ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,641 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    315

    Overall
    159,641

ตอนที่ 9 : เหมยฮวาน้อยกับแคว้นทั้งเจ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    1 พ.ค. 57

      เหมยฮวาน้อยกับแคว้นทั้งเจ็ด.....(เป็นไรกับสโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดเปล่าอ่ะ)

      "ก็แคว้นอื่นๆไม่กลัวเหรอเจ้าค่ะ ท่านอาซือ ถ้าแคว้นเว่ยที่ได้ชื่อว่า กองทัพที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในแผ่นดิน สามารถครอบครองแคว้นเทียนเฉา ที่กว้างใหญ่ อุดมสมบูรณ์ จะมิกลายเป็นพยัคฆ์ติดปีก จากแคว้นที่ยากจนและทุรกันดารที่สุด ก็จะร่ำรวยและอุดมสมบูรณ์ที่สุด มีต้นทุนมากพอ อาจถึงขั้นม้วนกวาดทั่วทั้งแผ่นดิน"เหมยฮวา

      "ฮ๊า....ฮ่าๆๆๆ เจ้าๆๆ ฮ่าๆๆ ช่างพูดได้ตรงใจข้าคิดยิ่งนัก ฮวาเอ่อร์หลานข้า ฮ่าๆๆ"

     หลินซือทำไม้ทำมือหัวเราะชอบใจ ประกายดวงตาสั่นไหวระริก ส่วนไป่หลงและไจ๋เต๋อ ถึงกับอ้าปากค้าง ถึงจะเคยคิดว่าเหมยฮวานั้นเป็นเด็กฉลาดที่ถึงขั้นอัจฉริยะ แต่อย่างไรก็เป็นเพียงแค่เด็กอายุ 4 ขวบ แต่คิดและพูดได้ขนาดนี้ มันก็จะอัจฉริยะมากเกินไปแล้ว

      ตอนแรกข้าคิดว่าข้าย้อนเวลามาอยู่ในดินแดนโบราณที่ในภพที่แล้วของข้าเรียกว่า ประเทศจีน แต่ทว่ากลับไม่ใช่ เพราะถึงการแต่งกายจะคล้ายๆกัน แม้แต่ชื่อสถานที่ แม่น้ำ แต่บางสถานที่ก็ไม่เหมือน ไหนจะเรื่องแคว้นถึงมี 7 แคว้นเหมือนภพที่แล้วของข้า ที่แคว้นฉินเป็นผู้รวบรวมแผ่นดิน แต่ในภพนี้แคว้นฉินกลับเป็นแคว้นเล็กๆอยู่ติดทะเลและมีชายแดนติดกับแคว้นหยวนของข้า แค่เพียงข้อมูลนี้ข้าก็รู้แล้วว่า มันเป็นคนล่ะภพที่ข้าเคยอยู่ ที่ข้ารู้เพราะเคยเข้าไปเล่นที่ห้องทำงานของท่านพ่อ การที่ทำการค้าขายย่อมต้องมีแผนที่ ถึงจะเป็นแบบหยาบๆ บ่งบอกเฉพาะสถานที่ๆสำคัญแต่ก็สามารถทำความเข้าใจได้คร่าวๆ ข้าเคยถามท่านพ่อว่าทำไมแผนที่ถึงไม่บอกรายละเอียดของภูมิศาสตร์อะไรเลย มีแต่อาณาเขตแคว้น แม่น้ำและถนนสายหลัก กับเมืองใหญ่ๆเท่านั้น ท่านพ่อก็บอกข้าว่าเพราะมีกฏห้ามชาวบ้านธรรมดาถือครองแผนที่ แต่ก็พอยกเว้นให้กับพวกค้าเพื่อใช้ในการเดินทางติดต่อค้าขายแต่ห้ามลงรายละเอียดมาก ส่วนแผนที่แบบละเอียดจะมีเฉพาะในราชสำนักเท่านั้น

      ถ้านับเฉพาะการใช้ร่วมกันของภาษา ที่มีสภาพเป็นแคว้น แบ่งออกได้เป็น 7 แคว้นคือ เทียนเฉา เว่ย ฉี ฮั่น ฉู่ ฉิน หยวน มี 3แคว้นที่มีพื้นที่ติดทะเล เทียนเฉา ฉิน หยวน ถ้าจะอธิบายถึงสภาพก็คือแคว้นเว่ย อยู่ทางตะวันตกสุดค่อนไปทางเหนือ ทรุกันดารมากที่สุด ทำให้คนในแคว้นเว่ยส่วนมากต้องปากกัดตีนถีบ การต่อสู้กับธรรมชาติอันโหดร้าย และการกดขี่ดูถูกของคนจากแคว้นเทียนเฉา ที่ถือว่าตัวเองนั้นเหนือกว่าในทุกๆด้าน ด้วยเหตุนี้จึงมักมีการกระทบกระทั่งระหว่าง 2 แคว้นนี้อยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นการเพาะสร้างให้คนจากแคว้นเว่ยนั้นแข็งแกร่ง ไม่ยอมแพ้แก่สิ่งใดๆ แคว้นเทียนเฉา เป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ปากแม่น้ำ มีแม่น้ำสายหลักคือ ฮวงโห พาดผ่านกลาง ซึ่งไหลมาจากเทือกเขาจาก มองโกลผ่าอีก 3 แคว้นคือ ฉู่ ฮั่น ฉี มาออกทะเลที่เทียนเฉา ทางใต้สุดค่อนไปทางตะวันตก ก็มีภูมิอากาศแบบค่อนไปทางร้อนชื้น จึงมีพืชพันธ์อันหลากหลาย สมุนไพรมากมายก็มาจากแหล่งนี้ ผลิตผลทางการเกษตรปีหนึ่งมีมากกว่า แคว้นฮั่น ฉี ฉู่ ทำได้ใน 1 ปีรวมกันซะอีก การค้าขายก็ใช้แม่น้ำฮวงโห ล่องขึ้นเหนือไปถึงมองโกลอย่างสะดวกสบายพื้นที่และประชากรเยอะที่สุด และร่ำรวยที่สุดใน 7แคว้น

      จากเทียนเฉาไปทางเหนือถัดมา ก็คือแคว้นฉี ที่เป็นแคว้นเล็กที่สุด เป็นแคว้นที่มีสินแร่พอสมควร เหนือไปอีกก็แคว้นฮั่น ขึ้นชื่อว่า ผลิตสินแร่ได้มากที่สุดใน 7แคว้น ถัดมาก็แคว้นฉู่ที่อยู่เหนือสุด  ดินแดนแห่งหยกและอัญมณี การเพาะปลูกของทั้ง 3 แคว้นนี้ไม่ได้เยอะมากมาย บางครั้งต้องอาศัยพึ่งพาซื้อหรือแลกเปลี่ยนสิ่งที่ตนมีกับพืชพันธ์ จากแคว้นเทียนเฉา ทั้ง 4 แคว้นคือเทียนเฉา ฉี ฮั่น ฉู่ มีชายแดนติดกับแคว้นเว่ย แต่เพราะมี เทือกเขา เทียนซาน ที่สูงชันและมีหุบเหวลึก ขวางกั้นทอดยาวจาก แคว้นฉู่ ฮั่น ฉี มาสิ้นสุดที่เทียนเฉา จึงกลายเป็นพรมแดนโดนธรรมชาติ ถ้าแคว้นเว่ยจะไปแคว้นอื่นหรือแคว้นอื่นไปแคว้นเว่ย ต้องผ่านแคว้นเทียนเฉา หรือจะใช้อีกทางที่แคว้นฉู่ แต่ด้วยเป็นช่องเขา และผ่านหุบเหวลึก จึงทำให้เส้นทางนี้ไม่เป็นที่นิยมใช้เท่าไหร่

           ต่อมาก็แคว้นฉินใต้ติดเทียนเฉา ตะวันตกติดฮั่น เหนือติดหยวน มีพื้นที่ยื่นออกไปในทะเล ขึ้นชื่อในการผลิตเกลือขาย คนในแคว้นจะทำนาเกลือถึงปีหนึ่งจะสามารถทำได้แค่ 2เดือนในช่วงฤดูร้อน แต่เกลือสมัยนี้ก็มีค่าดั่งทองคำ จึงทำให้เลี้ยงคนในแคว้นได้สบายๆ หมดหน้าร้อนก็เปลี่ยนไปทำประมงเรียบชายฝั่ง เท่าที่ข้าเห็นสมัยนี้มีแต่เรือเล็กของชาวบ้านและขนาดกลางที่ใช้โดยพ่อค้าเพื่อล่องในแม่น้ำสายหลักเพื่อขนส่งสินค้ากับกองทัพที่ใช้ในทางการทหาร ยังไม่มีเรือขนาดใหญ่ที่ใช้ออกทะเลได้เลย

         และสุดท้ายคือแคว้นหยวนของข้า ตะวันตกติดฉู่ ฮั่น ใต้ติดฉินมีส่วนติดทะเลเพียงนิดเดียว ตรงที่เว้าเข้าเป็นอ่าวของทะเลที่เรียกว่า ป๋อไห่ มีการทำนาเกลือแต่ทำได้แค่ เดือนเดียวในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น มีทำประมงบ้างประปราย คนส่วนใหญ่ในแคว้นทำการเพาะปลูก แต่ผลผลิตไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก พื้นที่ 1 ใน 10 เป็นทุ่งหญ้าโล่งๆ มีการทำปศุสัตว์บ้างแล้ว ท่านพ่อของข้าก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่มาบุกเบิกทำ เหนือสุดของแคว้นหยวน ติดกับเขตแดนของชนเผ่าทู่เจีย ที่ขึ้นชื่อว่าโหดร้ายป่าเถื่อน สมัยก่อนมักเกิดการข้ามเขตแดนเข้ามาปล้นสะดมชาวบ้านที่อยู่ติดชายแดนของแคว้นหยวนบ่อยๆ ทางการต้องส่งกองทัพมาปราบปรามชาวทู่เจียไม่ขาด จนเมื่อรัชสมัยของอ๋องแคว้นหยวนองค์ก่อนถึงได้สงบลง เพราะพระองค์ทรงเกิดจากองค์หญิงชาวทู่เจียกับท่านอ๋องแคว้นหยวน เนื่องจากการอภิเษกสมรสเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีของทั้ง 2แคว้น และด้วยการผลักดันโดยการหนุนหลังลับๆจากทางทู่เจีย ก็ได้เป็นรัชทายาทและพอขึ้นเป็นอ๋องแคว้นหยวน เหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างแคว้นหยวนกับทู่เจียค่อยๆหมดไป จนกลายเป็นสนิทแนบแน่น แต่ทว่าพระองค์ก็ต้องอยู่ภายใต้การครอบงำจากทางทู่เจีย จนกระทั่งปลายรัชสมัยถึงได้หลุดพ้นการครอบงำ
         พอมาสมัยรัชกาลของท่านอ๋องปัจจุบัน ท่านอ๋องหยวนชิงเลี่ย ก็ยังดำเนินนโยบายผูกมิตรเหมือนเดิม ไม่มีการกีดกันชาวทู่เจียรวมถึงชาวหูเผ่าอื่น ไม่มีการปิดกั้น ทั้งเปิดโอกาสการเข้ารับราชการไม่ว่าจะมาจากไหนถ้ามีความสามารถ ทางแคว้นหยวนพร้อมอ้าแขนรับ ผิดกับแคว้นเว่ยที่ติดกับเผ่าซงหนู แคว้นฉู่ที่ติดกับทู่เจียและมองโกล ที่มีการกีดกันชาวหู จนมีการทำสงครามกันอยู่เนื่องๆ ดังนั้น สินค้าที่มาจากทู่เจียและมองโกล หรือชาวหูเผ่าอื่นๆ ก็ต้องนำสินค้ามาที่แคว้นหยวนๆจึงกลายเป็นศูนย์กลาง
แลกเปลี่ยนสินค้าจากชาวหูเผ่าต่างๆไปโดยปริยาย

      "มาๆนั่งนี้ ฮวาเอ่อร์หลานรัก อาอยากจะถามเจ้าซักหลายคำ ถ้าตอบถูกใจอา เดี๊ยวท่านอาหลินซือของเจ้าคนนี้ จะช่วยพูดกับท่านพ่อของหลานยอมอนุญาติ ให้ไจ๋เต๋อสอนเจ้ายิงธนู เจ้าว่าดีไหมฮ่าๆๆๆ" หลินซือ กวักมือเรียกเหมยฮวาเข้ามาหา ก่อนอุ้มมานั่งบนตัก

      "จริงนะเจ้าค่ะ ท่านอาซือ ฮิๆๆ"เหมยฮวาถึงกับหูผึ่งว่าจะได้หัดยิงธนู

      "เห๊อะ....เจ้าอย่ามาทำบ้าๆนะ น้องซือ ฮวาเอ่อร์เป็นหญิงนะ เจ้าอย่าลืม"ไป่หลงแค่นเสียง

      "ฮวาเอ่อร์เจ้าอย่าฟัง อาซือเจ้ามาก เจ้าเป็นหญิงควรต้องเก่งเย็บปักถักร้อย การบ้านการเรือน แบบท่านแม่ของเจ้า"ไป่หลงหันมาพูดกับเหมยฮวา

      "ก็มันน่าเบื่อนี้เจ้าค่ะ ท่านพ่อ"เหมยฮวาหลังจากนั่งบนตักท่านอาหลินซือ ก็หันมาส่งสายตาอ้อนๆให้กับไป่หลงก่อนพูด

      "เจ้านี้หน๊า แล้วแบบนี้ใครเค้าจะมา อึก...."ไป่หลงพูดๆอยู่แล้วก็ต้องชะงักหยุดพูด

      "ฮ่าๆๆ ท่านพี่ไป่หลง ท่านกำลังจะพูดว่า ใครจะมาขอฮวาเอ่อร์แต่งเข้าตระกูล ใช่หรือไม่ ฮ่าๆๆๆ"หลินซือ หัวเราะร่วนก่อนพูดจี้ใจดำของไป่หลง ที่หวงบุตรสาวยิ่งกว่าจงอาจหวงไข่

      "เจ้าๆๆ....เหอะ" ไป่หลงใบหน้าอับจนหนทาง ก่อนที่จะแค่นเสียงสะบัดหน้า

      "ฮ่าๆๆ ท่านพี่ไป่หลง มิใช่เรื่องดีหรอกหรือ ถ้าไม่มีพวกหนุ่มๆมาว้อแว้กับฮวาเอ่อร์ ท่านว่าจริงหรือไม่"หลินซือพูดจาโน้มน้าว เพราะรู้ถึงจุดอ่อนข้อนี้ดีของไป่หลง

      "หืมมม.."ไป่หลงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธแค่ส่งเสียงครางในลำคอ ใบหน้ามีรอยยิ้มนิดๆ

      ไจ๋เต๋อ ที่อยู่ข้างๆถึงกลับกลั้นหัวเราะ จนตัวสั่นระริก

      "เห็นไหม ฮวาเอ่อร์ ท่านพ่อเจ้ายอมแล้ว"หลินซือก้มกระซิบเบาๆกับเหมยฮวา

      "ท่านอาซือ เก่งที่สุดเลยเจ้าค่ะ ฮิๆๆๆ" เหมยฮวากระซิบตอบ

      "เอาล่ะ ลองบอกมาซิ เจ้าว่าเว่ยกับเทียนเฉา จะรบกันอีกนานแค่ไหน"หลินซือกลับมาทำหน้าจริงจังก่อนวกกลับมาที่หัวข้อก่อนหน้านี้

      "ข้าก็ไม่รุ้สิ เจ้าค่ะ แต่เมื่อกี้ที่ได้ยินที่ท่านอาซือ พูดถึงความอ่อนแอของแคว้นเทียนเฉา ข้าก็คิดว่า เทียนเฉาแค่รอเวลาที่จะล้มสลายเท่านั้น ถ้าไม่มีใครมากอบกู้ ทั้งท่านอ๋องแคว้นเทียนเฉาและรัชทายาทที่จะมาสืบทอดราชบัลลังค์ ต่างทำตัวคล้ายๆกัน ไม่สนใจบริหารบ้านเมือง ซักวันต้องล้มสลายแน่นอน

      "เจ้าพูดได้ถูกต้อง ฮวาเอ่อร์ ไม่ว่าอ๋องแคว้นเทียนเฉาและรัชทายาท แม้แต่เหล่าเชื้อพระวงค์ในแคว้นเทียนเฉาแทบทุกคน ต่างก็ทำตัวสำมะเลเทเมา เอาแต่หาความสุขใส่ตัว แล้วแคว้นเว่ยเล่า"หลินซือ

      "จากที่ ท่านอาไจ๋เต๋อพูดถึง รัชทายาทกับแม่ทัพใหญ่ แคว้นเว่ย รวมกับที่ข้าเคยได้ยิน ท่านน้าๆท่านอาท่านลุง ที่อยู่ในกองคาราวานของท่านพ่อพูดกันว่า อ๋องแคว้นเว่ยชรามากแล้ว ทำให้ล้มป่วยบ่อยๆ อาจจะสวรรคตได้ทุกเมื่อ ข้าคิดว่า รัชทายาทกับแม่ทัพเฉินเยี่ย คงต้องทุ่มเทกำลังเข้าจัดการกับแคว้นเทียนเฉา อย่างเต็มกำลัง เพราะโอกาสเป็นใจขนาดนี้แล้ว ราชสำนักฟ่อนเฟะ กองทัพขาดแม่ทัพที่เก่งกาจ มีดีแค่ทหารมากกว่าแต่ไร้คุณภาพ ดูจากผลการรบที่ท่านอาซือบอกเมื่อกี้ก็เห็นความได้เปรียบของแคว้นเว่ยแล้ว ตอนนี้ก็ต้องดูกันล่ะเจ้าค่ะว่า ระหว่างท่านอ๋องแคว้นเว่ยกับแคว้นเทียนเฉาใครจะไปก่อนกัน ถ้าท่านอ๋องแคว้นเว่ยสวรรคตก่อน สงครามคงหยุดชะงัก  เทียนเฉาก็จะมีเวลาเตรียมตัว ถึงเวลานั้นแคว้นเว่ยคงเป็นแคว้นที่ถูกล้มล้างแทนเจ้าค่ะ"เหมยฮวาร่ายยาวอย่างตั้งใจ หวังว่าคำตอบคงถูกใจท่านอาหลินซือ จนได้รับรางวัลก็คือหัดยิงธนู

      "อ่อ...แต่ถ้าแคว้นเทียนเฉาถูกล้มล้าง ข้าคิดว่าแคว้นเว่ยคงไม่หยุดอยู่แค่แคว้นเทียนเฉาแล้วเจ้าค่ะ"เหมยฮวาพูดต่อหลังจากหยุดพักหายใจ

      "ฮืมมม..เจ้าแจกแจงได้ถูกต้องแล้ว ฮวาเอ่อร์"หลินซือหลังจากฟังจบก็พยักหน้าอย่างพอใจเป็นอย่างยิ่ง

      ส่วนไป่หลงกับไจ๋เต๋อ ก็พยักหน้างึกๆ สีหน้าไป่หลงนั้นออกอาการเป็นปลื้มกับบุตรสาวของตนคนนี้ยิ่งนัก  ไจ๋เต๋อยิ่งหนักทั้งปลาบปลื้มทั้งสายตาที่มองเหมยฮวามีความเคารพเทิดทูนเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากความเอ็นดูในตัวคุณหนูของตนคนนี้

      "ในเมื่อขนาดข้าเป็นแค่เด็กก็ยังคิดออก คนอื่นก้ต้องคิดออกเหมือนกัน ทำไมถึงไม่ยอมไปช่วยแคว้นเทียนเฉารับมือแคว้นเว่ยล่ะ เจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "อึก!..อะแฮ่ม!"ไป่หลงกับไจ๋เต๋อถึงกับสะอึกก่อนที่ จะไอกลบเกลื่อน แล้วเสหน้าไปทางอื่น กลัวเหมยฮวาจะมองเห็นใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความอาย

       'ข้าก็เพิ่งคิดออกเมื่อตอน เจ้าพูดออกมาเมื่อกี้นี้เอง ฮวาเอ่อร์'

    'ข้าน้อย ก็เพิ่งคิดออกเมื่อตอนคุณหนู พูดออกมาเมื่อกี้นี้เอง ขอรับคุณหนู'

      ไป่หลงกับไจ๋เต๋อคิดพร้อมๆกัน

      "อะแห่ม! ฮ่าๆๆๆๆ เพราะความอิจฉาบังตาและ ใครๆก็อยากเห็นความตกต่ำของแคว้นเทียนเฉา ไงล่ะ  ฮวาเอ่อร์ ไหนจะเป็นเพราะแคว้นเทียนเฉานั่นยังอยู่กับความยิ่งใหญ่ในอดีตของตน ไม่เคยมองผ่านความมั่งคั่งที่ห่อหุ้มตัวเองอยู่ จึงไม่เห็นถึงความเป็นจริง พอมองไม่เห็นก็ยิ่งคิดว่าเรื่องอะไรจะยอมเสียศักดิ์ศรีไปคุกเข่าของร้องคนอื่นให้มาช่วย" หลินซือ กระแอ่มเพื่อดึงความสนใจเหมยฮวา ไม่ให้มองไปทาง ไป่หลงกับไจ๋เต๋อ

      "เหรอ เจ้าค่ะ ข้าไม่เห็นจะเข้าใจเลย ก็แค่ศักดิ์ศรีไม่เห็นจะมีค่าถ้าตาย"เหมยฮวา

      "ฮ่าๆๆๆ เจ้ายังเด็ก ยังไม่รู้ถึงอานุภาพของคำๆนี้หรอก โตขึ้นแล้วจะเข้าใจ"หลินซือเอ่ยคำพร้อมกับลูบหัวเหมยฮวาอย่างเอ็นดู

      ด้วยความที่ชาติที่แล้วของเหมยฮวา ตอนเป็นนิดนั้นแทบไม่รู้จัก รัก โลภ โกรธ หลง ดีพอ เพราะด้วยที่ป่วยต้องอยู่แค่ในบ้าน ไม่ค่อยได้เจอกับคนทั่วไปบ่อยนัก อารมณ์รักของเหมยฮวาที่รู้จักก็คือรักพ่อแม่พี่น้อง ที่มีแต่ความบริสุทธิ์ใจ โกรธ ก็มีบ้างที่เกิดจากความพิการแต่ก็ด้วยความที่อารมณ์มีผลต่อสุขภาพ ถ้าป่วยหนักพ่อแม่พี่น้องก็จะเป็นห่วง จึงพยายามหาวิธีมาทำให้จิตใจสงบและปล่อยวาง ทำบ่อยๆจนติดเป็นนิสัย พอทำได้แบบนี้อารมณ์ โลภ หลงก็ถือว่าแก้ได้ไปในตัว

      "งั้นเหรอเจ้าคะ แล้วท่านอาถูกใจคำตอบข้าหรือเปล่า ฮิๆๆ"เหมยฮวาเริ่มท้วงสัญญา

      "ฮ่าๆๆ....แน่นอน ท่านพี่ไป่หลง"หลินซือ

      "เห้ออ.....เอาเถอะ พ่ออนุญาติเจ้า หึๆๆๆ"ไป่หลงทำเป็นตัดใจ เผลอหลุดหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว เพราะแค่คิดว่า ฮวาเอ่อร์ ลดโอกาสในอนาคตที่จะมีชายหนุ่มมาว้อแว้ คนเป็นพ่อก็สุขใจยิ่งนัก

      "ไจ๋เต๋อ รบกวนเจ้าแล้ว ข้าคิดว่า อาทิตย์ล่ะครั้งก็พอ เดี๊ยวเฟยเอี้ยนจะรู้เข้า ถ้ามาบ่อยๆ"ไป่หลง

      "ข้าน้อยยินดียิ่งนัก ขอรับ"ไจ๋เต๋อ

      "ฮิๆๆ ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านอาซือ ท่านอาไจ๋เต๋อ"เหมยกล่าวขอบคุณพร้อมทั้งรีบเข้าไปหอมแก้มหลินซือ ตามด้วย ทั้งกอดทั้งหอมไป่หลง

      "ฮ่าๆๆๆๆ"หลินซือ

      "ฮ่าๆๆ ฮวาเอ่อร์ ของพ่อๆ ฮ่าๆๆๆ"โดนลูกอ้อนบ่อยๆแบบนี้เข้า ไป่หลงไม่ให้รักให้หลงและหวงบุตรสาวคนนี้ได้ไง ไหว

      "พอๆก่อน ฮวาเอ่อร์ เดี๊ยวพ่อคุยงานกับท่านอาไจ๋เต๋อเจ้าก่อน จะได้กลับกันท่านแม่เจ้าคงรอพวกเราแล้วตอนนี้ ส่วนเรื่องเรียนธนู อีก 7วัน พวกเราค่อยมาเรียน ไปเล่นข้างนอกรอพ่อก่อนนะ"ไป่หลง

      "เจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      'อ๊ะ! ข้าลืมท่านแม่ไปเลย ทำไงดีๆ หนีเรียนมาแบบนี้ท่านแม่ ต้องโกรธข้ามากแน่ๆ คิดซิๆๆ จะทำยังไงดี อ๊า ข้านึกออกแล้ว เอาแบบนี้ล่ะกัน ขอโทษด้วยนะ เจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านอาซือ ฮิๆๆ'เหมยฮวาหลังจากนึกออกก็รีบวิ่งไปที่ทุ่งหญ้าทันที

      "ฮวาเอ่อร์! เตรียมตัวกลับกันได้แล้ว"ไป่หลงตะโกนเรียก

      "เจ้าค๊า มาแล้วๆ ท่านพ่อ"เหมยฮวา

      จวนตระกูลหลี่

      "ท่านแม่ๆ! ข้ากับท่านพ่อ ท่านอาซือกลับมาแล้ว"เสียงเจื้อยแจ้ว ดังมาตั้งแต่ยังไม่ถึง

      พอเฟยเอี้ยนได้ยินก็สั่งกับ ไห่ถังว่า

      "เจ้าไปเตรียมไม้เรียวมาให้ข้า วันนี้ยังไง ข้าก็จะลงโทษนางให้ได้"

      "อย่าเลยนะเจ้าค่ะ คุณหนูยังเล็กนัก"ไห่ถังอ้อนวอน

      "ใช่เจ้าค่ะ แค่ดุด่าก็พอแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยิน"ฉู่ฉู่เสริม

      "ไม่ได้ เป็นตายยังไงข้าต้องลงโทษนางให้หลาบจำ จะได้ไม่หนีเรียนอีก"เฟยเอี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง

      "ท่านแม่ๆ ข้ากลับมาแล้วว ฮิๆๆ"เหมยฮวา รีบวิ่งมาหาเฟยเอี้ยนโดยทิ้งห่าง ไป่หลง หลินซือ ที่เพิ่งเดินมาถึงลานหน้าบ้าน

      "ฮวาเอ่อร์! เจ้าบอกแม่มาสิ ว่าทำไมถึงได้หนีเรียน แม่เคยบอกกับเจ้าแล้วใช่ไหม ถ้ามีอีกครั้งแม่จะลงโทษเจ้า"เฟยเอี้ยน

      "กะ....ก็ ตอนนั้นความจริงข้ากำลังมาหาท่านแม่เพื่อเรียน แต่ว่าระหว่างทาง ข้าเจอท่านพ่อกับท่านอาหลินซือพอดี บอกว่าจะไปดูม้าที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ของเรา ท่านพ่อถามข้าว่าจะไปด้วยไหม ข้าก็บอกว่าข้ากำลังจะไปเรียนกับท่านแม่ แต่ท่านพ่อก็พูดว่า ตอนนี้ที่ทุ่งหญ้ามีดอกไม้บานสะพรั่ง ไม่อยากไปดูบ้างเหรอ พอท่านพ่อพูดแบบนี้ ข้าก็เลยคิดว่า ถ้าข้าไปเก็บดอกไม้มาถักเป็นมงกุฏสวมให้กับท่านแม่ๆคงจะดีใจมากแน่ๆ ข้าก็เลยไปเจ้าค่ะ ท่านแม่อย่าโกรธข้าเลยนะ ข้ารู้ว่าข้าผิดที่หนีเรียน แต่เพราะข้าอยากทำมงกุฏดอกไม้สวยๆมาให้ท่านแม่ ถ้าท่านแม่จะลงโทษข้าๆก็เต็มใจเจ้าค่ะ"เหมยฮวาพูดเสร็จก็ ค่อยๆคลี่ผ้าเช็ดหน้าที่ห่อมงกุฏดอกไม้ที่ว่า ไว้อย่างหลวมๆออกมาให้เฟยเอี้ยน พร้อมกับตีหน้าเศร้า ก่อนจะยืนกอดอกแล้วหันข้างให้ทำท่าเพื่อเตรียมตัวรับโทษ

      "โถ....ฮวาเอ่อร์ของแม่ ๆไม่รู้จริงๆ แม่ต้องขอโทษเจ้าด้วยนะที่โมโหเจ้า คราวหลังก็มาบอกแม่ก่อน แม่จะได้รู้ หายไปแบบนี้แม่ไม่รู้ก็ย่อมโกรธเจ้าเป็นธรรมดา"เฟยเอี้ยนใจอ่อนยวบ ย่อตัวลงดึงเหมยฮวา เข้ามากอดกล่าวอย่างอ่อนโยน

      เหมยฮวาก็กอดคืน ก่อนที่จะขยิบตาให้กับพี่เลี้ยงทั้ง สองพร้อมทำมือบ่งบอกให้เอาไม้เรียวไปเก็บ  พี่เลี้ยงทั้งสองถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ได้แต่ก้มหน้าก้มตาหลบออกไป ขณะนั้นไป่หลง หลินซือ ก็เข้ามาพอดี เฟยเอี้ยนเห็นเข้า

      "ท่านพี่ ทำไมทำแบบนี้ ลูกไม่อยากไป ท่านก็ยังจะมาพูดให้ลูกอยากไปอีก คืนนี้ท่านก็นอนคนเดียวก็แล้วกัน ข้าจะนอนกับลูก ป่ะ ฮวาเอ่อร์ ไปอาบน้ำก่อนมาเหนื่อยๆ แล้วค่อยทานข้าว"เฟยเอี้ยนพูดเสร็จก็อุ้มเหมยฮวาไปทันที ไม่ยอมรอฟังไป่หลงพูดตอบ

      "ขะ...ข้าๆ ทำอะไร เดี๊ยว มาบอกข้าก่อน เอี้ยนเอ่อร์" ไป่หลงทำหน้างงๆ

       "น้องซือ นางโกรธข้าเรื่องอะไร เจ้ารู้ไหม เมื่อกี้ข้าฟังไม่ทัน" ไป่หลง

      "ฮ่าๆๆๆๆ ท่านก็ไม่รู้ต่อไปเถอะ ฮ่าๆๆๆ" หลินซือ คิดตามที่ได้ยินก็รู้คร่าวๆแล้วว่าอะไร ก็เดินหนีไป

      "ดะ...เดี๊ยวๆ น้องซือเจ้ารู้อะไร กลับมาบอกข้าก่อนนน" ไป่หลง

 

 

 

ป.ล. ชักเริ่มตื้อๆคิดม่ะออก ไม่รู้จะเอาไงก่ะบทพูดดีช่วงนี้ คิดเนื้อหาไว้แล้วแต่ติดตรงบทพูดไม่รู้จะเอาไงดี ฮิๆๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #1795 kanak (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 05:02
    สนุกมากๆ เลยค่า น่ารักดี

    แต่บทแรกๆ ตายแบบว่า น่าสงสารมากจริงๆ
    #1795
    0
  2. #1658 kanya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 17:37
    ตัวอักษรน่าจะกว่านี้นะคะตัวเล็กอ่านหยากมากเลยคะ
    #1658
    0
  3. #1447 Manuchz (@manuchz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 01:06
    พึ่งมาอ่าน สนุกมากๆๆๆๆ ชอบบรรยายช่วงที่นิดยังเด็กตอนนี้มาก น่ารักน่าเอ็นดู
    #1447
    0
  4. #1216 ROOM333 (@garnet-t) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 23:40
    555ได้กันเองเฉยเลย
    #1216
    0
  5. #968 Pepzi~* (@hola_zuza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 01:18
    เด็ก 4-5 ขวบ พูดได้เป็นวรรคเป็นเวรขนาดนี้ .. แถมขี่ม้าอีก เอิ่มมมม...
    #968
    0
  6. #736 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 20:12
    ต๊ายยย  ยัยตัวแสบบบ ฮ่าๆๆๆๆ
    #736
    0
  7. #520 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 18:51
    เจอมารยาของลูกสาวเข้าแล้ว
    #520
    0
  8. #207 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 15:41
    +5555555555555+
    #207
    0
  9. วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 21:27
    สนุกมาก
    #85
    0
  10. #84 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 21:24
    ขี้อ้อนแล้วยังแสบอีกนะ >< น่ารัก
    #84
    0
  11. #29 Pitikan Rupud (@pitikan-rupud) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 20:20
    น่าาาาาารักกกกกกที่สุดดดดดด
    #29
    0
  12. #17 oxygirl (@oxygirl96) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 23:35
    น่ารักอ่ะนางเอก รอๆๆๆ
    #17
    0
  13. #16 ploythara (@ploythara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 23:26
    สนุกดีค่ะ นางเอกขี้อ้อนจังนะ
    #16
    0
  14. #15 tookno1 (@tookno1) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 22:05
    แสบมาก ขี้อ้อนสุดๆ มาอัพเร็วๆนะ
    #15
    0
  15. วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 21:41
    ทั้งขี้อ้อน ทังแสบเลยนะนี้  สู้ๆค่ะ



    #14
    0