Short Fiction

ตอนที่ 5 : One Night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 มี.ค. 61

One Night



........สำหรับฉัน การที่จะชอบใครสักคนมันเป็นเรื่องง่าย แต่การที่จะรักและลงหลักปักฐานกับใคร มันช่างยากเหลือเกิน เราอาจจะรู้สึกดีกับคนที่เข้ามาในชีวิตเรา แต่เราไม่อาจรู้ได้เลยว่า คน ๆ นั้นเค้าพร้อมที่จะรักเราคนเดียวหรือป่าว........

 

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันยังไม่พร้อมที่จะคบกับน้องวิดวะอย่างจริงจัง แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะใจอ่อน กลับมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันเกิดความลังเลอีกครั้ง ฉันควรจะตัดสินใจอย่างไรดี สิ่งที่เค้าทำ มันเป็นเพราะเค้ารักฉัน หรือแค่หลอกให้รักกันแน่.......

---------------------------------------------------------------------------

แนะนำตัวละคร




เฟรม - วิศวะ ปี 3




แคท - นิเทศน์ ปี 4




น้ำหวานนิเทศน์ ปี 4




ญาญ่านิเทศน์ ปี 4




แบมนิเทศน์ปี 4




แชมป์แพทย์ ปี 6




นัทวิศวะ ปี 3




เจฟวิศวะ ปี 3



----------------------------------------------------------------------------

 

การใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นให้คุ้ม เป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็อยากทำ โดยเฉพาะชีวิตในรั้วมหาลัยที่มีความอิสระค่อนข้างมาก เพราะไม่ได้อยู่ในสายตาของพ่อแม่เหมือนตอนเรียนประถมหรือมัธยม และยังเป็นวัยที่ก่ำกึ่งระหว่างวัยทำงานและวัยเรียน ที่ยังคงต้องเรียนแต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง ดังนั้น ก่อนที่จะต้องไปใช้ชีวิตในสังคมของการทำงาน การที่ต้องดูแลตัวเองอย่างเต็มตัว หลายคนก็คงอยากใช้ชีวิตในช่วงมหาลัยนี้ให้สุดคุ้มเสียก่อน และฉันก็คือหนึ่งในคนเหล่านั้น

วันศุกร์หรรษา วันศุกร์สุดสัปดาห์ ใคร ๆ ก็ออกไปเที่ยวให้สมกับการที่ต้องเรียนอย่างหนักหน่วงมา 5 วัน ไม่ว่าจะเป็น เดินตลาดนัดหน้ามหาวิทยาลัย หรือมีเงินหน่อยก็ไปเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้า ถ้านักท่องราตรีก็ไม่วายที่จะไปนั่งดื่มชิว ๆ หรือเที่ยวคลับ

สำหรับฉันน่ะหรอ เรื่องเที่ยวนี่ขอให้บอก ไปไหนไปกัน แม้จะนัดแบบกะทันหันก็ไม่ต้องห่วง เพราะฉันแสตนด์บายรอ 24 ชั่วโมง เพียงโทรหากริ๊งเดียว ขอเวลาแต่งตัวแค่ 15 นาที ก็พร้อมออกท่องราตรีแล้ว และคืนนี้ก็เหมือนกัน ฉันและเพื่อน ๆ นัดกันว่าวันนี้เราจะไปนั่งชิวที่คลับแถวหน้ามหาลัยซักหน่อย หลังจากที่ไม่ได้ไปเกือบเดือนเพราะต้องเร่งทำมินิโปรเจ็คกัน และวันนี้ก็เป็นวันนำเสนอ ซึ่งการนำเสนอของพวกเราก็ผ่านไปได้ด้วยดี วันศุกร์สุดหรรษาแบบนี้ก็เลยขอมาฉลองให้เต็มที่เสียหน่อย ให้สมกับความอยากที่สั่งสมมาเกือบเดือน Let’s go to party!!!

  

 

“แหมกว่าจะเสด็จมาได้นะยะหล่อน โถะๆๆๆ วันนี้จัดเต็มเชียวนะจ๊ะ ทั้งหน้า ผม ชุด กะมาอ่อยผู้เต็มที่เลยล่ะซิ”พอฉันเดินมาถึงโต๊ะที่มีกลุ่มเพื่อน ๆ นั่งรออยู่แล้ว ยังไม่ทันได้หย่อนก้นลงกับเก้าอี้ญาญ่าก็แซวฉันก่อนเพื่อน พร้อมกับส่งสายตาสำรวจฉันไปทั่วร่าง

“ก็นึดนึงแหละ ไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้เกือบเดือน ไหนจะเครียดเรื่องงานอีก ก็ขอจัดเต็มให้หายเครียดและสมกับความอยากหน่อยเถอะจ่ะ”ฉันตอบแบมพร้อมกับยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟเพื่อสั่งเครื่องดื่ม

“จ่ะ จัดเต็มให้หายอยากน่ะพอเข้าใจ แต่ระวังจะผิดใจกับน้องวิดวะนะจ๊ะ”พอแบมพูดมาอย่างนั้น เพื่อน ๆ อีก 2 คนก็พร้อมที่จะมาเป็นกำลังเสริมให้แบมกันเลยทีเดียว

“นั่นน่ะซิ ระวังน้องเค้าจะเห็นนอของเพื่อนแล้วเผ่นหนี อันนี้เพื่อนก็ช่วยไม่ได้นะคะ”น้ำหวานพูดพลางยกเครื่องดื่มสีฟ้าขึ้นจิบ

“พวกแกก็พูดเกินไป ฉันก็แค่คุยกับน้องเค้า ยังไม่ได้คบกันสักหน่อย”หลังจากพูดจบฉันก็ยกเครื่องดื่มของตัวเองที่เพิ่งถูกนำมาเสิร์ฟขึ้นมาจิบบ้าง เฮ้อ! รู้สึกสดชื่นสุด ๆ หลังจากที่ไม่ได้ลิ้มรสของมันมานานมาก //เดือนนึงนี่นานสำหรับฉันแล้วนะ

“แล้วคุยกันไปถึงไหนแล้วล่ะ เมื่อไหร่จะตกลงคบกันสักที เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันออกจะบ่อย แล้วฉันก็ดูออกนะ”แบมชี้นิ้วมาที่ฉันพร้อมกับจ้องไม่ละสายตา “ว่าแกก็ชอบน้องเค้าเหมือนกัน ทำเป็นเล่นตัวอยู่ได้ เดี๋ยวเค้าก็ถอดใจเลิกจีบหรอก”

“นั่นซิ ชัดช้าระวังสุนัขคาบไปรับประทานนะจ๊ะ เพราะน้องเค้าก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่ ออกจะหล่อเท่แมนซัมด้วยซ้ำไป”น้ำหวานพูดเสริม

“แถมยังเกือบจะได้เป็นเดือนคณะ ถ้าไม่ติดว่าเป็นอีสุกอีใสเสียก่อน”คนเริ่มเรื่อง เสริมขึ้นมาอีก

“ไอ้ชอบมันก็ชอบอยู่หรอก แต่ฉันก็อยากให้แน่ใจกว่านี้นิสสสส...นึง”ฉันทำท่าทางประกอบคำพูด

“จ่ะ แล้วก็รีบ ๆ แน่ใจซะนะ ถ้าอกหักขึ้นมาขี้คร้านจะมาช่วยซับน้ำตาทีหลัง”น้ำหวานว่าพลางหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว

  

 

[Writer Talk]

 

หลังจากเมาส์มอยด์เรื่องผู้จบ ทั้งสี่สาวเพื่อนซี้ก็หยิบยกเรื่องอื่น ๆ มาเมาส์ไม่ขาดปาก เมาส์ตั้งแต่เกิดเลยไปยันแก่ เมาส์ไปก็ดื่มไป มันจะมีอะไรที่ทำให้สุขได้ขนาดนี้อีก ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ และไม่รู้ว่าพวกเธอดื่มไปกี่แก้ว จนตอนนี้แต่ละคนเริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้ว โดยเฉพาะแคท

“นี่! พวกแกว่า ฉันควรจะยอมคบกับน้องเค้าดีมั้ยวะ เพราะน้องเค้าก็เป็นคนดีนะเว้ย ปกติผู้ชายที่เข้ามาจีบฉันเนี่ย ไม่เคยทนจีบฉันได้นานขนาดนี้เลย พอฉันไม่เล่นด้วยก็หันไปควงสาวอื่นมาเดินเฉียด เชิดหน้าเชิดตาใส่ฉัน คิดว่าตัวเองหล่อเลือกได้ โถ่ ที่จริงก็แค่อยากเปิดซิงฉันแค่นั้นแหละ”ปากก็พูด หัวก็โยกไปมาอย่างกับตุ๊กตาล้มลุก

“ฉันว่าแกกลับมั้ย ดูท่าแกจะไม่ไหวแล้วนะ”น้ำหวานที่ยังมีสติที่สุดในกลุ่มพูดด้วยความเป็นห่วง

“เออ ฉันว่าแกกลับเหอะ สภาพแกดูไหวจริง ๆ ตอนนี้”

“ญาญ่า แกก็อีกคน สภาพไม่ได้ต่างจากยัยแคทเลย”คนถูกพูดถึงนั่งเอามือเท้าคางอยากกับว่าน้ำหนักของหัวมันมากเสียจนต้องหาอะไรมารองรับไว้

“ฉันก็มึน ๆ แล้วอ่ะ เรากลับกันเหอะ ก่อนที่จะขับรถไม่ไหว ดีนะ ที่แกคอแข็งกว่าเพื่อน”แบมหันไปพูดกับน้ำหวาน

“ฉันก็ต้องคอแข็งซิ ไม่งั้นใครจะลากพวกแกกลับ ไม่งั้นใครจะขับรถพาพวกแกไปส่ง แล้วนี่ดูท่าจะไม่ไหวกันทั้ง 3 คนเลย กว่าจะลากพวกแกไปขึ้นรถหมด ฉันคงได้เป็นลมก่อน”คนมีสติสุดลุกขึ้นยืนเท้าสะเอว พร้อมกับบ่นยกใหญ่เมื่อเห็นสภาพของเพื่อนแต่ละคน

“สวัสดีครับพี่ ๆ”ขณะที่น้ำหวานกำลังหนักใจกับการพาเพื่อน ๆ กลับนั้นก็มีเสียงหนึ่งเข้ามาทักทาย

“อ้าว! น้องวิดวะ มาได้ไงเนี่ย”น้ำหวานหันไปทักทายผู้มาเยือน

น้องวิดวะที่น้ำหวานกำลังสนทนาด้วยก็คือเฟรม เด็กหนุ่มจากคณะวิศวะกรรมศาสตร์ที่มาจีบแคทเมื่อหลายเดือนก่อน และตอนนี้ก็กำลังตามจีบอยู่ เพราะเพื่อนของเราไม่ยอมตกลงเป็นแฟนของเค้าสักที

“พอดีรุ่นพี่ที่คณะพามาเลี้ยงน่ะครับ แล้วนี่....”เฟรมหันไปมองยังสามสาวที่คอพับคออ่อนอยู่กับโต๊ะ

“อ้าวววววว เฟรมมมมมมม”แคทลุกขึ้นมาเมื่อเห็นผู้มาเยือน “ตามพี่มาถึงที่นี่เลยหรอ”พูดไปก็พลางลุกขึ้นเดินเข้าไปหาผู้มาเยือน แต่ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอร์ทำให้กำลังขามันลดลงจนเกือบจะทำให้หน้าคะมำถ้าชายตรงหน้าไม่รับไว้เสียก่อน

“พี่แคท ระวังหน่อยซิครับ เดี๋ยวก็หกล้มหรอก”คนรับแอบติงเบา ๆ ในความไม่เจียมสังขารของแคท

“แหมๆๆ เป็นห่วงพี่ล่ะซิ๊ นี่ชอบพี่ขนาดตามมาหาพี่ถึงนี่เลยหรอ”

“แกนี่ขี้มโนนะแคท น้องเค้าก็บอกอยู่ว่ารุ่นพี่พามาเลี้ยง”แบมพูด

“แคท แกเมามากแล้วนะ กลับกันเถอะ”น้ำหวานพยายามที่จะดึงเพื่อนออกมาจากชายที่เพื่อนตัวเองเกาะกุมไว้เป็นหลักเพื่อไม่ให้ล้ม

“โอเค ฉันกลับก็ได้”แคทหันไปหาน้ำหวาน แล้วทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเค “แต่....ฉันจะให้น้องเฟรมไปส่งนะ แกไม่ต้องไปส่งฉันหรอก ไปส่งญาญ่ากับแบมเถอะ”แคทชี้ไปหาเพื่อนที่ฟุบกับโต๊ะไปแล้วหนึ่ง และอีกหนึ่งก็นั่งกุมขมับอยู่

“เดี๋ยวฉันไปส่งแกเองดีกว่า จะไปรบกวนน้องทำไม น้องจะได้เที่ยวกับเพื่อน ๆ ของเค้า”น้ำหวานยังคงพยายามที่จะเอาตัวเพื่อนออกมาจากชายรุ่นน้อง

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมไปส่งพี่แคทให้ก็ได้ ผมกำลังจะกลับพอดี”

“เห็นมั้ยล่ะ น้องเฟรมอยากไปส่งฉันจะตาย รบกวนที่ไหนกัน จริงมั้ย”แคทหันไปยิ้มให้น้องวิดวะ แถมยังถือวิสาสะไปจับแก้มเค้าอีก น้ำหวานที่ยืนมองอยู่ ได้แต่ส่ายหัวให้กับความจริตของเพื่อน เมาทีไรแล้วเป็นอย่างนี้ทุกที น้ำหวานคิดในใจ

“แน่ใจนะว่าจะไม่ให้ฉันไปส่ง”น้ำหวานถามย้ำอีกครั้ง

“แน่ใจซิ ฉันไปกับน้องเฟรม แกสบายใจได้ ฉันเชื่อว่าน้องเค้าจะดูแลฉันเป็นอย่างดี”แคทพูดพร้อมกับมองหน้าและเอามือคล้องคอชายข้าง ๆ ที่ยืนเงียบมานาน

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลพี่แคทเป็นอย่างดี”เฟรมหันไปยืนยันกับน้ำหวาน น้ำหวานก็ได้แต่พยักหน้ารับ แต่ก็ยังแอบเป็นห่วงอยู่ และด้วยรู้จักเพื่อนตัวเองดีว่าเป็นคนดื้อขนาดไหน ถ้ายิ่งแอลกอฮอล์เข้าปากแล้วล่ะก็ ความดื้อเพิ่มเป็นสองเท่า ห้ามยังไงก็ไม่ฟัง

“ขอบใจนะ พี่ฝากด้วยละกัน แต่ก่อนอื่นต้องแบกสังขารยัยสองคนนี้ไปขึ้นรถก่อน”น้ำหวานพูดพลางหันไปมองเพื่อนทั้งสองอย่างหนักใจ แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องทำหน้าที่ในการพาเพื่อน ๆ กลับ แต่ก็ไม่เคยชินเลยสักครั้ง

“เดี๋ยวผมให้เพื่อนมาช่วยดีกว่าครับ”พูดจบ หนุ่มรุ่นน้องก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดที่หน้าจออยู่ 3-4 ครั้ง เมื่อสนทนากับปลายสายจบก็กดวางและเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม

 

  

“ขอบใจน้อง ๆ มากนะที่ช่วยแบกเพื่อนพี่มาส่ง”น้ำหวานหันไปขอบใจรุ่นน้องวิศวะสองคนที่ช่วยพาเพื่อนของตัวเองมาส่งที่รถ

“ผมแบกเพื่อนกลับประจำ เรื่องแค่นี้สบายมากครับ”เจฟ หนึ่งในเพื่อนของเฟรมพูดขึ้น

“ใช่ครับ พวกผมสามคนรับหน้าที่หิ้วปีกเพื่อนกลับตลอด”นัท พูดพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ และน้ำหวานก็ยิ้มรับ

“ยังไงพี่ฝากเฟรมดูแลเพื่อนพี่ด้วยนะ เวลานางเมาจะชอบพูดอะไรเรื่อยเปื่อย อย่าไปถือสาเลยนะ”น้ำหวานหันไปฝากฝังเพื่อนกับหนุ่มรุ่นน้อง และต้องพูดดักทางบอกข้อเสียของเพื่อนตัวเองไว้ก่อน เพราะกลัวว่าชายที่มาจีบเพื่อนของตนจะรับตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนไม่ได้ -_-

“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เฮ้ย! ฝากบอกพี่นุ๊กด้วยนะเว้ยว่าฉันขอกลับก่อน”ประโยคหลังเฟรมหันไปคุยกับเพื่อนทั้ง 2 คน “งั้นผมไปก่อนนะครับ ไปก่อนนะเว้ย”

“จ่ะ ครับรถดี ๆ นะ” หลังจากร่ำลากันเรียบร้อย ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป

 

  

“โอ๊ย! ทำไมหนักหัวขนาดนี้เนี่ย”แบมตื่นขึ้นมากุมขมับพร้อมนิ่วหน้าขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด หลังจากที่หลับไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

“ก็กินไปเยอะซะขนาดนั้น”น้ำหวานพูด สายตาก็มองไปยังถนนเบื้องหน้า

“อ้าว! แล้วแคทไปไหนล่ะ แกไปส่งแคทแล้วหรอ”แบมพูดขึ้นเมื่อหันไปเบาะหลังแล้วเจอญาญ่านอนยาวอยู่บนเบาะหลังเพียงคนเดียว

“โอ๊ย! รายนั้นน่ะไม่ต้องห่วงหรอก มีผู้มารับถึงที่”

“หื้อ? ผู้หรอ? ใคร? น้องวิดวะหรอ?”คนพูดทำท่าครุ่นคิดเพียงครู่แล้วก็ตอบคำถามด้วยตัวเอง

“จะมีใครล่ะ ก็คนนั้นแหละ แหม ยัยแคท ทำเป็นเล่นตัวไม่ยอมคบกับเค้าสักที แต่ก็อ่อยเค้าให้เค้าไปส่ง”น้ำหวานแอบติงเพื่อน

“อ่อยหรอ เออใช่ เวลายัยแคทชอบใคร ถ้าเจอเค้าคนนั้นตอนเมา ยัยนั่นอ่อยซะจนพวกเราเข้าไปห้ามแทบไม่ทัน”แบมพูดไปก็พลางกุมขมับไป ส่วนน้ำหวานก็ยิ้มมุมปาก ด้วยความที่รู้นิสัยของเพื่อนเป็นอย่างดี แล้วก็นึกย้อนไปตอนปี 2 ที่แคทแอบชอบรุ่นพี่คณะแพทย์คนหนึ่ง ชื่อว่า พี่แชมป์ พวกเธอไปเที่ยวคลับด้วยกันเป็นครั้งแรก แล้วก็ดื่มกันหนักมาก พอแคทเผอิญไปเจอพี่แชมป์ที่ไปเที่ยวที่เดียวกัน ก็ไปประกาศตัวว่าชอบพี่เค้าแถมยังเข้าไปเต้นกับเค้าทั้งที่ไม่ได้สนิทกัน ทำเอาพี่แชมป์นี่อึ้งไปเลย แต่ดีที่เพื่อน ๆ ไปห้ามไว้ทันและพี่แชมป์ก็เข้าใจ หลังจากรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป แคทก็ไม่กล้าสู้หน้าพี่แชมป์เลย แต่ตอนนี้พี่เค้าก็มีแฟนไปแล้ว และน้ำหวานก็เชื่อว่าเพื่อนของตนก็ไม่ได้คิดอะไรกับชายรุ่นพี่คนนั้นแล้ว

 

  

“ผู้ขายสมัยนี้นะ พอผู้หญิงเล่นตัวนิดหน่อย ก็ทำเป็นถอยห่าง คิดว่าผู้หญิงใจง่ายเหมือนกันหมดหรือไงถึงได้มาจีบเล่น ๆ แล้วก็ไป”เฟรมฟังรุ่นพี่สาวที่ตนตามจีบบ่นมาตลอดทางเรื่องผู้ชาย ซึ่งเค้าก็ได้แต่รับฟังอยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งขับรถมาถึงที่พัก

“พี่แคท ถึงแล้วครับ”ชายหนุ่มเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับพร้อมกับพยายามประคองหญิงสาวออกมาจากรถ “ผมพาพี่มาพักที่ห้องผมก่อนนะครับ เพราะผมหาคีการ์ดห้องพี่ไม่เจอ แล้วพรุ่งนี้ผมจะไปส่ง”ชายหนุ่มพูดพลางประคองหญิงสาวไปที่ลิฟท์

“นี่พาพี่มานอนห้องเลยหรอ แหนะ! คิดจะเปิดซิงพี่ใช่มั้ย”หญิงสาวพูดพลางเอามือทาบอก ทำท่าตกใจทีเล่นทีจริง

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ไปพักผ่อนเถอะ พี่เมามากแล้วนะ”ชายหนุ่มอดที่จะขำให้กับท่าทีของสาวรุ่นพี่ไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหญิงที่ตนชอบอีกมุมหนึ่ง เวลาเมาแล้วเป็นแบบนี้เอง ชายหนุ่มคิดในใจ

“เฟรม”

“ครับ”

“ความจริงพี่ก็ชอบเรานะ”ชายหนุ่มชะงักไปเมื่อได้ยินอย่างนั้น เพราะตลอดเวลาหลายเดือนที่เค้าตามจีบรุ่นพี่คนนี้มา เค้าไม่เคยได้ยินคำนี้จากสาวรุ่นพี่เลย

“จริงหรอครับ”พูดจบ ชายหนุ่มก็ประคองหญิงสาวเดินไปตามทางเดินของหอพัก

“จริงซิ แต่ที่พี่ยังไม่ตกลงเป็นแฟนกับเรา เพราะพี่ยังไม่แน่ใจว่าเราชอบพี่มากแค่ไหน ชอบพี่มากพอที่จะรอพี่ได้รึเปล่า”หญิงสาวเหมือนได้ระบายความในใจของตนออกมา

“แล้วตอนนี้ พี่ได้คำตอบหรือยังครับ”

“หึๆๆๆ”หญิงสาวหัวเราะในลำคอเบา ๆ “ไม่บอกหรอก พี่เป็นผู้หญิงนะจะให้มาพูดเรื่องแบบนี้กับผู้ชายได้ยังไงเล่า มันไม่งาม”ชายหนุ่มแอบหัวเราะออกมาอีกครั้งกับท่าทีที่ออกจะขัดแย้งกันของหญิงสาว ไม่รู้คืนนี้เค้าแอบหัวเราะไปกี่ครั้งแล้วกับสาวเจ้าคนนี้

“ถึงแล้วครับ พี่นอนพักผ่อนนะ เดี๋ยวผมจะเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้”ชายหนุ่มพูดหลังจากประคองหญิงสาวมานอนบนเตียงซึ่งเป็นห้องของตน และกำลังเดินจะออกไป แต่ก็ถูกมือเรียวรั้งไว้เสียก่อน

“ไม่เอา ไม่เช็ด มานั่งคุยกันก่อน”หญิงสาวลุกขึ้นนั่งบนเตียง

“คุยอะไรครับ”หญิงสาวลุกออกมาจากเตียง แล้วไปยืนตรงหน้าชายหนุ่มพร้อมกับเอามือคล้องคอชายหนุ่มไว้ไม่ให้ไปไหน แต่ออกจะดูเหมือนพยายามหาหลักยึดไม่ให้ตัวเองล้มมากกว่า

“ชอบพี่หรือเปล่า”หญิงสาวพูดพลางจ้องตาชายหนุ่มอย่างไม่ลดละ และถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ชอบครับ”ซึ่งชายหนุ่มก็ได้ไม่หลบหลีกสายตาแต่อย่างใด

“ทำไมถึงทนจีบพี่ได้นานขนาดนี้ ถ้าเป็นคนอื่นเค้าถอดใจไปนานแล้ว”

“ก็ผมชอบพี่นี่ครับ”พูดพลางรวบเอวสาวรุ่นพี่ตรงหน้าไว้ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเหมือนจะเสียหลักล้ม

“ถ้าพี่ไม่ชอบเราตอบ จะถอดใจหรือเปล่า”ในแววตาเผลอให้เห็นความเศร้าครู่หนึ่ง

“ก็ไม่รู้ซิครับ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมชอบพี่ และจะจีบพี่เรื่อย ๆ และผมก็ยังไม่รู้สึกเหนื่อย ก็เลยไม่คิดจะถอดใจ แล้วอีกอย่าง ผมก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ด้วยซิ”ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปาก

หญิงสาวดันชายตรงหน้าให้นั่งลงบนเตียง แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งบนตักเค้า ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อย เพราะไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของหญิงสาว แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ เพราะคิดว่าที่หญิงสาวทำเช่นนี้ เธอคงจะมีใจให้ตนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน //แคทททททท ออกตัวแรงเกินไปแล้ววววววววว >_<

“ถ้าอย่างนั้นก็ห้ามถอดใจ ทำให้พี่หวั่นไหวแล้วห้ามทิ้งไปเด็ดขาด”หญิงสาวพูดพลางเอามือคล้องคอชายหนุ่มไว้ ไม่รู้ว่าเพราะต้องการแสดงความจริตของสตรีหรือเพราะต้องการหลักเพื่อยึดตัวเองไว้ไม่ให้หงายหลังเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กันแน่

แต่วินาทีนี้ แม้หญิงสาวจะไม่ได้สารภาพออกไปตรง ๆ แต่เหมือนต่างคนก็ต่างรู้กันดีว่ารู้สึกอย่างไรต่อกัน ชายหนุ่มค่อยโน้มตัวเข้าหาหญิงสาว พร้อมกับรั้งเอวของเธอเข้ามาใกล้ ๆ แล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากของอีกฝ่าย ถึงแม้ฝ่ายหญิงจะไม่ได้จูบตอบ แต่ก็ไม่มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด

ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เธอปิดกั้นตัวเองมาตลอด และบอกตัวเองเสมอว่าฉันยังไม่แน่ใจว่าชายคนนี้เป็นคนที่รักฉันจริง ๆ หรือเปล่า แต่วันนี้กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ ปล่อยให้แรงปรารถนาควบคุมทุกอย่างที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

ไม่นานนัก ชายหนุ่มก็ถอนริมฝีปากออก และค่อย ๆ นำร่างของหญิงสาวให้นอนราบไปบนเตียงนุ่มของเค้า จากนั้น ก็มอบจูบที่ร้อนแรงและหนักหน่วงกว่าเดิมให้เธออีกครั้ง //ตัดฉากไปที่โคมไฟ

 

[Writer Talk : End]

  

 

อากาศที่สดใสของเช้าวันใหม่ ประกอบกับเสียงนกน้อยที่พากันมาส่งเสียงร้องอยู่นอกระเบียง ทำให้รู้สึกเหมือนกับอยู่ในธรรมชาติที่เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ แล้วยิ่งเป็นวันหยุดแบบนี้ด้วย ยิ่งไม่อยากลุกจากเตียงเลย

ฉันไม่อยากลุกจากที่นอนเลย แต่ก็คงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะว่ามีงานที่อาจารย์สั่งให้ทำรออยู่ ฉันขยับตัวแล้วก็รู้สึกถึงความปวดเมื่อยที่แผ่ไปทั่วร่าง โดยเฉพาะบริเวณสะโพก และการที่ฉันขยับตัว จึงทำให้ฉันรับรู้ได้ว่ามีอะไรหนัก ๆ มาพาดอยู่บริเวณเอว พอฉันหันไปมองบริเวณนั้นก็ต้องตกใจ เพราะนั่นคือแขนของคน! และพอดูจากขนาดและรูปร่างแล้ว มันก็ทำให้ฉันตกใจหนักเข้าไปอีกเมื่อแขนนั้นเป็นของผู้ชาย!!! เมื่อคืนฉันลากใครกลับห้องเนี่ย ตายแล้ว!!! พรหมจรรย์ที่ฉันอุตส่าห์เก็บไว้ให้ชายที่รัก ต้องเสียไปเพราะความเมาของฉันหรอ

แต่เอ๊ะ! นี่มันไม่ใช่ห้องฉันนี่ สรุปนี่ฉันเป็นคนลากหรือโดนลากมากันแน่ แล้วเพื่อน ๆ ฉันมันปล่อยให้ฉันโดนลากมาอย่างนี้ได้ไง! ฉันค่อย ๆ หันไปทางด้านขวาเพื่อที่จะดูหน้าผู้ชายที่เป็นวันไนท์สแตนด์ของฉันให้ชัด ๆ “เฟรม O_O

ฉันรีบลุกจากเตียง เก็บเสื้อผ้าบนพื้นแล้วเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำ หลังจากแต่งตัวเสร็จออกมากจากห้องน้ำก็ยังเห็นเฟรมหลับอยู่ ฉันเดินอ้อมเตียงไปอีกฝั่งเพื่อหยิบกระเป๋าสะพาย แล้วก็คิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน โดยที่ไม่รู้เลยว่าชายที่หลับบนเตียงตื่นแล้ว และกำลังเดินเข้ามาหาฉัน

 

“ตื่นแล้วหรอครับ”ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลังพร้อมกับเอาคางวางเทินไหล่ฉันไว้

“........”ไร้คำตอบใด ๆ

“หิวหรือเปล่า ผมพาไปกินข้าวมั้ย”ชายหนุ่มยังคงพูดต่อไป และกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

“พี่กลับก่อนนะ”ฉันแกะมือชายหนุ่มออก

“ให้ผมไปส่งมั้ย”ไร้คำตอบใด ๆ และฉันก็เดินไปโดยที่ไม่หันมามองหน้าชายหนุ่มเลย

ฉันเดินออกมาจากห้องโดยที่ไม่หันไปมองหน้าเฟรมเลย ฉันไม่รู้ว่าเค้าจะทำหน้าอย่างไรที่ฉันเดินออกมาดื้อ ๆ แบบนั้น แต่ฉันยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเค้าตอนนี้ ทำไมนะ ทำไมต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในขณะที่ฉันกำลังตัดสินใจด้วย

 

  

ฉันกลับมาถึงที่พักแต่หาคีการ์ดไม่เจอ จึงต้องให้รปภ.มาเปิดประตูให้ แล้วก็ต้องพบว่าฉันลืมคีการ์ดไว้ในห้อง นี่คงเป็นเหตุผลที่เฟรมพาฉันไปนอนที่ห้องของเค้า

หลังจากที่เข้าห้องได้ ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วที่ฉันพยายามสลัดความคิดออกจากหัว แต่ก็ทำไม่ได้เลยสักครั้ง ทำไม่ได้ที่จะหยุดคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เมื่อคืนฉันทำอะไรลงไป ทำไมเพื่อนฉันปล่อยให้ฉันกลับกับคนอื่นแบบนั้น ใช่ซิ! เพื่อน ปกติน้ำหวานจะเป็นคนพาร่างเพื่อนกลับห้องตลอด น้ำหวานต้องเล่าให้ฉันฟังได้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น คิดได้ดังนั้น ฉันก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองต่อสายถึงเพื่อนทันที

(ว่าไงจ๊ะ สาวแคท หายแฮงค์แล้วหรอ) ทันทีที่รับสายน้ำหวานก็พูดขึ้นมาก่อนที่ฉันจะถามอะไร

“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมแกปล่อยให้ฉันกลับกับเค้า”ฉันถามอย่างร้อนใจ

(อย่าบอกว่าฉันปล่อยแกไปกับเค้า ต้องบอกว่าแกตั้งใจไปกับเค้าต่างหาก)

“หมายความว่าไง?”

(ก็หมายความว่า เมื่อคืนพวกแกเมากันมาก และระหว่างที่ฉันกำลังหนักใจกับการลากสังขารพวกแกกลับ สวรรค์ก็ส่งน้องวิดวะเข้ามา แล้วเป็นแกเองที่บอกให้เค้าไปส่ง)

“แล้วทำไมแกไม่ห้ามฉัน”

(ก็แกอ่อยเค้าซะขนาดนั้น ฉันก็ไม่อยากจะขัดแก)

“สาระ”น้ำเสียงจริงจัง

(แกทำอย่างกับไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไงตอนเมา เวลาปกติแกก็เป็นคนดื้ออยู่แล้ว พอเหล้าเข้าปากก็ยิ่งดื้อไปใหญ่ แกคิดว่าถ้าฉันห้ามแล้วแกจะฟังฉันหรอ อ่อยเบอร์แรงขนาดนั้น ฉันจะให้น้องวิดวะไปส่ง ฉันมั่นใจว่าน้องเค้าจะดูแลฉันเป็นอย่างดี แกเป็นคนพูดเองนะ”น้ำหวานสาธยายเรื่องทั้งหมด

“.......ฉันไม่รู้จะพูดอะไร เพราะฉันก็เป็นอย่างที่เพื่อนพูดจริง ๆ

(นี่แคท! ฉันดูออกนะว่าแกชอบน้องวิดวะนั่น ไม่งั้นแกไม่ไปอ่อยผู้ชายที่แกไม่ได้ชอบหรอก แล้วแกจะเล่นตัวอยู่ทำไมวะ)

“ฉัน....”

(เดี๋ยวนะ! แล้วเมื่อคืนมีอะไรหรือเปล่า ทำไมแกดูร้อนใจขนาดนี้)

“ปะ เปล่า แค่นี้ก่อนนะ ฉันปวดหัว อยากพักผ่อน”

(เดี๋ยว! แคท....) ฉันไม่รอให้อีกฝั่งพูดจบก็ตัดสายไปทันที

นี่ตกลงเรื่องทั้งหมดมันเกิดเพราะฉันหรอ เกลียดนิสัยตัวเองที่ชอบอ่อยคนที่ชอบตอนเมา โอ๊ย! แล้วอย่างนี้ฉันจะมีหน้าไปเจอน้องเค้าได้ยังไง

 

  

หลังจากกลับมาถึงห้องตั้งแต่เมื่อวาน ฉันก็มีเพียงน้ำช่วยปะทังชีวิต หิวนะ แต่มันกินอะไรไม่ลง มันไม่อยากทำอะไร ไม่เช็คโทรศัพท์ว่าจะมีใครติดต่อเข้ามาหรือป่าว ไม่แม้แต่จะดูเวลา และเพราะฉันไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานมันเลยทำให้ฉันหิวมากจนต้องออกมาหาอะไรกิน ไม่งั้นโรคกระเพาะได้ถามหาแน่

ฉันเดินลงมาจนถึงลานด้านหน้าหอพัก แล้วก็พบว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก ผู้ชายที่ฉันคุ้นเคย

“เฟรม”ฉันชะงักเท้าแทบจะทันทีที่เห็นเค้า แล้วก็พาตัวเองเข้าไปหลบในที่ที่พอจะมีอะไรบังฉันได้ ฉันยังไม่พร้อมจะคุยกับเค้าตอนนี้

เมื่อเห็นว่าทางนี้ไม่ได้ปลอดภัย ฉันจึงเลือกที่จะออกอีกทาง เป็นทางออกของอีกตึกหนึ่งที่อยู่ติดกัน และมีทางเชื่อมถึงกัน เพื่อหลบหน้าเค้า

ฉันออกไปซื้อข้าวพักใหญ่ และถือโอกาสซื้อข้าวของต่าง ๆ มาตุนไว้ในห้องด้วย เพราะไม่อยากจะออกไปบ่อย ๆ  และเมื่อฉันกลับมา ก็พบว่า ชายคนเดิมยังนั่งอยู่ที่เดิม ฉันจึงเลี่ยงกลับเข้าหอพักทางเดิมที่ออกมา ฉันยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้า ขอเวลาฉันสักพัก  -_-

 

  

วันหยุดสุดสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และต้องกลับไปนั่งเรียนพร้อมสมุดเล็คเชอร์เล่มเดิม การเรียนวันนี้ผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่ายจนเพื่อน ๆ อดที่จะถามไม่ได้ ฉันก็ได้แต่ตอบเลี่ยงไปว่าแค่ขี้เกียจเฉย ๆ

หลายวันนี้มานี้ฉันไม่เคยยอมเจอหน้าน้องเฟรมเลย แม้ว่าเค้าจะตามไปหาฉันที่หอพักทุกวันก็ตาม ฉันก็ยังคงหลบหน้าเค้าตามเดิม และทุกครั้งที่ฉันเจอน้องเค้าที่หอพัก ฉันก็จะเห็นเค้าก้มมองบางอย่างในมือสลับกับการชะเง้อมองทางเข้าของหอพักเสมอ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันสนใจ ฉันสนแค่เพียงว่า จะหลบยังไงไม่ให้เจอน้องเค้า วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันต้องพยายามหลบน้องเค้าเพื่อที่จะเข้าหอพักโดยไม่ให้เค้าเห็น และระหว่างที่ฉันกำลังหลบอยู่มุมตึก รอเวลาให้น้องเฟรมหันไปทางอื่นเพื่อที่ฉันจะได้เข้าไปโดยที่เค้าไม่เห็นอย่างที่เคยทำ แต่เหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้าง นอกจากน้องจะไม่หันไปแล้ว ยัยน้ำหวานที่เห็นน้องเค้านั่งอยู่ก็เดินตรงเข้าไปหาทันที

“อ้าว! น้องวิดวะ มาทำอะไรที่นี่จ๊ะ เอ๊ะ ๆ อย่าบอกนะว่ามาหายัยแคท”น้ำหวานทำท่าแซวตามที่เคยทำ

“เอ่อ ครับ แล้วนี่พี่ ๆ เลิกเรียนแล้วหรอครับ”

“ใช่จ๊ะ เลิกสักพักใหญ่แล้วล่ะ”

“แล้วพี่เห็นพี่แคทบ้างหรือเปล่าครับ เค้ากลับมาหรือยัง”

“แคทขอตัวกลับตั้งแต่เลิกเรียนแล้วนะ ป่านนี้น่าจะถึงแล้ว นี่แคทลืมสมุดเล็คเชอร์ไว้ที่มหาลัยพี่เลยตามเอามาให้ คิดว่าถึงแล้วซะอีก เราไม่เจอหรอ ไม่ลองโทรหาล่ะ”คนถูกถามส่ายหัว และทำท่าผิดหวังจนอีกคนแปลกใจ

“ผมโทรหาพี่แคทหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีคนรับเลยครับ”คนพูดถอนหายใจ

“มีอะไรหรือเปล่า ทะเลาะกันหรอ แต่จะว่าไปช่วงนี้แคทก็ดูแปลกไปนะ เหม่อ ๆ ซึม ๆ ไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อนเลย พอเพื่อนถามก็บอกไม่เป็นอะไร”

เมื่อฉันเห็นว่าถ้าปล่อยให้สองคนนี้คุยกันคงจะยืดเยื้อไปกันใหญ่ ฉันเลยไลน์ไปหาน้ำหวาน บอกให้ทำทีกลับไปก่อน แล้วค่อยกลับมาหาฉัน

 

“เอ่อ เพื่อนตามพี่แล้วอ่ะ สงสัยต้องเอาไปให้ที่มหาลัยพรุ่งนี้ ยังไงพี่กลับก่อนนะ”น้ำหวานก็ตามน้ำไป แม้จะไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงทำแบบนั้น แต่น้ำหวานก็คงเข้าใจว่าฉันมีเหตุผลของฉัน

“ครับ สวัสดีครับ”คนอายุน้อยกว่ายกมือไหว้ จากนั้นก็เดินไปที่รถของตนและขับออกไป

เมื่อแน่ใจว่าชายหนุ่มกลับไปแล้ว ฉันจึงออกจากที่หลบซ่อน และพอน้ำหวานเห็นฉัน น้ำหวานก็ออกมาจากรถที่ทำทีสตาร์ทไว้

“นี่มันเรื่องอะไรแคท แกหลบน้องเค้าทำไม แล้วทำไมแกถึงไม่ยอมรับสายน้องเค้า ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า”เมื่อเจอหน้าฉันก็ไม่รอช้า น้ำหวานยิงคำถามใส่ทันที

“ไปคุยกันบนห้อง”ฉันรีบลากเพื่อนสาวให้เดินตามมา ก่อนที่น้องเฟรมจะกลับมาเห็น

 

“แกทะเลาะอะไรกับน้องเค้า มันหนักหนาซะจนแกต้องหลบหน้าหลบตา ไม่ยอมพบเค้าเลยหรอ”น้ำหวานถามอย่างไม่เข้าใจ

“เปล่า แค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย แกอย่าใส่ใจเลย”ฉันพยายามบ่ายเบี่ยง

“ฉันว่ามันไม่นิดหน่อยแล้วล่ะ ถ้านิดหน่อยจริง แกก็คงไม่ทำนาดนี้ แต่จะว่าไป แกก็ดูแปลก ๆ หลังจากที่ไปเที่ยวกันคืนนั้น หรือว่า คืนนั้นมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่ฉันยังไม่รู้”น้ำหวานพยายามสืบสาวราวเรื่อง

“เปล่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแหละ”ปากก็ตอบว่าไม่ แต่ก็มีท่าทีลุกลนอย่างเห็นได้ชัด

“แคท”น้ำหวานเดินเข้ามาและจับแขนฉัน แม้จะไม่พูดอะไร แต่ฉันรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงจากเพื่อนสาว แล้วนั่นมันทำให้น้ำตาของฉันมันเอ่อร้นออกมาดื้อ ๆ ทันทีที่เห็นน้ำตาของฉัน น้ำหวานก็เข้ามาสวมกอดฉันโดยที่ไม่พูดอะไร ปล่อยให้ฉันร้องไห้อยู่อย่างนั้นโดยไม่คาดคั้นถามสาเหตุใด ๆ

 

เวลาผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมงที่ฉันร้องไห้และน้ำหวานก็ทำเพียงกอดปลอบอยู่เงียบ ๆ เท่านั้น

“ดีขึ้นหรือยัง?”น้ำหวานถามหลังจากที่ฉันผละออกจากอ้อมกอดของเธอและเช็ดน้ำตาของตัวเอง ซึ่งฉันก็ได้แต่พยักหน้างึก ๆ “ตกลงแกเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับน้องวิดวะ”น้ำหวานเว้นระยะห่าง และพูดขึ้นอีกครั้งอย่างจริงจัง “แคท ฉันเป็นห่วงแกนะ มีปัญหาอะไรแกก็บอกฉันได้ เราจะได้ช่วยกันแก้ไง”น้ำหวานพูดด้วยรอยยิ้ม แต่สายตาแฝงไปด้วยความห่วงใย

มาถึงจุดนี้ ฉันก็คงต้องเล่าทุกอย่างแล้วล่ะ

“วันนั้น....”ฉันเว้นระยะ “น้องเฟรมไม่ได้มาส่งฉันที่ห้อง”คนฟังเลิกคิ้วสูง เป็นเชิงถามเหตุผล “แต่พาฉันไปนอนที่ห้องเค้า”

“ห๊ะ!”คนฟังทำท่าตกใจ

“ฉันเดาว่าเค้าคงไม่มีคีการ์ดห้องฉัน เพราะวันนั้นฉันลืมคีการ์ดไว้ที่ห้อง”

“แล้วยังไงต่อ เกิดอะไรขึ้นอีก”น้ำหวานถามอย่างร้อนใจ

“ฉันกับน้องเฟรม.....”

“อย่าบอกนะว่าแกกับน้องวิดวะ......”ฉันพยักหน้า เป็นอันเข้าใจในสิ่งที่ต่างคนต่างละคำพูดไว้ “เฮ้ย! มันเกิดขึ้นได้ยังไง”

“ฉันก็ไม่รู้ ตอนตื่นมาฉันตกใจมาก ฉันไม่รู้จะทำยังไง แล้วฉันก็ยังไม่พร้อมที่จะคุยกับน้องเค้าด้วย ฉันก็เลยเดินออกมาโดยที่ไม่พูดอะไรกับเค้าเลย”

“ฉันอุตส่าห์ไว้ใจให้ไปส่งแก เพราะสังเกตจากที่ตามจีบแกมาหลายเดือนน้องเค้าก็ออกจะเป็นคนดี ไปสืบโปรไฟล์จากคนอื่น เค้าก็บอกว่าดี ไม่คิดว่าจะทำกับแกแบบนี้”ฉันได้แต่ทำหน้าเศร้า “ผิดที่ฉันเองแหละ ที่ปล่อยให้แกไปกับนายนั่น แกต้องมาเจออะไรแบบนี้ก็เพราะฉัน”คนพูดทำหน้าเศร้าและรู้สึกผิด

“น้ำหวาน แกอย่าโทษตัวเองเลย โทษที่ตัวฉันนี่แหละ ถ้าฉันไม่หัวรั้น จะให้เค้าไปส่ง เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น”

”เดี๋ยวนะ!”คนพูดเหมือนจะนึกอะไรออก “วันนั้นแกไปโชว์นอให้น้องเค้าเห็นหรือเปล่า”จากที่เศร้าเมื่อครู่ก็หายเป็นปลิดทิ้ง แกเปลี่ยนอารมณ์ไวจนฉันตามไม่ทันแล้วนะน้ำหวาน - -

“ฉันก็ไม่รู้ ฉันจำไม่ได้”

“เอาจริง ๆ แกก็โชว์นอตั้งแต่อยู่ที่คลับแล้วล่ะ เวลาเมา สกิลการอ่อยของแกเริดมากแคท”นี่แกเป็นห่วงฉันจริง ๆ ใช่มั้ยน้ำหวาน - -‘ “แกรู้ตัวเองใช่มั้ย ว่าถ้าแกชอบใครแล้ว แกจะชอบอ่อยเค้าเวลาที่แกเมาอ่ะ เหมือนที่แกเคยทำกับอิพี่แชมป์ ที่แกเคยชอบไง”น้ำหวานทำให้ฉันนึกย้อนไปตอนอยู่ปีสอง ที่ไปเที่ยวคลับกับเพื่อนๆ แล้วบังเอิญไปเจอรุ่นพี่ที่ฉันแอบชอบตั้งแต่เข้าปี 1 เป็นเฟรชชี่ ฉันก็ทำท่าทางจริตจกร้าน มารยาหญิงมาเต็ม จนเพื่อน ๆ แทบจะลากฉันออกมาจากตรงนั้นไม่ทัน

จากที่ตอนแรกน้ำหวานเมื่อจะโกรธและโทษน้องเฟรม ตอนนี้กลับเอนเอียงมาโทษฉันแทน “ฉันถามจริง ๆ นะ”คนพูดดูจริงจังขึ้นมา “แกโกรธน้องเค้าหรือเปล่าที่ทำกับแกแบบนี้”

“ฉันก็บอกไม่ถูก ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกโกรธ เสียใจ น้อยใจ หรือว่าอะไร แต่ที่รู้ ๆ คือฉันยังไม่พร้อมที่จะเจอเค้า”

“งั้นฉันขอถามแกอีกข้อนึง แกชอบเค้าหรือเปล่า?”

“ฉัน......”

“ชอบหรือเปล่า?”คนพูดถามย้ำอย่างจริงจัง เมื่อเห็นฉันอึกอักไม่กล้าตอบ

“ฉันไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า แต่ฉันก็รู้สึกดีเวลามีเค้ามาคอยดูแล เทคแคร์ คอยเป็นห่วงฉัน”ฉันตอบอย่างไม่แน่ใจ

“โหย ถ้าจะรู้สึกดีขนาดนี้ก็บอกว่าชอบเถอะ นี่แกเคยรู้หรือมั่นใจอะไรบ้างเนี่ย”คนพูดติงฉันยกใหญ่ ในความไม่มั่นใจของตัวเอง

“ก็ฉันไม่รู้นี่”

“งั้นแกก็ลองคิดทบทวนความรู้สึกของตัวเองดูนะ ว่าตกลงแล้วแกคิดยังไงกับน้องคนนั้น ที่แกหลบหน้าไม่ยอมเคลียร์กับเค้า เพราะแกโกรธหรือว่าแกอายที่ไปมีอะไรกับเค้า แล้วถ้าแกไปอ่อยเค้าจนเค้าอดรนทนไม่ไหวจนต้องปล้ำแกโดยที่แกไม่ขัดขืน เค้าก็ไม่ผิด เพราะแกสมยอมเอง ลองคิดทบทวนดี ๆ นะแคท ความรู้สึกของแก ตัวแกเองที่รู้ดีกว่าใคร แล้วถ้าผู้ชายคนนั้นแค่ต้องการฟันแกแล้วทิ้ง เค้าคงไม่มานั่งเป็นหมาง่อยรอแกทุกวันแบบนี้หรอก”ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาจากปากฉัน ตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้วว่าตัวเองรู้สึกยังไง ฉันชอบเค้าจริง ๆ หรอ......

  

 

วันนี้ทั้งวันฉันไม่มีสมาธิในการเรียนเลย (ที่จริงก็ไม่มีตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้นแล้วล่ะ) เหมือนร่างไร้วิญญาณที่ไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาถึงหอพักได้ยังไง แล้วฉันก็ชะงักเท้าไว้ เพราะนึกได้ว่าถ้าบุ่มบ่ามเดินเข้าไปอาจจะต้องเจอกับใครที่ไม่อยากเจอ แต่เมื่อฉันสอดส่องดูดี ๆ กลับไร้เงาของชายคนเดิมที่เคยมารอฉันอยู่ทุกวัน และน่าแปลก แทนที่ฉันจะดีใจที่ไม่ต้องหลบเค้า ฉันกลับรู้สึกผิดหวังยังไงชอบกล

“พี่แคท”ฉันหันไปทางต้นเสียงแทบจะทันที ขณะที่กำลังพาร่างตัวเองเข้ามาในหอพัก ทางที่ไม่ได้ผ่านเข้า-ออกเป็นเวลานาน เพราะต้องใช้อีกทางเพื่อหลบคนที่ไม่อยากเจอ

“เฟรม”ฉันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่พร้อมจะเจอ ไม่รอให้คนตรงหน้าพูดอะไร ฉันก็หมุนตัวอย่างเร็วเพื่อที่จะหนีไปให้พ้นจากคนตรงนี้

“เดี๋ยวครับ ผมอยากคุยกับพี่”เค้ารั้งข้อมือของฉันเอาไว้

“แต่พี่ไม่มีอะไรจะคุย”ฉันสะบัดข้อมือออก เพื่อให้พ้นจากพันธนาการจากชายตรงหน้า

“ผมรักพี่นะครับ จากครั้งแรกที่ผมเคยบอกชอบพี่ ตอนนี้ผมอยากบอกพี่ว่า ผมรักพี่ครับ และจะรักพี่มากขึ้นทุกวัน ถึงแม้ว่าพี่จะเกลียดผมก็ตาม”คำพูดของเค้าเต็มไปด้วยความเศร้า ส่วนฉันก็ได้แต่ยืนฟังเฉย ๆโดยที่ไม่พูดอะไร “ผมขอโทษนะครับ สำหรับเรื่องคืนนั้น พี่อาจจะคิดว่าผมฉวยโอกาส แต่ทั้งหมดที่ผมทำลงไป ผมทำตามความรู้สึกของตัวเอง แต่ผมเสียใจที่ทำให้พี่ต้องเสียใจ ที่ผมมาวันนี้ก็แค่อยากจะเอาของที่พี่ลืมไว้มาคืน”คนพูดหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายของตน ซึ่งก็คือสร้อยคอที่เค้าเป็นคนซื้อให้ฉันในวันเกิด

“...........”ฉันเพียงแค่รอฟังสิ่งที่เค้าจะพูดอย่างเงียบ ๆ

“แต่ผมคิดว่าพี่คงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ”คนพูดเผยรอยยิ้มออกมา แต่สายตากลับฉายแววความเศร้า “ต่อไปนี้พี่ไม่ต้องคอยหลบหน้าผมแล้วนะครับ ผมจะไม่มาให้พี่เห็นหน้าอีก ผมรักพี่นะครับ”คนพูดฉายแววความเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะอยู่ไกล 100 เมตร ก็สามารถเห็นท่าทีความเศร้าของเค้าได้อย่างชัดเจน

หลังจากพูดจบ เค้าก็หันหลังให้กับฉัน และค่อย ๆ เดินจากฉันไปอย่างช้า ๆ ใจนึงฉันอยากจะรั้งเค้าไว้ แต่อีกใจกลับห้าม ฉันได้แต่ยืนมองเค้าเดินจากไปเรื่อย ๆ จนสุดสายตา

เค้าจากไปแล้ว เค้าจากฉันไปแล้วจริง ๆ T_T

  

 

[Frame Talk]

 

หลายวันต่อมา........

 

การถูกปฏิเสธจากผู้หญิงที่ตัวเองรัก ช่างเป็นเรื่องที่สุดแสนจะเจ็บปวดและทรมาน แต่ถึงจะเจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหนก็ต้องยอมรับ เพราะทุกอย่างมันเป็นเพราะผมคนเดียว ผมต้องเสียผู้หญิงที่ผมรักไปก็เพราะการกระทำของตัวผมเอง

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

 

ผมหลุดออกจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียเคราะห์ประตู ใครกันที่มาหาผมในวันหยุดแบบนี้ จะว่าเป็นไอ้เจฟ ไอ้นัท ก็คงจะไม่ใช่ เพราะพวกมันนัดกันว่าจะไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ซึ่งจริงๆพวกมันก็ชวนผมไปด้วย แต่ด้วยอารมณ์ของผมตอนนี้ ถ้าไปก็คงทำให้เพื่อนหมดสนุกซะเปล่า ๆ ผมเดินเรียบไปตามทางเดิน เพื่อไปเปิดประตู

“พี่แคท”ใช่ครับ พี่แคทจริง ๆ ผมดีใจมากที่เห็นผู้หญิงที่ผมรักมายืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ ผมอยากจะเข้าไปกอดเธอให้สมกับที่ไม่เจอเธอมาหลายวัน แต่ผมก็ต้องหยุดความคิดนั้นเอาไว้

“พี่มาเอาของที่ลืมไว้”เป็นคำพูดที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุด เพราะจุดมุ่งหมายที่เธอมาที่นี่ไม่ใช่เพราะผม

“อ้อ ครับ เข้ามาก่อนซิครับ เดี๋ยวผมไปหยิบให้”ผมเดินนำผู้หญิงตรงหน้าเข้ามาในห้องด้วยจิตใจห่อเหี่ยว ผมคิดว่าเธอจะหายโกรธผมแล้วซะอีก

การที่เค้ากลับมาเอาของที่ผมเคยซื้อให้มันคงเป็นเพราะความสงสารและความเห็นใจ เพราะถ้าเป็นผม เวลามีใครตั้งใจซื้อของสิ่งหนึ่งให้ แม้ผมจะไม่ต้องการ แต่ก็ต้องรับไว้เพื่อรักษาน้ำใจ

ผมเดินเข้ามาในห้องนอน เพื่อที่จะมาหยิบสร้อยเส้นนั้นที่ผมใส่ไว้ในลิ้นชักข้างเตียง แต่จู่ ๆ เจ้าของมือเรียวก็เข้ามาสวดกอดผมจากด้านหลัง

“ขอโทษนะ”ความตกใจ แปลกใจ ดีใจ มันผสมปนเปกันไปหมด ตกลงแล้วเธอคิดอย่างไรกับผมกันแน่ โกรธ เกลียด เห็นใจ หรือว่ารัก.....

“.........”ผมได้แต่ยืนเงียบ ๆ รอฟังในสิ่งที่เธอกำลังจะพูด “ขอโทษที่เอาแต่หลบหน้าเฟรม ขอโทษที่พูดแบบนั้นกับเฟรม ขอโทษที่ทำให้เฟรมเสียใจ พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง พี่ไม่ได้เกลียดเฟรม เฟรมไม่ต้องโทษตัวเองว่าเป็นคนผิด ถ้าเฟรมผิด พี่ก็ผิดด้วย แต่พี่แค่ตกใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น พี่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร อย่าโกรธพี่เลยนะ”คนพูดกระชับกอดให้แน่นขึ้น ผมรู้สึกได้ถึงความเสียใจและความจริงใจในสิ่งที่เธอพูดผ่านอ้อมกอดนั้น “เป็นแฟนกันนะ”เธอพูดทั้งที่ยังซบอยู่กับแผ่นหลังของผม

 “ไม่ครับ”ผมแกะมือของเธอออกและหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ภาพที่ผมเห็นคือผู้หญิงคนหนึ่งที่นัยน์ตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลรินออกมาทุกเมื่อ “เป็นผู้หญิงมาขอผู้ชายเป็นแฟนก่อนได้ไง” ผมจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้ “เป็นแฟนกันนะครับ”หลังจากผมพูดจบ ใบหน้าที่นิ่งงันเมื่อครู่ก็เผยรอยยิ้มออกมา และน้ำตาที่เอ่ออยู่นั้นก็พากันไหลรินออกมาจากดวงตา แต่เป็นน้ำตาแห่งความสุข หญิงสาวตรงหน้าทุบผมไปทีนึงโทษฐานที่ทำให้เธอช็อคเมื่อครู่ ผมจึงดึงเธอมากอดเพื่อปลอบใจ

“ขอโทษนะ”พี่แคทพูดขึ้น ผมดึงเธอออกจากอ้อมกอด แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอ

“ผมไม่เคยโกรธพี่เลยนะครับ มีแต่จะรักพี่มากขึ้นด้วยซ้ำ แค่ได้ยินว่าพี่ไม่โกรธผม ผมก็ดีใจมากแล้ว”ผมค่อย ๆ เช็ดน้ำตาที่อาบแก้มนวล เมื่อเห็นว่ามันยังคงไหลออกมาอีก “ต่อไปนี้เราจะไม่หลบหน้ากันอีก แต่เราจะมองหน้ากันแบบนี้ทุก ๆ วันนะครับ”คนฟังพยักหน้ารับ แล้วก็สวดกอดผมอีกครั้ง ซึ่งผมก็ไม่ลังเลที่จะกอดตอบ “ผมรักพี่นะครับ”ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก

ผมไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เธอเปลี่ยนใจยอมกลับมาหาผม ผมรู้เพียงแต่ว่า ผมรักผู้หญิงคนนี้ ผมไม่สามารถบอกได้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันอีกนานแค่ไหน แต่ผมจะใช้เวลาทุก ๆ วันต่อจากนี้ที่มีเธอให้คุ้มค่าที่สุด……..

 

  

[Special Part : Frame]

 

“พี่แคท ทำไมดื่มหนักแบบนี้ล่ะครับ”ผมพูดในขณะที่กำลังพยุงแฟนตัวเองเข้าห้อง หลังจากที่เธอไปฉลองหลังสอบเสร็จกับเพื่อน ๆ

“สอบเสร็จแล้ว ก็ต้องฉลองหน่อยซิ หรือเฟรมไม่เคยฉลอง”คนพูดชี้มาที่ผม ใบหน้าแดงกล่ำด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

“แต่ผมเป็นผู้ชาย ผมดูแลตัวเองได้”

“พี่ก็มีเฟรมดูแลอยู่นี่... โอ๊ย!”ยังไม่ทันพูดจบประโยค คนพูดก็สะดุดขาตัวเองล้มลงกับพื้น

“พี่แคท!!!”ผมรีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง

“ลุกไม่ไหวอ่ะ อุ้มหน่อยซิ”ไม่พูดเปล่า เธออ้าแขนรอให้ผมเข้าไปอุ้ม ซึ่งผมก็ทำตามที่เธอต้องการ

“เดี๋ยวผมไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้นะครับ”ผมวางเธอลงบนเตียง แล้วพูดขึ้น

“ไม่เอา เราไปฉลองกันต่อดีกว่า”คนพูดทำท่าจะลุกออกจากเตียง ผมเลยดันไหล่ของเธอให้นอนลง และพูดแกมบังคับ

“ไม่ได้ครับ พี่เมามากแล้วนะ พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วจะปวดหัวนะครับ”

“งั้นก็นอนด้วยกันเลยดีกว่า”คนพูดรั้งผมจนล้มลงไปบนเตียง ไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหนเยอะแยะ แถมยังขึ้นมานั่งบนตัวผมอีกต่างหาก

“เบื่อมั้ย ที่ต้องคอยดูแลพี่แบบนี้”สายตาดูหมองลง

“ไม่ครับ ผมอยากเป็นคนที่ดูแลพี่”แล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอหลังจากที่ผมพูดจบ

“ขอบคุณนะคะ”พูดแค่นั้น แล้วเธอก็ก้มลงจูบผมอย่างนุ่มนวล

“อ่อยหรอ”ผมพูดเมื่อเธอถอนริมฝีปากนุ่มออกจากปากผม

“ถึงจะอ่อย แต่ก็อ่อยเฉพาะแฟนตัวเองนะ”เธอลูบไล้มือเรียวของตัวเองไปบนแผงอกของผม ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ ผมจึงไม่รอช้าที่จะผลักเธอให้นอนลง แล้วเป็นฝ่ายอยู่เหนือตัวเธอบ้าง ต่างคนต่างไม่พูดอะไร เพียงแต่มองตากัน ต่างคนต่างก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ //ตัดฉากไปที่โครมไฟ

 

  

เช้าวันใหม่กับอากาศที่สดใส ผมนอนมองผู้หญิงที่ผมรัก เธอยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียง ผมใช้นิ้วเกลี่ยผมที่ปะใบหน้าของเธอ ลูบไล้มือไปบนใบหน้าเรียวได้รูป ไม่มีสักวินาทีเดียวที่ผมอยากจะไปจากเธอ ที่รักของผม….

“คิดว่าจะหนีกลับไปแล้วซะอีก”ผมพูดเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้น

“ถ้าหนีไปจริงๆ แล้วจะตามไปง้อมั้ย”

“ไม่”พูดเพียงแค่นั้น ผมก็ได้เห็นสายตาอาฆาตจากผู้หญิงตรงหน้า “ไม่ปล่อยให้หนีไปง่าย ๆ หรอก”ผมต้องรีบพูดก่อนที่เธอจะโกรธ

“ชิ!”แล้วเธอก็ซุกตัวลงนอนภายใต้อ้อมแขนของผม

“นี่ยังไม่หายเมาใช่มั้ย ถึงได้อ่อยแบบนี้”ผมแกล้งแหย่เธอเล่น

“ไม่ใช่ซะหน่อย”เธอผละจากอ้อมแขนของผม ตีที่แขนผมเบา ๆ แล้วเตรียมจะลุกหนี

“บอกแล้วไง ว่าไม่ปล่อยให้หนีไปง่าย ๆ หรอก”ผมรั้งเอวเธอไว้ และดึงเธอเข้ามากอด เธอเผยรอยยิ้มออกมาหลังจากที่ผมพูดจบ แล้วก็ซุกตัวลงนอนภายใต้อ้อมแขนของผมอีกครั้ง

“อันนี้ไม่ได้อ่อย แต่อ้อนต่างหาก”ผมได้แต่ยิ้มให้กับความขี้อ้อน และขี้อ่อย (เวลาเมา) ของแฟนตัวเอง แต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยสักครั้ง ผมลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ และจูบด้วยความรัก ผมรักเธอจัง ผู้หญิงของผม………..

  

 

END

 

......................................................................................................................................




นิยายเรื่องใหม่มาแล้วววววว เรื่องนี้ก็ของอัพเป็นเรื่องสั้นนะคะ ถ้ามีโอกาสจะแต่งเรื่องยาวมาให้รีดที่น่ารักได้อ่านกัน ^^
ถ้ามีตรงไหนผิดพลาด ต้องขออภัยและสามารถเมนต์ให้คำแนะนำไรท์ได้นะคะ
ไรท์จะได้นำไปปรับปรุง และผลิตผลงานที่มีคุณภาพมากขึ้นค่ะ ^^
หรือสามารถกดให้กำลังใจไรท์ก็ได้นะ 

 1 เมนต์ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ 


Image credit : on pic
ธีมสวย ๆ : https://writer.dek-d.com/erja/story/viewlongc.php?id=1146578&chapter=81

...............................................................................................
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

18 ความคิดเห็น