เดี๋ยวนี้สภาวะเราแปลกๆบอกไม่ถูก
เหมือนมันมีตัวรู้นอกตัวเกิดขึ้น รู้จิตของคนอื่นๆ
ชีวิตคนเหมือนดั่งละคร ต่างคนต่างเล่นไปตามเหตุของแต่ละคน
วันนี้มีคนมานั่งน้ำตาไหลตรงหน้าเรา เราเข้าใจความรู้สึกของเขาดี
คนทุกคนอยากมีความสุข อยากมีเงิน อยากให้ลูกเป็นคนดี
ความทุกข์ ไม่มีใครอยากที่จะได้มัน แต่ผู้คนมักไปเกาะเกี่ยวมันเข้ามา
พระโพธสัตว์กวนอิม
คนที่เข้ามาหาเราในช่วงนี้ มีแต่เกี่ยวข้องกับพระโพธิสัตว์
เรามีความรู้สึกว่า เวลาของวันนี้ช่างยาวนานเสียเหลือเกิน
เรามีความสุขกับการให้ วันนี้ก็ให้อีก ถ้าตีมูลค่าเป็นเงินก็พันกว่าบาท
ให้หม้อหุงข้าวของชาร์ปไป 1 ใบ ให้ชั้นใส่ของราคา 500 กว่าบาท
ให้ของสำหรับในครัวไปอีก 200 กว่าบาท เช่นพวกซ๊อสต่างๆ น้ำจิ้มไก่
น้ำจิ้มสุกี้ ของพวกนี้เราช่วยเขาซื้อ วันนี้เลยได้นำมาทำทาน
เราเลือกที่จะให้คนนะ ไม่ใช่ให้แบบสุ่มสี่สุ่มห้า
นี่ให้ช่างทำเล็บเขาไป เพราะหม้อหุงข้าวที่บ้านเขาเสีย
เมื่อกี้จะให้เครื่องเล่นซีดีเขา จริงๆแล้วยกให้เขาตั้งแต่วันก่อน
แต่พอดีที่บ้านเขามีแล้ว เลยไม่ได้ให้ไป เหตุมันมีนะ ที่ต้องให้เขาจนได้
เขาถึงกับน้ำตาร่วง ......
ลูกชายเขาเครื่องเล่นซีดีเสีย เขาเลยต้องยกให้ลูกชายเขาไป
เราก็เลยยกของเราให้เขาอีกต่อ แต่เมื่อกี้เห็นเขาหิ้วของเยอะแล้ว เลยยังไม่ได้ให้ไป
เขาเอาไว้เปิดบทสวดเจ้าแม่กวนอิมฟัง ซึ่งเราได้ให้เขาไปหลายชุด ของเก่าเขาเองก็มีอยู่
การเจริญสติมีแต่ได้กับได้ แล้วก็ให้กับให้
คำว่าได้กับได้ ไม่ใช่หมายความว่าไปได้อะไรของใครเขา
คือ เมื่อมาถึงจุดๆหนึ่งแล้ว มันจะมีสติมากขึ้น รู้จักคิด รู้จักจับจ่าย
นับวันชีวิตมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจิตรู้อยู่ในกายมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ออกไปเกเรวิ่งหาเรื่องนอกตัว มันจะรู้อยู่ในตัว ดูแต่กิเลสของตัวเอง
เมื่อมีมากขึ้น ก็เริ่มมีให้คนอื่นๆมากขึ้น
จิตจะคิดมีแต่ให้กับให้ โดยไม่หวังผลตอบแทนกลับมาแต่อย่างใด
มีความสุขกับการปฏิบัติ มีความสุขกับการให้ มองไปทางไหนเห็นแต่ความทุกข์ของผู้คน
คนที่มาหาเราล้วนมีแต่ความทุกข์
แต่ยังไม่รู้ว่าทุกข์นั้นๆล้วนเกิดจากการกระทำของตัวเอง
การที่จะพูดให้ใครๆเข้าใจตรงนี้ได้ ยากนะ เพราะคนเราส่วนมากเคยชิน
ใช้ชีวิตตามกิเลสด้วยความเคยชิน และเคยชินกับการกล่าวโทษนอกตัว ไม่ยอมโทษตัวเองกัน
มีความสุขกับการให้
เขียนโดย
walai
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
5 ก.ย. 53
261
0
ความคิดเห็น