เซ็ต จอมยุทธ์ป่วนรัก

ตอนที่ 9 : เย้ารักหยอกหัวใจ ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    21 มี.ค. 62

                                       ตอนที่ 8  

      

              ข้างนอกอากาศหนาวเย็นเพราะฝนตกตลอดทั้งคืน เหล่าทหารทั้งหลายนอนอยู่ด้านนอกหน้าประตู

โดยมีมู่ชุนชางยืนเฝ้ายามอยู่เพียงลำพัง ด้านในเป็นที่พักของหวงเซี่ยเทียนกับเจ้าตัวน้อยของเขาอยู่ห่างไปอีก     

           เหตุผลหลักที่วันนี้เขาทำตัวแปลกไปคือเจ้าตัวน้อยเผลอทำหน้าอันมอมแมมของตนเองหลุดลอกไปแล้วเขากลัวว่านางจะเสียใจเลยแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแต่ก็ยังไม่ยอมให้คนอื่นๆได้เห็น เขารอจนนางหลับไปแล้วจึงได้แอบรื้อค้นห่อผ้าสุดหวงของนางจนได้พบตลับผงบางอย่าง เมื่อเทออกมาดูก็พบว่าเป็นผงแป้งแบบเดียวกับที่เสี่ยวยวี่ใช้จริงๆ        

           “เป็นเช่นนี้เอง ก็ได้ข้าจะทำไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วผิวเจ้าเป็นยังไงก็แล้วกันนะ” เขาพยักหน้าอย่างเจ้าเล่ห์แล้วจึงเอาผงฝุ่นพวกนั้นไปทาตามตัวให้อีกฝ่ายเพื่ออำพรางเช่นเดิม หวงเซี่ยเทียนขยับกายไปพิงเสาแล้วครุ่นคิดไปถึงว่าหากเขาไปถึงฝูหรงแล้วเขาจะจัดการกับนางเช่นไรดี เสี่ยวยวี่มีวรยุทธ์วิชาตัวเบาของนางเขาเคยเห็นมาแล้ว หากจะขังนางไว้ที่จวนอ๋องคงไม่ได้เพราะนางจะต้องแอบหนีไปสักวันเป็นแน่ เขาถูกชะตากับนางมากแม้จะไม่เคยได้เจอใบหน้าที่แท้จริงของหญิงสาวผู้นี้รวมทั้งไม่รู้ชาติกำเนิดของนาง แต่คิดว่าไม่น่าจะมีพิษภัยอะไรแต่ใครจะการันตีได้ว่าคนแซ่อู๋จะไม่มาตามหานาง        

           นึกถึงผู้ชายคนนั้นแล้วเขาก็ขัดเคืองใจ ในสายตานางมีแต่คนแซ่อู๋ตลอดเวลา น่าเสียดายจริงๆก่อนออกจากเมืองเยี่ยนถงเขาน่าจะให้มู่ชุนชางสืบเรื่องบุรุษผู้นั้นด้วยแต่เอาเถอะกว่าที่จะมีใครล่วงรู้เขาก็คงพานางกลับไปถึงฝูหรงเรียบร้อยแล้ว ไว้ตอนนั้นค่อยหาวิธีหลอกล่อนางดีกว่า  

           สตรีนิสัยแปลกประหลาดน่าสนใจผู้นี้เขาต้องใช้เวลาศึกษานางสักหน่อยแล้ว

                  





           ที่เมืองเยี่ยนถง

           หลิวกวงกำลังอาละวาดโวยวายที่โรงเตี๊ยมเมื่อพบว่าเจ้าเสี่ยวเอ้อร์ตัวแสบหายไป ร้อนถึงหลิวเหลียงที่ต้องรีบเข้าไปประครองพาเจ้านายกลับที่คฤหาสน์อย่างรวดเร็วก่อนความลับจะแตก    

            “เจ้าไฉ่หง เจ้าลูกบ้า ข้าไม่คิดเลยนางจะกล้าทำกับข้าเช่นนี้” เศรษฐีหลิวหอบหายใจถี่รัวด้วยความโมโหถึงขีดสุด

           “ใจเย็นๆนะขอรับนายท่าน บางทีนางอาจจะหนีไปเที่ยวสนุกกับศิษย์พี่ของนางก็ได้” คำกล่าวของหลิวเหลียงนับว่าน่าคิดบางทีนางอาจจะไม่ได้หนีไปไหน เขาอาจจะคิดมากไปเอง    

           “ท่านหลิว นายท่านหลิว นี่หมายความว่าอย่างไรกันเจ้าคะ” ยังไม่ทันที่อารมณ์ของเขาจะสงบลงฟั่นชิวเยี่ยก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับจดหมายในมือ เมื่อได้อ่านแล้วหลิวกวงก็เป็นลมหมดสติไปทันที  

           “ไปตามท่านหมอมาเร็วเข้า” ความโกลาหลพลันบังเกิดขึ้นมาในสกุลหลิว และหลังจากที่หลิวกวงฟื้นจากการหมดสติแล้วนั้นเขากับฟั่นชิวเยี่ยก็ได้แต่นั่งมองหน้ากันนิ่ง        บนโต๊ะมีจดหมายลายมือของหลิวไฉ่หงตัวแสบวางอยู่  


                 “นางบอกข้าว่าอีกสักระยะ นางจะรีบทำให้ข้าได้กลับบ้าน แต่คิดไม่ถึงเลย คุณหนูสกุลหลิวเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”         

           “ข้าก็ไม่คาดคิดเหมือนกัน นี่แสดงว่านางหนีไปจริงหรือนี่ นอกจากยอดเขาแล้วนางก็ไม่เคยไปจากเมืองเยี่ยนถงเลยนี่นา” นางจะไปที่ไหนได้

           “ส่งคนไปดูที่สำนักฝึกวิชาซิ  อู๋จื้อจวีกับเฟิ่งเสียงอยู่ที่นั่นหรือเปล่า” หลิวกวงออกคำสั่งให้คนขึ้นไปสืบข่าวบนเขาอีกแรง ตายๆๆ ธิดาคนเดียวของเขาเหตุใดจึงมาเป็นเช่นนี้หนอ      




           จนกระทั่งยามสายของอีกวันทุกคนจึงได้ทราบข่าวของเจ้าตัวยุ่งที่หายไปจากเมืองอู๋จื้อจวีเองก็เดินทางมาด้วย เขายืนยันว่าตอนที่พบหน้าศิษย์น้องเมื่อหลายวันก่อนนางก็เป็นปกติดี ไม่ได้กล่าวเรื่องใดเป็นพิเศษ ส่วนศิษย์พี่ใหญ่เดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองฝูหรงได้หลายวันแล้วเช่นกัน 

           “พี่ใหญ่ออกเดินทางแล้วข้ายังพบนางอยู่เลย ดังนั้นหากว่าบอกว่านางติดตามเขาไปก็ไม่น่าใช่” ชายหนุ่มพยายามใคร่ครวญและคิดหาเหตุผลหลายประการแต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยสักข้อ และสุดท้ายเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้      

           “ชิวเยี่ย เจ้าคงไม่ได้พูดอะไรกับนางใช่หรือไม่”    

           “หลายวันก่อนข้าเรียกนางไปพบเพราะข้าบอกว่าข้าอยากกลับบ้านแล้ว ให้นางรีบกลับมาแสดงตัวเป็นคุณหนูหลิว นางรับปากข้าแล้วด้วย”      

            “นั่นปะไรข้าว่าแล้วเชียว เพราะเจ้าเลย” อู๋จวื้อจวีตบเข่าฉาดเขาคิดแล้วว่าเจ้าศิษย์น้องเล็กต้องหนีอะไรสักอย่างที่แท้ก็เป็นเพราะนางนี่เอง       

            “ข้าทำไมหรืออู๋จื้อจวี”   

           “ก็ไม่ทำไมหรอก เจ้านี่มันสวยเสียเปล่าไม่มีสมองเลย จะพูดจากับคนยังเดาทางเขาไม่ออก”   

           “ท่านกล้าว่าข้าอย่างนี้ได้ยังไง เพราะท่านกับนางนั่นแหละทำให้ข้าติดอยู่ตรงนี้ไปไหนก็ไม่ได้ เพราะพวกท่านเลย” คราวนี้นอกจากจะชี้หน้ากันธรรมดาแล้วสองหนุ่มสาวยังออกอาการโวยวายใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร

           “พอก่อนเถอะ พอก่อน”

           “ข้าไม่สนทนากับเขาแล้ว” ฟั่นชิวเยี่ยคารวะเจ้าของบ้านแล้วสะบัดหน้าหนีไปทันที     

           “ท่านหลิวดูสิ” 

           “พอก่อนเถอะคุณชายอู๋ ตอนนี้เรื่องสำคัญคือเราจะตามหาหงเอ๋อตัวแสบจากที่ไหนมากกว่า” เมื่อได้ยินเช่นนี้เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาถูกเชิญมาช่วยเรื่องอะไร เมื่อครู่เผลอใส่อารมณ์มากไปหน่อย   

           “ขออภัยท่านหลิว”      

           “มิเป็นไร”      

            “ข้าว่านางจะต้องหนีไปจากเยี่ยนถงแล้วเป็นแน่ แต่ว่าช่วงที่ผ่านมานี้เราน่าจะสืบได้บ้างนะว่าเสี่ยวเอ้อร์นามว่าเสี่ยวยวี่ไปไหนเป็นพิเศษบ้าง” หลิวกวงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแต่เรื่องนี้ให้เขาลงมือเองเกรงว่าจะลำบาก   

           “เช่นนั้นข้าจะไปตามหานางเองก็แล้วกัน”


                       
กว่าที่เมืองเยี่ยนถงจะสืบได้ว่าหลิวไฉ่หงหายไปไหน วันนี้นางก็เดินทางมาจนถึงเมืองฝูหรงเรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นเมืองที่ใหญ่มากจริงๆ ไมได้มีเขตการค้าแบบเยี่ยนถงแต่บ้านเรือนกลับใหญ่โตงดงาม        

                   “คุณชาย บ้านท่านอีกไกลหรือไม่”

                    “ไม่ไกลหรอก ข้างหน้านี้เอง” เขาชี้มือไปยังกำแพงสูงใหญ่เบื้องหน้า นางแหงนคอมองกำแพงบ้านแล้วมองความยาวของมันด้วยความแปลกใจ

                   “แน่ใจนะว่านั่นคือบ้าน??”

                   “ใช่แล้ว นี่แหละบ้านของข้า ไปกันเถอะ ข้าจะพาไปดูบ้านข้าก่อน เผื่อเจ้าจะเปลี่ยนใจอยากอยู่ทำงานกับข้า” เขาฉุดเอาข้อมือเล็กลากเอานางเดินตามไปด้วยอย่างนึกสนุก เมื่อเขาไปถึงชายรูปร่างสูงใหญ่สี่นายก็ทำโค้งศีรษะความเคารพเขาอย่างพร้อมเพรียงกัน 

                   “ว้าว ดีจังเลย”  

                    “ดีหรือ?? ถ้าเจ้าคิดว่าดีก็อยู่นานๆสิ”      

                   “ไม่ได้หรอก คือข้ายืนยันคำเดิมนะ ข้าไม่อยากรับใช้ท่านข้าแค่อยากมาเมืองฝูหรงเท่านั้นเอง หากไม่เป็นการรบกวนข้าขอพักสักคืนแล้วข้าจะออกเดินทาง” หลิวไฉ่หงยืนยันคำพูดเดิมที่ว่านางแค่อยากมาท่องเที่ยวไม่ได้อยากมาเป็นคนปรนนิบัติผู้ใด หลิวเซี่ยเทียนหน้าบึ้งตึงไปเล็กน้อยก่อนจะเดินนำอีกฝ่ายเข้าไปด้านใน  

                   “เซี่ยเทียน เจ้าหายไปไหนมาตั้งนานวัน แม่คิดถึงเจ้าจะแย่อยู่แล้วนะลูก” พระชายาแหงตำหนักอ๋องรีบโผเข้ามากอดโอรสเพียงผู้เดียวอย่างคิดถึงเขาเดินทางไปนานนับเดือนเลยทีเดียว       

                    “ลูกก็คิดถึงเช่นกัน” คำพูดจาแปลกๆพวกเขาพูดอะไรกันล่ะเนี่ยหลิวไฉ่หงกำลังยืนงงอยู่มู่ชุนชางก็รีบก้าวเข้ามากดร่างเล็กให้คุกเข่าลงไป

                   “นั่นใครกัน”     

                   “ข้ารับใช้คนใหม่ของลูกพะยะค่ะ”

                   “ข้ารับใช้?? เจ้าจะเอามาทำไมกัน ตำหนักเราก็มีคนเยอะแยะ”

                   “แต่เจ้าหนูนี่ลูกถูกชะตามากเลย ลูกจะให้เขามาเป็นคนรับใช้ส่วนตัว”

                   หือ??????หลิวไฉ่หงนึกในใจว่าไม่ใช่แล้วนางไม่ได้พูดกับเขาเช่นนี้เลย    

                “เจ้าน่ะหรือจะมีคนรับใช่ส่วนตัว แล้วมู่ชุนชางเล่า”       

                   “ใต้เท้ามู่ก็ทำหน้าที่เดิมไป”        

                   “เช่นนั้นก็แล้วแต่ลูกเถอะ แล้วเจ้าหนุ่มนั่นชื่อเรียงเสียงไร จะดูแลเจ้านายไหวหรือ ตัวเล็กแคระแกร็นจัง”

                    “ชื่อเสี่ยวยวี่ขอรับ”      

                   “อ้อ...เสี่ยวยวี่ เจ้ารีบไปอาบน้ำได้แล้ว ป่านนี้คงมีผู้ไปรายงานเสด็จย่าของเจ้าเรียบร้อยแล้วกระมัง” เสด็จย่าของเขาคือไทเฮาของราชวงศ์ปัจจุบันบิดาของเขาเป็นท่านอ๋องฝูหรง เมืองด้านนอกที่ไม่ไกลจากตัวเมืองหลวงนัก เพียงเขามาถึงเมืองนี้เชื่อแน่ว่าต้องมีคนรายงานไปแล้วแน่นอน ทุกคนลุกขึ้นยืนแล้วมู่ชุนชางจึงสั่งลูกน้องให้ตามไปอารักขาท่านอ๋องน้อยส่วนเขาจะพาเสี่ยวยวี่ไปห้องพักคนรับใช้        

                   “ใต้เท้ามู่ท่านจะทำอะไร” 

                   “พาเสี่ยวยวี่ไปห้องพักขอรับ”      

                   “ห้องพักของเขาอยู่ทางนั้นต่างหาก ข้าจะพาเขาไปเอง ท่านไปพักผ่อนเถอะ” ร่างสูงของผู้เป็นนายเดินมาจูงมือเจ้าตัวเล็กแล้วพาเดินไปทางด้านหลังของตำหนักกลางแทนมู่ชุนชางมองตามอย่างแปลกใจก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้        

                   เดี๋ยวนะ

                   ตำหนักตงอิงเป็นเขตตำหนักของท่านอ๋องน้อยไม่ใช่หรือ

                   นี่ท่านอ๋องน้อยคิดจะทำอะไรกันแน่          




++++++++++++++++++++++
ท่านอ๋องล่อกวางน้อยที่คิดว่าตัวเองเป็นเสือเข้าถ้ำไปแล้วจ้าาาา

คือลูกล่อลูกชนร้ายมากกกก

ฝากผลงานอีกเรื่องด้วยนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

20 ความคิดเห็น