เซ็ต จอมยุทธ์ป่วนรัก

ตอนที่ 3 : เย้ารักหยอกหัวใจ ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

                  


               ตอนที่ 2



           หลายเดือนมานี้นางถูกบิดาส่งตัวมาอยู่ที่บ้านหลังน้อยในซอกซอยเล็กๆของเมืองเยี่ยนถง ความเป็นอยู่ไม่ได้คับแคบอะไรแต่ท่านเพียงแค่ไม่ยินยอมให้นางใช้สิทธิ์ความเป็นบุตรสาวของตนเองเท่านั้น      

           “ข้าบอกแล้วว่าข้ายังไม่อยากมีห่วงผูกคอเหตุใดจึงไม่ยอมฟังกันเลย” มีอย่างที่ไหนให้นางแต่งตัวเป็นเสี่ยวเอ้อร์ หน้าตามอมแมม ใครกันที่ร่ำลือว่านายท่านหลิวหวงลูกสาว ถ้าเขาหวงจริงไม่ปล่อยนางมาทำเช่นนี้หรอก

           ในเมื่อบิดามีตัวแทนอยู่แล้วนางคิดว่านางน่าจะหาโอกาสหนีไปที่อื่นจะดีกว่า หนีไปท่องโลกกว้างแล้วค่อยกลับมา ในเมืองเยี่ยนถงคนรู้จักชื่อหลิวไฉ่หงที่เป็นคนอื่นไปแล้วส่วนนางก็ออกไปท่องโลกกว้างกับศิษย์พี่ทั้งสองไม่ดีกว่าหรือค่ำคืนนั้นนางก็หลับไปหลังจากใคร่ครวญหาทางออกอยู่นานแสนนาน



           ในยามเช้านางก็ต้องตื่นมาเตรียมตัวไปทำงาน การแปลงโฉมของไฉ่หงไม่มีอะไรมากเขียนคิ้วให้เข้มยุ่งๆนิดหน่อย เอาฝุ่นผงสีดำทาไว้ให้ดูมอมแมมเช่นทุกคราแล้วส่วนสำคัญคือผ้ารัดหน้าอกที่ต้องทำให้แน่นขึ้นอีกเล็กน้อยเพราะเมื่อวานตอนเดินชนผู้ชายคนนั้นนางลืมรัดผ้าไว้ให้แน่นหนาด้วยความรีบร้อนแล้วยังคิดว่ายังไงก็จะเลิกงานแล้ว มิคาดว่าดันไปเดินชนผู้อื่นได้ แต่ก็ช่างเถอะบุรุษคนนั้นคงเป็นหนุ่มต่างเมืองเหมือนคนอื่นๆยังไงก็ไม่มีทางมาเกี่ยวข้องกับนางอยู่แล้ว                  


           ในยามสายหน่อยสาวน้อยก็เดินทางมาถึงที่โรงเตี๊ยมสมปรารถนาในตอนนั้นเองหลิวกวงก็กำลังมาตรวจงานพอดีเขาเหลือบมองเสี่ยวยวี่เล็กน้อยด้วยสายตาเป็นกังวลแต่ถ้อยคำที่หลุดออกมานั้นนางแทบกระอักเลือดตาย

           “ชิส์ๆๆ สภาพรับไม่ได้จริงๆ ผู้พ่ายแพ้นี่ช่างน่าสงสารทุกวันทุกคืน” นัยน์ตาโตตวัดมองผู้เป็นบิดาด้วยความเคืองใจ แต่กลับไม่มีวาจาใดหลุดออกมา

           “วันนี้คุณหนูมารับบัญชีไม่ได้ เสี่ยวยวี่เจ้าหอบเอาบัญชีร้านไปให้ข้าด้วยก็แล้วกันนะ”           

           “ขอรับนายท่าน” หน็อย ท่านพ่อต่อว่านางตรงนี้ไม่สาสมใจสินะถึงได้เรียกไปพบด้วย เจ้าตัวน้อยได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วจำใจโค้งศีรษะส่งผู้เป็นนาย

           อากัปกิริยานี้หนีไม่พ้นสายตาของผู้ที่ยืนมองจากชั้นสามหวงเซี่ยเทียนยืนชมฉากเมื่อครู่ด้วยความสนใจ เขามีความคิดหนึ่งวูบเข้ามาว่าเสี่ยวเอ้อร์นามว่าเสี่ยวยวี่ผู้นั้นดูแปลกๆ ไม่ใช่ชายแต่ปลอมตัวเป็นชาย ไม่ยำเกรงผู้เป็นนายอย่างหลิวกวงแถมอีกฝ่ายยังไม่เคืองโกรธอีกด้วย หรือว่าหลิวกวงผู้นี้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมิใช่บุรุษเช่นกันจึงได้สั่งให้เอาบัญชีร้านไปส่งที่ห้องตนเองดังนั้นเมื่อเขาสั่งอาหารเข้ามาทานในห้องหวงเซี่ยเทียนจึงได้สอบถามเรื่องของเสี่ยวเอ้อร์ที่เขาสนใจทันที แล้วคำตอบก็อย่างที่เขาคาดคิดไม่มีผู้ใดทราบมาก่อนว่านางเป็นสตรี ทำงานมาหลายเดือนโดยไม่มีผู้ใดผิดสังเกตเลย       

           วันนี้ก็มีเหล่าบุรุษมานั่งกินอาหาร จิบชา ดื่มเหล้าตามปกติ แต่พอทราบว่าหลิวไฉ่หงไม่มาพวกเขาก็ทยอยจ่ายเงินแล้วเดินทางกลับ ไม่มีผู้ใดสนใจเจ้าหนูที่หอบห่อผ้าใส่หนังสือบัญชีเดินเอียงแซดๆ นั่นเลยสักคน    

           ผู้ที่แอบสังเกตมานานแล้วจึงขยับตัวจะเดินไปช่วยแต่กลับมีลูกน้องของเขาขยับตามด้วยเช่นกัน         

           “ไม่ต้องตามมาหรอก ข้าดูแลตัวเองได้ถ้าหากมีอะไรเดี๋ยวก็เรียกเอง” เขามองหน้าชายที่เหมือนจะเป็นองครักษ์ตนเองอย่างเหนื่อยใจ ขอเขามีชีวิตส่วนตัวบ้างเถอะ น่ารำคาญเสียจริง       

           เมื่อพวกเขาถอยห่างไปแล้วร่างสูงจึงสะบัดชายเสื้อเดินตามเจ้าตัวน้อยไปเรื่อยๆ อย่างไม่เร่งร้อน สถานที่ที่เดินไปนั้นยาวลึกเข้าไปด้านในที่เป็นสวนดอกไม้ด้านหลังโรงเตี๊ยม เมื่อเดินอ้อมวกวนไปมาก็มีทางอีกเส้นมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์สกุลหลิว          

           หวงเซี่ยเทียนรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่สามารถติดตามอีกฝ่ายได้แบบปกติแล้วจึงได้แอบแฝงกายแล้วตามไปสอดส่องแทน เจ้าตัวน้อยเดินไปถึงหน้าห้องหนึ่งจึงได้เห็นชายสูงวัยที่ทำเหมือนต้นทางไม่ก็เป็นพ่อบ้านกระมังรีบมาดึงแขนอีกฝ่ายแล้วผลักเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว


           เขาซุ่มมองอย่างใจเย็นไม่นานนักก็เห็นว่าหลิวกวงแทบจะกระโดดถีบไอ้ตัวน้อยออกมาตามด้วยเสียงด่าโวยวายด้วยเช่นกัน 


   “ในเมื่อเจ้าชอบเถียงข้านักเจ้าก็ไปอยู่บ้านเล็กๆของเจ้าต่อไปเลย”             

           “ไปก็ได้ เชิญตาแก่เอาแต่ใจเช่นท่านอยู่กับเรื่องหลอกลวงให้พอเลย เชอะ”เหมือนว่าจะไม่มีใครยอมใครจนกระทั่งชายอีกคนรีบเข้าไปห้ามแล้วโบกมือไล่ให้นางไปไกลๆ   

           “ข้าขอร้องท่านล่ะ กลับไปก่อนเถอะนะ”  

           “ท่านลุงเหลียงเขาเป็นฝ่ายเรียกข้ามาเองนี่นา”     

           “ไอ้เด็กปากร้าย ข้าจะ...” ไม่ทันที่จะพูดจบจานฝนหมึกก็ลอยหวือออกมาจากด้านในของห้องหนังสือหมึกสีดำกระเด็นโดนเสื้อของนางที่ไม่ทันระวัง ทำให้หญิงสาวโวยวายขึ้นมาทันที        

           “ชายแก่ขี้โมโห ชายแก่จอมเจ้าเล่ห์”      

           “โอ๊ย นายท่านข้าขอร้องล่ะพังหมดแล้ว” เสียงคนทั้งสามดังสวนกันวุ่นวายไปหมด ก่อนที่เจ้าตัวน้อยจะวิ่งหนีออกมาได้ทันแต่ก็บ่นงึมงำมาตลอดทาง      

           “เฮ้ย” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจเมื่อเดินพ้นจากเขตบ้านสกุลหลิวแล้วพบว่ามีใครบางคนมายืนขวางทางตนเองพอดี   


           “ท่านมีสิ่งใดจะใช้ข้าหรือ”

           “ไม่หรอก ข้าแค่มาเดินเล่นไม่คาดว่าจะมีคนอยู่ที่นี่”

 

          “อ่อ เช่นนั้นก็เชิญท่านตามสบายเถอะ” ว่าแล้วนางก็เดินเลี่ยงไปอย่างไม่สนใจเขาเช่นเคย นี่เป็นหนที่สองแล้วที่เขาโดนเมินเช่นนี้ เสี่ยวยวี่เป็นสตรีที่นับว่าแปลกมาก ตอนแรกเขาเกรงว่านางอาจจะโดนข่มเหงเอาได้หากถูกเจ้านายเรียกไปพบแต่เปล่าเลยนางกลับไปยั่วโมโหจนถูกอีกฝ่ายเขวี้ยงด้วยจานหมึกเสียได้ เขาไม่เคยเจอมาก่อนจริงๆ     

           เขาเคยโมโหลูกน้องแต่ก็ไม่ถึงขนาดต้องลงมือเช่นนี้ ต่อให้เขาขี้หงุดหงิดหรือเอาแต่ใจเพียงไหนเขาก็ยังไม่เคยกระทำเช่นนี้มาก่อน  ปากคอนางต้องร้ายกาจถึงเพียงไหนนะ หลิวกวงถึงได้โมโหรุนแรงเช่นนั้น         

           เมื่อหลิวไฉ่หงจอมกวนประสาทออกไปได้ไกลแล้วหลิวกวงจึงได้แต่หอบหายใจด้วยความเหนื่อย เขาจะเป็นประสาทตายตอนที่อยู่ใกล้นาง ไอ้ลูกบ้านั่นเขาอุตส่าห์เป็นห่วงอยากถามไถ่ข่าวคราวมันดันมากวนโมโหเสียได้    

           “นายท่านใจเย็นก่อนเถิดนะขอรับ ท่านเองก็ทราบดีว่าคุณหนูนางก็เป็นเช่นนี้”

           “เพราะอี้เหนียงด่วนจากไปแท้ๆ ข้าเลยต้องส่งธิดาคนเดียวให้ส่งรักษาตัวกับอาจารย์บนเขา พอนางกลับมาอีกครา นางก็กลายเป็นคนป่าพูดจาไม่รู้เรื่องไปแล้ว” เขาพึมพำต่อว่าภรรยาที่เสียไปแล้ว นางจากไปทั้งที่อยู่กินกันได้มี่กี่สิบปี พอไฉ่หงหายดีแล้วก็ลงจากเขาแต่แทนที่เขาจะได้พบเจอธิดาสาวผู้งดงามเขากลับพบว่านางมีวิชาตัวเบาที่ใช้ได้และมีความคิดที่ต่างไปจากตนเองโดยสิ้นเชิง ชีวิตนางอิสระเกินไป  

           ตอนที่เขาคิดจะขยายกิจการเขาไหว้วานให้นางแต่งตัวเป็นสตรีมานั่งดีดพิณ หรือวาดภาพเฉกเช่นกุลสตรีคนอื่นๆ แต่นางกลับยืนกรานว่าจะไม่ทำเพราะไม่เชื่อว่าเรื่องเช่นนี้จะช่วยให้กิจการดีขึ้นได้ เขาจึงเปลี่ยนความคิดให้นางแต่งงานเพื่อที่จะได้หาบุรุษมาช่วยทำกิจการต่อไป แต่นางกลับไม่ยินยอมอีก   


      จนสุดท้ายก็เป็นที่มาของการพนันระหว่างเขากับนางในเมืองเยี่ยนถงนี้นางมั่นใจมากว่าบิดาไม่สามารถหาสาวงามมาได้แน่ เพราะต่างก็รู้จักกันดีแต่สิ่งที่นางคาดไม่ถึงคือเขารู้จักพวกพ่อค้าวานิชมากมาย แหล่งสาวงามมีที่ไหนเขาย่อมส่งคนไปเสาะหา ในที่สุดเขาก็ได้ตัวแทนของหลิวไฉ่หงมาเสริมบารมีของสมปรารถนาเอาไว้จนได้    

           ตอนแรกเจ้าลูกไม่รักดีพยายามจะเปิดโปงเขาแต่กลายเป็นว่านางกลับสนับสนุนเขาอย่างไม่รู้ตัว เพราะนางพยายามทำให้ผ้าม่านที่กั้นเอาไว้ขาดคนจึงมองเห็นว่าผู้ที่อยู่ข้างในงดงามเพียงไหน แล้วจากนั้นก็มีแต่ผู้สนใจมาชมบุบผางามของเยี่ยนถงที่โรงเตี๊ยมของเขา สุดท้ายเจ้าลูกเกเรนั่นก็พ่ายแพ้ต้องไปทำงานเป็นเสี่ยวเอ้อร์ชมความอลังการของสกุลหลิวอย่างจำยอม    

           “เจ้าว่านางสามารถพูดภาษามนุษย์รู้เรื่องหรือหลิวเหลียง”

           “คุณหนูก็พูดภาษาปกตินะขอรับนายท่าน”

           “นางเป็นบ้าไปแล้ว ข้าจะจัดงานเลือกคู่นางก็ไม่เอา นางสิบแปดแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ แล้ว อีกหน่อยเกิดฟั่นชิวเยี่ยพบคนถูกใจ นางก็คงหนีไปแต่งงานแล้วข้าจะทำเช่นไร”    

           “ความจริงข้าว่านายท่านเองก็มีส่วนผิดนะขอรับ หากชาวเมืองรู้เรื่องของแม่นางชิวเยี่ยเราจะต้องโดนด่าแน่”      

           “ข้าก็กำลังหาทางออกนี่อย่างไรเล่า” เพราะเจ้าเด็กบ้ามันกระชากผ้าม่านออกทำให้มีคนพบเห็นหน้าของชิวเยี่ยไปแล้วเลยยากที่จะปิดบังต่อ การพนันระหว่างเขากับไฉ่หงเองก็ยังไม่จบสิ้นแต่วันนี้พอเรียกนางมาพูดคุยนางกลับบอกว่าหากเขาพูดเรื่องนี้อีกนางจะหนีไปกับบุรุษอื่น      

           เขาแทบกระอักเลือดตาย        

           “นางไม่มีมารดาช่วยดูแล อยู่บนเขาก็มีแต่ศิษย์พี่ผู้ชายตอนนี้ข้ากำลังอับจนปัญญายิ่ง”         

           “คุณหนูอาจจะกวนประสาทไปสักนิด แต่หากมีคนที่ขึงขังจริงจัง บ่าวว่าอาจจะกำราบนางได้นะขอรับ”  

           “ทั้งเมืองนี่เจ้าว่ามีผู้ใดจะกำราบนางได้อย่างนั้นหรือที่คนอยากเป็นเขยข้าเพราะชิวเยี่ยต่างหาก ไม่ใช่เพราะนาง หากมีผู้ล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้วธิดาของข้าเป็นใครคงส่ายหน้าสั่นหัวกันระนาว” เรื่องนี้เขาก็พอได้ยินมาบ้างว่าเจ้าเสี่ยวยวี่เอาเรื่องไม่น้อย ขนาดให้ไปทำงานแล้วนางก็ยังกวนประสาทผู้อื่นได้เรื่อยๆ เขาจะทำเช่นไรดีบุตรสาวจึงจะมีความเป็นกุลสตรีกับเขาบ้าง           



+++++++++++++

ทะยอยอัพไว้ก่อน เวอร์ชั่นนี้รีไรท์เรียบร้อยจ้า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

20 ความคิดเห็น