ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,557 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    231

    Overall
    159,557

ตอนที่ 7 : หลี่เหมยฮวา(แก้ไข)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    30 ต.ค. 57

      หลี่เหมยฮวา.....ชื่อนี้มีแต่คนสวย(ว่าไปนั้น)

      เช้าวันนี้จวนตระกูลหลี่ ก็เริ่มวันใหม่ด้วยความสับสนอลหม่าน ผู้รับใช้ต่างก็วิ่งวุ่นขาแทบขวิด เพื่อจัดเตรียมสิ่งของจัดงานฉลอง ต้อนรับสมาชิกใหม่ตัวน้อย ที่เพิ่งลืมตาขึ้นดูโลกเมื่อกลางดึกคืนวาน

      ทั่วทั้งจวนถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงสดอันเป็นมงคล ทั้งแขวนโคม แขวนผืนผ้าสี ตกแต่งสถานที่ แม้จะเหนื่อยยากเพียงใด แต่ก็ยิ้มไปทำไปด้วยความสุขใจที่มีคุณหนูกันทุกผู้คน

      ครั้นสายหน่อย ผู้ที่รู้จักและคบค้าสมาคมซึ่งอยู่ใกล้เคียง ต่างมาอวยพรแสดงความยินดี

      "ยินดีด้วยๆ น้องไป่หลง พอข้าได้ยินข่าวก็รีบมาเลยทันที ฮ่าๆๆ"จางกู่เช่อ สหายสนิทผู้มีร่างกายอวบอ้วนในวัยเกือบสามสิบ ซึ่งยึดอาชีพพ่อค้าอัญมณี เปิดปากพูดตั้งแต่ ก้าวขาข้ามประตูเข้ามาในจวนตระกลูหลี่

      "ฮ่าๆ... ขอบคุณท่านพี่กู่เช่อที่อุตส่าห์สละเวลามา เชิญๆ....."

      "เชิญแต่พี่กู่เช่อ กลับไม่เชิญข้าบ้างเลยนะท่านพี่ไป่หลง"หลินซือสหายนักศึกษาวัยราวยี่สิบ ผู้มีใบหน้าเกลี้ยงเกลา ผิวกายขาวเนียนดั่งผู้ไม่เคยทำงานหนัก รูปร่างสูงโปร่ง แต่เมื่อเทียบกับไป่หลงแล้วกลับสูงเพียงแค่ไหล่ พอมาโผล่พ้นประตูหน้ามา ก็เอ่ยหยอกเย้าไป่หลงทันที ดูไปช่างสนิทสนมยิ่งนัก

      ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมักมาขอพักยังจวนของไป่หลงอยู่ไม่ขาด เพื่อใช้บรรยากาศอันสงบเงียบของนอกตัวเมือง ช่วยในการแต่งกาพย์ฉันท์และโคลงกลอน

      "ก็ใครให้เจ้ามาเยี่ยมเยือนข้าเสียบ่อยครั้ง จนผู้อื่นแทบลืมเลือนไปแล้วว่า เจ้าเป็นแขกมิใช่ผู้คนในจวน"ไป่หลงกล่าวสัพยอกอีกฝ่ายกลับไป

      "เช่นนั้น ข้าก็ขอกล่าวคำเชิญชวนพี่กู่เช่ออีกรอบในฐานะเจ้าบ้านเลยก็แล้วกัน ฮ่าๆ...."คำพูดหยอกล้อของคนทั้งสอง เรียกเสียงหัวเราะครืนแก่ผู้คนที่อยู่รอบๆทันใด เมื่อเข้าไปยังห้องที่ใช้ต้อนรับแขกเหรื่อ ไป่หลงก็ชี้ชวนให้ทุกคนนั่งลง

      "มาๆ.. เชิญนั่งๆ"

      "ได้ยินว่า เป็นบุตรีใช่หรือไม่น้องไป่หลง"

      "ใช่แล้วท่านพี่กู่เช่อ"

       "ท่านพี่กู่เช่อมีบุตรชาย ส่วนท่านพี่ไป่หลงก็มีบุตรสาว ข้าว่าจัดการหมั้นหมายกันไว้เลยดีไหมท่านพี่ทั้งสอง"

      หลินซือกล่าวคำหยอกล้อ ทว่าพอเข้าหูไป่หลงถึงกับหัวคิ้วกระตุกทันที แต่ยังฝืนยิ้มแย้มออกมา

      "ฮ่าๆ..... ล้อเล่นไปแล้ว น้องซือไหนเลยข้าจะอาจเอื้อม"

      "ท่านดูๆ...ท่านพี่กู่เช่อ ยังไม่ทันไรก็หวงบุตรสาวเสียแล้ว ฮ่าๆ....."

      "อย่าได้ยั่วเย้าท่านพี่ไป่หลงของเจ้าอยู่เลยน้องซือ รีบเอาของขวัญออกมาเพื่อรับขวัญหลานสาวกันเถอะ.....เด็กๆ "จางกู่เช่อ เรียกคนรับใช้ให้เอากล่องไม้ที่เตรียมมา

     "นี่...ข้าให้อาซ้อเจ้าเลือกให้เกือบสองชั่วยามเลยนะ "เมื่อเปิดออกมาก็เห็นเป็นชุดเครื่องประดับอย่างเช่นสร้อยคอ กำไลข้อมือข้อเท้า พลางกล่าวกับไป่หลงว่า

      "ไว้ใจได้ไม่ใช่ของหมั้นแน่นอน ฮ่าๆ...."

      "ช่างรู้จักกล่าวคำนักท่านพี่กู่เช่อ ขอบคุณๆ"ไป่หลงมือยื่นรับของ แต่มุมปากที่ฉีกยิ้มกลับมีอาการกระตุกเมื่อได้ฟัง

      "ตัวข้านั้นยากไร้ จึงขอใช้ฝีมือที่พอจะอวดอ้างได้ มาเขียนเป็นอักษรภาพคำมงคล มอบให้เป็นของรับขวัญหลานสาว หวังว่าพี่ไป่หลงจะรับไว้"

      "ขอบใจเจ้ามาก น้องซือ"

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      กว่าจะรับรองแขกเหรื่อที่มาอวยพรหมด ก็ล่วงเลยเวลาเข้าสู่ต้นยามอู่ เมื่อเห็นว่าผู้คนเบาบางลง จึงได้ปลีกตัวไปดูบุตรสารและฮูหยินของตน ระหว่างทาง ก็เฝ้าครุ่นคิด ถึงคำพูดของหลินซืออยู่ไม่คลาย

      'ไว้หนวดเคราดีหรือไม่ จะได้ทำให้หน้าตาดูดุขึ้น เจ้าพวกชายหนุ่มเห็นมันจะได้กลัวไม่กล้ามาว้อแว้กับบุตรสาวของข้า'

      "หึๆ.... ใช่ๆ....เอาตามนี้แหล่ะ... ข้านี้ช่างฉลาดจริงๆ...ฮ่าๆ..."จู่ๆไป่หลงก็หัวเราะเสียงดังลั่น จนคนรับใช้ที่อยู่ไม่ไกล ต่างหันมามอง ก่อนจะทำสีหน้างุนงง ด้วยสงสัยว่าเกิดอันใดขึ้น

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------    

      พอเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ใช้พักฟื้น ก็เห็นว่าเฟยเอี้ยนซึ่งตอนนี้แม้จะยังดูซีดเซียว จากการคลอดบุตร แต่กระนั้นในสายตาไป่หลงก็ยังคิดว่านางน่าดูมิใช่น้อย ด้วยมีเสน่ห์ไปอีกแบบ เพราะรูปร่างที่อวบอัดไพล่ให้คิดไป ว่าคงเต็มไม้เต็มมือดี

      "แม่นมไปอยู่ที่ไหนเล่าเอี้ยนเอ่อร์"ไป่หลงเอ่ยถามขึ้น เทื่อเห็นนางกำลังให้นมบุตรสาวอยู่ โดย มีฉูฉู่และไห่ถังอยู่ด้านข้าง ไร้ซึ่งเงาของแม่นม

      "ก็อยู่ที่ห้องด้านข้างนี่ล่ะเจ้าค่ะท่านพี่"

      "ช่างเหลวไหลใหญ่แล้ว ไม่รู้เหรอว่าคนเพิ่งคลอดลูกควรจะพักฟื้นเอาไว้มากๆ..."ไป่หลงพร่ำบ่นขึ้นมาในทันใด ด้วยความเป็นห่วงภรรยา จนเฟยเอี้ยนต้องรีบกล่าวเพื่อแก้ความเข้าใจผิดของผู้เป็นสามี

      "ท่านพี่ เป็นความต้องการของข้าเองเจ้าค่ะ ท่านก็รู้ว่าข้ารอลูกคนนี้เกิดมาก็ตั้งเกือบสามปี ข้าก็อยากจะป้อนนมให้กับลูกเป็นบางครั้งบ้างก็เท่านั้นเอง"

      เมื่อได้ยินดังนั้น ไป่หลงก็หยุดชะงักคำพูดที่จะเอ่ย ก่อนจะนึกถึงเรื่องคำเรียกหาของบุตรสาว

      "แล้วเราจะตั้งชื่อลูกว่าอะไรดีเอี้ยนเอ่อร์"

      "ชื่อเหรอเจ้าคะ ข้ามีในใจตั้งแต่รู้ว่าลูกเราเป็นผู้หญิงแล้วเจ้าค่ะ"ไป่หลงพอได้ยินก็ตาเป็นประกาย อดลุ้นระทึกไม่ได้

      ด้วยมีความเชื่อว่าการตั้งชื่อลูกก่อนที่จะคลอดนั้น จะเป็นการไม่ดีกับตัวเด็ก เพราะเหล่าภูติผีปีศาจที่ชั่วร้าย อาจเอาชื่อที่ตั้งให้มาล่อลวงและเรียกขานวิญญาณของเด็กในท้องไป แต่ผู้เป็นพ่อแม่ก็ยังสามารถเตรียมชื่อให้ก่อนได้ โดยการคิดไว้ในใจแต่ห้ามกล่าวออกมาให้ผู้ใดได้ยินแม้แต่สามีตนเอง

      พอดีกับที่เจ้าตัวเล็กกินนมอิ่ม เฟยเอี้ยนจึงจับนางขึ้นพาดบ่า พร้อมกับลูบหลังเพื่อให้เรอออกมา พลางเอ่ยถามสามีของนางว่า 

      "ท่านพี่ยังจำเรื่องความฝันที่ข้าเคยเล่าให้ท่านฟัง ในกลางดึกคืนหนึ่งได้ไหมเจ้าคะ แล้วคล้อยหลังมาอีกสองเดือนข้าก็ตั้งท้อง เมื่อนับตั้งแต่วันที่ฝันจนถึงวันที่รู้ว่าท้อง ช่วงเวลาก็เท่ากันพอดี"

      หลังจากได้ฟังไป่หลงก็นั่งนิ่งคิดหาว่าวันไหน ก่อนจะนึกออก

      "ข้าจำได้แล้ว...ที่เจ้าบอกว่าเจ้าฝันว่าไปกับเจอหญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นเหมยใช่ไหม"

      "ใช่แล้วเจ้าค่ะ ในฝันนางนั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นเหมย ข้าเลยคิดชื่อ 'เหมยฮวา' ไว้ให้ หากว่าลูกเกิดมาเป็นหญิง"     

      "เหมยฮวาเหรอ..ตกลง...ได้ยินเจ้าพูดมาข้าก็ชอบใจในทันที เหมยฮวา..หลี่เหมยฮวา...ฮ่าๆ..." ไป่หลงกล่าวโพล่งออกมาด้วยเสียงอันดัง เพราะชื่นชอบในชื่อนี้ยิ่งนัก จนเหมยฮวาซึ่งเพิ่งตั้งชื่อให้หมาดๆถึงกับสะดุ้งตกใจจนร้องจ้า

      "อุแว้ๆๆๆๆๆ"

     "ท่านพี่....จะทำเสียงดังให้ลูกตกใจทำไม...โอ๊ะๆ...โอ๋ๆ... อย่าร้องๆนะ..ฮวาเอ่อร์...แม่อยู่นี่แล้ว"เฟยเอี้ยนเอ่ยเสียงเขียวทั้งส่งสายตาดุๆและค้อนให้กับไป่หลงไปคราหนึ่ง แล้วรีบปลอบทารกในอ้อมกอดให้หยุดร้อง

      ส่วนผู้ที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกตกใจจนร้อง ถึงกับหน้าเจื่อนสนิทอยู่นาน จนเห็นบุตรสาวหยุดร้องแล้ว จึงได้กล่าวถึงเรื่องที่ตนต้องมาหาภรรยา นอกเหนือจากการเข้ามาเยี่ยมตามปกติ

      แม้จะรู้ว่านางจะต้องไม่พอใจเป็นแน่ หากตอนนี้ตนไม่อยู่ด้วย แต่เรื่องการค้าขาย ก็เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งยวด จึงได้ทำใจแข็งกล่าวออกมา

      "เอ่อ....เอี้ยนเอ่อร์ ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า อีกเจ็ดวันข้างหน้า ข้ามีเรื่องเร่งด่วนต้องเดินทางไปเจรจาซื้อม้าที่ทู่เจีย"

      หลังฟังคำของสามีท่าทางที่เคยแง่งอนของเฟยเอี้ยนก็มลายหายไปในทันที      

      "ม้าของเรามีไม่พอเหรอเจ้าคะท่านพี่ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนไหนว่ามีถึงร้อยกว่าตัว ใครกันถึงได้มาซื้อม้าเยอะแยะขนาดนี้"น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความน้อยใจและกังวล ด้วยลูกเพิ่งเกิดมาได้แค่วันเดียว บิดาของนางก็ต้องเดินทางไกลแล้ว

      ด้วยการเดินทางตอนนี้ ถ้าไม่ใช่ด้วยเท้า ก็ขี่ม้า หากฐานะดีหน่อยก็รถม้า ดังนั้นกว่าจะไปถึงจุดหมายก็ต้องใช้เวลาอย่างยาวนาน เพียงแค่เมืองใกล้ๆ ราวร้อยลี้ ก็ต้องใช้เวลาถึงสองวันเพื่อไปกลับ แล้วนี้ยังไปไกลถึงทู่เจีย สามีต้องห่างตนและลูกคงต่ำกว่าสามเดือนเป็นแน่

      เมื่อไป่หลงเห็นสีหน้าที่หม่นหมองของภรรยา ก็กล่าวคำแจกแจงให้ฟังอย่างละเอียด เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นถึงความจำเป็นในครั้งนี้  

      "เพราะมีสงครามระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นเทียนเฉา ทำให้แคว้นฮั่นและแคว้นฉีที่มีชายแดนอยู่ติดกัน ต้องทำการเสริมกำลังโดยด่วน ด้วยห่วงว่าจะลุกลามใหญ่โต ส่วนการค้าข้าคิดจะติดต่อกับแคว้นฮั่นด้วยระยะทางใกล้สุด จะได้รีบกลับมาหาเจ้ากับลูก"

      แคว้นเว่ยอยู่ทางทิศตะวันตกของจงหยวน ได้ทำการเปิดศึกกับแคว้นเทียนเฉาที่อยู่ทางทิศตะวันออก ทำให้แคว้นฮั่นและฉีที่มีอยู่ทางเหนือของแคว้นเทียนเฉา อันมีชายแดนติดกัน หวั่นกลัวว่าการรบในครั้งนี้จะกระทบมายังแคว้นตน จึงต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือในทุกๆด้าน

      "สงครามอีกแล้วเหรอเจ้าคะ...เฮ่อ... ข้าไม่ชอบเลยท่านพี่"เฟยเอี้ยนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

      "ถึงตอนนี้ทางเราจะมีม้ากว่าสามร้อยตัว แต่ที่พอใช้การได้ก็แค่ร้อยกว่าตัวเท่านั้นเอง จึงคิดจะไปหารับซื้อมาเพิ่มให้ถึงพันตัว ด้วยทางแคว้นฮั่นและแคว้นฉีรับหมด ขอเพียงแค่นำไปขายให้ ดังนั้นข้าจึงคิดจะทำการค้ารอบนี้ขนานใหญ่ เพราะถ้าทำสำเร็จจะทำกำไรได้มากโข ต่อไปถึงจะไม่ทำการค้าข้ามแคว้นอีก เราก็จะสามารถอยู่ได้อย่างน้อยก็สองสามปี"

      เฟยเอี้ยนยิ้มรับเพื่อให้ไป่หลงสบายใจ ด้วยรู้ถึงความลำบากใจของสามี ว่าทำไปเพื่ออนาคตของทุกคนในครอบครัว    

      "แล้วเรื่องไปเยี่ยมคารวะท่านพ่อท่านแม่ของเจ้า ข้าได้แจ้งให้พวกท่านทราบแล้วถึงความจำเป็น อาจไปเยี่ยมคารวะล่าช้าไปหลายเดือน ส่วนทางท่านพ่อท่านแม่ของข้า ขากลับจากแคว้นฮั่นจะแวะไปคารวะพวกท่าน ทั้งยังจะลองเชื้อเชิญพวกท่านมาพักที่นี่ เช่นนี้เจ้าว่าดีหรือไม่"

      "เจ้าค่ะ"

      "เอาล่ะ ข้าต้องออกไปคอยรับแขกที่มาอวยพรก่อน เจ้าก็พักผ่อนให้มากๆ จะได้ฟื้นคืนกำลังในเร็ววัน"ไป่หลงเอ่ยจบก็รั้งตัวภรรยาที่กำลังอุ้มบุตรสาวเข้ามากอดหลวมๆ ก่อนจะยืดตัวตรง เพื่อเดินไปยังประตู แต่ยังไม่วายหันกลับมากล่าวกำชับกับฉูฉู่และไห่ถัง

      "พวกเจ้า สองคนข้าฝากดูแลภรรยาและลูกสาวข้าด้วยล่ะ"

      "เจ้าค่ะนายท่าน" ฉูฉู่และไห่ถังค้อมตัวรับคำ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      'อ๊า...ตั้งแต่ฉันออกมาจากสถานที่ประหลาด นอกจากกินกับนอน ก็ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากยกแขนยกขาและยกหัว...... อ่อ.....ยังมีร้องไห้ตอนหิวด้วย'

      'จริงๆฉันก็ไม่อยากทำหรอกนะ มันดูเหมือน...นิสัยของพวกเด็กทารกอมมืออ่ะ...แต่เพื่อความอยู่รอดฉันถึงต้องจำใจทำ เพราะถ้าฉันร้องตอนไหนฉันก็จะได้กินน้ำอร่อยๆทุกที .....ฮิๆ'

      'ช่างมีความสุขอะไรอย่างนี้ ถึงจะนั่งกินนอนกิน...ไม่ใช่สิ...แค่นอนกินเหมือนชาติที่แล้ว แต่ว่าก็มีสิ่งที่ไม่เหมือน เพราะฉันมีขา....เจ้าข้า..เอ้ย ได้ยินไหมว่า ฉันมีขาแล้ว....แค่นี้ฉันก็สุขใจมากแล้วที่มีขาเป็นของตนเอง'

      'ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ฉันสงสัย อย่างเรื่องเสียงที่เคยพูดกับฉัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าหายไปไหน แต่กลับมีเสียงแหลมๆสูงๆมาแทน'

      'แล้วยังเรื่องเสียงแหลมๆอันหนึ่ง ที่เกิดจากคนตัวยักษ์ใบหน้าเรียวผมยาว ที่ชอบมากอดมาจูบฉันบ่อยๆและมากที่สุด กลับมีส่วนคลับคล้ายกันกับเสียงที่เคยพูดกับฉันตอนที่อยู่ในคุกมืดนั้น ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่คนเดียวกัน แต่ฉันก็ชอบอยู่ดี เพราะว่าฟังตอนไหนก็รู้สึกอบอุ่นใจทุกที'

      'ยกเว้นเจ้าเสียงสูงๆที่จากคนตัวยักษ์อีกคนที่คล้ายกับคนที่ฉันไม่ชอบ เพราะมาตอนไหนก็รู้สึกบีบอัดกอดฉันแรงซะทุกที....ชิ.... ยิ่งนึกก็ยิ่งขึ้น'

      'โอ๊ะ....ตกใจหมดเลย ตาเสียงสูงๆมาทำเสียงซะดังเลย คนยิ่งเคลิ้มๆจะหลับอยู่มาทำให้สะดุ้งตื่นได้.....คนสวยเคืองค่ะ..... ว่าแล้วก็......แง้ๆ....'

-----------------------------------------------------------------------------

      เมืองต้าตู แคว้นหยวน

      หลังจากที่ออกไปนอกด่านติดต่อซื้อม้าจากชาวทู่เจียมาได้ ไป่หลงก็ไล่ต้อนม้านับพันตัว ไปขายให้กับแคว้นฮั่น ระหว่างเดินทางกลับชิงไห่ ก็ถือโอกาสแวะเข้าไปคารวะท่านพ่อและท่านแม่ของตนเอง ยังเมืองต้าตูซึ่งเป็นทางผ่านพอดี ซึ่งนับระยะเวลาตั้งแต่ออกนอกด่าน จนมาปรากฏตัวยังจวนสุกลหลี่แห่งเมืองต้าตู้ ก็นานถึงหกเดือน

      "คารวะท่านพ่อ  คารวะท่านแม่"ไป่หลงคุกเข่าคารวะผู้เฒ่าทั้งสอง ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องรับแขกเบื้องหน้าตน

      "ไหนๆ เข้ามาใกล้ๆให้ข้าดูเจ้าหน่อยซิ ได้ยินแต่ข่าวคราวดูซิว่าเปลี่ยนไปยังไงบ้าง"หลี่เกาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หลังจากไม่เจอหน้าบุตรชายคนโตมานานกว่าสี่ปี

      "ขอรับท่านพ่อ"

      "ดูสิ... เจ้าซูบผอมลงไปมากเลย "ฮูหยินรองหลี่หลันเยี่ย ท่านแม่ของไป่หลง กล่าวพลางยื่นมือลูบเนื้อลูบตัวบุตรชายด้วยความคิดถึง สุดที่จะระงับความดีใจไว้ได้

      "ช่วงนี้ข้าต้องเดินทางค้าขายไปหลายที่ ทั้งยังรีบเร่งขอรับ"

      "เช่นไรก็ต้องดูแลสุขภาพ อย่าได้ละเลย เจ้านี้ไม่ว่าตอนเด็กหรือโตจนมีลูกแล้ว ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมซักที แต่หักโหมทำงาน"หลันเยี่ยทำเสียงดุบุตรชาย แต่ใบหน้าก็ระบายไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี

      "เอาล่ะๆ เจ้ามาถึงนี่แค่มาเยี่ยมเยียน หรือว่ามีธุระอื่นอีกไป่หลง"หลี่เกาเอ่ยขัด

      "ข้าเพิ่งกลับมาจากแคว้นฮั่น ขากลับก็เลยเข้ามาเพื่อคารวะพวกท่าน แล้วก็มาขอเชิญไปเยี่ยมรับขวัญหลานสาวยังชิงไห่ด้วยขอรับ"

      "แม้อยากจะไป แต่ช่วงนี้ข้าคงไม่อาจปลีกตัวได้ เพราะตั้งแต่ เกิดสงครามเว่ยกับเทียนเฉา ปัญหาเรื่องเส้นทางขนส่งเกลือที่เคยใช้ในเทียนเฉาล้วนถูกปิดกั้น จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทาง พอเปลี่ยนก็มีปัญหาประเดประดังเข้ามา จนผู้คนแทบหายใจไม่ออก"

      "ข้าก็ไม่ต่างกันขอรับท่านพ่อ การค้าของข้าก็ประสบปัญหา จนต้องล่าช้ากว่าเดิมถึงสองเท่าตัว กว่าจะได้ม้ามาครบตามที่ต้องการ ต้องเดินทางขึ้นเหนือไปรับซื้อถึงเขตแดนมองโกล ด้วยที่ทูเจีย ม้าศึกต่างถูกกว้านซื้อไปเกือบหมด"ไป่หลงเอ่ยคำคล้ายระบายความยากลำบากของตนให้ผู้เป็นบิดาฟัง ก่อนจะถามหาผู้คนอื่นๆ 

      "ท่านพ่อแล้วแม่ใหญ่ แม่สาม น้องรองและน้องสามเล่าขอรับ"

      "หลงจี ข้าสั่งให้คุ้มสินค้าไปที่ยังแคว้นฉู่ ส่วนแม่ใหญ่ของเจ้าก็ล้มป่วย เพราะเป็นห่วงหลงจีมาก จนพลอยไม่สบายขึ้นมา ตอนนี้แม่สามกับไช่หลิง ก็เลยต้องคอยอยู่ช่วยดูแลแม่ใหญ่ของเจ้า"เมื่อตอบเสร็จจึงหันไปเอ่ยกับคนรับใช้

      "เจ้าไปบอกฮูหยินทั้งสองกับไช่หลิงว่าไป่หลงมาแล้วทีซิ"

      "ขอรับนายท่าน"

      คนรับใช้รับคำจบก็รีบวิ่งออกไป หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน จนผ่านไปเกือบชั่วยามถึงได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

      "พี่ใหญ่! ข้ามาแล้ว.....ไหนๆ....หลานสาวของข้าอยู่ไหน..."เสียงเจื้อยแจ้วของสตรีในชุดคลุมสีเหลือง ใบหน้าอ่อนหวานแต่แววตากลับดูดื้อรั้น วัยราวสิบหกสิบเจ็ดปี ดังขึ้นมาทันทีที่ปรากฏตัว

      "ไม่เจอกันตั้งนาน พอมาเจอหน้ากันที เจ้าไม่ถามหาข้าเลยนะ หลิงเอ่อร์"

      "อ๊ะ อย่างอนซิ ข้าก็คิดถึงพี่ใหญ่ แต่อยากเห็นหน้าหลานสาวมากกว่าก็แค่นั้น ฮิๆ..."ไช่หลิงรีบเข้ามาเกาะแขนทันทีพร้อมส่งสายตาออดอ้อน

      "ฮ่าๆ... เจ้านี้ช่าง..... เลยวัยปักปิ่นมาตั้งปีกว่าแล้ว ยังมาอ้อนพี่ใหญ่เจ้าเป็นเด็กๆอีก"หลี่เกาเอ่ยดุ

 แต่สายตาที่ทอดมอง กลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูในตัวบุตรสาวคนเล็กนี้นัก

      "ไช่หลิง พี่ใหญ่เจ้ามาคราวนี้ เพื่อมารับทุกคนไปพักยังจวนที่ชิงไห่ แต่ข้าไปไม่ได้ เลยจะให้แม่รองเจ้าไป ส่วนเจ้ากับท่านแม่ของเจ้าจะไป ข้าก็อนุญาติ"

      เมื่อได้ยินคำอนุญาติของหลี่เกา ไช่หลิงแทบกระโดดโลดเต้น ที่จะได้ออกไปเที่ยวข้างนอก ทั้งยังจะได้เจอหน้าหลานสาวตัวน้อยด้วย ก่อนจะเอ่ยคำระล่ำระลั่กว่า

      "จริงๆนะเจ้าคะท่านพ่อ ข้าจะไปเจ้าค่ะ"กล่าวกับบิดาจบ ก็หันไปกล่าวกับไป่หลงต่อ

      "ข้าไปด้วยนะพี่ใหญ่"

      "แน่นอน ใครจะกล้าขัดใจเจ้ากันล่ะ"

      เช้าวันรุ่งขึ้นไป่หลงก็เข้าไปเยี่ยมคารวะเพื่อบอกลา แม่ใหญ่ แม่สามและบิดาตน ก่อนออกเดินทางกลับแคว้นหยวน พร้อมกับท่านแม่ของตนและไช่หลิง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      'ฮี่ๆ....ตอนนี้ข้า...เอ้ย...ฉัน...วุ้ย ข้านะใช่แล้วเหมาะสมสุด  ฮ่าๆ...ไม่อยากจะบอกว่าข้าคลานได้ทั้งยังเร็วมากด้วย พุ่งไปหน้าดั่งสายฟ้า เลี้ยงซ้ายเลี้ยวขวาดั่งสายลม....'

      'ก็ไม่ได้จะอวดหรอกนะ แต่ก็อดภูมิใจไม่ได้  เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันก่อนตอนที่ข้าแอบคลาน หนี

ออกไปยังลานหน้าบ้าน เจอกับเจ้าตัวเล็กสี่ขาตัวหนึ่ง ถึงจะมองเห็นไม่ชัดเท่าไหร่นัก นอกจากเค้าโครงรางๆ แต่จากการคาดคะเนของข้า คิดว่ามันต้องเป็นลูกสุนัขอย่างแน่นอน'

      'ระหว่างข้ากับเจ้าลูกสุนัขตัวน้อย จ้องมองดูกันเพื่อหยั่งเชิงอยู่ครู่ ต่อมามันก็ท้าทายข้า โดยการหันก้นมาให้ แล้วเดินส่ายอาดๆจากไป นะ...นี่มันคือการดูถูกชัดๆ'

      'ข้าเลยคลานตามเพื่อจะเข้าไปบอกว่า อย่าแสดงกิริยาไม่สุภาพกับอิสตรีเยี่ยงนี้ แต่พอจะถึงตัว เจ้าลูกสุนัขที่ว่า ก็ออกวิ่งทันที ก่อนก็เดินช้าๆเช่นเดิมอีก'

      'เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกสองรอบ ข้าก็เริ่มเข้าใจแล้ว ว่ามันกำลังดูถูกข้าที่คลานช้าต้วมเตี้ยม

น..นี่มันท้ากันซึ่งหน้า ได้เลย ข้าจะแสดงท่าเท้าท่องคลื่นให้เจ้าดู..เจ้าหมาน้อย โฮ๊ะๆ.."

      'ข้าเกร็งข้อมือและสะโพก พุ่งตัวติดตามเข้าไปใกล้ในทันที เจ้าลูกสุนัขเห็นก็เร่งความเร็วขึ้น ครู่เดียวก็รู้ผล ข้าทิ้งโค้งปาดแซงไปได้ในที่สุด สมน้ำหน้า'

      'หลังจากที่แซงได้ข้าก็กลับตัว โดยการกลิ้งกับพื้น เพื่อจะได้เอามือตะปบเจ้าลูกสุนัขที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ มาสั่งสอน'

      'ทว่าก็มีเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย วี๊ดว๊ายกระตู้ฮู้ขึ้นมาด้านหลัง ก่อนที่ข้าจะถูกยกขึ้นแล้วถูกหิ้วไปส่งท่านแม่....ถูกแล้วไม่ผิดท่านแม่ ก็คนที่เสียงแหลมๆที่ข้าชอบนั่นแหละ'

      'ข้าก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง ว่าทำไมข้าถึงชอบให้คนนี้พูดกับข้า กอดข้าและอุ้มข้า แล้วมันก็แว่บเข้ามาในหัวทันที....แม่....ทีนี้ข้าก็เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว สถานที่แปลกๆที่ข้าเคยอยู่ก็คือในท้องของท่านแม่ แล้วเสียงสูงๆที่ข้าเคยไม่ชอบก็น่าจะเป็นเสียงของท่านพ่อ'

      'ทั้งที่ข้ามีความจำในภพอดีต แต่เรื่องแค่นี้ดันคิดไม่ออก แต่เมื่อลองนึกดูดีๆก็อาจเป็นเพราะ สมองของเด็กทารกก็ได้ ด้วยสมองยังไม่เจริญเติบโตอย่างเต็มที่ จึงไม่อาจคิดอะไรที่มันซับซ้อนมากๆได้'

      'แม้จะมีตรรกความคิดของคนอายุยี่สิบกว่าปี แต่การประมวลยากๆยังไม่อาจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ตอนนั้นไม่อาจนึกออก อู๊ย...ฉลาดจริงเลย ฮี่ๆ...'

      "เอิ้กๆ...."

      "อารมณ์ดีจริงนะวันนี้ฮวาเอ่อร์ หัวเราะร่วนเชียว มาให้แม่หอมแก้มยุ้ยๆของเจ้าหน่อยสิ"เฟยเอี้ยนยกเหมยฮวาขึ้นมาตรงหน้าแล้วก็ระดมหอมแก้มไม่ยั้ง

      "เอิ้กๆ... อุ๊ๆ... ม่า มะ ม่าๆ...."

      'ฮ่าๆ... จั๊กจี้นะท่านแม่ ฮิๆ.... ท่านแม่พอแล้ว.....'

      'อ๊ะ...ยาวๆดำๆ...แกว่งไกวไปมาได้... มะๆ...ไม่นะ อย่ายอมแพ้แก่อำนาจมืด มะๆ....ไม่..'

      'หมับ'

      "มาจับผมแม่ทำไมฮวาเอ่อร์ นี้คิดจะเอาเข้าปากอีกล่ะซิ"

      'ปะ...ปล่อยสิ เจ้ามือบ้า ยะ..อย่านะ อย่าดึงมาทางนี้สิ อย่าทำนิสัยเหมือนทารกแบบนี้  ขะ...ข้าต้านทานความเย้ายวนไว้ไม่ไหวแล้ว......'

   'อ่ำ ....แจ๊บๆๆ...'

     'โอ้ว.....อ๊า...ฟิน......ฮี่ๆ..... มันฟินได้ใจจริงๆ เวลาที่มีอะไรอยู่ในปากนี้'

     "คายแล้วปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะฮวาเอ่อร์ จะคายมั้ยๆ นี่ๆ...... แม่จะหอมแก้มเจ้าจนกว่าจะยอมคายเลย"เฟยเอี้ยนระดมหอมแก้มเหมยฮวาอีกรอบ

       "เอิ้กๆ.... มา ม่าๆ..."

      'ฮิๆ.... ฮ่าๆ..... ยะ..หยุดได้แล้วท่านแม่ข้าจั๊กจี้'

      เมื่อทนไม่ไหวจึงได้ปล่อยมือ ทันทีที่ผมหลุดออกมาจากปากเจ้าตัวน้อย น้ำลายก็ไหลเยิ้มออกมา ตาม เลอะทั้งแก้มทั้งปากของเหมยฮวาและเส้นผมของเฟยเอี้ยน

      "ดูสิ น้ำลายไหลออกมาเต็มเลย นิ่งๆเดี๋ยวแม่จะเช็ดให้"

 

 

แก้ไข 30/10/2557

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #1949 999305545 (@999305545) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 15:12
    ผู้แต่งมีลูกแล้วหราาาาา คิคิ
    #1949
    0
  2. #1858 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 19:38
    น่ารักกก
    #1858
    0
  3. #1794 kanak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 03:03
    น่ารักสุดๆ อีกแล้วค้า
    #1794
    0
  4. #1779 ท่านหญิงซู (@nuna2543) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 18:29
    เหมือนนางเอกจะโง่ไปนะคะ ก็รู้อยู่ว่าตัวเองตกลงไปในบ่อเกิด ตอนที่ยังไม่ตายก็น่าจะรู้อยู่ว่าเด็กทารกเป็นยังไง ทั้งๆที่ชื่อเรื่องมันว่าปราชแต่ก็นะ ยังเป็นเด็กสมองคงยังเล็กอยู่
    #1779
    0
  5. #1303 ไพรกาฬ (@pat-dago) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2557 / 16:29
    ฮ่าๆๆ.เยอะไปนะครับ
    #1303
    0
  6. #1211 ROOM333 (@garnet-t) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 22:54
    แอบร้ายนะเรา
    #1211
    0
  7. #1121 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 22:42
    นางเอกฟินกับการกินผม 555
    #1121
    0
  8. #1010 เรดะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 13:59
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า เยอะจัง อ่านแล้วมันไม่สมูท เรื่องสนุกมากค่ะ
    #1010
    0
  9. #732 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 00:19
    แอบงงเพราะ ไม่เว้นบรรทัดให้กว้าง  เมื่อเริ่มฉากใหม่ค่ะ
    #732
    0
  10. #585 ( . * M o O Y o N g * . ) (@seraph) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 16:04
    เจ๋งมาก
    #585
    0
  11. #518 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 17:38
    สนุกดีค่ะ
    #518
    0
  12. #203 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 13:57
    นุกดีจ้า
    #203
    0
  13. #120 kikza_kung (@sanares) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 21:22
    นางเอกน่ารัก
    #120
    0
  14. #96 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 23:00
    ไป่หลงหัวเราะบ่อยมาก เป็นคนที่อารมณ์ดี(เกินไป)สินะ
    #96
    0
  15. วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 20:50
    สนุกมาก
    #82
    0
  16. #81 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 20:48
    น่ารักดี
    #81
    0
  17. #23 cherryKiss (@leonore) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 23:42
    ไรเตอร์ต้องมีน้อง หรือมีลูกแน่ๆเลย แต่งได้น่ารักจริงๆ
    #23
    0
  18. #11 Alistna (@fernps) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 17:39
    นางเอกน่ารักมากเลย

    #11
    0
  19. #4 honeybee (@honerybee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 10:16
    แต่งได้น่ารักดีค่ะ เพียงแต่ว่าชื่อเรื่องมันไม่ค่อยน่่าสนใจเท่าไหร่ แต่ไรท์เตอร์อาจจะมีเหตุผลในการใช้ชื่อนี้
    ไม่ได้ตั้งใจจะตินะคะ เพียงแค่เสนอว่าถ้าชื่อเรื่อมันน่าดึงดูดกว่านี้ น่าจะมีคนเข้ามาอ่านเยอะๆ แต่ถ้าไรท์เตอร์ชอบชื่อนี้
    ก็ไม่เป้นไรค่ะ จะคอยติดตามนะค่ะ สุ้ๆๆๆ
    #4
    0