ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,700 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    374

    Overall
    159,700

ตอนที่ 4 : ดาวรุ่งพุ่งแรง(แก้ไข)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    2 ต.ค. 57

     

      ดาวรุ่งพุ่งแรง....(แบบที่หัวพุ่งทิ่มลงมาก่อน)

      "กรี๊ด......ตกแล้ว.....ตกแล้วว..."ฉันกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน ในขณะที่ร่างดิ่งลงไปแบบหัวอยู่ล่างขาอยู่บน

      'ฟุ่บ'

      มีเสียงดังออกมาเบาๆเป็นเสียงที่คล้ายเป็นสัญญาณว่าได้ตกลงมาบนอะไรซักอย่างที่น่าจะมีลักษณะนุ่มๆหยุ่นๆ

    'หือ...ที่นี่ที่ไหนอ่ะ...อ๊ะ..ลืมตาอ้าปากก็ไม่ได้ แขนขาก็ขยับไม่ได้ ขยับตัวได้นิดหนึ่ง'

        'ทำไงดีๆ...ทำไงดีล่ะทีนี้ ตาก็มองไม่เห็น แล้วจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง เดี๋ยวนะนี่ไม่ใช่ว่าขยับแขนขาไม่ได้ แต่อาการแบบนี้เหมือนตอนที่ฉันยังมีสภาพเป็นดวงวิญญาณเลยอ่ะ ซวยล่ะเรา'ยิ่งคิดยิ่งกังวล

      แต่ว่าซักพักความวิตกกังวลต่างๆก็เริ่มผ่อนคลายลง เนื่องจากเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นและนุ่มนวลอ่อนโยนเข้ามาแทนที่ ต่อจากนั้นความง่วงงุนก็พุ่งมาจู่โจมอย่างรวดเร็ว

      'ไม่ไหวแล้ว...บรรยากาศแบบนี้ทำให้ง่วงนอนเหลือเกิน อ๊า...อุ่นสบายจริงๆ ไม่สนล่ะ ขอนอนก่อนเลยล่ะกัน ตื่นมาค่อยคิดอีกที ฮิๆ..'ความคิดสุดท้ายของฉันก่อนที่จะหลับไป

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      "ฮือๆ....กระซิกๆ....ฮือๆ..."

      'หือ...ใคร....เสียงใครกันมาร้องไห้แถวนี้' เฟยเอี้ยนนึกสงสัย เพราะจู่ๆก็มีเสียงร้องไห้ปริศนาดังขึ้นมา หลังจากเงี่ยหูฟังจึงได้รู้ว่า มันมาจากต้นเหมยด้านหน้านางนี่เอง

      เฟยเอี้ยนค่อยๆก้าวเดินเข้าไปหาด้วยความระมัดระวัง พอไปถึงก็ชะโงกหน้าแล้วก้มมองที่โค่นต้นเหมย ก็เจอกับใครคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นอิสตรี กำลังนั่งกอดเข่าก้มหน้าร้องไห้อยู่ แต่ที่ทำให้นางฉงนสนใจ ก็คือการแต่งกายของนางที่ดูแปลกประหลาด ด้วยชุดสีชมพูทั้งตัว ท่อนบนคล้ายดั่งเสื้อของชาวนอกด่าน แต่ช่วงแขนกลับปล่อยยาวมาคืบกว่าจนเกือบจะถึงศอกมิใช่สั้นกุด ส่วนท่อนล่างกลับสวมกางเกงของบุรุษ หลังจากจ้องมองดูครู่หนึ่ง

      "นะ..นี่ แม่นางๆ ใยเจ้าถึงได้มาร้องไห้อยู่ตรงนี้"

      พอสิ้นคำถาม แม่นางคนนั้นก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ทำให้เห็นว่าหญิงสาวตรงหน้านั้น น่าจะมีอายุราวๆยี่สิบกว่าปี ทั้งยังน่าดูนัก ด้วยดวงหน้าเป็นรูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อยและมีดวงตาที่กลมโต แต่แดงระเรื่อคงมาจากการร้องไห้มาอย่างหนัก ซึ่งรู้ได้จากน้ำตาที่ยังไหลอาบแก้มป่องๆน่ารักน่าหยิกของนางอยู่  เพียงเท่านี้เฟยเอี้ยนก็แทบลืมตัวถลาเข้าไปกอดเพื่อปลอบโยนนาง

      "ฉะ....ฉัน หลงทาง" 

      นางตอบกลับมาพร้อมกับปากน้อยๆนั้นเบะออกมาเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง

      "เจ้าๆ อย่าร้องไห้เลยนะ" ข้ารู้สึกสงสารนางจับใจ ก่อนจะยื่นมือออกไปเพื่อเช็ดน้ำตาให้กับนาง

      "แล้วเจ้ามาจากไหนกัน...."

      "ฉันไม่รู้ค่ะ จำไม่ได้แล้วว่ามาจากไหน" พอนางตอบมาเช่นนี้ ในใจข้าก็ร่ำร้องบอกให้ช่วยนาง อย่าได้ปล่อยนางทิ้งไว้โดยไม่ช่วยเหลือ

      ความคิดเช่นนี้แม้แต่ตัวข้าเองก็แปลกใจ ทั้งๆที่เพิ่งพบเจอและพูดคุยกันไม่กี่คำ ตัวข้ากลับผูกพันและรู้สึกว่านางมีความสำคัญกับข้าอย่างยิ่งยวด ใช่..สำคัญจนแม้แต่ชีวิตของข้าก็ยอมแลกให้ได้

      "เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ เจ้าก็มาอยู่กับข้าซิ ข้าจะดูแลเจ้าเอง"ข้าเอ่ยปากชักชวนนาง พร้อมกับเอื้อมมือไปจับที่ข้อมือของนางเพื่อดึงให้ลุกขึ้น โดยไม่รอว่านางจะตอบตกลงหรือไม่

      "จะ...จริงเหรอคะ  ฉันไปอยู่กับคุณได้จริงๆนะ" นางตอบข้าระล่ำระลั่ก เผยให้เห็นรอยยิ้มอันจิ้มลิ้ม ช่างน่ารักน่าชังนัก

      "จริงซิ มาเถอะไปกับข้า หิมะตกแบบนี้ อยู่ข้างนอกนานๆ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา"

      "ขอบคุณมากค่ะ คุณเป็นคนที่ใจดีจัง ฮิฮิ" นางพูดจบก็มากุมมือข้าเอาไว้แน่นทั้งสองข้าง ทั้งยังส่งสายตาออดอ้อนมาให้

      ระหว่างที่เราทั้งสองกำลังเดิน ก็สังเกตุว่านางนั้นสูงกว่าข้าซะอีก ความสูงไม่เท่าไหร่แต่ที่ข้าขัดใจนางที่สุดก็คือ ทำไมหน้าอกหน้าใจของแม่นางคนนี้ มันถึงได้เกินหน้าเกินตาของข้ายิ่งนัก(แอบเคืองเล็กๆ)  แต่เอาเถอะข้าจะยอมยกให้ ก็ใครบอกให้เจ้าน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ล่ะ  พอเข้ามาในบ้านได้ ข้าก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที

      "หือ.....ฝันร้ายเหรอ...เอี้ยนเอ่อร์" หลี่ไป่หลงซึ่งรู้สึกตัวตอนที่เฟยเอี้ยนสะดุ้งตัวตื่น ถามออกไป

      "เปล่าเจ้าค่ะ ท่านพี่ เมื่อครู่ข้าฝัน และเป็นฝันที่ดีมากเลย"

      "ฝันเรื่องอะไรกันที่ว่าเรื่องดี"

      "ข้าฝันว่าไปเจอหญิงสาวนั่งร้องไห้ใต้ต้นเหมย ต่อมาข้าก็คุยกับนางๆบอกว่าหลงทาง จำไม่ได้แล้วว่ามาจากไหน ข้าก็เลยชวนนางมาอยู่กับข้า พอนางได้ฟังก็ยิ้มดีใจติดตามข้ามาทันที"

      เฟยเอี้ยนเล่าไปยิ้มไป ดวงตาก็ทอแววมีความสุขอย่างเปี่ยมล้น ส่วนไป่หลงเพียงรับคำ "ฮืม..."แล้วก็นิ่งเงียบคล้ายกำลังตั้งใจฟัง

      "ขะ....ข้าก็เลยคิดว่าไม่แน่นะ บางทีลูกอาจจะมาเกิดแล้วก็ได้"        

      "ใช่ลางดี  แต่เรื่องเช่นนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป เจ้าอย่าได้กังวลใจไปเลย ถึงอย่างไรข้าก็รักเจ้าเพียงผู้เดียว เอี้ยนเอ่อร์ยอดรักของข้า" ไป่หลงพูดเสร็จก็รวบร่างบอบบางเข้ามากอดกระชับแน่น พร้อมกับโน้มหน้าเข้าไปจูบกลางหน้าผากของนางทันที

      "ท่านพี่ก็....."เฟยเอี้ยนถึงกับหน้าเห่อร้อน ก่อนจะเสไปคุยเรื่องอื่น

      "นอนต่อเถอะเจ้าค่ะ อีกตั้งหลายชั่วยามกว่าจะเช้า"

      "หือ...ข้านอนกอดเจ้านี่ทำให้หลับสบายที่สุดเลย"ไป่หลงพูดหยอกล้อนางก่อนหลับตา

      " ข้าก็เหมือนกัน....." เสียงเฟยเอี้ยนตอบออกมาอย่างแผ่วเบายิ่งกว่ากระซิบก่อนหลับตาลง

     

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      หลี่ไป่หลงกับหยางเฟยเอี้ยนนั้นแต่งงานอยู่กินกันมา เกือบจะ 2 ปีแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีทายาทสืบสกุลซักที แม้ทั้งคู่จะทำเป็นว่าไม่กังวลกับเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ลึกๆก็ยังอยากได้เจ้าตัวเล็กซักคนเพิ่มเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในตระกูลหลี่

      หลี่ไป่หลงเป็นบุตรชายคนโตของหลี่เกาพ่อค้าที่ร่ำรวยมาจากการค้าขายเกลือในแคว้นหยวนกับฮูหยินรองที่เป็นชนเผ่าหุยเกอ หลี่เกาบิดาของไป่หลงมีฮูหยินทั้งหมดสามคน มีหลีหลงจีเป็นบุตรชายคนรองที่อายุห่างจากไป่หลงสามปีที่เกิดกับฮูหยินใหญ่ หลีไช่หลิงบุตรีที่เกิดกับฮูหยินสาม ด้วยความที่ไป่หลงมีแม่เป็นชาวหูเผ่าหุยเกอ จึงมักถูกเหยียดหยามจากคนรอบข้าง         

      ช่วงก่อนที่หลงจีจะเกิด ไป่หลงมักถูกตั้งข้อรังเกียจจากฮูหยินใหญ่ต่างๆนานา อันเกิดจากความริษยา แต่พอฮูหยินใหญ่ได้ให้กำเนิดหลงจีออกมา เหตุการณ์เหล่านี้ถึงได้เบาบางลงจนหมดไป

      แต่ทว่าก็ยังถูกกีดกันจากฮูหยินใหญ่อยู่ดี ด้วยความอัจริยะตามสายเลือดของเผ่าหุยเกอที่เก่งในทางด้านการค้าขาย ปศุสัตว์ และการคิดค้นประดิษฐ์ ทำให้หลี่เกาผู้เป็นบิดาปลาบปลื้มกับบุตรชายคนนี้มาก ฮูหยินใหญ่จึงกลัวว่าไป่หลงจะมาแย่งชิงมรดกจากบุตรชายตนถึงได้พยายามกำจัดให้พ้นทาง

      พออายุได้ สิบห้าปีจึงขออนุญาติจากหลี่เกาผู้เป็นบิดาไปอยู่กับท่านตาหานตันที่เผ่าหุยเกอ โดยอ้างว่าจะขอไปเรียนรู้การค้าขาย หลี่เกาลึกๆก็ทราบถึงเบื้องหลัง แต่ว่าทำอะไรมากไม่ได้และก็ไม่เสียหายอะไร มีแต่ผลดีกับบุตรชายจึงได้อนุญาติให้ไป

      แรกเริ่มไป่หลงเพียงแค่คิดจะไปให้ไกลจากฮูหยินใหญ่ โดยใช้เหตุผลข้างต้นมาบังหน้า เพื่อให้ฮูหยินใหญ่วางใจ จะได้เลิกกลั่นแกล้งมารดาของตนซักที พอผ่านไปได้สามเดือน ก็เริ่มสนอกสนใจกับการขับขี่ม้า ก่อนจะพัฒนามาจนถึงการเพาะเลี้ยง

     ผ่านไปสามปีจึงได้มาตั้งสถานปศุสัตว์ไป่หลง ที่เมืองชิงไห่ ซึ่งเป็นเมืองติดชายแดนของแคว้นหยวนกับเขตแดนของชนเผ่าหูชาวทูเจีย เนื่องจากอาณาบริเวณของเมืองชิงไห่ สองในสิบนั้นเป็นพื้นที่ทุ่งหญ้าเปิดโล่งเหมาะแก่การทำการปศุสัตว์เป็นอย่างยิ่ง  แต่คนส่วนใหญ่ในแคว้นหยวนทางเหนือจะถนัดทำการเกษตร ทางใต้ถนัดทำประมงและนาเกลือ จึงทำให้ที่ๆเป็นทุ่งหญ้ายังไม่มีใครจับจอง โดยใช้ทุนที่สะสมและหยิบยืมจากบิดา โดยเริ่มต้นจากม้าเพียงสิบตัว ผ่านการล้มลุกคลุกคลานอยู่สองปีถึงพอยืนหยัดได้  ครั้นอายุได้ยี่สิบห้าปีก็ได้พบรักกับเฟยเอี้ยน บุตรีของตระกูลหยางซึ่งเป็นตระกูลนักศึกษา และได้แต่งงานกัน

      --------------------------------------------------------------------------

      ผ่านไปสองเดือน

      บุรุษร่างกายกำยำ สูงราวแปดเซี๊ยะ(1เซี๊ยะ-23.31 ซม.)แต่งกายดั่งคหบดีใหญ่ในจงหยวน มีเค้าหน้าได้รูป แต่ที่ทำให้ผู้คนต้องสะดุดใจ ก็คือบุรุษคนนี้กลับมีจมูกที่คมเป็นสันและตาสองชั้น ซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างจากชาวภาคกลางทั่วไป ที่ตาชั้นเดียวและจมูกไม่โด่ง กำลังจ้องมองไปข้างนอกดูคนรับใช้กำลังทำความสะอาดลานบ้าน พร้อมๆกับคิดถึงความหลัง จากครั้งแรกที่มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ จากบ้านหลังน้อยก็กลายเป็นคฤหาสน์ย่อมๆ

      จากเริ่มต้นมีม้าแค่สิบตัว ตอนนี้มีมากกว่าสองร้อยตัวไปแล้ว ถึงจะไม่อาจเรียกได้ว่าอยู่ในระดับแนวหน้าในวงการเพาะเลี้ยงม้า แต่ก็สามารถเดินเชิดหน้าได้อย่างไม่อายใคร ขณะคิดอะไรเพลินๆก็ได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง

     "นายท่านเจ้าคะ ฮูหยินให้มาเรียกเจ้าค่ะ "ฉู่ฉู่ คนรับใช้ส่วนตัวของเฟยเอี้ยน

      "หืม...." ไป่หลงรับคำ

      เมื่อไปถึงกลิ่นอาหารก็ลอยอบอวลมาแตะที่จมูกทันที มองดูบนโต๊ะก็ต้องแปลกใจว่า ทำไมวันนี้กับข้าวถึงได้เยอะแยะนักมีตั้งหกเจ็ดอย่าง เท่านี้ก็รู้ทันทีว่าวันนี้ภรรยาเขาคงเข้าครัวเองเป็นแน่ ด้วยปกติจะสั่งให้ทำเพียงสองสามอย่าง

      "โอ้....วันนี้เกิดอะไรขึ้น เอี้ยนเอ่อร์คนดีของข้าถึงได้เข้าครัวเอง มีเรื่องดีๆอะไรกันโปรดบอกกล่าวแก่สามีของเจ้าคนนี้ได้หรือไม่"

      "ก็ไม่มีอะไรนี่เจ้าค่ะ วันนี้แค่รู้สึกอารมณ์ดีนิดหน่อย ก็เลยเข้าครัวไปทำอาหารให้ท่านทานเท่านั้นเอง"เฟยเอี้ยนตอบยิ้มๆ

      "ฮ้า....ภรรยาคนสวยของข้านั่นช่างดีที่สุดในโลกจริงๆ "พูดจบก็ตรงเข้ากอดแล้วก้มลงหอมแก้มเนียนที่เปล่งปลั่งนั้นทันใด ทั้งยังกล่าวออกมาอย่างไม่สะทกสะท้านว่ายังมีผู้อื่นอยู่ร่วมภายในห้อง

      "อ่า..แก้มเจ้าช่างเนียนนุ่มและหอมยิ่งนัก เอี้ยนเอ่อร์ของข้า"

      "อุ๊ย!...ท่านพี่ก็....ขะ.....อุ๊บ!..."เฟยเอี้ยนพูดประท้วงยังไม่จบ ใบหน้านวลแดงระเรื่อจากความเขินอาย ก็กลับกลายเป็นซีดขาว เหงื่อซึมออกมาทันใด














 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #1855 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 18:56
    แพ้ท้องชัวร์ 
    #1855
    0
  2. #799 aaomaa (@goodbye16) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 09:56
    งงช่วงแรกค่ะ เหมือนพิมพ์ผิด แต่รู้เรื่องอยู่ 

    ช่วงถัดมาทำให้นึกถึงประโยคยาวๆ อ่ะ ประมาณว่า ข้าเป็นลูกคนที่หนึ่งที่เกิดจากแม่คนที่สองซึ่งตาข้าเป็นลูกคนที่สี่ของชนเผ่าอันดับ5ส่วนยายเป็นลูกคนที่5ของชนเผ่าอันดับ4 ซึ่งข้ามีน้องที่เกิดจากแม่คนที่หนึ่งที่เกิดจากพ่อคนที่2ห่างกัน3ปี บลาๆ  (ฮ่าๆ ล้อเล่นๆ)

    ยอมรับว่าอ่านข้ามรายละเอียดไปเยอะเหมือนกัน (ขอโต้ดน๊า) แต่อ่านโดยรวมแล้วน่าติดตามค่ะ  อย่าเพิ่งหายไปไหนนะ ยังอยากอ่านอยู่ง่า
    #799
    0
  3. #730 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 00:02
    แอบงงช่วงแรกนะ  .. แต่สองคนนี้น่ารักมากกก  ฮ่าๆๆๆ
    #730
    0
  4. #669 Phery fair (@sleep-nemesis) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 21:42
    ท้องแล้วว
    #669
    0
  5. #654 ( . * M o O Y o N g * . ) (@seraph) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 15:41
    อ่านมาตั้งนาน เรื่องนี้พระเอกอยู่ไหนนน
    #654
    0
  6. #522 mumu_Aka (@mumujaja) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 20:03
    คือเข้าครัวทำอาหารไม่เหม็น แต่มาเหม็นตอนตั้งโต๊ะ แอบงง 55
    #522
    0
  7. #513 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 16:51
    แพ้ท้องละสิ
    #513
    0
  8. #217 วิหคจันทรา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 21:15
    เพิ่งเข้ามาอ่าน 4 ตอนรวด วางเนื้อเรื่องได้น่าติดตามดีค่ะ

    แต่คำว่า "เค้า" น่าจะเปลี่ยนเป็น "เขา" แทนดีกว่านะ
    #217
    0
  9. #200 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 13:30
    นุกดีจ้า
    #200
    0
  10. #153 ๛Petch_naja๛ (@echizennice) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 07:03
    เอี้ยนเอ๋อ ดีกว่าไหม
    #153
    0
  11. #117 kikza_kung (@sanares) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 21:15
    ท่านแม่ท้องแล้วซินะ
    #117
    0
  12. #94 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 22:36
    ท้องแล้วสินะ
    #94
    0
  13. #74 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 19:53
    มันดูเยิ่นเย้อไปนะตอนนี้ แล้วก็ คำว่าเค้า เราว่าไม่ควรใช้นะ ควรใช้คำอื่น

    ส่วนอย่างอื่นก็ดีแล้ว
    #74
    0
  14. วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 18:58
    สนุกมาก
    #68
    0
  15. #61 นัตสึ (@8007821) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 16:40
    ท้องแล้วๆๆๆๆๆๆ(รึเปล่า)  ต้องไปเตรียมซื้อชุดเด็ก!!*-* (แกไปยุ่งอะไรกับเขา?)
    #61
    0