[TWICE] Young Mom [2yeon ft.mimo] #ฟิคยังมัม

ตอนที่ 10 : 10.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 780
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    17 ธ.ค. 60


: 10.1





          พราะอย่างนี้หรือเปล่าพวกผู้ใหญ่บางคนถึงได้ชอบที่จะมีแฟนเด็กๆกัน

 

          “พอได้จับมือคุณนายอนอีกครั้งแล้ว มือคุณนายอนนิ่มจริงๆค่ะ”

          “ฉันอยากจับมือคุณนายอนมานานแล้ว”

          “วันนี้ได้จับซักที”

 

          พวกเขาเหล่านั้นช่างขยันทำให้หัวใจป้าๆแบบเธอสั่นยิ่งกว่าแผ่นดินไหวซะเหลือเกิน

 

          ตึกตัก

          ตึกตัก

          ตึกตัก

 

          นายอนมองมือของจองยอนที่กำลังกุมมือของเธออยู่ด้วยหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ และเธอว่าเธอก็ได้ยินเสียงหัวใจของจองยอนที่ดังออกมาเหมือนกัน เธอเงยหน้าขึ้นมองจองยอนที่ยังคงมองมายังเธอ หัวสมองของเธอคิดอะไรไม่ออกเมื่อได้อยู่ใกล้เด็กคนนี้ และเมื่อจองยอนค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้ามาหาเธอนั้น เธอที่เป็นผู้ใหญ่และรู้ว่าสิ่งที่จองยอนกำลังจะทำต่อไปนั้นคืออะไร กลับทำได้เพียงแค่เอียงใบหน้ารอรับสัมผัสจากเด็กอายุ17ที่จะมาถึงริมฝีปากของเธอในอีกไม่ช้านี้

 

          มันไม่ใช่ครั้งแรกที่จองยอนกำลังจะจูบเธอ แต่มันเป็นครั้งแรกที่จองยอนจะได้จูบเธอในฐานะคู่เดทหรือแฟนในอีกความหมายหนึ่ง และเธอก็ค่อนข้างตื่นเต้นกับสัมผัสที่อีกคนกำลังจะมอบให้ ใบหน้าอ่อนวัยของเด็กสาวอย่างจองยอนเมื่อได้มองใกล้ๆทำให้เธอต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกกระหายนิดๆ ริมฝีปากแดงอวบอิ่มของวัยรุ่นช่างยั่วยวนใจเธอที่มีอายุขึ้นเลขสาม

 

          เธอไม่ค่อยอยากจะยอมรับเท่าไหร่ว่าเธอกำลังหลงใหลในเสน่ห์ของเด็กอย่างจองยอน แต่ก็นะ...อายุก็ขนาดนี้แล้ว ลูกก็มีตั้งหนึ่งคนอย่างเธอจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดเด็กแบบนี้ได้สักกี่ครั้งกัน

 

          ครืดดด... เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้นขัดหัวใจที่เต้นรัวเร็วของเธอไม่ให้มันลอยทะลุอกออกไปมากกว่านี้ ทั้งเธอและจองยอนสะดุ้งตัวโยนกันทั้งคู่ เหมือนหัวใจของเธอกำลังร่วงหล่นไปหยุดอยู่ที่ตาตุ่ม เป็นโทรศัพท์ของจองยอนที่ที่ดังขึ้นมา แม้ว่าเธอจะแอบเสียดายกับสัมผัสเล็กๆน้อยๆที่จองยอนจะแสดงออกมากับเธอ แต่เธอก็เข้าใจและปล่อยให้จองยอนได้คุยโทรศัพท์ แม้ว่าจะมีเนียนแอบฟังนิดๆ

 

          เดี๋ยวนะ...นี่เธอ...เริ่มมีนิสัยเด็กๆแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...

 

          “คะน้ามินะ?...อ้าวแม่โทรไปบอกน้าเหรอ?...” จองยอนพูดใส่โทรศัพท์ก่อนจะหันมามองเธอที่กำลังยืนมองเจ้าตัวอยู่ “ตอนนี้ฉันอยู่บ้านคุณนายอนน่ะ...ก็นึกว่าจะไม่ได้นอนบ้านแล้วเลยจะมาขอคุณนายอนค้างเฉยๆ...น้าใกล้จะถึงแล้วเหรอ โอเคๆๆ”

 

          สิ้นเสียง จองยอนกดวางสายทันที เขาก้มมองโทรศัพท์ของตัวเองที่น้ามินะเพิ่งโทรมาบอกเขาว่าแม่เขาได้โทรไปบอกให้น้ามินะเอากุญแจบ้านมาให้เขา เขาเงยหน้าขึ้นมามองคุณนายอนที่ยังคงยืนมองเขาอยู่ด้วยความรู้สึกเสียดายโอกาสเมื่อครู่นิดๆ พอมานึกดูดีๆแล้วเขานี่มันช่างเป็นเด็กที่ฉวยโอกาสอะไรแบบนี้ อยากจะเอาหัวโขกเสาบ้านแรงๆสักทีสองที

 

          เห้อออออ ไอ้ที่อยากเอาหัวโขกน่ะมันก็อยาก

 

          แต่ไอ้อยากจูบเนี่ยสิ มันก็อยากจูบด้วยเหมือนกันโว้ยยยยย ทำไมเขาช่างย้อนแย้งอะไรแบบนี้นะ ยูจองยอน!!!

 

          “น้าเราโทรมาบอกว่ายังไงหรอหืม?” ดูเหมือนว่าผู้ใหญ่ตรงหน้ายังคงมีสติดีอยู่ แม้ว่าเขาจะเสียสติเพราะเสียโอกาสและเสียสติเพราะไม่อยากเป็นคนฉวยโอกาสก็ตาม จองยอนหลุดออกจากภวังค์ความคิดมองคุณนายอนก่อนจะตอบออกไปทันที

 

          “น้ามินะโทรมาบอกว่าจะเอากุญแจบ้านมาให้น่ะค่ะ พอดีแม่เขาโทรไปหาน้ามินะให้เอากุญแจบ้านมาให้ ตอนนี้น้ามินะกับโมโมะก็ใกล้จะถึงบ้านแล้วด้วย วันนี้ฉันคงต้องกลับไปนอนที่บ้านแล้วล่ะค่ะ” จองยอนบอกให้คุณนายอนได้ฟังอย่างนึกเสียดายเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง เขามองดูคนที่เตี้ยกว่าอย่างคุณนายอนที่เพิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมานึกขำอยู่ในใจ

 

          “เสียดายเหรอคะ?”

 

          “ฉันดูเหมือนเสียดายเหรอหื๊มม?”

 

          “ก็คุณนายอนถอนหายใจเฮือกใหญ่ขนาดนั้นนี่” เขาบอกให้คุณนายอนขมวดคิ้วขำพร้อมกับส่ายหัวไปมากับคำพูดของเขา เขาระบายยิ้มขำออกมาบางๆและมันเป็นจังหวะเดียวกันที่เสียงปี๊นเบาๆดังขึ้นที่หน้าบ้านของคุณนายอนพอดิบพอดี เขาและคุณนายอนหันไปมองตามเสียงแตรรถก่อนที่คุณนายอนจะเดินนำเขาไปยังประตูไม้ของบ้านทันที

 

          และเหมือนว่าเจ้าตัวจะยังไม่รู้ว่ามือของตัวเองนั้นยังคงจับกับมือของเขาอยู่ แรงรั้งเบาๆที่เกิดจากเขาทำให้คุณนายอนที่เดินไปก่อนต้องหันหลังกลับมามอง และอะไรก็ไม่รู้ทำให้เขาเลือกที่จะขยับตัวเข้าไปกดริมฝีปากเบาๆลงยังตำแหน่งเดียวกันของคุณนายอน ทุกอย่างรอบข้างเหมือนหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ สัมผัสนุ่มจากริมฝีปากอวบอิ่มและกลิ่นกายหอมของผู้หญิงตรงหน้าทำให้เขาไม่อยากที่จะละริมฝีปากออกและอยากจะทำมากยิ่งกว่านั้น

 

          แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากที่จะฉวยโอกาสมากไปกว่าการจุ้บกัน จองยอนค่อยๆผละริมฝีปากออกมาจากริมฝีปากของคนตรงหน้าช้าๆ ก่อนจะผละมือออกแล้วขอตัวไปเก็บข้าวของของตัวเองที่วางทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่นเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านทันที รถของน้ามินะขับมาจอดที่หน้าบ้านของคุณนายอนให้จองยอนที่เก็บข้าวของครบเตรียมกลับบ้านแล้วนั้น หันไปมองคุณนายอนอีกครั้งเป็นการร่ำลา 

 

          นายอนยืนส่งร่างสูงอย่างจองยอนที่หันมามองเธอก่อนจะเดินไปยืนข้างรถของคุณมินะที่จอดอยู่ เธอรอรับตัวลูกสาวของเธอที่เปิดประตูออกมาจากตัวรถและดูจะเพลียจากการเดินทางไปดูห้องของคุณมินะมา นายอนมองดูใบหน้าอ่อนล้าของลูกสาวของเธอด้วยความเป็นห่วง มือบางลูบเบาๆบนหัวของลูกเธอและไม่ลืมบอกว่าวันนี้เธอได้ทำข้าวต้มเห็ดรออีกคนด้วย เด็กสาวยกยิ้มให้กับเธอก่อนจะบอกเธอว่าเจ้าตัวนั้นทานมาเรียบร้อยและขอตัวไปพักผ่อนก่อน ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

          ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นไปมองรถหรูของคุณมินะที่ขับออกไปแล้ว หัวใจของเธอยังคงเต้นรัวเร็วไม่หยุด สัมผัสอุ่นที่มือของเธอตอนที่จองยอนจับมือของเธอเอาไว้ยังคงรู้สึกได้ไม่จางไปไหน และมันก็ก่อให้เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาภายในใจ เธอไม่ค่อยอยากจะยอมรับมันเท่าไหร่ 

 

          บางทีเธอควรไปปรึกษาเพื่อนของเธออย่างซานะบ้างแล้วล่ะนะ

 

 


 

 ...

 


 

 

          นายอนในชุดทำงานและเพิ่งจะเคลียร์งานในช่วงเช้าเสร็จแล้วนั้นค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำเย็นที่แม่บ้านประจำบ้านของเพื่อนสาวอย่างซานะมายกขึ้นจิบให้พอแก้กระหายเล็กน้อย เธอหันมองบรรยากาศรอบๆบ้านหรูของเจ้าของธุรกิจสาวไฟแรงด้วยความนับถือเพื่อนของตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆจะทำงานหาเงินซื้อบ้านหรูภายในอายุ33ปีได้แบบนี้

 

          แม้ว่าเธอจะรู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นสินทรัพย์ร่วมกับสามีเจ้าตัวก็ตาม แต่มันก็อดนับถือเพื่อนของเธอที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนมีเงินมีทองมากมายขนาดนี้ไม่ได้จริงๆ

 

          “ค่ะ ถ้าจะกลับมาบ้านก็โทรมาบอกหน่อยแล้วกันนะ” เสียงของเจ้าของบ้านอย่างซานะดังขึ้นให้เธอวางแก้วน้ำลงกับโต๊ะกาแฟเบื้องหน้าแล้วหันไปมองตามเสียงด้วยความกระตือรือร้นและตื่นตัว

 

          ภาพของซานะที่กำลังพูดคุยกับสามีตัวเองอย่างอิมแจบอมปรากฏแก่สายตาของเธอ แม้ว่าซานะจะบอกกับเธอว่าแจบอมเป็นผู้ชายที่แค่แต่งงานด้วยเฉยๆเพราะเจ้าตัวต้องการทำธุรกิจและมีสิทธิ์เป็นผลเมืองของเกาหลีเต็มตัวก็ตาม แต่คนอยู่มาด้วยกันตลอดเกือบ 3ปี นั้นจะไม่มีความรู้สึกให้กันหรืออย่างไรนะ?

 

          นายอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีเมื่อชายหนุ่มรุ่นพี่ที่แก่กว่าเธอถึงสามปีอย่างพี่แจบอมหันมามอง เธอโค้งให้ชายหนุ่มอย่างมีมารยาท

 

          “เดี๋ยวผมโทรบอกแล้วกัน” แจบอมหันไปบอกกับภรรยาของตัวเองก่อนจะหันไปมองยังเพื่อนของภรรยาที่ยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้วยกยิ้มบางไปให้อีกครั้ง “แม่บ้านทั้งสองคุยกันให้สนุกนะครับ”

 

          คำพูดติดแซวของแจบอมทำให้ซานะที่ยืนอยู่ขมวดคิ้วยิ้มขำก่อนออกแรงดันไหล่สามีของตัวเองให้รีบๆออกจากบ้านไปเพื่อที่ตนจะได้ไปนั่งเม้าท์กับเพื่อนสาวของเธอต่อ บานประตูบ้านปิดลงก่อนที่ร่างบางอย่างซานะจะหันไปหาเพื่อนสาวของตนที่กำลังยืนรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นทันที ใบหน้าตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นของซานะแสดงออกอย่างชัดเจนเมื่อสามีของเจ้าตัวไม่ได้ยืนอยู่ต่อหน้า ให้นายอนที่มีเรื่องอยากจะปรึกษานั้นถึงกับต้องถามตัวเองในใจว่าเธอคิดดีแล้วใช่ไหมที่มาถามเพื่อนคนนี้

 

          “ไหนๆๆๆ มีเรื่องอะไรจะมาปรึกษาชั้นหืม เม้าท์ด่วนๆ” ซานะเดินดี๊ด๊ามานั่งลงข้างนายอนก่อนจะมองเธอตาใสด้วยความอยากรู้สุด นายอนมองเพื่อนตัวเองก่อนส่ายหัวขำเบาๆ

 

          “นี่พวกไฮโซๆแบบเธอนี่ต้องทำหน้า อยากรู้ อยากเห็น อยากเม้าท์ แบบนี้ตลอดเลยเหรอหื้อ?”

 

          “เอ้าก็แหม มันเป็นนิสัยไปแล้วที่จะต้องมีอะไรอัพเดทตลอดเวลาอ่ะ เข้าเรื่องเธอดีกว่าๆ ไหนๆตกลงมันเป็นยังไง?” คำถามเปิดประเด็นของซานะทำให้เธอนึกไปถึงเรื่องของจองยอนเมื่อคืนอีกครั้ง ท่าทางของจองยอนที่แสดงออกชัดเจนว่าต้องการจะจูบเธอนั้นทำให้เธอต้องรู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งตัว หัวใจเต้นแรง ใบหน้าเห่อร้อนไปหมด เธอเงยหน้ามองเพื่อนสาวของตัวเองที่ยังคงส่งใบหน้าอยากรู้ผ่านดวงตาโตใสอีกครั้งด้วยความเขินอายที่จะพูดออกไป

 

          “คือว่า...ฉันว่าฉันมีอารมณ์กับเด็กอายุสิบเจ็ดน่ะซานะ...แกว่าฉันเป็นโรคจิตมั้ย?”

 

          “โอ้...มาย...ก๊อด...นี่เพื่อนฉัน...ชั้นนึกว่าแกจะตายด้านเรื่องแบบนั้นไปแล้วนะเนี่ยนายอน แล้วนี่คืออะไร? ตอนแรกที่มาปรึกษายังไม่ได้อะไรกับเด็กคนนั้นเลย ตอนนี้มาอีกทีคือมีอารมณ์แล้วห๊าๆๆๆ ยังไงๆๆ เม้าท์ด่วนๆๆ” ซานะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสุดๆที่เธอระบายความในใจออกไป ถึงแม้ว่ามันจะน่าอายที่เธอมาพูดเรื่องความต้องการทางเพศกับเพื่อนของตัวเองที่มีต่อเด็กคนนั้นให้ฟังก็ตาม แต่มันก็อดรู้สึกว่าเธอเหมือนโรคจิตไม่ได้ที่คนอายุอย่างเธอแถมยังเคยมีสามีมาแล้ว จะมามีอารมณ์กับเด็กอายุ17 แถมยังเป็นผู้หญิงเหมือนกันอีก

 

          “เดี๋ยวๆๆใจเย็นๆสิโธ่...คืองี้เมื่อคืนจองยอนเขามาขอความช่วยเหลือจากฉัน เจ้าตัวลืมเอากุญแจบ้านมาเลยจะมาขอค้างที่บ้าน ทีนี้ไปๆมาๆก็มาตกอยู่ในสถานการณ์แบบ...เออแบบใกล้ชิดอ่ะแก พอมองหน้าเจ้าตัวแล้วฉันก็ใจเต้นรัว ขนลุกไปหมดเลยอ่ะ ฮือออ” เธอบอกให้เพื่อนสาวของตัวเองสงบสติอารมณ์ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่เธอยังไม่เคยเล่าให้เจ้าตัวฟังไปทีละฉากๆ ซานะตั้งใจฟังก่อนจะนึกชื่นชมหลานสาวของตัวเองที่เสียสละคนที่ตัวเองชอบให้แม่ของเธอ แม้ว่าเธอจะแอบสงสารเด็กสาวก็ตามที

 

          “โอเคๆ...งั้นฉันขอถามแกหน่อย แกกับจองยอนเป็นอะไรกันหรือยัง?”

 

          “ก็...เดทกัน”

 

          “เดทคือ?”

 

          “แฟนกันนั่นแหละมั้งโธ่” นายอนบอกใบหน้าแดงเรื่อให้ซานะมองแซวอย่างนึกสนุก

 

          “โอ๊ยยยย เพื่อนชั้นมีความรักกับเด็กอายุสิบเจ็ด ชั้นอิจฉาเธอ!!

 

          “เข้าเรื่องมั้ยอ่ะ”

 

          “โอเคฉันขอโทษ มันตื่นเต้นไปหน่อยอ่ะ แหะๆ...คืองี้นะ ถ้าเป็นแฟนกันอยู่ด้วยกันแล้วมีอารมณ์มันก็ไม่แปลกป่ะ ในเมื่อเป็นแฟนกันน่ะ เธอไม่ได้ไปมีอารมณ์กับเด็กอายุสิบเจ็ดทุกคนใช่มั้ยล่ะ ก็มีกับคนนี้คนเดียวงี้” ซานะอธิบายเหตุผลส่วนตัวของตัวเองให้เพื่อนฟัง เหลือบมองดูเพื่อนสาวลูกหนึ่งอย่างนายอนที่มีท่าทีครุ่นคิดตามคำพูดของเธอก็รู้สึกนึกขำอยู่ในใจ ท่าทางแล้วนายอนจะชอบยูจองยอนพอสมควร เจ้าตัวถึงได้มีเรื่องคิดมากมาถามเธอขนาดนี้ “จะว่าไปฉันก็ไม่เคยเห็นจองยอนลูกสาวคุณเจสสิก้าเหมือนกันนะ หน้าตาดีสมคำร่ำลือหรือเปล่าล่ะเด็กคนนั้น?”

 

          “ก็...ตัวสูงๆ บุคลิกเป็นผู้ใหญ่มากจนฉันแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าตัวจะอายุแค่สิบเจ็ดน่ะ น่ารักดี”

 

          “แหมมมม ไม่น่ารักเธอก็ไม่หลงขนาดนี้หรอกจ้า”

 

          “จะบ้าเหรอซานะ พรุ่งนี้เป็นวันแข่งกีฬากระชับมิตรกับอีกโรงเรียนของจองยอนด้วยนะ ฉันก็ต้องไปให้กำลังใจเจ้าตัวด้วย” นายอนบอกด้วยใบหน้าแดงก่ำ นึกไปถึงใบหน้าของเด็กสาววัย17ปีอย่างยูจองยอนอีกครั้ง ตัวสูง หน้าตาก็ดี ฐานะก็ยังดีอีก ยังไม่รวมถึงมีบุคลิกเป็นผู้ใหญ่ด้วยนะ ทำไมเด็กคนนั้นถึงได้เพียบพร้อมตั้งแต่เด็กๆแบบนี้ก็ไม่รู้

 

          “แกกกกกก...ฉันอยากไปด้วยจัง ให้ฉันไปด้วยสิ ฉันอยากเห็นแกมีโมเม้นหวานๆกับแฟนอ่ะ แกรู้มั้ยว่าวัยๆอย่างเราเนี่ย มีเด็กๆให้อ้อนให้ออดมันน่าอิจฉาขนาดไหน?” ซานะเขย่าแขนอ้อนวอนเธอ เธอมองใบหน้าเพื่อนสาวที่กำลังส่งสายตาน่าสงสารมาให้ ลมหายใจถูกถอนออกมาเบาๆก่อนจะถามเจ้าตัวออกไป

 

          “พรุ่งนี้แกไม่ทำงานหรือไงล่ะหื้อ?”

 

          “โอ๊ย ระดับฉันจะเข้าหรือไม่เข้ารายได้ก็ไม่หดหรอกค่า นะๆๆ ให้ฉันไปด้วยนะ”

 

          “อาๆ ไปแล้วก็อย่าไปเหล่เด็กๆล่ะ มีสามีแล้วนะหล่อนอ่ะ”

 

          “จ้าาาา แหม่ น่าหมั่นไส้จริงจริ๊งงงงงง” ซานะแซวเพื่อนตัวเองที่มีแฟนเด็ก เสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องนั่งเล่นก่อนที่บทสนทนาต่อมาจะเป็นเรื่องการงานของซานะแทน นายอนมองเพื่อนสนิทของเธอที่กำลังเม้าท์เรื่องนักลงทุนผู้ชายที่มาตามจีบเธอเป็นขบวนอย่างนึกขำอยู่ในใจ แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องการงานของเจ้าตัวก็ตามแต่เธอก็นั่งฟังเพื่อนของเธอเม้าท์ได้ไม่มีเบื่อ แม้ว่าจะมีบ้างที่หัวสมองของเธอจะเหม่อลอยไปถึงใครบางคนที่ทำให้เธอต้องขนลุกทุกครั้งที่คิดถึง

 

          ริมฝีปากแดง นุ่มที่เธอเคยสัมผัสครั้งนั้น ริมฝีปากของเด็กคนนั้น

 

          เธออยากจะลองจูบมันดูอีกสักครั้งจริงๆ...

 

 

 

 

 ...

 

 

 

 

           วันแข่ง...

 

          “แม่คะ หนูเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ” โมโมะที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จพูดขึ้นตั้งแต่ด้านบนจนลงบันไดมาด้านล่างแล้วมายืนยิ้มแฉ่งให้เธอที่กำลังยืนจัดอาหารว่างสำหรับทุกคนอย่างรวดเร็ว เธอหันไปมองลูกสาวคนสวยของตัวเองพร้อมกับกล่องอาหารที่จัดเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสี่กล่องอย่างรวดเร็ว

 

          “แม่ก็เสร็จแล้วจ่ะ” เธอบอกลูกสาวก่อนจะยกยิ้มไปให้เพื่อบอกว่าเธอพร้อมจะไปเชียร์จองยอนเหมือนกับโมโมะแล้วเหมือนกัน โมโมะพยักหน้ารับด้วยสายตามุ่งมั่นในเช้าวันนี้

 

          กิ๊งก่องงง!! ก่อนที่เสียงออดจะดังขัดสองแม่ลูกให้หันไปมองยังบานประตูแทบจะทันที นายอนตบตูดลูกสาวเพื่อให้ไปเปิดประตูแทนเธอ เพื่อที่เธอจะได้ขนกล่องอาหารว่างวันไปขึ้นรถแทน เสียงทักทายแสบแก้วหูและสำเนียงแปร่งๆที่เธอฟังครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นใครดังขึ้นมาที่หน้าบ้าน ให้เธอที่เก็บอาหารว่างทั้งสามกล่องใส่ถุงอยู่นั้นถึงกับส่ายหัว

 

          ยัยซานะตามมาจนได้จริงๆ ยัยเพื่อนคนนี้นี่ ความอยากรู้ชนะทุกสิ่ง

 

          ทั้งหมดเดินไปขึ้นรถฮุนไดของนายอนที่จอดเปิดประตูรอทุกคนเข้าไปนั่งอยู่ นายอนเอื้อมมือไปสตาร์ทรถเมื่อทุกคนเข้าประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว เท้าของเธอค่อยๆแตะคันเร่ง สถานที่ที่เธอจะไปในเช้าวันนี้คือโรงเรียนเจ้าภาพที่อยู่ห่างออกไปเกือบชั่วโมง

 

          “ว่าแต่แม่รู้ทางที่จะไปโรงเรียนนั้นด้วยเหรอคะ?” โมโมะที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับหันมาถามเธอเมื่อรถขับออกมาแล้ว เธอยกยิ้มก่อนจะตอบกลับลูกสาวของเธออย่างมั่นใจ

 

          “แม่จับจีพีเอสเรียบร้อยแล้วจ่ะ”

 

          “โธ่เอ๊ย ชั้นก็นึกว่าแกจะรู้ซะอีก” ซานะที่นั่งอยู่เบาะหลังและกำลังโบ๊ะหน้าอยู่พูดแซวให้ลูกสาวของเธอหลุดขำเบาๆ เธอหันไปมองปราบลูกสาวของตัวเองอย่างไม่จริงจังนัก

 

          “หรือหล่อนรู้หื้อ?”

 

          “ไม่รู้หรอกย่ะ” สิ้นเสียงของซานะ ทุกคนในห้องโดยสารต่างหัวเราะขำออกมาทันที

 

          ตัดภาพมาที่ห้องพักนักกีฬาของโรงเรียนที่เป็นเจ้าภาพจัดงานแข่งกระชับมิตร ยูจองยอนที่อยู่ในชุดเสื้อยืดทีมบาสและกางเกงขาสั้นพร้อมแข่งนั้น

 

          กำลังกระวนกระวายใจ

 

          ไม่ใช่เพราะว่าอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้านี้ เขาและเพื่อนๆจะต้องลงสนามเพื่อไปแข่งบาสฯ แต่เป็นเพราะหัวใจของเขากำลังว้าวุ่นเพราะอยากจะเจอใบหน้าของคุณนายอนเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเขาก่อนแข่ง อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ซีเรียสมากหากว่าคุณนายอนจะไม่ได้มาเชียร์ แต่มาเชียร์มันก็ดีกว่าไม่ใช่หรือไงนะ...

 

          หลังจากที่ท่านแม่จอมแสบบึ่งบูกาติที่ขนพี่สาวและน้ามินะรวมถึงเขาจนต้องโดนใบสั่งเพราะขับรถเร็วเกินมาส่งเขาที่โรงเรียนที่อยู่นอกเมืองแล้วนั้น เจ้าตัวก็เดินแยกไปหาที่นั่งเพื่อรอเชียร์เขาอยู่ข้างสนามและปล่อยให้เขานั่งทำสมาธิอยู่กับทีมแทน

 

          “เป็นไรอ่ะจองยอน เครียดเหรอ?” จื่อวี เซ็นเตอร์ของทีมที่เพิ่งพูดคุยกับคนในทีมเดินมาหาเขาพร้อมกับเอ่ยทักทาย เขาหันไปมองคนตัวสูงกว่าตัวเองก่อนส่ายหัวพรึ่บพั่บทันที

 

          “เปล่าๆ ทำสมาธิน่ะ”

 

          “เหรอออ เหมือนไม่มีสมาธิมากกว่านะน่ะ” เจ้าตัวแซวให้เขาหลุดหัวเราะขำออกมาเบาๆ

 

          “ก็นิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เอาเรื่องอื่นๆมาทำให้เสียสมาธิจนเสียการแข่งเหมือนครั้งก่อนๆแน่นอน ฉันแยกแยะได้” จองยอนบอกให้จื่อวีมองอึ้ง จื่อวีมองจองยอนด้วยความรู้สึกนับถือเจ้าตัวอยู่ในจิต จองยอนมีใบหน้ามุ่งมั่นและกลับมามีสมาธิอีกครั้งแม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะมีท่าทีขาดสมาธิหรือกระวนกระวายอย่างไรก็ตาม

 

          มือเรียวของจื่อวีตบแปะๆลงบนไหล่ของจองยอนก่อนจะเดินจากไป จองยอนกลับมานั่งทำสมาธิอีกครั้งก่อนจะก้มมองดูนาฬิกาของตัวเอง ตัวเลขดิจิตอลหน่วยวินาทียังคงเดินไปข้างหน้า เวลาใกล้หมดลงทุกที และเขาใกล้จะได้แข่งขึ้น...ทุกที

 

          “นั่งทำสมาธิเหรอคะจองยอนนี่” เสียงหวานใสดังขึ้นเหนือหัว เขาเงยหน้าขึ้นไปมองครูพยาบาลสาวโบนาที่เดินมานั่งยังพื้นที่ข้างกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

          “ค่ะครู”

 

          “ไม่ต้องเครียดนะ เก่งๆแบบเธอน่ะ ยังไงก็ทำได้ดีแน่นอน” ครูโบนาบอกพร้อมกับทำท่ากำมือไฟท์ติ้งส่งมาให้กับเขา ใบหน้ามุ่งมั่นของครูโบนาที่กำลังพยายามให้กำลังใจเขาอยู่นั้นทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเล็กน้อย แม้ว่ามันจะไม่ใช้กำลังใจที่ดีที่สุดก็ตาม

 

          “ขอบคุณนะคะ แล้วนี่ครูไม่ไปดูคนอื่นๆเหรอคะ?”

 

          “โธ่ ครูเพิ่งมาถึงก็จะไล่กันซะแล้ว” ใบหน้าน้อยอกน้อยใจของครูโบนาทำให้เขารีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวันทันที

 

          “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะๆ หมายถึงครูโบนาได้ไปดูคนอื่นบ้างหรือยังเฉยๆน่ะค่ะ คือแบบพวกเขาก็น่าจะได้กำลังใจเหมือนกันอะไรแบบนี้” คำอธิบายของจองยอนทำให้โบนาที่นั่งอยู่ข้างกันหลุดหัวเราะขำออกมาเบาๆ เธอมองคนที่ถึงแม้ว่าจะนั่งด้วยกันอยู่แต่ก็ยังสูงอยู่ดีอีกครั้งก่อนจะตอบออกไป

 

          “ไปให้กำลังใจมาหมดแล้วจ่ะไม่ต้องห่วง นักกีฬาโรงเรียนเรากำลังใจเต็มเปี่ยมทุกคน แต่ดูจะมีแค่เธอเนี่ยแหละที่แม้ครูจะให้กำลังใจแล้ว ก็ยังไม่เต็มเปี่ยมสักที” คำพูดสะกิดใจของครูโบนาทำให้เขาที่นั่งอยู่นึกไปถึงคุณนายอนอีกครั้ง เขาส่งรอยยิ้มแห้งๆไปให้ครูสาวที่กำลังมองหน้าเขาอยู่เมื่อโดนจับได้ช้าๆ เสียงหัวเราะขำเบาๆดังออกมาจากครูสาวอีกครั้ง

 

          “เธอนี่ก็ดูจริงจังดีจังเลยน้า ฉันอิจฉาคุณแม่คนนั้นจัง แต่ไม่รู้ว่าคุณแม่คนนั้นเขาจะจริงจังกับเธอหรือเปล่าด้วยเนี่ยสิ” คำพูดเหมือนที่เหมือนหย่อนระเบิดให้กับจองยอนทำให้ร่างสูงถึงกับต้องนิ่งเงียบอยู่กับที่

 

          “ครูไปแล้วดีกว่า ไว้ครูจะมาดูเป็นช่วงๆนะคะ” ครูโบนาบอกด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวลุกขึ้นเดินจากไปท่ามกลางสายตาของเขา จองยอนกลับมานั่งทำสมาธิอีกครั้งหลังจากที่ปล่อยให้มันเตลิดอยู่นาน เสียงปรี๊ดของนกหวีดดังขึ้นเมื่อใกล้เวลาการแข่งขันห้านาที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อไปเตรียมตัวที่ข้างสนามเมื่อสุดท้ายแล้วคุณนายอนก็มาไม่ทันให้กำลังใจเขาก่อนการแข่ง

 

          แม้คำพูดที่ดูเหมือนจะหวังดีของครูโบนาก่อนหน้านี้จะทำให้เขาถึงกับไขว้เขวไปตามก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น เขาจะเสียสมาธิกับคำพูดลอยๆจนทำให้ลืมการแข่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้านี้ไม่ได้!!

 

          “ยูจองยอน!” อยู่ๆคนที่เขาเพิ่งคิดว่าจะมาไม่ทันก็วิ่งมาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าเขาในสภาพชุดวอร์มและผ้าคาดหัวเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก คุณนายอนที่เหมือนเพิ่งออกมาจากฟิตเนสและกำลังยืนก้มหอบหายใจอยู่ข้างหน้าเขาทำให้เขาตาโตมองอีกคนด้วยความตกใจและสงสัยว่าเจ้าตัวไปทำอะไรมา “อยู่นี่นี่เอง ฉันตามหาเธอตั้งนาน”

 

          “ค...คะ? ตามหาฉันเหรอ?”

 

          “ใช่สิ พวกฉันเพิ่งมาถึงได้ไม่นานเพราะขับรถหลงนิดหน่อยน่ะ แถมกลัวว่าจะมาให้กำลังใจเด็กแถวนี้ไม่ทันเลยรีบไปหาที่นั่งให้โมโมะและก็เพื่อนฉันจนไปเจอคุณเจสสิก้าเข้าเลยฝากสองคนนั้นไว้ แล้วฉันก็รีบขอตัวออกมาตามหาเธอเลย” คุณนายอนอธิบายทั้งยังหอบหายใจไปด้วย เขามองร่างบางตรงหน้าที่ดูจะวิ่งตามหาเขาอย่างที่พูดจริงๆอย่างนึกขำอยู่ในใจ อายุก็ขึ้นเลขสามแล้วยังมาวิ่งจนหอบกินเป็นเด็กๆแบบนี้ เหนื่อยแย่แน่ๆ

 

          “ไม่น่าลำบากเลยค่ะคุณนายอน จริงๆแล้วฉันมองคุณที่อัฒจรรย์ก็ได้นะ แค่นั้นก็มีกำลังใจแล้ว”

 

          “จริงเหรอหื้ม?”

 

          “ไม่จริงหรอก อันที่จริงก็มีกำลังใจนะ แต่แบบนี้ใกล้ชิดกว่า ได้กำลังใจดีกว่าด้วยค่ะ” เขาบอกให้คุณนายอนหัวเราะขำออกมาเบาๆ มือบางของอีกคนเอื้อมมาบีบต้นแขนเขาเพื่อให้กำลังใจแบบเก้ๆกังๆ ท่าทางให้กำลังใจแบบเงอะงะของคนอายุสามสิบกว่าๆอย่างคุณนายอนทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจอย่างมาก นายอนมองดูเด็กสาวตรงหน้าที่มีใบหน้าจริงจังและมุ่งมั่นจะเอาชนะในแมตช์นี้อีกครั้ง ก่อนที่เสียงนกหวีดจะดังขึ้นเมื่อหมดเวลาวอร์มอัพร่างกายและเตรียมตัวเข้าสู่การแข่งขัน

 

          จองยอนขอตัวไปเข้าสนามในขณะที่เธอรีบวิ่งกลับไปนั่งยังพื้นที่เชียร์ที่ถูกจัดไว้ให้ทันที แม้ว่าจะมีคำถามมากมายจากเพื่อนของเธออย่างซานะว่าไปไหนมา และนู่นนี่นั่นอีกเยอะแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่สายตาติดแซวของครอบครัวจองยอนที่มองมายังเธอซะมากกว่าที่ทำให้เธอต้องหลบสายตาไปดูการแข่งในสนามแทนเป็นการเก้อเขิน

 

          จองยอนบอกเรื่องของเธอให้ที่บ้านรู้แล้วหรือไงนะ พวกคุณเจสสิก้าถึงได้มองแซวเธอแบบนั้นกัน

 

          มินะที่นั่งอยู่ข้างคั่นกลางระหว่างสองครอบครัวแอบอมยิ้มขำเมื่อเห็นคุณนายอนวิ่งกระหืดกระหอบมานั่งข้างโมโมะ เขารู้ว่าคุณนายอนไปไหนมา เพราะมันไม่ใช่เรื่องยากที่คนที่รู้ข้อมูลอย่างเขาจะเดาได้ ก็แหม...แฟนเด็กตัวเองกำลังจะแข่งทั้งทีมันก้ต้องมีไปให้กำลังใจกันบ้างแหละน้าาาาา

 

          “น้ามินะไม่ต้องมายิ้มแซวแม่หนูเลยนะ” โมโมะที่นั่งอยู่ข้างเขาพูดห้ามให้เขาหันไปมองอย่างนึกขำ เด็กสาวขมวดคิ้วแน่น

 

          “เอ้า ก็เห็นคนมีความรักแล้วมันก็อดแซวไม่ได้นี่นา”

 

          “อย่าให้หนูเห็นว่าน้ามินะมีแฟนบ้างแล้วกัน หนูจะแซวน้ามินะทั้งวันเลย”

 

          “งั้นถ้าโมโมะมีแฟนน้าก็จะแซวเราทั้งวันเหมือนกัน”

 

          “น้ามินะคงต้องรอนานเลยล่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆ”

 

          “ไม่นานหรอก มาเป็นแฟนน้าสิ”

 

          “หื้อออออออ” โมโมะหันไปมองน้ามินะ นึกขำกับคำพูดแซวของคนที่แก่กว่าคราวแม่ของตัวเองก่อนที่เธอจะหันกลับไปสนใจกับการแข่งภายในสนามต่ออีกครั้งท่ามกลางสายตาของมินะที่ยังคงมองอยู่

 

          ลมหายใจบางๆถูกถอนออกมาโดยมินะช้าๆ รู้สึกใจแป้วนิดหน่อยที่การหยอดของตัวเองดูจะไม่ได้ให้เด็กสาวรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ลดละความพยายามที่อยากจะเอาชนะใจเด็กคนนี้แม้แต่น้อย ว่ากันว่าจีบใครก็ได้ แต่จีบคนที่ยังลืมคนเก่าไม่ได้นั้น ยากที่สุด

 

          ซึ่งมันจะยากกันแค่ไหนกันเชียวน้ออออ~








#ฟิคยังมัม

ตอนที่10 นี้ 20 หน้าค่ะ มันจำเป็นต้องตัด 555 

ไรท์เป็นห่วงสุขภาพสายตารีดเดอร์ ด้วยรักค่ะ 

พาท 2 เจอกันพรุ่งนี้นะคะ <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

284 ความคิดเห็น

  1. #212 เต้าหู้มยอง (@hoomyung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 12:56
    น่ารัก อยากมีแฟนเลยแหม่ เข้าใจความถวิลหานี้
    #212
    0
  2. #137 DreamLine (@DreamLine) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 01:00
    มิโมะ งื้อออออ
    #137
    0
  3. #130 MolerisE (@ammy1740) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 23:04
    โอ๊ยยยยย ใจมันเต้นตึกตักไปหมดดดด เขินคู่คุณแม่ยังสาวกับเพื่อนลูกจังค่ะป้าเค้าคงกระชุ่มกระชวยแน่ๆมีแฟนเด็กหน้าตาดีเพียบพร้อมขนาดนี้ เล่นชมซะ 5555555555 เชียร์คู่น้ามินะกับน้องโมะอยู่นะคะ ต้องมาจุดนี้
    #130
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #117 MYMYJY (@Nonamenajany) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 11:00
    โอยยยยยยยยเขินไปหมดเเล้วค่ะ อ่านฟิคเเนวนี้เเล้วเขินเเทนป้าไงก็ไม่รู้ ป้าคงหลงรักเด็กเข้าเต็มๆเเล้ว หลงเเบบหลงจริงๆเเล้วเเหละค่ะป้า
    #117
    0
  6. #116 39Naphat (@39Naphat) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 02:12
    นั่งรอเลยค่ะ
    #116
    0
  7. #115 หมาป่ารอวันหอน (@ufilliz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 00:16
    โง้ยยย เด็กมันร้ายย คุณนายอนก็ไม่ใช่น้อยๆเลย คิดอะไรๆกับเด็กมันไปไกลถึงไหนแล้วอ่ะ ฮือเขินนน กลัวครูโบนาจัง พิเค้ามาเพื่อสร้างความแตกแยกโดยแท้
    #115
    0
  8. #114 viewss_taeyeonss (@viewss_taeyeonss) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 23:10
    ดีใจที่อัพนะคะเราชอบเรื่องนี้มากๆเลย เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #114
    0
  9. #113 jjping (@jjping) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 22:27
    กรี๊ดดดด รอพาทสองเรยย แค่จุฟทำไมเขิลลล ☺️
    #113
    0