพราะมีจำนวนเพียงพันเศษ ขณะกำลังคิดแผนในขั้นต่อไป เสียงแผดร้องก็ดังขึ้นมามาทางด้านปีกขวาที่ปะทะกับทหารม้าหยวน

      "อ๊ากก....ร้อนน"

      'เพล้ง!...พรึ่บบบ'

      "ช่วยด้วย ร้อนๆๆ"

      "อ๊ากกก"

      ขบวนทัพเสวียนอู่ของต้าเว่ยแตกกระจาย ผู้คนที่ร่วมกลุ่มต่างก็กระเจิดกระเจิง เพราะทัพม้าเกราะเบาที่โอบเข้ามาเป็นคู่ คนหนึ่งถือคบไฟอีกคนถือขวดบรรจุเหล้ากลั่น พอจ่อกับไฟจนติดก็ขว้างเข้าใส่กลุ่มขบวนทัพเสวียนอู่ของต้าเว่ยทันที แม้จะผิดแผนจากที่เหมยฮวาคาดการณ์ ที่หวังจะใช้ระเบิดเพลิงทำให้กลุ่มทหารต้าเว่ยหวาดกลัวและแตกตื่น แต่ไม่คิดว่าต้องมาใช้กับทหารต้าเว่ยที่ตั้งขบวนทัพเสวียนอู่ที่ตนคิดขึ้น ซึ่งถือว่าสวรรค์เข้าข้างแคว้นหยวนยิ่งนักที่นางเลือกใช้วิธีนี้ นอกเหนือจากพยุหะของทหารม้า เพราะถ้าข้าศึกช่ำชองขบวนทัพนี้ ทัพม้าคงสูญเสียพอดู

      "อะ...อะไร ปีกขวาเกิดอะไรขึ้น"

      "ข้าน้อยจะไปดูขอรับ"

      ทหารคนสนิทก็รีบควบม้าไปด้านปีกขวาของทัพตนโดยทันที เพื่อดูว่าเกิดอะไรกันขึ้นแน่ ทำไมขบวนทัพเสวียนอู่ที่เหล่าแม่ทัพต่างบอกว่า จัดการกับทัพม้าของทู่เจียจนราบคาบ แต่เมื่อต้าเว่ยนำมาใช้กลับทำอะไรทัพม้าหยวนไม่ได้เลย  
      ภาพที่เห็นตรงหน้ากลายเป็นทัพต้าเว่ยเองที่แตกฮือ หนีไปคนละทิศคนละทางแทนที่จะเป็นทัพม้าหยวนถูกทำลาย พอทราบว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบกลับมารายงานทันที

      "เรียนท่านแม่ทัพ พวกหยวนไม่รู้ว่าโยนขวดอะไรเข้าใส่ทัพเราขอรับ พอแตกก็ลุกไหม้ในทันที"

      "ห๊า....เป็นไปไม่ได้ พวกหยวนใช้น้ำมันดินหรือเปล่า แล้วทำไมข้าไม่เห็นเคยได้ยินว่าแคว้นหยวนมีน้ำมันดินมากมายจนเอามาใช้ในการรบบนที่โล่งกว้างได้"

      "มิใช่น้ำมันดินขอรับท่านแม่ทัพ เพราะมันติดไฟในทันทีที่ขวดแตกออกมา"

      "ยะ..แย่แล้ว สั่งทุกคนค่อยๆถอยออกมา อย่าได้แตกแถวเร็วเข้า"

      น้ำมันดินมีการนำมาใช้ในการรบบ้างแล้ว แต่เพราะหาได้ยากยิ่ง จึงมีเพียงใช้เฉพาะป้องกันเมืองวิธีใช้ก็คือการทำให้ร้อนก่อนเทราดเข้าใส่เหล่าทหารที่ใช้บันไดพาดกับกำแพง ทั้งหยุดทหารที่พยายามปีนบันไดฝ่าบุกเข้ามา และทำให้พื้นที่ตรงนั้นมีความลื่นจนแทบยืนไม่อยู่ บางทีก็ทำให้ติดไฟแต่ต้องใช้เวลาพอควรถึงจะลุกใหม้ เมื่อแม่ทัพหนิงเจออาวุธปริศนาของหยวนอีกอย่างถึงกับแตกตื่นจนความคิดสับสนไปหมด ทว่ายังไม่ทันที่ทหารคนสนิทจะเตรียมคนในจำนวนที่มากพอจะ เข้าไปควบคุมทหารนับหมื่นที่แตกตื่น

      "พยุหะเหล็กหมาด!"

      "เหล็กหมาด!ๆ"

      เสียงตะโกนรับคำสั่งการทัพม้าเกราะหนักขององค์ชายเทียนหลงก็ดังขึ้นทันที จนกลบเสียงร้องแตกตื่นของทหารต้าเว่ยไปในพริบตา ด้วยคำว่า เหล็กหมาด ช่างเป็นคำที่หนาวยะเยือกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของทุกผู้คน เพราะพยุหะนี้ร้ายกาจยิ่งนัก หลังจากได้เห็นจำนวนทัพม้าเกราะหนักของหยวน ก็ยิ่งสั่นเข้าไปใหญ่ เพราะขนาดแม่ทัพเมิ่งเถียนที่เก่งกาจ ยังใช้ผู้คนในการจัดพยุหะได้ในหลักร้อย ทว่าแคว้นหยวนมีแม่ทัพและม้าปีศาจหรือไรกัน  ถึงได้แข็งแกร่งและไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย จนกล้ามาเป็นหัวหอกให้พยุหะนี้ระดับพันกว่านาย

      ทหารม้าเกราะหนักนอกจากมีเกราะอย่างหนาทั่วตัวทั้งม้าและคน ตาของม้ายังถูกปิดไว้ด้วยผ้าสีดำเพื่อไม่ให้ม้ามองเห็นว่ามีอะไรอยู่ด้านหน้าและรอบข้างของตน เห็นช่วยลดอาการแตกตื่นของม้าได้ ซึ่งถ้าม้าหวาดกลัวตกใจขึ้นมาอาจทำให้ควบคุมไม่อยู่ ก่อนจะเริ่มการโจมตีก็เพียงเอื้อมมือไปผูกผ้าที่เตรียมไว้แล้วที่ติดอยู่กับเกราะด้านหน้าของม้า

      'คึ่กกๆๆ'

      เสียงกีบเท้าม้าทั้งสามพันตัวก็ดังเข้ามาใกล้ทัพต้าเว่ยปีกขวาทันที หลังจากแตกตื่นเพราะไฟที่ทหารม้าเกราะเบาใช้โจมตี โดยไม่ทันมอดดับดีเสียงกีบเท้าม้าของเหล่ากองทัพม้าเกราะหนักที่ถือได้ว่าร้ายกาจที่สุดในจำนวนทุกกองทัพของจงหยวนก็ดังเข้าหาตนทันใด พอระยะห่างราวสองร้อยกว่าก้าว เสียงองค์ชายเทียนหลงก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

      "สอง หงสา"

      "สอง หงสา!ๆ"

      จู่ๆแม่ทัพที่เป็นหัวหอกของพยุหะทัพเหล็กหมาดก็เริ่มชะลอลงเรื่อยๆ หลังจากสั่งการออกไปและเหล่าทหารก็รับคำสั่งกันเป็นทอดๆ ทหารม้าเกราะหนักที่อยู่ท้ายแถวซ้ายขวา ก็เบี่ยงหัวม้าออกด้านนอกของตนก่อนจะเร่งความเร็วของม้าฉีกออกเป็นกลุ่มๆละแปดนาย เพราะตามที่ฝึกซ้อมปกติหนึ่งกลุ่มประกอบไปด้วยสี่นาย แต่ก็ยังคงรูปขบวนอย่างเป็นระเบียบ เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นว่าพอทหารทั้งสองข้างล้ำหน้าด้านคมหอกออกห่างไปเรื่อย ก็จะคล้ายดั่งปีกวิหคที่สยายกว้างออกเพื่อโผบิน ส่วนด้านหัวที่เป็นแม่ทัพนำขบวนพยุหะเหล็กหมาดก็เสมือนกับจงอยปากของนก จนผู้พบเห็นมิแคล้วจินตนาการถึงหงสา วิหคแห่งเพลิงบรรลัยกัลป์ ที่พร้อมจะเผาพลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่บินผ่านให้เป็นจุล
        นี้ก็คือพยุหะหงสาที่ถูกขนานนามให้ในขณะที่ยังฝึกซ้อมอยู่ ที่ครั้งแรกเอ่ยชื่อและตั้งขบวนพยุหะเหล็กหมาด ก็เพื่อข่มขวัญ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นขบวนพยุหะหงสาในภายหลังเมื่อเข้าระยะ พยุหะนี้หาได้เน้นการบุกทะลวง แต่เน้นการโอบล้อมไล่ต้อน บังคับให้เหล่าข้าศึกที่เสียขวัญและแตกตื่นหนีไปในด้านที่ตนเองต้องการ จากสถานการณ์ต่างๆที่ทำให้เกิดขึ้น ดังเช่นแผนการของเหมยฮวา ที่ทำให้อีกฝ่ายฮึกเหิมถึงที่สุด มั่นใจเป็นที่สุด ก่อนจะทำลายความรู้สึกเหล่านี้ด้วยระเบิดเพลิง ตามด้วยหลอกแปรขบวนทัพเหล็กหมาดในจำนวนสามพันนาย ความหวาดกลัวและตื่นตกใจย่อมพุ่งขึ้นถึงขีดสุด แล้วจึงเผยขบวนทัพที่แท้จริงในการโอบล้อมและไล่ต้อน แม้มิได้มุ่งเน้นบุกอย่างหักโหม แต่ถ้าถึงตอนลงมือสังหารอีกฝ่ายต้องลงมืออย่างโหดเหี้ยมและให้สยดสยองที่สุด เพื่อเป็นการข่มขวัญและเพิ่มความหวาดกลัวเข้าไปอีก แล้วต่อจากนั้นก็เพียงประคับประคองบังคับทิศทางให้หนีตายจนไปเบียดเสียดกันเอง  เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อให้ทัพในขบวนมีเป็นหมื่นแม่ทัพและม้าหัวขบวนก็หาได้ต้องเก่งกาจดุจดั่งเทพไม่

      "กระจายตัวไปด้านข้างเร็วเข้า!"

      "ด้านข้างๆ อย่าวิ่ง รักษาระเบียบแถวไว้!"

      ทัพต้าเว่ยสองหมื่นที่หวังจะโอบล้อมทัพม้า โดยใช้ขบวนทัพเสวียนอู่ก็ไม่อาจคงสภาพไว้ได้ เมื่อต้องเจอกับการโจมตีด้วยไฟจากทหารม้าเกราะเบา ก่อนจะถูกคำสั่งให้กระจายตัวออกด้านข้างเพื่อลดการสูญเสียจากพยุหะเหล็กหมาด ทว่าทัพม้าเกราะหนักหยวนกลับชะลอฝีเท้าเอาดื้อๆ กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นอะไรก็ถูกโอบด้วยปีกทั้งสองข้างที่เป็นขบวนเหล็กหมาดขนาดเล็ก แต่มีซ้อนกันเป็นชั้นๆโดยไล่ระดับลดหลั่นกัน ยิ่งใกล้ตรงกลางยิ่งหนาแน่น ทว่ามิใช่เพียงเท่านั้นปีกทั้งสองข้างยังถูกเสริมเพิ่มระยะขึ้นเรื่อยๆทั้งความกว้างและจำนวนชั้นของเหล็กหมาดขนาดย่อม

      'กร๊อบบ!'

      "อ๊ากก"

      'ฉั๊วะ!....ฉับ'

      "ถะ...ถอยๆ!"

      ไม่ต้องรอคำสั่ง คำว่าถอยก็ผุดขึ้นมาในหัวของทหารต้าเว่ยทุกนาย เพราะหลังจากคิดจะหนีออกไปด้านข้างก็ถูกด้านที่เป็นปีกจากซ้ายขวาโจมตีเข้าทันที ด้วยกลุ่มทหารที่พยายามหลบออกด้านข้างมีจำนวนเบาบาง ขบวนเหล็กหมาดขนาดเล็กๆจึงสามารถจู่โจมได้อย่างสบายมือ พอกลุ่มแรกบุกเสร็จก็จากไปในแนวเฉียง กลุ่มที่ตามหลังมาซึ่งมีจำนวนเหล็กหมาดมากชั้นกว่ากลุ่มแรกก็เข้าโจมตีต่อคล้ายดั่งระลอกคลื่น เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าไม่ถอยหนีก็เตรียมตัวตายได้

      "ว๊ากก มาแล้วๆ"

      "หนีกลับเร็วเข้า"

      "อย่าแตกตื่นๆ อุ๊บ!.. อั่ก!... อ๊ากก"

      เหล่าแม่ทัพระดับล่างและนายกองที่คุมทัพ บางคนเมื่อตั้งสติได้ ก็ออกคำสั่งแต่ทว่าหามีคนยอมรับฟังไม่ จนคนที่คิดจะเข้าขวาง ไม่ถูกชน ก็ถูกพลักจนล้มลง ก่อนจะถูกเหล่าทหารใต้บังคับบัญชาของตนเหยียบย่ำจนบาดเจ็บสาหัส บางคนก็ถึงกับถูกเหยียบจนตายเลยก็มี ส่วนเหล่าทหารก็แทบไม่ต่างด้วยความรีบที่จะหลบหนี จึงมีการเบียดเสียดกันก่อนจะขาดอาการหายใจจนตาย บ้างก็แค่เซเสียหลักแต่ก็ถูกผลักจากด้านหลังจนล้มลง ฝ่าเท้านับสิบนับร้อยก็ตามมาย่ำลงทันใด ท้ายสุดก็หนีไม่ทันถูกทัพม้าเกราะหนักของหยวนตามมาเหยียบซ้ำจนตาย ครั้นพอเห็นว่าปีกทั้งสองข้างของพยุหะหงสาขยายกว้างจนได้ที่แล้ว องค์ชายเทียนหลงก็สั่งการทหารที่อยู่ด้านหลังตน บุกโจมตีในจังหวะความเร็วที่เท่าเทียมกัน เพื่อรักษาสภาพรูปขบวนเอาไว้

 

      "ตามข้ามา ฆ่าพวกต้าเว่ยให้หมด"

      "ฆ่า! เฮ้ฮๆ"

      'ฉับ!'

      "อ๊อก"

      จากเสียงแผดร้องที่เกิดจากด้านข้างทั้งซ้ายขวา บัดนี้เหล่าทหารราบที่อยู่ตรงกลางหรือก็คือด้านหน้าของหัวหอกพยุหะหงสา ก็มีเสียงแผดร้องดังขึ้นไม่แพ้กันในทันที เพราะทัพพยุหะม้าได้เคลื่อนเข้าหาพร้อมกันทั้งขบวน เหล่าทหารต้าเว่ยที่หลบหนี ก็ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ทบเท่าทวีคูณ ยิ่งเวลายืดยาวออกไปก็กลายเป็นทั้งหมด เหล่าทหารที่ต้องปะทะกับทัพม้าเป็นกลุ่มแรก ก็ทั้งผลักทั้งดันผู้ที่ชักช้าอยู่หน้าตน บ้างก็ถูกกระชากจนล้มลง สุดท้ายผู้ที่อยู่หลังสุดของทัพก็ต้องถอย เพราะถูกดันเบียดเสียดเข้ามา จนถึงทัพกลางที่มีแม่ทัพหนิงคุมอยู่

      "แม่ทัพแย่แล้ว ทหารปีกขวาถอยร่นจนเหยียบกันตายมากมายแล้วขอรับ"

      "จัดเตรียมอาวุธและขบวนทัพ ถ้ามีผู้ใดไม่เชื่อฟังแล้วถอยมาถึงทัพกลาง ก็ให้ฆ่าได้ทันที"

      "ห๊า...ท่านแม่ทัพ"

      "หรือเจ้าจะขัดคำสั่งข้า!"

      "ข้าน้อยรับคำสั่ง ขอรับ"

      "ห้ามถอย! ใครถอยฆ่าได้ทันที"

      แม่ทัพหนิงตัดสินใจสั่งการให้สังหารผู้ที่กำลังถอยร่นมาทางด้านทัพที่ตนคุมทันที ถ้าไม่ทำเช่นนี้ทัพจำนวนห้าหมื่นคงถูกพวกที่ถอยหนีมาเบียดเสียดจนได้ตายกันหมดแน่

      "อย่าถอย!"

      'ฉับ!'

      "อั่ก! จะ..เจ้า"

      แม้จะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ก็ต้องจำใจฆ่าอีกฝ่าย เพื่อรักษากองทัพทั้งหมดเอาไว้ ถึงจะมีการหยุดชะงักในช่วงแรก เมื่อรู้ว่าถ้าถอยต่อไปคงถูกพวกกันเองฆ่าตาย แต่เมื่อทหารม้าเกราะเบาที่ตามมาขนาบข้างด้านปีกซ้ายขวาของพยุหะ ได้โยนระเบิดเพลิงข้ามกลุ่มทหารม้าเกราะหนักเข้ามาด้านใน ที่มีเหล่าทหารราบต้าเว่ยอยู่กันอย่างหนาแน่นและเบียดเสียด เพียงเท่านี้ก็เร่งให้ผู้คนแตกฮือหลบหนีไฟที่ถูกโยนเข้ามาอีกรอบ โดยไม่สนสิ่งใดๆแล้ว

      "ต้านไว้ๆ! บอกว่าอย่าถอยมา เจ้าพวกโง่"

      "ข้าขอสู้ตายกับเจ้า ย๊าก!"

      'เคร้ง!'

      'ฉับ!'

      "อ๊าก"

      "แม่ทัพหนิง ต้านไว้ไม่อยู่แล้วขอรับ"

      "ตะ...ต้านไว้ เร็วเข้า"

      จากที่เคยเรียกหาว่าเพื่อน มาบัดนี้ต้องมาเข่นฆ่ากันเองจนดวงตาแดงฉาน ด้วยอารมณ์คุกรุ่น ที่เกิดจากความขุ่นเคืองและน้อยใจ ว่านี่หรือคือคนที่เคยบอกว่าจะร่วมเป็นร่วมตายในสนามรบ แต่พอเป็นเช่นนี้กลับจะฆ่ากันให้ตาย เพียงเพราะว่าคิดจะถอยหนีจากพวกที่ดันมา ในเมื่อไม่เว้นทางรอดให้กับพวกตนสู้ลากพวกที่ห้ามถอยมาตายด้วยกันประเสริฐสุด  
      ด้านทัพปีกซ้ายที่กำลังสู้กันอย่างสูสีกับเหล่าทหารราบหยวน ก็มีอันต้องชะงักหันมาเหลียวมองด้านปีกขวาและทัพกลางของตน พอรู้ว่าเป็นอะไรกำลังใจที่เคยช่วยให้ฮึกเหิมก็ลดฮวบลงในทันใด เปิดโอกาสให้ทหารหยวนรุกหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเห็นทัพม้าของฝ่ายตนเพียงห้าพัน กำลังทำให้ทัพเกือบสามหมื่นของต้าเว่ยระส่ำได้  ไม่ต้องบอกก็ทราบแน่แก่ใจกันทุกคนว่าทัพหยวนกำลังจะได้ชัยชนะ ความฮึดสู้จึงพุ่งพล่านขึ้นมาทันใด

      "สั่งทหารทุกคนรุกคืบ"

      "รุกคืบ! ฆ่าพวกต้าเว่ยให้หมด!ๆๆ"

      "เฮ้ฮๆๆ"

      "พลเกอแบ่งเป็นสองหน่วยๆละห้าพัน โอบล้อมซ้ายขวา"

      "พลเกอซ้ายขวา ห้าพันๆ"

      แม่ทัพชิวจงซิ่นสั่งการให้พลเกอกระจายตัวโอบล้อมซ้ายขวาทันที จากครั้งแรกที่คิดจะใช้ทหารใหม่เพื่อเป็นเหยื่อล่อ เพื่อให้ต้าเว่ยประมาท แต่เช่นไรด้วยกำลังพลที่น้อยกว่าโอกาสแพ้นั้นมากมายนัก ต่อให้คิดจะปกป้องทหารกลุ่มนี้เพียงไร ถ้าถูกเจาะทัพเข้ามาได้ โอกาสที่ทหารใหม่กลุ่มนี้จะถูกสังหารนั้นสูงยิ่ง ทั้งจากข้าศึกและฝ่ายของตนเอง เพื่อให้ทัพทั้งหมดไม่ระส่ำดังเช่นที่แม่ทัพต้าเว่ยกระทำลงไปก่อนหน้านี้กับทหารของตน

      ทว่าตอนนี้กลับยังไม่สูญเสียทหารใหม่เลยแม้ซักคนเดียว ทั้งยังได้ใช้ออกรบปะทะกับทหารของอีกฝ่ายด้วย ขอบคุณสวรรค์ที่เข้าข้างหยวนเรา

      "ช่างเสียดายยิ่งนัก"

      "แม่ทัพชิว เสียดายอะไรขอรับ"

      "เราน่าจะนำทหารใหม่มาทั้งหมด โอกาสที่ทหารใหม่จะได้ออกศึกจริงแบบนี้ใช่ว่าจะมีบ่อย"

      "นั่นสิขอรับ ท่านแม่ทัพ"

      เสียดายส่วนเสียดาย หลังจากพูดคุยกับทหารคนสนิทของตนจบ แม่ทัพจงซิ่นก็นำทัพโหมกระหน่ำ เพื่อบีบให้ทัพต้าเว่ยถอยร่นดังเช่นปีกขวาที่ถูกทัพม้าหยวนกระทำอยู่

      "สู้! อย่าถอย!"

      'เคร้งง!...ฉั๊วะ...ฉับ!"

      "อั่ก"

      "ฉึก!"

      "อ๊าก"

      "บุกเข้าไป!"

      "บุก!"

      "อย่าถอย ต้านไว้!"

      กลายเป็นว่าทัพห้าหมื่น นับจากปีกขวาของต้าเว่ยเกือบสามหมื่นถูกบีบถอยร่น จนทัพปีกซ้ายด้านใน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะปีกซ้ายนอกสุดก็ถูกโหมบุกบีบเข้ามาหาตน สุดท้ายทัพกลุ่มนี้ ต้องถอยร่นลงไปถึงทัพกลางของแม่ทัพหนิงอีกทาง พอถูกบีบซ้ายขวา ทัพตรงกลางก็ต้านทหารของตนไม่ไหวแตกฮือออกไปด้านหลังทันที แม่ทัพฉินที่ได้ยินเสียงร้องและเสียงอาวุธ  ก็รีบเร่งควบม้าเพื่อเข้ามาดูเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจ ทั้งสั่งการให้ทหารจำนวนสองหมื่นเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

      ส่วนแม่ทัพหนิง เมื่อเห็นจวนตัวก็พยายามหลบหนีฝ่าเหล่าทหารของตนออกมา ก็สวนทางกับแม่ทัพฉิน แต่ทว่าถูกทัพหลังจำนวนสองหมื่นที่เร่งเดินทางมาปิดกั้นเส้นทาง จึงคิดจะอ้อมไปด้านอื่นแทนเพราะยังพอมีเวลาให้หลบหนีทัน

      "แม่ทัพหนิง นี้ท่านจะไปที่ใด"

      "ปล่อยข้า รีบหนีเร็วเข้า"

      "อะ....อะไรนะ"

      แม่ทัพฉินรีบควบม้าเข้าใกล้ก่อนจะยื้อยุดอีกฝ่ายไว้เพื่อสอบถาม แต่แม่ทัพหนิงไม่มีเวลาอธิบาย เพียงสะบัดแขน ก่อนกล่าวเพียงสั้นๆ ด้วยต้องการหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าก็ยังชักช้าไปคลื่นมนุษย์ที่ซัดถาโถมหนีตายมาทางด้านหลังได้เข้ามาใกล้ทุกขณะ ทั้งทัพสองหมื่นที่รีบเร่งเดินทางมาก็กระจายเป็นวงกว้างจนปิดกั้นเส้นทางให้มากขึ้นกว่าเดิม สุดท้ายตนเองต้องถูกเหล่าทหารใต้บังคับบัญชาล้อมกักจนไม่เหลือหนทางหลบหนี ครั้นจะสั่งให้หยุดเพื่อจัดทัพก็คงกินเวลาพอดู มีทางเดียวคือฝ่าเข้าไป แม้จะดูว่าโหดร้ายเห็นชีวิตของทหารตนเป็นผักปลา ก็ต้องกลั้นใจทำเพื่อให้มีชีวิตรอด ภายหลังแม้จะถูกดุด่าว่ากล่าวจากแม่ทัพเมิ่งอ้าว ตนเองก็ยอมขอเพียงยังมีลมหายใจอยู่

      "แม่ทัพหนิง แม่ทัพฉินรีบหนีเร็วขอรับ พวกด้านหลังถูกทัพหยวนไล่ต้อนมาจะถึงแล้ว"

      "หลบไปเจ้าพวกสวะ!"

      'พลั่กก!'

      "กร๊อบบ"

      "อ๊ากก"

      เมื่อสบถด่าจบ แม่ทัพหนิงและเหล่าทหารคนสนิทก็ควบม้าฝ่าเข้าไปในทัพฝ่ายตนโดยทันที ส่วนแม่ทัพฉินก็ทราบแล้วว่าศึกนี้ต้าเว่ยพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ทัพห้าหมื่นหนีตายกันจ้าละหวั่นจากทัพหยวนที่มีเพียงสามหมื่นเศษ ความคิดยังไม่ทันสิ้นสุด ร่างกายก็ขยับทันใด

      "หลบไป!"

       "แม่ทัพฉิน!"

      "อั่ก"

      แม่ทัพฉินก็ควบม้าฝ่าเข้าตามช่องว่างของเหล่าทหารที่แม่ทัพหนิงทำไว้ก่อนหน้า ทหารคนสนิทเมื่อเห็นแม่ทัพของตนฝ่ากลุ่มทหารเพื่อหนีก็ติดตามไปในทันใด พวกทหารที่อยู่ท้ายขบวนต่างก็ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น จึงยังคงตามเข้ามาเรื่อยๆ พอได้ยินเสียงแผดร้องที่ดังขึ้นด้านในกองทัพ ก็จ้องมองเขม็งเพื่อดูว่ามีอะไร ก่อนจะเห็นแม่ทัพหนิงและแม่ทัพฉินควบม้าฝ่ากลุ่มทหาร นอกจากตกใจยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า

      แม่ทัพทั้งสองฝ่าเข้ามาได้เลยครึ่งทางก็จะพ้นกลุ่มทหาร ทัพด้านหลังที่ตอนนี้เหลือราวสามหมื่นก็มุ่งตรงมาถึง พอทหารด้านหน้ารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นก็คิดจะหลบหนี แต่ด้วยความตกใจจึงคิดเพียงจะหันหลังกลับไปเท่านั้น ดังนั้นกลายเป็นว่าทัพหลังสองหมื่นที่ยังไม่ทันได้ปะทะกับข้าศึกก็เบียดเสียดหนีตายไล่จากหน้าไปหลัง ก่อนจะตามมาด้วยทัพที่ถูกไล่ต้อนมาก่อนหน้า โดยทหารม้าเกราะหนักของหยวนที่ยังคงตามโจมตีอยู่

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ค่ายกระโจมหลักทัพต้าเว่ย

      "แม่ทัพแย่แล้วขอรับ ทัพแม่ทัพหนิงแตกพ่ายแล้วขอรับ"

      "ห๊า!...อะ...อะไรนะ...เป็นไปไม่ได้!"

      "เป็นไปแล้วขอรับ ตอนนี้ทหารราบกว่าห้าหมื่นกำลังถูกทัพม้าเกราะหนักหยวนไล่ต้อนอย่างหนัก ขอท่านแม่ทัพโปรดส่งทัพม้าไปช่วยด้วยขอรับ"

      "เร็วเข้า นำคำสั่งข้าไปถ่ายทอดให้แม่ทัพเมิ่งเถียนนำทัพม้าทั้งหมดออกไป"

      หลังฟังรายงานก็พอเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุใดถึงทำให้ทัพเจ็ดหมื่นต้องถูกทัพหยวนเพียงสามหมื่นโจมตีจนแตกพ่าย ทั้งตอนนี้ยังถูกไล่ล่าจากทัพม้าของอีกฝ่าย คงมีทางเดียวให้เมิ่งเถียนนำทัพม้าออกไปสกัดไว้ก่อน มิเช่นนั้นทหารของต้าเว่ยคงเหลือรอดกลับมาถึงค่ายไม่กี่คนแน่ ส่วนเรื่องสาเหตุว่าทำไมถึงพ่ายแพ้ค่อยมาไล่เบี้ยเอาในภายหลัง

      หลังแม่ทัพเมิ่งเถียนได้รับคำสั่งก็เตรียมทัพม้าเจ็ดพันออกจากค่ายทันที แต่ด้วยความฉุกละหุกม้าจึงไม่ได้สวมเกราะ เพราะต้องการไปให้ถึงเร็วที่สุด ถ้ามีเกราะม้าคงวิ่งช้าไม่ทันการณ์เป็นแน่ แม้ดูเสี่ยงแต่เช่นไรชีวิตของทหารมากกว่าห้าหมื่นย่อมสำคัญกว่า

      "อ้อมไปทางซ้าย โจมตีทัพหยวนทันทีเมื่อถึง"

      "ขอรับท่านแม่ทัพ"

      แม่ทัพเมิ่งเถียนพอมาถึงก็เห็นกลุ่มทหารของฝ่ายตนกำลังถูกทหารม้าเกราะหนักของหยวน ไล่ล่าตามมาด้านหลัง เสียงแผดร้องดังขึ้นเป็นระยะๆ เพราะฝีเท้าคนหรือจะสู้ฝีเท้าม้าถึงจะมีเกราะที่หนักถ่วงให้วิ่งช้า แต่ก็ยังวิ่งเร็วกว่าเหล่าทหารที่กำลังวิ่งหนีอย่างทุลักทุเลอยู่ดี หลังจากครุ่นคิดซักครู่ก็รีบสั่งการให้อ้อมไปด้านซ้ายเพื่อหลบเลี่ยงคลื่นมนุษย์ที่ถาโถมมาด้านหน้า เข้าโจมตีสกัดทัพม้าของหยวนด้านข้างให้หยุดชะงัก

      "หวู๊ดด"

     "องค์ชายทัพม้าต้าเว่ยมาด้านปีกขวาพะยะค่ะ"

     "ให้ทหารม้าเกราะเบามารับหน้า ถ่ายทอดคำสั่งลงไปให้ค่อยๆผ่อนฝีเท้าม้าลง หยุดการไล่ล่า"

     "พะยะค่ะองค์ชาย"

      เสียงเป่าเขาสัตว์ดังขึ้นจากเหล่าทหารสอดแนมด้านปีกขวา เพื่อบอกว่าทัพม้าต้าเว่ยกำลังมา ทำให้ทหารคนสนิทกระตุ้นเตือนองค์ชายเทียนหลง ที่กำลังเข่นฆ่าเหล่าทหารของต้าเว่ยอย่างบ้าคลั่งได้รู้สึกตัว เมื่อทรงรู้แล้วก็สั่งการให้ค่อยๆชะลอฝีเท้าม้าลง และให้ทหารม้าเกราะเบาออกไปรับศึกแทน เพราะอยู่ด้านนอกสุดของขบวนทัพ แม้กระนั้นกว่าคำสั่งจะกระจายไปถึง และม้าชะลอความเร็วลงจนสามารถบังคับให้เปลี่ยนทิศทางโดยไม่ปะทะกันก็กินเวลาพอสมควร ทัพม้าของต้าเว่ยที่นำมาโดยแม่ทัพเมิ่งเถียนก็เข้ามาในระยะห้าร้อยก้าวแล้ว

      "พวกเราบุก สกัดพวกหยวนไว้"

      "บุก สกัดพวกหยวนไว้!"

      "เฮ้ฮๆ"

      "ฮือ..อะไรลอยมา"

      "ฮ่าๆ พวกหยวนถึงกับสิ้นไร้อาวุธ จนต้องโยนขวดมาทำร้ายพวกเรา"

      ขณะควบม้าเข้าปะทะเพื่อสกัดทัพหยวน ทัพม้าเกราะเบาซึ่งรับหน้าที่จู่โจมทัพม้าต้าเว่ยที่กำลังควบม้ามายังด้านตน โดยการโยนขวดระเบิดเพลิงเข้าใส่อีกฝ่ายทันทีเมื่อเข้าระยะ เหล่าทหารม้าต้าเว่ยที่มองเห็นต่างก็ขบขันกับการกระทำที่ดูสิ้นไร้ไม้ตอกของพวกหยวนยิ่งนัก

      "ฮะ...."

      'เพล้ง!..พรึ่บ'

      "อ๊ากก...ร้อนๆ ช่วยด้วยๆ"

      'ฮี้ฮฮๆ'

      ยังไม่ทันจะหลุดหัวเราะออกมาเต็มเสียง ขวดที่ขว้างมาใส่ก็ตกลงพื้น บ้างก็ถูกทหารม้าต้าเว่ยเอาดาบปัดหรือฟันใส่จนขวดแตก เหล้ากลั่นก็ราดรดทั้งตัวคนและตัวม้า ไหนจะกระเด็นไปโดนคนรอบข้าง ก่อนจะถูกประกายไฟที่ไหม้จุกผ้าอยู่มากระทบโดน จากเสียงหัวเราะก็กลายเป็นเสียงร้องโหยหวนแทนทั้งม้าก็ไม่ได้ผูกตา เมื่อเกิดไฟลุกพรึ่บขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตื่นตกใจ จนสะบัดคนที่ขี่อยู่ตกทันที บ้างก็วิ่งพุ่งชนปะทะกับม้ารอบข้าง

      "อ๊ากก"

      'กร๊อบบ!'

      "แยกซ้ายขวา อย่าปะทะ"

      แม่ทัพเมิ่งเถียนเจอไม้นี้เข้าก็ถึงกับตกตะลึง ก่อนจะควบคุมสติได้สั่งการให้เบี่ยงม้าแยกออกเฉียงๆสองสายซ้ายขวา กันทัพม้าที่ตามมาด้านหลังพุ่งชนพวกด้านหน้า เพราะถ้ามุ่งตรงไปก็เจอกับไฟที่ลุกไหม้บนพื้นดิน ม้าคงต้องตื่นตกใจมากกว่านี้เป็นแน่ ตอนนี้นอกจากจะเข้าโจมตีทัพม้าหยวนไม่ได้ ทัพม้าตนกลับต้องมาเป็นฝ่ายหลบหนีซะเอง ขืนยังดึงดันต่อไป เมื่อม้าต้องเจอกับไฟคงไม่พ้นตื่นตกใจก็ยากยิ่งแล้วที่จะควบคุมม้าให้อยู่นิ่ง ไม่ต้องเอ่ยถึงการจะไปโจมตีใครที่ไหนเพียงเอาตนเองให้รอดไม่ตกจากหลังม้าก็กินแรงมากแล้ว ช่างเป็นการพ่ายแพ้อย่างยับเยินและน่าอับอายเป็นยิ่งนัก

      "สั่งการเตรียมถอยทัพ ให้ทัพม้าเกราะเบาระวังหลัง"

      "พะยะค่ะ"

      ด้วยเห็นว่าเข้ามาใกล้ค่ายของต้าเว่ยมากพอแล้ว เพราะมองไปด้านหน้าก็เห็นกระโจมค่ายของต้าเว่ยอยู่ไกลลิบๆ  แต่ถ้าขืนรุกเข้าไปมากกว่านี้ ทัพม้าเกราะหนักคงต้องสังเวยชีวิตทั้งหมดเป็นแน่ ฉวยโอกาสที่ทัพต้าเว่ยกำลังวุ่นวาย จนไม่มีเวลายกทัพมาตีตลบหลังถอนทัพย่อมเป็นการดีที่สุด

 

 

 

 

      ปล.แต่งลบๆไม่ต่ำกว่าห้ารอบ เพราะคิดเรื่องแผนของเหมยฮวาให้สมเหตุสมผล ส่วนการยกทัพออกมาของต้าเว่ยก็ต้องหาเหตุผลที่แต่ละคนว่าทำไมต้องยกออกมา ด้วยต้าเว่ยเพียงรอเฉยๆในค่ายก็ทำได้  แต่เหตุผลหลักๆของคนสมัยก่อนที่ทำให้ยกทัพเข้ารบกัน ก็มีเรื่องศักดิ์ศรีเข้ามาเกี่ยวข้องพอควร บางครั้งผมก็แปลกใจเรื่องที่การบุกโจมตีที่เน้นตีเพียงแค่ด่าน ทั้งที่จะว่าไปแค่ย้ายที่ลอบปีนกำแพงด้านอื่นไม่ง่ายกว่าเหรอ ทำไมต้องมาเสียเวลาตีกันเฉพาะตรงนี้ด้วย แถมยังมีทัพมารอกันบาน
     ถ้าเป็นคนสมัยนี้ ต่อให้ต้องถางป่าให้ราบเพื่อให้เคลื่อนทัพสะดวก ก็คงยอมขอให้ได้เปิดทางลอบส่งทัพปีนข้ามหรือทำลายกำแพงเพื่อจะได้ไม่ต้องไปเจอกับทหารของอีกฝ่ายมารอต้อนรับอย่างหนาแน่น น่าจะสะดวกและสบายกว่า แค่เสียเวลาบ้างพอควรแต่เสียทหารน้อยสุดแน่ ฮ่าๆ

      คิดเอง แต่งเอง อ่านเองและก็งงเอง กับเหตุผลในการยกทัพออกมาปะทะ ฮิๆ ไว้หายมึนค่อยมาตามแก้ เหมือนที่เคยทำประจำจนผมคิดว่าคนอ่านคงจะแอบด่าในใจ ว่าผมจะขยันแก้ไรนักหนาแน่ๆ แต่ว่าตอนพิมพ์แต่งใน word อ่านดูสองสามรอบไม่ยักกะเห็นว่ามีอะไรต้องแก้ แต่พอเอาลงแล้วนั่งอ่านดูในเวป เห็นที่ต้องให้แก้เพียบเลย คิดล่ะเพลีย

      บทนี้ขอเยอะหน่อย เพราะรู้สึกว่ามาไกลเหลือเกิน ไม่คิดว่าจะมาได้ถึง 30กว่าบทแล้ว จากตอนแรกแต่งเล่นๆ ช่างปลื้มปริ่มแท้
     ช่วงบทต้นๆคนอ่านคงจะงงก่ะผมมากแน่ๆ เพราะปกติผมก็พูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องอยู่ล่ะ จนเพื่อนถึงกับบ่นว่า คุณเพื่อนที่รัก คุณกำลังพูดอะไรอยู่ครับไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย(คำพูดจริงๆไม่สุภาพแบบนี้หรอก อิอิ) ไม่แน่ใจว่าตัวผมมีปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารกับบุคคลอื่นหรือเปล่า แต่กลับคึกมาแต่งนิยายให้คนอื่นอ่านซะอย่างนั้นคิดแล้วก็ตลกดี 555+

   

    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #1827 beamw (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 22:59
    มาอัพตอนต่อไปเร็วๆนะคะะ รออยู่น้า สนุกมากเลยค่ะ
    #1827
    0
  2. #1343 ไอ้ตู๋น้อย (@vitamilk98) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 22:10
    สนุกดีค่ะ
    #1343
    0
  3. #1002 sukanyaza (@nooaedekza) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 17:25
    เรื่องนี้ใครได้เป็นพระเอกหน๊อออออออ
    #1002
    0
  4. วันที่ 1 กันยายน 2557 / 21:15
    ไรท มา แว๊วว นางเอกเปงที่นิยมนัก หถ หุ
    #930
    0
  5. #742 pim (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 22:00
    สนุกมากกกแอบเข้ามาส่องวันละหลายๆรอบเลยค่ะอัพต่อไวๆน้าาา
    #742
    0
  6. #725 ppoo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 05:39
    สนุกมากค่ะ

    รอฮวาเอ๋อร์อยู่น๊าาาา เมื่อไหร่จะมาถึงน้ออออ
    #725
    0
  7. #724 เมมฟิส (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 13:42
    สนุกมากมาย ไรเตอร์แต่งได้เก่งมากๆ แต่อยากให้มีฉากน่ารักๆ ในเรื่องความรักบ้าง
    #724
    0
  8. #719 MinZ@ (@min-min-za) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 07:36
    เหมยฮวาสุดยอดมาก
    ตอนแรกก็คิดว่ารับมือหลายๆด้าน
    เหมยฮวาจะแย่มั้ย แต่ไม่เป็นงั้นเลย
    สุดยอดมาก 

    #719
    0
  9. #715 พิรา (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 21:46
    เก่งมากกำลังสนุก มาต่อนะ รอคอย
    #715
    0
  10. #712 piggy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 17:54
    แต่งเก่งมากเลยจ๊ะไรท์ สมเหตุสมผลดีมาก กดไลค์ไปเลย 100%
    #712
    0
  11. #705 วิหคจันทรา (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 09:37
    แต่งได้เก่งมากค่ะ สนุกมากๆ
    #705
    0
  12. #702 ป้าหนอน (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 21:56
    สนุกมากค่ะ อ่านไปนี่ งงอยู่เล็กน้อย ว่า เราอ่านนิยายอยู่หมวดไหนหว่า ตกลงนี่ไม่ใช่นิยายรักใช่มั้ยคะ แต่อ่านมาเยอะแล้วก็

    จะติดตามต่อไปค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ สู้
    #702
    0
  13. #700 Phirena (@phirena) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 21:24
    สนุกมากค่ะ>_< 

    เก่งอ่ะบรรยายการรบได้เยี่ยมมาก555



    #700
    0
  14. #695 Oam_on (@yoeei811) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 18:20
    เป็นการรบที่สนุกมาก
    #695
    0
  15. วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 17:27
    สนุกมาก
    #693
    0
  16. #692 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 17:21
    แหม ไม่ทันไรก็โดนลอกกระบวนการจัดทัพซะแล้ว ความลับรั่วได้อย่างไร
    #692
    0
  17. #690 avasriza (@avasriza) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 16:17
    ^^

    #690
    0
  18. #689 1964 (@leng1964) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 15:19
    เหมือนอ่านสามก๊กย่ออิๆ แล้วนางเอกจะออกโรงที่ไหนระหว่าง2ด่าน ลุ้นนะจะแพ้หรือชนะ ให้เวลาไรท์พักสมองสักหน่อยแล้วรีบมานะจะรอจ้ะ
    #689
    0
  19. #687 เสือเมฆ (@25112523) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 14:59
    เครียดเลยเจอฉากรบเข้าไปเยอะ...ชอบมากนะไรเตอร์พยายามอธิบายให้เข้าใจ พออ่านแล้วนึกภาพตามได้ แต่นางเอกเราไปไหน อย่าหายไปนานมีบทเก่งๆเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะๆนะ
    #687
    0
  20. #685 p-o-t-e (@p-o-t-e) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 14:31
    รอตัวแม่มาค่ะ อยากรู้จะมันส์ หยด ติ้ง ๆ ขนาดไหน อิอิ (โรคจิตป่าวเรานิ หุหุ)
    #685
    0
  21. #684 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 14:03
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #684
    0
  22. #682 nont2520 (@nont2520) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 11:41
    ไช่เลยเห็นด้วย
    #682
    0
  23. #680 ~Nu'Bee~ (@babybebee) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 11:14
    รอเหมยฮวา!!
    #680
    0
  24. #678 น้ำค้าง (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 09:28
    เย้ๆๆ..สู้ๆๆ..^0^
    #678
    0
  25. #677 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 07:53
    ขอบคุณมากค่ะ
    #677
    0