เซ็ต จอมยุทธ์ป่วนรัก

ตอนที่ 28 : สลักใจโฉมพธู ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 พ.ค. 62

ตอนที่ 10


หญิงสาวเดินมานั่งในห้องของตนเองด้วยสีหน้าเจ็บใจ เหตุใดนางต้องเกี่ยวพันกับอู๋จื้อจวีตลอดเวลาด้วย ยิ่งไปค้นของในห้องเขาแล้วพบว่ามีอุปกรณ์แปลงโฉมซุกซ่อนอยู่จริงนางก็ยิ่งเดือดดาล แต่หากจะถามว่านางโมโหสิ่งใดมากกว่าระหว่างที่เขาโกหกกับเขาไปดื่มเหล้ากับสาวงามอีกนาง


ถ้าจะเอาแบบตรงไปตรงมาก็คือ นางไม่พอใจที่เห็นเขาอยู่กับสตรีทุกคนนั่นแหละ นางไม่ชอบท่าทางเจ้าสำราญของเขาจึงพยายามที่จะไม่สุงสิงด้วย แต่บ่อยครั้งที่จะปะทะคารมกันเพราะเรื่องของหลิวไฉ่หง


สุดท้ายเขากับนางก็ไม่ค่อยได้สนทนากันเลย


ตอนที่มีเรื่องคนแรกที่นึกถึงก็คือเขา แต่พอหาเขาไม่พบนางก็ได้แต่ถอดใจว่าคงไม่รอดแน่แล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าเขาก็ยังมาวนเวียนรอบกายนาง ฟั่นชิวเยี่ยเผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะรีบเก็บอาการอย่างว่องไว


นางจะเอาคืนเขาให้หมดสภาพเลยทีเดียว


แสงแดดแยงตาแล้วร่างสูงใหญ่นอนบิดกายด้วยความขี้เกียจก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในฐานะใด เขารีบลุกพรวดพราดขึ้นมาจะไปทำหน้าที่ของเสี่ยวจี๋แต่กลับพบว่ามีสายตาหนึ่งจับจ้องตนเองอยู่ก่อนแล้วและไม่ใช่ใครเลยฟั่นชิวเยี่ยนั่นเอง


“คุณหนู”


“ใช่ ข้าเอง เมื่อวานเจ้าไปทำอะไรมาถึงได้เมาเช่นนั้น” “เอ่อ...คือข้าไปเดินเล่นพบแม่นางจิ่วโดยบังเอิญ 

นางชวนข้าไปดื่มเหล้า จากนั้นข้าก็จำอะไรไม่ได้เลย”


“จิ่วลู่ฟางอยู่ที่นี่ในฐานะเจ้าของค่ายอีกครึ่งหนึ่ง ด้วยฐานะของนางน่ะหรือจะชวนเจ้าไปดื่มเหล้า” มันต้องมีความลับบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ ในช่วงที่นางกับเฮยสงไปเจรจาความกัน


“เอ้อ...ใช่ ขอรับ ข้าก็ไม่ทราบว่าเหตุมดเหมือนกัน เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมข้าวมาให้นะขอรับ”


“ไม่ต้องหรอก เฮยสงให้คนจัดหามาให้ข้าแล้ว เจ้าอย่าลืมสิ ว่าข้ามาที่นี่ในฐานะภรรยาของเขานะ” หญิงสาวแสร้งยิ้มแย้มออกมาราวกับจะเยาะเย้ยเขา อู๋จื้อจวีก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรเช่นกัน ออกไปด้วยกันเมื่อวานหนเดียวยิ้มหน้าบานกลับมาเลยเชียว


ใช่สิ เจ้านั่นไม่ใช่โจรแล้วนี่


แถมหน้าตาหล่อเหลาอีกด้วย คงถูกใจนางสิท่า ชิส์


“ข้ามีบางอย่างจะบอกท่านด้วยนะอู๋จื้อจวี ท่านต้องตอบมาตามตรงไม่อย่างนั้นข้าจะบอกพวกนั้นว่าท่านไม่ปรารถนาดีต่อข้า ข้าจะให้พวกเขาลงโทษท่าน” คนที่นั่งบนเตียงใจหายวาบรีบยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าตนเองทันที


เป็นไปได้ยังไงกันตอนที่เขาตกน้ำเขาก็กลับมาแต่งตัวใหม่แล้วนี่นา อา...คงเพราะหน้ากากที่ทำแบบ

ลวกๆ นั้นต้องหลุดลอกเป็นแน่ “ท่านตอบข้ามาเดี๋ยวนี้เลย”


“ตอบก็ได้ อย่าคาดคั้นนักสิ” เขาเหมือนคนอับจนหนทางเพราะเมื่อคืนเมามากด้วยกระมังเลยไม่ทันใส่ใจตนเอง แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่านางจะมาอยู่ตรงนี้นี่นา นัยน์ตาโตจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่องจนสุดท้ายแล้วอู๋จื้อจวีก็จำต้องเปิดปากออกมาจนได้


“แล้วท่านหลอกข้าทำไมไม่ทราบ”


“หากเจ้ารู้เจ้าจะยอมให้ข้าติดตามมาหรือ” แน่นอนว่านางต้องไม่ยอมอยู่แล้ว


“แล้วนี่ท่านหายไปตั้งนาน อยู่ดีๆ ก็โผล่มา ท่านคิดว่าข้าจะประทับใจอย่างนั้นสิ”


“ก็ไม่ได้หวังแบบนั้นสักหน่อย”


“ไม่หวังก็ดีแล้ว” ใจจริงแล้วนางก็อยากให้เขาพูดว่าเป็นห่วงนางบ้าง แต่ในเมื่ออู๋จื้อจวีไม่ยอมพูดนางก็จะไม่ยอมเสียท่าเขาเช่นกัน


“ตอนนี้เฮยสงบอกว่าจะให้ข้าย้ายไปพักที่บ้านของเขาแทน ส่วนที่นี่จะยกให้ท่านเพราะเขาเห็นท่านเป็นคนรับใช้ของข้า ต่อไปท่านจะได้ไม่ต้องลำบาก”


“ย้ายไปอยู่บ้านเฮยสงบนยอดเขา พวกเจ้ายังไม่ได้แต่งงานกันไม่ใช่หรือ” อู๋จื้อจวีคล้ายจะหูอื้อเมื่อได้ยินคำกล่าวของนาง


“เรื่องนี้เขาบอกว่ากำลังเตรียมการอยู่ อีกไม่กี่วันก็จัดการเสร็จแล้ว” ฟั่นชิวเยี่ยพูดไปก็ลอบสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายไปด้วย ยิ่งเห็นเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกนางก็ยิ่งมีความสุข นางจะแกล้งให้ชายคนนี้อกแตกตายให้ดู


“ข้าอยู่เพื่อรอบอกท่านเท่านี้แหละอู๋จื้อจวี หากหิวก็หากินได้เลยนะวันนี้ข้าจะไปข้างนอกกับเฮยสง” กล่าวจบนางก็กรีดกรายออกไปข้างนอกปล่อยให้เขานั่งหน้าบึ้งอยู่เพียงลำพัง ตอนแรกก็บอกว่ากลัว พอได้เห็นโฉมหน้าของเฮยสงนางกลับเปลี่ยนไปเขาคิดผิดแล้วล่ะที่ติดตามนางมาที่นี่


รู้อย่างนี้กลับบ้านยังจะดีกว่าอีก ไม่อยากอยู่แล้ว


เพราะนางบอกว่าวันนี้ไม่ต้องรอรับใช้เขาจึงมีเวลาตรวจสอบหน้าตาตนเองก่อนจะตกแต่งให้มันดูดีขึ้นแล้วออกไปเดินรอบที่พักแทน จิ่วลู่ฟางแวะมาหาเขาในยามบ่ายคล้อยเขาถามนางว่าเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้างแต่หญิงสาวกลับเอาแต่เอาแต่เขินจนหน้าแดงก่อนจะบอกว่านางฝันลามกด้วย


“ฝันลามก??”


“ใช่ สงสัยว่าข้าต้องชอบเขามากเกินไปกระมัง”


“เจ้ายังดีที่ฝันส่วนข้า ตื่นขึ้นมานางก็บอกว่านางจะเข้าพิธีแต่งงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ข้าว่าหากเฮยสงชอบนางจริงข้าคงไม่ขัดขวางพวกเขาหรอก ข้าจะกลับเมืองจิ่งซู่แล้วล่ะ”


“อะไรกัน เจ้าชอบนาง แต่กลับยินยอมให้นางแต่งงานกับผู้อื่น เจ้ายังสติดีอยู่ไหม”


“แล้วเจ้าล่ะ มีหนทางอื่นหรือไร” เขาหันไปถามอีกฝ่ายซึ่งนางก็ได้แต่ส่ายหัวเหมือนกัน หากนางทำได้คงไม่ปล่อยให้เขาไปรับสตรีอื่นมาเป็นภรรยาหรอก


“ถ้าเฮยสงแต่งงาน ข้าเองก็อยากจะไปอยู่ที่อื่นสักพักเหมือนกัน” “เช่นนั้นไปบ้านข้าดีมั้ย บ้านข้ากว้างใหญ่ ทำการค้าด้วย เจ้าเก่งเรื่องดูอัญมณี ดูสินแร่ ต้องช่วยได้แน่ๆ เลย”


“จริงหรอ แต่ข้าไม่รู้วิธีออกจากป่านี้หรอกนะ ท่านพ่อไม่เคยให้ออกไปไหนเลย”


“มันต้องมีหนทางสิ” ทั้งสองเริ่มวางแผนหนีออกไปนอกค่ายแห่งนี้ด้วยกัน เพราะต่างแน่ใจแล้วว่าไม่อาจ

อยู่ดูภาพบาดตาของแต่ละฝ่ายได้ตอนนี้เฮยสงใหญ่สุดในที่นี้ เพียงเขาออกคำสั่งบรรดาคนงานทั้งหลายก็วิ่งทำงานกันจ้าละหวั่นแล้ว เวลาไม่กี่วันที่เขาบอกเชื่อเถอะว่าการจัดงานต้องเสร็จทันอย่างแน่นอน


“เช่นนั้นพวกเราต้องลองดู”


“เฮยสง ท่านแน่ใจนะว่าเราใช้วิธีนี้แล้วจะได้ผล” ฟั่นชิวเยี่ยเอ่ยถามขึ้นมาขณะที่ขี่ม้าไปกับเขา ตอนแรกนางยอมรับว่ากลัวเขามากแต่พอทราบความจริงเรื่องของเขากับจิ่วลู่ฟางแล้วนางก็เบาใจไปได้และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น


“ไม่รู้เหมือนกัน ลู่ฟางมีนิสัยแปลกประหลาดไม่เหมือนใคร ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่”


“จัดงานแต่งในอีกห้าวัน ท่านคิดว่าจะเตรียมงานทันหรือ”


“คนงานที่นี่เก่งอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องทัน”


“แล้วข้าต้องเข้าพิธีจริงหรือ”


“ข้าป่าวประกาศไปแล้วนี่นาว่าจะไปรับเจ้ามาเป็นภรรยา หากไปรับแล้วไม่แต่งเจ้าจะไม่เสียหน้าแย่หรือ แล้วคนของเจ้าล่ะเป็นเช่นไรบ้าง” เขาแกล้งถามถึงคนรับใช้ของนางที่รู้มาว่าแอบปลอมตัวเข้ามาเช่นกัน ตอนแรกเขาก็แค่ผิดสังเกตจึงให้คนแอบตามสืบ แต่ก็มามั่นใจว่าเขาไม่ได้มาร้ายแค่เป็นชายที่แอบติดตามฟั่นชิวเยี่ยมาเท่านั้นเอง


“เขาไม่สนใจข้าหรอก”


“บุรุษที่ไม่สนใจในตัวสตรี ใยเล่าจะยอมลำบากมาถึงที่นี่ได้ ข้าว่าพวกเจ้ามีสิ่งใดในใจก็รีบไปเจรจากันจะดีกว่านะ”


“ข้าขอถามท่าน หากว่าแผนการของท่านสำเร็จลงแล้ว รบกวนท่านช่วยไปส่งข้าที่ข้างนอกได้หรือไม่ เมืองไหนก็ได้เพราะข้าคงไม่อาจกลับเยี่ยนถงได้แล้ว”


“เจ้าเป็นสตรีตัวคนเดียวไม่กลัวลำบากหรือไร แต่จะว่าไปเจ้านี่แกร่งไม่เบาเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นธิดาเศรษฐี เอาตามตรงเลยข้าไม่คิดด้วยซ้ำว่าเจ้าจะกล้าหาญขนาดนี้” เฮยสงหัวเราะขำเมื่อนึกถึงตอนที่ลูกน้องมารายงานว่าส่งจดหมายให้คนของเศรษฐีแล้วพวกนั้นหวาดกลัวมาก มือไม้สั่นไปหมด แต่ตอนที่ไปถึงพบนางมายืนรอต้อนรับเขาเองก็ถึงกับงงงวยไปเช่นกัน


“ข้าชอบที่ท่านเป็นคนตรงไปตรงมานะ ที่จริงแล้วข้าก็มีความจริงบางอย่างมาสารภาพเช่นกัน” ฟั่นชิวเยี่ยตัดสินใจเล่าเรื่องตนเองให้เขาฟังก่อนจะบอกอีกว่าความจริงแล้วนางเองก็ไตร่ตรองเรื่องนี้มานานแล้วเหมือนกัน เพราะธิดาของเศรษฐีตัวจริงได้หนีไปแต่งงานกับท่านอ๋องน้อยเมืองฝูหรง และปล่อยให้นางรับหน้าต่อไปจนมาเจอเรื่องนี้เข้า นางจึงคิดหาวิธีลงจากตำแหน่งสาวงามเมืองเยี่ยนถงทันที


“เช่นนี้ข้าสมควรเรียกเจ้าว่าเช่นไรดี”


“เรียกข้าว่าชิวเยี่ยเถอะ ข้าอยากเป็นตัวของข้าเอง”


“ได้ หากแผนการของเราสำเร็จเสร็จสิ้นข้าจะให้คนพาเจ้าออกไปจากที่ค่ายนี้พร้อมทรัพย์สินในการตั้งตัว” ทั้งสองเจรจาความกันเสร็จแล้วก็เดินทางกลับเข้ามาในค่าย แต่กลับหาตัวจิ่วลู่ฟางและอู๋จื้อจวีไม่พบ คนงานในเหมืองแร่ก็มารายงานว่าตอนนี้ทั้งสองเข้าไปในเขตเหมืองแล้วก็บอกว่าไม่ต้องตามด้วย


“ชิวเยี่ยเจ้าไปพักก่อนเถอะ บนเรือนด้านบนมีห้องพักเยอะชอบห้องไหนก็พักตามสบาย ส่วนข้าขอตัวไปจัดการปัญหาสักครู่”


“ขอบคุณท่านเจ้าบ้าน เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ” นางไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว สถานะของนางตอนนี้ไม่มีสิ่งใดน่ากังวลแล้ว เขามีคนที่ชอบแล้วนางก็เท่ากับสบาย


“เชิญนายหญิงทางนี้เจ้าค่ะ” ร่างโปร่งบางยิ้มน้อยๆ แล้วเดินตามสาวใช้ของเฮยสงมาพานางไปพัก แม้จะกังวลเรื่องอู๋จื้อจวีแต่คิดว่าเขาคงเก่งและเอาตัวรอดจากพายุหึงของเฮยสงได้กระมังการตัดสินใจหนนี้นับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก นางได้ลงจากตำแหน่งธิดาของหลิวกวงแถมเป็นอิสระอีกต่างหาก นางได้กลับมาเป็นฟั่นชิวเยี่ยแล้ว


เท่านี้แหละที่นางต้องการ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

20 ความคิดเห็น