ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,718 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    392

    Overall
    159,718

ตอนที่ 35 : ศึกเป่ยจิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4717
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    21 มิ.ย. 57

ศึกเป่ยจิง

      "ทูลองค์ชายไท่อี้ รองแม่ทัพมู่ ขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ"

      "ฮืม....มาเพียงคนเดียวรึ"

      "ยังมีแม่ทัพท่านอื่นติดตามมาอีกนับสิบพะยะค่ะ"

      "ทูลองค์ชายแม่ทัพโต่ว ขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ"

      "เหอะ!..ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงมากันหมดทั้งค่าย ก็ดีเรียกเข้ามาพร้อมกันทั้งหมดนั่นแหล่ะ จะได้คุยกันทีเดียวไปเลย"

      "พะยะค่ะ"

      ทหารองครักษ์เข้ามารายงานเรื่องแม่ทัพมู่เหวินเฉิงมาขอเข้าเฝ้า แต่ยังไม่ทันไรก็มีทหารองครักษ์มารายงานว่าแม่ทัพโต่วเจี้ยนก็มาขอเข้าเฝ้า องค์ชายไท่อี้ทรงคาดการณ์ไว้แล้ว ที่จะมาขอเข้าเฝ้าคงไม่พ้นเรื่องอยากยกทัพไปทำศึกกับหยวน ด้วยก่อนหน้านี้ทางหยวนส่งทหารมาด่าทอยั่วยุอยู่หน้าค่าย แม้เสียงจะไม่ดังมาถึงกระโจมค่ายของพระองค์ เพราะห่างจากค่ายนอกสุดนับหกลี้ แต่ก็ได้รับทั้งรายงานและสาส์นท้ารบ

      "อนุญาติให้แม่ทัพทั้งหมดเข้ามาได้!"

      "ไท่ซี เจ้าอย่าได้คิดหนี ละครฉากนี้ไหนเลยขาดเจ้าไปได้"

      " ข้าเพียงคนนอกหาใช่มีตำแหน่งในกองทัพไม่ ใยต้องมาทนดูเป็นเพื่อนเสด็จพี่ด้วยเล่า"

      "สมัยเด็กข้าไม่น่าไปช่วยเจ้าจากพวกเทียนเฉาที่มาแกล้งเลยซักนิด ทั้งเจ็บตัวและถูกเสด็จพ่อดุด่า"

      "ได้ๆ ข้าจะอยู่  ขอเพียงท่านอย่าได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก"

      "ฮึๆ.."

      "เฮ่อ....."

      องค์ชายไท่ซีคิดจะหลบลี้ เพราะเบื่อหน่ายกับเหล่าแม่ทัพที่ชอบทำมาเป็นพูดว่าห่วงและกังวลเกี่ยวกับศักดิ์ศรีของต้าเว่ยจนเกินควร แต่ต้องชะงักเท้าเพราะองค์ชายไท่อี้กล่าวดักทางไว้ ก่อนที่จะทำสีหน้าเฝื่อนๆอยู่ที่เดิม

      "คารวะองค์ชายไท่อี้ คารวะองค์ชายไท่ซีพะยะค่ะ"

      "ฮืม..ไม่ต้องมากพิธี มีอะไรก็รีบกล่าว"

      "อะ...เอ่อ.."

      หลังจากทำความเคารพเสร็จ ขณะจะหาคำเอ่ยขึ้นต้นเพื่อเข้าเรื่อง ทว่าถูกองค์ชายไท่อี้กล่าวให้รีบพูดเรื่องที่ทำให้ต้องเข้ามาเฝ้าทันที จนเหล่าแม่ทัพตั้งตัวไม่ติด

      "อะ..องค์ชายพะยะค่ะ ข้าน้อยยอมให้พวกหยวนมันหยามต้าเว่ยเราอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้วพะยะค่ะ"

      "ชะ...ใช่ แล้วพะยะค่ะ พวกข้าน้อยช่างเจ็บใจยิ่งนัก ที่มาในครั้งนี้หาได้มาขอให้องค์ชายยกทัพไปไม่ เพียงแต่จะมาขออนุญาติลาออกจากตำแหน่งแม่ทัพ เพื่อพวกกระหม่อมจะได้ไปฆ่าพวกหยวนในฐานะชาวต้าเว่ย หาได้เกี่ยวกับกองทัพไม่พะยะค่ะ"

      "ขอโปรดทรงอนุญาติให้ไปด้วยพะยะค่ะ ฮึก..."

      "โปรดทรงอนุญาตด้วยพะยะค่ะ"

      หลังจากแม่ทัพมู่เป็นผู้กล่าวนำ แม่ทัพโต่วก็กล่าวเสริม เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทั้งยังมีแม่ทัพบางคนก็ถึงกับกล่าวไปทำเสียงสะอื้นในลำคอไป ถ้าคนมิรู้ก็คงคิดว่าพวกแม่ทัพนี้ช่างจงรักภักดีกับต้าเว่ยยิ่งนัก ทั้งที่จริงแล้วหาเป็นเช่นที่เห็นไม่ องค์ชายไท่อี้ได้แต่ทำหน้านิ่ง ส่วนองค์ชายไท่ซีกลับแสร้งเบือนหน้าไปด้านอื่น มีเพียงหัวไหล่ที่สั่นไหวกับเสียงดังอึกๆ พอเหล่าแม่ทัพเห็นก็สบตากันก่อนที่จะรีบกล่าวต่อทันที

      "โอ้...องค์ชายไท่ซี พวกกระหม่อมหาคิดไม่ว่าจะทำให้พระองค์ทรงเศร้าพระทัยถึงเพียงนี้ แต่เช่นไรชีวิตของพวกข้ากระหม่อมก็พร้อมยอมพลีแก่ต้าเว่ยพะยะค่ะ"

      "ใช่แล้วพะยะค่ะ ขอองค์ชายอย่าได้เศร้าพระทัยไปเลย"

      ด้วยภาพที่เห็นตรงหน้า ทำให้แม่ทัพมู่ซึ้งในน้ำพระทัยขององค์ชายไท่ซียิ่งนัก ที่ทรงห่วงพวกตนมากถึงกับเศร้าพระทัยและร่ำไห้ออกมา จึงได้รีบกล่าวปลอบก่อนตามมาด้วยแม่ทัพคนอื่นๆ        

      "ดะ...ได้...อึก..."

      "เฮ่อ...เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าจะมอบกำลังทหารให้ติดตามพวกท่านไปเข่นฆ่าพวกหยวน เท่าที่พวกท่านต้องการ ส่วนตำแหน่งแม่ทัพไว้ยึดหยวนได้ ค่อยไปคืนกับฝ่าบาทกันเอาเอง"

      "อ๊า!....ขะ..ขอบพระทัยองค์ชายพะยะค่ะ"

      "พวกกระหม่อมจะนำชัยชนะมามอบแด่ต้าเว่ย หากแม้นผิดไปจากที่ลั่นวาจา พวกกระหม่อมทุกคนยินดีรับโทษตามกฏกองทัพพะยะค่ะ"

      ที่องค์ชายไท่อี้ทรงนิ่ง เพราะต้องระงับอารมณ์ไม่ให้ปะทุขึ้นมา ด้วยพวกแม่ทัพที่เห็นเพียงประโยชน์ส่วนตัวเหล่านี้ ถึงกับกล้าเอาตำแหน่งแม่ทัพมาต่อรองกับพระองค์ ถ้าตำแหน่งแม่ทัพหาใครมาแทนก็ได้ ใยต้องลำบากฝืนทนกับคนอย่างพวกเจ้าด้วย

      ในเมื่ออยากรบนัก ข้าก็จะไม่ห้าม เช่นไรจุดประสงค์หลักก็เพื่อตัดกำลัง ทัพจริงก็ยังคงเป็นทัพของชาวเว่ยอยู่ดี เมื่อตัดสินใจได้องค์ชายไท่อี้ก็เอ่ยคำว่า 'มอบกำลังทหารให้ติดตามไป' เพื่อเป็นการเตือนว่าพระองค์ยอมอ่อนข้อให้ เพราะเห็นแก่ความจงรักภักดี หาใช่ถูกข่มขู่จนต้องยินยอมไม่

      "ลองว่ามาต้องการทหารติดตามไปเท่าไหร่"

      "หกหมื่นพะยะค่ะ"

      "หกหมื่นพะยะค่ะ"

      หลังจากทรงถาม แม่ทัพมู่ แม่ทัพโต่วซึ่งถือว่าเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในทัพชาวฉีและชาวฮั่นตามลำดับ ต่างก็เอ่ยปากขึ้นมาพร้อมๆกัน

            เมื่อได้ยินว่าหกหมื่น พระองค์ก็ถึงกับเลิกคิ้ว ด้วยว่าแม่ทัพมู่และแม่ทัพโต่ว ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายก็ไม่มีทางยอมกันแน่ การที่จะให้แบ่งแยกตำแหน่งแม่ทัพและรองแม่ทัพให้นำกำลังผลรวมกันทั้งหมดหกหมื่นคงไม่มีทางแน่ เพราะต่างก็ถือดีในตนเองที่คุมกำลังทหารมาร่วมทำศึกในจำนวนเท่ากันก็คือเจ็ดหมื่น  ดังนั้นจำนวนทหารที่กล่าวมาคิดได้เพียงอย่างเดียวคือคนละหกหมื่น

      "หือ...ถ้าพวกท่านทั้งสองต่างก็นำไปคนล่ะหกหมื่น รวมกันแล้วก็จะมีจำนวนถึงสิบสองหมื่น ไม่คิดว่าจะมากเกินความจำเป็นไปหรอกรึ กับการทำศึกกับหยวนที่มีกำลังเพียงสี่หมื่น"

     "เอ่อ....กระหม่อม..."

     "เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าให้พวกท่านนำกำลังไปด้วยได้คนละสามหมื่น"

     "กะ..กระหม่อมทูลขอเพิ่มอีกหนึ่งหมื่นเป็นสี่หมื่นได้ไหมพะยะค่ะ"

     "ในเมื่อแม่ทัพโต่วขอสี่หมื่น กระหม่อมก็ขอเช่นเดียวกันพะยะค่ะ"

      'เมื่อครู่เพิ่งบอกว่าจะพากันไปเพียงแค่พวกตนไม่กี่สิบคน แม้จะถูกพวกหยวนฆ่าตายก็ไม่บ่ายเบี่ยงเพียงขอให้ได้ล้างอัปยศ ครั้นยกกำลังทหารให้น้อยกลับเกรงกลัว เหอะ..ช่างน่าหัวร่อยิ่งนัก'    

      องค์ชายไท่อี้ถึงกับหรี่ตาจ้องมอง ก่อนนึกสมเพชเหล่าแม่ทัพตรงหน้า แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนี้ไหนเลยแคว้นทั้งสองจะถูกต้าเว่ยยึดครองได้โดยง่าย ในส่วนดีก็ย่อมมีส่วนเสีย นับว่าถูกแล้วที่มิได้คาดหวังอะไรมากมายกับคนพวกนี้

      "ได้ ข้าให้ตามที่ร้องขอ หวังว่าพวกท่านคงมิทำให้ข้าผิดหวัง"

      "ขอบพระทัยองค์ชายพะยะค่ะ"

      เหล่าแม่ทัพพอได้ยินว่าองค์ชายไท่อี้อนุญาติให้ตามที่ขอก็ดีใจจนเนื้อเต้น จนปิดแทบไม่มิด ก่อนจะกล่าวขอบพระทัยกันถ้วนหน้า แล้วรีบขอตัวไปจัดเตรียมทัพ คล้อยหลังพอไม่มีใครเหลือในกระดจมนอกจากองค์ชายทั้งสองพระองค์

      "น้องข้า ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเพียงนี้เจ้ายังมาหัวเราะหน้าระรื่นได้อีก"

      "โธ่...เสด็จพี่ ท่านก็ดูซิ ข้านึกว่าจะมีเพียงพวกฝ่ายในที่แสดงละครฉากนี้ได้ ทว่าเหล่าแม่ทัพเมื่อครู่กลับแสดงได้เช่นกัน ทั้งยังแนบเนียนไร้ที่ติ ข้านับถือยิ่งนัก คราแรกที่ข้าจะจากไป ก็เพราะนึกว่าจะได้ดูการแสดงที่ดูแข็งๆและฝืนทำเสียอีก ฮ่าๆ...."

      ถ้าพวกแม่ทัพมาได้ยินคงจะทำตัวไม่ถูก ด้วยสำคัญผิดคิดว่าภาพที่ตนเห็นองค์ชายไท่ซีไหล่สั่นไหวและมีเสียงดั่งสะอื้นนั้น มิได้เกิดจากการร่ำไห้แต่เป็นการกลั้นหัวเราะพวกตน

      "เหอะ...ถ้ามัวคิดแต่เพียงจะสร้างผลงาน โดยทำให้สูญเสียกำลังทหารมากมาย ข้าจะลงโทษตามกฏของกองทัพให้หนัก"

      "ถือว่าเสด็จพี่ ตัดสินพระทัยได้ถูกแล้ว เช่นไรก็มีแต่ข้อดีหามีข้อเสียไม่"

      ที่องค์ชายไท่อี้ยอมให้ยกทัพไป ก็เพื่อจะได้หาข้ออ้างกำหราบเหล่าแม่ทัพที่กล้ามากระด้างกระเดื่องกับพระองค์ด้วยกระทำการข่มขู่ว่าจะขอลาออก โดยข้อหาก็คือทำให้ทหารต้องตายไป ไม่ว่าจะจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม ก็จะถูกนำมาใช้ในการกล่าวเอาผิด คราวหลังจะได้ไม่คิดเพียงจะทำเพื่อเอาผลงาน โดยไม่สนใจในภาพรวม ส่วนผลการรบไม่ทรงสนพระทัยอยู่แล้ว เพราะนำกำลังไปมากกว่าอีกฝ่ายถึงสองเท่า คำว่าแพ้ไม่มีแน่

      ด้วยเหตุนี้เอง องค์ชายไท่อี้จึงมิได้ให้ทัพม้าตามไปด้วย นอกเหนือจากเกรงกลัวต่อขบวนทัพเสวียนอู่ ก็ยังมีอีกคือเพื่อให้บทเรียนแก่เหล่าแม่ทัพทั้งหลาย เพราะถ้ามีทัพม้าช่วยทำศึก การรบคงจะจบลงอย่างง่ายดาย และสูญเสียไม่มากพอกล่าวอ้างมาลงโทษได้ สุดท้ายแม่ทัพทั้งสองนำกำลังไปเท่าๆกัน คือทหารราบดาบโล่หนึ่งหมื่นห้า พลหอกหนึ่งหมื่น และพลธนูห้าพัน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      "ทูลองค์ชายทัพต้าเว่ยยกออกมาจากค่ายแล้วพะยะค่ะ"

      "นำกำลังมาเท่าไร"

      "ราวแปดหมื่น ที่สำคัญมีพลธนูถึงหนึ่งหมื่น นอกนั้นเป็นพลโล่และพลหอกพะยะค่ะ"

      "ฮืม...เหวินโจวสั่งการลงไปให้เตรียมพร้อม ส่วนแผนการอาจมีปรับเปลี่ยนลำดับก่อนหลัง ให้ทัพม้าเกราะหนักขึ้นมาอยู่หน้าดั่งเช่นเกราะเบา"

      "พะยะค่ะ"

      เมื่อพลธนูอีกฝ่ายมีถึงหมื่นนาย ย่อมเป็นการลำบากที่จะให้ทัพม้าเกราะเบาเข้าไปในระยะที่พอจะขว้างระเบิดเพลิงได้ มีทางเดียวคือต้องให้ทัพม้าเกราะหนักทำลายพลธนูให้ได้เสียก่อน

      ด้านแม่ทัพมู่เหวินเฉิงกับแม่ทัพโต่วเจี้ยน แม้ทั้งสองจะแย่งชิงผลงานกันแต่ก็ยังเห็นแก่ส่วนรวมอยู่

      "แม่ทัพมู่ ท่านคิดว่าควรทำเช่นไรกับทัพม้าเกราะหนักถึงสามพันนาย"

      "คงต้องให้พลธนู ยิงสกัดตัดถอนความแหลมคมของทัพม้าเกราะหนักเสียก่อน แล้วค่อยให้ทหารราบใช้ขบวนทัพเสวียนอู่จัดการ เสริมด้วยพลหอก"

      "ท่านก็คิดเช่นเดียวกับข้า เช่นนั้นถ้าข้าจะอาสารับมือเองเล่า"

      "แม่ทัพโต่ว เชิญกล่าวมาได้เต็มที่"

      "ฮ่าๆ ข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว ขอเพียงท่านยกพลธนูของท่านทั้งหมดให้กับข้า"

      "ได้ ข้าตกลง"

      พอแม่ทัพมู่ได้ฟังก็ตอบตกลงในทันใด ด้วยทั้งสองต่างก็ดีดลูกคิดรางแก้ว แม่ทัพโต่วต้องการรับมือทัพม้าซึ่งขึ้นชื่อว่ารับมือยากที่สุด ก็เพื่อสร้างชื่อให้กับตนเอง แม้จะเป็นการเสี่ยงแต่ด้วยกำลังพลที่มากกว่า เช่นไรก็น่าลองดู ส่วนแม่ทัพมู่กลับดีใจที่มีคนมารับหน้าแทน ตนจะได้รับมือกับทหารราบที่ง่ายดายขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ชัยชนะย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม พอจัดการทหารราบเสร็จ ถ้าแม่ทัพโต่วมีเค้าลางจะเพลี่ยงพล้ำ ตนก็จะยกทัพไปช่วย ทั้งได้หน้าทั้งได้ผลงาน ไม่มีอะไรจะดีเท่านี้อีกแล้ว

      องค์ชายผู่หลงจัดทัพจากซ้ายไปขวา ไล่เรียงจากทัพม้าเกราะหนัก ตามมาด้วยเกราะเบา ทหารราบดาบโล่สองกองๆละหมื่นนาย เรียงหน้ากระดาน ก่อนห้อยท้ายด้วยพลเกอ ที่ริมขวาสุดต่อจากทหารราบดาบโล่

      "ทูลองค์ชายทัพ ทัพต้าเว่ยมีการจัดทัพใหม่ให้พลธนูที่เคยแยกกองมารวมเป็นกองเดียว พะยะค่ะ"

      "สั่งให้นอกเหนือจากทัพม้าเกราะเบา ให้แจกจ่ายคบไฟและระเบิดเพลิงแก่พลทหารราบด้วย"

      "พะยะค่ะ"

      ครั้นพอทัพต้าเว่ยอยู่ในระยะสายตา องค์ชายผู่หลงก็ให้ลั่นกลองศึกทันที หลังจากแจกจ่ายคบเพลิงที่จุดเรียบร้อยครบทุกคน

      'ตึ่งงๆ'

      "ถ่ายทอดคำสั่งทัพม้าเกราะหนักเปิดฉากจู่โจมก่อน โดยควบคุมความเร็ว แล้วเปิดทางให้ทหารม้าเกราะเบาเข้าจู่โจม ส่วนทัพทหารราบก็ให้เปิดฉากจู่โจมพร้อมๆกัน"

      "พะยะค่ะ"

      "ทัพม้าเกราะหนักจงฟัง พยุหะเหล็กหมาด สองกอง เรียงหน้ากระดานจู่โจม!"

      "เฮ้ฮ!"

      สิ้นคำสั่งจู่โจมทัพม้าเกราะหนักก็รวมตัวกันเป็นขบวนเหล็กหมาดกลุ่มละแปดนาย ควบม้าเรียงหน้ากระดานเข้าหาทัพต้าเว่ย ที่ตอนนี้ห่างไปราวสองลี้ทันที

      "ฮ่าๆ ถึงกับรีบเข้ามาหาที่ตาย พลธนูทั้งหมด ขึ้นด้านหน้าตั้งขบวนทัพ ทหารดาบโล่แปรเป็นขบวนทัพเสวียนอู่ไว้รอ"

      "พลธนูขึ้นหน้า!"

      แม่ทัพโต่วเมื่อมองเห็นดังนั้น ก็หัวร่อชอบใจกับความสิ้นคิดของแม่ทัพหยวนผู้นี้ ด้วย การที่จะเปิดฉากโจมตีเช่นนี้ไม่เป็นผลดีแน่ เพราะถ้าเทียบกับทหารม้าเกราะเบา ทหารม้าเกราะหนักชักช้ากว่าครึ่ง ซึ่งจะทำให้ทัพตนมีเวลาพอในการเตรียมการรับมือ

      "เตรียม!"

      "งะ...."

      เสียงสั่งการให้พลธนูนับหมื่นนาย เหนี่ยวสายธนูกับต้องชะงัก เพราะฟ้าดูเหมือนจะเป็นใจให้กับหยวนยิ่งนัก ด้วยจู่ๆก็มีลมพัดกรรโชกมาอย่างรุนแรง จนทำให้ฝุ่นผงฟุ้งกระจายที่อยู่เบื้องหลังทัพม้าถูกพัดพาให้ตามหลังมาติดๆ

      "เกราะหนักค่อยๆชะลอความเร็ว สั่งเกราะเบาควบเป็นวงอย่างเต็มฝีเท้าเว้นระยะด้านหลัง รอทัพหน้าเปิดทางค่อยเข้ามา"

      "พะยะค่ะ"

      พลันองค์ชายผู่หลงก็นึกถึงแผนการที่จะลดความสูญเสียขึ้นมาได้ทันที ก่อนจะหันไปกระซิบสั่งการกับทหารคนสนิท

      "แม่ทัพโต่วแย่แล้ว ลมพัดมาทางด้านทัพเราขอรับ"

      "ห๊า!....บอกกองพลธนูทั้งหมดให้ยิงชุดแรก แล้วรีบเปิดทางให้ทหารราบ ทั้งสั่งการให้พลหอกเข้าแทรกตามช่องว่างด่วน"

      "ขอรับท่านแม่ทัพ"

      "เหอะ!...แม้ว่าฟ้าจะส่งเสริม แต่ผลสุดท้ายชัยชนะต้องเป็นตกของข้า!"

      แม่ทัพโต่วคำรามลั่น ด้วยลมหอบนี้นับว่าสร้างปัญหาพอควรกับลูกธนู นอกเหนือจากนั้นฝุ่นผงยังบดบังทัศนะวิสัยในการมองเห็นของฝ่ายตน ครั้นพอยิงขึ้นบนด้วยความแรงของลม ลูกธนูย่อมไม่อาจตกในระยะเดิมได้ ทั้งอาจโชคร้ายถูกพัดมายังทัพตน     

      พอชะลอฝีเท้าม้าลงมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็เป็นไปตามคาด ผงฝุ่นที่ปลิวว่อนก็ถูกลมหอบเข้ามาปกคลุมทัพม้าหยวนทั้งหมด จนทำให้ทหารทางฝั่งต้าเว่ยไม่อาจมองเห็นได้ อย่างดีก็พวกที่อยู่ด้านหน้าสุด แต่ก็เห็นเพียงเงาดำๆภายในกลุ่มฝุ่นที่คละคลุ้ง

      "เกราะหนักความเร็วคงที่บุก!"

      "ความเร็วคงที่!"

      พอกลุ่มหมอกฝุ่นพัดผ่านทัพม้าไป องค์ชายผู่หลงก็ออกคำสั่งบุกใหม่ทันที แม่ทัพของกองพลธนู แม้จะตื่นตระหนก แต่ก็ยังใจแข็งเงี่ยหูฟังเสียงของกีบม้าที่กำลังควบเข้ามา เพื่อคำนวณระยะที่จะสั่งให้ปล่อยลูกธนู

      "เตรียม!ๆ"

      "ง้างง!"

      'คึ่กกๆ!"

      "ยิงง!"

      'ควับ!ๆๆๆ'

      "อั่ก.!"

      'ฮี๊ฮ!ๆๆ"

      "อ๊ากก"

      นับว่าแม่ทัพผู้คุมกองธนูคนนี้ มีฝีมือยิ่งนัก เพียงฟังเสียงฝีเท้าม้า และคำนวณแรงลมที่พัดมา ก็สั่งการให้ปล่อยลูกธนูในระยะที่จะแสดงผลอย่างเต็มประสิทธิภาพเท่าที่จะทำได้ ก็คือการทำให้ม้าลดความเร็วลงในระยะที่ไกลที่สุด ก่อนที่จะมาถึงทัพทหารราบ

      แต่การคำนวณจากเสียงฝีเท้าม้าว่าเร่งร้อนหรือไม่ ก็ถูกทำให้สับสนด้วยทัพม้าเกราะเบา ที่องค์ชายผู่หลงสั่งให้ควบเป็นวงอยู่ด้านหลังอย่างเต็มฝีเท้า  การกะระยะจึงผิดพลาดแต่กระนั้นก็ยังทำร้ายทัพหน้าได้เกือบร้อยนาย ที่เกิดจากม้าที่บาดเจ็บตกใจ

      "ควบคุมม้า ขนาบข้างเร็วเข้า!"

      "ขนาบข้างม้าๆ!"

      ตามที่แม่ทัพโต่วเจี้ยนคาดการณ์ ก็คือทัพม้าของหยวนต้องควบม้ามาอย่างสุดฝีเท้า เพื่อให้มีแรงปะทะในการเจาะทะลวงทัพของตน ดังนั้นจึงให้พลธนูยิง จุดประสงค์เพื่อทำร้ายม้าให้บาดเจ็บ

      ทว่าด้วยลมที่พัดอย่างรุนแรงหอบนี้ กลับทำให้ยิงธนูได้เพียงครั้งเดียว เพราะกลุ่มของฝุ่นที่ฟุ้งกระจายได้บดบังสายตา เพื่อไม่ให้มีเหตุแทรกซ้อน จำต้องถอยร่นเพื่อเปิดทางให้กับทหารราบมารับมือ ส่วนที่องค์ชายสั่งให้ขนาบข้างม้า ก็คือให้ทหารรีบเอาม้าตนเองเข้าประกบข้าง หน้าหลัง ม้าที่บาดเจ็บไม่ให้วิ่งพล่าน จนทำให้รูปทัพเสียกระบวน

      " ถอยๆ!"

      "เตรียมปะทะ!ๆ"

      "เฮ้ฮๆ!"

      คำสั่งให้ทหารพลธนูถอยหลบออกไปด้านข้าง เพื่อเปิดทางให้กลับทหารราบดาบโล่รับการปะทะจากทัพม้าหยวนก็ดังติดต่อกัน

      "แยกซ้ายขวา!เร่งความเร็ว!"

      "ซ้ายขวา!เร่งความเร็ว!ๆ"

      ทว่าหมากนี้ของต้าเว่ยก็ถูก องค์ชายผู่หลงแก้คืนตามที่คำนวณไว้ทันควัน ตั้งแต่รู้ว่ามีลมพัดมาจากด้านหลังแล้ว

      "ฆ่า!"

      'ฉับ!'

      "อ๊ากก"

      "ทัพม้า ตามพลธนู สั่งทหารราบจู่โจมช่วยเร็วเข้า"

      "พลหอก บุก!ๆ"

      ด้วยฝุ่นทำให้มองไม่เห็นทัพม้าชัดเจน จึงถูกเสียงควบม้าดังกึกก้องของทหารม้าเกราะเบาหลอกล่อว่าทัพหน้ากำลังควบเข้าปะทะด้วยความเร็ว ทำให้แม่ทัพที่คุมทหารดาบโล่สั่งให้ตั้งขบวนทัพเสวียนอู่อยู่กับที่ เพื่อรับการปะทะ เพราะเช่นไรม้าที่วิ่งมาสุดเหยียดย่อมเบนออกด้านข้างตามทัพธนูไม่ได้มีแต่จะต้องควบมาตรงๆ

      แต่กลับกลายเป็นว่า ทัพม้าเกราะหนักชะลอฝีเท้าต้องนานแล้ว พอได้ยินคำสั่งถอยที่มาจากฝั่งต้าเว่ย องค์ชายเทียนหลงก็สั่งให้แยกทัพม้าเป็นสองกอง ไล่เข่นฆ่าตามหลังพลธนูที่ถอยออกจากการรบทั้งซ้ายขวาทันที พอได้ยินเสียงแผดร้อง แม่ทัพโต่วก็ตกตะลึง ก่อนจะรีบสั่งให้พลหอกขึ้นหน้ามาช่วยพลธนู

      'พลั่ก!...กร๊อบ!'

      "อ๊าก....ขาข้าๆ!"

      "บัดซบ!..สั่งพลทหารดาบโล่ ขึ้นหน้าเร็วซิ"

      "ดาบโล่ขึ้นหน้า เร็ว!"

      เสียงสั่งการด้วยความคลั่งแค้นแทบกระอักเลือดของแม่ทัพโต่ว ที่ต้องมาเสียรู้แม่ทัพหยวนจนสูญเสียทหารพลธนูไปมากมาย ด้วยพลธนูเพียงสวมเกราะอ่อน ทั้งนอกเหนือจากคันธนูก็ไม่มีอาวุธอื่นใดอีก จึงถูกทัพม้าเกราะหนักไล่ล่าและพุ่งชนโดยที่ความเร็วแทบไม่ตกลงเลย ดังนั้น พลธนูเป็นหมื่นจึงสูญเสียความสามารถในการสู้รบและตายไปถึงแปดส่วนในเวลาเพียงไม่นาน

      'หวู๊ดด'

     'คึ่กกๆ'

      'เพล้ง!...โพล๊ะ!...พรึ่บบ'

      "ร้อนน!....ช่วยด้วย!ๆ"

      "อ๊ากก!"

      เสียงหวูดเขาสัตว์ถูกเป่าขึ้น ทัพม้าเกราะหนักก็เริ่มเบี่ยงหัวม้าไปด้านขวาของตนเอง เพื่อออกจากสนามรบ แล้วเสียงควบม้าที่เร่งร้อนก็ดังขึ้นด้านหน้าของทัพต้าเว่ยทันที ทัพม้าเกราะเบานั่นเอง ที่เข้ามาจู่โจมทหารราบที่ขึ้นหน้ามาเพื่อช่วยเหลือกองพลธนู

      เมื่อเหล่าทหารราบถูกจู่โจมด้วยระเบิดเพลิงก็แตกฮือ เป็นผลให้รูปขบวนที่เตรียมมาไม่อาจคงอยู่ได้อีก ก่อนจะกระจายเป็นวงกว้าง ตามการโจมตีของทัพม้าเกราะเบาพันคู่ที่แปรรูปเป็นหน้ากระดาน

      "ว๊าก! ถอยๆ"

      "ช่วยดับไฟให้ข้าที..ใครก็ได้....อ๊ากก"

      "ท่านแม่ทัพ ยะ...แย่แล้วขอรับ"

      "ขะ..ข้าเห็นแล้ว บัดซบยิ่งนัก!"

      แม่ทัพโต่วถึงกับทำอะไรไม่ถูก เพราะทหารของตนหนีตายจนเหยียบย่ำกันเอง และตอนนี้ก็แผ่ ขยายจนมาจนจะถึงทัพกลางของตนแล้วด้วย ครั้นจะให้พลหอกมาช่วยต้าน ก็ไม่มีเหลือแล้ว ด้วยตนเป็นผู้สั่งให้ออกไปจู่โจมทัพม้า ต่อให้อยู่ในอาการตกใจ แม่ทัพโต่วก็พอนึกภาพออกว่า ถ้าหยุดการหนีตายครั้งนี้ไม่ได้ ทัพทั้งสี่หมื่นของตนคงไม่เหลืออะไร แต่สุดท้ายก็มีทางเดียว คือสั่งให้ทหารดาบโล่ในทัพกลางสังหารทหารทุกนายที่หนีตายมาถึงทัพกลาง ทว่ายังไม่ได้สั่งการ

      'หวู๊ดดๆๆ'

      "พยุหะเหล็กหมาด!"

      "เหล็กหมาด!ๆ"

      เสียงหวูดเขาสัตว์ก็ดังขึ้น ทัพม้าเกราะเบาก็ชะลอฝีเท้าม้าหยุดโจมตี แล้วควบม้าออกไป เสียงรับคำสั่งจัดพยุหะเหล็กหมาดก็ดังกึกก้องเป็นทอดๆ จากทัพม้าเกราะหนักที่กลับไปรวมตัวกัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

      "บุก!"

      "ฆ่ามัน!"

      'คึ่กๆ'

      "ฆ่า!ๆๆๆ"

      องค์ชายผู่หลงสั่งให้บุกทันทีเมื่อทัพม้าเกราะเบาออกห่างจากทัพต้าเว่ยหมดแล้ว เพียงแค่เหล็กหมาดก็น่ากลัวแล้ว นี้ยังมีควบม้ามาอย่างเต็มกำลังของทัพม้าเกราะหนักเกือบสามพันนาย พื้นดินใต้เท้าถึงกับสะเทือนเลือนลั่น ทั้งยังเสียงร้องอันกึกก้องของเหล่าทหารม้า

      ในสายตาเหล่าทหารของแม่ทัพโต่วเจี้ยน ภาพที่เห็นไม่ต่างจากฟ้าถล่มดินทะลาย ความหวาดกลัวยิ่งเพิ่มพูน พวกทัพกลางที่กำลังเข่นฆ่าทหารที่ถอยร่นมาก็ถึงกับออกอาการเหวอในทันใด ยิ่งพวกด้านหน้าสุดที่ต้องปะทะกับทัพม้าเป็นกลุ่มแรกถึงกับแหกปากร้องลั่น หนีตายอย่างไม่คิดชีวิต ทหารบางนายก็ถึงกับก้าวขาไม่ออก ยืนแข้งขาสั่นกางเกงเปียกชุ่ม จากน้ำที่ตนเองหลั่งออกมาโดยไม่รู้ตัว

      "ทัพม้ามาแล้ว หนี!"

      "ท่านพ่อ!..ท่านแม่!...ช่วยข้าด้วยย!"

      "เจ้าพวกโง่! อยากตายหรือไร ถึงได้หยุดมือ ฆ่าให้หมดอย่าให้พวกมันถอยมา!"

      "ใครถอยฆ่า!ๆๆ"

      "คิดว่าพวกเจ้ามีมือ คนเดียวหรือไร เช่นไรก็ตาย ข้าขอสู้ตายกับเจ้า"

      "ใช่! ฆ่าพวกมัน"

      แม่ทัพโต่ว ตั้งสติได้ก็ตวาดลั่นให้เหล่าทหารต้านพวกที่ถอยมา สุดท้ายก็ไม่ต่างจากการศึกที่ด่านซันตง ที่ทหารถูกบีบบังคับจนหมดหนทาง จึงได้หันอาวุธมาใส่อีกฝ่ายที่ต้านพวกตน

      "อั่ก"

      "ขะ..ข้าขอโทษ ข้าไม่มีทางเลือกจริงๆ เพื่อนข้า อึกๆ"

      ทัพม้าเกราะหนักยังไม่ทันมาถึง ทัพของแม่ทัพโต่วก็มีทั้งเสียงแผดร้องและร่ำไห้ดังออกมาแล้ว

      "หงสา สอง เน้นซ้าย"

      "สอง เน้นปีกซ้าย!ๆ"

      พอเข้าระยะสองร้อยก้าว คำสั่งแปรเป็นพยุหะหงสาก็ดังออกมา ทัพม้าตอนกลางเริ่มชะลอฝีเท้า ขบวนท้ายสุดซ้ายขวา เร่งความเร็วควบม้าขึ้นมาแทน ที่สั่งให้เน้นปีกซ้าย ก็คือขยายปีกด้านซ้ายให้กว้างกว่าปีกขวา เพื่อบีบให้หนีไปทางด้านทัพของแม่ทัพมู่ ด้วยการรบในฝั่งขวามือขององค์ชายผู่หลง เป็นทหารราบทั้งหมด การปะทะกันจึงชักช้ากว่าฝั่งของพระองค์มากนัก ตอนนี้เพิ่งจะประจัญหน้ากัน แม้แม่ทัพมู่และเหล่าทหารคนอื่นๆจะทราบว่ามีการปะทะเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็หาได้มีใครใส่ใจไม่ เพราะทัพทหารราบหยวนได้เคลื่อนเข้ามาหา ตั้งแต่ทัพม้าขององค์ชายผู่หลงเปิดฉากโจมตี เมื่อเป็นเช่นนี้ใครเล่าจะไปหันไปมองดูอีกฝ่ายให้เสียสมาธิ จิตใจทุกคนมีเพียงทัพทหารราบตรงหน้าเท่านั้นเอง

      "พลหอก ขึ้นหน้าเจาะทำลายกองโล่  พลดาบโล่ตั้งขบวนเสวียนอู่เคลื่อนเข้าหา"

      "พลหอกขึ้นหน้า พลดาบโล่ตั้งทัพบุก!"

      ด้วยถือดีด้วยกำลังที่มากกว่า แม่ทัพมู่ทั้งอยากทดสอบขบวนทัพเสวียนอู่ของหยวน ผู้ที่เป็นต้นแบบการจัดทัพนี้ ว่าจะเก่งกาจเพียงไร จึงได้ให้พลหอกจู่โจมทันที

      "พวกต้าเว่ย มันใช้ขบวนทัพเสวียนอู่ขอรับท่านแม่ทัพเหวิน"

      "เจ็บใจนัก!..หยวนเราถึงกับมีไส้ศึกที่รู้ข้อมูลระดับสูงได้"

      "ทำเช่นไรดีขอรับ"

      "ไม่ต้องสนใจ จัดทัพสาม ระยะเดิม พลเกอที่จับคู่เข้าเสริมตามช่องว่าง พอเข้าระยะให้พลเกอจู่โจม"

      "ขอรับ สามระยะเดิม พลเกอไฟ ขึ้นหน้ารอคำสั่ง!"

      แม่ทัพหวินโจว นอกเหนือจากสีหน้าตกตะลึงเหมือนๆกับทหารคนอื่น ในใจยิ่งแค้นเคือง เพราะจากที่คาดต้าเว่ยคงได้ข้อมูลการจัดขบวนทัพไปตั้งแต่ช่วงแรกที่คิดขึ้นมาและนำมาฝึกให้กับทัพหยวน ไม่เช่นนั้นต้าเว่ยไหนเลยจะมีเวลาลอกเลียนจนนำมารบได้ บางทีอาจรู้ก่อนพวกตนที่เป็นทหารประจำด่านเป่ยจิงซะอีก ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นความลับยิ่ง คิดได้เพียงอย่างเดียว ก็คือไส้ศึกต้องเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งในราชสำนักหยวนแน่ ถึงสามารถนำข้อมูลที่อยู่ในระดับสูงขนาดนี้ไปบอกต้าเว่ยในเวลาอันรวดเร็วได้

      ถึงจะหวาดหวั่นและโกรธแค้น แต่ในฐานะเป็นผู้คุมทัพ แม่ทัพเหวินโจวจึงแสร้งทำตัวเป็นปกติ เพื่อมิให้เหล่าทหารใต้บังคับบัญชาตื่นคกใจตามไปด้วย ก่อนจะสั่งการเตรียมรับการปะทะ

      "บุก!"

      "ฆ่าพวกหยวน!"

      "ฆ่าๆๆ!"

      "ต้านพลหอกไว้!"

      'เคร้ง!'

      'ซ๊วบบ'

      "อั่ก!"

      "ต้านไว้!"

      พอพลหอกต้าเว่ยหนึ่งหมื่นปะทะกับพลดาบโล่หยวนสองหมื่น ผลออกมาปรากฏว่าพลหอกถือความได้เปรียบ ทัพหยวนแทบรับการจู่โจมไว้ไม่อยู่

      "ฮ่าๆ สั่งพลดาบโล่หนุนเสริมเร็วเข้า"

      "ดาบโล่ บุก!"

      แม่ทัพมู่ถึงกับกระหยิ่มยิ้มย่องออกมา กับชัยชนะที่ตนจะได้รับ รีบสั่งการให้พลดาบโล่บุกทำลายทัพหยวนทันที

      "พลเกอไฟ โจมตี!"

      'เพล้ง!..พรึ่บ'

      "อ๊าก"

      เมื่อเห็นว่าทหารดาบโล่ของต้าเว่ยเริ่มเข้ามาร่วมกลุ่มกันมากพอ ระเบิดเพลิงก็ถูกขว้างเข้าใส่ทันที ที่ให้เพียงพลดาบโล่ตั้งรับเพียงถ่ายเดียว ทั้งแสร้งทำเป็นว่าจะต้านทานไว้ไม่อยู่ ก็เพราะต้องการให้ข้าศึกได้ใจ ยกทัพที่เหลือของตนเข้ามาเสริมจนหมด ทั้งพลหอกก็มักจะยืนห่างกัน ถ้าใช้ระเบิดเพลิงตั้งแต่แรกอาจสร้างความเสียหายไม่เพียงพอ

      "นะ...นั่นมันอะไร พวกหยวนใช้ไฟแบบนั้นได้อย่างไร"

      "ท่านแม่ทัพ รีบหนีเร็วเข้า ขอรับ"

      "จะ..เจ้าช่างกล้ามาดูถูกข้า!"

      "ข้าน้อยมิกล้า ท่านแม่ทัพรีบเถอะขอรับ ข้าน้อยจะต้านเอาไว้เอง"

      ด้วยทัพทั้งหมดสี่หมื่นถูกสั่งให้โหมกระหน่ำบุกโจมตี จนแทบจะกลายเป็นเรียงหน้ากระดานเข้าปะทะ ด้านหลังกองทัพจึงมีเพียงแม่ทัพมู่และเหล่าทหารคนสนิทเพียงไม่กี่คน ที่คอยสั่งการครั้นถูกโจมตีด้วยระเบิดเพลิงจึงตื่นกลัวจนหลบหนีมายังจุดที่แม่ทัพมู่อยู่

      ด้านขวาของสนามรบซึ่งเป็นจุดปะทะอีกแห่ง ทหารของแม่ทัพโต่วด้านซ้ายถูกรุมกระหน่ำโจมตีอย่างหนักจากทัพม้าเกราะหนักที่พุ่งชนแล้วใช้อาวุธเข้าฆ่าฟันและทหารม้าเกราะเบาที่โยนระเบิดเพลิงเข้าใส่ จนต้องหนีไปทางด้านกองทัพของแม่ทัพมู่

      "แม่ทัพโต่ว เราถูกบีบให้ถอยไปทางด้านแม่ทัพมู่ แล้วขอรับทำเช่นไรดี"

      "ฝะ...ฝ่าออกด้านที่ตั้งค่ายให้ได้ เร็วเข้า"

      "ขอรับ หลบไปๆ ถ้าไม่อยากตาย"

       "มะ..แม่ทัพมู่ขอรับ ทัพแม่ทัพโต่ว!"

      "ไม่ต้องสนใจ รีบหนี!"

      แม่ทัพมู่คิดจะควบม้าหนีไปขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพโต่ว ครั้นหันไปมองดูก็เห็นคลื่นของผู้คนที่เป็นทหารในกองทัพแม่ทัพโต่วหนีตายกันจ้าละหวั่นมาทางด้านตน ทั้งตัวแม่ทัพโต่วเองก็เอาตัวแทบไม่รอด ความวาดหวังทุกอย่างพังทลายในพริบตา ก่อนจะสั่งให้รีบหนีในทันที

      "ท่านแม่ทัพ ไม่ไปช่วยแม่ทัพโต่วหรือขอรับ"

      "เจ้าบ้า เอาชีวิตให้รอดก่อนเถอะ ถ้าไม่อยากตายก็รีบตามมา

      สุดท้ายทั้งสองแม่ทัพต่างก็ควบม้าหนีตายหัวซุกหัวซุน แต่แม่ทัพโต่วน่าจะสะบักสะบอมมากสุด เพราะต้องฝ่าคนในกองทัพตนเองออกมา ทว่าที่เลวร้ายยิ่งกว่าก็คือทัพต้าเว่ยแปดหมื่นถูกบีบเข้าหากัน พวกที่อยู่ท้ายสุดของกองทัพ
 จากที่คิดว่าจะรอดกลับกลายถูกพวกตนเองที่มาจากอีกด้านล้อมกัก สุดท้ายทัพกลางทั้งหมดของแม่ทัพมู่และแม่ทัพโต่วสองหมื่นถูกบีบให้อยู่ตรงกลางทัพของทหารที่แตกตื่นเกือบแปดหมื่น จนทำให้ต้องตายแทบทั้งหมด การสูญเสียจึงมากมายกว่าที่ด่านซันตงหลายเท่าตัวนัก

      'ตึ่งๆ....หวู๊ดด'

      เสียงกลองศึกและเขาสัตว์ ดังขึ้นพร้อมๆกัน เพื่อบอกให้หยุดการรบ เพราะองค์ชายผู่หลงประเมินดูแล้ว ทหารต้าเว่ยถูกฆ่าตายไปมากมายเกือบสองหมื่นนาย และที่บาดเจ็บอีกกว่าสามหมื่น เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ถ้าไล่ตามไปถึงจะเข่นฆ่าได้อีก แต่ทัพหยวนคงถูกตลบหลังเป็นแน่ ต้องรีบสั่งยุติการศึก แล้วกลับด่านโดยทันที

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      ผลการศึกถูกส่งมายังศูนย์บัญชาการเคลื่อนที่ของแม่ทัพชิงอู่ ภายหลังจากศึกที่ซันตงจบไปเพียงวันเดียว ส่วนด้านเป่ยจิง มาถึงในช่วงเย็นของอีกวัน

      "ฮ่าๆ ไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ เหมยฮวา"

      "ข้าน้อยมิกล้ารับ แม้แผนการดีเพียงไร สุดท้ายถ้าทำตามแผนไม่ได้ก็ไร้ค่า ความดีความชอบในครั้งนี้ย่อมต้องยกให้แก่เหล่าแม่ทัพทั้งหมดเจ้าค่ะ"

      "ฮืม..เทียนหลงศึกแรกก็ได้รับชัยชนะ หวังว่าคงจะไม่เหิมเกริมลำพองตัวจนอาจส่งผลในภายหลังหรอกนะ ส่วนผู่หลงนับว่ารู้จักพลิกแพลงยิ่งนัก แต่ก็มีโชคช่วยด้วย"

      "ข้าน้อยคาดว่าคงไม่ องค์ชายผู่หลงแม้จะได้ลมมาช่วย แต่สติปัญญาก็เยี่ยมยอดยิ่ง ถึงกับคิดแผนการต่อเนื่องในทันที ส่วนองค์ชายเทียนหลง ข้าน้อยก็หวั่นใจด้วยทรงไล่ล่าข้าศึกไปไกลจนเกินควร คงเกิดจากความย่ามใจถึงได้ทำเยี่ยงนั้น  เกิดทัพม้าต้าเว่ยมีความเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แม้นหลบรอดได้แต่คงสูญเสียทัพม้าเกราะหนักน่าดู"

      "คุณหนู นี่หินปูนที่ได้มาจากแหล่งหินปูนที่ค้นพบขอรับ"

      ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ทหารก็เข้ามารายงานเรื่องของหินปูน ที่เหมยฮวาสั่งให้คนออกค้นหา

      "ดียิ่งนัก รีบนำไปเผา ขณะเผาก็เร่งไฟให้แรงที่สุด จนน้ำระเหยออกจนหมดแล้วพักทิ้งไว้ในกองไฟซักหนึ่งเค่อ ก่อนนำมาป่นให้ละเอียดเป็นผง"

      "ขอรับ ส่วนรองเท้ากับแผ่นไม้และเหล็กที่คุณหนูสั่งทำ ตัวอย่างจะมาส่งในพรุ่งนี้ขอรับ"

 

 

ปล.ลงแล้วไม่รู้ว่าจะมีเวลามาแก้หรือเปล่า ช่วงนี้อาจหายไปนะครับ ต้องไป ตจว. เพราะเพิ่งได้รับข่าวร้ายมา อาจสี่ห้าวันหรืออาทิตย์กว่าถึงจะมีเวลามาแต่งแล้วเอาลง ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน แล้วเจอกันครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

35 ความคิดเห็น

  1. #1226 ROOM333 (@garnet-t) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 13:18
    อิอิ ฉลาดจริงๆวุ้ย
    #1226
    0
  2. #867 Forutse (@Num_1256) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 21:18
    เรื่องส่วนตัวมากค่ะ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวเอง ได้เข้าร่วมในเหตุการณ์ที่ ตัวละครได้สัมผัส ชื่นชมคนแต่งมากค่ะ เป็นกำลังใจให้ และกลับมาแต่งนิยายต่อได้ไวไวนะคะ
    #867
    0
  3. #860 ~Nu'Bee~ (@babybebee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2557 / 12:28
    ยังรออยู่นะตัวเอง~
    #860
    0
  4. #796 คนเมือง (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 09:50
    forgetmenot

    นักอ่านเหงา
    #796
    0
  5. #795 คนเมืองเพรียว (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 09:49
    ไม่เฉบยอะ่เป่า กินยาแย้วยัง เงียบหายไปเยยยย
    #795
    0
  6. #793 คนเมืองเพรียว (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 15:50
    14 วันแย้วแง้ๆๆๆๆ ยังไม่ถึงครึ่งเดือนเลย โฮๆๆๆ
    #793
    0
  7. #791 คนเมืองเพรียว (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 17:03
    รอว่าผงปูนไปทำไร นางเอกคิดอะไรอีก ให้กำลังใจๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #791
    0
  8. #790 นิทราราตรี (@051044) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 18:25
    สนุกมากค่ะ ฉากรบบรรยายเห็นภาพคล้ายๆสามก๊กเลย สุดยอด!!
    #790
    0
  9. #789 คนเพรียว (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 14:04
    รอตอนต่อไปเป็นกำลังใจว่ายังมีคนเป็นห่วงหาอยู่นา
    #789
    0
  10. #787 ma-i-dark (@ma-i-dark) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 20:59
    ถึงจะอ่านแล้ว งง ๆ ไป บ้าง แต่ก็ยังรอตอนต่อไป ^^
    #787
    0
  11. #786 คนเพรียว (@nichanun258) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 17:18
    เป็นงายมั่ง ดีแย้ววยัง เอาใจช่วยด้วยละตะเอง
    #786
    0
  12. #780 เจเจ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 17:11
    สนุกมากค่ะรออยู่นะคะเป็นกำลังใจให้ไรท์ค่ะว่าแต่ไส้ศึกนี่มันใครกันหว่าลุ้นๆๆๆ
    #780
    0
  13. #776 Sugar_Maple (@Brr116) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 23:30
    แอบใจหายเรื่องกระบวนทัพเสวียนอู่ที่โดนอีกฝ่ายลอกเลียนเอาไป แต่อีกใจก็เชื่อว่าเหมยฮวายังมีแผนการอื่นๆ รองรับไว้อยู่

    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ สู้ๆ ยังไงก็รออ่านอยู่ค่ะ ^^b
    #776
    0
  14. #775 buleberry_heven (@buleberry-heven) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 22:11
    นิยายสนุกรอได้เสมอค่ะค่ะท่านไรท์ที่เคา รพ แค่บอกกล่าวกันก่อนไม่หายไปเฉยๆก้อขอบคุนมากแล้วค่ะ 







    ปล.เคยเจ็บมาเยอะโดนไรท์เตอร์ทิ้งงง(T_T)
    #775
    0
  15. #774 เมมฟิส (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 20:55
    เหมยฮวาต้องหาไส้ศึกให้ได้น่ะ ขอฉากหวานๆของเหมยฮวาด้วยน่ะค้ะ รีดเดอร์ขอร้อง
    #774
    0
  16. #773 MinZ@ (@min-min-za) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 16:27
    เหมยฮวาจะเอาหินปูนไปทำอะไรหว่า ลุ้นๆ

    #773
    0
  17. #771 คนเมือง (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 09:32
    จะเผาทำปูนซิเมนต์ไปหล่ออุปกรณ์ไรเนอะ สงสัยจังลุ้นๆๆๆ

    #771
    0
  18. #769 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 00:56
    หินอะไรหนอ ถ่านหินหรือเปล่า แล้วไส้ศึกคือใครหนอ
    #769
    0
  19. #768 Moda (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 23:58
    สนุกมากๆเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ และเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #768
    0
  20. #767 nit pk (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 22:04
    คิดจะทำอะไรอีกเหมยฮวา คอยลุ้นนาง
    #767
    0
  21. #766 นำ้ค้าง (@family_fa) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 19:34
    ขอบคุณคะ
    #766
    0
  22. วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 18:53
    คิดจะประดิษฐ์อะไรอีกแล้ว
    #765
    0
  23. #764 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 16:56
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #764
    0
  24. #762 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 13:33
    รีบหาไส้ศึกด้วยไม่งั้นจะยิ่งแย่
    #762
    0
  25. #761 rai12 (@rinton12) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 13:20
    ลุ้นมากๆๆ หาไส้ศึกให้เจอ!!
    #761
    0