[TWICE] Young Mom [2yeon ft.mimo] #ฟิคยังมัม

ตอนที่ 12 : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60

: 11




          “วันพุธที่จะถึงนี้ฉันต้องไปงานปาร์ตี้ที่บริษัทแม่ด้วยแหละค่ะ” จองยอนพูดขึ้นหลังจากที่คนแก่สุดในบ้านอย่างคุณนายอนเดินมาตักมันอบวางลงบนจานของเขาและโมโมะที่นั่งเยื้องข้างเขาอยู่ เย็นวันเสาร์นี้เขามาขออาศัยอาหารที่บ้านของคุณนายอนทานเพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่เลยสักคน

 

          เป็นเรื่องปกติไปแล้วกับการที่เขาไปมาระหว่างบ้านคุณนายอนกับบ้านของตัวเอง เพราะตั้งแต่ที่เขาเป็นเพื่อนสนิทโมโมะมาเขาก็มักเข้าๆออกๆบ้านหลังนี้เสมอ

 

          “อืมมม...ก็ดีแล้วนี่ ปกติเราก็ไปงานสังคมกับคุณเจสสิก้าบ่อยไม่ใช่เหรอหื้อ?” คนที่กำลังสาละวนอยู่กับอาหารในครัวพูดขึ้น เขาพยักหน้ารับกลับไปแม้ว่าหญิงสาวจะไม่เห็นก็ตามก่อนจะเริ่มจัดการตักสเต็กเนื้อและมันอบตรงหน้าเข้าปากทันทีโดยไม่ลืมตอบด้วยคำพูดกลับไปอีกครั้ง

 

          “ค่ะ...มันก็ปกติ...ล่ะมั้ง”

 

          สิ้นเสียงของเขา เสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาจากโมโมะและคุณนายอนเบาๆ สถานการณ์ความสัมพันธ์ของเขาและคุณนายอนยังคงดำเนินไปได้เรื่อยๆและเหมือนเดิม เหมือนแต่ก่อนที่เขาและคุณนายอนนั้นเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น เขายังคงเดินเข้าออกบ้านคุณนายอนได้เป็นปกติ จะเปลี่ยนไปอย่างเดียวก็คือสถานะที่เป็นแฟนของเจ้าตัว

 

          เอ้อแล้วก็อีกอย่าง...

 

          “ว่าแต่ทำไมคุณนายอนนั่งไกลฉันแบบนั้นล่ะคะ...” จองยอนเอ่ยถามคนที่เพิ่งเดินไปนั่งยังหัวโต๊ะอีกฝั่งด้วยความสงสัย หลายวันมานี้ตั้งแต่งานแข่งกีฬากระชับมิตรระหว่างโรงเรียนซึ่งเขาพยายามที่จะเอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้ๆคุณนายอนนั้น เจ้าตัวมักจะคอยพยายามหลีกเลี่ยงเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะให้โมโมะมาคั่นกลาง หรือพยายามที่จะไม่แตะต้องตัวเขา ทั้งที่วันนั้นคุณนายอนก็ขโมยจูบแบบดีพคิสเขาไปแท้ๆ โธ่

 

          มาหลอกให้อยากแล้วจากไปแท้ๆเลย...

 

          นายอนมองเด็กสาวอย่างจองยอนและโมโมะที่กำลังมองมาทางเธอด้วยใบหน้าเลิ่กลั่ก เธอกำลังประหม่าและกังวลกับคำถามของจองยอน จะให้ทุกคนรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้เธอพยายามที่จะไม่สัมผัสหรืออยู่ใกล้จองยอนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอกำลังทำสมาธิเพื่อไม่ให้ตบะแตก คิดอกุศลกับจองยอนไปมากกว่านี้

 

          “เอ่อ...ฉันไปดูดวงมาไง เขาไม่ให้นั่งหันหน้าเข้าหน้าต่างนะ มันดวงไม่ค่อยดี” นายอนที่นั่งข้างโมโมะพูดขึ้น โดยปกติแล้วเธอจะนั่งตรงข้ามโมโมะโดยมีจองยอนนั่งหัวโต๊ะเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เพราะว่าสถานการณ์หัวใจของเธอในตอนนี้ยังไม่ปกติ มันเลยจำเป็นที่จะต้องทำ

 

          “อ๋อเหรอคะ...” จองยอนพยักหน้ารับเพียงแค่นั้น ใบหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะชอบดูดวงหรือดูคำทำนายอะไรแบบนั้นฉายเต็มหน้าเจ้าตัวให้เธอต้องยกยิ้มแห้งๆส่งกลับไป “รู้สึกว่างานเลี้ยงบริษัทของแม่จะมีพี่ซานะเพื่อนคุณนายอนไปด้วยนะคะ ฉันแอบเห็นชื่อในรายชื่อแขกของแม่น่ะค่ะ”

 

          จองยอนบอกหลังจากที่เพิ่งจัดการกับสเต็กตรงหน้าจนเกลี้ยงจาน นายอนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับจองยอนด้วยความแปลกใจเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าตัวเพิ่งบอกเล่าเธอไปเมื่อครู่ ซานะไม่ยักจะบอกเธอเรื่องที่จะไปงานเลี้ยงบริษัทของคุณเจสสิก้าให้เธอฟัง สงสัยคงจะลืมบอก

 

          “ซานะไม่ยักจะบอกฉันแฮะ”

 

          “สงสัยวันนั้นพี่เขาคงตื่นเต้นที่จะได้เห็นฉากมุ้งมิ้งระหว่างคุณนายอนกับฉันมั้งคะเลยลืมบอก”

 

          พร่วด!! โมโมะที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยและกำลังดื่มน้ำตบท้ายสเต็กอยู่นั้นถึงกับสำลักน้ำทันทีที่จองยอนพูดเสร็จ จองยอนเดาเนื้อเรื่องได้อย่างง่ายในขณะที่เธอที่กำลังแอบฟังอยู่นั้นยังคิดไม่ถึง เธอโบกไม้โบกมือให้คนในโต๊ะได้พูดคุยกันต่อหลังจากที่เธอเพิ่งขัดจังหวะไปด้วยเสียงสำลักของตัวเอง

 

          “ยังไงก็ปาร์ตี้ให้สนุกแล้วกัน” นายอนหันมาบอกจองยอนก่อนจะลุกขึ้นเก็บจานบนโต๊ะโดยที่เด็กๆก็เริ่มลุกขึ้นและทยอยเก็บจานตามเธอ จองยอนเดินมาหยุดอยู่ข้างเธอที่กำลังเริ่มล้างจานให้เธอหันไปมองเจ้าตัวด้วยหัวใจตุ้มๆต่อมๆอีกครั้ง การได้อยู่ใกล้กับจองยอนในช่วงนี้รู้สึกจะไม่เป็นผลดีกับหัวใจของเธอเท่าไหร่

 

          กลัวว่าจะหัวใจวายตายเข้าสักวัน...

 

          “มองฉันทำไมเหรอคะ?” จองยอนถามขึ้นมาให้เธอที่มองจองยอนเพลินสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย เธอส่ายหัวก่อนจะหันกลับมาล้างจานของตัวเองต่อ “เอ้อ เกือบลืมไปซะสนิทเลยค่ะ แม่ชวนคุณนายอนกับโมโมะไปงานเลี้ยงบริษัทด้วยนะคะ ไปกันนะคะ”

 

          “วันนั้นคงจะไม่ได้นะ วันนั้นฉันต้องทำเอกสารเอาไปให้ลูกค้าน่ะ” นายอนบอก นึกไปถึงกองเอกสารสัญญาที่เธอจะต้องทำและตรวจความถูกต้องให้เสร็จภายในคืนนั้นเพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องนำมันไปเสนอขายให้กับลูกค้าของเธอแล้วก็ต้องปวดหัวล่วงหน้า เธอจัดการล้างจานชามจนเสร็จโดยไม่ลืมเช็ดมือให้แห้ง ก่อนจะหันกลับมามองเด็กๆในห้องทั้งสองคนอีกครั้ง

 

          “แล้วเธออ่ะไปเปล่าโมโมะ?”

 

          นายอนมองตามลูกสาวของเธอเมื่อจองยอนพูดถึง มือบางลูบหัวลูกสาวของตัวเองเป็นเชิงว่าถ้าหากจะไปปาร์ตี้ตอนกลางคืนเธอก็ไม่ว่าอะไร เพราะถ้าหากปาร์ตี้ที่ว่านั้นจัดโดยครอบครัวของจองยอน ก็ไม่มีอะไรที่เธอจะต้องเป็นห่วงเรื่องอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กวัยรุ่นที่อาจจะเมากลับมา

 

          โมโมะส่ายหัวหงึกหงักทันที

 

          “ไม่อ่ะ แม่ไม่ไปฉันก็ไม่ไป”

 

          “น้ามินะก็ไปด้วยนะ”

 

          “น้ามินะเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?” โมโมะขมวดคิ้วงุ่นหน้ากับคำพูดของจองยอน นายอนที่มองเด็กสาวทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่ยังคงงงกับสถานการณ์ตรงหน้า เอ๊ะ...ยังไงหว่า เธอตามอะไรไม่ทันหรือเปล่านะ..

 

          “เอ้า ก็เห็นช่วงนี้เธอกับน้าฉันสนิทกันนี่นา นึกว่าแบบนะ น้าฉันก็ยังวัยรุ่นอยู่ด้วย” คำพูดของจองยอนทำให้นายอนที่ยืนงงอยู่หันขวับไปหาจองยอนตาโตทันที เธอมองร่างสูงที่ก็หันมามองเธอเหมือนอยากจะจับคู่ลูกสาวเธอกับคุณมินะให้

 

          “จะบ้าไง วัยรุ่นที่เธอบอกน่ะอายุเท่าแม่ฉันเลยนะ ตลกและยูจองยอน”

 

          “เอ้าไม่ได้เหรอ ก็ฉันยังคบกับแม่เธอได้เลยนี่” จองยอนพูดแซวให้เธอละสายตาจากลูกสาวกับประโยคเมื่อครู่ แล้วหันขวับมามองจองยอนอีกครั้งจนคอแทบเคล็ด เธอเอื้อมมือไปใช้นิ้วบิดเบาๆที่เอวคนตัวสูงกว่ากับประโยคคำพูดของเจ้าตัวอย่างห้ามปราม จองยอนหันมามองเธอด้วยใบหน้าเจ็บปวดให้เธอปล่อยมือออกในที่สุด

 

          โมโมะมองคนทั้งสองคนตรงหน้าที่ดูจะมีความสุขดีด้วยรอยยิ้มบาง เธอชอบเหตุการณ์ที่มีความสุขตรงหน้านี้ แต่การที่จองยอนที่เธอเคยแอบชอบและพยายามที่จะทำใจให้ได้ไวหลังจากที่ยอมถอยออกมาให้แม่เธอได้มีความสุขบ้างนั้น มาพูดกับเธอเหมือนผลักไสเธอไปหาคนอื่นแบบนี้ กลับยิ่งทำให้เธอมีความสุขน้อยลง

 

          ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันกับความคิดที่เพิ่งผุดขึ้นมาในหัว เธอไม่อาจแสดงออกไปได้ว่าเธอไม่มีความสุข เพราะคนที่เธอรักทั้งสองคนกำลังมีความสุขกันอยู่ เธอไม่อาจเอาความเห็นแก่ตัวของตัวเองไปขัดขวางความรักของแม่และจองยอนได้จริงๆ

 

          “ไม่รู้ไปสนละ ไปนอนดีกว่า เชิญคู่รักข้าวใหม่ปลามันพูดคุยกันไปเลยค่าาาา” โมโมะพูดขึ้นก่อนจะวิ่งหายออกไปจากห้องครัวท่ามกลางสายตาของทุกคน เสียงหัวเราะขำคิกคักของจองยอนลอยเข้าหัวแต่มันไม่อาจทำให้นายอนที่มองตามหลังของลูกสาวไปจนลับสายตานั้น หลุดสายตาจากบานประตูที่โมโมะเพิ่งออกไปได้

 

          เธอเป็นห่วงลูกสาวของเธอ

 

          “ฉันว่าปาร์ตี้ต้องน่าเบื่อแน่ๆเลย” น้ำเสียงจ๋อยลงของจองยอนทำให้เธอละสายตาจากบานประตูเมื่อครู่หันกลับมามองจองยอนอีกครั้งด้วยความสงสัย

 

          “ทำไมล่ะ? ขึ้นชื่อว่าปาร์ตี้มันต้องสนุกสิ”

 

          “ก็ปาร์ตี้ที่ไม่มีคุณมันไม่สนุกนี่นา” จองยอนหันมาบอกทั้งรอยยิ้มให้เธอมองเด็กสาวตัวสูงตรงหน้าตาโต

 

          ตึกตัก

          ตึกตัก

          ตึกตัก

          ตึกตัก

 

          “ปกติพอจบซีนนี้ต้องจูบไม่ใช่เหรอคะ เห็นในละครทำกันบ่อยๆ”

 

          “พอเลยๆ” เธอบอกพร้อมกับดันหน้าจองยอนไปไกลๆก่อนที่หัวใจเธอจะเตลิดไปมากกว่านี้ ความมุ่งมั่นที่อยากจะอยู่ห่างๆจองยอนในช่วงนี้ทำให้เธอต้องหักห้ามใจตัวเอง(ก่อนที่เธอจะใจแตกไปมากกว่านี้) เสียงหัวเราะขำของจองยอนดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนรักวัยดึกของเขาเดินจากไปด้วยท่าทีน่ารักที่เขาเห็นแล้วก็ต้องชอบใจ

 

          เห้อออออ~ มีความสุขจริงจริ๊งงงงง

 

 

 

 

 ...

 

 

 

 

          “ในงานเป็นไงบ้าง เรียบร้อยนะมินะ” เจสสิก้าในชุดราตรีเปิดไหล่ เจ้าภาพงานเลี้ยงขอบคุณผู้ถือหุ้นของบริษัท B&E และประธานบริษัทเอ่ยถามน้องสาวต่างพ่ออย่างมินะถึงความเรียบร้อยภายในงาน มินะในชุดราตรีเช่นกันแต่มาในรูปแบบเกาะอกพยักหน้าให้พี่สาวของตัวเอง

 

          “เรียบร้อยดีเจ๊ แขกเริ่มทยอยกันมาแล้วด้วย” มินะบอกให้เจสสิก้าพยักหน้ารับกับข้อมูลที่เพิ่งได้มา เธอหันซ้ายหันขวามองหาลูกสาวทั้งสองของตัวเองที่เธอบังคับให้มาออกงานสังคมด้วยกันอย่างซึงยอนและจองยอนอีกครั้ง ทั้งที่กำชับสองพี่น้องคู่นั้นแล้วแท้ๆว่าห้ามมาสาย

 

          “มองหาลูกสาวเหรอพี่? นู่น มานู่นกันแล้ว” มินะเอ่ยถามหลังจากที่เห็นท่าทีกระวนกระวายใจของพี่สาวตัวเอง เขาระบายยิ้มขำกับความกังวลใจของเจสสิก้าที่เป็นห่วงว่าลูกสาวจะมาไม่ทันงาน ก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปทางประตูด้านหลังที่มีสองตัวแสบกำลังวิ่งเตาะแตะบนรองเท้าส้นสูงมายังพวกเธอ

 

          ไปไหนกันมาเนี่ยพวกเรา? ไหนนัดกันสองทุ่มเป๊ะไงหื้อ?”

 

          “ซึงยอนมันปิดซิบชุดไม่ได้อ่ะแม่ แม่โทษมันสิ โทษความอ้วนของมันอ่ะ” จองยอนบอกพร้อมกับชี้ไปที่พี่สาวของตัวเองที่ยืนหอบอยู่ข้างกัน ซึงยอนหันไปมองน้องสาวตัวเองตาขวางเมื่อเจ้าตัวกำลังโทษเธอ

 

          “เดี๋ยวตบปากฉีกเลย นมฉันใหญ่ขึ้นต่างหากเว้ย”

 

          “พอๆเลิกทะเลาะกันเลย พวกเราสองคนอ่ะไปดูแลแขกที่กำลังจะมา เดี๋ยวแม่กับมินะจะดูแลส่วนของในงานเอง ไหนๆขอแม่ดูความเรียบร้อยของลูกสาวทั้งสองคนของแม่อีกรอบซิ” เจสสิก้าว่าก่อนจะดึงตัวลูกสาวทั้งสองมายืนตรงหน้าให้เธอมองให้เต็มตาอีกครั้ง เธอไล่สายตามองดูลูกสาวคนโตอย่างพอใจ ยิ่งโตยิ่งสวยเหมือนเธอ

 

          ก่อนจะหันมามองจองยอน ลูกสาวคนเล็กของบ้านที่มาในชุดสูทผู้หญิงและส้นสูงสมกับเป็นวัยรุ่นที่พร้อมโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ ความเป็นห่วงก่อเกิดขึ้นในใจเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกของเธอตัดสินใจเลือก เธอรู้ว่าคุณนายอนนั้นเป็นคนดีเพราะก็รู้จักกันมาตั้งนาน และเธอก็รู้ว่าลูกของเธอนั้นก็เป็นเด็กที่มีจิตใจดีไม่มีทางทำให้ใครเสียใจอย่างแน่นอน แต่หากวันนึงพวกต้องเสียใจ ก็ได้แต่หวังว่าประสบการณ์ในครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้กับตัวลูกสาวของเธอ

 

          “แม่มองไรฉันเยอะแยะเนี่ย? ฉันสวยกว่าแม่ใช่ป่ะล่ะ?”

 

          “ไอ้ลูกคนนี้นี่” เธอว่าพลางตีก้นลูกสาวตัวเองไปหนึ่งทีให้เจ้าตัวหัวเราะขำคิกคักกลับไป “ไปๆ ดูดีแล้วเราเนี่ย สวยจริงๆลูกสาวใคร ไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว”

 

          “ค่าแม่ เมื่อกี้ฉันเจอคุณควอนกิ๊กใหม่แม่ด้วยนะ เขาถามหาแม่อยู่ด้วย” จองยอนพูดถึงคนรักของเธอที่ในช่วงนี้กำลังคุยๆกันอยู่และแน่นอนว่าลูกสาวทั้งสองของเธอก็รู้ดีและไม่ว่าอะไรหากแม่ของตัวเองจะมีความรักครั้งใหม่แม้จะไม่ใช่กับพ่อที่ให้กำเนิดตัวเองมาก็ตาม เธอพยักหน้าให้กับจองยอนก่อนจะตบก้นไล่ลูกสาวตัวเองไปงานในส่วนของตัวเองที่เธอแบ่งไว้

 

          จองยอนที่เดินมาประจำตำแหน่งเคียงข้างพี่สาวซึงยอนเรียบร้อยแล้ว หันกลับไปมองดูบรรยากาศงานเลี้ยงบริษัทภายในสถานที่จัดเลี้ยงอีกครั้ง เสียงเพลงของคณะนักดนตรีแจ๊สที่แม่ของเขาจ้างมาดังคลอกับเสียงพูดคุยของบรรดาแขกเหรื่อในงาน งานเป็นไปอย่างเรียบง่ายและหรูหรา อาจจะเพราะแขกในงานนี้มีแต่บรรดาไฮโซ ทุนทรัพย์เยอะ

 

          “อ้าวคุณน้าซานะ มาด้วยจริงๆสินะคะ” จองยอนที่เพิ่งหันกลับมาเพื่อทำหน้าที่ต้อนรับแขกในงานบังเอิญเจอเข้ากับน้าซานะที่กำลังเป็นที่พูดถึงในนิตยสารธุรกิจว่าเป็นนักธุรกิจสาวใหม่ไฟแรงสุดๆต่อจากแม่ของเธอเลยก็ว่าได้ ซานะที่ควงคู่มากับแจบอมขมวดคิ้วโกรธเด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะตอบออกไป

 

          “เอ้าๆ คุยกันแล้วไงว่าให้เรียกพี่ซานะ” ซานะบอกให้จองยอนพยักหน้ารับขำๆที่ตัวเองลืมคำสรรพนามที่เอาไว้เรียกเจ้าตัวเสียสนิท “นายอนบอกแล้วสินะเนี่ย แหม่ อิจฉาจังเลยคู่เนี้ย”

 

          คำพูดของซานะดูจะทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกันสับสนพอสมควร แจบอมหันไปมองภรรยาของตัวเองที่กำลังยืนหัวเราะขำกับเด็กสาวอยู่อย่างไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจประโยคพูดของภรรยาก็ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าภรรยาของตัวเองไปรู้จักกับลูกสาวเจ้าภาพตอนไหน นั่นก็ไม่เข้าใจอีก

 

          “แจบอมคะ นี่ยูจองยอนค่ะ ลูกสาวคุณเจสสิก้า แล้วก็แฟนเด็กของนายอนด้วยค่ะ แล้วก็จองยอนนี่สามีพี่ค่ะ อิมแจบอม” และเหมือนว่าภรรยาของเขาจะรู้ว่าเขากำลังงงอยู่ หญิงสาวเลยอธิบายให้เข้าพยักหน้ารับช้าๆอย่างเข้าใจ แม้จะแอบอึ้งและเซอร์ไพรซ์นิดหน่อยที่คนอย่างนายอนที่ก็มีอายุบ้างแล้วกำลังคบกับอยู่กับเด็ก แถมยังเป็นผู้หญิงด้วยกันก็ตาม แต่เขาถือคติเรื่องของคนอื่นเขาจะไม่ยุ่ง ถ้าพวกเขามีความสุขดีมันก็ดีแล้ว

 

          “สวัสดีครับ เรียกน้าเรียกลุงเรียกอะไรก็ได้นะ ผมไม่ซีเรียสเรื่องอายุเหมือนพี่ซานะเขาน่ะ” แจบอมบอกพลางจิกกัดภรรยาตัวเองเล็กน้อยให้เป็นสีสัน คำพูดของแจบอมสร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคนที่ยืนอยู่กันหมด จองยอนยืนส่งผู้ใหญ่ทั้งสองคนเข้างานไปจนลับสายตา ก่อนที่เขาจะหันกลับมาเลิกคิ้วมองหน้าซึงยอนที่กำลังมองหน้าเขาอยู่พอดีด้วยความสงสัย

 

          “นี่สรุปแกกำลังคบกับคุณน้านายอนอยู่จริงดิ? วันที่ไปเชียร์แกคุณน้าเขาก็ไม่แสดงอะไรมากแท้ๆนะเนี่ย มีแต่แกอ่ะที่แสดงออกว่าสนใจน้าเขาจริงๆ สรุปเรื่องจริงใช่มะ?”

 

          “พูดมากว่ะเจ๊ ทำงานไปๆๆๆ ไม่ยุ่งเรื่องน้องซักเรื่องได้แมะ”

 

          “เอ้าก็อยากรู้อ่ะแก เออๆ ทำงานก็ได้วะ” ซึงยอนบอกก่อนจะหันกลับมาต้อนรับแขกเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือไม่สนใจเรื่องของชาวบ้านแล้ว จองยอนส่ายหัวขำให้กับความอยากรู้อยากเห็นของพี่สาวตัวเอง ไม่แปลกเท่าไหร่ที่ทุกคนดูจะอยากรู้เรื่องของเขาและคุณนายอน ก็เพราะว่าทุกคนต่างเห็นหน้าค่าตากันมาตั้งนาน ใครมันจะไปรู้ว่าวันหนึ่งน้องสาวของตัวเองจะไปคบกับคุณน้าที่รู้จักกันมาตั้งนานซะได้

 

          กลับมาที่หน้าที่ของเขาอีกครั้ง เขามองบรรดาแขกที่ค่อยๆทยอยเข้ามาด้วยรอยยิ้มยิ้มแย้มแจ่มใสที่สุด แม้ว่าใจของเขาจะเอาแต่คิดไปถึงคุณนายอนที่มีท่าทีแปลกๆและมันยังคงคาใจเขาตั้งแต่วันงานแข่งกีฬากระชับมิตรยันตอนนี้อยู่ แต่มันก็ไม่ได้แย่มากถึงขนาดที่ทำให้เขารู้สึกน้อยใจ หรือเก็บมาคิดมากถึงขั้นไม่เป็นอันทำอะไร

 

          “สวัสดีค่ะคุณลุงซน” เสียงของพี่ซึงยอนดังขึ้นเรียกความสนใจของเขาให้หันไปมองยังแขกคนใหม่ที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าทันที เป็นคุณลุงซนซังฮุนที่กำลังยืนพูดคุยอยู่กับพี่สาวของเขา เขายกยิ้มทักทายพร้อมกับโค้งให้ผู้อาวุโสกว่าอย่างมีมารยาท จะว่าไปเขาก็เคยเจอคุณลุงแกที่บริษัทเวลาแกมาซื้อเสื้อผ้าให้ภรรยาและลูกสาวของตัวเองบ่อยๆ

 

          “สวัสดีค่ะคุณลุง”

 

          “สวัสดีจ่ะเด็กๆ โตขึ้นหรือเปล่าเนี่ยพวกเรา ไม่เจอกันตั้งนาน”

 

          “ก็คุณลุงไม่ยอมมาซื้อเสื้อผ้าที่บริษัทน่ะสิคะเลยไม่ได้เจอกัน” พี่ซึงยอนพูดแซวให้เขาและคุณลุงซังฮุนหัวเราะขำกันตามไปเป็นแถบๆ ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นใครบางคนที่ยืนเกาะแขนคุณลุงอยู่ข้างกัน เขาหันไปมองเจ้าตัวด้วยความสงสัยก่อนจะพบเข้ากับดวงตากลมโตหนึ่งคู่กำลังมองมาทางเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น เด็กผู้หญิงในชุดราตรีเรียบร้อยน่ารัก ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางแบบอ่อนๆ จะมีที่ไม่อ่อนอยู่ที่เดียวก็คือริมฝีปากอวบอิ่มของเจ้าตัว และที่สะดุดตาของเขาที่สุดก็คือไฝเม็ดเล็กๆใต้ปากนั่น

 

          “เอ้อพวกหนูยังไม่เคยเห็นลูกสาวลุงสินะ” ชายวัยกลางคนหันไปหาเด็กผู้หญิงข้างกันที่เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นได้ไม่นานเพื่อแนะนำตัว “นี่ซนแชยอง ลูกสาวจอมซนคนเดียวของลุงเอง”

 

          “ป๊า! หนูไม่ซนซักหน่อยอ่ะ!” แชยองที่ยืนอยู่ข้างลุงซนหันไปแหวใส่พ่อของตัวเองคิ้วขมวด ท่าทางงอแงของเจ้าตัวเรียกเสียงหัวเราะจากพี่ซึงยอนและเขาให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของเจ้าตัว แชยองหันมามองเขาอีกครั้ง ท่าทีเขินอายเก้ๆกังๆของเจ้าตัวทำให้เขาระบายยิ้มขำออกมาอีกครั้ง ดูจากลักษณะแล้ว เจ้าตัวคงจะเด็กกว่าเขาไม่กี่ปี

 

          “นี่พี่ซึงยอน กับพี่จองยอนนะ สวัสดีพี่ๆเขาสิน้องแชง” คนเป็นพ่อแนะนำเขาและพี่ซึงยอนให้แชยองพยักหน้ารับหงึกหงักทั้งที่เจ้าตัวยังคงไม่เลิกมองเขา จนถึงตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมานิดๆแล้ว...น้องเขามองอะไรเราหว่า...

 

          “สวัสดีค่ะพี่จองยอน พี่ซึงยอน”

 

          “หนูจองยอนอายุสิบเจ็ดใช่มั้ย เจ้าแชงเนี่ยอายุสิบสี่ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเลย”

 

          “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะน้องแชยอง” เขายกยิ้มให้แชยองที่ยังคงไม่เลิกมองเขาอยู่จนเริ่มรู้สึกเกร็ง แชยองพยักหน้ารับหงึกหงักอีกครั้งกับคำทักทายของเขา

 

          “วันนี้ยังไงลุงขอฝากน้องแชงหน่อยนะ ลุงเพิ่งพาแกมางานสังคมครั้งแรก คงจะยังเกร็งๆหน่อย หนูจองยอนอายุไล่กันๆน่าจะเป็นพี่เป็นเพื่อนให้ยัยหนูนี่ได้” ลุงซังฮุนบอกพร้อมกับดันหลังลูกสาวตัวเองขึ้นมาเพื่อฝากฝังหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กให้กับเขาในค่ำคืนนี้

 

          “ป๊าอ่า หนูไม่เด็กแล้วนะ”

 

          “ไม่เด็กอะไรล่ะ เด็กกว่าพี่จองยอนเขาแล้วกันน้องแชง” คนเป็นพ่อหันไปพูดกับลูกสาวตัวเองพลางลูบหัวแชยองด้วยความเอ็นดู เขามองดูพ่อลูกตรงหน้าแสดงความรักผ่านคำพูดจิกกัดแบบไม่จริงอย่างนึกขำอยู่ในใจ คุณลุงซนหันไปหาพี่สาวของเขาอีกครั้งเพื่อพูดถึงธุระที่เขามาวันนี้ “เอ้อหนูซึงยอน คุณแม่อยู่ไหนล่ะ พาลุงไปหาหน่อย”

 

          “อ่ออยู่ทางนี้ค่ะ เดี๋ยวหนูพาไป” สิ้นเสียงของพี่ซึงยอน ทั้งสองคนก็เดินจากไปเหลือทิ้งไว้แค่เขาและเด็กผู้หญิงอายุ14 ที่กำลังยืนจ้องเขาไม่เลิกอยู่ข้างกัน....

 

          อืมมมมม...เขาควรพาน้องแชงไปเดินดูบรรยากาศในงานเลี้ยงนะ

 

          “เอ้อน้องแชยอง ทานอะไรมาหรือยังล่ะ? หิวมั้ย?” จองยอนหันไปพูดคุยกับแชยองที่กำลังมองเขาอยู่ทันที

 

          “ทานมาบ้างแล้วค่ะ แต่ถ้าพี่จองยอนจะพาไปทานอีกหนูก็ไม่ขัด” แชยองตอบพี่สาวคนสวยตรงหน้าเธอกลับไป เธอมองดูคนตัวสูงกว่าเธออย่างพี่จองยอนด้วยสายตาชื่นชม พี่เขาดูเท่และสวยในเวลาเดียวกัน ทั้งที่อายุไล่ๆกันกับเธอเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น แต่พี่เขากลับมีบุคลิกที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเธอมากจนเทียบไม่ติด

 

          เธออยากเป็นอย่างพี่จองยอนบ้าง...

 

          หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือเธออยากมีพี่สาวอย่างพี่จองยอนจัง

 

          “อ...เอ่อดีๆๆ ป่ะ ตรงนู้นมีคัพเค้กอยู่ ตามพี่มานะ” จองยอนบอกแชยองก่อนจะหันไปเรียกพนักงานโรงแรมที่จัดงานให้มาทำหน้าที่ในส่วนรับแขกแทนตนเพื่อที่จะได้พาแชยองไปเดินดูบรรยากาศภายในงาน เมื่อพูดคุยกับพนักงานจนเสร็จแล้วเขาจึงหันไปกวักมือเรียกจองยอนให้เดินมาด้วยกันทันที

 

          สองเท้าเดินตรงไปยังบู๊ทคัพเค้กที่เอาไว้แจกแขกทานเล่นช้าๆ แอบๆเหลือบหลังไปมองแชยองว่าเจ้าตัวยังคงตามเขามาอยู่หรือไม่ก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อยกับดวงตากลมที่ยังคงจ้องเขาไม่เลิก และเพราะดวงตาที่ยังคงจับจ้องของแชยองนั่นเองที่เริ่มทำให้เขาประหม่า เขาหันรีหันขวางก่อนหันกลับมามองแชยองแล้วส่งยิ้มแห้งไปให้ สองเท้ารีบเดินตรงไปยังโต๊ะคัพเค้กให้ไว

 

          “นี่ อร่อยมากนะน้องแชยอง ลองดูสิ” เขาหันไปเรียกแชยองที่ยืนนิ่งอยู่พร้อมกับหยิบคัพเค้กบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้แล้วส่งให้เจ้าตัวรับไป ดวงตาที่เคยเอาแต่จ้องเขาก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปสนใจคัพเค้กตรงหน้าให้เขาได้ถอนหายใจโล่งอกออกมาเบาๆ เหลือบมองดูแชยองอีกครั้ง เจ้าตัวกำลังจะเริ่มกินคัพเค้กให้เขามองลุ้นตามช้าๆ

 

          ริมฝีปากอวบอิ่มของแชยองงับลงที่คัพเค้กที่เขาเพิ่งส่งไปท่ามกลางสายตาของเขา แชยองเงยหน้าขึ้นมาเคี้ยวๆทั้งที่ยังคงมองหน้าเขาอยู่ ก่อนที่ใบหน้านิ่งเฉยก่อนหน้านี้จะเปลี่ยนมาเป็นอึ้งและตะลึงในรสชาติของหวานธรรมดาๆที่รสไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เขาบอก และเหมือนว่าแชยองจะยังไม่เชื่อว่าสิ่งที่เพิ่งลองไปนั้นมันอร่อยจริง เจ้าตัวจึงก้มลงไปกัดมันเข้าปากอีกคำทันที

 

          ท่าทางน่าเอ็นดูของแชยองทำให้เขาหลุดขำออกมาเบาๆ แชยองที่ภายนอกดูหยิ่งและแก่นแก้ว บางครั้งดูเข้าใจยาก แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น จองยอนระบายยิ้มขำบางๆก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นเศษแป้งจากคัพเค้กที่ติดอยู่ตามมุมปาก เขาหันไปหยิบเอาทิชชู่ที่อยู่ใกล้มือที่สุดก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดเบาๆที่ปากของเจ้าตัวให้ช้าๆ

 

          “พี่จองยอนใจดีจังเลยค่ะ”

 

          “เหรอคะ ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง”

 

          “จริงๆนะคะ พี่จองยอนทั้งเท่แล้วก็สวย แถมใจดีอีก...” แชยองบอกเขาตาใสแต่ยังคงใบหน้านิ่งเฉยให้เขามองตามด้วยหัวใจตุ้มต่อม กังวลว่าคำพูดจากนี้จากเจ้าตัวจะทำให้เขารู้สึกลำบากใจเพราะเผลอไปใจดีใส่คนอื่นเรี่ยราด เขามักจะเจออยู่บ่อยๆเวลาเผลอไปทำดีใส่คนอื่น ไม่ได้อยากจะทำร้ายจิตใจเด็กน้อยเท่าไหร่หรอก เจ้าตัวก็น่ารักดี

 

          เพียงแต่ว่าคุณนายอนของเขาน่ารักกว่าเท่านั้นเอง...

 

          ก็ได้แต่หวังว่าเจ้าตัวคงจะไม่พูดทำนองสารภาพว่าชอบเขาอะไรแบบนั้นละกัน จองยอนมองดูเด็กผู้หญิงตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่สู้ดี แชยองในตอนนี้น่ากลัวสุดๆ เพราะเขาเดาไม่ถูกว่าเด็กผู้หญิงหน้านิ่งตรงหน้านี้จะพูดอะไรออกมา

 

          “...หนูอยากได้พี่เป็นพี่สาวจัง”

 

          เอ้าเห้ย!! ผิดคาดว่ะ!!!

 

          “โธ่...พี่ก็นึกว่าอะไร แหะๆ” จองยอนบอกพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกยกใหญ่ ให้เด็กผู้หญิงตรงหน้าเอียงคอขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย

 

          “ทำไมเหรอคะ?”

 

          “อ่อเปล่าน่ะไม่มีอะไร พี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าเราอยากจะเป็นน้อ...”

 

          “จริงเหรอคะ!? งั้นพี่จองยอนมาเป็นพี่สาวหนูนะ!” แชยองพูดขัดเขาขึ้นมาทั้งยังจับมือเขาด้วยท่าทางดีใจสุดๆ ใบหน้าตื่นเต้นของเจ้าตัวที่มองมายังเขาเหมือนจะบอกว่า พี่เป็นพี่ของหนูแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ตามแบบฉบับลูกสาวคนเดียวที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบสปอยล์สุดๆ เขายกยิ้มแห้งกลับไปแล้วพยักหน้ารับช้าๆ

 

          “ดีจัง พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันนะคะ หนูกำลังอยากได้ชุดสีไม้อีกยี่ห้อพอดีเลย พี่ไปกับหนูนะคะ” แชยองถือวิสาสะชวนเขาไปเที่ยวอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันตั้งตัว เขามองแชยองที่ยังคงมองมาทางเขาตาใสและมุ่งมั่นสุดๆด้วยความรู้สึกเกรงใจ เห้อ ก็เขาดันพูดไปเองว่าจะเป็นพี่สาวให้นี่นะ

 

          ก็คงต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองซะแล้วล่ะ

 

          เหตุการณ์คัพเค้กซีนตั้งแต่หยิบยื่นให้ ไปจนถึงเช็ดมุมปากของจองยอนและเด็กผู้หญิงอีกคนที่ซานะเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใครนั้น รวมถึงเหตุการณ์จับมือมองหน้ามองตากันปริบๆเมื่อครู่นี้อีก ทั้งหมดผ่านสายตาของเธอทั้งหมด ซานะที่เปรียบดั่งนกพิราบคาบข่าวคนนี้

 

          เธอกัดริมฝีปากตัวเองอย่างมันปากอยากจะเม้าท์ให้เพื่อนของเธอฟังเต็มที่ว่าแฟนเด็กของเจ้าตัวนั้นฮอตขนาดไหน นึกโกรธเคืองเด็กสาวแทนเพื่อนของตัวเองที่ไปกระหนุงกระหนิงกับเด็กคนอื่นอยู่ในใจ แต่จะให้โทรไปเม้าท์ตอนนี้ยัยเพื่อนก็คงจะหลับไปแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน

 

          แหมแต่มันคันปากจริงจริง๊งงงงง ฮึ้ยยยยยยยย อยากเม้าท์ค่าาาาา

 

 

 

 

 

 ...

 

 

 

 

 

          “ไม่นึกเลยนะครับว่าวันนี้ผมจะได้มีโอกาสมานั่งทานอาหารกับคุณนายอนอีกครั้ง” ปาร์คจินยองพูดทั้งยังยกยิ้มฟันขาวส่งไปให้นายอนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง นายอนส่งยิ้มแห้งๆกลับไปให้ชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารฝรั่งเศสหลายต่อหลายอย่างบนโต๊ะให้เสร็จๆไปต่อทันที

 

          เนื่องจากว่าช่วงสองสามวันมานี้คุณจินยองเข้ามาติดต่อเธออีกครั้งเพื่อทำการซื้อห้องหรูอีกห้องของชั้นบนของศูนย์การค้าที่เดิมที่เธอเคยขายให้เจ้าตัวไปเมื่อต้นเดือนที่แล้ว แน่นอนว่าด้วยเวลาที่กระชั้นชิดเลยทำให้เธอต้องเตรียมเอกสารซื้อขายกันหัวหมุนให้ทันวันนี้ที่จะเอามาให้เจ้าตัวได้ตัดสินใจ

 

          แต่พอเธอมาถึงห้างปุ๊บ สิ่งที่คุณจินยองขอกลับไม่ใช่เอกสารซื้อขายที่เธอนั่งหานั่งทำทั้งคืน แต่เป็นการที่เจ้าตัวขอเธอมานั่งทานอาหารหรูเป็นเพื่อนเขาแทน...

 

          “ลองทานนี่สิครับ อร่อยนะ” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับตัดสเต็กเนื้อแกะวางลงบนจานของเธออีกครั้ง หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งตักอะไรต่อมิอะไรลงบนจานของเธอตั้งแต่อาหารมาถึงโต๊ะจนตอนนี้ก็สเต็กเนื้อแกะอีกแล้ว เธอมองบรรดาอาหารทั้งหลายที่มากองอยู่บนจานของเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มแห้งให้อีกครั้ง

 

          “ขอบคุณค่ะ”

 

          จินยอนมองหญิงม่ายที่กำลังตักชิ้นเนื้อส่งเข้าปากเคี้ยวหงุบหงับท่ามกลางสายตาตัวเองอย่างพอใจ มันก็ผ่านมาได้สักพักแล้วที่เขาพยายามที่จะตามจีบคุณนายอน แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเจ้าตัวนั้นมีลูกสาวแล้วก็ตาม แต่เขาก็หาได้รังเกียจคุณนายอนไม่ กลับทำให้เขาอยากที่จะดูแลหญิงสาวมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

          เพียงแต่ว่าเจ้าตัวหญิงสาวนั้นดูจะไม่เปิดใจให้เขาสักเท่าไหร่เลยเนี่ยสิ

 

          “ช่วงนี้คุณนายอนเป็นยังไงบ้างเหรอครับ?” คำถามจากชายหนุ่มตรงหน้าทำให้นายอนที่กำลังสาละวนกับจานอาหารเบื้องหน้าเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความสงสัย

 

          “หมายถึงอะไรเหรอคะ?”

 

          “ก็ชีวิตช่วงนี้ หรือการงานอะไรแบบนี้น่ะครับ ผมถามเพราะเห็นว่าช่วงหลังๆมานี้ไม่ค่อยเห็นคุณนายอนเลย”

 

          “พูดอย่างกับว่าคุณเห็นฉันบ่อยอย่างนั้นแหละค่ะ” นายอนตอบกลับชายหนุ่มอย่างนึกขำอยู่ในใจ จินยองหลุดขำออกมาเบาๆ

 

          “ก็มองอยู่บ่อยๆนะครับ เวลาคุณเข้าบริษัทแม่มาเอาเอกสารซื้อขายหรือพูดคุยกับลูกค้าคนอื่นน่ะ” คำบอกเล่าของเขาดูจะทำให้นายอนนิ่งอึ้งไปได้สักพัก เขาระบายยิ้มขำก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำมาจิบให้คล่องคอก่อนพูดต่อ “ผเป็นลูกค้ากับบริษัทแม่ของคุณนายอนสักระยะแล้วล่ะครับ เวลาผมติดต่อซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆผมจะเข้าบริษัทคุณเสมอ ผมเลยได้เห็นคุณนายอนวิ่งวุ่นไปมาตลอดไงครับ”

 

          “งั้นเหรอคะ แล้วเป็นไงมาไงคุณถึงได้มาดีลกับฉันได้ล่ะคะ”

 

          “ผมขอกับหัวหน้าคุณว่าผมจะขอติดต่อกับคุณแทนน่ะครับ” คำพูดที่เหมือนคำสารภาพของจินยองทำให้นายอนที่นั่งอยู่ถึงกับมองชายหนุ่มตาโตกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณจินยองจะยอมทำอะไรลำบากๆเพื่อที่จะได้คุยงานกับเธอ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้จะยอมลงทุนลำบากเพื่อที่จะได้เจอเธอ

 

          จินยองมองปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้าที่ดูจะอึ้งอยู่ เจ้าตัวไม่ได้มีความรู้สึกมากไปกว่านี้กับสิ่งที่เขาเพิ่งสารภาพไป แม้ว่าจะไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เขาอยากจะเห็นเท่าไหร่ก็ตาม แต่มันก็ดีกว่าที่เจ้าตัวไม่ได้แสดงออกเลยว่ากำลังชอบหรือไม่ชอบอยู่อย่างก่อนหน้านี้

 

          หรือว่าบางทีเขาควรสารภาพออกไปเลยดีว่าตอนนี้เขากำลังจีบเจ้าตัวอยู่นะ

 

          “จะเป็นอะไรไหมครับถ้าหากว่าผม...”

 

          RRRRrrrrRRRRrrrrRRRR

 

          จินยองเงียบเสียงลงทันทีที่เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวดังขึ้น นายอนก้มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนที่หญิงสาวจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาเพื่อขออนุญาตซึ่งเขาก็พยักหน้ารับให้เจ้าตัวได้ทำธุระของตัวเองช้าๆ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆกับอะไรที่ดูไม่ค่อยเป็นใจให้เขาสักเท่าไหร่ คงยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะพูดกับอีกคน แต่ไม่เป็นไร ไว้หาโอกาสบอกทีหลังก็ได้ จินยองคิด

 

          “ฮัลโหลว่าไงซานะ” นายอนกรอกเสียงใส่สมาร์ทโฟนเครื่องหรูของตัวเองทันทีที่กดรับสาย

 

          [แกว่างหรือเปล่าเนี่ยนายอน ฉันมีอะไรจะมาเม้าท์]

 

          “เรื่องอะไรล่ะ ถ้าเรื่องไร้สาระล่ะก็ฉันไม่ว่างนะ ทำงานอยู่”

 

          [ไม่ไร้สาระแน่นอน เรื่องน้องจองยอนของหล่อนนั่นแหละ] สิ้นเสียงแด๊ดแด๋ของเพื่อนสาวอย่างซานะ เธอเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเล็กน้อยว่าเจ้าตัวกำลังทำอะไรอยู่ คุณจินยองกำลังจัดการกับเสต็กของตัวเองบนจานต่อไม่ได้สนใจว่าเธอกำลังทำอะไร เหมือนจะปล่อยให้เธอทำธุระของตัวเองตามมารยาท เมื่อเห็นดังนั้นแล้วเธอจึงป้องปากเบี่ยงตัวไปอีกทางเพื่อพูดถึงเรื่องของซานะทันที

 

          “ถ้าไม่สำคัญนะฉันจะรีบบึ่งรถไปตีก้นแกเลย”

 

          [ฮู้ยยยยยยย มาตีเถอะย่ะ นี่ๆ เรื่องมันเป็นงี้ เมื่อคืนฉันไปงานเลี้ยงบริษัทคุณเจสสิก้าถูกมะ แกก็คงรู้แล้วว่าน้องจองยอนของแกเนี่ยก็ไปงานด้วย ก็แหม่ งานแม่ของลูกเขาก็ต้องไปใช่ป่ะล่ะ]

 

          “เอาเนื้อๆซิ”

 

          [โห่มันก็ต้องมีอินโทรก่อนสิแก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย] ซานะบอกให้เธอกรอกตาขึ้นฟ้าเหนื่อยหน่ายใจกับความช่างเม้าท์ของเพื่อนสาวของตัวเอง ดูจากเรื่องที่จะคุยแล้วท่าทางจะยาว เธอหันตัวไปมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งพร้อมกับผละโทรศัพท์ออกจากหูของตัวเองโดยไม่ลืมเอามือบังโทรศัพท์ตัวเองเอาไว้เพื่อพูดคุยกับคุณจินยองด้วยความรีบร้อน

 

          “คุณจินยองคะ ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ ส่วนเรื่องค่าอาหาร...”

 

          “ไม่เป็นไรครับผมชวนคุณนายอนออกมา ค่าอาหารผมจ่ายเอง ยังไงเสร็จตรงนี้แล้วเดี๋ยวผมตามไปนะ”

 

          “ค่ะ” เธอว่าเพียงแค่นั้นก่อนจะรีบหยิบข้าวของของตัวเองแล้วขอตัวเดินออกจากภัตตาหารในศูนย์การค้าชื่อดังเพื่อตรงไปยังห้องน้ำอย่างที่บอกคุณจินยองไว้ทันที สองเท้ารีบก้าวเดินฉับๆอย่างไวก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นหูอีกครั้งเมื่อเธอมาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว “อ่ะยังไงว่ามาใหม่อีกรอบซิ”

 

          [แหมๆ บอกว่าทำงานอยู่แต่หนีมากินข้าวกับผู้ชาย หล่อนนี่มันร้ายจริงๆ]

 

          “ฉันมาทำงานต่างหากย่ะ แล้วสรุปเรื่องที่เธอว่านี่ยังไงหือ?”

 

          [อยากรู้จริงๆเลยนะเรื่องจองยอนเนี่ย คืองี้ ที่งานน่ะคุณซนประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ของสื่อโทรทัศน์น่ะ เขาพาลูกสาวมาด้วย แล้วทีนี้ลูกสาวเขาอ่ะอายุไล่ๆจองยอนเลยนะแก]

 

          “อ่าห๊ะแล้ววว?” เธอถามกลับให้ซานะที่อยู่ปลายสายหัวเราะขำกลับมาก่อนจะเริ่มพูดต่อ

 

          [ก็น้องเขาที่เป็นลูกสาวประธานซนน่ะจ้องจองยอนตาไม่กระพริบเลยแก แถมในงานนะน้องจองยอนแกมีป้อนคัพคงคัพเค้ก เช็ดปากให้ด้วย เด็กแกนี่ร้ายมาก หน้าเนื้อใจเสือเชื่อไม่ได้ ลับหลังแกก็ไปเต๊าะสาวอื่นเนี่ย] คำพูดของซานะทำให้เธอที่ฟังอยู่ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่อยากจะเชื่อซักเท่าไหร่

 

          “เดี๋ยวๆ ตลกและยัยซานะ จองยอนไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกน่ะ”

 

          [ก็ขอให้เป็นแบบนั้นแล้วกัน คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ] ซานะบอกให้เธอรีบส่ายหัวปฏิเสธรัวๆแม้ว่าคนปลายสายจะไม่เห็นก็ตาม

 

          “จ่ะ ยังไงก็ขอบใจที่โทรมาเม้าท์นะจ๊ะ ไปๆ ไปทำงานทำการได้แล้ว ต้องคันปากขนาดไหนจนโทรมาหาฉันเวลาทำงานเนี่ย เห้อ ยัยซานะ” เธอบ่นใส่คนปลายสายให้เจ้าตัวหัวเราะกลับมาอีกครั้ง ร่ำลากันอีกนิดหน่อยซานะก็วางสายเธอไป เธอมองหน้าจอที่มืดสนิทอีกครั้งด้วยหัวใจที่วุ่นวายกับคำบอกเล่าจากเพื่อนสาวตน

 

          จองยอนกระหนุงกระหนิงกับเด็กผู้หญิงคนอื่นเนี่ยนะ...?

 

          เป็นไปได้ด้วยเหรอ...?

 

          คิดแล้วก็ได้แต่สงสัยอยู่ในใจ นายอนเม้มริมฝีปากแน่นกับชุดความคิดที่กระจัดกระจายไปทั่วหัวสมอง เธอส่ายหัวไปมาสองสามทีเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ความขุ่นเคืองเล็กๆ ความสงสัย อาการหึงหวงทั้งหลายให้ออกไปจากสมองตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ การคบกับใครสักคนจำเป็นอย่างมากที่จะต้องไว้ใจและเชื่อใจ

 

          “จองยอนไม่ทำอย่างนั้นหรอกน่าาาาา” เธอคิดบวกให้กับตัวเองแม้ภายในใจจะร้อนรุ่นดั่งไฟเผาอย่างไรก็ตาม ไม่ๆ เธอจะไม่ประสาทแตก เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ๆๆๆ เธอคิดก่อนจะก้าวขาออกจากห้องน้ำทันที

 

          สองขาเรียวสวยภายใต้ชุดกระโปรงเดรสสีดำคลุมทับด้วยเสื้อคลุมกันหนาวก้าวไปตามทางเดินเพื่อออกไปเจอคุณจินยองที่เจ้าตัวได้บอกไว้ว่าจะมายืนรอหากว่าจัดการกับค่าอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เสียงของคุณจินยองที่น่าจะมายืนรอเธอแล้วจะดังขึ้นจากทางด้านหน้าให้เธอเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ

 

          “อ้าว...หนูจองยอนใช่มั้ย?”

 

 

 

 

 ...

 

 

 

 

 

          จองยอนในชุดไปรเวศธรรมดาที่สวมทับมาด้วยชุดคลุมโอเว่อร์โค๊ทกันหนาวอีกหนึ่งชั้นเพราะลมเย็นต้นเดือนพฤศจิกายนมันค่อนข้างที่จะหนาวพอสมควร เขาเดินมองดูชั้นวางสีทั้งสีไม้ สีน้ำ สีน้ำมันเต็มไปหมดด้วยความสนอกสนใจ เขาไม่เคยมาเดินในร้านอะไรแบบนี้เพราะตัวเขาเองไม่ได้สนใจในศิลปะสักเท่าไหร่ ต้องขอบคุณแชยองที่ชวนเขามาซื้อสีเป็นเพื่อนเลยทำให้เขาได้เห็นบรรดาสีเรียงกันตระการตาแบบนี้

 

          มือเรียวสอดเข้าไปในกะเป๋าเสื้อโค้ทของตัวเองก่อนจะหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมา กดหน้าจอดูนิดหน่อยว่าวันนี้มีใครติดต่อเขามาหรือไม่ อันที่จริงในใจก็หวังให้คุณนายอนติดต่อเขามาบ้าง เพราะตั้งแต่เมื่อคืนยันตอนนี้คุณนายอนดูจะยุ่งตลอดจนไม่มีเวลาติดต่อเขาเลยแท้ๆ

 

          “น้องแชยองชอบวาดรูประบายสีเหรอคะ?” เขาเงยหน้าขึ้นไปถามแชยองที่กำลังยืนดูกล่องสี72สีทั้งสองกล่องในมือแทนโทรศัพท์ในมือของตัวเอง หลังจากที่ไม่เห็นแม้แต่การติดต่อสักสายหรือสักข้อความจากคุณนายอน แชยองพยักหน้ารับทั้งที่สายตายังไม่เลิกมองดูกล่องสีทั้งสอง

 

          “เรียกแชงเหมือนที่พ่อหนูเรียกก็ได้ค่ะพี่จองยอน” แชยองบอกให้เขาพยักหน้ารับกับความต้องการของอีกคน “อันที่จริงหนูก็วาดรูปมาตั้งแต่จำความได้เลยค่ะ”

 

          แชยองบอกอีกครั้งก่อนจะหันขวับมาตรงหน้าเขาพร้อมกับกล่องสีทั้งสองกล่องให้เขาเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย “พี่ว่าหนูซื้ออันไหนดีคะ?”

 

          “เอาอันที่เราตั้งใจว่าจะมาซื้อจริงๆสิ” เขาตอบกลับให้แชยองขมวดคิ้วหน้ามุ่ยด้วยความลังเลว่าจะเอาอันไหนดี

 

          “อืม...งั้นหนูเลือกได้ค่ะ” และเมื่อเจ้าตัวเลือกได้แล้วว่าจะเอาอันไหนดี เจ้าตัวก็รีบสาวเท้าตรงไปยังเคาน์เตอร์จ่ายเงินอย่างรวดเร็วพร้อมกล่องสีทั้งสองกล่องให้เขามองงงๆ สุดท้ายแล้วแชยองก็ซื้อหมดเลยทั้งสองกล่อง

 

          น้องเอ๊ย...แบบนั้นเรียกไม่ได้เลือกเลยต่างหาก โธ่...

 

          พวกคุณหนูลูกคนรวยนี่ยังไงกันนะ... (แกไม่รวยเลยว่างั้น)

 

          แชยองจัดการจ่ายเงินจนเสร็จ สีไม้ทั้งสองกล่องราคาเกือบแสนวอน เขามองแชยองที่กำลังเก็บเงินทอนเข้ากระเป๋าด้วยความรู้สึกอึ้งในการใช้จ่ายเงินแบบเทน้ำเทท่าของเจ้าตัว

 

          “ปกติน้องแชงใช้จ่ายเงินเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”

 

          “ค่ะ ก็หนูไม่มีอะไรให้คิดเรื่องเงินนี่คะ” แชยองหันมาบอกเขาหน้าตาย มือเรียวของเขาตบเข้าหน้าผากตัวเองแรงๆหนึ่งทีกับสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินจากปากเด็กอายุ14ที่เป็นลูกคุณหนูข้างหน้านี้

 

          “ตอนนี้อาจจะไม่คิด แต่พอโตมาแล้วเริ่มทำงานน่ะ เงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์มันหามาไม่ได้ง่ายๆนะ ตอนนี้เราไม่ได้หาเงินเอง แต่ป๊าม๊าของน้องแชงก็เป็นคนหาเงินมาให้ ลองนึกว่าพวกท่านลำบากหาเงินมาเลี้ยงเราสิ” เขาพูดอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับการทำงานหาเงินให้แชยองได้ฟังขณะเดินออกมาจากร้านเครื่องเขียนในห้าง “คือพี่ก็ไม่ได้จะก้าวก่ายนะ แต่ก็...”

 

          หมับ!! อยู่ๆแชยองที่เดินอยู่ข้างกันก็คว้ามือเขาขึ้นมามองตาเขาปริบๆด้วยใบหน้าประทับใจสุดๆ จองยอนมองแชยองด้วยความตกใจปนงุนงงกับสถานการณ์

 

          “พี่จองยอนคะ...พี่เป็นพี่สาวที่ดีจังเลยค่ะ หนูประทับใจจัง”

 

          “ร...เหรอ” เขาพูดตะกุกตะกักขณะมองแชยองที่ยังคงไม่เลิกจ้องเขาด้วยสายตาวิบวับ ดูแล้วเจ้าตัวจะเป็นคนที่ประทับใจอะไรง่ายๆสินะ “แล้วนี่เราจะไปไหนกันต่อดีล่ะ?”

 

          “ไปหาของหวานทานกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวหนูเลี้ยงพี่จองยอนเอง!

 

          “ด...ดีจังเนอะ มีน้องสาวเลี้ยงของหวานด้วย แหะๆ” เขาบอกก่อนที่หางตาของเขาจะเหลือบไปเห็นใครบางคนที่คุ้นเคยว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า มันติดอยู่ที่ปาก เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยจนกระทั่งผู้ชายคนนั้นเอ่ยทักเขาขึ้นมา

 

          “อ้าว” ลุงตรงหน้าเอ่ยทักเขาก่อนมีท่าทีนิ่งไปเหมือนกำลังนึกชื่อของเขาอยู่ “หนูจองยอนใช่มั้ย”

 

          เขาส่งยิ้มแห้งๆพร้อมกับโค้งอย่างมีมารยาทให้ใครซักคนที่เขาจำชื่อไม่ค่อยได้ช้าๆ ก่อนที่ส่ายตาจะเหลือบไปเห็นใครอีกคนที่เพิ่งเดินออกมาจากซอยห้องน้ำให้เขาตาโตมองด้วยความตกใจ หัวใจของเขาเต้นรัวแรงเหมือนคุณผัวที่โดนจับได้ว่าพาเมียเด็กมาเที่ยวแล้วเมียแก่บังเอิญมาเห็นเข้า แต่ความจริงคือมันไม่ใช่แบบนั้นไงเฟ้ย แค่พี่สาวที่พาน้องสาวมาซื้อสีไม้แค่นั้นเอง

 

          นายอนที่เพิ่งเดินมาถึงมองจองยอนและเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนด้วยความตกใจและไม่คิดมาก่อนว่าจะมาเจอเจ้าตัวในที่แบบนี้ มองเลยไปอีกหน่อยก็เจอเข้ากับมือของเด็กคนเดิมที่กำลังกุมมือของจองยอนเอาไว้แน่น ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนหน้าของเธอจะกระตุกขึ้นมานิดๆ

 

          ความขุ่นเคืองก่อขึ้นมาในอกให้ร้อนรุ่มนิดๆแต่โชคดีที่เธอมีความเป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะไม่ระเบิดโวยวายกับแฟนเด็กของเธอกลางที่สาธารณะออกไป เลยทำได้แค่ยืนมองหน้าเด็กตัวสูงที่มีสถานะเป็นคนรักของเธออย่างต้องการคำตอบ เธอไม่เข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าสุดๆ ทั้งเรื่องที่ซานะโทรมาเม้าท์กับเธอ และเรื่องที่เธอเห็นกับตาตรงหน้านี้อีก

 

          หมายความว่าไงเนี้ย!!

 

          จองยอนส่งยิ้มแห้งไปให้คุณนายอนที่กำลังมองมาทางเขาเหมือนต้องการคำตอบผ่านสายตา ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าคุณลุงคนนี้ที่เขาจำไม่ได้ว่าชื่ออะไรแต่ก็จำได้ว่ามาจีบคุณนายอนมาได้สักพักแล้วนั้น ทำไมถึงได้มาอยู่กับคุณนายอนที่ห้างแห่งนี้ได้ แล้วไหนบอกว่าตัวเองงานยุ่งแต่มาเที่ยวห้างกับตาลุงคนนี้เนี่ยนะ และพอนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ใช่แค่คุณนายอนเท่านั้นที่ต้องการคำตอบกับสถานการณ์ตรงหน้า

 

          เขาก็ต้องการคำตอบเหมือนกันเฟ้ยย!!

 






2 B Con #ฟิคยังมัม

ตอนใหม่พร้อมกับตัวละครใหม่ค่ะ แต่ตัวละครใหม่จะไม่มีซีนในเรื่องนี้นะคะ 5555

ตอนนี้มาน้อยหน่อย แต่ดีกว่าไม่มาเนาะ 55555 ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ที่ชอบนะคะ

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยน้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

284 ความคิดเห็น

  1. #214 เต้าหู้มยอง (@hoomyung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 14:03
    ตีกันตีกันตีกันนนนนน
    #214
    0
  2. #146 kwaRI-n (@new-lovekz1101) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 19:40
    จองยอนอาจจะรอด แต่ป้านายอนน่ะสิ 5555555
    จินยองจะรู้มั้ยนะว่าสองคนนี้คบกันอยู่ ><

    อยากได้น้องแชง(มาเป็นน้องสาว)จังเลยค่ะ
    เด็กอะไรน่ารักน่าหยิกขนาดนี้
    #146
    0
  3. #140 Jell_twice (@Jell_twice) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 08:44
    รอรอนะมาเร็วยระขอแบบเคลียร์กันยาวๆ เลยนะค่ะ
    #140
    0
  4. #139 Pikajuukambee (@Pikajuukambee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 00:56
    เคลียร์กันยาวแน่ค่ะคุณ งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไปหรือใครจะทุ่มใครลงเตียงจะรอไรท์มาเฉลยนะคะ ..ฮ่าาาๆๆ
    #139
    0
  5. #138 DreamLine (@DreamLine) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 01:20
    หึงอ่ะเด้555555555555
    รอคู่มิโมะ55555
    #138
    0
  6. #136 pnpnpn01 (@pnpnpn01) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 20:55
    โอ๊ะ หึงแต่พยายามเก๊กความเป็นผู้ใหญ่ แหม ทั้งคู่เลย เคลียร์กันยังไงทีนี้
    ซานะนี่ก็นะ 555 จื่อมาเอาไปเก็บที
    น้องแชงเวอร์นี้ โอ๊ยย น่ารัก เด็กน้อยจริง คู่กับใครเนี่ย ลืมว่าพี่ซึงยอนมีคู่หรือยัง ถ้าไม่มีก็คู่น้องแชงเลยค่ะ อายุห่างพอตามคอนเซปเรื่องได้อยู่ ว่าแต่จีออกหรือยังนะ ถ้ายังส่งจีมาให้น้องก็ได้ค่ะ
    พิจองหลงตัวเองเก้อเลยแหะ คิดว่าชอบพี่เขาอีกแบบซะอีก 555
    โมะตัดใจได้ไวๆนะ น้ามิรู้ตัวสักทีว่าที่อยากช่วยให้โมะตัดใจได้เพราะชอบแล้วก็จีบสักที
    ดุ๊บออกตอนไหนหรือยังนะลืมเลย
    ///ชอบการเขียนของไรท์มากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ทำดีแล้วทำต่อไป
    #136
    0
  7. #133 MolerisE (@ammy1740) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 02:37
    มาค่ะตอนหน้าต้องเคลียยยยยยยร์ !!!!! แต่น้องแชงตลกจังเลยค่ะ ทำไมดูเป็นเด็กรวยๆไร้เดียงสาที่ตลกแบบนี้อ่ะ 555555555555555555 จองยอนก็เอ้ออใจดีจริ๊งงไปเป็นพี่สาวให้เขาอีก เอาเข้าไปดีนะที่น้องเขาอยากได้แค่พี่สาว 55555555
    #133
    0