เซ็ต จอมยุทธ์ป่วนรัก

ตอนที่ 26 : สลักใจโฉมพธู ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    30 เม.ย. 62

ตอนที่ 8


การเดินทางรอนแรมผ่านป่าเขาลำเนาไพรไปอีกกว่าค่อนวันพวกเขาทั้งสามจึงได้เห็นว่าผ่านป่ารกครึ้มที่แทบจะหัวโยกหัวคลอนไปนั้นคือหมู่บ้านขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาอู๋จื้อจวีอุทานออกมาทันที


“ชิว...คุณหนูออกมาดูอะไรนี่สิขอรับ” เขาเกือบจะหลุดเรียกชื่อนางออกมาแล้วแต่ก็ยั้งปากเอาไว้ได้ทัน


“มีอะไรหรือ?” สาวงามโผล่ออกมาจากม่านด้านในแล้วหยุดนิ่งไปเช่นกัน ไม่เหมือนรังโจรอย่างที่นางคิดไว้เลย ดูแล้วบรรยากาศมันแปลกๆ “ทำไมเป็นเช่นนี้ล่ะ” ทั้งสองได้แต่ตกตะลึงจนพูดไม่ออก จินตนาการเอาไว้ว่าที่พักของโจรร้ายนามกระเดื่องอย่างเฮยสงจะต้องเป็นบรรยากาศที่น่ากลัวแต่กลับเป็นเช่นนี้ไปได้


“ถึงแล้ว” มีคนเดินมาจูงม้าให้เดินตามไปอีกทางอู๋จื้อจวีในฐานะของเสี่ยวจี๋ได้แต่ปล่อยให้คนเหล่านั้นพาไป เขาก็อยากเห็นพื้นที่โดยรอบเช่นกัน


“ทำไมกว้างใหญ่อย่างนี้ล่ะพี่ชาย”


“หมีตัวใหญ่เลยต้องอยู่ในที่กว้างขวางน่ะ พานายหญิงของเจ้าไปพักได้แล้ว ลูกพี่บอกว่าเรือนบนเนินตรงนั้นให้เจ้ากับนายของเจ้าอยู่” อู๋จื้อจวีมองไปตามทิศที่อีกฝ่ายชี้จึงได้เห็นว่าเป็นกระท่อมไม้ขนาดกลางที่อาจจะไม่กว้างใหญ่แต่คิดว่าคงอยู่ได้แบบไม่อัตคัดจนเกินไป


“มีอะไรหรือเปล่าเสี่ยวจี๋” เสียงของคนที่อยู่ด้านในเอ่ยถามเขาจึงตอบออกไปตามตรง


“ถึงแล้วขอรับคุณหนู เขากำลังมาชี้แจงเรื่องที่พักของพวกเราอยู่ขอรับ”


“เช่นนั้นหรือ แล้วจะให้ข้าลงไปได้หรือยัง” นางเอ่ยถามออกมาอีกครา ลูกน้องของเฮยสงจึงพยักหน้าบอกว่าตามสบาย


“ลงมาได้แล้วขอรับ” ชายหนุ่มหันไปยื่นแขนตนเองให้อีกฝ่ายจับเพื่อจะลงจากรถม้า ตอนแรกฟั่นชิวเยี่ยเองก็วางมือลงไปแล้วแต่นางก็เหมือนจะมองเห็นเงาร่างใครบางคนขึ้นมารางๆ จึงถอยมือกลับไปแทน


“ข้าลงเองได้”


“ระวังนะขอรับ”


“อืม” ฟั่นชิวเยี่ยไม่ใช่คุณหนูลูกผู้ดีอย่างที่ใครคิด สิ่งที่นางมีเหนือคนอื่นคือรูปโฉมอันงดงามเท่านั้น แต่ชีวิตนางก็ต้องดิ้นรนไม่น้อยเช่นกัน เรื่องลำบากเพียงเท่านี้นางไม่กังวลอยู่แล้ว


“เชิญคุณหนูหลิวไปที่บ้านพัก ส่วนข้าวของพวกนี้ข้าจะให้คนมาขนไปให้เอง”


“ขอบใจนะ” หญิงสาวแหงนหน้ามองบ้านบนเนินแล้วจึงก้าวเดินไปเพียงลำพัง อู๋จื้อจวีได้แต่มองตามหลังนางไปด้วยความกังวลลึกๆ ในใจ มาอยู่ในดงโจรเขาจะปกป้องนางได้ถึงเพียงไหนกันนะ แต่เมื่อครู่นี้นางมองเขาด้วยสายตาเหมือนเดิมไม่มีผิดแถมไม่ยอมให้เขาดูแลอีก หรือนางจะรู้แล้วว่าเป็นเขาปลอมตัวมา


แต่เขายังไม่ได้แสดงตัวเลยนะ


ร่างสูงผูกเชือกม้าเสร็จก็วิ่งตามร่างโปร่งระหงขึ้นไปบนเนินทันที


นับตั้งแต่มาถึงที่นี่จนกระทั่งมืดค่ำนางก็ยังไม่พบว่าเฮยสงจะมาถามไถ่หาตนเองแต่อย่างใด มันทำให้นางอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาพานางมาเป็นภรรยาจริงหรือ หรือเขามีจุดประสงค์อื่น


เสี่ยวจี๋คอยวิ่งไปมาหาน้ำให้นางอาบ หากับข้าวให้นางกินเสร็จแล้วเขาก็ไปพักผ่อนที่ห้องเล็กด้านหลังที่เฮยสงเตรียมไว้ให้ แต่ก็ดีแล้วล่ะอย่างน้อยนางก็จะได้สบายใจว่าจะปลอดภัยมากกว่าเดิม


อู๋จื้อจวีลอบมองอีกฝ่ายในความมืดพักใหญ่ก่อนจะออกไปตระเวนหาความจริงรอบค่ายโจรแห่งนี้มันมีความลับให้น่าค้นหามากมายเหลือเกิน ตอนที่เขาไปตักน้ำในลำธารเขาได้ยินว่าบ้านพักของเฮยสงจะอยู่สูงขึ้นไปกว่าคนอื่น ตอนที่พวกเขาเดินทางมาถึงที่นี่ชายผู้นั้นก็ควบม้าเข้าไปข้างในอีกจึงได้ลองตามเข้าไปดูเช่นกัน 


“เจ้าว่าลูกพี่จะชื่นชมคุณหนูหลิวหรือเปล่า”


“ข้าว่าไม่หรอก ลูกพี่อาจจะไม่ได้ชอบนาง แม้ว่านางจะงดงามมากแต่ข้าว่าลูกพี่ไม่ชอบสตรีเช่นนั้น”


“แล้วคิดว่าเขาจะชอบใครได้ วันๆ ข้าเห็นแต่เขาเข้าป่า ทำงาน ไม่เห็นเจอใครเลย”


“แล้วตอนที่เขาเข้าเมืองไปเจรจาการค้าเจ้าคิดว่าเขาไม่พบใครเลยหรือยังไง”


“จริงด้วยแฮะ หลังจากเอาสินค้าไปขายรอบสุดท้ายเขาก็กลับมาด้วยสีหน้าแค้นสุดขีดแล้วพอมีคนเอาภาพแม่นางหลิวให้ดู ลูกพี่ก็ประกาศก้องเลยว่าจะแต่งนางเป็นภรรยา”


“ใช่ ตอนนั้นข้านึกว่าเขาจะเสน่หาในตัวนางมาก แต่พอไปรับนางมาแล้วลูกพี่ก็ยังทำท่านิ่งสนิทเช่นเดิมอีกแล้ว”


“หรือว่าเขาทำประชดลู่ฟางหรือเปล่า”


“เฮ้ย เจ้าก็ว่าไป ร้อยวันพันปีสองคนนั้นคุยกันที่ไหน ลู่ฟางเอาแต่สนใจหินใต้ดินส่วนลูกพี่ได้หินมาก็เอาไปขาย นี่ถ้าครอบครัวพวกเขาไม่สนิทกันมาก่อนข้าว่าคงไม่ต่างจากคนแปลกหน้าเลยด้วยซ้ำ”


“ก็พูดยากนะ ลูกพี่เอาแต่เงียบ บางทีข้าก็เดาใจเขาไม่ถูกเหมือนกัน” เสียงบ่นไปมาของคนยืนยามสองคนเงียบลงไปแล้ว อู๋จื้อจวีก็ได้แต่แบกความสงสัยเอาไว้เต็มกำลัง ตกลงค่ายโจรนี้ทำสิ่งใดกันแน่ ค้าขาย ขุดหิน หรือทำมาหากินอะไรกัน???


แม้จะไม่ใช่เรื่องที่คุ้นเคยหรือเชี่ยวชาญนักเขาก็เริ่มจะดูแลฟั่นชิวเยี่ยได้แล้ว เพิ่งรู้ว่านางไม่ใช่คนหัวสูงนักก็ตอนที่มาอยู่ในที่ลำบากนี่แหละ นางกินง่ายอยู่ง่ายมากจะมีก็แต่เขานี่แหละที่แอบไปขอให้แม่ครัวทำอาหารอร่อยๆ ให้นางแทน สามวันมานี้นางอยู่คนเดียวเงียบๆ วาดภาพกับกระดาษที่นางหอบหิ้วมาด้วยเพียงลำพัง ส่วนเขาก็จะออกมาหาข่าวกับบรรดาพวกคนงานแทน


ฟั่นชิวเยี่ยไม่ได้เดือดร้อนใจกับการที่ไม่พบเฮยสง นางสบายใจเป็นอย่างมาก นางเลือกที่จะอยู่เงียบๆ เพียงลำพังจะดีกว่า


เอี๊ยดดดด


เสียงประตูเปิดออกฟั่นชิวเยี่ยไม่ได้หันไปมองเพราะคิดว่าคงเป็นเสี่ยวจี๋ที่วิ่งเข้าวิ่งออกห้องนางเพื่อรายงานข่าวมากกว่า


“ไปได้ยินอะไรมาอีกล่ะเสี่ยวจี๋ ข้าว่าเจ้าควรจะเอาเวลาไปพักผ่อนจะดีกว่านะ”


“ข้าไม่ใช่เสี่ยวจี๋” ใบหน้างามหันขวับมามองอย่างรวดเร็วและเพราะไม่ทันระวังหมึกที่พู่กันก็สะบัดมาโดนใบหน้านางแทน


“ขออภัย”


“ไม่เป็นไร ข้าต่างหากที่ต้องขออภัยเจ้า ข้าพาเจ้ามาที่นี่ยังไม่ทันแนะนำแก่ใครก็ต้องรีบเดินทาง วันนี้เลยหาของมากำนัลด้วย” วันนี้เฮยสงปรากฏกายขึ้นมาแล้วในมือของเขามีพิณโบราณตัวหนึ่งติดมาด้วย


“น่าสนใจนะ”


“ใช่ ข้าจำได้ว่าเจ้าบรรเลงเพลงไพเราะมาก ตอนไปข้างนอกพบเจอเลยซื้อมาฝาก” ร่างสูงใหญ่วางพิณลงแล้วเดินไปใกล้อีกฝ่ายหมายจะเช็ดหน้าให้นางแต่กลับยกมือค้างเพราะมีใครบางคนโผล่พรวดเข้ามาเสียก่อน


“เจ้าหมียักษ์ ข้ารอเจ้ามาตัดสินใจตั้งหลายวันนี่เจ้ามาขลุกอยู่กับสตรีที่นี่เองหรือ มาเลยนะมาทำงานช่วยข้าเดี๋ยวนี้” สตรีนางหนึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราะแต่วาจาเหมือนจะดุร้ายน่าดู นางเข้ามาถึงในห้องก็โค้งศีรษะให้ฟั่นชิวเยี่ยเล็กน้อยก่อนจะขอตัวลากอีกฝ่ายออกไป เฮยสงเหมือนจะหงุดหงิดนิดๆ แต่สุดท้ายก็ตามนางออกไปจนได้


แปลก


เขาท่าทางเหมือนไม่ค่อยยอมใครแต่กลับยอมผู้หญิงคนนั้นง่ายๆ แล้วนางเป็นใครกัน


“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” สองคนนั้นลงจากเนินไปแล้วเสี่ยวจี๋ก็วิ่งเข้ามาดูนางเพราะเขาได้ยินว่าจิ่วลู่ฟางกำลังตามหาตัวเฮยสงอยู่และนางจะต้องโมโหอย่างมากหากพบว่าลูกพี่ของพวกเขาพาสตรีอื่น

มาอยู่ที่นี่เขาจึงรีบตามมาดู


“ข้าไม่เป็นไร แต่ตกใจกับการมาของพวกเขาเท่านั้นเอง” นางส่ายหน้าก่อนจะหันไปมองพิณบนโต๊ะแทน


“หน้าท่านเปื้อนหมึกนี่”


“อ้อ ใช่” ฟั่นชิวเยี่ยยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าตนเองแต่กลับยิ่งทำให้หมึกเลอะไปมากกว่าเดิม อู๋จื้อจวีหัวเราะเสียงเบาก่อนจะอาสาเช็ดให้นางเอง ฟั่นชิวเยี่ยหลับตาลงปล่อยให้เขาเช็ดหน้าให้ตนเอง มือใหญ่ของเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าจุ่มน้ำมาแตะออกให้นางอย่างเบามือก่อนจะกลั้นหายใจเอาไว้เพราะมันใกล้กว่าทุกที เขาเห็นหน้านางชัดมาก เขาคิดว่าเขาอยากจะ....


“คุณหนูเสร็จแล้วล่ะข้าขอตัวนะขอรับ” เขาวางผ้าลงแล้วรีบวิ่งหนีลงไปจากเนินทันที เหลือแต่ฟั่นชิวเยี่ยที่มองตามด้วยความข้องใจเท่านั้นเอง คิ้วเรียวสวยเหมือนจะเริ่มจดจำได้รางๆ แล้วว่าเสี่ยวจี๋ผู้นี้คล้ายใคร แม้นางจะไม่เป็นวรยุทธ์แต่นางก็มีประสาทสัมผัสที่ไวมาก นางพบเขาครั้งแรกนางนึกถึงอู๋จื้อจวี 


เมื่อครู่นางก็นึกถึงเขาอีกแล้ว


เรื่องเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญกระมัง







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

20 ความคิดเห็น